O.V.E.R.L.O.A.D วันหนึ่ง... ฉันเป็นวายร้าย (จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 359,832 Views

  • 8,488 Comments

  • 10,883 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,798

    Overall
    359,832

ตอนที่ 64 : ตอนพิเศษ 1+2 = 3 : เรื่องสนุกในวันฝนตก ฉบับเต็ม (เพิ่มตอนพี่ชายเอาคืน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61

           

ตอนพิเศษ

เรื่องสนุกในวันฝนตก ฉบับเต็ม




*ตอนพิเศษนี้เคยลงในตอนพิเศษที่ 1 กับ 2 แต่ว่ายังลงไม่ครบ เพิ่งนึกได้ว่าขาดพาร์ทพี่ชายเอาคืน เลยเอามาลงก่อน 55555*

*ไรต์เตอร์ลงตั้งแต่ตอนแรกเลยนะ ใครลืมอ่านใหม่ได้ ใครยังไม่ลืม เลื่อนหาหน่อยนะ ไรต์เขียนว่าตอนพิเศษเพิ่มเติมเอาไว้อยู่*




วันนี้ฝนตกหนักเหมือนในช่วงที่ผ่าน ๆ มา

น่าเบื่อชะมัด...

                ผมไม่รู้จะทำอะไรในวันแบบนี้ จึงได้แต่นอนบ้าอยู่บนเตียงแบบลอย ๆ จะออกไปเที่ยวก็เกลียดอากาศชื้นชิบ พี่โอเรนก็ไปทำงานเลยไม่มีใครให้ถามวิชาลับ เกมก็เล่นชนะบ่อยเกินไปจนน่าเบื่อ

เกิดมาเก่งนี่อยู่ยากเกินไป...

สุดท้ายไม่มีทางเลือกก็ต้องหันไปหาเจ๊ เพราะคงมีคนเดียวเท่านั้นแหละที่สามารถทำให้วันสุดน่าเบื่อกลายเป็นวันที่สนุกขึ้นได้นิดหน่อย อย่างน้อยเพิ่มมา 10% ก็ยังดี

ตอนนี้เจ๊คารินคงนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ไม่รู้ว่าแอบคุยอยู่กับหนุ่มที่ไหนอยู่ แต่แค่คิดก็รู้สึกหมั่นไส้ เบื่อพวกเนื้อหอมแบบเจ๊ที่มีคนตอแย มะรุมมะตุ้ม วน ๆ อยู่กับเจ๊ที่ก็ไม่เห็นสวยอะไรนักหนา

ก็แค่... ตูมไปหน่อยเอง

ผู้ชายพวกนี้มันหลงภาพลวงตาง่ายเกินไป แค่เห็นมาทำดีกับเจ๊ก็รำคาญแทนแล้ว

ผมคิดแบบหงุดหงิดขณะเดินไปยังชั้นหนึ่ง ก็เห็นเจ๊กำลังนอนขำกับบางสิ่งที่ดูในโทรศัพท์จริง ๆ และด้วยความที่ผมกำลังหมั่นไส้ผู้ชายที่เข้ามาจีบเจ๊อยู่ จึงไม่รอช้า รีบวิ่งไปฉกเอาโทรศัพท์เจ๊มาส่องทันที

อันเซล!”

คุยกับกิ๊กเหรอ ผมพูดพร้อมกับหรี่ตามองหน้าเจ๊อย่างจับผิด ส่วนมือก็พยายามดึงโทรศัพท์หลบมือเจ๊ที่กำลังจะมาแย่งคืนไป ก่อนจะรีบดูว่าในหน้าจอปรากฏรูปอะไร

ถ้าเป็นหนุ่ม ๆ ล่ะก็ วันนี้เจ๊ไม่รอดแน่ จะฟ้องพี่โอเรนว่าแอบมีกิ๊ก!

แต่...

ภาพในหน้าจอดันเป็นคลิปแมวที่หาว แล้วเผลอกัดตีนตัวเอง

No Comment -------

หน้าผมตอนนี้คงดูไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกโดยสิ้นเชิงแน่นอน

คือ

เจ๊มันดูอะไรวะเนี่ย...

ไร้สาระชะมัด!

เสียเวลา เอาคืนไปเลยไป!” ผมยื่นโทรศัพท์คืนเจ๊ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา แย่งที่นั่งเจ๊ไปเลย นางจะได้นอนขี้เกียจไม่ได้อีก

หึ!

ว่างแบบนี้ ถ้าไม่ได้แหย่คนมันอยู่ไม่เป็นสุข

เจ๊ทำหน้ามุ่ยก่อนจะดึงโทรศัพท์จากมือผมไป ก่อนจะพูดว่า อะไร มาแย่งโทรศัพท์คนอื่นไป แล้วก็มาว่าอีก นิสัยไม่ดี แย่ ๆ

ก็มันเบื่ออะ

ผมพูดออกไปตามความเป็นจริง ก่อนจะถอนหายใจออกมา แสดงออกชัดเจนว่าวันแบบนี้มันน่าเบื่อมากแค่ไหน และฉับพลันนั้นเอง ดวงตาของเจ๊ที่มองมายังผมก็เป็นประกายวิบวับ

ปกติเจ๊คารินก็ไว้ใจอะไรไม่ได้ พอเจอนางทำหน้าแบบนี้ ก็ทำให้ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่วางใจ

วันดีคืนดีจะลุกมาแกล้งผมวันไหนก็ไม่รู้

แต่...

วันนี้กำลังเบื่อพอดี ถ้าอยากแกล้งก็น่าสนใจดี อาจจะช่วยฆ่าเวลาน่าเบื่อนี่ไปก็ได้

หาเรื่องสนุกทำด้วยกันไหม เจ๊ถามพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้องการล่อลวงผมไปทำเรื่องไม่ดี แต่คนเกิดมาเป็นน้องชาย ถ้าไม่แกล้งโง่ให้พี่สาวหลอก เดี๋ยวก็โดนพี่งอนอีก

ชีวิตลำบากชะมัด...

ผมเลิกคิ้ว ทำหน้าสนใจในข้อเสนอนั่น ก่อนจะถามว่า มีเรื่องอะไรสนุก ๆ มาแนะนำล่ะ

ไปห้องเจ๊ดิ เรื่องสนุก ๆ อยู่บนนั้นแหละ

นั่นไง...

ชวนขึ้นห้องแล้ว

เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเจ๊คารินมีแผนแกล้งกันแน่นอน และมันคงเป็นแผนที่แบบว่า... ถ้าวันนี้ถ้าผมไม่เสร็จเจ๊ ก็อย่าเรียกเจ๊ว่าเจ๊เลยแหงม ๆ

เอาตามตรง ในวันที่น่าเบื่อแบบนี้ เจ๊ก็คงเซ็งไม่ต่างกับผมหรอก แล้วในวันฝนตกหนัก อากาศก็กำลังดีแบบนี้ เจ๊จะชวนไปทำอะไรที่ห้องล่ะ?

แต่ว่านะ...

ทั้งที่รู้ว่าเจ๊จะแกล้งแน่นอน แต่ผมมันผู้ชายอกสามศอก ไม่เคยต้องกลัวอะไร ยิ่งถ้ามีผู้หญิงชวนขึ้นห้องจะตอบปฏิเสธไป ก็โคตรปอดแหกอะ

ผมยิ้มก่อนจะยักไหล่ เอาดิเจ๊ ถ้าไม่สนุกแล้วจะเห็นดีกัน

สนุกแน่ สิ้นประโยคนั้น เจ๊ก็ลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาจับมือผมแล้วลากขึ้นห้องอย่างรวดเร็ว และเมื่อเข้าไปห้องของเธอ เจ๊ก็ผลักผมลงไปบนเตียงทันที

มั่นใจนะว่าจะเล่นกับเจ๊

ผมทำหน้าเบื่อ เจ๊ทำเหมือนผมเป็นเด็กแบบนี้ได้ยังไง จึงบอกแบบขอไปที เอาเลย จะทำอะไรก็ทำเหอะ

วันนี้ผมเซ็งชีวิตมามาก ดังนั้นเจ๊อยากทำอะไรก็จัดมาเลย...

 ถ้าอันเซลพูดแบบนั้นแล้ว... งั้นเจ๊ก็จะไม่ออมมือแล้วนะ พอเจ๊พูดแบบนั้นแล้วก็ยิ้มให้ผมด้วยสีหน้าแบบมีเลศนัย ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า ผมไม่ไว้ใจเจ๊เลยสักนิด

แต่แบบนี้ก็ชวนให้ใจเต้นตุบตับดี ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ๊จะทำให้ให้คลายเหงาในวันฝนตกแบบนี้...

ตอนนี้เจ๊เดินไปหยิบของบางอย่างที่ลิ้นชักเหนือหัวเตียง ผมไม่รู้ว่าคืออะไร แต่พอเจ๊หยิบของที่ว่านั่นขึ้นมา ผมก็พบว่ามันคือเชือกที่ผมเคยเอามามัดตัวเจ๊ ตอนที่เจ๊โดนวายร้ายแม่หม้ายดำสิงร่าง

พอเห็นเชือก เซนส์บางอย่างมันก็ผุดขึ้นมาในใจ

อย่าบอกนะว่า...

เจ๊จะเล่นกับจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของผม!

ผมคิดแล้วก็ทำท่าจะหาทางหนีทีรอด แบบไม่ให้ดูปอดแหกเกินไป

คือ... ถึงจะบอกว่าผู้ชายอกสามศอกไม่ควรกลัวอะไร แต่ผมควรกลัวเจ๊ไว้สักนิดก็ยังดี ผู้หญิงยิ่งแต่เป็นอะไรที่เดาใจยาก แถมที่ผ่านมาผมก็โดนเจ๊มาเยอะเหมือนกัน

คือ...

จัดการตีหัวเจ๊ให้สลบตอนนี้ทันไหม?

เจ๊คงเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของผม จึงเอียงคอแล้วถามเสียงเย็นที่ฟังแล้วก็รู้ว่าเจ๊ไม่ปล่อยผมไปแน่ว่า อันเซล... ผู้ชายอย่างเธอคงไม่ได้กำลังกลัวเจ๊อยู่ใช่ไหม?”

ทำไมคนอย่างผมต้องกลัวคนอย่างเจ๊

โว้ยยย ทำไมปากมันหนักแบบนี้ ทำไมแกไม่บอกไปว่าปวดฉี่ แล้วก็รีบหนีไปวะ ไอ้อันเซล!

ผมได้แต่ด่าตัวเองในใจ แต่หน้าก็ยังทำไก๋เหมือนไม่กังวลอะไร

คนมันไม่ยอมให้ผู้หญิงมองว่าเป็นคนอ่อนแออะ!

และตอนนั้นเองที่เจ๊ตะครุบเข้ามาที่ตัวผมแบบไม่ให้ตั้งตัว จากนั้นก็จับมือผมมัดเชือกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขึงผมไว้กับหัวเตียงแน่น เตรียมพร้อมสำหรับการลงทัณฑ์บางอย่างที่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร

แผนคืออะไรไม่รู้ แต่ที่รู้คือใจคอไม่ดีเลยสักนิด

เสียวไปหมดทั้งตัวแล้ว...

ผมคิดแล้วเริ่มเครียด แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า มีเรื่องให้ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ก็ดีกว่านั่งเหี่ยวเป็นผักวะ!

ลองมันสักตั้ง ไอ้เรื่องสนุกนี่อะ

อยากรู้เหมือนกันว่าคราวนี้เจ๊จะแกล้งได้สักกี่น้ำ หึ!

ผมปลุกอารมณ์ตัวเอง ทำให้ฮึกเหิม ในขณะที่สายตาก็มองเจ๊ที่ตอนนี้กำลังกอดอกมองผมด้วยความคิด ราวกับกำลังนึกว่าจะเริ่มจากอะไรดี

ผู้หญิงอะไร ชั่วร้ายชะมัด...

เจ๊เอียงคอเหมือนตัดสินใจไม่ลง แล้วถามว่า อยากสนุกแบบเบา ๆ หรือจัดหนักอันเซล

เบา ๆ พอเจ๊

คราวนี้ผมเผลอตอบไปตามตรงโดยไม่รู้ตัว

เจ๊ยิ้มก่อนจะพยักหน้า งั้นเอาหนัก ๆ ก็แล้วกัน

แล้วจะถามทำไมเนี่ย!”

เอ๋า เจ๊ทำหน้ากวนประสาทใส่ ก่อนจะบอกแบบยียวนต่อว่า เจ๊แค่ถามอันเซลเฉย ๆ แต่ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะเอาคำตอบของอันเซลมาตัดสินใจอะ

กวนประสาท...

ผมคิดแล้วก็เข่นเคี้ยวเขี้ยวฟันตัวเองด้วยความมันเขี้ยวพี่สาว อยากจะจับมากินไปทั้งตัวให้รู้แล้วรู้รอด เสียก็แต่ตอนนี้ถูกมัดติดเตียง ทำอะไรที่ใจอยากไม่ได้เลย

พอเจ๊ตัดสินใจบางอย่างกับตัวเองได้ ก็ก้มลงไปหยิบบางอย่างในตู้ ดูเหมือนเจ๊จะเก็บมันไว้มิดชิดมาก คาดว่าคงกลัวพี่โอเรนเอาไปทิ้งแน่ ๆ

เมื่อได้ของที่ว่า เจ๊ก็ยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะเอาชูให้ผมดู และนั่นทำให้เหงื่อผมไหลโชกตัวทันที

ปากหนัก ๆ เริ่มอ่อน และในที่สุดผมก็ต้องร้องขอชีวิต

อย่าเล่นน้องแรงนะ...

เจ๊ฟังแล้วก็หัวเราะหึ ๆ กับตัวเองอย่างชั่วร้าย ไม่ต้องห่วง เจ๊สัญญาว่าอันเซลจะลืมความน่าเบื่อไปแน่นอน หึ ๆ

ผมเห็นแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ

นี่มัน...

ไม่ใช่การมาหาเรื่องสนุกด้วยกันแล้ว แต่เจ๊กำลังจะเอาผมมาย่ำยี เพื่อเรื่องสนุกของตัวเองต่างหาก!

สงสารน้องสักนิดได้ไหมเจ๊!!!

ไม่น่าหลงกลเจ๊เลยตู...

******

ผมมองสิ่งของในมือเจ๊เขม็ง เหงื่อเริ่มไหลอาบหน้าด้วยความประหม่า

เจ้าสิ่งนั้นไม่ใช่อะไรแปลกใหม่ ความจริงก็แค่ของพื้น ๆ ที่เห็นกันได้ทั่วไป เพราะมันก็แค่ซีดีหนัง ทว่าที่ทำให้ผมหวั่นใจขั้นสุดแบบนี้ ก็เห็นจะเป็นรูปปกซีดีนั่น  

แผ่นซีดีที่มีภาพปกโคตรโหด...

แม่ชีแหกปากกรี๊ดอัดหน้า เลือดไหลจากดวงตาและปาก แถมยังซูมหน้าแม่ชีแบบให้เห็นถึงรูขุมขน ดูแค่นั้นก็รู้แล้วว่าเนื้อหาข้างในเป็นแนวไหน

แม่ชีแม่งอาละวาดทั้งเรื่องแน่...

ผมเห็นรูปนั่นแล้วก็ต้องส่ายหน้ากับตัวเอง ของแบบนี้เจ๊สต๊อกเก็บเอาไว้แกล้งกันชัด ๆ เพราะถ้าพี่โอเรนรู้ว่าเจ๊มีของตุนเอาไว้แกล้งผม คงโดนเอาไปเผาทิ้งพร้อมนิตยสารเซ็กซี่ของผมหมดแล้ว

จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของผมคือการกลัวผี ร้อยล้านพันแปดอย่างในโลกผมเลือกกลัวผีอย่างเดียว ส่วนจุดแข็งของเจ๊คือการฉวยโอกาสแกล้งคน ทำให้พอเราสองคนมาอยู่ด้วยกัน ผมจึงมักจะโดนเจ๊เล่นงานเรื่องปีอยู่เรื่อย ๆ แบบนี้ตลอด

ครั้งนี้เจ๊คงต้องการบังคับให้ผมดูหนังนั่น ถึงได้ขึงมือผมให้ติดเตียง เอาให้ขยับตัวหนีไม่ได้ เอามือมาปิดหน้าก็ไม่ได้ หลับตายิ่งไม่ได้ใหญ่ เพราะเจ๊คงจะเฝ้าผมทุกวินาทีแน่

เจ๊ทำบาปอีกละ...

ผมคิดแล้วก็แสร้งทำหน้าเบื่อ ประมาณว่าไม่กลัวหรอกของแค่นี้ ก่อนจะพูดว่า "ผีแม่ชีไม่น่ากลัวหรอกน่าเจ๊ แม่ชีเป็นคนดีทำอะไรผมไม่ได้ ขอเปลี่ยนเป็นโหดกว่านี้ได้ไหม แบบ... ผียูนิคอร์นในทุ่งลาเวนเดอร์อะ"

เจ๊ทำหน้าแหยใส่ "ความชอบเห่ยซะไม่มี ผียูนิคอร์นมันมีที่ไหน" พอพูดไปแล้ว อยู่ ๆ ดวงตาทั้งคู่ของเจ๊ก็เปล่งประกายราวกับนึกอะไรใหม่ ๆ ได้ จากนั้นปากนางก็รีบเอ่ยทันทีว่า "ไม่ชอบผีแม่ชี งั้นเอาผีตุ๊กตาไหม"

ผมฟังแล้วเบะปากมองบนใส่ ผมไม่หลงกลความมีข้อเสนอให้เลือกนั่นหรอก

อย่าคิดว่าเจ๊ใจกว้าง

แม่ง...

ผีตุ๊กตาที่พูดมาคงน่ากลัวกว่าไอ้ผีแม่ชีแหงม !

ผมทำท่าจะบอกว่าเอาผีแม่ชีแหละดีแล้ว เพราะเอาตามตรงก็ไม่คิดว่าวันนี้จะรอด แต่ใจของคนที่อยากแกล้งคนอย่างเจ๊มีเหรอจะรอช้า ยิ่งถ้าเจอทางเลือกที่ดีกว่าแบบนี้ก็ยิ่งกระตือรือร้น

เจ๊ก้มลงไปหาหนังผีตุ๊กตาที่ว่าทันที ไม่ได้คิดจะรอคำตอบอะไรของผมทั้งนั้น ก่อนจะหยิบแผ่นหนังนั่นออกมาอย่างรวดเร็วด้วยดวงตาวิบวับเปล่งประกาย

นั่นไง...

เจ๊หันมายิ้มกรุ้มกริ่มให้ผม ก่อนจะเดินไปที่ชั้นโทรทัศน์ในห้อง ใส่แผ่นซีดี เปิดหนังเรียบร้อยเสร็จสรรพ พออินโทรหนังเริ่มต้น เจ๊ก็กระโดดกลับมานอนลงบนเตียงข้างผม แต่ก็ไม่ควรเรียกว่านอนข้าง ๆ ควรบอกว่าเจ๊นอนพิงผม เอาหัวมาแนบไหล่เหมือนคู่รักที่กำลังดูหนังรักด้วยกันมากกว่า

แต่...

จุดประสงค์หลักของเจ๊ไม่ใช่การสวีต มันคือการเฝ้าไม่ให้ผมหลับตาต่างหาก

ยัยเจ๊มันร้าย...

อย่าปอดแหกหลับตาไปก่อนนะ เจ๊คารินหรี่ตามองผม เธอพูดแบบท้าทายอย่างนี้เสมอ เพราะเจ๊รู้จักผมดีกว่าใคร

หึ ผีตุ๊กตาจะไปน่ากลัวอะไร ไร้สาระ

ผมปากเก่งไปงั้นแหละ เพราะรู้ดีว่าเวลาอยู่กับเจ๊ห้ามทำตัวอ่อนแอเด็ดขาด ไม่งั้นเจ๊จะได้ใจกว่าเดิม

เจ๊มองผมแบบรู้ทัน ก่อนจะแสยะยิ้ม เดี๋ยวรู้เลย หนังเรื่องนี้การันตี 10 กะโหลกจากเว็บไซด์รีวิวหนังชื่อดัง

10 กะโหลก...

ซวยละ

ผมเผลอกลืนน้ำลายเอื้อก

จากนั้นก็ต้องนั่งดูหนังผีนั่นไปเรื่อย ๆ เผลอหลังตาตอนไหนเป็นโดนเจ๊จับเปิดตาตลอด พอดูไปมากเข้าก็เริ่มหลอน สักพักก็รู้สึกขนลุกเกรียวเหมือนมีพลังงานลึกลับเข้าใกล้ตัวเอง ระหว่างดูก็เริ่มหันซ้ายทีขวาที แล้วเจ๊ก็ดันปิดไฟในห้องให้มืดอีก บรรยากาศก็ยิ่งได้เข้าไปใหญ่

เจ๊เห็นสีหน้าผมทุกอิริยาบถ เพราะกำลังนั่งเฝ้าผมอยู่ จึงหลุดขำก๊ากออกมาทันที

นี่แหละความบันเทิงของคุณเธอ...

เบื่อเจ๊ว่ะ ชอบแกล้งคนอื่น ผมพูดแบบเซ็ง ๆ ก่อนจะฉวยโอกาสนั้นหลับตาลง เพื่อหยุดทุกอย่างไว้เพียงแค่นี้ แต่โชคร้ายเหลือสิ่งที่เจ๊ไม่ยอมเหมือนเดิม

อันเซล ลืมตาเลย

ไม่ลืม

ถ้าไม่ลืมตา เจ๊จะจับเธอแก้ผ้า แล้วปล้ำเลยนะ

ดูคำขู่... มันน่าจับมากินทั้งตัวเลยจริงไหม !

ผมทำหน้ามุ่ย งอแงตามสไตล์มารยาน้องชายคนเล็ก แต่ตายังคงหลับอยู่เช่นเดิม พลางพูดแบบงอน ๆ ว่า ย่ำยีกันขนาดนี้แล้ว ยังมีเรื่องให้ลังเลอีกเหรอ

ท้าเหรอ ได้ จัดไป

เจ๊พูดพร้อมกับวางมือลงบนอกของผม ก่อนจะลูบไปมาอย่างน่าหวาดเสียว ผมหลับตามองไม่เห็นอะไร แต่หูได้ยินเสียงคนวิ่งหนี กรีดร้อง แล้วผมมาโดนไล้แบบนี้อีก

คือแบบ... อารมณ์มันได้ !

ตอนนี้เหมือนกำลังอยู่ในดงตุ๊กตาปีศาจ แล้วกำลังโดนมือนับพันลูบไล้อยู่เลย

เจ๊แม่งก็ปั่นเก่ง พอไล้ลูบตัวผมมากขึ้นก็เริ่มลามปามหนัก คราวนี้หันมามานั่งทับตักผม เคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้แล้วหายใจรดต้นคอแบบชวนสยิว

มือนุ่มของเจ๊เริ่มลูบหัวของผม นิ้วไล้เข้าไปในเส้นผม ทำเอารู้สึกขนลุกฉับพลันด้วยความเสียวซ่าน แต่เจ๊ยังไม่พอ มือเริ่มเคลื่อนต่ำลงมา ไล้ตามคอลงมายังอกล้วงเข้าไปในเสื้อแบบถึงเนื้อถึงตัว ปากก็เคลื่อนเข้ามาสัมผัสต้นคอ ไล้ลิ้นพอให้ใจหายวาบ ท้องปั่นป่วนเล็กน้อย

เจ๊แม่งงง จัดหนักผมจริง ๆ ด้วย !!!

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างแกล้งสัมผัสผมแบบสยองแล้ว ก็ยังหัวเราะเพิ่มซาวด์ประกอบร่วมกับหนังไปอีก

โอ้ยยย

ตอนนี้ภาพในหัวไปหมดแล้ว !

หัวสมองของผมเริ่มคิดไปไกล เสียงหนังก็ยิ่งบิ้วอารมณ์หลอน ไหนจะเสียงและสัมผัสจากเจ๊ที่ทำให้ทุกอย่างน่ากลัวเพิ่มขึ้นไปอีก ตอนนี้อย่างกับดูหนังผี 4D อยู่เลย

10 กะโหลกตอนแรก ทะลุเป็น 100 กะโหลกไปละ

ผมหลับตาปี๋ หูได้ยินเจ๊หัวเราะมีความสุข ก่อนเธอจะแกล้งจุ๊บผมเหมือนเอ็นดู พอโดนแบบนั้นมากเข้าอยู่ ๆ ผมก็นึกมันเขี้ยวขึ้นมา จึงกัดปากตัวเองด้วยความคับแค้นในอก ก่อนจะฮึบในใจว่า ไอ้ตุ๊กตาบ้านี่มันจะน่ากลัวขนาดไหนวะ

ก็งั้น ๆ อะ!

คือถ้ามันมาหลอกจริงนี่ เอาปืนเลเซอร์ยิงให้เละตายก็จบแล้ว

หึ!

ใจของผมกลับมาหึกเหิมอีกครั้ง จึงลืมตาขึ้น เพราะถ้าหลับตานานกว่านี้ คงได้หลอนกับภาพมโนในหัวตายไปก่อนแน่ แต่ฉับพลันฉากในหนังก็เป็นตอนที่ตุ๊กตานั่นตุ้งแช่เข้าที่หน้าจอทันที

"กรี๊ดดด!!!"

จะกรี๊ดทำไมวะ จะกรีดทำไม!!!

ผมด่าหนังในใจ พร้อมกับหลับตาลงท่ามกลางเสียงกรี๊ดจากหนัง เจ๊กอดคอผมก่อนจะหัวเราะอย่างชั่วร้าย เธอเคลื่อนหน้ามาเป่าหูให้ผมสะดุ้งครั้งหนึ่ง ก่อนที่เจ๊จะระเบิดเสียงหัวเราะร้ายกาจอีกครั้ง

ผมคิดว่าภาพของตัวเองตอนนี้คงตลกไม่น้อย และพอผมเริ่มตั้งตัวได้ก็แอบลืมตาขึ้นมองหน้าเจ๊แบบงอน

เจ๊เล่นกันหนักไปแล้ว

เจ๊ทำหน้าจริงจัง จากนั้นก็ดุแบบเล่น ๆ ว่า ก็เจ๊บอกแล้วว่าอย่าหลับตา ถ้าหลับตาอีกก็จะโดนอีกรู้ตัวรึเปล่า

ผมทำหน้ามุ่ยงอแง ก่อนจะใช้มารยาน้องเล็ก ส่งสายตาทำลายล้างไปหาพี่สาว ก่อนจะพูดอ้อนว่า "เจ๊... ปล่อยน้องไปเหอะ ไม่งั้นน้องนอนไม่หลับแน่คืนนี้"

เอาตรง ๆ

คืนนี้แม่งนอนไม่หลับแล้วแหละ...

เจ๊ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อน แถมยังดูลันล้าที่แกล้งผมได้ ก่อนบอก "ไม่อยากปล่อยอะ อยากแกล้งอันเซลแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อยากจะจุ๊บน้องให้สะดุ้งตกใจหลาย ๆ ครั้ง สนุกดี"

บางทีเจ๊ก็ตรงเกินไป...

"งั้นแค่ปล่อยมือก็ได้นะเจ๊ สัญญาว่าจะนั่งดูดี ๆ ไม่เอาแบบนี้อ่ะ"

เจ๊เอียงคอทำหน้าคิดแล้วกล่าว งั้นก็ได้ พูดจบเจ๊ก็เอื้อมมือมาแก้มัดเชือกให้แต่โดยดี จากนั้นก็ดูเหมือนเจ๊จะรู้ว่าผมจะทำอะไรเป็นลำดับถัดไป จึงทิ้งตัวลงนอนพิงอกผมเลย

ห้ามหนี ห้ามหลับตา

เจ๊พูดสั้น ๆ ง่าย ๆ แต่ได้ใจความ...

สุดท้ายต่อต้านมากไม่ได้ ก็เลยได้แต่แหกตาดูหนังผีนั่นต่อไป สะดุ้งกลัวตรงไหนก็กอดเจ๊แน่น ส่วนเจ๊โดนกอดแน่นทีหนึ่งก็หัวเราะลั่น คาดว่าคงสนุกกับรีแอคชั่นตอนดูหนังผีของผมมากกว่าหนังผีแล้วล่ะ

มือของเจ๊เอื้อมมาลูบหัวผม ก่อนจะพูดแบบน่าหมั่นไส้ว่า โอ๋เอ๋เด็กน้อย เจ๊อยู่นี่

หึ ใครกลัว ผมพูดแบบอวดดี และตอนนั้นเองที่หนังตุ้งแช่อีกครั้ง ผมสะดุ้งโหยงรีบหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับเจ๊ที่หันกลับมานั่งบนตักผม แล้วหันหน้าเข้าหาอีกครั้ง

เจ๊เอามือกอดคอผมแน่น พลางกระซิบข้างหูด้วยเสียงน่าขนลุกว่า บอกว่าห้ามหลับตาไง ทำไมชอบท้าทายกฎของเจ๊อยู่เรื่อย ดื้อแบบนี้จะให้จัดการยังไงดี

คราวนี้มือของผมเป็นอิสระแล้ว จึงเอื้อมมือไปจับแขนของเจ๊แน่น ก่อนจะพูดขู่ไปว่า ครั้งนี้ผมสู้นะ!”

เจ๊หัวเราะคิกคักเหมือนเสียงของตุ๊กตาผีในหนัง ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาว่า คิดจะสู้เจ๊อ่ะ ลืมตาให้ได้ก่อนเธอนะ น้องชาย

พูดไปพลางนิ้วมือของเจ๊ก็เริ่มไล้ไปที่แผ่นอกของผม เล็บยาวกรีดผ่านเนื้อผมอย่างเชื่องช้า เนื้อตัวหั่นแน่นของเจ๊ก็เบียดชิดตัว ทำเอาใจของผมเต้นกระหน่ำ หน้าแดงก่ำด้วยความกลัวไปหมด

ภาพในหัวผมตอนนี้คือตัวเองอยู่ในที่มืด มีตุ๊กตาผีกำลังสัมผัสกาย

ฮือออ!

เจ๊กระซิบข้างหู ไม่สู้กลับแล้วเหรอ

ผมทนภาพในหัวไม่ไหว สุดท้ายจึงลืมตาขึ้นมองเจ๊ ก็เห็นใบหน้าขาว ๆ กำลังแย้มแย้มชั่วร้าย เธอเชิดหน้าขึ้นสูงเหนือผม นิ้วมือยาวแตะคางผม จากนั้นเธอก็ฉีกยิ้ม และตอนนั้นเองที่ผมเห็นว่าฟันของเจ๊มีเขี้ยวยาวสองเขี้ยวโผล่ออกมา

ผมมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกใจ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว แต่ใจเต้นกระหน่ำไปหมดแล้ว

ความกลัวกำลังกัดกินจิตใจของผม...

เจ๊ยิ้มให้ด้วยดวงตาที่ชั่วร้าย ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาหาแบบช้า ๆ ที่ทำให้ลมหายใจของผมกระตุก ตัวแข็งทื่อโดยฉับพลัน

เจ๊พูดเสียงเบา คิดจะสู้เหรอ แบบนี้ต้องจับกินเลือดให้หมดตัว หึ ๆ

สิ้นคำนั้น ฟันของเจ๊ก็งับลงบนต้นคอของผม เจ้าเขี้ยวแหลมนั่นสัมผัสให้เจ็บจี๊ดที่คอ ทำเอาท้องไส้ปั่นป่วน มวนท้องจนหวิว ยิ่งเจ๊ขยับฟันให้กัดต่ำลงมาอีก ผมก็ขนลุกซ่านไปทั้งตัว จึงรีบผลักเจ๊ออก ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนีทันที

บ้าเอ๊ย!!!

โดนเจ๊ปั่นหัวจนหลอนไปหมดแล้ว

หึ ๆ

เสียงหัวเราะของเจ๊แม่งยังหลอน !!!

ผมวิ่งแจ้นหนีออกจากห้องนรกนั่น โดยที่เบื้องหลังมีซาวด์เสียงกรี๊ดจากหนังผี และเสียงหัวเราะของเจ๊ไล่ตามหลังมา

เจ๊พูดด้วยน้ำเสียงทรงพลังแห่งความชั่วร้าย อันเซล เธอหนีไม่พ้นหรอกนะ เพราะความกลัวมันอยู่ในใจของเธอแล้ว ฮ่า ๆ

เจ๊เล่นอีกแล้วไง...

ตอนนี้ต่อให้ไม่ดูหนังแล้วไง ความกลัวมันอยู่ในใจแบบที่เจ๊พูดจริง ๆ นั่นแหละ เมื่อกี้ดูหนังผีตุ๊กตา แต่พอเจ๊แกล้งด้วยผีแวมไพร์ ผมก็กลัวอยู่ดีอ่ะ

ตอนนี้กำลังหลอนสุดขีดแล้วจริง ๆ เรียกว่าผีอะไรมาหลอกแม่งก็หลอนหมดละ...

พอกลับเข้ามาในห้องของตัวเองได้ปุ๊บ ผมก็รีบเปิดไฟให้สว่างจ้า เพื่อลดความหลอนของตัวเอง โชคดีหน่อยที่ในห้องผมไม่มีตุ๊กตาสักตัว มีแต่หุ่นยนต์และโมเดลรถ ผมจึงค่อยโล่งใจหน่อย เพราะของพวกนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก

และตอนนี้ถึงตาผมเอาคืน...

คิดแล้วรอยยิ้มชั่วร้ายก็ปรากฏ ผมหันซ้ายหันขวา มองให้แน่ใจว่าไม่มีผีตามมา ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงาน แล้วหยิบของเล่นบางอย่างขึ้นมา

จากนั้นแววตาของผมก็เปล่งประกายชั่วร้ายกว่าเดิม

ได้...

เจ๊จัดหนักมา ผมจัดหนักกลับอะ!!!

 

รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏอยู่บนใบหน้า จากนั้นผมก็หัวเราหึๆ ในลำคออย่างชั่วร้าย

สิ่งของในมือที่ผมจะเอาไปล้างแค้นเจ๊ก็ไม่ใช่อะไรที่แปลกพิสดาร เพราะมันคือปืนที่มีปลายประบอกยาวสีขาว รูปร่างมันอาจดูเหมือนปืนของเล่น แต่ที่จริงเจ้านี่อันตรายกว่าของเล่นเยอะ แม้ว่าตอนแรกจะสร้างมันให้เป็นของเล่นก็ตามที

เจ้าของเล่นชิ้นนี้ ผมสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการพี่สาวโดยเฉพาะ

หึ

แล้วจะได้รู้กันว่าวันนี้ใครจะชนะ ก่อนหน้านี้ผมก็แค่ยอมเล่นตามแผนเจ๊ เพื่อให้เธอได้ใจคิดว่าตัวเองชนะผมก็เท่านั้น

ใช่...

ไอ้ที่ไปนั่งกลัวเมื่อกี้มันก็แค่แผนทำให้เจ๊หลงกล เธอจะได้ตายใจคิดว่าตัวเองชนะ จากนั้นผมก็จะตลบหลังให้หน้าหงายไปเลยต่างหาก

นี่แหละเรื่องสนุกในวันหยุดที่แท้จริง !

ผมเอาปืนซ่อนในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เพื่อออกไปทำภารกิจล้างแค้น แต่ก็ไม่ลืมหันมองไปทั่วห้องนอน ดูให้แน่ใจว่าไม่มีตุ๊กตาผีตามหลังมา

และตอนนั้นเอง...

ผมรู้สึกว่าดวงตาของหุ่นยนต์ในห้องมันดูชั่วร้ายยังไงชอบกล

หนังผีทำพิษอีกแล้ว...

ผมคิดด้วยความหลอน ก่อนจะรีบเดินออกจากห้อง เพื่อไปหาพี่สาวตัวดี แล้วจัดการตลบหลังให้ราบคาบ วันนี้จะได้สนุกอย่างแท้จริง

แล้วจะได้เห็นดีกัน!!!

 

ผมแอบมองเจ๊อยู่ที่หลังกำแพง ตอนนี้เจ๊กำลังนอนร้องเพลงอยู่บนโซฟา ดูอารมณ์ดีดี๊ด๊าคาดว่าคงเพราะเพิ่งเล่นงานผมได้ และยิ่งมองก็ยิ่งหมั่นไส้ ใจผมคันยุบยิบด้วยอยากจะจัดการเธอให้เข็ด

รอเวลาไม่นานนัก ผมก็พร้อมลงมือ มือคว้าปืนนั่นออกมาจากกระเป๋า แอบซ่อนไว้ข้างหลังแบบผู้ร้าย จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น

“เจ๊!”

เจ๊หันมามองหน้าผม ในขณะที่ปากก็ยังคงร้องเพลงอยู่ “... I’m in wonderland...”

ผมไม่รอช้า ฉวยโอกาสนั้นเหนี่ยวไกใส่หน้าเจ๊ทันที

เปรี้ยง!

ผมยิงเข้าไปเต็มเหนี่ยว แสงเลเซอร์สีขาวสาดเข้าดวงตาของเจ๊ แล้วเจ๊ก็ได้เข้าไปวันเดอร์แลนด์ของจริง ไม่ต้องร้องเพลงอย่างเดียว

เธอมึนหัวไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเซล้มลงไปนั่งบนพื้น

ไป Wonderland ไหมล่ะ!

 “โชคดี” ผมบอกลา ก่อนจะโยนกล้องเคลื่อนที่ติดตามเจ๊ เพื่อดูผลของเจ้าปืนใหม่นี่ กล้องนั่นมันเป็นกล้องจิ๋วระดับนาโนที่เจ๊ไม่มีทางมองเห็น เพราะมันเป็นกล้องสำหรับสืบราชการลับโดยเฉพาะ

ระหว่างที่เจ๊กำลังมึน ผมก็รีบวิ่งหนีออกไปที่หน้าประตูทันที มือคว้าร่มมาคันหนึ่ง ก่อนจะวิ่งหายไปข้างนอก

ปืนนั่นเรียกว่า ‘ปืนยิงเลเซอร์’ แต่เลเซอร์นั่นไม่ธรรมดา มันเป็นแสงที่ทำให้คนหน้ามืด ก่อนจะเข้าไปแทรกแซงส่วนของสมอง เพื่อทำให้นึกถึงคนที่เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย

เอาง่าย ๆ คือ ยิงไปสักพัก เจ๊ก็จะคิดถึงผม!

หึๆ

อยากรู้จริงๆ ถ้าเจ๊คิดถึงผมจะเป็นยังไง!

 

ผมเดินไปหาที่นั่งหลบเจ๊ที่ร้านกาแฟแถวบ้าน ตอนนี้ฝนตกหนัก ผมคิดว่าเจ๊คงไม่ออกมาตามหาหรอก แต่ที่ยิงแบบนี้เพราะอยากจะสั่งสอนให้พี่สาวขี้แกล้งได้รู้

ถ้าไม่มีผม เจ๊จะต้องเสียใจ

ผมนั่งจิบกาแฟไปก็ดูผลงานของตัวเองผ่านหน้าจอมือถือที่เชื่อมสัญญาณภาพกับกล้องสอดแนม ตอนนี้เจ๊เพิ่งหายมึน จึงเดินไปหาน้ำมากินแบบงง ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา

เธอเปิดหนังดูไปเรื่อย ๆ ผ่านไปสิบนาทีเจ๊ก็เริ่มดูลุกลี้ลุกลน มองนาฬิกา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครสักคน

ตืดดด

โทรหาผมนี่เอง...

ผมมองหน้าจอที่ขึ้นชื่อเจ๊ และรูปของเจ๊ตอนขี้เหร่สุด ๆ ที่ผมตั้งเป็นรูปสำหรบสายเรียกเข้า ก่อนจะหัวเราะอยู่คนเดียว

“เป็นไงล่ะเจ๊ โดนผมแกล้งคืนบ้างเป็นยังไง”

สายแรกโทรมาผมไม่รับ เจ๊ก็ดูเครียดก่อนจะโทรหาสายที่สอง ผมก็ยังไม่รับเหมือนเดิม เจ๊จึงโทรมาอีกครั้งทันที คราวนี้ผมโหดขึ้น จึงกดตัดสายเลย

เมื่อผมกดตัดสายไป เจ๊ก็เบิกตากว้าง คราวนี้นั่งไม่ติดเลยทีเดียว

จุดอ่อนของเจ๊คือแบบนี้นี่เอง...

พวกทนความคิดถึงไม่ได้สินะ

ผมดูอาการของเจ๊ต่อไปเหมือนนั่งดูรายการเรียลลิตี้ ก็เห็นว่าเจ๊ยังคงกระหน่ำโทรมาอีก ผมเลยเพิ่มระดับความโหดเข้าไป คราวนี้ปิดเครื่องหนีไปพร้อมกับปิดสัญญาณตามหาตัวทุกอย่างด้วย เพื่อกันเจ๊แฮ็กข้อมูลแล้วตามหาเจอ

เจ๊กัดฟันแน่น เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อหาที่อยู่ของผม แต่ไม่ว่าทำแบบไหนก็ทำไม่ได้ เหมือนกับตอนนี้ผมได้หายตัวไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย และฉับพลันนั้นเองที่เจ๊ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ทว่าสีหน้าแบบนั้นกลับทำให้ผมถึงกับหลุดขำออกมา

เป็นไงล่ะเจ๊...

พอได้มาเห็นเจ๊ในสภาพนี้ ผมก็เข้าใจแล้วว่าเจ๊มีความสุขอะไรตอนเห็นผมทำหน้าเหมือนจะตายตอนดูหนังผี คือหน้ามันตลกประมาณนี้จริง ๆ

ผมดูท่าทีเจ๊ต่อไป ตอนนี้ยังไม่อยากกลับบ้าน เพราะอยากแกล้งเจ๊ให้สะใจกว่านี้อีกหน่อย แถมตอนอยู่ในคาเฟ่ก็คลายความกลัวผีไปได้เยอะ เพราะในนี้มีคนนั่งเต็มไปหมด

อยู่ที่นี่แหละสบายใจ...

ระหว่างที่ผมคิดจะปักหลักที่คาเฟ่อีกนาน ก็พลันเห็นเจ๊หยิบกระเป๋ามา ก่อนจะวิ่งไปที่หน้าประตูด้วยความรีบร้อน ดวงตาทั้งสองเริ่มเอ่อคลอเบ้า

ผมเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น

นี่เจ๊...

คิดถึงผมขนาดนั้นเลยเหรอ?

ปืนที่ผมยิงไปนี่ลำแสงทำให้คิดถึงกัน เหมือนไม่ได้เห็นหน้ากันมาประมาณ 1 อาทิตย์เองนะ

ผมคิดแล้วก็ดูต่อไป

ตอนนี้เจ๊วิ่งต่างสายฝน ไม่คิดจะพกร่มมาด้วยซ้ำ เธอก้าวขาเหยียบน้ำที่ขังอยู่บนพื้น ไม่สนใจว่าน้ำจะกระเด็นเลอะแข้งขา ส่วนใบหน้าก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา จนเกือบจะแยกไม่ออกแล้วว่าหยดไหนฝนหยดไหนน้ำตา

หน้าเจ๊ดูเศร้า ทุกข์ และปวดร้าว

“เจ๊”

คราวนี้เป็นผมที่เริ่มอยู่ไม่สุข เพราะไม่คิดเลยว่าเจ๊จะเป็นถึงขนาดนี้

เจ๊วิ่งไปก็ร้องไห้ไป ตะโกนหาผมไปด้วย โทรศัพท์ก็พยายามโทรหาติดต่อผมให้ได้ แต่ทำยังไงก็ไม่ได้ สุดท้ายเลยอาศัยวิ่ง ๆ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ เพื่อหาตัวผม

เห็นเจ๊เป็นขนาดนี้ผมเริ่มใจไม่ดีแล้ว...

เจ๊ร้องไห้แบบนี้ มันเหมือนกับเจ๊ไม่ใช่แค่คิดถึง แต่มันเหมือนกับเจ๊มีความเจ็บปวดอะไรในใจด้วย ถึงได้มีสายตาท้อแท้ อ้างว้าง แล้วก็เจ็บช้ำขนาดนั้น

“เจ๊เป็นอะไรเนี่ย”

ผมมองเจ๊ต่อไปด้วยความสับสน เพราะสิ่งที่เจ๊เป็นตอนนี้มันเกินคาดเกินไป ผมไม่รู้ว่าตัวเองนั่งเหม่อมองสิ่งที่เกิดกับเจ๊นานแค่ไหน แต่ตอนที่เจ๊วิ่งไปแล้วล้มลงเพราะลื่น ตอนนั้นแหละที่ผมได้สติ

ผมต้องกลับไปหาเจ๊แล้ว!

พอคิดได้ปุ๊บ ผมก็รีบวิ่งตามหาเจ๊ ไม่คิดจะกางร่มเช่นเดียวกับเจ๊ ก่อนจะไปเจอเจ๊นั่งร้องไห้อยู่ที่ชิงช้าในสวนสาธารณะแถวบ้าน

“เจ๊...”

ผมเรียกเจ๊ด้วยความรู้สึกผิด

เอาตามตรง ตอนแกล้งก็คิดว่าถ้าทำให้เจ๊ร้องไห้คงสนุกน่าดู เพราะตอนเด็กเห็นเจ๊ร้องไห้แล้วมันรู้สึกดีมาก แต่พอมันเกิดขึ้นจริงตอนนี้ ทุกอย่างมันไม่ใช่เลย ผมโคตรเจ็บปวดตอนที่เห็นเจ๊เป็นแบบนี้

เจ๊ไม่ได้ร้องไห้มาหลายปีแล้ว และผมทำให้เจ๊ร้องไห้เพราะเรื่องพิเรนทร์...

เจ๊เงยหน้ามามอง พอเห็นว่าเป็นผมก็ทำหน้าเหมือนตกตะลึง ในความรู้สึกของเธอตอนนี้คือการเห็นผม คนที่ไม่ได้เจอมาแล้ว 1 สัปดาห์เต็ม ไม่ใช่ครึ่งชั่วโมง

 “อันเซลกลับมาหาเจ๊แล้ว...” เจ๊พูดก่อนจะวิ่งเข้ามากอดผมแน่น มือของเธอลูบหัวผมเหมือนต้องการดูว่าผมเป็นตัวจริงไม่ใช่ตัวปลอม

“เจ๊คิดว่าอันเซลจะหายไปไม่กลับมาแล้ว”

ผมถอนหายใจ ก่อนจะกอดเจ๊กลับ ผมไม่คิดเลยว่าเจ๊จะรักแล้วก็คิดถึงผมขนาดนี้ นี่แค่ความรู้สึกของการจากกัน 1 อาทิตย์ แล้วถ้ามันเป็น 1 เดือน หรือ 1 ปีล่ะ

เจ๊จะเป็นยังไง?

“ผมขอโทษนะเจ๊”

หลังจากนี้คงไม่กล้าทำแบบนี้อีกแน่...

จากนั้นเราสองคนก็กอดกันท่ามกลางสายฝน ไม่กลัวสายตาของใครจะมองเราเป็นยังไง จนกระทั่งผ่านไปสักพัก เจ๊กอดผมจนพอใจแล้ว ก็เปลี่ยนจากใบหน้าเศร้า ๆ เป็นยิ้มแย้มแทน

 “กลับบ้านกันเถอะ ฝนตกแบบนี้ตากฝนนานคงไม่ดี” เจ๊พูดด้วยน้ำเสียงใจดีแบบที่หาได้ยาก ก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวผมด้วยความเอ็นดู และก็ยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มผมทันที ทำเอาความรู้สึกผิดในใจพลันเปลี่ยนแปลงไป

รอยยิ้มชั่วร้ายของผมปรากฏ

จะว่าไปแล้ว... ทำแบบนี้ก็ดีจะตายไม่ใช่เหรอ?

ทั้งโดนกอด โดนหอม โดนทำดีด้วย นี่มันคือฝันเลยไม่ใช่เหรอ?

เคยมีคำพูดที่ว่า ฝันจะยังสวยงามก็ต่อเมื่อมันเป็นฝัน แล้วตอนนี้มันกลายเป็นจริงแล้ว ก็สวยงามไม่แพ้กันนี่

ผมยิ้มให้เจ๊แบบเด็กดี ก่อนจะเดินจับมือเจ๊กลับบ้าน เจ๊ที่ไม่ได้เจอผมมา 1 อาทิตย์เดินไปสักพักก็กอด เดินไปสักพักก็หอม จนผมรู้สึกว่าทุกอย่างมันคุ้มค่าจริง ๆ

ตอนแรกก็ขม แต่ผ่านไปรสมันก็หวาน

คือถ้าทำให้เจ๊คิดถึงแล้วจะเจออะไรแบบนี้ จะทำบ่อย ๆ เลยก็แล้วกัน

หึๆ

เจ๊พาผมกลับบ้านด้วยความใจดีแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำเอาผมก็รู้สึกเขิน ๆ นิดหน่อย แต่ยอมรับจากใจว่าโดนเจ๊ปรนนิบัติด้วยแบบนี้แล้วรู้สึกดีโคตร

เจ๊เดินไปหยิบผ้าขนหนูมา ก่อนจะเช็ดหัวเปียกฝนให้ผม พลางพูดว่า “อันเซลเปียกหมดแล้ว ไปอาบน้ำเถอะไป ปล่อยไว้นานเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะ”

เจ๊ดีมาผมก็ดีกลับ

สุดท้ายเลยอ้อนไป “อาบให้หน่อยสิเจ๊ อยากให้เจ๊สระผมให้จัง”

ตอนพวกเราเด็ก ๆ อยู่ในบ้านหลังเล็ก มีแค่ห้องน้ำเดียวจึงต้องอาบน้ำด้วยกันบ่อยครั้ง โตมาจนถึงตอนนี้ผมยังคิดถึงตอนที่นั่งแช่น้ำในกะละมังแล้วเจ๊สระผมให้อยู่เลย

ผมมองเจ๊ด้วยความหวัง

อยากรู้เหลือเกินว่าความคิดถึงจะทำให้เจ๊ถึงขั้นตอบรับคำขอของผมไหม

และคำตอบก็คือ...

“เอาสิ”

นี่เจ๊...

พอคิดถึงผมแล้วเป็นเอาหนักขนาดนี้เลยเหรอ ?

 

หลังจากนั้นเจ๊ก็อาบน้ำให้ผมจริง ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องน้ำมันค่อนข้างงง และสับสน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ลืมไปหมดเพราะสมองระเบิดตั้งแต่เจ๊ใส่บิกินี่ตัวใหม่มานั่งแช่น้ำด้วยแล้ว

บิกินี่สายเดี่ยวเสียวมือผมไปดึงให้หลุดมาก...

"เจ๊..." ผมพูดแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความประหม่า ถึงจะเคยเห็นเจ๊ใส่บิกินี่มาก็บ่อย ตอนไปเล่นทะเลก็แอบดึงสายผูกบิกินี่เจ๊ให้หลุดอยู่บ่อยๆ ด้วบ แต่ไม่เคยเห็นใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน

มันชัดมาก...

แบบเอื้อมมือไปจับยังได้

แต่ก็นะ...

ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมถึงหญิงชายที่โตแล้วถึงไม่ควรอาบน้ำด้วยกัน แม้จะเป็นพี่น้องกันก็ตาม

แล้วทีนี้จะเอาตาไปไว้ที่ไหน!

เจ๊หันมามองผมแบบรู้ทัน ก่อนจะยิ้มเผล่แล้วพูดว่า "เจ้าเด็กทะลึ่ง! รู้นะว่าคิดอะไร"

ผมหน้าแดงก่ำเพราะโดนแซว ก่อนจะหันหลังให้ แล้วสั่งเจ๊ว่า "สระผมให้หน่อยสิ"

ผมไม่รู้ว่าเจ๊จะมีสีหน้ายังไง แต่ฉับพลันนั้นมือของเจ๊ก็ลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะกอดผมแน่นจากด้านหลัง

ผมหน้าร้อนผ่าวทันที

"เจ๊!!!  อย่ากอด"

"ทำไมล่ะ ก็เจ๊คิดถึงหนูอัน"

"เพราะผมจะเป็นบ้าแล้ว!" กล่าวจบผมก็วิ่งหนีออกจากอ่างน้ำ แล้วไปยืนอาบน้ำฝักบัวแทน ส่วนสายตาก็มองเจ๊ด้วยความกังวล

เจ๊มองผมก่อนจะหัวเราะแบบนางมารร้าย แล้วพูดว่า "เด็กนี่มันขี้อายจริงๆ เลยน้า บอกให้เจ๊สระผมให้ แต่ดันไปหลบมุมอาบน้ำซะงั้น"

"เรื่องของผมดิ"

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องน้ำทั้งหมด ทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจนักว่า... ผมแกล้งเจ๊ชนะ หรือเจ๊ชนะผมขาดลอยกันแน่

แต่ช่างมันเถอะ...

เพราะสุดท้ายคืนนี้ก็จบลงด้วยการที่ผมนอนกอดเจ๊แล้วหลับไปทั้งคืน ในตอนที่พี่โอเรนยังไม่ถึงบ้าน ส่วนผมก็กำลังกลัวผี การได้นอนกอดเจ๊นอนก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

ผมคิดแล้วก็หลับตาลง นอนกอดเจ๊แล้วก็หลับไป โดยปราศจากซึ่งความกลัว

มันนิ่มจริงๆ...

 

ตัดมาอีกด้านหนึ่ง

โอเรนขับรถมาจอดที่บ้าน จากนั้นก็เดินลงมาจากรถพร้อมถุงผักจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเหมือนทุกวัน แต่แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วสงสัย เมื่อพบว่าบ้านเงียบเกินไป

น้องทั้งสองคน... ไม่แผลงฤทธิ์ซนเหรอ?

โอเรนคิดด้วยความสงสัยขณะเดินเข้าไปในบ้าน และก็ต้องสงสัยยิ่งกว่าเดิมเมื่อพบว่าบ้านเงียบไปจริงๆ

ด้วยความไม่ไว้ใจ โอเรนจึงเดินไปโดยรอบ เพื่อตรวจสอบว่ามีบ้านส่วนไหนพังรึเปล่า แต่ก็ไม่เจอ

ดูเหมือนวันนี้เด็ก ๆ จะเป็นเด็กดี

แต่...

ถ้าเชื่อก็ไม่ใช่สุดยอดพี่ชายแล้ว

คราวนี้โอเรนเดินไปชั้นบน เปิดประตูห้องนอนของคาริน่า ก็เห็นสองพี่น้องตัวแสบกอดกันกลม ตอนแรกเขาเกือบจะคิดแล้วว่าทุกอย่างปกติดี จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นซีดีแผ่นหนึ่งบนพื้นห้อง

หนังผีตุ๊กตา

วันนี้คาริน่าคงแกล้งน้อง อันเซลถึงได้มานอนด้วย....

โอเรนส่ายหัว เขาบอกเธอชัดเจนแล้วนะว่าห้ามแกล้งน้องแบบนี้อีก

แบบนี้แสดงว่าดื้อ

คิดแล้วโอเรนก็หยิบซีดีนั่นขึ้นมา ก่อนจะปิดประตูห้องคาริน่า แล้วไปเปิดประตูห้องของอันเซล จากนั้นก็เจอของกลางอีกหนึ่งชิ้น

ปืนสีขาว

อันเซลก็คงแกล้งคาริน่ากลับเหมอนกัน...

โอเรนส่ายหน้าอีกรอบ เขาว่าเขาบอกอันเซลชัดแล้งนะว่าห้ามเล่นกันแผลงๆ

แสดงว่านี่ก็ดื้อ...

โอเรนไม่พูดอะไร ก่อนจะหยิบปืนนั่นมา จากนั้นเขาก็เดินไปดูที่ห้องน้ำ เจอเสื้อผ้าเปียกฝนอีกสองชุด

โอเรนถอนหายใจ หน้านิ่งในบัดดล

เขาบอกชัดเจนแล้วเหมือนกันว่าห้ามเล่นกลางสายฝน

แสดงว่านี่ก็ไม่เชื่อฟัง

แหกกฏไปสามข้อ และมีหลักฐานครบสาม...

สุดท้ายโอเรนก็เดินลงข้างล่าง ในมือซ้ายมีแผ่นหนัง ในมือขวามีปืน เขาโยนของทั้งสองลงไปในเตาผิงที่ห้องนั่งเล่น จากนั้นก็จุดไฟเผา

แสงไฟสีแดงกระทบใบหน้าของพี่ชายแสนดีที่กำลังจะกลายเป็นปีศาจในไม่ช้านี้

เด็ก ๆ เล่นซนกันเกินไปแล้ววันนี้...

 




ตอนพิเศษเพิ่มเติม

บทลงโทษเด็กดื้อ พาร์ทพี่โอเรนเอาคืน




                เผลอกอดเจ๊นอนหลับฝันหวานไปได้สักพักก็สะดุ้ง รู้สึกตัวตื่นเพราะความผิดที่ตัวเองก่อไว้เข้าไปก่อกวนถึงในความฝัน สองมือของผมกำลังกอดบางสิ่งที่นุ่มนิ่ม พอพบว่าเป็นตัวของเจ๊ก็รีบเด้งตัวหนีทันที เพราะพี่สาวที่กำลังขดตัวนอนอยู่ย้ำเตือนให้ผมรู้ว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ

นั่นก็คือ...

การทำลายหลักฐานทุกอย่างที่เล่นซนวันนี้ให้หมดก่อนที่พี่ชายจะกลับมา!

                คิดแล้วก็เงยหน้ามองนาฬิกาเรืองแสงตรงผนัง พอเห็นว่าตอนนี้เวลาเที่ยงคืน มันเลยช่วงเวลากลับบ้านของพี่โอเรนมาแล้ว อยู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่หลังเพราะกลัวว่าจะโดนจับได้ จึงต้องรีบลุกออกจากเตียงแล้วตามหาหลักฐานโดยพลัน ในขณะเดียวกันก็นึกย้อนความหาว่าตัวเองเก็บหลักฐานพวกนั้นไว้ที่ไหน

ผมกับเจ๊ถอดเสื้อผ้าเปียกไว้ในห้องน้ำ...

ก่อนออกจากห้องนอน ผมไม่ลืมห่มผ้าห่มให้เจ๊ดีๆ เมื่อเจ๊ได้ผ้าห่มก็เอาไปกอดไว้แน่น ท่าทางพี่สาวของผมตอนนอนน่ารักแบบแปลกๆ ดีจนน่าจับหยิกจมูก แต่ไม่มีเวลามาทำเรื่องแบบนี้ สุดท้ายจึงปล่อยให้เจ๊รอดตัวไป

ผมค่อยๆ ย่องออกไปข้างนอก เพื่อตามเก็บหลักฐานเสื้อผ้าเปียกในห้องน้ำ พอเปิดประตูห้องน้ำออก ก็รู้สึกโชคดีจนหายใจคล่องขึ้นมาทันทีที่พบว่าเสื้อผ้ายังอยู่ที่เดิม แสดงว่าพี่ชายยังจับไม่ได้ ผมเลยรีบหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นมาก่อนจะย่องเอาไปใส่ไว้เครื่องอบที่ห้องซักผ้าเบื้องล่าง เพื่อทำให้ผ้าหมาดลงมาหน่อย

ระหว่างรอผ้าแห้งผมก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ทำทุกอย่างทัน พี่โอเรนมีห้องน้ำส่วนตัวเลยไม่ต้องใช้ห้องน้ำกลางเหมือนพวกผม พี่เขาก็เลยไม่ได้บังเอิญเปิดมันแล้วเห็นกองเสื้อผ้าเปียกฝนในนั้น

พอผ้าแห้งผมก็โยนใส่ในตระกร้าเตรียมซักแบบเนียนๆ ก่อนจะยิ้มร่าเริงแล้วเดินกลับไปนอนในห้องตัวเองด้วยความสบายใจ

สำหรับเรื่องนี้ขอแค่พี่ชายจับไม่ได้ก็พอแล้ว

ไม่งั้น... นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะโดนทำโทษยังไง

 

ในอีกด้านหนึ่งของบ้าน โอเรนแอบมองการกระทำของน้องชายตลอดทุกขั้นตอน ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง เขานั่งลงบนโต๊ะทำงาน แล้วทำบางอย่างบนโต๊ะด้วยสีหน้านิ่งขรึม

อารมณ์ใดๆ ไม่แสดงออกมาชัดเจน

แต่...

พรุ่งนี้ต้องมีคนโดนทำโทษแน่นอน

 

เช้าวันต่อไปมาถึงในที่สุด ผมรีบตื่นแล้วไปจัดการอาบน้ำอาบท่า แล้วไปนั่งเตรียมกระเป๋าสำหรับไปเที่ยวทันที เพราะวันนี้พวกเรามีนัดไปแคมป์ปิ้งครอบครัวกันที่นอกเมือง

ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้กำลังผลิบาน ดอกไม้ที่พี่โอเรนปลูกไว้ในสวนหลังบ้านกำลังแข่งกันส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แล้วพยากรณ์อากาศก็บอกว่าวันนี้ฝนไม่ตกพอดี พวกเราจึงวางแผนไปเที่ยวชมธรรมชาติ เดินเที่ยวดูดอกไม้ป่าผลิบานกันสักวัน

พี่โอเรนเป็นคนจองทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ผมกับเจ๊มีหน้าที่อย่างเดียวคือลันล้าดีด๊าตามประสาเจ้าเด็กแสบ ผมนั่งเก็บของไปพลางก็นั่งร้องเพลงไปพลาง อารมณ์ดีถึงขีดสุด เพราะแค่นึกว่าจะได้ไปนอนเต็นท์กับเฮียกับเจ๊ก็ตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

คิดแล้วรอยยิ้มชั่วร้ายของผมก็ผุดพรายขึ้นบนใบหน้า ส่วนมือก็คว้ากล่องใส่ของลับที่ซ่อนไว้ใต้ตู้ออกมา เพื่อหยิบหน้ากากหมีป่าออกมาแล้วชื่นชมกับความน่ากลัวของมัน ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าสะพายให้เรียบร้อย

ผมหัวเราะหึๆ ก่อนจะพูดอย่างชั่วร้ายว่า คืนนี้ต้องมีคนร้องไห้แน่นอน

ผมรู้ว่าผมกลัวผี แต่ผมไม่กลัวหมี แล้วคืนนี้เจ๊ที่แกล้งผมจะต้องเจอการแกล้งไม้สอง ผมไม่หยุดแค่ไม้แรกหรอก ระดับน้องชายตัวแสบแล้วต้องเจอคอมโบ

หึ!

หลังจากเก็บของเสร็จ ผมก็สะพายกระเป๋าเป้ที่เต็มไปด้วยกล้อง เลนส์ แล้วก็หน้ากากหมีลงไปที่ชั้นล่าง ก็เห็นเจ๊กับเฮียกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องครัว พวกเขาคงกำลังรอทานอาหารเช้ากับผมอยู่ ผมจึงรีบไปทานอาหารเช้าพร้อมหน้าพร้อมตาก่อนเริ่มการเดินทาง

เช้านี้ทุกอย่างปกติดี ไม่มีสัญญาณเตือนภัยใดๆ พี่โอเรนทำอาหารเช้าอร่อยมากให้พวกเราทาน แถมกินไม่พอ พี่เขายังจะคอยเติมนั่นนี่ให้กินตลอดอีก

แสดงว่าเมื่อคืนไม่รู้จริงๆ ด้วยสินะ...

โล่งอก

เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็ถึงเวลาเดินทาง พี่โอเรนขับรถพาพวกเราไปยังนอกเมือง ผมจองเบาะหลังคนเดียวจึงทิ้งตัวลงนอนแผ่หลา จากนั้นก็ร้องเพลงไปตามประสาคนหล่อ แม้ว่าจะโดนเจ๊บ่นตลอดทางว่าเสียงผมห่วยจนทำลายบรรยากาศริมทางสวยๆ ก็เถอะ

แต่ปล่อยเจ๊ไป พวกเข้าไม่ถึงศิลปะก็งี้แหละ

เจ๊ ระหว่างผมกับดอกไม้ข้างทาง อันไหนน่าเด็ดกว่ากัน ผมทางยียวนกวนประสาทเจ๊ไป ก่อนจะโดนเบะปากใส่

ดอกไม้ข้างทางย่ะ

เบื่อพวกโกหก ผมพูดแล้วก็ยักไหล่ด้วยความมั่นหน้า ก่อนจะยื่นหน้าไปยังแถวโซนเบาะหน้า แล้วร้องเพลงเสียงสูงให้เฮียกับเจ๊ได้ฟังชัดๆ

อันเซลโว้ย!”

จากนั้นผมกับเจ๊ก็ทะเลาะกัน แต่ศึกนี้ก็จบลงด้วยการที่พี่โอเรนชวนเราสองคนร้องเพลงระหว่างทางพร้อมกัน จากนั้นผมก็พบว่า... บ้านเราแม่งเสียงห่วยแตกทั้งบ้าน

แล้วเจ๊ทำมาว่าแต่ผม ความจริงแล้วทุกคนก็คุณภาพเสียงเหมือนกันหมด...

เมื่อรถขับเข้าใกล้พื้นที่ตั้งแคมป์ของพวกเรามากขึ้น ผมก็พบว่าสองข้างทางมันสวยมาก แสงแดดที่ส่องลงมากำลังดี ไม่จ้าและร่มเกินไป ลานทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างมีวัวสีขาวดำเดินไปมา ดอกไม้หลากสีริมทางเบ่งบาน ผีเสื้อบินวนโต้ลมเย็นที่มาพร้อมกลิ่นหอม ผมอดไม่ได้จนต้องบอกให้พี่ชายจอดรถแวะถ่ายรูป

จากนั้นพี่โอเรนก็ไปยืนเก๊กท่าหล่อ ส่วนเจ๊ก็ไปยืนเกาะแกะ ทำท่ายื่นดอกไม้ กอดกัน จุ๊บแก้มกัน สวีตเหมือนคู่รัก จนถ่ายรูปออกมาเหมือนรูปพรีเวดดิ้งเสียอย่างนั้น แล้วถ่ายไปถ่ายมาผมดันเป็นคนเดียวที่ไม่มีรูปเลย สุดท้ายเลยได้รูปเซลฟี่มารูปหนึ่งที่มีผมอยู่ในนั้น

โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมกับช่างกล้องจริงๆ...

พวกเราจอดรถถ่ายรูประหว่างทาง แวะเที่ยวเล่นมาเรื่อยๆ จนเดินทางมาถึงพื้นที่ตั้งแคมป์ที่จองเอาไว้ ผู้ดูแลแคมป์เตรียมเต้นท์ไว้ให้พวกเราหมดแล้ว พอเช็คอินเต้นท์แล้วก็เอาของไปเก็บ จากนั้นก็ถึงเวลาของการเที่ยวชม

ผมเป็นพวกบ้ากล้องมาก นอกจากขี่รถเล่นแล้ว ผมก็ชอบถ่ายรูป แล้วก็โชคดีมากที่ผมมีเจ๊เป็นพี่สาว เธอเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปมาก ทำให้ผมมีนางแบบส่วนตัวไปโดยปริยาย ก็ไม่อยากยอมรับ แต่เจ๊ก็ดันเป็นนางแบบที่ดีอีก

ผมกับเจ๊พากันไปถ่ายรูปเล่น รอบพื้นที่ตั้งแคมป์เต็มไปด้วยต้นไม้ ไม้พุ่มหลากสีสัน และดอกไม้ที่ผุดขึ้นมาตามฤดู มันเป็นวิวที่สวยมากจนรู้สึกซาบซึ้งในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

วันนี้เจ๊ใส่ชุดกระโปรงยาวเปิดไหล่ ดูสวยน่ารักแบบแปลกตาดี เพราะปกติเจ๊ชอบแต่งตัวแมนๆ ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น พอมาใส่ชุดน่ารักแบผู้หญิง เจ๊ก็ค่อยดูเป็นผู้หญิงหวานๆ ขึ้นมาหน่อย

ผมตั้งท่าเตรียมถ่ายรูป เจ๊เดินไปยืนข้างต้นไม้ มือจับหมวกปีกกว้างของตัวเองข้างหนึ่งก่อนจะฉีกยิ้มหวาน วินาทีนั้นผมไม่อยากยอมรับเลยว่าตัวเองคิด

เจ๊น่ารักมากจนดอกไม้ข้างเจ๊แม่งดับไปเลย

 เจ๊ขี้เหร่ว่ะ ถ่ายรูปไม่ขึ้นเลย

อะไร เจ๊ออกจะสวยเหอะ ไม่ว่าเปล่า เจ๊ยังสะบัดผมสีทองเป็นลอนให้พลิ้วไปตามสายลม ไหนจะกระโปรงพลิ้วอีก ไม่อยากพูดจริงๆ ว่าน่ารักมาก

แต่ก็นะ...

ขี้เหร่ ทำยังไงก็ขี้เหร่ ผมไม่ชอบชมเจ๊ให้เหลิง

เจ๊เบ้หน้าใส่ก่อนจะเดินมาหา อันเซลหล่อตายแหละ

นี่ฮอตสุดในโรงเรียนแล้ว พวกที่ไม่มีคนกล้าจีบอย่าพูดเหอะ

สวยเกินไปเลยไม่มีคนกล้าจีบหรอกน่า

ไม่สวยเลยมากกว่า

อันเซลโว้ย!”

จากนั้นผมกับเจ๊ก็วิ่งไล่ตีกันไปทั่วบริเวณ ช่วงนี้ยังเช้าอยู่อากาศเลยกำลังดี ลมเย็นพัดมาพร้อมกับหอมของดอกไม้ เราสองคนพี่น้องวิ่งไล่ตีกันจนไปถึงบริเวณริมแม่น้ำ เห็นพี่โอเรนกำลังนั่งตกปลากับเจ้าหน้าที่และคนที่มาแคมป์คนอื่นๆ เข้า ทำให้เราสองคนรีบสงบศึกทันที

พี่โอเรนชอบความเรียบร้อย ดังนั้นจึงต้องทำตัวเรียบร้อย

พี่ชายมองพวกเราก่อนจะยิ้มให้แล้วพูดว่า เย็นนี้คงมีเมนูปลากิน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลบอกว่าคืนนี้จะทำเมนูเด็ดของที่นี่ให้กินเยอะมาก ฤดูนี้มีวัตถุดิบเยอะ อาหารที่เราจะได้กินก็เลยดีตามไปด้วย

สุดยอด!” ผมกับเจ๊พูดพร้อมกัน จากนั้นก็ไปนั่งเล่นกับพี่ชาย คุยกันคนแถวนั้นสนุกสนาน ผมเจอแมลงปอแมลงอะไรก็ไปถ่ายรูปเก็บไว้หมด แต่พอเริ่มเบื่อ ผมกับเจ๊ก็พากันไปเดินเล่นน้ำกันตามประสาเด็กที่ชอบทำตัววุ่นวาย

เอาง่ายๆ เราสองคนมันไม่เคยโต

ผมกับเจ๊ถอดรองเท้าเดินอยู่ริมน้ำใสเพื่อให้น้ำเย็นๆ ได้กระทบผิวให้ชื่นใจ แต่เดินเล่นได้สักพักก็กลายเป็นวิ่งไล่กันไปทั่วจนได้ สุดท้ายพวกเราก็เล่นน้ำกันจนตัวเปียกแฉะ พอตกเย็นมาเริ่มหนาวมากขึ้น ก็ถึงเวลาต้องไปอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเตรียมตัวกินอาหารเย็น

เย็นวันนั้นพวกเราได้กินอาหารที่มาจากธรรมชาติ อร่อยมากจนถือว่าคุ้มมากที่ได้มาพักผ่อนที่นี่ แม้ว่าจะต้องต่อคิวยาว แถมค่าพักก็แพงมาก แต่มันคุ้มจริงๆ กับการสัมผัสธรรมชาติสุดเอ็กคลูซีฟที่นี่

หลังจากอาหารเย็น พวกเราก็มานั่งล้อมวงรอบกองไฟที่แสนอบอุ่น จากนั้นพี่ชายก็เริ่มเล่าเรื่องผีให้พวกเราฟัง เรื่องที่พี่ชายเล่ามันเป็นผีแบบเด็กๆ ที่มาเพื่อจัดการเด็กดื้อ

แถวนี้ไม่มีเด็กดื้อ ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว

ถ้าหากมีเด็กดื้อที่ไม่ยอมรับผิดมาที่แคมป์ ว่ากันว่าตอนกลางคืนพวกเขาจะฝันร้าย หมียักษ์ผู้ดูแลป่าจะวิ่งไล่ให้กลัว เพื่อบังคับให้เด็กสารภาพความผิดนั้นออกมา...

ตอนแรกผมก็ฟังไปงั้น ไม่รู้สึกกลัวอะไร แต่พอเริ่มถึงจุดที่บอกว่าเป็นผีหมีป่าตัวใหญ่ มือก็เริ่มเย็นชื้น เหงื่อเริ่มไหลล้อมรอบใบหน้า แล้วผมก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครเดินวนอยู่รอบตัว จนรู้ตัวอีกทีมือผมก็เริ่มเคลื่อนไปกอดเจ๊เอาไว้แน่น

อันเซลจะกอดเจ๊ทำไม กลัวเหรอ

ใครกลัว!” ผมปฏิเสธเสียงดัง ก่อนจะนั่งฟังเรื่องผีต่อไป ทนเก๊กไม่กลัวแบบนั้นจนเรื่องผีจบลงแล้วถึงเวลาเข้านอน ผมกับเจ๊เข้าไปนอนก่อน เพราะเฮียยังคงพูดคุยกับคนแถวตามประสาผู้ใหญ่อยู่

ตอนเดินเข้าเต็นท์ เจ๊หันมายิ้มชั่วร้ายใส่ผม ก่อนจะพูดว่า กลัวผีหมีป่าเหรอ

ไม่ได้กลัว

เจ๊ทำหน้าแบบไม่เชื่อ กอดอกก่อนจะพูดว่า ในเมื่อไม่ได้กลัวก็ขอให้นอนคนเดียวนะ อย่าเผลอมากอดคนอื่นนอนก็แล้วกัน ว่าแล้วเจ๊ก็เข้าไปในเต้นท์ก่อน ผมรีบตามเข้าไปติดๆ ก่อนจะกอดอกแล้วเดินไปนอนอีกมุมหนึ่งของเต้นท์ เหลือที่ตรงกลางให้พี่ชาย

ไม่กอดเจ๊หรอก กอดเฮียก็ได้เหอะ ใครง้อ!

เมื่อเข้าไปในเต้นท์ ผมนอนมองหลอดไฟที่ติดไว้เหนือหัว แสงไฟมันดูประหลาดชอบกล แถมพอดูมากเข้าก็รู้สึกง่วงขึ้นมากระทันหัน พอหันไปมองทางเจ๊ก็พบว่าเป็นเหมือนกัน

เจ๊ขมวดคิ้วมองหลอดไฟเหนือหัวก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงเพราะง่วง

ผมก็ทนไม่ไหวอีกแล้วจึงหลับตาลงแล้วนอนหลับไป ไม่ได้เอะใจเลยว่าไฟนั่นมันคือไฟอะไร แต่หลับไปได้สักพักผมก็ได้ยินเสียงเดินกรอบแกร๊บอยู่รอบเต้นท์จึงต้องสะดุ้งตื่น จากนั้นสิ่งแรกที่เห็นก็คือเงาดำกลมๆ เดินวนอยู่โดยรอบ แถมยังมีหูกลมสองข้างอีก

ไม่ใช่คนแน่นอน!

สองมือผมเคลื่อนไปเขย่าตัวเจ๊ให้ตื่น เธองัวเงียเล็กน้อยออกจะรำคาญด้วยซ้ำที่ผมมาปลุก แต่พอเห็นสิ่งที่ผมเห็นเจ๊ก็สะดุ้งตื่น จากนั้นเราสองคนก็นั่งกอดกันแน่น

เจ๊หันมองไปโดยรอบ เฮียอยู่ไหน?”

ไม่รู้ ผมตอบก่อนที่จะกลั้นใจ ค่อยๆ เคลื่อนตัวมองออกไปนอนเต้น เลิกผ้าขึ้นนิดหน่อยแล้วแอบมองไปข้างนอกเพื่อหาเฮีย แต่ต้องตกใจรอบสองเมื่อพบว่าข้างนอกไม่มีใครเลย แม้แต่กองไฟก็ไม่มี เต้นท์ของคนอื่นก็ไม่มี ตอนนี้เหลือแต่เต้นท์ของเราสองคนที่มาอยู่กลางป่าได้ยังไงก็ไม่รู้ แถมพอมองออกไปข้างนอกแล้วเงาดำก็พลันหายไปทันทีอีก

เหตุการณ์แบบนี้มันคุ้นมาก เหมือนเรื่องผีที่เฮียเล่าให้ฟัง

เจ๊ ซวยละ ผมพูดแล้วก็มองไปยังพี่สาว

เจ๊มองผมก่อนจะมองออกไปนอกเต้นท์ จากนั้นก็พึมพำว่า นี่มัน... เหมือนกับเรื่องเล่าของเฮียเลย คุณหมีที่จะมาหาเด็กดื้อที่แคมป์

เจ๊อย่าพูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นดิ

ไม่ได้พูดบ้าๆ แต่ดูนั่นสิ นั่นมันรอยเท้าหมี

ม่ายยย ผมพยายามปิดหูตัวเอง เพื่อไม่ให้ได้ยินเรื่องราวบ้าบอพวกนั้น เจ๊มันมั่ว เจ๊มันบ้า เจ๊มันชอบปั่น อย่าไปสนใจยัยเจ๊!

เจ๊ทำหน้าเครียด เธอหันมาแตะไหล่ผมก่อนจะพูดว่า ไปกันเถอะ ไปตามหาพี่ชายกัน

บ้าเหรอเจ๊ หมีมันจะวิ่งตามเอาก้านมะยมมาตีก้นเรานะ!”

แล้วไหนบอกไม่กลัว

ง่าผมทำหน้างอ

สุดท้ายงอแงไม่ได้อะไร จะนอนรอให้หมีเอาไม้เรียวมาตีก้นก็ใช่เรื่อง ผมจึงต้องเกาะเจ๊เป็นตุ๊กแก แล้วให้เธอเดินนำหน้าไปตามทางเปลี่ยมเบื้องหน้า

การมีพี่สาวก็มีข้อดีตรงนี้แหละ อย่างน้อยก็ได้พึ่งพาหน่อย

เจ๊เดินนำไปดีๆ นะ ผมพูดแล้วมุดหลังเจ๊ พยายามไม่สนใจรอบตัว ผมมันเป็นพวกกล้ากับทุกเรื่อง แต่จะปอดแหกทันทีถ้าสิ่งที่เกี่ยวข้องมันเป็นเรื่องผีๆ

จุดอ่อนเดียวของผมมีแค่นี้แหละ แต่ดันเป็นปมด้อยใหญ่สุดในชีวิตแล้ว

เจ๊พยายามสะบัดตัวไม่ให้ผมเกาะมากเกินไป ก่อนจะตอบแบบติดรำคาญว่า เออน่า แล้วจะเกาะเจ๊ก็เกาะให้มันดีๆ หน่อยดิ จะดึงกางเกงทำไมเนี่ย กางเกงนอนเจ๊ยางยืดหลวมอยู่ ดึงมากเดี๋ยวก็หลุดพอดี

ไม่ได้ดึงสักหน่อยอะ ตอนนี้มีอารมณ์เล่นสะที่ไหนล่ะเจ๊

เอ๊า แล้วใครมันดึงเจ๊ล่ะ เจ๊พูดแล้วก็เดินต่อไปข้างหน้า ผมฉุกใจกับคำพูดของเจ๊ จึงมองลงไปที่บั้นท้ายของเธอ กก่อนจะหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นว่ามันมีมือหนึ่งดึงกางเกงนอนของเจ๊ไว้ มันเป็นมือใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาล ชัดเจนมากว่าเป็นอุ้งมือหมี

ผมคิดแล้วก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปข้างบน เพื่อพิสูจน์สิ่งที่ตัวเองคิด ก่อนจะเห็นดวงตาสีแดงกลมโตเหนือศีรษะ จากนั้นเจ้าของดวงตาสีแดงก็ก้มลงมามองผมให้ใกล้ชิดและชิดใกล้

ผมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เสียงร้องแม่งหายไปทันที จึงรีบปล่อยมือจากตัวเจ๊แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีเลย เจ๊โดนทิ้งไว้เบื้องหลังแบบนั้น แถมยังไม่รู้เรื่องอะไรก็งงเป็นไก่ตาแตก จึงร้องเรียกผมเสียงดัง

อันเซลไปไหน กลับมานี่เดี๋ยวหลงทาง !”

ผมได้ยินแบบนั้นก็กัดฟันแน่น ใจแม่งกลัวก็กลัว แต่ก็ห่วงพี่สาวอีก คนบ้าอะไรเบอะบ๊ะจนไม่รู้ว่ามีหมีอยู่ด้านหลัง ก็เลยต้องหลับตาแล้ววิ่งกลับไปหาเจ๊ คว้ามือหล่อนมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบพาวิ่งหนีออกมาทันที

ทางด้านเจ๊ เมื่อได้เห็นท่าทางผมแบบนั้นก็คงเริ่มรับรู้บางอย่างได้ จึงหันไปมองข้างหลังก่อนจะร้องเสียงดังลั่น จากนั้นก็กลายเป็นลากผมวิ่งหนี

พวกเราสองคนวิ่งหนีกันหัวทิ่มหัวตำอยู่ในป่า แต่ไม่ว่าจะหนียังไงก็มักจะได้ยินเสียงหมีถือไม้เรียวตามมาตลอดเวลา จนสุดท้ายเจ๊ก็สะดุดล้ม ผมพยายามจะดึงให้เจ๊หนีต่อแต่ก็พบว่าตัวเองมาสุดทางแล้ว เบื้องหน้าคือหุบเหวที่น่ากลัวสุดๆ

ไม่นะ...

ผมหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นหมีป่าตาแดงถือก้านมะยมมาเพื่อหวังตีเด็กดื้ออย่างพวกเราสองคนแล้ว

ผมกับเจ๊กอดกันกลม นั่งร้องไห้แงเพราะกลัวหมีสุดขั้วหัวใจ ส่วนเจ๊นั้นตะโกนออกมาดังลั่น อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะคุณหมี พวกเราไม่ใช่เด็กดื้อสักหน่อย

สิ้นคำนั้นคุณหมีตัวโตก็หวดก้านมะยมในอากาศ เกิดเสียงฟึบ! จนเราสองคนต้องสะดุ้งโหยง

คุณหมีกอดอกก่อนจะเอียงคอ แล้วทำท่าทางบางอย่างที่พวกเราเข้าใจได้ทันทีว่า เขาต้องการให้เราสารภาพบาปเรื่องราวดื้อๆ ออกมา ก่อนจะปิดท้ายด้วยการฟาดก้านมะยมใส่ก้อนหินแถวนั้นจนเกิดเสียงเพี๊ยะ

บอกแล้ว ยอมบอกแล้วค่ะ!”

ยอมแล้วเหมือนกันครับ!” ผมร่วมตะโกนสำทับไป จากนั้นเราสองคนก็กอดกันกลมกว่าเดิม คุณหมีได้ยินแบบนั้นก็เดินกอดอกเข้ามาใกล้ และก่อนที่พวกเราจะหัวใจวายตายเพราะกลัวหมี ตอนนั้นเองผมก็สะดุ้งตื่น พอลืมตาขึ้นก็เห็นว่าเจ๊ตกอยู่ในอารมณ์เดียวกัน

ผมถามทันที เจ๊ฝันเหมือนกันใช่ป่ะ

เจ๊พยักหน้า ใช่ เพราะเรื่องที่พวกเราทำแน่เลย คุณหมีเลยมาเข้าฝัน พวกเราทำตัวดื้อแล้วไม่ยอมสารภาพบาปกับเฮีย

ผมกับเจ๊ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ให้กัน ก่อนจะรีบพากันวิ่งออกไปหาพี่ชายแล้วเล่าเรื่องความฝันคุณหมีป่าให้ฟัง รวมถึงสารภาพบาปเมื่อวานที่เล่นวุ่นวายกัน เพื่อให้คุณหมีให้อภัยเราสองคน ไม่อย่างนั้นคืนนี้อาจจะไม่ได้นอนหลับฝันดี

พี่โอเรนฟังแล้วก็ยิ้ม มือจิบกาแฟร้อนก่อนจะลูบหัวน้องสาวกับน้องชายสองคนสลับกันแล้วพูดว่า ก็แค่ฝันร้ายไม่ใช่เหรอ ว่าแต่... ไฟข้างในใช้ได้ไหม เห็นพวกเธอไม่ยอมเปิดกัน

พี่ชายเปิดไฟไว้นี่คะ

พี่เปล่า

พอพี่ชายพูดแบบนั้น ผมกับเจ๊ก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของพี่ชายแน่ แสงไฟที่พวกเราส่องก่อนนอนคงเป็นลำแสงบางอย่างที่ทำให้พวกเราเกิดความฝันร้ายๆ พวกนั้น

สุดท้ายพอรู้ว่าเป็นฝีมือของพี่ชาย ผมกับเจ๊ก็มองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าให้กัน

จากนั้นเราสองคนสุดแสบก็พุ่งเข้าไปกอดพี่ชายแน่น ก่อนจะมอบจุ๊บคอมโบที่แก้มของพี่ชายสลับกันไปมา เพื่อเอาคืนที่พี่ชายกล้าแกล้งพวกเราแบบนั้น

และแล้วค่ำคืนแคมป์ปิ้งของพวกเราก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

 

ในอีกด้านหนึ่งหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังสามพี่น้อง คุณหมีตัวใหญ่ตาสีแดงมองทุกคนก่อนจะยิ้มเผล่น่ารัก แล้วส่งมินิฮาร์ตให้ครอบครัวพี่น้องสามคนนั้น

เมื่อเห็นว่าเด็กดื้อยอมสารภาพบาป คุณพี่ชายก็ดูมีความสุข จากนั้นคุณหมีก็เดินจากไปพร้อมกับก้านมะยมในมือ

สรุปได้ว่า...

เรื่องเมื่อกี้นี้พี่โอเรนไม่ได้ทำอะไร ไฟนั่นไม่ใช่ฝีมือของพี่ชาย เพราะคุณหมีเป็นคนจัดการเองทั้งนั้น เรื่องเล่าของพี่โอเรนก็ได้ยินมาจากคุณเจ้าหน้าที่ที่ตกปลาด้วยเมื่อตอนเช้าเท่านั้นเอง ไม่ใช่สิ่งที่เตรียมการมาก่อนแต่อย่างใด

ที่สำคัญ...

บทลงโทษน้องๆ ที่แท้จริงของพี่โอเรนสำหรับเรื่องเมื่อวานก็คือ อันเซลกับคาริน่าจะต้องซักผ้าและถูพื้นให้สะอาดกริบต่างหาก 



***************
ไรต์จัดเล่มไปมา เพิ่งนึกได้ว่าติดตอนพิเศษนี้ไว้ นานมากกว่าจะมาต่อ 55555555
ตอนนี้พี่โอเรนเอาคืนแล้วนะ แต่ก็ตามสไตล์พี่ชายอะ เพราะสุดท้ายงานนี้คนที่เด่นคือคุณหมี 55555




ประกาศ!!!

ตอนนี้ไรต์เตอร์กำลังทำตอนพิเศษใหม่ ซึ่งเป็นตอนพิเศษที่ตัวละครจากเรื่อง ella into el กับ o.v.e.r.l.o.a.d. จะเข้ามาร่วมสนุกด้วยกัน!
ใครเคยติดตามทั้งวายร้ายทีมมโน และวายร้ายทีมเจ๊ เดี๋ยวมาเจอกันในวันที่ 30 นี้!!!
ใบ้ว่า... เนื้อหาเป็นตอนที่เกี่ยวกับทุกคนต้องหนีจากสวนสนุกผีสิง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันคือ คาริน่า อันเซล โอเรน จูเนียร์ + เอล คอลิน เนน ลัวร์ ฟรอส!
อิอิ

สำหรับใครยังไม่รู้จักทีมวายร้ายมโน ไปอ่าน ella into el ได้ คิคิ//ความขายของนี้


ไปละ
ช่วงนี้ฝนตกขี้เกียจจุงงงง~


ลาด้วยคุณหมีผู้น่ารักที่ปราบเจ้าแสบทั้งสองได้

แจกานนนนนน


   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #8483 Exoly (@Exoly) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 08:09
    เอ้า หักมุม55555555555555
    #8483
    0
  2. #8211 .•:*´Lenna`*:•. (@koystar) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 02:12
    พี่หมีน่าร๊ากกกกก 555
    #8211
    0
  3. #8143 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 19:20

    พี่หมี ดราไม่ใช่เด็กดื้อน้า ขอกอดพี่หมีหน่อย

    #8143
    0
  4. #8127 LukeFay-- (@LukeFay--) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:56
    คุณหมีน่ารักกกกกกกกก><
    #8127
    0
  5. #8126 Som Soudathip (@som-123456789) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 00:36
    ไรท์อย่าลืมเพี่มตอนพิเศษหลังจากที่เจ๊ตายแล้วเหตุการจะของแต่ละตัวละครจะเปันบังงัยในเล่มน้าาาาา เค้ารออยู่&#128591;&#10084;
    #8126
    1
    • #8126-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 64)
      30 มิถุนายน 2561 / 11:04
      มีแน่นอนจ้า อยู่ในพาร์ทที่ 5 แหละ อิอิ
      #8126-1
  6. #8125 โดราเอม่อนคุง>_< (@Doreaemon) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 07:27
    คุณหมีแสบมากค่ะ! สามารถทำให้สองวายร้ายสุดแสบสยบลงได้
    #8125
    0
  7. #8124 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 02:18
    เป็นครอบครัวคนอัจฉริยะที่เหมาะไปเปิดคณะตลกมากเลยค่ะ 5555555555555555555555
    #8124
    0
  8. #8123 Lalaland332221 (@Lalaland332221) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 00:24
    รออออิอิ
    #8123
    0
  9. #8122 MYSONE (@SPporfai) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 19:35
    คิดถึงเอลลาแล้ววววววว
    #8122
    0
  10. #8121 Diznie (@Diznie) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 06:17
    รอคาริน่ากับเอลลานะคะ ว่าแต่ตอนจบพี่โอเรนยังไม่มาเหรอคะ
    #8121
    0
  11. วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 01:25
    อ้าว หักมุมว่ามีจริง 5555
    ตลกอ่ะ ผีหมีน่ากลัวน้อยกว่าหมีตัวจริงอีก
    #8120
    0
  12. #8119 SN STORY (@Ropgnam-1) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 21:50
    ทีมวายร้ายคืนชีพ!!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!
    #8119
    0
  13. #8118 Pandanus23233 (@Pandanus23233) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 21:32
    ความป่วนจะบัวเกิดแล้วววว
    #8118
    0
  14. #8117 bunnybomi (@alicey) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 21:26
    อมก ขำจิงจังงงงงง
    #8117
    0
  15. #8116 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 21:00
    อ้าวพีค คุงหมีคะะะ555555
    #8116
    0
  16. #8115 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:55
    ทำไมคุณพี่โหดเยี่ยงนี้ 5555
    #8115
    0
  17. #8114 Lucien_ (@iv_vivian) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:47
    รอออ คิดถึงความป่วงของทีมวายร้าย 555555
    #8114
    0
  18. #8112 Good One D@y (@magic_girl) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:21

    เอิ่มมมม โดนเข้าแล้วมั้ยล่ะสองแสบ 555

    #8112
    0
  19. วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:17
    เนน! คิดถึงเนนมาก
    #8111
    0
  20. #8109 Suxxigar (@Rosu) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:54
    คุณหมี!!!
    #8109
    0
  21. #8108 White-Lie (@686226) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:46
    ภาพคุณพี่พาให้นึกถึงหมีลูบหัวน้องหมาก่อนจับเป็นอาหาร
    #8108
    0
  22. #8107 _DARKGHOST_ (@Kate2549) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:29
    อ่าวเฮ้ยยยยยยยยยย ไม่ใช่พี่โอเรนหรอกเร้ออออ
    #8107
    0
  23. #8106 Aom Pornpilas (@themoviie) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:28
    ว้าวว ตอนพิเศษษรวมเรื่อง รอคอยค่าา
    #8106
    0
  24. #8105 N\'noey Butter (@nongnoey-26) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:23
    ผีสิง...สงสารเอลเลย555555 รอตอนที่ทั้งสองทีมวายร้ายมาอยู่ด้วยกันค่ะ!
    #8105
    0
  25. #8104 SAKO (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:15

    โอ้ย สามพี่น้องน่ารัก คุณหมีก็น่ารัก น่ารักไปหมดเลยตอนนี้ ฮืออ

    #8104
    0