O.V.E.R.L.O.A.D วันหนึ่ง... ฉันเป็นวายร้าย (จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 359,892 Views

  • 8,488 Comments

  • 10,882 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,858

    Overall
    359,892

ตอนที่ 62 : ตอนจบพิเศษ : ความรักต้องห้ามบอกใคร (โอเรน) 1+2+3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1061 ครั้ง
    16 ก.ค. 61


ตอนจบพิเศษ

ความรักต้องห้ามบอกใคร (โอเรน)





            พี่ชายของฉันไม่เหมือนพี่ชายของคนอื่น


            ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาคนอื่น พี่เขาเป็นผู้ชายร่างสูง ท่าทางนิ่งขรึม ดูน่ากลัว และเข้าถึงได้ยาก เพราะเป็นถึงจักรพรรดิแห่งอาไชน์ มีอำนาจครอบครองมากกว่า 10 ประเทศในเครือจักรภพ ทั้งยังฉลาดเป็นกรด ออกแบบและสร้างระบบเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกมากมาย จนสุดท้ายพี่เขาก็ครอบครองประเทศในเครือจักรภพอย่างแท้จริง... ในหลายรูปแบบ


            แต่ว่า...


            จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าพี่ชายของฉันคนนี้เป็นแม่บ้านแม่เรือนแบบที่ผู้หญิงหลายคนยังต้องนับถือให้เป็นอาจารย์ ดังเช่นฉันในตอนนี้ที่มีนัดกับพี่ชายในเย็นวันศุกร์ เพื่อร่ำเรียนวิชางานบ้านงานเรือน สืบทอดวิชาแม่บ้านที่หลีกเลี่ยงมาหลายปีอย่างห้ามไม่ได้


ฉันอยากจะปฏิเสธ เพราะไม่คิดจะทำงานบ้านอะไรเลย แต่พี่ชายก็ยืนยันว่าทำเองย่อมดีกว่าจ้างแม่บ้านให้ทำ เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเป็นคนขี้เกียจ


พี่โอเรนยิ่งโตก็ยิ่งกลายเป็นคนเคร่งครัด เมื่อลูกศิษย์แม่บ้านคนแรกอย่างจูเนียร์เรียนจบหลักสูตร ฉันก็ต้องมาเรียนรู้ต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้ และเชื่อเลยว่าหลังจากนี้ฉันจะต้องได้รับหน้าที่ประจำแน่


เมื่อกลับไปถึงบ้าน ฉันก็เห็นพี่ชายในชุดสูทมาดเต็ม แต่สวมผ้ากันเปื้อนลายหมีน้อยน่ารักดูขัดลุคกันมาก แต่กลับดูเข้ากับพี่ชายดี ตอนนี้พี่เขากำลังนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่โต๊ะทำอาหารในห้องครัว


พี่คะ หนูมาแล้ว ฉันพูดแล้วก็เดินไปหอมแก้มพี่ชายครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินไปเทน้ำใส่แก้ว แล้วเอามานั่งดื่มข้างพี่เขา โดยไม่ลืมส่องดูว่าพี่โอเรนทำบัญชีรายรับรายจ่ายยังไงให้เป๊ะทุกเดือน 


พี่เขาพูดโดยไม่เงยหน้ามามอง “หลังจากนี้พี่จะมอบหน้าที่ทำอาหาร และดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายให้กับคาริน


ฉันฟังแล้วทำหน้าเบ้เหมือนจะร้อง แต่เหมือนพี่โอเรนจะรู้มารยาฉันก่อนหน้านั้นแล้ว จึงเอาปากกามาเขกหัวฉันครั้งหนึ่งแล้วกล่าว หน้าที่ซักผ้ากวาดบ้านเป็นของจูเนียร์ ดังนั้นคารินที่เลิกงานก่อนน้องเรียนเสร็จ ขับรถก็เป็นนานแล้วควรมีหน้าที่รับผิดชอบในการจับจ่ายซื้อวัตถุดิบทำอาหารแต่ละวัน รวมถึงการทำอาหารด้วย น้องจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป


ช่วงนี้พี่โอเรนเริ่มมีเวลาน้อย เพราะงานยุ่งมากขึ้นตามหน้าที่ที่มากขึ้น ดังนั้นหน้าที่ส่วนใหญ่ในบ้านจึงเป็นจูเนียร์คอยดูแล และพอได้ยินว่าน้องชายตัวน้อยต้องรับผิดชอบขนาดนั้น ฉันก็เริ่มยอมรับกับหน้าที่ใหม่ของตัวเองขึ้นมา


แต่ว่า...


แล้วอันเซลล่ะคะ


ฉันไม่ยอมนะ ถ้าเจ้าน้องชายคนนั้นว่างงาน


อันเซลต้องรับผิดชอบสวนหน้าบ้านและหลังบ้าน


พอได้ยินแบบนั้นฉันก็สบายใจ ในเมื่องานหนักเหมือนกันหมดก็ถึงเวลาเลิกคิดเรื่องจุกจิก ฉันหันมาสนใจรายรับรายจ่าย ฟังที่พี่โอเรนอธิบายอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ตัวเองทำพลาด จากนั้นเราสองคนก็ไปลงมือเรียนทำอาหารด้วยกัน


พี่โอเรนสอนฉันตั้งแต่วิธีจับมีดอย่างไรให้ปลอดภัย ไปจนถึงทอดปลายังไงไม่ให้ติดกระทะ ฉันตั้งใจเรียนไปแบบเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็เอาแต่มองหน้าพี่โอเรนด้วยความเพลิดเพลิน


พี่ชายของฉันนี่สุดยอดพี่ชายจริงๆ~


หล่อมากด้วย


มองอะไรคาริน พี่โอเรนคงสัมผัสได้ว่าฉันกำลังมองอยู่ พี่เขาก็เลยหันมาทำหน้าดุใส่ ฉันเห็นแบบนั้นก็อดห้ามใจความแสบของตัวเองไม่ได้ จึงยิ้มเผล่แล้วเอานิ้วไปจิ้มแป้งที่เพิ่งร่อนเสร็จ แล้วเอาไปป้ายหน้าพี่เขาให้เป็นรูปหนวดแมว


พี่ชายเป็นแมวแล้ว ฉันพูดแล้วก็หัวเราะคิกคักอย่างนึกสนุก


พี่ชายมองฉันด้วยใบหน้าโหด ทว่าในแววตาคู่สีฟ้าตรงหน้ากลับมีแววแห่งความสุข พี่เขาคงนึกขำที่ฉันกล้าแกล้ง แต่คงกำลังฝืนทำขรึมอยู่


พี่โอเรนช่วงนี้ทำหน้าขรึมบ่อย


แต่...


เวลามาอยู่ที่บ้านก็หลุดขำประจำนั่นแหละ


พี่ชายจะขำใช่ไหมล่ะ หนูรู้น้า


ไม่ พี่เขาตอบแล้วก็หันไปหั่นผักแบบเท่ๆ ต่อ ส่วนฉันมันจอมก่อกวนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้โตแล้วนิสัยนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน โดยเฉพาะเมื่อฉันอยู่กับพี่ชายของตัวเอง สุดท้ายด้วยความคึกคะนองจึงพุ่งเข้ากอดเอวพี่ชายไว้แน่น ก่อนจะโผล่หน้ายิ้มเผล่ไปหาพี่ชาย


พี่ชายเป็นแมว~”


เลิกเล่นแล้วมาตั้งใจเรียนทำอาหารเร็ว


ฉันทำหน้ามู่ทู่ ก่อนจะร้องเหมียวๆ ตอบ และนั่นทำให้พี่ชายหลุดหัวเราะ แล้วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยื่นมือมาโยกหัวฉันไปมาแบบมันเขี้ยว


โตแล้วยังมาเล่นเป็นเด็กๆ ไปได้


            แต่พี่ชายก็ยังรักหนูใช่ไหมล่ะ ฉันเถียงไปก่อนจะยื่นหน้าเข้าหาพี่เขา เพื่อหมายจะจุ๊บแก้มอ้อนพี่ชาย แต่สุดท้ายก็โดนพี่โอเรนตีหัวเบาๆ ครั้งหนึ่งแทน


            เลิกเล่น แล้วมายืนที่นี่เร็วเข้า


            ค่ะ ฉันกล่าวแล้วก็เดินไปประจำอยู่หน้าเขียง มือหนึ่งจับผัก อีกมือหนึ่งจับมีด พี่ชายยืนมองฉันก่อนจะเดินมาข้างหลัง แล้วเอื้อมมือทั้งสองข้างมาจับมือฉันไว้ ก่อนจะสอนหันผักไปทีละชิ้น


            เวลาหั่นผักต้องระวังคมของมีด ดังนั้นช่วงแรกๆ ก็ต้องใจเย็น ทำทีละนิดเข้าใจไหม


            น้ำเสียงนุ่มแสนอบอุ่นของพี่ชายดังอยู่ข้างหู ทั้งความอบอุ่นจากเรือนร่างสูงใหญ่ที่ประกบอยู่ข้างหลังก็ทำให้รู้สึกปลอดภัย ระหว่างที่พี่ชายจับมือฉันหั่นผัก จึึงอดไม่ได้ที่จะแอบหันหน้าไปด้านข้าง เพื่อมองใบหน้าของพี่ชายเวลาสอน


ดวงตาของพี่เขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบที่ฉันคุ้นเคยดี 


ฉันเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป พี่โอเรนคะ


ว่าอะไร


ทำไมพี่ถึงดีกับหนูจังล่ะคะ


ก็คารินคือน้องของพี่ พี่ชายตอบแบบสั้นๆ ก่อนจะอธิบายต่อ ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอคารินกับอันเซล พี่ก็รู้แล้วว่าพี่อยากจะดูแลพวกเธอให้เติบโต คารินเป็นเด็กน่ารัก ฉลาด พี่ไม่อยากเห็นเธอต้องทนทรมาณเหมือนสิ่งที่พี่เคยเจอก่อนที่จะได้เจอกับพวกเธอ แล้วพี่ก็ดีใจที่ในวันนี้พี่ก็ได้เห็นคารินในแบบที่พี่อยากเห็น


ที่ผ่านมาพี่เขาต้องเหนื่อยกับฉันขนาดไหนกัน?


ฉันคิดแล้วก็ก้มมองมือของพี่เขาที่จับมือฉันไว้แน่น ขณะที่สอนให้ฉันหั่นผักแบบถูกวิธี พี่เขาไม่เคยปล่อยมือฉัน และคอยอยู่เคียงข้างมาตลอด แล้วในชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องการอะไรที่มากไปกว่าความรักของคนที่หวังดีกับเราอย่างสุดหัวใจ


พี่เขารักฉันจริงๆ...


หนูรักพี่ชายมากเลยนะคะ ดังนั้นอยู่กับพวกหนูไปนานๆ นะ อย่ารีบผลักไสให้หนูไปสร้างครอบครัวเลยนะคะ หนูยอมเป็นโสดขึ้นคานด้วยซ้ำ ถ้าจะได้อยู่กับพี่ชายแบบนี้ตลอดไป


พี่ชายฟังแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ศีรษะของฉันอย่างอ่อนโยนจากด้านหลังแล้วเอ่ยว่า พี่ก็รักคาริน และจะดูแลน้องสาวคนนี้ตลอดไป ถ้าอยากอยู่ด้วยกันนานๆ ก็อย่ารีบทิ้งพี่ไปแล้วกัน


"หนูไม่เคยทำอะไรแบบนั้นหรอก"


"เห็นนะว่ามีหนุ่มๆ หลายคนมาจีบ"


"หวงหนูเหรอ" ฉันแซวไปเล่นๆ


พี่โอเรนฟังแล้วก็ยื่นมือมายีหัวฉัน "เขาเรียกว่าห่วง อยากให้น้องมีความสุข ไม่โดนใครที่ไหนทำร้าย"


“แล้วถ้ามีคนมาทำร้ายหนูละ


“เคยบอกแล้วไง... พี่ยอมทำลายโลกนี้เพื่อพวกเธอ ใครกล้าทำร้ายคาริน แม้แต่นิดเดียว ก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข


ฉันอมยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดนั่น แม้มันจะฟังดูร้ายกาจ แต่คำพูดนั่นคือคำพูดบ่งบอกความเป็นพี่โอเรนได้ชัดเจนที่สุดแล้ว เพราะพี่เขาคิดและจะทำถึงขั้นนั้นจริงๆ


ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน พี่เขาไม่เคยรักฉันน้อยลงไปเลย และพอคิดถึงตรงนี้ หัวใจของฉันก็พลันสั่นไหวอย่างฉับพลัน ใบหน้าของฉันหันไปมองใบหน้าด้านข้างของพี่ชาย ก่อนจะเคลื่อนไปหอมแก้มพี่ชายครั้งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว


พี่โอเรนโดนแอบจุ๊บไปแบบนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือมาตีหัวฉัน


เลิกแกล้งพี่ได้แล้ว เจ้าเด็กดื้อ


ฉันมองริมฝีปากของพี่เขาที่อมยิ้มเอ็นดูฉันขณะพูด ก่อนจะต้องยอมรับเลยว่า


ฉันอยากจะลองสัมผัสริมฝีปากนั่นสักครั้ง


อยากรู้ว่ามันจะอบอุ่นสักแค่ไหน...






 

ฉันรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติไปมากตั้งแต่ตอนที่ได้เรียนทำอาหารกับพี่ชายครั้งนั้น หัวใจของฉันมันสั่นไหวทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้พี่โอเรน และทุกครั้งที่เข้าไปหอมแก้มพี่ชายเพื่อทักทาย ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองทำไปด้วยใจไม่บริสุทธิ์


ฉันคิดว่าตัวเองกำลังสับสนขั้นสึด...


สุดท้ายฉันไม่รู้จะทำยังไง เลยลองหาความสนใจอื่นให้ตัวเอง ก็เลยตอบรับไปเดทกับผู้ชายคนหนึ่งที่ตัวเองคุยด้วย เขาเป็นทหารผู้ติดตามที่ฉันเจอหน้าบ่อยมาก เขาตามจีบมานาน ขอเดทมาหลายครั้งแล้ว วันนี้จึงถือโอกาสตัดสินใจยอมเดทสักครั้ง และแน่นอนว่าฉันไม่ลืมโทรไปขออณุญาติพี่ชายก่อน


พี่คะ หนูไปได้ใช่ไหม ฉันถามด้วยเสียงเหมือนออดอ้อน 


แต่...


ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าอยากได้ยินพี่เขาตอบว่า ไม่ให้ไป เพราะพี่หวง


            ทว่าพี่เขากลับอณุญาติให้ไป พร้อมทั้งกำชับทั่วไปตามนิสัยพี่ชายว่า ไปได้แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าเผลอปล่อยตัวให้ผู้ชายเข้าใกล้ง่ายเกินไปนะ


            ค่ะ


            ถ้าเขาก้าวก่ายมากเกินไป ไม่ให้เกียรติคาริน บอกเลิกกแล้วเดินจากมาเลยเข้าใจไหม


พี่เขาหวงฉันจริงๆ


ฉันหัวเราะคิกคักตอบรับ ก่อนจะตอบรับว่า ค่ะพี่ชาย


ถ้าอย่างนั้นก็โทรมารายงานพี่เรื่อยๆ ด้วย ได้ไหม


ได้ค่ะ


จากนั้นฉันก็คุยกับพี่โอเรนไปเรื่อยเรื่องของการวางตัวสำหรับเดทแรก จนกระทั่งพอวางสายลง ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มตอนคุยกับพี่ชายพลันเปลี่ยนเป็นใบหน้าทุกข์


ฉันรู้สึกไม่แน่ใจว่าตัวเองอยากไปเดทนั่นรึเปล่า หรือมันจะช่วยให้ฉันหายสับสนต่อความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายไหม เพราะความจริงแล้ว ฉันเลือกที่จะตอบรับคำขอเดทนั่นไป เพียงเพราะแค่อยากเห็นพี่ชายหวง แล้วห้ามไม่ให้ฉันไปเท่านั้น


ฉันอยากรู้ว่า... พี่ชายจะรู้สึกรักฉันแบบที่ฉันรักเขาไหม


และคำตอบที่ได้ในตอนนี้ก็คือ...


มันคงไม่มีทางนั้นหรอก พี่เขาคงมองเห็นฉันเป็นเพียงแค่น้องสาว และไม่มีวันมากไปกว่านั้นอีกแล้ว 


ฉันควรทำใจแล้วเดินหน้าไปในทางของตัวเอง...






 

ฉันนัดพบกับคู่เดทที่ร้านอาหาร เขาเป็นผู้ชายที่ฉันคุยด้วยมาประมาณหนึ่งเดือน ที่สำคัญคือเป็นทหารผู้ติดตาม ฉันยังรู้จักเขาไม่ค่อยดีมากนัก เพราะเพิ่งรู้จักกันแค่ 1 เดือน แต่เท่าที่ลองคุยมาและทำงานด้วยกันมาตลอดหนึ่งเดือน ก็ทำให้ฉันคิดว่าเขาคงเป็นคนดีที่สามารถไว้ใจ เลยยอมตอบรับคำเดทของเขาสักครั้ง หลังจากปฏิเสธมามากกว่า 10 ครั้งจนน่าสงสาร


ทว่า...


ฉันกลับคิดผิด 


เดทแรกของฉันมันกลายเป็นเรื่องอันตรายแบบที่ฉันคาดไม่ถึง เพราะตอนที่ฉันกินอาหารไปสักพัก ก็รู้สึกเวียนหัวเหมือนจะอ้วก จากนั้นความง่วงก็คืบคลานมา เมื่อมองไปยังชายที่กินอาหารด้วยตรงหน้าก็เห็นเขายิ้มกริ่ม


            เสร็จกัน...


ฉันไว้ใจชายคนนั้นเกินไป เพราะคิดว่าเขาเป็นทหารผู้ติดตามที่ทำงานด้วยกันมาตลอด 1 เดือน จนรู้สึกว่าเขาไม่น่ามีลับลมคมใน ไหนจะความดีของเขาที่เคยทำให้ จนลืมไปเลยว่าคนร้ายแฝงมาได้ทุกรูปแบบ


เอาไงดี ตอนนี้ฉันกำลังจะหมดสติแล้ว ดังนั้นอย่าได้พูดถึงเรื่องการโจมตี


ใครก็ได้ช่วยด้วย...






********** 








          ก่อนที่จะหมดสติไป ฉันพยายามส่งเสียงดังให้คนในร้านอาหารมาช่วย แต่ดูเหมือนคนร้ายจะเตรียมการมาดีจึงไม่มีใครได้ยินเสียงฉันเลย สุดท้ายสถานการณ์แย่ของจริงแล้ว มือของฉันจึงล้วงเอาแจ็กสันออกมา แล้วก็ไม่ต้องสั่งการอะไร น้องกบจิ๋วที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ฉันก็ปฏิบัติการฉุกเฉินทันที


            กบจิ๋วดวงตาเป็นสีแดง มันกำลังส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยไปให้พี่ชายและน้องชายได้รู้ว่าฉันกำลังตกอยู่ในอันตราย คนร้ายเห็นว่าฉันมีไม้เด็ดที่จะจัดการเขาได้ จึงรีบพุ่งเข้ามาด้วยหวังจะตะปบกบจิ๋วให้ตายคามือ ทว่าระบบเซ็นเซอร์ของแจ็กสันไวกว่าระบบประสาทสัมผัสของมนุษย์เสียอีก มันจึงหันไปหาคนร้ายพร้อมอ้าปากออกกว้าง จากนั้นก็ยิงเข็มยาสลบใส่คนร้ายไปสามเข็ม


เพียงไม่กี่นาที 


ทุกอย่างก็จบลงด้วยฝีมือของยอดนักสู้กบน้อย...


ฉันมองดวงตาสีแดงของแจ็กสันที่ยังคงส่งสัญญาณเตือนภัย ในใจฉันได้แต่หวังว่าพี่ชายจะมาช่วยฉันเร็วกว่าที่กลุ่มของคนร้ายจะมาที่นี่ จากนั้นภาพเบื้องหน้าของฉันก็เริ่มวูบหายไป ไม่รับรู้สิ่งใดอีก นอกจากสัมผัสเหนียวหนึบหนับของแจ็กสันที่กระโดดไปมาบนตัวด้วยหมายจะปลุกให้ฉันตื่น







 

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ฉันก็พบว่าตัวเองนอนขดอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ สัมผัสจากผ้าห่มนุ่มอบอุ่นที่โอบรอบกายให้ความรู้สึกคุ้นเคย ฉันจึงลองมองไปโดยรอบแล้วสมองเบลอๆ ก็นึกออกว่าที่นี่คือห้องของพี่ชาย 


พี่โอเรนคงมาช่วยฉันไว้ทัน...


พอเริ่มได้สติ ฉันก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่เห็นเมื่อมองไปตรงหน้าก็คือแผ่นหลังกว้างที่ชวนให้รู้สึกอุ่นใจ พี่ชายฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขากำลังคุยกับใครบางคนเรื่องผู้ร้ายที่เข้ามาทำร้ายฉัน ท่าทางดูเคร่งเครียดและเอาจริง

 

ฉันคิดว่าพี่เขาคงต้องการตัวของเจ้าคนร้ายนั่น


พี่คะ ฉันส่งเสียงเรียกพี่เขาอย่างแผ่วเบา แต่ภายในห้องที่มีเพียงแค่เราสองคน แม้เสียงนั่นจะเบาทว่ากลับชัดเจน


พี่โอเรนหันมามองฉันแวบหนึ่ง พอเห็นว่าฉันฟื้นแล้วก็พยักหน้าให้ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็หันไปสั่งการเรื่องจับผู้ร้ายต่อ เมื่อเสร็จทุกอย่างก็ลุกขึ้นมาหาฉัน 


ฉันมันน้องเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโดนพี่ดุต้องใช้เล่ห์มารยาความน่ารักอ้อนไว้ก่อน


พี่ชายจะดุหนูเหรอคะ 


พี่โอเรนนั่งลงบนเตียงข้างฉัน ก่อนจะทำหน้าดุใส่ วันหลังต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เข้าใจไหม ถ้าเกิดโดนจับตัวไปจริงๆ ขึ้นมาจะต้องแย่แน่...


ฉันพยักหน้ารับฟังทุกคำพูดดุของพี่ชาย ส่วนดวงตามองใบหน้าของพี่ชายนิ่ง ไล่มองตั้งแต่ดวงตาคู่คมสีฟ้าเลยมาจนถึงริมฝีปากบางของพี่ชายที่กำลังขยับกล่าวดุฉันด้วยความเป็นห่วง


ความอบอุ่นของพี่เขาเคยทำให้ฉันรู้สึกดี 


แต่...


ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกแย่กับตัวเองอย่างมาก เพราะหัวใจของฉันมันดันสั่นไหว ความต้องการพี่เขามันเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้ฉันรู้สึกอยากจะเข้าไปกอด อยากจะเข้าไปหอมแก้ม อยากจะเข้าไปจูบพี่ชาย ตามความต้องการของหัวใจที่กำลังกระหายความรักจากพี่เขาที่มากกว่านี้ 


ตอนนี้ทุกอย่างมันชัดเจนว่าฉันรักพี่เขาแบบเกินเลยแล้ว 


มันยากที่จะแก้ไข... 


ฉันงุดหน้าลงมองผ้าห่มบนตัก พยายามห้ามใจและความคิดไม่ดีในหัวของตัวเองที่กำลังมีต่อพี่ชาย ตอนนี้ฉันไม่สนเลยว่าตัวเองจะเพิ่งเจอเรื่องอะไรมา หรือสิ่งที่เกิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วมันแย่แค่ไหน หรือแม้แต่พี่ชายกำลังพูดอะไร เพราะสิ่งเดียวในใจตอนนี้ก็คือ ฉันจะต้องทำยังไงเพื่อให้ได้ความรักของพี่เขามา


พอนึกแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจแปลกๆ เพราะมันไม่มีทางไหนเลยที่ฉันจะได้ความรักนั้น


มันมากเกินไป... 


พี่โอเรนคงเห็นฉันดูเศร้าจึงเอื้อมมือมาลูบหัวน้องสาวของเขาอย่างแผ่วเบา รักผู้ชายคนนั้นเข้าแล้วเหรอ ถึงได้ทำหน้าเศร้าขนาดนี้


ฉันส่ายหน้าอย่างเชื่องช้าเพราะมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ในเมื่อความจริงคือฉันรักพี่เขาต่างหาก ส่วนเรื่องคนอื่นน่ะมันไม่สลักสำคัญอะไรสักนิด สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจของฉันตอนนี้ มันเป็นความรักต้องห้ามที่ไม่สมควรเกิดขึ้น พี่โอเรนไม่เพียงแค่มีฐานะเป็นพี่ชาย แต่เป็นถึงผู้ปกครองของฉัน แล้วฉันมีหน้าอะไรไปรักพี่เขาแบบนั้น 


ฉันไม่สมควรรู้สึก !


แล้วมันทรมานใจจริงๆ ที่ฉันไม่สามารถบอกความทุกข์ใจนี้ให้พี่ชายได้...


พี่โอเรนพยายามมองหน้าฉันก่อนจะถามว่า ถ้าอย่างนั้นคารินเศร้าอะไร ฤทธิ์ยาสลบยังทำให้เวียนหัวเหรอ พี่จะได้ให้ยาถอนฤทธิ์เพิ่มอีก


ฉันยังคงงุดหน้าแล้วส่ายหัวตอบ ตอนนี้รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมืดบางอย่าง ฉันหาทางออกจากความรู้สึกนั้นไม่ได้ และกำลังสับสน


ฉันควรจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไงดี?


สุดท้ายพอฉันเงียบมากเข้า พี่โอเรนก็ใช้สองมือจับใบหน้าของฉันให้มองพี่เขา คารินมีปัญหาอะไรก็บอกพี่มาสิ เราจะได้ช่วยแก้กันทัน อย่าเงียบแบบนี้


หนู... ฉันอยากจะสารภาพความรู้สึกในช่วงนี้ออกมาใจจะขาด แต่พอได้เห็นหน้าของพี่เขา ฉันก็ต้องเปลี่ยนใจแล้วตอบไปว่า ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่มึนหัวนิดหน่อย


พี่ชายมองดวงตาฉันก่อนจะส่ายหน้าไปมา แล้วพูดด้วยเสียงนิ่งขรึม คาริน พี่เลี้ยงเธอมานานหลาย พี่ดูออกว่าตอนนี้เธอกำลังมีเรื่องวุ่นวายใจ


หนูไม่เป็นอะไรค่ะ 


พี่โอเรนเห็นฉันดื้อ ไม่ยอมบอกออกมาสักที สุดท้ายคิ้วทั้งสองข้างจึงขมวดมุ่น คาริน เธอจะไม่เป็นอะไรได้ยังไง ในเมื่อวันนี้เธอเกือบจะโดนคนของอัสเทียจับตัวไปได้ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ ความระแวดระวังตัวถึงได้หายไปขนาดนี้


ฉันกัดฟันแน่นมองพี่ชาย ในหัวใจตอนนี้มันทนไม่ไหวที่จะเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้คนเดียว ยิ่งพี่เขาพยายามเค้นถามฉันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้ฉันอยากจะเปิดเผยความรู้สึกออกมาเท่านั้น


ฉันอยากให้พี่เขาได้รู้ ! 


พี่โอเรนจ้องมองดวงตาของฉันนิ่งแบบไม่คิดหลบ เพื่อบีบให้ฉันเปิดเผยความทุกข์ของตัวเองออกมา


สุดท้ายด้วยทนไม่ไหว ฉันจึงตะโกนออกไปจนได้ หนูรักพี่ชาย แล้วก็ต้องการในแบบที่หนูไม่สมควร แต่หนูก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับความรู้สึกนี้ หนูสับสนแล้วก็หาทางออกไม่เจอ


เมื่อได้ยินทุกอย่างนั้น พี่ชายก็เลิกคิ้วสูง สีหน้าไม่ได้ดูแปลกใจก่อนจะเอ่ยว่า อย่าโกหกพี่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำเล่นๆ


            หนูไม่ได้โกหก ฉันพูดแล้วสองแขนก็เคลื่อนไปโอบร่างพี่เขาเอาไว้แน่น หนูต้องการพี่จริงๆ นะคะ พี่ไม่เห็นเหรอคะ ไม่ว่าเปล่า ฉันยังทำให้เรื่องมันยิ่งไปกว่านั้น


ตอนนี้ปิดความต้องการไปไม่มีประโยชน์ ฉันต้องกล้าที่จะเสี่ยงทำมัน มันเป็นสิ่งที่พี่ชายสอนฉันมาตลอดอยู่แล้ว เพราะความกล้าจะทำให้เราได้คำตอบ อย่างเช่นในตอนนี้ ถ้าพี่เขาคิดเหมือนกัน ฉันก็จะได้ในสิ่งที่ฉันต้องการ แต่ถ้าพี่เขาไม่ได้คิดแบบฉัน ทุกอย่างมันก็จบเพียงแค่คืนนี้ 


แค่นั้นเอง


ใบหน้าของฉันเคลื่อนเข้าไปใกล้พี่ชาย ก่อนจะหลับตาแล้วสัมผัสริมฝีปากนุ่มของพี่ชายอย่างแผ่วเบา พี่เขาไม่ได้คิดหลบหรือห้ามฉัน ซึ่งมันเป็นสัญญาณที่ดีว่าพี่เขาอาจต้องการในสิ่งเดียวกัน และนั่นก็ทำให้หัวใจของฉันชื้นขึ้นมา


บางที... พี่เขาอาจคิดแบบเดียวกับฉัน


            ฉันทำเพียงแค่สัมผัสแต่ไม่ได้ลิ้มรส เพราะยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของพี่เขาจริงๆ และเมื่อผละหน้าออกมามองพี่ชาย ฉันก็เห็นว่านัยน์ตาสีฟ้าของพี่เขามีแววหวั่นไหว 


เห็นแบบนั้นฉันก็ทำท่าจะยิ้ม แต่เพียงแค่พักเดียวแววตาของพี่ชายก็กลับมานิ่งขรึม พี่โอเรนก็ดันร่างของฉันออก จากนั้นก็ลุกขึ้นจากฉันไป ก่อนเดินออกจากห้อง พี่เขาหันมามองฉันนิ่ง ในแววตามีความสับสนในสิ่งที่ฉันทำ แต่พี่เขาไม่ได้พูดอะไร แล้วหลังจากนั้นก็เดินจากไป 


ในห้องจึงเหลือเพียงแค่ฉันคนเดียว... 


ฉันอึ้งค้างต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจราวกับสลาย เพราะทุกอย่างมันเป็นอย่างที่ฉันคิดมาโดนตลอดว่า... เมื่อฉันบอกความรู้สึกไป พี่โอเรนจะปฏิเสธมันแบบนี้


คำตอบของหัวใจที่สับสนของฉันมันชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว


ทุกอย่างต้องจบพียงแค่นี้...







 

หลังจากที่เกิดเรื่องวันนั้น ฉันก็รู้สึกเหมือนหัวใจมันแหลกสลาย ทว่าฉันไม่เสียใจที่คืนนั้นเลือกบอกความจริงไป เพราะแม้จะต้องเจ็บปวดกับคำตอบที่ได้ แต่ฉันจะได้ตาสว่าง เลิกสับสน แล้วทนเจ็บปวดมันตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าทนเจ็บไปเรื่อยๆ แบบไร้ความหวัง


ตัดใจตั้งแต่เนิ่นๆ ก็คงดีกว่าปล่อยให้ความรักมันเลยเถิดไปไกล...


ช่วงนี้อาการของฉันก็เหมือนคนอกหักผิดหวังกับความรักทั่วไป ทั้งเซื่องซึม เชื่องช้า แล้วก็ไม่มีอารมณ์ทำอะไร แต่แย่กว่าหน่อยที่ฉันต้องเห็นพี่ชายทุกวัน ความเจ็บปวดมันเลยเจ็บย้ำๆ ซ้ำๆ อยู่ทุกวัน 


ตอนเช้าพี่โอเรนยังคงทำอาหารให้น้องๆ ตามปกติ แต่ฉันก็ไม่คิดจะกินมัน เพราะทำใจมองหน้าพี่ชายหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วยตอนนี้ไม่ได้ หัวใจของฉันยังไม่พร้อมเพราะยังตัดใจจากพี่เขาไม่ได้ 


สุดท้ายก่อนที่ฉันจะไปร้องขอความรักจากพี่ชาย แล้วทำอะไรไม่เข้าท่ามากกว่านี้ ฉันจึงเลือกออกไปทำงานตั้งแต่เช้า แล้วก็หาอะไรกินระหว่างทางแทน


พี่โอเรนคงรู้ดีว่าฉันเป็นอะไร แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร นอกจากมองด้วยความเป็นห่วง... ตามแบบพี่ชายคนหนึ่ง


พี่เขาคงต้องการให้ฉันตัดใจให้ได้


ตกเย็นวันนั้น ฉันรู้ดีว่าต้องกลับบ้านไปทานอาหารค่ำพร้อมหน้ากับครอบครัว แต่ด้วยความไม่พร้อมที่จะเจอพี่ชายในตอนนี้ ฉันก็เลยเผลอไปทำตัวเถลไถล จึงโทรไปบอกอันเซลว่าฉันจะไปเที่ยวบาร์คนอกหักชื่อดัง เพราะอยากดื่มแล้วก็เต้นให้หนำใจ


อกหักเหรอ ใครหักอกมาอะ?”


ไม่บอก


แล้วบอกเฮียยังว่าจะไปบาร์


ยัง


ไม่บอกเดี๋ยวก็โดนดีหรอกเจ๊ ช่วงนี้พี่เขาโหดขนาดไหนน่าจะรู้ดี


ฉันถอนหายใจ ช่างเจ๊เหอะ แค่จะโทรมาบอกเท่านี้นี่แหละ


อะไรเนี่ย เจ๊กับเฮียเป็นอะไรกัน ทำไมช่วงนี้ไม่พูดกันเลย เป็นอะไรไหนลองบอกหมอสิ


ฉันกับเฮียเป็นอะไรกันเหรอ?


เป็นพี่น้องกัน... ตลอดไปไง พูดจบฉันก็กดวางสายอันเซล เพราะไม่มีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงอะไรแล้ว จากนั้นก็หันไปสั่งให้บาร์เทนเดอร์เสิร์ฟเครื่องดื่มมึนเมารสชาติเยี่ยมมาให้ดื่มเล่นหน่อย


เมื่อได้เครื่องดื่มมา ฉันก็นั่งดื่มไปเพลินๆ ฟังเพลงอกหักไปด้วย สักพักน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาเองตามประสาคนอกหักที่เนื้อเพลงมันจึ้กหัวใจ พอเริ่มมึนมากเข้า ฉันก็หันไปคุยกับคนที่นั่งข้างๆ เขาเป็นผู้ชายที่เจอปัญหาชีวิตรุมเร้า แถมยังเพิ่งอกหักมาเหมือนกัน สุดท้ายเราสองคนกำลังมีปัญหาเหมือนกันจึงคุยกันแหลก 


รู้ตัวอีกทีฉันก็สั่งเบียร์ไปหลายแก้ว ไหนจะแก้วฟรีที่มีคนแถวนั้นเลี้ยงอีก


สรุปฉันเมาแอ๋เลย...


คุณกลับบ้านไหวไหม หรือจะให้ผมช่วยโทรเรียกแท็กซี่


ฉันโบกมือไปมา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยหวังจะโทรหาคนที่บ้านให้มารับ จากนั้นก็โทรไปหาพ่อน้องชายตัวแสบให้แว๊นมารับหน่อย


สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงบ่นที่คุ้นเคย เมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วเจ๊!”


ฉันหัวเราะด้วยฤทธิ์ของสิ่งมึนเมา ก่อนจะเอ่ยว่า มารับด้วย เดี๋ยวจะนั่งดื่มรอน้า~”


ไม่ต้องกินแล้วเจ๊!”


มาเร็วๆ น้า~ ฉันกำลังเมา ความอยากแกล้งน้องชายจึงมากขึ้น สุดท้ายเลยกวนประสาทเขาไปรัวๆ 


โว้ย! รออยู่ที่ร้านนั้นนะ เดี๋ยวจะรีบไปรับตอนนี้แหละ แล้วอย่าไปกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไหน เข้าใจรึเปล่า


จ้า อย่ามาทำตัวเป็นเป็นพี่ชายหน่อยเลย พอได้พูดคำว่าพี่ชาย ฉันก็เศร้าขึ้นมาอีกระลอก จึงสั่งเบียร์มาดื่มรออันเซลมารับ แล้วนั่นร้องไห้กระซิกน้ำตาตกใน เพราะฟังเพลงเศร้าอยู่คนเดียว


ไม่นานนักน้องชายก็มาลากฉันกลับบ้าน เขาบ่นตลอดทางซึ่งฉันก็ไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้ปวดหัวมากๆ ปวดหัวสุดๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่หัวที่ปวด เพราะหัวใจมันก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน


สุดท้ายฉันก็นั่งร้องไห้อยู่บนรถ งอแงไปตามประสาคนที่เมา 


เจ๊! อย่าแก้ผ้าบนรถดิโว้ย


ฉันฟังน้องชายบ่นแล้วก็หัวเราะทั้งน้ำตา ฉันควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้อีกแล้ว แถมยังยิ่งอยากแกล้งนอกชายอีก แต่เสียดายที่ถึงบ้านก่อน เขาจึงลากฉันไปโยนไว้บนเตียงในห้องก่อนที่ฉันจะทำให้เขาโมโหไปมากกว่านี้


เมื่อเขาโยนฉันไปไว้บนเตียงได้แล้วก็ยังใจดีมาช่วยถอดเสื้อคลุมและถุงเท้าออกให้ ก่อนจะดันให้ฉันไปนอนบนเตียงดีๆ แล้วก็ช่วยห่มผ้าให้ผิดท้าย


อันเซลใจดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน~


เมื่อนอนบนเตียงเข้าที่แล้ว ฉันก็ลืมตามองหน้าน้องชาย แต่กลับพบว่าคนตรงหน้าคือพี่โอเรน ส่วนอันเซลนั้นยืนกอดอกมองฉันอยู่ที่ประตูห้องเคียงข้างกับจูเนียร์ แล้วเขาก็กำลังบอกน้องชายคนเล็กว่าการกระทำของฉันมันแย่แค่ไหน


พี่โอเรนหันไปมองอันเซลกับจูเนียร์ ก่อนจะบอกให้พวกเขาไปนอน จากนั้นในห้องก็เหลือแค่ฉันที่นอนมุดอยู่ใต้ผ้าห่มกับพี่ชายที่กำลังมองหน้าฉัน


นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้มาอยู่ใกล้กัน หลังจากเกิดเรื่องคืนนั้น


พี่ชาย... ฉันเอ่ยเสียงเบา 


ตอนนี้ความมัวเมาทำให้ฉันเกิดความกล้าบางอย่างขึ้นมา จึงเอื้อมมือไปลูบใบหน้าของพี่เขา ตอนแรกคิดว่าพี่เขาจะโกรธ ทว่าพี่เขากลับมองฉันด้วยสายตาเป็นห่วง 


ทำไมไม่บอกพี่ว่าจะไปไหน คารินก็รู้ว่าพี่ไม่เคยห้ามเธอไม่ให้ไปไหน แต่ขอให้บอกพี่ไง


หนูบอกอันเซลแล้ว


แล้วพี่ล่ะ


ฉันเบือนสายตาไปมองทางอื่น ไม่ได้ตอบอะไรพี่เขา เพราะพอมาตอนนี้ก็รู้สึกผิดที่ฉันทำตัวไม่ดี 


จากนั้นเราสองคนก็เงียบไปนาน ไม่มีใครพูดอะไร แล้วอยู่ๆ น้ำตาของฉันก็ไหลออกมา


พี่ชายลูบใบหน้าของฉัน มือแข็งแกร่งเช็ดหยดน้ำตาที่กำลังไหลออกมา ก่อนจะกล่าวว่า พี่ขอโทษ... ที่พี่ไม่ยอมรับความต้องการของตัวเอง แล้วปล่อยให้คาริน่าเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่ร้องไห้นะ


พอได้ยินแบบนั้นฉันก็ขมวดคิ้วมุ่น แล้วเงยหน้ามองพี่ชายแบบไม่เข้าใจ 


ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเองกำลังเมาหรือไม่ ถึงได้คิดว่าประโยคนั้นมันคล้ายจะเป็นสิ่งที่บอกฉันว่า... พี่เขาคิดแบบเดียวกับฉัน


ฉันมองสบดวงตาของพี่ชาย นัยน์ตาสีฟ้าของพี่เขามีแววอ่อนโยน จากนั้นใบหน้านั้นก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ ฉันไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ฉันก็หลับตาพริ้มเพื่อเตรียมรับสัมผัสที่พี่ชายจะมอบให้


ตอนแรกฉันคิดว่าพี่เขาจะจุมพิตที่หน้าผากตามแบบที่ชอบทำ


แต่...


ครั้งนี้พี่เขาจุมพิตสัมผัสที่ริมฝีปากของฉันแทน



*********



ฉันรับสัมผัสแสนหวานที่ไม่ทันตั้งตัว แต่ไม่นานนักพี่เขาก็ผละตัวขึ้นแล้วมองฉันด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ปกติพี่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ทว่าครั้งนี้พี่เขากลับเป็นแบบนั้น คงเพราะพี่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้น


ฉันคงกำลังทำให้พี่ชายหนักใจ...


หนูขอโทษ


ไม่... ไม่มีใครผิดทั้งนั้น เขาเอ่ยอย่างแผ่วเบา มือข้างหนึ่งไล้แก้มของฉัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า คาริน่า วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ จะไปไหนต้องบอกพี่ เธอควรรู้ไว้ว่าคนที่อยู่ข้างหลังเธอมักจะเป็นห่วงเธอเสมอ


ค่ะ ฉันตอบแล้วสองมือก็เอื้อมไปจับใบหน้าของพี่ชาย ในหัวเริ่มคิดว่าที่พี่เขาทำเมื่อกี้ เพียงเพราะต้องการปลอบใจฉันตามหน้าที่ หรือเพราะพี่เขารู้สึกแบบนั้นอย่างแท้จริงกันแน่


สุดท้ายคำพูดจากหัวใจจึงได้ถูกเอื้อนเอ่ยออกไป


พี่ชาย... คิดแบบเดียวกับหนูจริงๆ หรือเพียงแค่ต้องการปลอบใจหนูเท่านั้นคะ


พี่...


ถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่พี่ชายรู้สึกอย่างแท้จริง หนูก็คิดว่ามันคงไม่มีความหมายอะไร นอกจาก... ความรู้สึกปลอมๆ ที่พี่ชายสร้างมันขึ้นมา เพื่อปกป้องหนูอีกครั้ง


คาริน...


หนูยอมรับว่าบางครั้งหนูก็อ่อนแอ และพี่ชายคงทนไม่ไหวที่เห็นหนูเป็นแบบนี้ แต่หนูก็อยากให้พี่ชายได้รับรู้ไว้ว่า หนูยอมที่จะเจ็บปวด เพราะหนูเองก็ไม่อยากทำร้ายพี่ชายไปมากกว่านี้เหมือนกัน


พี่โอเรนมองดวงตาของฉันด้วยความอ่อนโยน 


ในยามนี้ฉันคิดว่าแววที่ตัวเองกำลังจดจ้องพี่เขาคงเต็มไปด้วยความเศร้าและความสิ้นหวัง แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังรอคอยคำตอบที่อาจไม่ตรงดังหัวใจของตัวเอง


แม้มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการฟัง แต่การได้รับรู้ย่อมดีกว่าการปิดหูปิดตาตัวเอง


ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พี่พยายามปิดกั้นตัวเองเพื่อปกป้องคาริน แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าการปกป้องแบบที่ผ่านมามันไม่สามารถช่วยอะไรคารินได้ บางที... การยอมเสี่ยงบ้างอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


ฉันเบิกตากว้างมองพี่ชาย เพราะถ้าแบบนั้นก็หมายความว่า...


พี่รู้ตัวเองว่าพี่รักคารินมาก และมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคารินทำให้พี่รู้ใจของตัวเอง สิ้นคำนั้นพี่ชายก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้น ดวงตาแสดงความลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะจุมพิตฉันอย่างเชื่องช้า 


ฉันกำลังมึนเมามาตั้งแต่แรก พอเจอความอบอุ่นที่แฝงเร้นความเร่าร้อนของพี่ชาย ทุกสัมผัสหลังจากนั้นก็ทำให้ฉันเกิดความต้องการในอกขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ร่างเริ่มดิ้นภายใต้ร่างที่แสนอบอุ่นของพี่ชาย สองแขนกอดร่างพี่เขาไว้แน่น ในขณะที่เรียวขาไล้ท่อนขาแข็งแกร่งของพี่ชายไปตามอารมณ์ของตัวเอง


มากกว่านี้...


ฉันต้องการมากกว่านี้


เมื่อพี่ชายถอนริมฝีปากออก ฉันก็มองดวงตาของพี่เขานิ่ง และขอยอมรับว่าในจุดนี้ฉันกำลังถูกมอมเมาจนไม่สามารถคิดได้ว่าสิ่งใดที่ถูกผิดอีกแล้ว


ฉันเพียงแค่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร


พี่โอเรน... แสดงให้หนูเห็นสิว่าที่พี่พูดมามันคือความจริง ฉันเอ่ยแล้วสองมือก็พยายามเคลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของพี่ชาย ทว่าพี่เขาก็ห้าม


คาริน แบบนั้นมันไม่ดีต่อตัวเธอ


อะไรดีไม่ดีหนูแยกออกได้เอง ฉันพูดแล้วแขนทั้งสองข้างก็กอดรั้งให้ใบหน้าของพี่ชายเคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสนแผ่วเบาข้างใบหู แต่ตอนนี้หนูต้องการความรักของพี่ชาย คำพูดบางอย่างมันง่ายนักเมื่อออกมาจากปากของพี่ชายที่น่าเชื่อถือ แต่หนูต้องการมากกว่านั้น


ฉันเคลื่อนใบหน้าไปใกล้พี่ชายมากขึ้นอีก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสนแผ่วเบา แสดงให้หนูเห็นถึงความจริงใจนั้นสิคะ... พี่ชาย


พี่โอเรนได้ยินแบบนั้นก็ตัวแข็งทื่อ เขาคงไม่รู้มาก่อนว่าน้องสาวของตนเองนั้นแสนร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ถึงเพียงใด พี่เขามองฉันด้วยสายตาที่แสนซับซ้อน คาดว่าความถูกต้องของหน้าที่การเป็นพี่ชายกำลังตีกับความต้องการภายในของตัวเขาเอง


ฉันเห็นแบบนั้นก็ยิ้ม ฉวยจังหวะที่พี่โอเรนกำลังคิดวุ่นวายดันร่างพี่เขาลงไปนอนบนเตียง ส่วนฉันก็คร่อมร่างของพี่ชายเอาไว้ สองมือจับใบหน้าของพี่ชายก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ แล้วก็มอบจุมพิตที่แสนเร่าร้อนและมึนเมาให้กับพี่เขาโดยไม่ถามว่ารับได้หรือไม่


ปากของฉันสัมผัส ลิ้นของฉันเบียดแทรกเข้าไปภายใน ขณะเดียวกันทั้งสองมือก็เคลื่อนไปตามแผนอกแกร่งของพี่ชาย สองมือพยายามปลดเปลื้องเสื้อผ้าของพี่เขาออก


คาริน... พี่เขาพยายามห้าม


ฉันเงยหน้ามองพี่ชาย ก่อนจะตีหน้าเศร้าแล้วเอ่ยถาม สรุปว่าพี่โกหกหนูหรือคะ


พี่โอเรนสบดวงตาของฉัน พอเห็นฉันเศร้าก็ใจอ่อนจนได้ ไม่... พี่ไม่ได้โกหก แต่แบบนี้มันไม่ถูกต้อง ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้า...


เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาค่ะ


ฉันเอ่ยแล้วก็ยิ้มกริ่ม ก้มลงไปจูบบนต้นคอของพี่เขาอย่างแผ่วเบาครั้งหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปล็อคประตูห้องนอน เพื่อกั้นไม่ให้คนอื่นเข้ามาเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น จากนั้นดวงตาที่เต็มไปด้วยความต้องการก็มองพี่เขานิ่ง


ฉันรู้ว่าฉันอาจจะเมา 


แต่...


ฉันรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรเป็นอย่างดี


คิดแล้วฉันก็เดินกลับไปบนเตียง ขึ้นนั่งคร่อมร่างที่แสนแข็งแกร่งของพี่ชายแบบไม่คิดเขินอาย ก่อนจะถอดเสื้อของตัวเองออก เผยเรือนร่างและความอวบอูมของตนเองต่อหน้าพี่ชาย


ฉันรู้ว่ามันอาจยั่วยวนคนใจแข็งของพี่ชายไม่ได้ แต่หากฉันคือคนที่พี่ชายรักอย่างแท้จริง ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะไม่ทำให้พี่ชายรู้สึกอะไรไม่ได้


พี่ชายคะ... หนูไม่ใช่เด็กผู้หญิงอีกแล้ว ไม่คิดจะสัมผัสมันเหรอคะ 


ดวงตาของฉันมองพี่เขาด้วยความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น


การจะเรียกร้องความรักของพี่โอเรนเป็นเรื่องยาก เพราะพี่เขาเป็นคนที่ดูแลฉันมาตลอด การที่จะต้องทำลายกำแพงของผู้ปกครองออกมา เพื่ออยู่ในจุดที่เกินเลยกว่านั้นมันช่างยากนัก


แต่ฉันเชื่อว่าพี่โอเรนคงมีคำตอบในใจแล้ว


ดวงตาของพี่เขามองฉัน สองมือเคลื่อนไปจับเอวของฉันเอาไว้ นิ้วไล้สัมผัสผิวขาวเนียนนุ่ม ส่วนดวงตาก็มองไล้ไปทั่วเรือนร่างที่เกือบเปลือยเปล่าของฉันด้วยความตกตะลึงในสิ่งที่เห็นตรงหน้า


หนูรู้ว่าพี่ชายต้องการหนู ฉันเอ่ยเสียงเบาก่อนจะก้มลงไปจูบสัมผัสบนต้นคอของพี่ชาย สองมือลูบไล้เพื่อสร้างความมึนเมาให้กับตัวเขา 


คาริน่า... แบบนี้ไม่ดีแน่


ฉันยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ความรักจากพี่ชาย มอบความรักให้หนูในแบบที่หนูต้องการเถอะนะคะ ตอนนี้หนูจะทนไม่ไหวแล้ว


น้ำเสียงของฉันทั้งแผ่วเบา ทั้งแหบพร่า และแสดงถึงความอัดอั้นบางอย่างในใจที่ฉันแทบทนไม่ไหว


ฉันต้องการมัน...


ต้องการมากกว่านี้


พี่ชายมองดวงตาของฉัน จากนั้นก็คล้ายกับพี่เขาได้ตัดสินใจตามหัวใจของตัวเอง กำแพงแห่งความดีได้ถูกทลายลงด้วยฝีมือของน้องสาวตนเอง ก่อนที่มือแกร่งของพี่โอเรนจะคว้าจับกดร่างฉันลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว


และไม่จำเป็นต้องกล่าวขอร้องใดอีก พี่ชายก็ดำเนินสิ่งเหล่านั้นไปตามใจของตนเอง เพื่อมอบในสิ่งที่ฉันต้องการ


ความรักแสนอบอุ่นที่แสนเร่าร้อน

 

ทุกสัมผัสแห่งความรักที่พี่ชายมอบให้มันทำให้ฉันรับรู้ถึงความสุขขั้นสุดยอดที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ความรุนแรงเร่าร้อนของพี่ชายที่ซ่อนเร้นมาไว้ตลอด ในที่สุดฉันก็ได้เห็นมัน


คืนนั้นฉันอยากจะร้องตะโกนเรียกชื่อพี่โอเรน เสียก็แต่พอถึงเวลานั้นจริงๆ แม้แต่เสียงก็ยังหายไป กลายเป็นเพียงเสียงครางแห่งความสุขที่แสนแผ่วเบาเท่านั้น


ความต้องการของฉันและพี่โอเรนถูกเติมเต็มซึ่งกันและกัน 


ถึงแม้ว่า...


มันจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลยแม้แต่น้อย และพวกเราต้องเก็บความลับนั้นไว้ไม่ให้คนอื่นรู้ ทว่าพวกเราก็ยอมรับในเส้นทางที่พวกเราได้เลือกมันเองจากหัวใจ


ไม่มีเส้นทางรักไหนที่ง่ายดาย และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ความรักมีคุณค่า






 

เมื่อความรักที่เป็นความลับของเรามาถึงในจุดหนึ่ง พี่โอเรนก็เริ่มไม่สบายที่ต้องปิดซ่อนเร้นความจริงต่อทุกคน ทว่าด้วยฐานะที่แสนยิ่งใหญ่ของเขา จึงไม่สามารถทำอะไรที่แสนอ่อนไหวอย่างนี้ให้คนโจมตีได้


หากข่าวเรื่องเขารักกับน้องสาวของตัวเองเผยแพร่ออกไป ทั่วทั้งโลกคงลุกขึ้นมาโจมตีเขาเป็นแน่


แต่ฉันไม่สนใจเรื่องนั้น


สุดท้ายด้วยความมั่นใจจากฉัน ตัวอีกโอเรนเองก็ปล่อยวางบางอย่างลงได้ อีกอย่างพวกอันเซลก็รู้เรื่องราวเหล่านั้นแล้ว และพวกเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจต่อความสัมพันธ์ที่มันเกิดขึ้นเกินเลน ทั้งยังแสดงความยินดีที่ในที่สุดครอบครัวนี้ก็ครบสมบูรณ์


มีพ่อ มีแม่ และลูกๆ ที่น่ารักทั้งสองคน...


ความสัมพันธ์ของพวกเรามันไม่ได้งดงามนัก มันออกจะกลายเป็นความลับที่ห้ามคนภายนอกรู้อย่างเด็ดขาด แต่ตราบใดที่มีพี่ชาย มีฉัน และครอบครัวที่แสนอบอุ่นที่อยู่กันพร้อมหน้า พวกเราคอยอยู่เคียงข้างกัน และก้าวผ่านวันและเวลาที่แสนยากลำบากไปด้วยกัน ความสัมพันธ์แบบคู่อื่นก็ไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย 


ไม่จำเป็นต้องมีการเดินจูงมือในที่สาธารณะ เพียงแค่อาหารเช้าอร่อยๆ ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องมีเซอร์ไพรซ์ขอแต่งงาน มีเพียงแค่การแลกแหวนกันสองคนในบ้านก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องให้ใครยอมรับในตัวตนของพวกเรา มีเพียงแค่คนในครอบครัวที่รักพวกเราอย่างแท้จริงก็ไม่มีสิ่งใดสำคัญมากกว่านั้นอีก


ความรักของพวกเรามันคือความจริง นั่นคือสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวเท่านั้น


และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่พี่ชายทำงานอยู่ในห้อง ฉันชงกาแฟแล้วเดินไปนั่งตักพี่เขา แม้ตอนนี้ฐานะของพี่ชายจะไม่ใช่พี่ชาย แต่ฉันคิดว่าการที่เรียกเขาว่าพี่ชาย และแทนตัวเองว่าหนู ทำให้ฉันรู้สึกว่าพี่เขาอบอุ่นดังเช่นที่ฉันคุ้นเคย


ฉันรักที่พี่ชายเป็นพี่ชาย ไม่เคยต้องการให้สิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปทั้งสิ้น


พี่เขากอดร่างของฉันในอ้อมกอด แล้วจุมพิตบนศีรษะของฉันอย่างแผ่วเบา พี่ขอโทษนะที่ให้คารินได้ไม่ดีพอ บางทีถ้าเป็นคนอื่น พวกเขาคงให้คารินได้มากกว่านี้


คนอื่นไม่มีทางให้ในสิ่งที่หนูต้องการได้ ในเมื่อมีเพียงพี่โอเรนเท่านั้นที่หนูต้องการ ฉันเอ่ยแล้วสองมือก็โอบกอดคอของพี่เขาไว้ ก่อนที่ริมฝีปากจะเคลื่อนเข้าสัมผัสอย่างแผ่วเบา


จุดจบแบบนี้... สมบูรณ์แบบแล้วสำหรับฉัน


ขอเพียงแค่มีกันและกันไปตลอดแบบนี้ ฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองกำลังขาดสิ่งใดเลยแม้แต่นิดเดียว มันออกจะเกินความคาดหมายเสียด้วยซ้ำที่ฉันได้รับสิ่งที่มีค่าขนาดนี้มา


ไม่ว่าจะเกิดอะไร ฉันจะรักษาสิ่งที่ดีนี้ไว้ตลอดไป


ฉันสัญญา... 


*******************

จบแล้วนะ ไม่ค้างคากันแล้วนะ
ส่วน nc นั้น ขอติดไว้ก่อนประมาณวันที่ 21 เน้ออออ พอดีมีปัญหาเรื่องเน็ต ทำให้ไม่สามารถลงได้สะดวกนัก

สำหรับตอนนี้ จบสวยงามสุดได้เท่านี้จริงๆ นะ ไปต่อไปเพียงเท่านี้ เพราะพี่โอเรนก็ไม่มีทางอื่นให้ไป คารินก็ด้วย เลยกลายเป็นจุดจบแปลกๆ แฮ่ๆๆ
อ่านแล้วชอบยังไงบอกได้น้าาา เดี๋ยวพรุ่งนี้ไรต์จะต่อของอีวานเน้อออ

จุ๊บๆ ไปละ
แล้วแจกันจ้าาา





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.061K ครั้ง

124 ความคิดเห็น

  1. #8383 Lucien_ (@iv_vivian) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 10:39
    คุณพี่ผู้อบอุ่นร้อนแรงที่สุดในโลกอยากสิงคาริน่า Q______Q
    #8383
    0
  2. #8373 White-Lie (@686226) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 08:36
    ละมุนจริงๆขอบคุณ​นะ​ ช่วงนี้เตรียมสัมถาษณ์งานรัวๆไม่ค่อยได้แวะเข้ามา​ กลัวใจตัวเองงว่าตะไม่หยุดแค่ตอนเดียว55​
    #8373
    1
  3. #8372 Pandanus23233 (@Pandanus23233) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 00:30
    "ไม่มีเส้นทางรักไหนทีี่ง่ายดาย เพราะสิ่งนั้นทำให้รักมีคุณค่า" ชอบประโยคนี้จัง
    #8372
    0
  4. #8370 [Yoa] (@yohime-sama) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 16:53

    ชอบมากค่าาา

    #8370
    0
  5. #8367 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 20:58
    ฮือออท่านพี่ผู้อบอุ่นประดุจเตาผิงที่ใหญ่ที่สุดในโลกกก แงงงงงน่ารักเสมอต้นเสมอปลายจริงๆคนนี้ แพ้ทางพี่ชายสายแด๊ด ฮือรักค่ะ TwT
    #8367
    0
  6. #8366 Alfy.yflA (@alfy2548) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 20:27
    ขัดใจนิดหน่อยตรงที่บอกคนอื่นไม่ได้ แต่เข้าใจพี่โอเรนแหละพี่แกใหญ่ซะขนาดนั้น จะปิดใครคงเป็นไปไม่ได้ อย่างงี้ก็สวยแล้ววว
    #8366
    0
  7. #8365 WaWhar (@walliga1) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 20:20
    ท่านฟี่โอเรน~~
    #8365
    0
  8. #8364 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 19:32
    ท่านพี๊~~~~~
    #8364
    0
  9. #8363 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 19:16
    ชอบมากงะะะ
    #8363
    0
  10. #8362 snow_crystal (@j_snow) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:33

    จบแบบรู้กันแค่เรานะ

    #8362
    0
  11. #8361 Mayoko (@0844185158) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:14
    ชอบความหมายความรักที่ไรท์สื่อผ่านคารินมากเลย ชอบความคิดไรท์//ซึ้งอ่ะ T^T
    #8361
    0
  12. วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 17:32
    รักไรท์ที่สุ๊ดดดด
    #8360
    0
  13. #8359 Felomena_kawaii (@Felomena_kawaii) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 17:09
    ฟินมากเวอร์~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ ~~~~~~
    >_<
    #8359
    0
  14. #8357 >Liar< (@viwaly) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 16:49
    ครบแล้วววค่าาา
    #8357
    0
  15. #8322 ve 'nus (@patye) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 20:43
    ค้างอ่ะไรท์ ตอนจบล่ะ อย่าลืมจบโอเรนน้าาาาาาา
    #8322
    0
  16. #8113 Arella (@enna1104) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:29
    ค้างเหมือนกันคะ
    #8113
    0
  17. #8099 orangerose (@orangerose) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 21:02
    จบแค่นี้หรอ ค้างจัง ขอแบบพิเศษ เหมือนอันเซลหน่อยคร่าาาา
    #8099
    1
  18. #8091 White-Lie (@686226) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 23:46
    อ่านอีกละมุนอีก
    #8091
    0
  19. #8089 ink1808 (@ink1808) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 23:27
    ฉันต้องการมากกว่านี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #8089
    0
  20. #8083 Pandanus23233 (@Pandanus23233) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:07
    ที่ต้องการ5555
    #8083
    0
  21. #8078 Kantamanee02 (@Kantamanee02) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 23:11
    ความบาปนี้--กรี๊ดดด---
    #8078
    0
  22. #8077 Rie44 (@Rie44) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 12:16
    งานดีเวอร์
    #8077
    0
  23. วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 12:05
    น่ารักกกก เป็นพี่ชายทั้งที ขอแบบเจ้าเล่ห์ๆ หน่อย
    #8076
    0
  24. #8075 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 09:26
    ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #8075
    0
  25. #8074 _LOVEBL (@lovekris1011303) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 21:58
    ฮะฮริ้งงง~!! ฟินนาเล่ เย่~!!!!!!
    #8074
    0