O.V.E.R.L.O.A.D วันหนึ่ง... ฉันเป็นวายร้าย (จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 348,612 Views

  • 8,455 Comments

  • 10,345 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,422

    Overall
    348,612

ตอนที่ 8 : (1) บทที่ 7 : จุดเริ่มต้นของสายมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 816 ครั้ง
    25 มี.ค. 61


บทที่ 7

จุดเริ่มต้นของสายมืด




            ฉันกับอันเซลนอนดูดาวด้วยกันได้ไม่นานนัก คาดว่ายังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำไป ก็มีเสียงรถจำนวนมากเคลื่อนเข้ามาที่ศูนย์วิจัย ลองกะดูจากเสียงแล้ว คิดว่าไม่ต่ำกว่าสิบคัน


พวกเราสองคนต่างคิดว่าเป็นเหล่าพนักงานทั้งหลายของศูนย์วิจัยที่เพิ่งกลับมาจากการประชุม หรืออะไรก็ตามที่พวกเขาไปกันมา และด้วยในตอนนั้นมีเวลาตัดสินใจเพียงแค่ไม่กี่วินาที พวกเราจึงรีบพากันกลับอย่างเร่งด่วน เพราะไม่อย่างนั้นเหล่ายามจะเฝ้าเต็มพื้นที่ แล้วจะกลับเข้าไปข้างในยาก


                ไปก่อนเลยไป คาริน่า


อันเซลให้ฉันรีบออกไปก่อน ส่วนเขาก็ตามมาติด ๆ พวกเรารีบมุดรั้วลวดหนามไฟฟ้า วิ่งกลับไปที่หน้าต่างห้องฉัน ซึ่งยังคงถูกเปิดเอาไว้


อันเซล เอาไงต่อ ฉันหันไปถามว่าที่วายร้ายข้างตัว


เขาไม่ตอบอะไร แต่ยื่นมือมาจับมือฉันไว้ จากนั้นเขาก็ใช้พลังพาพวกเราสองคนขึ้นไปบนชั้น 10 อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย เมื่อเข้ามาในห้องฉันแล้ว อันเซลก็กลับไปยังห้องของเขา ส่วนฉันก็ไม่รอช้า พอได้ยินเสียงคนเดินมาที่ห้อง ก็รีบกระโดดมุดตัวเข้าที่นอน แล้วแสร้งหลับตาทันที


วิถีเด็กแสบคือ แอบก่อเรื่องแล้วต้องอย่าให้ใครรู้...


ไม่นานนักประตูห้องของฉันก็เปิดออก มีแสงจากภายนอกส่องเข้ามา ฉันแสร้งทำเป็นตื่นเพราะแสงนั่นจึงลืมตาขึ้น ก็เห็นลุคที่มีสีหน้าตื่น ๆ เดินเข้ามาหา


คาริน่า ตื่นดีรึยัง


ฉันพยักหน้ารับ ส่วนหัวเริ่มคิดสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?


ทำไมลุคถึงดู... วิตก? กังวล? กลัว?


ลุคจับแขนฉันแน่น ดวงตาของเขามองสบเข้ามาในดวงตาของฉันแล้วกล่าว ฟังนะคาริน่า ตอนนี้ที่นี่ไม่ปลอดภัยกับพวกหนูแล้ว ดังนั้นหนูจะต้องรีบหนีไปจากที่นี่


เกิดอะไรขึ้นคะ


ตอนนี้คนในองค์กรแตกออกเป็น 2 ฝ่ายแล้ว ฝ่ายหนึ่งต้องการให้พวกหนูไปเป็นหน่วยราชการลับของประเทศ เพื่อไปต่อกรกับจักรวรรดิ แต่อีกพวกซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือฉันอยากให้พวกหนูหนีไป การมีพลังพิเศษทำให้พวกหนูมีชีวิตไม่สมบูรณ์แบบมากพอแล้ว พวกหนูจึงไม่ควรต้องมาใช้ชีวิตในแบบที่ไม่ต้องการ การเกิดมาเพื่อเป็นอาวุธสังหาร ไม่ใช่ชีวิตของมนุษย์


หมายความว่า...


          สักวันหนูจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด แต่ตอนนี้สิ่งที่หนูต้องจำให้ขึ้นใจ อย่าไว้ในคนในองค์กรไม่ว่าใครก็ตาม ลุคกล่าวตัดบท เขาเลือกที่จะอธิบายฉันเพียงเท่านั้น เพราะคิดว่าถ้าจะต้องอธิบายเรื่องนี้ คงต้องพูดยืดยาวและจะไม่ทันการบางอย่าง


ร่างของฉันตอนนี้อาจดูเด็ก แต่ตัวจริงฉันคือแฟนคลับตัวยงที่รู้เรื่องราวของเกมนี้ดี จึงบอกได้เลยว่าฉันเข้าใจที่เขาพูดทั้งหมด


ประเทศนี้คือประเทศออสนอร์ แต่มีสถานภาพเป็นสมาพันธรัฐออสนอร์แห่งจักรวรรดิอาไชน์ เนื่องจากตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของประเทศอาไชน์ คนบางกลุ่มในประเทศนี้พอใจที่จะเป็นสมาพันธรัฐแห่งจักรวรรดิเพราะความมั่นคง ปลอดภัยจากการรุกรานของอีกสองประเทศใหญ่ แต่แน่นอนว่าต้องมีคนอีกพวกไม่พอใจ และอยากแยกตัว ตั้งตนเป็นรัฐอิสระ


สุดท้ายจึงได้มีคนบางกลุ่มต้องการให้เด็กอย่างพวกฉันเติบโตไปเป็นอาวุธสังหาร เพื่อต่อกรกับจักรวรรดินั่นเอง...


พอคิดถึงตรงนี้ ก็พลันมีเสียงกลุ่มคนเดินตรงมาที่ห้องฉัน ลุคหันขวับไป ก่อนจะบอกให้ฉันเงียบไว้ ส่วนเขาเดินออกไปรับหน้าแทน เหมือนกับเขาลืมไปว่าฉันมีพลังพิเศษ ส่วนเขาไม่มี


ลุค...


เงียบไว้คาริน่า แล้วไปหาที่ซ่อนตัวซะ


หนูแค่จะบอกว่าให้หนูไปจัดการพวกนั้นเถอะ...


เมื่อเห็นว่าในสายตาลุค ฉันเป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดาคนหนึ่ง ฉันจึงทำตามที่เขาปรารถนาด้วยการเดินไปหลบมุมมืดในห้อง เพื่อรอเวลาหนีตามที่ลุคบอก


ลุคออกไปคุยกับคนข้างนอก มีเสียงปะทะวาจากันน่ากลัว ฉันมองเหตุการณ์นั้นผ่านหน้าต่างมัว ๆ ของห้องด้วยความเครียด ปกติเจอฉากขัดแย้งแบบนี้ก็หวั่นใจอยู่หรอก แต่เมื่อก่อนฉันเป็นเจ๊คาริน่าวัยสาว พลังอะไรก็ล้นเหลือ แต่ตอนนี้อยู่ในร่างเล็กกระจิ๋ว กลัวก็แต่ตอนต้องการพลังมันจะไม่ออกมา


เสียงทะเลาะดังอยู่สักพัก ไม่นานนักก็เกิดสิ่งที่ฉันไม่คาดฝัน


ปัง!


เสียงปืนดังลั่นตรงทางเดินหน้าห้อง แสงไฟวาบจากวิถีกระสุนชัดเจนในสายตาฉัน ก่อนที่เลือดของใครบางคนจะกระเด็นเปรอะเปื้อนหน้าต่างที่เป็นกระจกหม่นมัว


แม้กระจกนั่นจะมัว แต่ดูจากทิศที่มาของมัน ก็คาดเดาได้เพียงคนเดียว


ลุค...


ปัง! ปัง! ปัง!


เสียงปืนดังซ้ำราวกับต้องการตอกย้ำว่าสิ่งที่ฉันเห็นไม่ใช่เรื่องโกหก


ฉันมองสิ่งที่เกิดขึ้นตาค้าง อารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นในใจทันที ทั้งจากอินเนอร์ที่ตัวเกมใส่มาให้ เพื่อให้ฉันดำเนินเรื่องได้ถูกต้อง และจากตัวฉันเองด้วยส่วนหนึ่ง


ลุคเป็นตัวละครที่ฉันผูกพันธ์ในระดับหนึ่ง เมื่อได้เข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้...


ฉันค่อย ๆ เดินออกมาจากที่หลบภัยประหนึ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ สองเท้าก้าวเดินออกไปนอกห้อง จากนั้นก็ผลักประตูห้องออกดังปังอย่างไม่เกรงกลัวใคร และสิ่งที่ฉันเห็นเป็นอย่างแรกก็คือร่างเปื้อนเลือดของลุค


เขานอนหายใจรวยริน ใกล้สิ้นใจเต็มที แต่สายตาของเขาก็ยังมองมายังฉัน ปากขยับบอกให้ฉันหนีไป


เขาเป็นห่วงฉันแบบไม่สนตัวเองเลยสักนิด...


ฉันเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า หยาดน้ำตาเริ่มคลอเบ้า ฉันเล่นเกมนี้มานาน แต่ไม่เคยเจอฉากที่มีคนตายต่อหน้าแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง โดยเฉพาะคนที่พอได้เห็นหน้าแล้ว ความทรงจำที่เคยมีร่วมกันก็ปรากฏวาบในหัวเหมือนหนังที่กำลังฉายซ้ำ


ฉันนึกถึงวันแรกที่เขามาหาฉัน วันที่เขายื่นลูกอมให้ฉัน วันที่เขานั่งเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง วันที่เขาแบกข้าวของมากมายมาให้ฉัน เพราะฉันไปเกรียนใส่ว่าอยากได้นู่นนี่นั่น ทั้งที่เขารู้ว่าฉันขี้แกล้ง ชอบแกล้งเขา แต่ก็ยังยอมให้ฉันทำ


ทว่าตอนนี้เขากำลังจะตาย และฉันไม่ได้เตรียมใจที่จะเห็นภาพนี้เลย


ไม่...


ไม่จริงใช่ไหม


ฉันเดินไปยังร่างของเขาแบบทำอะไรไม่ถูก โดยไม่สนใจเลยว่ารอบตัวมีคนคิดจะจับตัวฉันไป แต่จะไปสนใจพวกตัวประกอบไร้สาระนั่นทำไม ชื่อมีใช้กันรึเปล่าก็ยังไม่รู้


ทว่าตอนนี้ที่แน่ ๆ คือ... ฉันจะจัดการพวกชั่วให้หมด!


ฉันหันขวับไปมองกลุ่มคนติดอาวุธที่จ่อปืนมายังฉัน พวกเขาใส่ชุดสีดำเหมือนกันหมด แต่ก็พอดูออกว่าคนไหนคือหัวหน้าหน่วย เพราะเจ้าคนที่เป็นหัวหน้ากำลังส่งสัญญาณมือ พร้อมออกคำสั่ง


มากับพวกเราซะ เจ้าเด็กประหลาด


ฉันสาบานว่าตอนนี้ตัวเองกำลังแค่นยิ้มชั่วร้ายแบบพวกวายร้าย ก่อนจะตอบว่า ไม่มีวัน!”


 ฉันว่าฉันกำลังทำให้เจ๊คาริน่าเข้าด้านมืด....


เหตุการณ์นี้คงทำให้เจ๊คาริน่าเข้าสู่สายมืด ไม่สามารถกลายเป็นฮีโร่ได้เต็มตัว ถึงตอนโตจะเข้าฝ่ายฮีโร่เพราะเป็นคู่รักกับอีวาน แต่ก็ยังเป็นตัวละครแอนตี้ฮีโร่ คือเหมือนจะเป็นฮีโร่ แต่ที่จริงก็ไม่ใช่อยู่ดี


จับเด็กนั่นมา ห้ามจับตาย แต่ถ้ามันขัดขืน ก็จัดการให้เกือบตายได้!”


สิ้นคำปืนทุกกระบอกก็หันมายังฉันอย่างพร้อมเพียง ฉันจ้องปืนเหล่านั้น ก่อนจะยื่นมือไปเบื้องหน้า จากนั้นด้วยอารมณ์คุกรุ่นในอก พลังของฉันก็ทะลักออกมาจนน่ากลัว


ภายในทางเดินโล่งปรากฏคราบน้ำแข็งลุกลามไปด้วยทั่วพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน ความหนาวเย็นล่วงล้ำเข้ามาในบริเวณนี้ประหนึ่งเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ในหน้าหนาว ลมหายใจของพวกทหารเริ่มกลายเป็นไอหนาว สัญญาณว่าฉันกำลังจะระเบิดพลังชัดเจน หัวหน้าหน่วยชุดดำเห็นเช่นนั้นก็สั่งให้ยิงทันที


ยิง!”


ฉันยิ้มเหี้ยม ก่อนจะดึงพลังทั้งหมดในตัวออกมา ทำให้ก่อนที่จะมีปืนกระบอกไหนได้ลั่นไก ก็พลันมีแท่งน้ำแข็งแทงทะลุขึ้นจากพื้น เสียบร่างของทหารติดอาวุธอย่างรวดเร็ว ราวกับพื้นที่ตรงนั้นเป็นกับดักสังหาร


แท่งน้ำแข็งทิ่มแทงเหล่าคนชุดดำทะลุร่าง ไม่นานนักทุกคนในหน่วยนั้นก็ตายไปทีละคน ปืนในมือพวกเขาร่วงหล่นลงพื้น และนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าฉันสามารถจัดการพวกเขาได้ง่ายขนาดไหน


ฉันมองมือตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อก่อนตอนเล่นเกม พอถึงฉากต่อสู้จะเป็นโหมดแบทเทิลสองต่อสองตามสไตล์เกมไฟต์ติ้ง ไม่เคยมีเป็นทีมรุมหนึ่งแบบนี้มาก่อน ฉันจึงไม่เคยรู้เลยว่าพวกคนธรรมดาไม่สามารถสู้พลังของตัวละครฮีโร่ หรือวายร้ายได้เลย


เจ๊คาริน่าเป็นอาวุธสังหารของจริง...


คาริน่า...


เสียงของลุคดึงสติฉันกลับมา ฉันรีบหันไปหาเขา ก่อนทำท่าจะอุ้มเขาหนีไปด้วยกัน แต่ว่าเขาเป็นผู้ชายตัวสูง 180+ ส่วนฉันมันเด็ก 6 ขวบสูงยังไม่ถึงเอวเขา จะเอาแรงจากไหนไปอุ้ม


ต่อให้เป็นวายร้ายก็ทำไม่ได้หรอก...


ไป... ลุคพยายามเค้นเสียงบอกฉัน


ฉันโน้มหน้าเข้าไปหาเขา สองมือจับแก้มสองข้างของเขาไว้ ด้วยหมายจะให้ความอบอุ่นเท่าที่ทำได้ พลางถามว่า ลุค คุณเดินไหวไหม


ลุคไม่ตอบอะไร เขาทำเพียงแค่ยิ้ม แล้วส่ายหน้าเบา ๆ จากนั้นดวงตาของเขาก็เหม่อลอยไป และนั่นคือวินาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะสิ้นใจ


ตัวของเขาเย็นเฉียบอย่างรวดเร็ว ทำเอาฉันสะดุ้งรีบเอามือออกทันที ตั้งแต่เล่นเกมนี้มา ฉันไม่เคยเจอฉากที่ปวดใจขนาดนี้มาก่อน แถมทุกอย่างมันชัดเจนเกินไป


ตอนนี้ลุคตายแล้ว


ส่วนฉันก็กำลังก้าวเท้าเข้าทางสายมืด...


มือเล็ก ๆ ของฉันลูบปิดเปลือกตาให้ลุค และตอนที่กำลังเศร้าอยู่นั่นเอง ก็พลันมีมือหนึ่งแตะลงบนไหล่ของฉัน เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นอันเซลจิ๋ว เขาเอานิ้วมาทำท่าชู่ใส่ฉัน ก่อนจะคว้ามือแล้วดึงให้ฉันหนีไปด้วยกัน


ตอนแรกเขาพาฉันไปที่หน้าต่างห้อง ด้วยคิดจะหนีออกไปทางป่าหลังศูนย์วิจัย แต่ข้างล่างนั่นเต็มไปด้วยทหารชุดดำยืนคุมเต็มกำลังหมดใดแล้ว


หนีออกทางหน้าต่างไม่ได้แล้ว


อันเซลตัดสินใจรวดเร็ว งั้นก็ต้องหาทางหนีอื่น ไปกัน!”


จากนั้นพวกเราก็วิ่งหนีไปตามทางเดินสีขาว และอาศัยขนาดตัวที่เล็กหลบตามซอกมุมต่าง ๆ เพื่อลดการปะทะกับทหารชุดดำทั้งหลาย ถึงแม้พวกเราจะมีพลังเหนือธรรมชาติ จัดการคนพวกนั้นได้ง่ายดาย แต่ถ้าให้สู้ทุกก้าวที่วิ่งหนีก็ไม่ไหว อีกอย่างคนพวกนั้นมีมากเท่าไหร่ก็ไม่รู้


เราสองคนวิ่งหนีกันไปเรื่อย แต่ไม่นานนักพวกเราก็โดนจับได้ในที่สุด ทหารมากมายวิ่งล้อมหน้าล้อมหลัง สุดท้ายจึงเลี่ยงการปะทะไม่ได้ ทว่าด้วยพลังของอันเซลรวมกับพลังของฉัน จึงทำให้เกิดคำว่าหายนะคูณสองมาเยือน แล้วจะมีใครมาต่อกรกับพวกเราได้


อันเซลเพียงแค่ยื่นมือไปข้างหน้า ใช้พลังปีศาจมหาศาลของเขาผลักพวกทหารให้กระเด็น ทางข้างหน้าก็เคลียร์หมด ส่วนฉันหันไปสร้างกำแพงน้ำแข็ง คนที่ตามมาก็ไม่มีทางให้ตามมาแล้ว


เจอเด็กแล้ว กำลังมุ่งไปที่ทางออก!”


มีเสียงทหารที่รอดรายงานเหตุการณ์ ฉันจึงส่งพลังน้ำแข็งไปแช่แข็งเขาไว้ ไม่อย่างนั้นฉันกับอันเซลจะต้องหนีไม่รอดอย่างแน่นอน เพราะกำลังเสริมจะเพิ่มมากขึ้น


แต่ก็เหมือนจะสายไป...


พวกเรารอดจากการไล่ตามได้ไม่นานนัก พอมาถึงทางออกก็พบกับกองทัพทหารติดอาวุธยืนรอเราอยู่ที่สุดทาง พวกเขากำลังจ่อปืนมายังพวกเรา พร้อมยิงทุกเมื่อที่มีคำสั่ง


ภาพตอนนั้นสำหรับฉันอย่างกับภาพสโลว์โมชั่น ทั้งที่ใกล้ตายแต่ทุกอย่างกลับดูช้าไปหมด


อันเซลหันมามองฉันพร้อมส่งสายตาให้ฉันจัดการบางอย่าง แต่ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี สุดท้ายจึงยื่นมือออกไป แล้วปล่อยพลังออกมาเต็มที่


ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันเชื่อใจในตัวเจ๊คาริน่า...


ฉับพลันน้ำแข็งก็ก่อตัวขึ้นเป็นทางยาวทอดขึ้นเหมือนสะพานข้ามหัวเหล่ากองทัพทหารอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเราสองคนสามารถเทคตัวไถลตัวขึ้นที่สูง อาศัยความลื่นของพื้นผิวน้ำแข็งช่วยให้ตัวเองเคลื่อนที่เร็ว จากนั้นเราทั้งคู่ก็ลอยละล่องผ่านหัวพวกเขาไปได้ภายในเสี้ยววินาที


ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำได้ยังไง แต่โคตรเจ๋ง!


ร่างของพวกเราอยู่เหนืออากาศ ขณะลอยผ่านกลุ่มคนที่พยายามยิงพวกเรา แต่กระสุนทุกนัดก็ร่วงลงสู่พื้นด้วยพลังของอันเซลที่กำลังวนล้อมรอบตัวเราทั้งคู่


ฉันกับเขาประสานงานกันอย่างดี สุดท้ายก็พากันออกไปนอกศูนย์วิจัยกันได้แบบ... เกือบปลอดภัย เพราะพอหนีออกมาข้างนอกได้ พวกเราก็ต้องวิ่งและวิ่งต่อไป


ทว่าตอนนี้ความสงสัยอย่างที่สองก็ตามมาคือ พวกเราจะไปทางไหนต่อล่ะ


เอาไงต่อดี ฉันพูดกับอันเซลในขณะหันมองไปรอบ ๆ


นอกศูนย์วิจัยเป็นลานจอดรถกว้าง ๆ ส่วนพื้นที่ที่เหลือคือป่า มีเพียงถนนสายเล็ก ๆ ที่มุ่งตรงไปไหนก็ไม่ทราบ แต่เท่าที่จำได้น่าจะเป็นทางเข้าเมือง ทว่าก่อนจะเข้าเมืองได้ ก็ต้องผ่านทางลัดเลี้ยวเคี้ยวคดยิ่งกว่าใจมนุษย์ก่อน


โอ้ยยย จะรอดก็ไม่รอดสักที !


ฉันคิดพลางวิ่งจับมืออันเซลตรงไปยังถนน ขณะเดียวกันก็หันไปมองว่าทหารชุดดำตามมาใกล้แค่ไหนแล้ว แต่ตอนนั้นเองที่มีแสงสว่างวาบเข้าสู่ดวงตา จากนั้นรถคันหนึ่งก็จอดเทียบข้างเราทั้งสอง


กระจกรถคันนั้นลดลง ก่อนที่ฉันจะพบว่าคนขับคือพี่โอเรน


คาริน่ารีบขึ้นมา แล้วดึงอันเซลตามมาด้วย!” พี่โอเรนตะโกนเสียงดัง พร้อมกับประตูรถที่เด้งเปิดออก


ฉันมันเป็นพวกทำทุกอย่างไวอยู่แล้ว จึงรีบกระโดดม้วนตัวเข้าไปในรถทันที พอขึ้นไปได้ก็ไม่ลืมกระชากคอเสื้อของอันเซลให้ตามขึ้นมาด้วย เพราะเขากำลังมีสมาธิกับการใช้พลังป้องกันไม่ให้พวกเราโดนกระสุนจากทหารกราดยิงอยู่ ก็เลยไม่ได้เป็นฝ่ายกระโดดขึ้นรถเอง แต่เป็นฉันที่ต้องดึงเขาขึ้นมา


พอเราทั้งสองขึ้นรถเรียบร้อย พี่โอเรนก็เหยียบคันเร่ง ออกตัวไปข้างหน้าทันที ประตูรถก็ยังไม่ได้ปิด อันเซลก็กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับการใช้พลัง จึงไม่ได้รู้เลยว่าหัวตัวเองโผล่ไปนอกรถแล้ว


ตอนนี้ทุกคนต่างมีหน้าที่กันหมด พี่โอเรนขับรถ อันเซลกันภัยกระสุน ส่วนฉันก็ต้องดูแลความเรียบร้อย


ฉันรีบดึงร่างอันเซลมากอดไว้แน่น ก่อนจะใช้พลังของตัวเองสร้างลมหนาว พัดประตูรถให้ปิด จากนั้นทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะเกือบปกติ พี่โอเรนหยิบรีโมตบางอย่างขึ้นมา ก่อนจะหันมาหาพวกฉัน


อันเซล ฝากด้วยนะ


อันเซลพยักหน้า ก่อนจะหลับตาลง ฉับพลันฉันก็รับรู้ถึงพลังของเขาเข้มข้นขึ้น ไฟหน้ารถเริ่มติด ๆ ดับ ๆ แต่ไม่ถือว่าเป็นปัญหาของพี่โอเรนในการขับรถ


ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าพี่โอเรนกำลังจะทำอะไร แต่ทันทีที่นิ้วของพี่เขากดปุ่มสีเหลืองบนรีโมตนั่น ก็พลันเกิดระเบิดดังลั่นจนเสียงในหูวิ้งไปหมด


และราวกับเกิดภาพช้าขึ้นในวินาทีนั้นอีกรอบ...


รถของพวกเราลอยละล่องขึ้นกลางอากาศตามแรงระเบิด ม้วนตีลังกากลับหัวกลับหาง ตัวฉันก็ลอยหลุดจากเบาะนั่ง เพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย และเพื่อกันไม่ให้ตัวปลิวไปทั่ว มือฉันเอื้อมจับอะไรได้ก็จับไปก่อน ซึ่งสิ่งที่จับได้ก็คือหัวของอันเซล ทำเอาเขาก็มาลอยละล่องมาด้วยกัน


พี่โอเรนยังคงขับรถต่อไป แม้ว่าตอนนี้รถจะตีลังกาม้วนหัวกลับด้าน แต่พี่เขาก็ยังคงนั่งตามปกติได้ราวกับไม่มีอะไรกำลังเกิดขึ้น สายตาของพี่เขาสงบนิ่ง ราวกับเมื่อครู่ตนเองไม่ได้เป็นคนระเบิดอาคารศูนย์วิจัยจนพินาศ


                ท่าทางแบบนี้สินะที่เขาเรียกว่า ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง


พี่โอเรน...


สาบานว่าหนูเห็นแวววายร้ายพี่แล้วค่ะ


ฉันพนมมือขอให้ตัวเองรอดตายขณะลอยคว้างอยู่กลางอากาศในรถ แต่พอรถของเราม้วนหัวกลับมาตามปกติ ร่างของฉันและอันเซลกลับเข้าสู่ที่นั่งเหมือนเดิม


จากนั้นล้อรถก็สัมผัสกับพื้นถนนอย่างแผ่วเบาด้วยพลังของอันเซล ทำให้รถสามารถขับต่อไปอย่างปกติ


พอฉันหายใจคล่องแล้ว ก็ต้องร้อง โอ้เยส พี่ชายยยในใจ เพราะเมื่อกี้ถึงจะเป็นวินาทีเสี่ยงตาย แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ และมันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมาก


วิถีวายร้ายเจ๋งแบบนี้นี่เอง !


พอทุกอย่างจบเรียบร้อย อันเซลก็เลิกใช้พลังของตัวเอง เพราะตอนนี้เขาก็ใช้พลังเกินลิมิตมามากแล้ว จึงหลับตาลง แล้วเอนตัวนอนซบไหล่ฉันหลับไปเลย


ฉันหันไปมองเขา สีหน้าของอันเซลตอนหลับดูน่ารักน่าหยิก จนฉันอดไม่ได้ที่จะเอาแก้มของตัวเองแนบไปกับหัวนุ่ม ๆ ของเขาเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู


ว่าที่น้องชายฉันเองจ้า...


จากนั้นฉันก็หันไปหาพี่โอเรน ตอนนี้สีหน้าของพี่เขากลับมาผ่อนคลายเหมือนปกติ เพราะเหล่าทหารนั่นถูกจัดการเรียบร้อย ซึ่งก็แปลความหมายง่าย ๆ ว่า เราสามคนรอดแล้ว


พี่โอเรนวางระเบิดพวกนั้นเหรอคะ


ทันทีที่ลุคมาบอกเรื่องทุกอย่าง พี่ก็ลงมือทันที ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้เจอพวกเธอซะแล้ว พี่โอเรนพูดแล้วก็เอื้อมมือมายีหัวฉัน ก่อนจะพูดว่า เสียใจเรื่องลุคนะ


ไม่เป็นไรค่ะ เพราะยังไงซะการที่เรารอดมาได้ ลุคก็คงดีใจแล้ว ฉันตอบแล้วก็ยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปมองซากอาคารวิจัยที่ตอนนี้กลายเป็นกองเพลิงไปแล้วด้วยสายตาเศร้า แต่ก็เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น


ชีวิตของคนเราต้องก้าวต่อไป อีกอย่างลุคก็ต้องการให้พวกเราเติบโตไปในทางที่พวกเราต้องการ ดังนั้นฉันจะจมปลักกับอดีตที่หวนกลับไปแก้ไขไม่ได้


ลาก่อนอดีต


และสวัสดีจุดเริ่มต้นก้าวที่สอง...


ฉันหันกลับมามองเบื้องหน้าต่อ ก่อนจะถามพี่โอเรนว่า พี่โอเรนคะ พี่ไม่คิดเหรอคะว่าการกระทำนี้จะทำให้พวกเรากลายเป็นวายร้ายโหดเหี้ยม เป็นอาชญากรน่ากลัวในสายตาของทุกคน พวกเขาอาจจะออกหมายจับพวกเรา ถ้าเกิดรู้ว่าพวกเราหนีมาได้ เพราะดูเหมือนรัฐบาลออสนอร์จะต้องการตัวพวกเรา


พี่โอเรนยิ้ม พี่ยอมเป็นศัตรูของคนทั้งโลก เพื่อปกป้องพวกเธอ


ฉันเลิกคิ้วด้วยไม่คิดว่าพี่โอเรนจะตอบแบบนั้น และพอหันไปได้เห็นดวงตาแสนอ่อนโยนของพี่โอเรนเริ่มมีแววโหดร้ายแบบนิ่ง ๆ แฝงอยู่ ฉันก็เริ่มรับรู้ถึงบางอย่าง


ตอนนี้ดูเหมือนฉันจะเห็นเค้าลางว่า ทำไมพี่โอเรนที่แสนดีถึงเลือกเดินสายมืดแล้วล่ะ...


พี่โอเรนพูดต่อ คาริน่าไม่ต้องกังวลหรอกนะ ถ้าในวันหนึ่งพวกเรายิ่งใหญ่พอ ก็ไม่มีใครสามารถทำร้ายพวกเราได้หรอก ไม่ได้แต่รัฐบาลในประเทศเล็ก ๆ นี่


เอาล่ะ...


ฉันว่าทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าพี่โอเรนที่แสนดีและอบอุ่นทำไมถึงเลือกเข้าสายมืด แล้วทำไมในอนาคตเขาถึงกลายเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอาไชน์ หรือสุดยอดมหาบอสแห่งวายร้ายที่น่ากลัวได้


ทุกอย่างเริ่มมาจากเหตุการณ์นี้ไง...


พี่เขาต้องการยิ่งใหญ่ เพื่อปกป้องน้อง ๆ อย่างฉันกับอันเซล และฉันก็เพิ่งรู้อีกแล้วว่าเจ๊คาริน่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดวายร้ายขั้นบอสหนึ่งคน


ส่วนอีกคนหนึ่งนั้น... ตอนนี้ยังนอนหลับซบไหล่ฉันอยู่ เขายังไม่ได้ประกาศกร้าวว่าจะทำอะไร จึงยังไม่แน่ใจนักว่าเขาจะเข้าทางสายวายร้ายตอนไหน


แต่สรุปคือเจ๊คาริน่าที่เหมือนจะเป็นตัวละครธรรมดา แต่ทำไมถึงไม่ธรรมดาเลยแบบนี้ !?


พี่โอเรนเอื้อมมือไปกดเปิดเพลงในรถ เป็นเพลงตื๊ด ๆ ประหนึ่งเพลงในผับบาร์ แต่ก็เหมาะสมกับเป็นเพลงในรถของว่าที่วายร้ายดี จากนั้นมือของพี่เขาก็เลยมายีหัวฉัน ก่อนจะพูด หลังจากนี้พี่จะปกป้องพวกเธอเอง ไม่ต้องกลัว


ฉันยิ้มก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความยินดี


พี่โอเรนเขาเข้าสายมืดแล้วไง ยังไงพี่เขาก็เป็นยิ่งกว่าฮีโร่ในใจฉัน อีกอย่างที่พี่เขาต้องทำตัวร้ายกาจ ก็เพราะพวกคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนดีทั้งหลายต้องการหาผลประโยชน์จากพวกเรา ทั้งยังใช้กำลังและความรุนแรงบีบบังคับแบบนี้ แล้วพวกเราจะทำยังไงได้ นอกจากสู้กลับ


พี่โอเรนกับอันเซลไม่ได้อยากเป็นวายร้าย แต่เพราะคนมากมายมองว่าพวกเขาเป็นตัวประหลาด เป็นตัวอันตราย เป็นเครื่องมือสังหาร ที่มีคนเลี้ยงดูไว้ก็แค่ต้องการหาผลประโยชน์ สุดท้ายพวกเขาจึงต้องเลือกทางสายวายร้าย เพื่อปกป้องตัวเองก็เท่านั้น


มันช่วยไม่ได้ แต่ทุกอย่างมีเหตุผลเสมอ...


ฉันหันมองไปยังสถานวิจัยที่ลุกไหม้จนไม่เหลือซากอีกครั้ง ก่อนจะขอบคุณลุคในใจที่เขาคอยดูแล ฉันจะไม่ลืมบุญคุณของเขา และตอนนี้จะใช้ชีวิตของเจ๊คาริน่าแบบที่เขาต้องการ


นั่งไปได้สักพัก ฉันก็เริ่มสงสัย จึงหันไปถามคนข้างกาย พี่โอเรนคะ พี่เพิ่งอายุแค่ 13 ปี มีใบขับขี่แล้วเหรอคะ


จะไปมีของแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ


แล้วพี่... รู้วิธีขับรถด้วยเหรอคะ ฉันเริ่มหน้าซีดเผือด เมื่อกี้รอดจากระเบิดได้ ก็ใช่ว่าจะรอดจากอุบัติเหตุรถแหกโค้งตกถนนนะ


พี่เขายิ้มอ่อนเมื่อเห็นสีหน้าฉัน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ขับรถจะยากอะไรกันคาริน่า ก็แค่เหยียบคันเร่งไม่ใช่เหรอ แบบนี้ไง สิ้นคำนั้นพี่เขาก็เหยียบคันเร่งมิดไมล์


ฉันหน้าเหวอ หัวเด้งไปชิดติดเบาะทันทีด้วยคิดว่าตัวเองกำลังจะตายแล้ว แต่ฉับพลันก็มีเสียงหัวเราะของคนขับรถดังแว่วมา รถเริ่มเคลื่อนที่ช้าตามปกติ พร้อมกับประโยคที่ว่า ล้อเล่นน่า แค่ขับรถน่ะ เกิดมาพี่ก็ทำได้แล้ว


โอเคค่ะ...


หนูไม่สงสัยเรื่องแวววายร้ายในตัวพี่โอเรนคนอบอุ่นอีกต่อไปแล้วค่ะ กราบ


แต่ว่านะ...


ฉันหันไปมองพี่ชายแสนดีที่กำลังขับรถ เขายังคงดูอ่อนโยนเหมือนวันแรกที่ฉันเห็นเขา แถมเขายังเพิ่งบอกว่าจะปกป้องฉันกับอันเซลนับจากนี้ ทว่าฉันก็ยังไม่ลืมหรอกว่าในอนาคตพี่โอเรนก็จะไม่ได้อยู่กับฉันแล้วก็อันเซล พวกเราสามคนจะเดินทางใครทางมันเหมือนกับคนที่ไม่รู้จักกัน


ถ้ายังนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรากันแน่ พวกเราก็ดูทำเพื่อกันและกันไม่ใช่เหรอ?


สุดท้ายฉันก็ได้แต่นั่งเงียบ ครุ่นคิดถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้องระหว่างเรา บางอย่างที่จะทำให้ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องของพวกเราขาดสะบั้น จนสุดท้ายก็แยกเดินทางใครทางมัน


มันคืออะไรล่ะ?


ฉันคงต้องรีบหาอะไรที่ว่านั่น ก่อนที่พวกเราจะต้องแยกทางกันเหมือนเรื่องราวที่ฉันรับรู้มาโดยตลอด



***********


ในที่สุดก็เห็นแวววายร้ายของพี่โอเรนคนดีละ

แต่ว่านะ...

ปมเรื่อง 'ในวันหนึ่งต้องจากกัน' มันกลับมาอีกแล้ว แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้ทั้งสามคนต้องเดินทางต่างกัน?


ไรต์บอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นนิยายรักเต็มขั้น เดินเรื่องเน้นปมความสัมพันธ์ ดังนั้นมันอาจจะไม่มีอะไรหวือหวามาก นอกจากความสัมพันธ์ของสามพี่น้อง และมีคนอื่นเข้ามาเรื่อย ๆ จนรีดหลายคนอาจเริ่มโลเลมีเรือหลายลำในตอนหลังได้ ส่วนใครเป็นพระเอกนั้น ลุ้นกันว่าหวยจะออกยังไง 


เอาล่ะ... มาติดตามกันว่าคาริน่าจะเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ไหม ฮิฮิ


แล้วตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ตอนเย็นไรต์มาแน่ 555 

ฟิตเรื่องนี้จัด แต่ขอกำลังใจหน่อยนะ 5555



ลาด้วยใบหน้าของชาวร็อคอย่างไรต์ again 5555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 816 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #8422 porchesama (@nongmangpo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 00:30
    สิ่งที่ชอบที่สุดและตั้งตารอในทุกๆตอนคือ gif ท้ายบทเนี่ยแหละค่ะ ชอบมากกก 555555555555
    #8422
    0
  2. #5071 0920345107 (@0920345107) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:22
    แบบนี้สุดยอดมากเหมือนผู้ใหญ่ในร่างเด็กน้อยๆ มีเหตุผลเต็มเปี่ยม
    #5071
    0
  3. #4271 mana_ai (@mana_ai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 15:28
    พี่โอเรนคนเทพ กราบค่ะ > /|\ <
    #4271
    0
  4. #3664 Zebastian Michaelis (@beerorbie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 01:29
    เนื้อเรื่องจะสนุกกว่านี้ถ้าไม่เดินเรื่องตามเนื้อเรื่องของเกมส์ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ไม่ลุ้นเลย
    #3664
    0
  5. #3294 jamela jam (@jamela) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 12:41
    ชอบอันเซล ขอให้เป็นพระเอกเถอะนะ พรี้สสส
    #3294
    0
  6. #3284 Odee Zeata (@0d33) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 01:09
    เห็นสำนวนคล้ายกับเรื่องเอลลาทูเอล พอไปดูนามปากกาเท่านั้นแหละ! ตบเข่าฉาดพูดตรูว่าแล้ว! แบบพระเพทราชา
    #3284
    0
  7. วันที่ 21 เมษายน 2561 / 01:00
    เรารู้สึกว่านาง? ลืมลุคง่ายไปมั้ย? ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าจะไม่ยึดติดกับอดีต แต่ประมาณว่า ลุคตายต่อหน้าต่อตา แล้วฆ่าคนที่ฆ่าลุคแล้วจบแบบประมาณว่าจำลุคไม่ได้แล้วอะไรประมาณนี้ค่ะ! ไหนบอกว่า'เป็นตัวละครที่ผูกพันในระดับหนึ่ง'ไงค่ะ! มันต้องมีเสียใจเป็นวันสองวันบาง! แต่นี้! ลุคตายต่อหน้าต่อตา มันต้องมีเศร้าบาง ไม่ใช่ ไม่กี่นาทีลืมลุคนะคะ! ถึงจะเป็นตัวละคร ที่นางเอกต้องบิวตามอารมณ์ของเรื่องก็ช่วยทำให้มันอินกว่านี้หน่อยค่ะ

    ปล. ไม่ต้องสนใจคอมเม้นนี้ก็ได้ค่ะ เราแค่สงสัยว่าทำไมนางลืมง่ายจัง เป็นอัมไซเมอร์? อ่าช่างเถอะ สงสัยเราอินมากเกินไป


    ขอโทษด้วยค่ะm-..-m
    #3283
    0
  8. #3256 sanpahaha (@sanpahaha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 17:05
    ไม่อยากให้แยกกันเลย
    #3256
    0
  9. #2147 KuppaKP (@KuppaKP) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:13
    เครียดๆเรื่องปมมาเจอgif... ลั่นเลย55
    #2147
    0
  10. #1734 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 11:40
    รู้สึกกังวล สรุปว่าตอนนี้มันเดินตามเนื้อเรื่องเดิมอยู่ไหม หรือเปลี่ยนจากเดิมแล้ว
    #1734
    1
  11. #1326 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 12:49
    ทำไมรู้สึกชอบ ปม นิยายเรื่องนี้ งื้ออออ สนุกกกก
    #1326
    0
  12. #1267 pop_eye1a (@pop_eye1a) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:13
    แล้วเคลวินล้ะๆ มาเมื่อไหร่กันนี่
    #1267
    0
  13. #1209 Natty_thamonwan (@Natty_thamonwan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 10:59
    ตอนก่อนก็หมา ตอนนี้ก็แมว เกลียดไรต์จริงๆเลย
    #1209
    0
  14. #1077 Vanesai (@Bee-Phinixo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 13:23
    สู้ๆนะ อยู่กันสามพี่น้องสนุกกว่าเยอะ
    #1077
    0
  15. #1034 มาลลิลลา (@Arunphiphat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 11:17
    เเล้วอีวานนี่มาเมื่อไหร่หวาาา
    #1034
    0
  16. วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 12:13
    ไม่รู้ใครเป็นพระเอก แต่รู้ว่าตอนนี้ลงเรือพี่โอเรนแล้วค่ะ #ยามัมบะกิริของเราช่างน่ารัก
    #610
    0
  17. #353 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:07
    ลุ้นมากๆเลย ขอให้ได้อยู่ด้วยกัน อย่าจากกันเลยนะ
    #สนุกมากค่ะไรต์ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆ
    #353
    1
  18. #263 Gxbuide (@guide-hb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 02:09
    สนุกมากๆๆๆๆเลยค่ะ บรรยายได้เข้าถึงความรู้สึกเว่อร์ ฉากที่ตื่นเต้นนี่เกร็งตัวตามเลยค่ะอห5555555555
    #263
    0
  19. #231 UNGUAN339dry (@UNGUAN339dry) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:14
    ก็นั้งมันให้หมดทุกเรือไปเลยสิ ในเมื่อจะเลือกใครก็ไม่ได้เลยนี้นา 555+
    #231
    1
  20. #229 CoCoNuT_T (@CoCoNuT_T) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:11
    อ่านเรื่องนี้แล้วเหมือนดูหนังอยู่เลย สนุกมากค่่าา
    #229
    0
  21. #218 Aom ^____^ (@tuesday13112544) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:35
    สู้ค่ะไรท์สนุกมากกเห็นออร่าความดํามืดมาแต่ไกล อิๆ ติดตามต่อไปค่ะ loveๆ^___^
    #218
    0
  22. #217 Harmony18 (@Harmony18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:02
    นั่งมันแม่งทุกเรือเนี่ยแหละ5555
    #217
    0
  23. #214 Mila999 (@-------------cba) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:16
    ชูป้ายอันเซล~~~ ส่วนพี่โอเราขอออ 555+
    #214
    0
  24. #212 Diznie (@Diznie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:44
    ชูป้ายไฟอันเซลให้คาริน่า//ส่วพี่โอเรนเราจะเก็บไว้เอง&#9825;&#9825;
    #212
    0
  25. #210 Orguzt (@morgaina) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:06
    พี่โอเรนนนน //ชูป้ายFC
    พี่ไม่ต้องเป็นพระเอกก็ได้ ขึ้นเป็นสัมมีย์บนหิ้งของเหล่ารีดเถอะ 555555+
    #210
    0
  26. #204 baifurn27 (@baifurn27) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:06
    ปมมาอีกเเล้วว
    #204
    1
    • 25 มีนาคม 2561 / 04:02
      ชุบชีวิตลุค(?)ขึ้นมาแล้วให้ลุคเป็นพระเอกเลย เย้ แบบว่าลุคแสนดีเกินกว่าที่จะปล่อยให้ตายง่ะ แง
      #204-1