นางมารผู้หวนคืน (จบ)

ตอนที่ 49 : [เล่ม 2] ตอนที่ 6 : แผนเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,328 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

ตอนที่6

แผนเริ่มต้น

 

 

ตอนนี้ทีมงานกำลังนั่งถกเถียงกันถึงข่าวนั้นในห้องประชุม

 

“เรื่องจริงเหรอเนี่ย?”

 

“แบบนี้ไม่เท่ากับหลอกลวงกันมาตลอดเหรอ?”

 

“ฉันบอกได้เลยนะ ข่าวดราม่าหนักหน่วงขนาดนี้ พวกการแฉกันนี่... มันจะดังไปกว่านี้แน่นอน คนเราชอบเสพความดราม่ามากอยู่แล้ว ผ่านไปอีกไม่กี่วันคงมีคนไปตรวจสอบ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็คงจะใหญ่โตไปมากกว่าเดิม บริษัทคู่แข่งคงหาทางเหยียบจม”

 

“บริษัทเพิ่งจะมีกระแสโด่งดังได้ไม่เท่าไหร่ ฉันจะพูดออกมาว่าสงสารดีไหมนะ? แต่พอคิดถึงประธานคนนั้น... ฉันไม่อยากพูดเลยว่ารู้สึกสะใจ”

 

“ฉันไม่สงสารประธานอะไรนั่น แต่รู้สึกสงสารพนักงานมากกว่า บริษัทโดนเยอะขนาดนี้คงได้มีตกงานกันแน่ แต่ฉันไม่แปลกใจนะ... ประธานก็เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว”

 

“แค่ค่าโฆษณายังไม่ค่อยอยากจ่าย นับประสาอะไรกับเรื่องแบบนี้กัน”

 

“เล่นกับประเด็นอะไรมันก็ได้นะ แต่การเล่นกับกระแสของผู้บริโภคนี่... ฉันว่าบริษัทกลับมารุ่งยากมาก ยกเว้นแต่จะเปลี่ยนรูปแบบของบริษัทใหม่หมด รวมไปถึงตัวผู้บริหาร”

 

เวลานี้ทุกคนกำลังแสดงความคิดเห็นกันอย่างเมามัน ลี่อินเองก็กำลังอ่านข่าวในหน้าจอโทรศัพท์

 

สิ่งที่ปรากฏนอกจากเป็นข้อความในเนื้อหาข่าวแล้ว ยังมีทั้งภาพและวิดีโอประกอบอย่างครบครัน เนื่องจากมีพนักงานคนหนึ่งออกมาแฉโดยตรง ข้อมูลที่ได้มาจึงชัดเจนมาก

 

ลี่อินไม่รู้ถึงแรงจูงใจของพนักงานคนนั้น

 

ทว่า...

 

จากที่เธอเคยได้รู้จักกับประธานของบริษัทนี้ เธอก็คิดว่ามีทางเป็นไปได้สูงมากที่พนักงานสักคนจะแค้นใจ จนอยากให้ประธานเซี่ยล่มจมไปซะ

 

ส่วนเนื้อหาข่าวคือกระบวนการผลิตสินค้าของ innébeau นั้นไม่เป็นไปตามนโยบายที่บริษัทกล่าวอ้างมาตลอด

 

บริษัทนี้บอกว่าสินค้าของตนเองนั้นเป็นประเภท Vegan-friendly ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ไม่มีการใช้สัตว์ในกระบวนการผลิต ทั้งยังโฆษณาว่าการทดสอบประสิทธิภาพของสินค้านั้น ตลอดมาใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโปรตีนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

ช่างเป็นนโยบายในฝันของกระแสรักโลก

 

องค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม...

 

บริษัทinnébeau พูดอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่ปราฏในข่าวคือภาพของสัตว์ทดลองจำนวนมากที่ถูกกักขังไว้ในห้องทดลองของบริษัท ทั้งสัตว์ป่วย ทั้งสัตว์ตาย กระต่ายน้อยตาบอดที่กำลังวิ่งหาทางออกจากกรง ทุกอย่างอยู่รวมกันหมด เพราะสัตว์พวกนี้ถูกใช้ในกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

 

การแฉนี้ทำให้เห็นว่าInnébeau ทดสอบกับสัตว์ ไม่ได้ใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโปรตีนอย่างที่โฆษณา

 

แบบนี้เท่ากับหลอกลวงมาตลอด!

 

กลุ่มลูกค้าที่เลือกใช้สินค้าของinnébeau แน่นอนว่าส่วนมากก็เป็นสายเลือดรักโลก รักสัตว์ รักสิ่งแวดล้อมกันทั้งนั้น ที่บริษัทนี้เป็นกระแสก็เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ ดังนั้นพอพบว่าแท้จริงบริษัทหลอกลวงมาตลอด ย่อมบังเกิดกระแสความขุ่นเคืองขั้นใหญ่ของผู้บริโภค

 

จนตอนนี้เริ่มมีกระแส‘แบน’ สินค้า innébeau กันแล้ว

 

พอรวมความไม่พอใจของผู้บริโภค นักเสพข่าวดราม่าทั่วไป และบริษัทคู่แข่งเข้าด้วยกันแล้ว ตอนนี้บริษัทของประธานเซี่ยกำลังโดนโจมตีอย่างหนักหน่วง

 

ลี่อินจำได้ว่าข่าวนี้จะกลายเป็นข่าวใหญ่เรื่อยๆ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันเกือบเดือน ซึ่งไม่น่าแปลกเพราะดราม่าหนักขนาดนี้ต่อให้คนไม่รู้จักinnébeau ยังให้ความสนใจ จนถึงขั้นดังไกลไปถึงต่างประเทศด้วยซ้ำ

 

ข่าวการหลอกลวงผู้บริโภค มีการปิดบังกระบวนการผลิต ทั้งยังสวนกระแสกลุ่มผู้บริโภค

 

อา...

 

Innébeau กำลังจะจบเห่

 

รอยยิ้มเหี้ยมของลี่อินพลันปรากฏอีกครั้ง

 

เธอไม่แปลกใจที่จะมีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นเลย เนื่องจากตัวประธานเองก็เป็นคนงกแบบนั้น คนอย่างประธานเซี่ยคงไม่คิดเสียเงินไปจ่ายค่าทดสอบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโปรตีนแทนการใช้สัตว์หรอก

 

สำหรับคนที่หวังเอากำไรอย่างเขา คงคิดว่าแค่เอาสัตว์มาทดสอบ แล้วแปะป้ายหลอกลวงไปว่าไม่ใช้สัตว์ทดสอบนั้นง่ายกว่าเยอะ แถมทำแบบนี้สินค้าจะผ่านการตรวจสอบของรัฐบาลก่อนวางขายง่ายด้วย

 

อย่างที่ทีมงานคนหนึ่งเคยบอก ขนาดค่าโฆษณาเขายังไม่อยากจ่ายเลย

 

แล้วนับประสาอะไรกับค่าการทดสอบยิบย่อย...

 

“แล้วแบบนี้... ทุกอย่างจะมีผลกระทบกับบริษัทของเราไหม?” อยู่ๆ ก็มีทีมงานคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย“โดยเฉพาะน้องลี่อินที่เพิ่งเป็นพรีเซนเตอร์ให้”

 

“ฉันว่าไม่นะ”

 

“ผมก็ว่าไม่มีทาง เพราะตอนนี้กระแสโจมตีไปที่ความโปร่งใสของบริษัท เพราะผู้บริโภคเองก็ถูกหลอกโดยตรงมาหลายปี ความจริงแล้วถ้าพิจารณาจากกระแส อีกไม่นานน้องลี่อินจะได้รับความเห็นใจจากผลกระทบครั้งนี้ด้วยซ้ำ และนั่นหมายถึงการดึงดูดบริษัทคู่แข่งที่ต้องการจะเล่นกับกระแส ใช้ช่วงเวลาที่คนสนใจข่าวนี้ ในการทำให้บริษัทของตัวเองเป็นช่วงขาขึ้น แล้วดึงน้องลี่อินมารับงาน เพื่อบอกว่าตนเองไม่ชอบวิธีการของบริษัทInnébeau”

 

“การเล่นกับระแสสินะ”

 

“แบบนี้นี่เอง”

 

ลี่อินหันไปพยักหน้าเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของทีมงานฝ่ายการตลาดที่ยังคงอยู่ในห้องนี้ด้วยกัน เพราะทุกสิ่งที่ทีมงานการตลาดวิเคราะห์นั้นเป็นเรื่องจริง

 

ในอนาคตจะเกิดเรื่องแบบนั้น เพราะเหตุนั้นเธอถึงได้เลือกรับงานนี้

 

มันคือการรอกำไรครั้งใหญ่ จากการลงทุนความเสี่ยงสูง โดยมีชื่อเสียงของเธอเป็นเดิมพัน แต่มันจะคุ้มค่าอย่างมากในอนาคต

 

อีกไม่นานข่าวนี้จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก

 

แต่เธอจำได้ว่าพรีเซนเตอร์ของโฆษณานี้แทบไม่ได้รับผลกระทบเลย ตรงกันข้ามกลับเป็นโอกาสทองที่คนรู้จักเธอกันมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคไปโวยวายกับความซื่อสัตย์ขององค์กร และหันมาเห็นใจนางแบบที่ได้รับผลกระทบจากข่าวเสียที่เกิดจากบริษัทสินค้าเน่าเฟะแบบนี้

 

ทำให้บริษัทคู่แข่งที่พร้อมเหยียบกันให้ล่มจมอยู่เสมอ ฉวยโอกาสนี้ในการจ้างงานพรีเซนเตอร์ที่กำลังได้รับความเห็นใจมา เพื่อแปะป้ายให้องค์กรตนเองเป็นนัยๆ ว่า‘เราไม่เห็นด้วยกับความไม่ซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจที่ไม่โปร่งใส และพร้อมช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นมาสนับสนุนพวกเราแทนสิ’

 

เพราะเหตุนั้นสินค้าที่เล่นกับการโจมตีบริษัทInnébeauจะกลายเป็นขาขึ้นแทน

 

ในโลกธุรกิจมันก็เป็นไปแบบนี้ ทุกอย่างเล่นกับกระแส

 

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

 

ลี่อินโชคดีที่รู้เหตุการณ์พวกนี้มาก่อน จึงคล้ายเป็นคนที่ควบคุมบางอย่างได้ ตอนนี้เธอก็ทำเพียงแค่รอเวลาให้กระแสหันเข้าหาตัวเอง

 

เพียงแต่...

 

ในเวลานี้เธอไม่คิดจะรับงานจากบริษัทไหน

 

เพราะช่วงขาขึ้นหลังจากนี้เธอจะคว้ามันไว้เองเท่านั้น!

 

อย่างที่บอกว่าช่วงเวลาแบบนี้มันคือการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส คนเราถ้ามีความสามารถมากพอ ต่อให้บริษัทที่กำลังจะล่มก็สามารถฉุดให้ขึ้นมาสูงได้ไม่ยาก อย่างไรเสียตอนนี้คนก็กำลังจับตามองอยู่ มันคือโอกาสดีที่จะเล่นกับกระแสด้วยซ้ำ

 

ถึงเวลาเล่นกับความเสี่ยงขั้นสูงสุดแล้ว!

 

แววตาของลี่อินพลันเปล่งประกายระยับ ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอจะได้เล่นสนุกตามประสา ในวิกฤติครั้งใหญ่นี้เธอจะไม่ใช่คนที่ได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะทุกอย่างมันคือแผนการที่วางมาไว้หมดแล้ว

 

เธอจะเป็นคนได้ประโยชน์ต่างหาก!

 

และนี่คือหนึ่งในนิสัยที่ทำให้คนอย่างหวังลี่อินสามารถสร้างธุรกิจที่เติบโตได้ในชาติที่แล้ว แม้ว่าจะไม่รู้อนาคตเบื้องหน้าเลยก็ตามที

 

เธอไม่ใช่คนที่ทำธุรกิจไปอย่างมีขั้นตอน และเน้นความปลอดภัยทางการเงินเลย

 

เธอก็แค่กล้าเสี่ยงทุกอย่างเท่านั้นเอง!

 

เรียกง่ายๆ ว่า‘บ้าเลือด’ ขั้นสุด

 

 

....

 

 

ลี่อินกลับไปยังห้องพักของตนเอง

 

ข่าวยังคงมีแต่เรื่องโจมตีบริษัทInnébeau จนตอนนี้เริ่มมีการขุดคุ้ยไปถึงว่า‘บริษัทนี้แต่เดิมตอนช่วงตั้งต้นนั้นโปร่งใส ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายของบริษัท เพียงแต่พอเปลี่ยนผู้บริหารเป็นเซี่ยซู่เหยียน กระบวนการผลิตและทดสอบประสิทธิภาพก็ถูกปรับเปลี่ยนหมด เพื่อให้ค่าใช้จ่ายนั้นน้อยลงและมีความรวดเร็วขึ้น’

 

หญิงสาวมานั่งอ่านข่าวในตอนนี้

 

เธอคิดว่านี่มันอาจจะเป็นเรื่องของการชิงอำนาจภายในตระกูลเซี่ยด้วยซ้ำ คนที่แฉเรื่องนี้อาจไม่ใช่พนักงาน แต่อาจเป็นพี่น้องสักคนที่โดนแย่งชิงกิจการไปก็ได้

 

ยังไงเสียบริษัทนี้ก็เป็นกิจการในครอบครัวอยู่

 

“เข้มข้นดี แต่แบบนี้น่าสนุก”

 

ลี่อินไม่ใช่คนหวาดกลัวอะไร แท้จริงแล้วความเสี่ยงคือความท้าทายที่น่าสนุกด้วยซ้ำไป ตอนนี้ในหัวของเธอจึงกำลังเต็มไปด้วยแผนการมากมาย

 

ในอดีตเธอไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์

 

เพราะโชคดีหนึ่งอย่างในการเกิดมาเป็นหวังลี่อินคือ เธอเป็นคนมีเส้นสายและคอนเน็คชั่น นอกจากเกิดมาในตระกูลหวัง ยังมีแฟนเป็นเฉินตงลู่ ครอบครัวของตงลู่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ เพราะเหตุนั้นพ่อของเธอจึงชอบเขานัก และเพราะเป็นแฟนกับเขามาหลายปีจึงทำให้เธอรู้จักกับนักลงทุนหลายคน และสามารถเข้าไปคุยเรื่องเงินทุนได้โดยตรง

 

ถ้าเป็นคนทั่วไปจะเริ่มต้นธุรกิจสักอย่างคงวิ่งหาธนาคาร แต่ในความคิดของคนอย่างหวังลี่อินแล้ว การเลือกธนาคารนั้นเธอเก็บไว้ในตัวเลือกสุดท้าย เพราะเข้าหาธนาคารนั้นก็แค่การหาหนี้สิน แต่ถ้าเธอหานักลงทุนมาสนับสนุนได้ เธอจะได้คู่ค้าและคอนเน็คชั่นที่มีประโยชน์มาเพิ่มยิ่งขึ้น

 

และเธอทำแบบนั้นได้เพราะมีคนรู้จักอยู่แล้ว

 

ในอดีตเธอก็เริ่มจากการหานักลงทุนหนึ่งคน พอได้เงินทุนมาก็สร้างกำไรให้เขาจนเป็นที่พึงพอใจ ก่อนจะมีนักลงทุนอีกมากเข้าตามมา จนรู้ตัวอีกทีบริษัทของเธอก็จดเข้าตลาดหลักทรัพย์ มีเงินทุนไหลเวียนไหลพันล้านแล้ว

 

ตอนนี้หญิงสาวกำลังนั่งไล่รายชื่อของนักลงทุนที่เธอรู้จักทั้งหมด ก่อนที่ตอนนั้นเองสองคิ้วของหญิงสาวจะขมวดมุ่น เมื่อเธอดันนึกถึงหน้าของใครบางคนขึ้นมา

 

หยางเสี่ยวหมิง...

 

เขาเองนอกจากจะทำธุรกิจของตัวเอง ยังมีการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ด้วย

 

และไม่รู้ทำไมเธอจึงอยากไปเสนอโปรเจ็กต์ของตัวเองให้กับเขาเป็นคนแรก ทั้งหัวใจยังเต้นระรัวคล้ายกับว่า... ถ้าเป็นเขาจะต้องเข้าใจมันอย่างแน่นอน

 

คืนนั้นลี่อินจึงนั่งเตรียมการนำเสนอของตัวเองตลอดทั้งคืนอย่างไม่รู้ตัว

 

 

....

 

 

สุดท้ายในอีกไม่กี่วันต่อมา

 

ลี่อินก็ได้โอกาสมานั่งอยู่เบื้องหน้าของหยางเสี่ยวหมิง เพื่อที่จะนำเสนอโปรเจ็กต์ที่เธอต้องการทำ ถ้าหากเขาสนใจที่จะร่วมลงทุน

 

นั่นคงเป็นข่าวดีมาก

 

ในชาติที่แล้วไม่เคยมีรายชื่อเขาในกลุ่มนักลงทุนของเธอมาก่อน ฐานะของเขาเป็นคู่แข่งที่เธอต้องการเอาชนะเท่านั้น แต่หลังจากทำธุรกิจร่วมกันมาในชาตินี้ ลี่อินกลับรู้สึกว่าต้องการให้เขาเป็นหนึ่งในนักลงทุนของเธอ

 

ความจริงแล้วหมายถึงเป็นคนแรกด้วยซ้ำ

 

ตอนนี้เธอเพิ่งนำเสนอทุกอย่างกับเขาไป ในมือมีเอกสารมากมายที่เตรียมข้อมูลมาอย่างดี ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลหลายอย่าง ไปจนถึงแผนการที่เธอจะทำกับบริษัทInnébeau ในอนาคต

 

และพอเป็นเรื่องธุรกิจ

 

หยางเสี่ยวหมิงคนอ่อนโยนก็กลายเป็นคนเคร่งขรึมไปทันที

 

ท่าทางของเขานิ่งสงบ มือหยิบเอกสารที่ลี่อินเตรียมมานำเสนอ ดวงตากวาดอ่านรายละเอียดทุกอย่างแบบถี่ถ้วน โดยรอบไม่มีบรรยากาศผ่อนคลายอย่างที่เคยเป็นระหว่างทั้งสอง

 

จากนั้นเขาก็ลดเอกสารลงแล้วมองสบดวงตาของลี่อิน

 

“การเตรียมข้อมูลของคุณดีมากครับ” การพูดของเขาเป็นไปในลักษณะทางการ ไม่มีความเอ็นดูเจือปน เพราะความสนิทสนมส่วนตัว

 

เขาเป็นคนที่ตัดความสัมพันธ์ส่วนตัวออกจากธุรกิจได้

 

หยางเสี่ยวหมิงเหลือบมองเอกสารในมือ ก่อนจะกล่าวออกมา “แผนการทุกอย่างชัดเจน และมีทางเป็นไปได้ตามการวิเคราะห์มากมายของคุณ แต่ตอนนี้ผมมีข้อสงสัยหนึ่งอย่างเท่านั้น”

 

“บอกมาได้เลยค่ะ”

 

“ถ้าผมให้เงินลงทุนไป... คุณสามารถสร้างกำไรให้ผมขั้นต่ำสุดคือ10% จากเงินลงทุนภายในเวลาเท่าไหร่ครับ?”

 

คำถามของเขาตรงเข้าประเด็นเหมือนทุกครั้ง

 

ลี่อินมองสบดวงตาเขา ถ้าเป็นคนอื่นที่เจอคำถามนี้ไป อาจมีรู้สึกอึดอัดเพราะคำถามแสนยากนั้นไปแล้ว การเริ่มต้นเข้าหาผู้ลงทุนโดยยังไม่มีผลงาน แล้วถูกถามถึงกำไรขั้นต่ำ10% นั้นถือว่าเป็นความกดดัน มาตรฐานสูงไม่พอ เขายังไม่ต้องการขาดทุนเลยด้วย

 

ทว่าคนอย่างหวังลี่อินไม่มีอาการหวั่นเกรง

 

รอยยิ้มของลี่อินปรากฏขึ้นบนใบหน้า ดวงตาของเธอเปล่งประกาย คำถามนั้นสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องยาก

 

และคำตอบของเธอที่จะให้เขานั้นคือ...

 

 

.......

คำตอบคือ...

ตัดจบงี้อีกละ //รีดเดอร์ตีไรต์เพี๊ยะๆ

555

 

ช่วงนี้ไรต์ใกล้ช่วงสอบ มีงานต้องปั่นเยอะมาก

ดังนันก็อย่างที่ตกลงกันนะคะ วันละตอนในช่วงเวลาเย็นๆ ดึกๆ เน้อ

 

 

ส่วนประเด็นที่เกิดในเรื่องนี้

อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ไรต์ไม่ยึดติดกับประเทศไหน เพราะประเด็นทางสังคมในโลกจริงมันอ่อนไหวมาก

ดังนั้นข้อมูลในนิยายเรื่องนี้ขอให้เป็นไปตามที่ไรต์ให้ข้อมูลและเหตุผลนะคะ

 

ยกตัวอย่างประเด็นเรื่องทดลองกับสัตว์นี่

ถ้าทุกคนอยากให้ไรต์ยึดติดกับจีนนี่... ขอไม่พูดถึงเนอะ (นโยบายอารมณ์แบบ... เราคนนอกมองไปก็กรอกตาอะ เข้าใจนะ แต่กรอกตาอยู่ดี 555)

แต่ในฐานะที่ไรต์เตอร์เป็นนักเขียน มีคนติดตามอ่านงานเยอะพอสมควร ไรต์ขอไม่โปรกับประเทศไหนทั้งสิ้นนะคะ เพราะไม่อยากชี้นำความคิดนักอ่าน ประเด็นพวกนี้มันอ่อนไหวค่ะ เขียนเป็นกลางทั่วไปดีกว่า

ไรต์ขอเขียนไปตามเหตุผล เรื่องราว และสิ่งที่นักเขียนชื่นชอบเองนะคะ

(ถ้าให้เขียนอะไรที่ตัวเองไม่เห็นด้วยมันไม่สบายใจน่ะ)

 

แล้วเจอกันตอนหน้าค้าบบบ

ลาด้วย... จุ๊บๆ ค่ะ 5555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.328K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23,239 ความคิดเห็น

  1. #23117 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 17:03

    ขอบคุณ
    #23,117
    0
  2. #18260 hongjuly (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 12:02

    คู่นี้มันคือมวยถูกคู่ชัดๆ

    #18,260
    0
  3. #18211 Whalien'94 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:48
    คำตอบคือ...แต่งค่ะ!!!!
    #18,211
    0
  4. #18077 pommys (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 19:18
    คือออ พอเป็นธุรกิจคุณชายไม่อ่อนโยนเลย
    #18,077
    0
  5. #17694 Luna_l (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 19:22
    สนุกกกก
    #17,694
    0
  6. #17044 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 13:51
    คู่นี้แบบฟาดๆ
    #17,044
    0
  7. #10403 P12b (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 23:42

    5555ตบๆๆๆ
    #10,403
    0
  8. #10389 kwan55 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:45

    คนเก่งคุยกันอะเนอะ

    แต่ไรท์ตัดจบได้ค้างมากค่าา
    #10,389
    0
  9. #10264 Linda_Luv (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 17:57
    คนใจร้ายยย ตัดจบเฉยเลยย
    #10,264
    0
  10. #10228 KK-Cloudy (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:58
    ตัดจบได้ใจร้ายมาก555555
    #10,228
    0
  11. #10227 BENS. (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:42
    ตัดจบแบบนี้ ตีมือนะคะไรท์! ปูเสื่อรอแล้วค่าาาาาา
    #10,227
    0
  12. #10223 PrinceAsoon (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:14
    ตัดงี้เลยยยยยย มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #10,223
    0
  13. #10219 kakfern23 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:40
    ไรท์อ่ะ ตัดได้ดี
    #10,219
    0
  14. #10216 pussanee-chonsin (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:19
    คบกันเลย 2 คนนี้ เก่งกับเก่ง รุ้งแน่
    #10,216
    0
  15. #10214 2520111 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 14:58
    ค้างมากอัดเถอะไรท์ได้โปรด
    #10,214
    0
  16. #10211 Nicefox (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:57
    ขอบคุณค่ะ.
    #10,211
    0
  17. #10210 Ford12 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:57
    ไม่รู้เหมือนกันว่าจำเป็นต้องทดลองกับสัตว์มากขนาดไหน แต่เห็นสินค้าหลายอย่างก็ทดลองกับคนเยอะนะ แบบอาสาสมัครไงงี้แลกกับสิทธิพิเศษ ส่วนลดครึ่งปีหรืออะไรก็ว่าไป
    #10,210
    1
    • #10210-1 เกิดมาเป็นแมว(จากตอนที่ 49)
      26 เมษายน 2563 / 14:21
      การใช้คนที่เป็นอาสาสมัครทดสอบจัดว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องทดลองกับสัตว์ของแบรนด์สินค้าที่แปะป้าย cruelty free (ไม่ทดลองกับสัตว์) ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ ตอนนี้เลิกทดลองกับสัตว์กันแล้วค้าบ บริษัทไหนยังใช้อาจโดนดิสเครดิตด้วย บริษัทใหญ่รนรงค์มากฮะเรื่องนี้ อย่างในเกาหลีมีกฏหมายห้ามใช้สัตว์ทดลองเครื่องสำอาง (แต่ยกเว้นในประเทศแบบจีนที่เป็นนโยบายของเขาว่าต้องใช้... แต่ก็จีนอะเนอะ เอาอะไรมาก เฮอๆ ไรต์เลยไม่อยากยึดติดจีน)
      #10210-1
  18. #10209 kannika Donjan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:47
    ตัดจบแบบ🥺
    #10,209
    0
  19. #10205 Nutsudaboonyari (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:31

    ค้างมากกกกกกกก
    #10,205
    0
  20. #10202 FREINFORW (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:24

    อยากเห็นฉากหว่นๆคู่นี้บ้างจัง555

    #10,202
    0
  21. #10199 ความเหงาของตัวหนอน (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:51
    ใจร้ายยยย
    #10,199
    0
  22. #10198 0630798339 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:40
    โหดร้ายมาก
    #10,198
    0
  23. #10197 RM_cream4761 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:40
    ค้างค่ะ คือคำตอบ
    #10,197
    0
  24. #10196 Phimonphar2544 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:16
    ค้างมากกกกก ไรต์โหดร้ายอ่าา
    #10,196
    0
  25. #10195 Wiwan Truadngu (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 10:45
    รอ. ขอ e Book ด่วนๆๆๆ.
    #10,195
    0
  26. #10185 ณัฐวดี (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 08:43

    ขอบคุณมากคะนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอกขออย่าบรรยายสะอ่านไปน้ำตาร่วงไปเป็นพออ่านนิยายต้องเข้าใจโลกด้วยยารักษาโรคเราก็ต้องทดรองกับสัตว์เหมือนกัน

    #10,185
    1
    • #10185-1 แมวจอมโวยวาย(จากตอนที่ 49)
      26 เมษายน 2563 / 11:52
      ยากับเครื่องสำอางคนละกรณีเลยค่ะ เครื่องสำอางมันไม่ได้สำคัญ จนถ้าไม่ใช่ในประเทศอย่างจีน(นโยบายรัฐ) พวกแบรนดใหญ่อย่างลอรีอัลนี่คือเลิกใช้สัตว์ทดลองหมดแล้วค่ะ ทั้งยังมีการรณรงค์เลิกใช้ด้วย มีการดิสเครดิตเครื่องสำอางที่ใช้สัตว์ทดลองกันด้วย

      แต่อย่างว่า... จีนมันมักจะแตกต่างจากชาวบ้านเสมอ เพราะเหตุนั้นถึงไม่อยากยึดติดจีน บางอย่างเราคนนอกมองก็กรอกตา 555
      #10185-1