O.V.E.R.L.O.A.D วันหนึ่ง... ฉันเป็นวายร้าย (จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 359,931 Views

  • 8,488 Comments

  • 10,881 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,897

    Overall
    359,931

ตอนที่ 57 : ตอนจบพิเศษ : ความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด (อันเซล) P.1+2+3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1235 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61

*สรุปผลว่า อันเซลนำโด่งน้า ตอนแรกดูเผินๆ พี่โอเรนกับอันอันที่เทียบคู่กัน แต่นับคะแนนจริงๆ คืออันเซลนำโด่งเลย 55555 สรุปผลว่า อันเซล พี่โอเรน อีวาน เลนนอน เคลวิน และเรมี่ ตามลำดับนี้นะครัช*



*คำเตือน ระลึกไว้ว่านี่เป็นตอนจบพิเศษ หมายความว่า มันจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง ขึ้นอยู่กับผู้อ่านนะคะ*

อิอิ

อ่านกันเถอะ 5555


ถ้า... เจ๊กับอันเซลชอบกันในตอนจบ จะเกิดอะไรขึ้นนนน???




ตอนจบพิเศษ

ความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด

(อันเซล)



          วันนี้ฉันมีนัดทานอาหารเย็นกับอันเซลที่ร้านอาหารเปิดใหม่ใจกลางเมืองอาไชน์ซิตี้ ทำให้ทันทีที่เสร็จจากงานของตัวเอง ฉันก็รีบขับรถไปยังร้านอาหารที่นัดกับอันเซลเอาไว้ โดยไม่ลืมโทรไปบอกกับพี่โอเรนอีกครั้งว่าวันนี้ไปกินอาหารนอกบ้านกับอันเซล จึงไม่ได้เข้าบ้านเหมือนทุกวัน


            อันเซลโทรมาบอกแล้ว กินอาหารกันให้อร่อยล่ะ เสียงปลายสายดังตอบกลับมา


            ค่ะ พี่ชายก็อย่าโหมงานหนักนะคะ เดี๋ยวทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว พวกหนูขออนุญาติเถลไถลกันอีกเล็กน้อยแล้วจะกลับบ้านนะคะ


            ได้... แต่มีข้อแม้ว่าห้ามเมา


    พี่โอเรนยังคงเป็นห่วงฉันเสมอ...


            รับทราบค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเจอกันที่บ้านนะคะ


            จากนั้นฉันก็วางสายพี่ชาย ก่อนจะเหยียบคันเร่ง ขับรถไปตามจีพีเอสบนหน้าจอแบบเร็วที่สุด เพราะถ้าเกิดไปสายขึ้นมา จะต้องโดนน้องชายบ่นแน่นอน


            อันเซลเป็นพวกห่างไกลจากความใจเย็น ต่างจากฉันที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องจุกจิกสักเท่าไหร่ เลยกลายเป็นคนง่ายๆ ไม่ค่อยหงุดหงิดง่ายสักเท่าไหร่ นิสัยของพวกเราต่างกันทว่ากลับลงตัวอย่างพอดิบพอดี เลยทำให้พวกเราสองคนอยู่ด้วยกันได้แบบลงตัว


เวลามีคนหนึ่งบ่น อีกคนหนึ่งก็จะฟัง...


แบบนี้ถือว่าเป็นความโชคดีเล็กน้อยที่ไม่น้อยสักเท่าไหร่จริงๆ ที่พวกเราลงตัวกันแบบนี้ เพราะถ้าพวกเราต่อล้อต่อเถียงกันตลอดเวลา ไม่มีใครยอมใคร ป่านนี้คงตีกันตาย โตขึ้นมาก็แยกกันอยู่คนละที่เพราะเบื่อขี้หน้ากันไปแล้ว


ทว่ามาจนถึงตอนนี้พวกเราก็ยังคงเหมือนเดิม...


หลังจากจอดรถเรียบร้อย ฉันก็รีบสะพายกระเป๋าเดินลงจากรถ แล้วเข้าไปยังร้านอาหารทันที จากนั้นก็เดินไปยังโต๊ะที่อันเซลจองเอาไว้ ซึ่งอยู่ในมุมส่วนตัวที่เรียกว่าวีไอพีสุดๆ


พอเดินไปถึงโต๊ะ ฉันก็เห็นว่าเขากำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว


ก่อนเดินไปหาน้องชาย ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือเป็นอันดับแรก และโชคดีที่เข็มยาวกับเข็มสั้นชี้ตรงเวลานัดเป๊ะ แสดงว่าฉันไม่ได้มาสาย เขาแค่มาก่อนเวลาเท่านั้น


ดังนั้นคงไม่โดนบ่นหรอก


ฉันเดินไปยังโต๊ะ อันเซลเงยหน้ามามองก่อนจะเลิกคิ้วแล้วเอ่ยว่า นึกว่าจะมาสายกว่านี้ซะอีกนะเจ๊ อุตส่าห์เตรียมคำด่าไว้รอแล้วเนี่ย


อดเลยดิ ฉันพูดพลางนั่งลงบนเก้าอี้


น่าเสียดาย อุตส่าห์คิดคำด่าที่พูดแล้วเจ๊ต้องเจ็บจี๊ดจนร้องไห้ไว้แล้วอะ


ฉันฟังแล้วก็หัวเราะ ก่อนจะส่ายหน้าไปมากับนิสัยของน้องชายที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ยังคงชอบกลั่นแกล้งฉันแบบนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน เขาก็แกล้งจนฉันร้องไห้ มาจนวันนี้เขาก็ยังคิดจะแกล้งให้ฉันร้องไห้ โชคร้ายหน่อยที่ยิ่งฉันอยู่กับเขานานมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งคุ้นชินมากเท่านั้น


สุดท้ายตอนนี้จึงไม่เคยร้องไห้เพราะอันเซลแกล้งเลย


อันเซลจิบไวน์ที่มาเสิร์ฟ ก่อนจะเอ่ยกับฉัน เห็นว่างานยุ่งๆ เหรอ มีไรให้ช่วยไหม


ฉันส่ายหน้า ก่อนจะบ่นเรื่องงานไปตามประสา ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอก ก็เดิมๆ นั่นแหละ มีคนพยายามเจาะระบบเข้ามา เจ๊เลยต้องเจาะระบบกลับ แล้วลากตัวคนทำไปสอบสวนเพื่อหาแรงจูงใจ


แล้วได้ตัวคนทำไหม


เหมือนเดิมอีกนั่นแหละ จับได้แต่สุดท้ายก็จะมีคนใหม่เข้ามาทำอีก ทุกอย่างมันวนไปอยู่แบบนี้... น่าเบื่อ


อันเซลขำออกมาตอนที่เห็นหน้าฉัน งานเจ๊ตอนแรกก็ดูน่าสนุกนะ ได้เล่นงานคนที่เข้ามาป่วนระบบ แต่สุดท้ายมันน่าเบื่อจริงๆ ที่ต้องมาเจอแบบนี้ทุกวัน


นี่คงเป็นครั้งแรกที่อันเซลพูดเห็นใจฉัน...?


            ฉันพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยทันที จากนั้นเราสองคนก็คุยไปเรื่อยระหว่างรออาหารที่อันเซลสั่งไว้ให้ก่อนฉันมาถึง พวกเราคุยเรื่องงานบ้าง เรื่องทั่วไปบ้าง จนอาหารมาถึงพวกเราก็ยังคุยเล่นกันไปเรื่อยๆ ตลกบ้าง ขำบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เป็นแบบที่พวกเรามักจะเป็นกันทุกที


ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรามันไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่


ฉันกับอันเซลมีเรื่องให้คุยตลอดเวลา ทั้งแบบมีสาระและไม่มีสาระ การที่พวกเราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ทำให้พวกเราสนิทกันมากขึ้นทุกวัน จนความสัมพันธ์ของเรามาอยู่ในจุดที่... บางครั้งเรียกว่าพี่น้องก็คงไม่พอ ต้องเรียกว่าเป็นทุกอย่างให้กันแล้วมากกว่า


ทั้งเพื่อน ทั้งพี่น้อง ทั้งครอบครัว พวกเราเป็นให้กันทุกอย่างจริงๆ


ทานอาหารไปสักพัก อันเซลก็ถามว่า เจ๊


ว่า?”


อาทิตย์หน้าผมจองตัวเจ๊นะ ไปเที่ยวกันที่โรงแรมสกีในเมืองนอร์ฟรีกัสกัน ผมจองที่พัก จองทุกอย่างเอาไว้แล้ว


ฉันส่ายหน้ากับความน้องชาย ก่อนจะแซวไปว่า จองแล้วไม่ถามเจ๊ก่อนเลยนะว่าว่างไหม


อันเซลทำหน้างอแบบเด็กๆ ทั้งที่เขาก็โตแล้ว แต่โชคดีที่เขาน่ารัก ทำให้แม้โตขนาดนี้ เขาก็ยังดูน่ารักอยู่ดี เขาส่งสายตาน่าสงสารมาหา ก่อนจะเอ่ยว่า เจ๊... ไปเหอะ จ่ายตังไปแล้วอะ


ฉันหลุดขำ ไปอยู่แล้วน่า เจ๊เคยขัดใจอันเซลรึไง


อันเซลเลิกทำหน้าอ้อนอย่างฉับพลัน ก่อนจะยักไหล่ ก็ขอไปงั้นแหละ รู้อยู่แล้วว่าเจ๊ไม่เคยปฏิเสธน่า


เอาอีกแล้ว... นิสัยน่าหมั่นไส้แบบนี้


ฉันทำหน้ามุ่ยแบบเหม็นเบื่อคนดื้อ แต่ก็คุยกับเขาต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างนั่งทานอาหารไปสักพัก อันเซลก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่


เดี๋ยวมานะ แล้วก็ห้ามแอบกินสเต๊กของผมด้วย


จะไปก็ไป ทำไมต้องมาชี้โพรงให้กระรอกฉันพูดด้วยสีหน้าขำๆ ก่อนทำท่าจะแกล้งเอาส้อมไปจิ้มเนื้อสเต๊กของเขากิน อันเซลจึงถลึงตาชี้หน้าใส่แบบโหดร้าย


ไปๆ เจ๊ไม่แกล้งหรอกน่า


อันเซลชี้หน้าคาดโทษฉันไว้ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นฉันก็นั่งเล่นโทรศัพท์รอเขา เพราะไม่อยากกินอาหารหมดก่อนอันเซล และตอนที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่นั่นเอง ไฟก็พลันดับลงกะทันหัน


ฉันหันขวับมองรอบตัวทันที ก่อนจะเห็นเข้ากับแสงเทียนบนเค้กที่กำลังเคลื่อนมาหาฉัน ส่วนคนที่ถือเค้กนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน


อันเซล...


ฉันยิ้มกว้างด้วยไม่คาดหวังว่าจะเจอเซอร์ไพรซ์ ในขณะที่สบตากับพ่อน้องชายตัวแสบที่กำลังเดินมาหา เมื่อเขาเดินมาถึงตรงหน้าฉันก็อดถามไม่ได้ว่า เซอร์ไพรซ์เนื่องในโอกาสอะไรเนี่ย น่ารักจัง


ครบรอบ 21 ปีที่ได้เจอกันไงเขาพูดแล้วก็ยื่นเค้กมาเบื้องหน้าให้ฉันเป่า เป่าแล้วขอพรสิเจ๊


ฉันหลับตาลงก่อนจะอธิษฐานให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันอีกนานๆ ก่อนจะเป่าให้เทียนดับลงเป็นอันเสร็จสิ้น จากนั้นแสงไฟก็กลับมาสว่างอีกครั้ง ฉันถึงเพิ่งสังเกตว่าในช่วงที่ดับ ห้องนี้ก็ถูกประดับประดาไปด้วยดอกคาริน่าสีแดง


อันเซลทำอะไรแบบนี้ก็เป็นเหรอเนี่ย?


ฉันหันมองรอบตัวด้วยความอึ้งทึ่ง และดีใจจนแทบพูดอะไรไม่ออกกับความน่ารักตรงหน้า ก่อนจะหันมาหาน้องชายอีกครั้ง หลังจากเขาวางเค้กลงบนโต๊ะแล้วเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้แน่น ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตั้ง 21 ปีนะ ตั้งแต่วันแรกที่เจอเจ๊จนมาถึงวันนี้ ผมไม่เคยไม่รักเจ๊เลยรู้ไหม


อันเซลพูดอะไรของเขาเนี่ย


เจ๊เขินเป็นนะ...


ฉันส่ายหัว ถึงอันเซลจะเป็นน้องชาย แต่เขาเป็นพวกที่พูดหวานเป็นเสียเมื่อไหร่ สุดท้ายฉันจึงอดเขินไม่ได้แล้วถามกลับว่า จริงไหม


จริงดิเขาพูดแล้วก็กำมือของฉันไว้แน่น ก่อนจะกล่าวต่อ ผมคงเป็นผู้ชายคนเดียวในโลกนี้ที่กล้าพูดเลยว่า ต่อให้เจ๊แก่หงำเหงือกจนผมไม่เหลือสักเส้น แต่ผมก็กล้าพูดเต็มปากว่ารักเจ๊เหมือนเดิมแน่นอน เพราะเจ๊เป็นเพื่อนที่ดี ทำให้ผมสบายใจทุกครั้งที่คุยด้วย เวลามีปัญหาแล้วคุยกับเจ๊ เจ๊ก็จะคอยหาทางช่วยตลอดเลย แล้วเจ๊ก็เป็นพี่สาวที่ดีที่คอยดูแล คอยห้ามปราม ถึงจะชอบแกล้งไปหน่อย แต่สุดท้ายก็ตามใจผมตลอดเลย ที่ผ่านมาพวกเราก็ทะเลาะกันบ่อย แต่คนที่ยอมขอโทษก่อนก็เป็นเจ๊ทุกทีเลย ทั้งที่บางทีมันก็ไม่ใช่ความผิดของเจ๊เลยสักนิด


ก็อันเซลดื้อจะให้เจ๊ทำไงล่ะ


อันเซลฉีกยิ้ม ทุกอย่างมันชัดเจนว่าเจ๊ดีกับผมจริงๆ ที่ผ่านมาตลอด 21 ปี ผมขอโทษที่ทำให้เจ๊เสียใจหลายอย่าง แล้วก็ขอบคุณมากที่เจ๊ยังอยู่อยู่กับผม สนับสนุนทุกอย่าง และคอยให้ความรักผมนะ


ฉันฟังเขาสารภาพความรู้สึกของตัวเองแบบที่เขาไม่เคยพูดเลยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เอาตามตรงคือตอนนี้หุบยิ้มไม่ได้เลย จึงได้แต่ตอบไปว่า ขอบคุณเหมือนกันนะ อันเซล


แล้วเจ๊อ่ะ


ฉันเลิกคิ้ว เจ๊อะไร?”


            คิดยังไงกับผมตลอด 21 ปีที่ผ่านมานี้ไง อย่าให้ผมพูดคนเดียวสิ


            นั่นสินะ... ฉันพูดแล้วก็เอื้อมมือไปจับไหล่ของอันเซลทั้งสองข้าง ส่วนเขาก็ใช้แขนที่ว่างมาโอบรอบเอวฉันไว้หลวมๆ ทำให้พวกเราอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น


ฉันมองสบดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่ตรงหน้า ก่อนจะพูดทุกอย่างในใจออกมา ตลอด 21 ปีมานี้ เจ๊ก็รักอันเซลทุกวัน ทั้งหวงทั้งห่วง เพราะน้องชายคนนี้เป็นเด็กที่ดื้อมากๆ ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ ตลอด แถมยังเป็นพวกขี้บ่น ใจร้อน ชอบทำให้คนเป็นพี่สาวเครียดตลอดเลย แต่ถึงอย่างนั้นอันเซลก็เป็นน้องชายและเพื่อนที่ดีของเจ๊มากๆ ตั้งแต่วันแรกมาจนวันนี้ที่เราได้เจอกัน เจ๊คิดมาตลอดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้เลย อันเซลคอยอยู่กับเจ๊ ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ เศร้า ขอบคุณนะที่คอยอยู่เคียงข้างกันตลอด


อันเซลยิ้มแป้น คงคาดไม่ถึงว่าฉันจะชมขนาดนี้ ก่อนจะกล่าว่า แล้วสรุปว่าผมน่ารักไหม


น้องชายของฉันถึงจะแสบ ซ่า กวนไปหน่อย แต่ความน่ารักของเขาสำหรับฉันแล้ว มันเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เขาน่ารัก น่ามันเขี้ยว และน่าฟัดสุดๆ


อันเซลน่ารักที่สุด!!!”


อันเซลฟังแล้วก็หัวเราะชั่วร้าย ก่อนจะยักไหล่แบบคูลๆ แล้วพูดว่า แค่นั้นแหละที่อยากได้ยิน เจ๊โดนผมหลอกให้พูดออกมาอีกแล้ว เมื่อกี้ผมแค่พูดล่นไปงั้นแหละ ถ้าเจ๊แก่ ใครจะรักเจ๊ลง


ฉันทำหน้าบึ้ง ก่อนจะตีแขนเขาไปนิดหน่อยด้วยความมันเขี้ยว


น้องชายหัวเราะคิกคักได้ใจ ก่อนจะพูดว่า ล้อเล่นๆ รักเจ๊จริงๆ นั่นแหละนะ รักเจ๊จะตายไป เขาไม่ว่าเปล่ายังกางแขนมาโอบกอดร่างฉันไว้แน่นอีก จากนั้นก็พาฉันโยกไปมาแบบเด็ก


ฉันเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา ก่อนจะรู้ตัวอีกที เพลงเบาๆ ในร้านก็เปิดขึ้น อันเซลชวนฉันเต้นรำด้วยกันแบบตลกๆ เต้นกันไม่เป็นท่า แต่ก็อยู่ในจังหวะของพวกเราสองคน


พวกเราก็เป็นแบบนี้แหละ


ถึงจะชอบแกล้ง ชอบทะเลาะกัน ทว่าสุดท้ายแล้วพวกเราคือคนที่เข้าใจกันและกันที่สุดแล้ว ที่สำคัญคือเวลาที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันมันคือความสุขที่พวกเราแทบไม่ต้องพยายามอะไรเลย เพียงแค่ปล่อยไปตามธรรมชาติ


ฉันเต้นรำไปก็เงยหน้ามองอันเซล เขาก็จ้องสบตาฉัน เราสองคนมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มออกมา


อยู่ด้วยกันแล้วมันมีความสุขจริงๆ





--- รอต่อ พาร์ท 2 --




          อาทิตย์ถัดมาฉันก็ต้องไปเที่ยวกับอันเซลที่เมืองนอร์ฟรีกัสในเขตเหนือของประเทศอาไชน์ เดินทางมาด้วยเครื่องบินใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเราสองคนก็มาถึงที่หมาย


ฉันไม่เคยมาที่เขตเหนือแดนแห่งความหนาวมาก่อน เพราะชอบทะเลทางใต้มากกว่า แต่พอได้มาเห็นความสวยงามของธรรมชาติที่นี่ของจริง ฉันก็รู้สึกตกหลุมรักความงดงามของที่นี่ไปเสียแล้ว จึงอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้เวลามองไปโดยรอบแล้วเห็นธรรมชาติที่แสนสวยงาม แถมอากาศของแดนหนาวยังเข้ากับร่างกายฉันได้ดีมาก


ตอนนี้สดชื่นสุดๆ!


"อากาศก็ดี ภูเขาหิมะนั่นก็สวยมาก" ฉันพูดด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะชูแขนรับลมหนาวที่พัดเข้ามาสู่ร่าง เส้นผมสีทองของฉันปลิวไสวไปตามลมหนาว ภาพที่เกิดขึ้นคงสวย อันเซลจึงหยิบกล้องโปรสุดโปรดของเขามาถ่ายรูปฉันเก็บไว้ ตามหน้าที่ช่างกล้องส่วนตัวที่แสนรู้ใจ


โพสต์ท่าสวยๆ ถ่ายรูปไปสักพัก ฉันก็สังเกตดูโดยรอบ พบว่าคนอื่นพากันเดินขดตัวสั่น แต่ฉันกลับยิ้มหน้าแป้นแล่นท้าลมอยู่คนเดียว ผู้คนทั้งหลายจึงพากันมองฉันด้วยความสนใจ


สาเหตุที่ฉันสามารถทนความหนาวได้ ก็เป็นเพราะร่างกายของฉันแตกต่างจากคนอื่น ทนความหนาวทุกระดับ ดังนั้นบอกเลยว่าอากาศที่นี่ไม่สามารถทำให้ฉันตัวสั่นเทาได้ และตรงกันข้าม มันกำลังสบายสุดๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมา


ระหว่างที่กำลังฟินกับลมเย็นๆ ฉันก็โพสต์ท่าสะบัดผมให้ปลิวตามลม แต่หมวกไหมพรมดันปลิวหลุดไป โชคดีที่อันเซลคว้าไว้ทันจึงไม่ต้องเสียเงินซื้อหมวกใบใหม่


เฮ้อ... หมวกเกือบไปแล้ว


ผมอุตส่าห์ซื้อให้ ถ้าทำหายล่ะก็ เจ๊เจอดีแน่ อันเซลพูดแล้วก็ส่ายหน้า ก่อนจะเอื้อมมือมาสวมหมวกไหมพรมกันหิมะให้ฉันใหม่พลางบ่นตามประสา "ระวังหน่อยสิ อย่าให้ลมมันพัดเข้าหัวมาก เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก"


ขี้บ่นจริงๆ...


ฉันกอดอกก่อนจะเชิดหน้าสวยๆ ใส่แบบน่าหมั่นไส้ ก่อนจะพูดว่า "ขอโทษนะคะ เกิดมาไม่เคยเป็นไข้สักครั้งค่ะ มีแต่ต้องดูไข้ใครบางคนแถวนี้"


อันเซลกัดฟันจิ้มหน้าผากฉัน ก่อนจะพูดด้วยความันเขี้ยวพี่สาวตัวเอง "เริ่มแก่แล้ว ทำงานก็หนัก คิดว่าร่างกายจะแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนรึไง"


ดูปาก...


"เริ่มแก่อะไรล่ะ บ้า! เจ๊กำลังเป็นสาวสะพรั่ง" ไม่ว่าเปล่าฉันสะบัดผมอีกครั้ง แล้วหมวกไหมพรมก็ดันหลุดออกจากหัว ทำเอาอันเซลขมวดคิ้วจ้องหน้าฉันเขม็ง ด้วยกลัวน้องชายจะอาละวาดข้อหาที่ฉันไม่รักษาของที่เขาให้ ฉันจึงรีบก้มลงไปหยิบมาสวมใหม่อีกครั้ง


แล้วอันเซลก็ยอมให้อภัย... มั้ง


อันเซลใช้สองมือเอื้อมมาหยิกแก้มทั้งสองข้างของฉันเพื่อทำโทษ "บอกแล้วว่าให้ระวัง ไม่งั้นจะเจอดีเข้าใจไหมกล่าวไปพลางก็ขยี้แก้มของฉันไปพลาง แล้วนี่คิดว่าตัวเองยังเป็นสาวอีกเหรอ แก้มนุ่มนิ่มขนาดนี้แล้ว"


เหตุผลที่เขาใช้อ้างถึงมันดูทะแม่งยังไงชอบกล...


"แก้มนุ่มนิ่มมันไม่ได้หมายความว่าแก่สักหน่อย อันเซลมั่วมาก"


อ๋อ ลืมไป... มันหมายความว่าอ้วนนี่นา


สิ้นคำนั้นฉันก็ขมวดคิ้วมุ่นมองน้องชายเขม็ง เขาคิดจะเปิดศึกกับฉันใช่ไหมถึงกล้าพูดแบบนี้ ส่วนอันเซลก็ฉีกยิ้มเหี้ยม คงรู้แล้วว่าศึกแรกของเรากำลังจะเริ่ม และไม่นานหลังจากนั้นเราสองคนก็วิ่งไล่จับกันเป็นเด็กๆ ไปทั่วลานหิมะแบบไม่แคร์ใคร


            อันเซลชอบทำตัวน่าแกล้งแบบนี้ตลอดเล้ย!


            แต่...


ก็ต้องยอมรับว่าฉันชอบแบบนี้


 


หลังจากผ่านศึกแรก เราสองคนก็พากันหอบเหนื่อยจนตัวโยน แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำจากแรงดันเลือดที่ไหลเวียนเร็วเกินไป ทั้งความหนาแน่นของอากาศที่นี่ค่อนข้างเบาบาง เพราะอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ทำให้พวกเราเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ทว่าอันเซลปรับตัวกับที่นี่ได้เร็ว เพราะเขาเคยมาอยู่ก่อน จึงเหนื่อยแค่พักเดียวก็กลับมาเป็นปกติ


สุดท้ายเขาจึงต้องรับผิดชอบความเหนื่อยของฉัน ระหว่างเดินทางขึ้นบันได 500 กว่าขั้นเพื่อขึ้นเขาสำหรับสกี้ อันเซลต้องลากกระเป๋าเดินทางของฉันและของเขาขึ้นไปยังเขาไปด้วย


เขาไม่มีรถให้เหรอ ฉันอดบ่นออกมาไม่ได้


ไม่คิดเลยว่าการมาเที่ยวจะต้องลำบากลำบนขนาดนี้...


ไม่มี เพราะโรงแรมสกีที่นี่เป็นแบบออริจินอลเอ็กส์ตรีม ไม่ใช่สำหรับมือใหม่แบบพวกหน่อมแน้มที่อยากมาเล่น แต่ต้องการความสะดวกสบาย ดังนั้นมันต้องปืนเขาขึ้นไปเอง รับรู้ถึงบรรยากาศการเล่นสกีขั้นสุดยอด!”


ฉันเงยหน้ามองขั้นบันไดก่อนจะต้องทำหน้าเบ้


โคตรสูง...


การเล่นสกีมันควรต้องเหนื่อยแบบนี้ด้วยเหรอ?


ฉันมองขั้นบันไดไม้ที่เหลือแล้วก็ต้องหันไปหาน้องชาย พลางส่งเสียงออดอ้อน อันเซลแบกเจ๊หน่อยได้ป่ะ


แค่นมก็หนักไปสิบกิโลแล้ว ใครจะไปแบกไหว อันเซลบ่นหงุงหงิง แต่ฉันได้ยินเต็มสองหู


น้องชายฉันโอเวอร์มาก...


            ตูมๆ ของฉันไม่ถึง 10 กิโลสักหน่อย ถ้าหนักขนาดนั้นฉันไปตัดออกดีกว่าไหมล่ะ ทำไมจะต้องแบกมันไว้ให้เหนื่อยด้วย


ฉันส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของอันเซล มือดึงชายเสื้อเขาเพื่อลากตัวเองขึ้นเขา จนตอนนี้ลากขาก้าวขึ้นบันไดขั้นที่ร้อยกว่าๆ จากที่นับมา เข่าเริ่มสั่นไปด้วยความล้า


ฉันทนความหนาวของที่นี่ได้นะ แต่ทนความเหนื่อย และความบางเบาของอากาศที่นี่ไม่ได้จริงๆ


เดินไปได้สักพักอันเซลก็หันมามองฉัน พอเห็นสภาพพี่สาวที่กำลังหายใจเข้าแบบเร็วๆ เขาก็ถอนหายใจแล้วยื่นมือมาช่วยพยุงฉันขึ้นไปด้วยความเป็นสุภาพบุรุษแบบที่ไม่ค่อยทำ ระหว่างเดินไปด้วยกัน เขาก็พูดให้กำลังใจว่า ช่วงแรกๆ มันจะเหนื่อยหน่อยนะ แต่วันพรุ่งนี้ร่างกายเจ๊น่าจะปรับตัวได้นั่นแหละ


ฉันก็คิดว่าอย่างนั้น


ทั้งชีวิตอยู่ที่ต่ำมาตลอด พอขึ้นที่สูงจึงรู้สึกเวียนหัวยังไงชอบกล แต่เดี๋ยวก็คงปรับตัวได้ตามที่อันเซลบอกนั่นแหละ


จากนั้นฉันก็จับมืออันเซลเดินขึ้นเขาไปตลอดทาง ร่างกายของน้องชายฉันแข็งแรงมาก เขาไม่เหนื่อยเลยแม้จะขึ้นบันไดมาตั้งหลายร้อยขั้น เขายังคงมีแรงแบกกระเป๋าเดินทางทั้งของฉันและของเขา แถมยังต้องคอยลากพี่สาวของเขาขึ้นไปบนเขาอีก แต่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อย


ช่างเป็นน้องชายที่พึ่งพาได้จริงๆ


ส่วนฉันนั้น... กำลังจะหายใจไม่ทันอยู่แล้ว


หลังจากผ่านวิกฤติบันได 500 ขั้นมาแล้ว ฉันก็มานั่งหอบอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม ความจริงโรงแรมนี้มันไม่เหมือนโรงแรมเสียเท่าไหร่ มันเหมือนเป็นกระท่อมไม้ที่สร้างห่างๆ กันตามพื้นที่สำหรับเล่นสกี ราคากระท่อมคิดตามพื้นที่ความส่วนตัว และอันเซลก็เลือกราคาที่แพงสุด ซึ่งก็ต้องเดินทางไปไกลอีก


ฉันนั่งสูดลมหายใจเข้าออกระหว่างรออันเซลเช็คอิน พยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศที่สูงเหนือน้ำทะเลมาก ไม่นานนักร่างกายที่แข็งแรงของฉันก็เริ่มปรับตัวได้ ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ โดยไม่รู้สึกหน้ามืดดังเช่นขามา


อันเซลเดินกลับมาหาพลางถามว่า เจ๊ไหวไหม


ไหวแล้ว


งั้นไปกันต่อเถอะ ว่าแล้วเขาก็ก็ยื่นมามาจับมือฉันแน่น ก่อนจะพาฉันไปยังกระท่อมหลังน้อยของพวกเรา


เราสองคนเดินไปตามทางหิมะไม่นานนักก็มาถึงกระท่อมส่วนตัวของพวกเรา ข้างหลังเป็นลานสเก็ตธรรมชาติ ส่วนข้างหน้าเป็นลานสำหรับการเล้นสกีผาดโผน ฉันเห็นแล้วก็ต้องตาเป็นประกายเพราะชอบกีฬาพวกนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะสเก็ตน้ำแข็งที่เรียกว่าเป็นเซียน ท่าทริปเปิลแอ็ดเซิลหมุนตัวสามรอบที่คนว่ายาก ฉันทำได้แบบไม่ต้องลืมตาด้วยซ้ำ


ส่วนสกีแม้จะไม่เคยเล่น แต่ด้วยบางอย่างในร่างกาย ทำให้ฉันมีสัญชาตญาณในการเล่นกีฬาที่เกี่ยวกับหิมะ และฉันรู้สึกว่าตัวเองพร้อมที่จะเล่นมัน


อันเซลหันมามองฉันแบบรู้ทัน ทำหน้าแบบนี้ อยากเล่นล่ะสิ


สมแล้วที่เป็นน้องชาย


เขารู้จักฉันจริงๆ...


ฉันหันมองเขาก่อนจะเลิกคิ้วแล้วกล่าวว่า เอาป่ะ


ไหวแน่นะ?”


ฉันพยักหน้า จากนั้นเราสองคนพี่น้องก็ยิ้มให้กันแบบไม่ต้องพูดอะไรกันให้มากความ แต่พวกเราก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ต้องการกันได้ทันที


หลังจากนั้นพวกเราสองคนไปเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าให้รัดกุมเพื่อเล่นสกีด้วยกัน ก่อนจะออกไปเผชิญหน้ากับภูเขาส่วนตัวของที่พักสุดวีไอพีที่อันเซลจองไว้


ฉันสวมแว่นกันหิมะ ก่อนจะหันไปพูดกับน้องชาย


มาแข่งกัน ใครเล่นท่าเยอะกว่าคนนั้นชนะ


เจ๊สู้ผมไม่ได้หรอกน่า


จากนั้นพวกเราก็ใช้เวลาไปกับการเล่นสกีแบบมันสุดเหวี่ยง เนินเขาไหนที่ว่าน่ากลัว ฉันกับน้องชายลุยหมด เรียกว่าอะไรเสี่ยงตาย ท่าไหนเสี่ยงต่อการสิ้นชีวิต พวกเราลุยกันเรียบ จนรู้ตัวอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มมืด คะแนนของพวกเรายังคงเท่ากัน สุดท้ายก่อนที่จะกลับเข้าที่พัก เราทั้งคู่ก็คิดว่าถึงคราวต้องตัดสิน


พวกเราเดินไปยังหน้าเนินเขาที่น่าหวาดเสียว ก่อนจะมองหน้ากันเพื่อบอกว่าวัดความเจ๋งกับเนินนี้แหละ


เนินเขาที่พวกเราเลือกใช้ในการตัดสินนั้นชันมากพอที่จะช่วยให้พวกเราลอยขึ้นไปกลางอากาศ แล้วม้วนตัวได้ถึงสามรอบแบบสบายๆ มันเป็นเนินเขาที่ใหญ่และค่อนข้างน่ากลัวสำหรับคนทั่วไป แต่กับฉันกับอันเซล มันคือความท้าทายที่ต้องลอง


จากนั้นก็ถึงเวลาเริ่ม พวกเราตั้งต้นพร้อมกัน จากนั้นก็เข้าที่ ระวัง และไป พวกเราสองคนเคลื่อนตัวไปเบื้องหน้า แผ่นสเก็ตกระทบไถลไปตามพื้นหิมะ ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่เนินสูง แล้วเทคตัวลอยขึ้นฟ้า


ในวินาทีนั้นราวกับภาพช้า


ฉันม้วนตัวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเกิดแสงออโรร่าสีเขียวพอดี ฉันมองด้วยความซาบซึ้งกับความงามของธรรมชาติเบื้องหน้า เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นของจริงตัวแต่วันแรกที่มาถึงที่นี่


แต่ตอนนั้นเองที่มีร่างหนึ่งชนเข้าอย่างจัง ทำให้ฉันและคนที่ชนกลิ้งล้มลงไปตามพื้นหิมะ จนกระทั่งพอทุกอย่างหยุด ฉันก็พบว่าคนที่ชนฉันคืออันเซล


ตอนนี้พวกเราสองคนนอนแผ่ไปบนพื้นหิมะในสภาพที่ดูไม่ค่อยดีนัก หมวกไหมพรมหลุด เส้นผมและเสื้อผ้าเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะ ส่วนแผ่นสเก็ตก็ก่ายทับกันยุ่ง


เมื่อเห็นสภาพแบบนั้นเราสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างอดไม่ได้


อันเซลถอนหายใจเพื่อหยุดหัวเราะ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้แล้วพูดว่า สรุปเจ๊ชนะว่ะ


อยู่แล้ว ของแบบนี้มันอยู่ในสายเลือด


อันเซลเบ้หน้าใส่เมื่อได้ยินคำยกยอตัวเองของฉัน ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าข้างบนแล้วกล่าวว่า ท้องฟ้ากำลังสวยพอดีเลย นอนดูดาวกันสักพักก่อนกลับ เอาไหม?”


ก็ดีเหมือนกัน


จากนั้นเราทั้งคู่ก็นอนดูแสงออโร่ร่าหลากสีบนท้องฟ้าด้วยกัน ระหว่างนั้นอันเซลก็ชวนคุยไปเรื่อย จนมาถึงเรื่องตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กและเจอกันครั้งแรก


ตอนที่เจอเจ๊ครั้งแรก ผมคิดว่าเจ๊เป็นเด็กขี้แยที่แกล้งง่าย รู้ป่ะ


รู้ ก็เห็นแกล้งเจ๊เอาๆ ดื้อโคตร


อันเซลฟังแล้วก็หัวเราะคิกคัก ฉันอดไม่ได้จึงเอาศอกไปกระทุ้งซี่โครงเขาครั้งหนึ่งด้วยความมันเขี้ยว อันเซลจึงหันขวับมามองหน้าฉัน สีหน้าเขาลังเลนิดหน่อย ก่อนจะพูดบางอย่างว่า เจ๊อยากรู้ความลับไหมว่าทำไมผมถึงชอบแกล้งเจ๊ตอนนั้นอะ


ฉันเบิกตากว้างเป็นประกาย อยากรู้ๆ


พอเห็นฉันทำหน้าสงสัยใคร่รู้ อันเซลก็เริ่มทำหน้าลังเลปนกับการแก้ตัว ก่อนจะพูดว่า ไม่อยากบอกเลยว่ะ อาย


อาย?


อายอะไรเล่า เจ๊ของเธอคนนี้เคยแกล้งน้องชายที่ไหน บอกหน่อยน้าๆ ฉันออดอ้อนเขา พลางนอนหันตะแคงข้างไปกอดแขนน้องชายไว้แน่นแล้วทำแก้มป่อง


อันเซลมองหน้าฉัน ดวงตาเขาเหม่อลอยไปสักพัก ก่อนจะสารภาพความจริงออกมาว่า ตอนที่เจอเจ๊ครั้งแรก เจ๊น่ารักมาก ผมสีทองสวย หน้ากลมๆ แก้มป่องๆ เหมือนตุ๊กตา ผมก็เลย... ชอบเจ๊ แล้วก็อยากแกล้งให้เจ๊สนใจ


ชอบ?


ฉันเบิกตากว้าง ก่อนจะชันตัวขึ้นด้วยศอก เพื่อมองหน้าอันเซลให้ชัดๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย แสดงว่าพี่โอเรนพูดถูกเหรอว่าอันเซลชอบเจ๊ถึงได้แกล้งแบบนั้น


อันเซลทำหน้าแหย คงคิดว่าตัวเองพลาดแล้วที่บอกความจริงกับฉัน เขาจึงเอามือปิดใบหน้า แล้วกล่าวแบบแกล้งรำคาญทั้งที่กำลังอายว่า เลิกวอแว ห้ามแซวด้วย คนอุตส่าห์บอกความลับไปแล้วอะ


โอ๋เอ๋ ไม่แกล้งน้องหรอก ฉันเอ่ยแล้วก็จับมือของของเขาออกจากใบหน้าที่แสนน่ารักนั่น ก่อนจะแกล้งถามย้ำว่า เมื่อก่อนชอบเพราะเจ๊น่ารัก แล้วตอนนี้อะ


อันเซลแก้มแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขินที่โดนแกล้ง หรือเพราะอากาศหนาวเกินไป เขาแสร้งทำหน้าหงุดหงิด ก่อนจะตอบแบบเฉไฉว่า ตอนนี้อะไรเล่า


ฉันยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม ตอนนี้อันเซลยังชอบเจ๊ เพราะเจ๊น่ารักเหมือนตุ๊กตาป่ะ


คำถามเมื่อครู่ ฉันเพียงถามไปเล่นๆ เท่านั้น ทว่าอันเซลกลับตกใจของจริง เขามองหน้าฉันด้วยดวงตาที่แสดงออกมาราวกับกลัวที่โดนจับได้ ทำให้ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างพวกเราทันที


ความใกล้ชิดระหว่างเราทำให้ฉันเห็นทุกอย่างชัดเจน...


นัยน์ตาของเขาบ่งบอกว่าทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม


อันเซลมองฉันนิ่ง ส่วนฉันก็มองเขาตอบแบบไม่หลบ ในดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้น ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกมากมายที่แสดงออกมา แต่เขาไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง


ทว่าฉันกลับเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอย่างดี


คาริน่า เขาเอ่ยเรียกชื่อฉันเสียงเบา ก่อนจะเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของฉันอย่างอ่อนโยน


ดวงตาของเขาแฝงความรู้สึกบางอย่างออกมา ในขณะที่ฉันก็รับรู้สึกถึงบางอย่างนั่นของเขาดี ที่มากกว่านั้นคือฉันยอมรับความรู้สึกของเขาอย่างง่ายดาย เพราะความรู้สึกบางอย่างในใจของฉันที่มีต่อเขามันดันตรงกันเสียอย่างนั้น


ความจริงทุกอย่างระหว่างเรามันก็ชัดเจนมานานแล้ว เพียงแต่พวกเราปกปิดและหักห้ามความรู้สึกแบบนั้นมาโดยตลอด จนตอนนี้พวกเราไม่สามารถปกปิดความรู้สึกนั้นไว้ได้อีกแล้ว


รักเกินเลย...


อันเซลลูบใบหน้าของฉัน ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า ส่วนฉันนั้นไม่คิดหลบ ทั้งที่สมองบอกว่าไม่ควรทำให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้น ทว่าฉันก็ทนต่อความต้องการที่แท้จริงของหัวใจไม่ไหว สุดท้ายจึงหลับตาลงพริ้ม


ใบหน้าของเราสองคนเคลื่อนเข้าหากันอย่างเชื่องช้า ลมหายใจอุ่นกระทบกันจนสัมผัสได้ ก่อนที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่จะประกบกันแบบที่ไม่ควรทำ


แต่พวกเราก็ทำไปแล้ว...


สัมผัสอบอุ่นท่ามกลางความหนาวของจูบแรกที่แสนอบอุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเรามันมาแบบไม่ได้ตั้งใจ พวกเราเผลอปล่อยตัวไปตามความรู้สึก จนกระทั่งรู้ตัวอีกครั้งก็รีบหยุดการกระทำนั่น ก่อนจะมองหน้ากันด้วยความตกใจ


อันเซลเบิกตาโต ก่อนจะกล่าวขอโทษ เจ๊... ผมขอโทษนะ ผมไม่ควรทำแบบนั้น


มันไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียว...


            เจ๊ก็ขอโทษเหมือนกันนะ


            พวกเรากระทำสิ่งที่ไม่ควรทำ และรู้เลยว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองจะต้องเปลี่ยนไป ความไว้ใจที่เคยมีให้กันมันอาจหายไป อย่างน้อยก็เรื่องความใกล้ชิดที่คงเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก


สิ่งที่พวกเราทำมันส่งผลแย่มากต่อเราทั้งคู่


แต่...


ต้องยอมรับว่าในใจลึกๆ นั้น พวกเราต่างรู้ดีว่าสิ่งที่ทำเมื่อครู่นั้น... เป็นสิ่งที่พวกเราต้องการอย่างแท้จริง


ทว่ามันคงไม่มีทางเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว



--- รอต่อพาร์ท 3 ---




หลังจากจบทริปสกี ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับอันเซลก็เปลี่ยนไป ความใกล้ชิดกันระหว่างพวกเรามันไม่เหมือนเดิม พวกเราต้องพยายามห่างกัน เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจอีกครั้ง


ฉันแยกอยู่ในส่วนของฉัน เขาอยู่ในส่วนของเขา พวกเราต้องตามหาคนอื่นที่จะทำให้ความรู้สึกของพวกเรามันเปลี่ยนไป เพราะเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า


พวกเรารักกันไม่ได้...


ทว่าทั้งที่พวกเราคิดว่าการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พบเจอคนอื่นจะเป็นหนทางที่ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น พวกเราจะได้รู้จักคำว่ารักอย่างแท้จริง แต่นั่นกลับทำให้พวกเราคิดถึงกันและกันมากขึ้นเท่านั้น


อันเซลดูเสียใจและหงุดหงิดเวลาเห็นฉันไปกับผู้ชายคนอื่น ในขณะที่ฉันก็รู้สึกไม่พอใจเวลาเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันเหมือนกัน


ยิ่งพวกเราห่างกัน พวกเราก็ยิ่งต้องการกันมากขึ้นเท่านั้น


พวกเราทนอยู่แบบห่างเหินกันแบบนี้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ จนในคืนหนึ่งพวกเราก็ทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราทั้งคู่ไม่ไหว


ในตอนกลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังส่งข้อความไปบอกเลิกผู้ชายที่คุยด้วยปัจจุบัน เพราะมันน่ารำคาญที่ยังไม่ได้คบกัน แต่เขาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันมากเกินไป ซึ่งมันก็เป็นปัญหาเดิมๆ ที่ฉันไปกับผู้ชายคนอื่นไม่รอด


ตอนที่กำลังหงุดหงิดกับการโต้เถียงกับผู้ชายในแชท อยู่ๆ อันเซลก็เดินเข้ามาหาในห้องของฉัน


เจ๊...


อันเซล ฉันหันไปหาเขา ในขณะเดียวกันก็พยายามห้ามอารมณ์ดีใจของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองดึงเขามากอดเพราะความคิดถึง ก่อนจะถามว่า มีอะไรรึเปล่า


ผมมีปัญหา... ผมกำลังหลงผิด แล้วก็หาทางกลับมาไม่ได้


เรื่อง?”


อันเซลมองฉันก่อนจะตอบมาตามความจริง ผมไม่ต้องการคนอื่น นอกจาก... เจ๊ เขาพูดแล้วก็ปิดประตูห้องของฉันลง ก่อนจะเดินมานั่งที่ปลายเตียงใกล้ๆ ฉัน แล้วกล่าวต่อ ผมรู้นะว่าสิ่งที่ผมทำวันนั้นมันผิด แต่... ผมไม่ชอบที่พวกเราต้องห่างเหินกันแบบนี้เลยสักนิด อย่างน้อยเราสองคนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม ผมทรมานมากที่เราต้องเป็นแบบนี้ พวกเราเคยสนิทกัน แต่ตอนนี้แค่มองหน้ากันพวกเรายังแทบทำไม่ได้


ฉันมองเขาก่อนจะก้มหน้าลงมองพื้น


พี่สาวอย่างฉันควรให้อภัยน้องชายกับความผิดพลาดที่ยังไม่สายเกินแก้ ทั้งยังต้องคอยช่วยให้เขาผ่านจุดที่แสนเจ็บปวดนี้ไปได้ แต่เรื่องแย่ในตอนนี้คือ... ฉันคิดเหมือนเขา


ฉันรู้สึกแบบเขาเลย


อันเซลเอียงคอมองฉัน เจ๊... โกรธผมเหรอ


ฉันรีบส่ายหน้า ไม่ๆ เจ๊ไม่เคยโกรธอันเซล เจ๊โกรธที่ตัวเองไม่เข้มแข็งพอต่างหาก


หมายความว่ายังไง


ฉันเงยหน้ามองเขา ก่อนจะตอบไปตามตรงว่า เจ๊ก็ไม่ต้องการใครนอกจากอันเซล เจ๊คุยกับผู้ชายมาหลายคน แต่ไม่มีใครเข้าใจเจ๊เท่าอันเซล ไม่มีใครพร้อมทำเรื่องสนุกกับเจ๊เหมือนกับอันเซล แล้วเจ๊ก็ไม่รู้สึกมีความสุขเวลาอยู่กับพวกเขา ทุกครั้งที่อยู่กับผู้ชายคนอื่น รู้สึกดีอย่างเดียวคือพวกเขาดูแลเจ๊ดีมากเหมือนเจ๊เป็นเจ้าหญิง พวกเขาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ๊ต้องการ พวกเขาไม่ผิด... แต่เป็นเจ๊นี่แหละที่ผิด


อันเซลยื่นมือมาจับมือฉัน ก่อนจะกล่าวว่า ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ผู้หญิงคนอื่นพอผมคุยด้วยมากเข้า พวกเธอก็เริ่มอยากควบคุมผม เรียกร้องให้ผมเป็นแบบที่พวกเธอต้องการ ถ้าผมไม่ทำให้ พวกเธอก็งอนต้องให้ตามง้อ ตอนแรกก็สนุกดี แต่หลังๆ มันโคตรน่าเบื่อเลย บางครั้งเจอเรื่องแย่ๆ ในชีวิตมาก็แค่อยากคุยกับใครสักคนที่เข้าใจ ไม่ได้อยากจะมาตามง้อใครเลย ที่ผ่านมามันไม่มีความสุขเลยเจ๊


ก็อันเซลดื้อ ผู้หญิงที่ไหนจะรับนิสัยแบบนี้ลง


ก็เจ๊ไง


แบบเจ๊น่ะเรียกว่าปลง ไม่ใช่รับได้


สิ้นคำนั้น เราสองคนก็เผลอหัวเราะออกมาแม้ตอนนี้จะเศร้าอยู่ก็ตาม แต่พอสิ้นสุดเสียงหัวเราะ พวกเราก็เงียบแล้วมองหน้ากันนิ่ง ความเครียดหวนกลับมาอีกครั้ง จากนั้นความเป็นจริงมันก็ตบหน้าเราทั้งคู่ให้รู้สึกตัว


พวกมาถึงจุดกึ่งกลางที่ไร้ทางไปต่อ


ถอยหลังก็ดูเหมือนจะยาก ไปหน้าก็ไม่มีหนทางแล้ว


อันเซลถอนหายใจ ผมไม่อยากให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย เพราะสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการไม่มีคนรัก ก็คือการได้เห็นหน้าคนที่ตัวเองรักทุกวัน แต่ไม่มีสิทธิ์รักเธอ


ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับเขาทั้งหัวใจ


ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาอยู่ในจุดนี้ พวกเราควรมีอิสระที่จะคิด ทำ และรักกัน แต่ทำไมพวกเราถึงไร้ซึ่งอิสระในตอนนี้


มันคงเป็นเพราะพวกเราดันมารักกันเอง และคนทั่วไปยอมรับในความรักของเราไม่ได้...


ฉันคิดแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างอันเซล ก่อนจะเอนหัวพิงไหล่ของเขาด้วยความเหนื่อยล้า ทางด้านอันเซลก็ยื่นมือมาโอบร่างฉันไปกอด พวกเรากอดกันนิ่งแบบนั้นอยู่นาน ก่อนที่อันเซลจะเป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบ


พวกเราจะทำยังไงต่อไปล่ะเจ๊


ฉันส่ายหน้าเพราะคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง ก่อนจะเงยหน้ามองเขา


ฉันสบดวงตาสีฟ้าอ่อนที่แสนคุ้นเคย และแววตาของอันเซลก็ทำให้สมองของฉันสับสน ความถูกต้องกับความต้องการมันตีกัน จนสุดท้ายฉันก็ไม่รู้จะจัดการอารมณ์ภายในยังไง จึงยิ้มให้เขาแบบเจ็บปวดในใจลึกๆ เพราะทั้งที่รักเขามาก แต่กลับให้ทั้งหัวใจไปมากกว่านี้ไม่ได้


มันเจ็บปวด...


มือของฉันข้างหนึ่งเอื้อมไปลูบใบหน้าของเขาด้วยความเสียใจ ก่อนจะเอ่ยว่า เจ๊ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ แต่... เจ๊รู้แค่ว่า เจ๊ต้องการอันเซล


สิ้นคำนั้นฉันก็เผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำอีกรอบจนได้


ริมฝีปากของฉันเคลื่อนเข้าไปประกบจูบน้องชาย ปากเบียดบดเพื่อโหยหาถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ ลิ้นเบียดแทรกเพื่อรับรสชาติแห่งความรักที่ฉันอยากได้ จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปในทางที่ไม่ควร


อันเซลหลับตาลงแล้วตอบสนองต่อสิ่งที่เขาต้องการพอๆ กัน มือของเขาเคลื่อนลูบแผ่นหลังของฉัน ก่อนจะเอียงใบหน้ารับจังหวะที่ริมฝีปากของเราเคลื่อนเข้าหากัน เขาค่อยๆ เอนตัวลงนอนบนเตียง สองมือกอดดึงให้ฉันเข้าไปแนบแน่นมากขึ้น จากนั้นก็แลกสัมผัสกันอย่างดูดดื่ม สมองลืมความถูกต้องไปโดนสิ้นเชิง


พวกเราทำในสิ่งที่ร้ายแรงลงไปอีกแล้ว...


ทั้งที่รู้แบบนั้นเต็มอก แต่ฉันก็ยังคงทำสิ่งที่ผิดนั้นต่อไป ในตอนนี้ฉันไม่สนใจคนอื่นอีกแล้ว เพราะความคิดที่เหลืออยู่ในหัวตอนนี้มีเพียงอันเซล และความต้องการของตัวเอง


ฉันต้องการเขา เพราะ... ฉันรักเขาสุดหัวใจ


อันเซลกัดริมฝีปากของฉัน มือเคลื่อนไปอยู่ในจุดที่ไม่ควร และนั่นทำให้ฉันลืมตาขึ้นมา หยุดทุกอย่างกะทันหันเหมือนเพิ่งโดนตีหัวให้รู้สึกตัว ก่อนจะรีบพูดว่า อันเซล... เจ๊ขอโทษที่เริ่มมัน


อันเซลหลับตาลง ก่อนจะพูดอย่างเหนื่อยล้าว่า พวกเราก็ไม่ได้เป็นคนดีในสายตาใครอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเราช่างแม่งโลกนี้เถอะ มีกันและกันก็พอได้ไหม ผมไม่รู้ว่าพวกเราจะเหินห่างกันไปเพื่ออะไร ในเมื่อสิ่งที่พวกเราต้องการคือแบบนี้ พวกเราต้องการกันและกัน


อันเซลประกาศความต้องการนั้นออกมา และมันควรเป็นสิ่งที่ฉันปฏิเสธ พี่สาวอย่างฉันต้องห้ามเขา แต่ความรักทำให้พวกเราไม่มีทางเลือกและตามืดบอด


ฉันยอมรับมัน...


แม้จะต้องหลบซ่อน แต่ฉันก็อยากเลือกที่จะได้รักคนที่ฉันรัก


ฉันไม่ตอบเขาเป็นคำพูด แต่ตอบสนองความต้องการของหัวใจด้วยการค่อยเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ แล้วดำเนินในสิ่งที่เราทั้งคู่ต่างต้องการอีกครั้ง พวกเราแลกเปลี่ยนความรักที่มีต่อกัน ผ่านสัมผัสที่พวกต้องการ และนั่นก็มากพอที่จะทำให้พวกเราลืมทุกอย่างบนโลกใบนี้ไปชั่วขณะ


สัมผัสของอันเซลช่วยทดแทนความทรมานหัวใจที่ผ่านมาตลอด 1 เดือนได้ และฉันเชื่อว่าทุกสัมมผัสของฉันก็คงทำให้เขารู้สึกแบบเดียวกัน


จากนั้นทุกอย่างมันก็เกินเลยมากขึ้น มือของเราทั้งคู่ต่างปลดเปลื้องเสื้อผ้ากันและกัน ประหนึ่งมันคือการปลดเปลื้องความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ความต้องการและทุกอย่างที่พวกเราอยากได้ เราต่างแลกเปลี่ยนกันในคืนนี้ผ่านสัมผัสที่ลึกซึ้งซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมาย


พวกเราทำมัน จนกระทั่งเรารู้และเข้าใจตัวเองกันมากขึ้น


พวกเราต้องการแบบนี้มาโดยตลอด...


เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉันนอนกอดน้องชายไว้แน่น ในขณะที่อันเซลก็นอนมองฉัน มือของเขาไล้สัมผัสแก้มแดงก่ำของคนเป็นพี่สาวที่เขาอยู่ด้วยมาตลอดหลายปี เขาควรจะเบื่อขี้หน้าฉัน และฉันก็ควรเบื่อขี้หน้าเขา แต่เรากลับต้องการกันมากกว่าเดิมเสียอย่างนั้น แม้จะสับสนที่พวกเราลงเอยด้วยการมาอยู่ในสภาพนี้ แต่ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว


พวกเราทำให้ทุกอย่างมันเกินเลยมาไกล...


ตอนนี้พวกเราถอยหลังกลับไปยังจุดเริ่มต้นไม่ได้อีก แล้วจุดจบมันก็ไม่มีรออยู่ข้างหน้าด้วย


 


วันเวลาผ่านไป ฉันกับอันเซลก็ยิ่งถลำลึก พวกเราช่างทุกอย่างบนโลกนี้ แล้วใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าเดิม ตอบสนองความต้องการที่มอบความสุขให้ตัวเอง แม้จะรู้เต็มหัวใจว่ามันเป็นเรื่องผิดบาป แต่พวกเราก็เลือกที่จะทำต่อไป แล้วซ่อนทุกอย่างไม่ให้ใครรู้ แม้แต่คนในครอบครัว


ทว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรที่เป็นความลับตลอดไป เพราะในวันหนึ่งตอนที่พี่โอเรนไปทำงาน ส่วนจูเนียร์ไปเรียนหนังสือ ในบ้านมีแค่ฉันกับอันเซล เราสองคนหยอกล้อกันตามปกติ ลืมทุกอย่างแล้วสนใจแต่สิ่งที่พวกเรามีความสุข พวกเราเผลอตัวจนลืมไปว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ


ในขณะที่อันเซลกำลังจูบฉัน พี่โอเรนก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน...


สิ่งที่พวกเราทำอยู่ ทำให้พี่โอเรนนิ่งเงียบไปในทันทีที่มาเห็น พี่เขามองด้วยความไม่เชื่อสายตาว่าพวกเราจะทำอะไรแบบนี้ ส่วนพวกเรานั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยอมรับผิดต่อสิ่งที่กระทำ


ความจริงพวกเราก็รู้อยู่แล้วว่าในวันหนึ่งจะต้องโดนจับได้


นานแค่ไหนแล้ว นั่นคือคำพูดแรกของพี่โอเรนหลังจากเห็นสิ่งที่พวกเราทำ


ฉันกับอันเซลมองหน้ากัน ก่อนจะบอกไปตามความจริง สารภาพทุกอย่างเผื่อว่าพี่เขาจะให้อภัย พี่โอเรนกอดอกฟัง ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดออกมา จนกระทั่งพวกเราเล่าทุกอย่างจบ พี่โอเรนก็เดินจากไป ในดวงตายังคงนิ่งเฉย และมันก็ทำให้พวกเรากลัว


ไม่รู้ว่าพี่โอเรนจะทำอะไรกับพวกเรา แต่พวกเราก็ได้แต่กุมมือกันไว้แน่น เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป พวกเราก็ถอยกลับหรือล้มเลิกไม่ทันแล้ว


มันสายเกินไป...


 


            หลังจากนั้นทุกอย่างในบ้านก็เปลี่ยนไป พี่โอเรนเรียกอันเซลไปคุยด้วยส่วนตัว ฉันไม่รู้ว่าพี่เขาจะทำยังไงกับพวกเรา ตอนนั้นได้แต่ภาวนาว่าพี่เขาจะเข้าใจ


ทว่า...


ในวันหนึ่ง อันเซลก็ออกไปจากบ้านของพวกเรา


- ครบ 3 พาร์ท -


ในเด็กดีขอลงแค่นี้นะฮัฟ แต่สามารถติดตามตอนเต็มได้ในเพจ : เจ้าถั่วดำ 

ไรต์จะลงตอนนี้แบบเต็มๆ มี nc ในเพจ และหลังจากลงจะทำการลบภายใน 3 วัน!!!!!

ใครอ่านไม่ทันบอกเลยว่า... อันนี้ไม่มีย้อนหลังเน้อออ

ส่วนคนพรีออร์เดอร์ไม่ต้องห่วง ในเล่มมีตอนจบพิเศษแบบเต็มๆ จ้า


ดังนั้น...

ถ้าอยากรู้ว่าสองพี่น้องลงเอยยังไง ไปอ่านในเพจ !

เคน๊าาาา


ปล.ใครอยากอ่านตอนพิเศษเยอะๆ ก็อย่าลืมไปพรีออร์เดอร์กันน้า //ขายของอะไรเช่นนี้ 5555



แจกันจ้า

ปล.2 ไรต์แต่งนิยายเรื่องใหม่แว้ววว
ไปตามกันเถอะ!!!

v
v




เรื่องย่อ : ชีวิตของคนเนื้อหอมก็แบบนี้ วายร้ายสุดหล่อกับพระเอกรูปงามต่อสู้กันเพื่อแย่งชิง จากนั้น... ฉันก็ตกเป็นของวายร้ายนั่น “เธอจะต้องเป็นเจ้าสาวของฉันนับจากนี้” เขาว่างั้น เฮ้อ... คุณนางเอกช่วยแบ่งไปสักคนสิ

เรื่องนี้เน้นเรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ อิอิ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.235K ครั้ง

93 ความคิดเห็น

  1. #8479 Rosa_magic_ (@Rosa_magic_) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:11

    ว้าาา อ่านตอนพิเศษไม่ทัน เปย์ในเด็กดีหมดแล้วววว 😂😂😂
    #8479
    0
  2. #7812 ErinJimaki (@earnjangko) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 16:26

    หาในเพจไม่เจออะค่ะ ยังไม่ลงรึว่าลบแล้วคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

    #7812
    1
    • #7812-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      6 มิถุนายน 2561 / 16:35
      ยังไม่ได้ลงน้า รอติดตาม อิอิ
      #7812-1
  3. #7811 Pandanus23233 (@Pandanus23233) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:02
    ติดตามแล้วจ้าาาา
    #7811
    0
  4. #7810 I N L O V E (@jeep2548) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 17:24
    แงงงง หาในเพจไม่เจออ่า;-;
    #7810
    0
  5. #7809 bb_25513 (@bb_25513) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 13:18
    รบกวนไรท์ถ้าลงในเพจแล้ว ช่วยแจ้งในเด็กดีให้เราทราบหน่อยนะคะ!!!!><~จะรีบไปอ่านนนน ไปกดใจให้
    #7809
    1
    • #7809-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      5 มิถุนายน 2561 / 14:23
      รับทราบครัช
      #7809-1
  6. #7808 bb_25513 (@bb_25513) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 13:04
    อ้ายยยยค้างไปต่อในเพจใช่ม่ะ
    #7808
    0
  7. #7806 เต่าหมุน^0^ (@Eagles) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 10:52
    ออกจากบ้านไปตั้งตัว เปลี่ยนสถานะจากน้องชายกลายเป็นสามี ใช่มั้ย?
    #7806
    0
  8. #7805 Karina-chan (@Rinka3645) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 07:37

    อ้ากกก!! ตับฉันอ่อนแอออ!! มีอะไรมาสกิดหน่อยก็ปวดเเล้วววว!!! เพราะอย่างนี้ถึงได้เลี่ยงตลอดดด!! แต่ตอนนี้ถอยหลังกลับไม่ทันแล้ววววว!!TAT แต่พวกเขาไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆนี่ พี่โอเรนคงทดลองอะไรบางอย่างแน่เลย

    #7805
    1
    • #7805-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      5 มิถุนายน 2561 / 10:40
      555 ไม่ปวดตับหรอก มาลุ้นกันน้าว่าพี่โอเรนจะทำเช่นไร อิอิ
      #7805-1
  9. #7803 FeMeelz (@Num-khaw) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 07:18
    เเต่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันนี่นา..เเต่ก็เข้าใจพี่โอเรนเเหละ งื้อ
    #7803
    0
  10. #7802 ~''Fanrasia''~ (@-lalis-) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 05:31
    ไรท์ลงในเพจเมื่อไหร่ บอกทางเด็กดีด้วยได้ไหมคะ
    #7802
    1
    • #7802-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      5 มิถุนายน 2561 / 10:43
      ได้เยยค้าบบบบ
      #7802-1
  11. #7801 Rera-Rey (@zakod7777) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 00:40
    ตรงจุดนี้แหละที่อ่านกี่ทีๆก็งง ..อันเซลกับเจ๊มันไม่ใช่พี่น้องแท้ๆไม่ใช่หรอ? ทำไมมันถึงบาปล่ะไรท์???//
    #7801
    1
    • #7801-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      5 มิถุนายน 2561 / 10:47
      ทางกฏหมายเจ๊กับอันเป็นพี่น้องกันค่ะ ใช้นามสกุลเดียวกันมาตลอด มันถึงได้ผิดบาป มันก็เหมือนกับแม่เลี้ยง/พ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงก็รักกันในแง่อย่างว่าไม่ได้ มันบาป ใช่ม้าาาา คู่อันกับเจ๊ก็ไม่ต่างกันน้า
      #7801-1
  12. #7798 Lifeลั้นลา (@erone) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:07
    มาไม่ทันหรอเนี่ย เพิ่มอีก3วันตอนนี้ได้มั้ย;-;
    #7798
    1
    • #7798-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      4 มิถุนายน 2561 / 23:14
      ไรต์ยังไม่ได้ลง อย่าเพิ่งตกใจ 5555
      #7798-1
  13. #7797 mtpsz (@supakron1218) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:56
    กำเจ้าเพจไปไม่เจอเลย ลบแล้วแน่ๆ ฮือออ
    #7797
    1
    • #7797-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      4 มิถุนายน 2561 / 23:14
      ไรต์ยังไม่ได้ลง 555
      #7797-1
  14. วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:22
    ทำไมมันมาม่า
    #7796
    0
  15. วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:57
    ทั้งรอทั้งลุ้น5555 ฟินนาเล่~~><
    #7795
    0
  16. #7794 Kittttttttie (@studentgroup153) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:53
    ไรต์ช่วยมาเตือนตอนลงเพจได้มั้ยคะ พอดีไม่ค่อยเชคเฟสส ลุ้นไปหมดแล้ว
    #7794
    0
  17. #7793 FuFar Maxx (@fufer) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 20:33
    เพจชื่ออะไรคะไรท์ททททท
    #7793
    1
    • #7793-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 57)
      4 มิถุนายน 2561 / 20:34
      เจ้าถั่วดำ จ้า
      #7793-1
  18. #7791 BuamX2G7 (@BuamX2G7) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 19:39
    ไรต์ยังไม่ได้โพสในเพจใช่ไหมม เค้าจะรอออ
    #7791
    0
  19. #7789 (@Aiko-chan) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 19:25

    เชื่อนะว่าเฮียเป็นคนที่ทำอะไรแบบมีเหตุผลอ่ะ เฮียไม่ใช่คนที่แบบธรรมเนียมไม่ให้มันก็ทำไม่ได้ไง

    คิดนะว่าเฮียอาจจะให้อันอันไปตั้งตัวใหม่แล้วแต่งกับคารินแบบทางการมากกว่า


    แต่ไม่ว่ายังไงเราก็รักเฮียอยู่ดีอ่ะ 5555

    #7789
    0
  20. #7788 iceykan (@iceykan) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 19:25
    หาไม่เจออ่าคะ
    #7788
    0
  21. #7767 ParnPruttikul (@ParnPruttikul) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 21:13
    รออออออออ
    #7767
    0
  22. #7753 kultiwa (@kultiwa) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 16:41
    รอออเธออย่างมีความหวังรีบกลับมานะคะ
    #7753
    0
  23. #7746 snow_crystal (@j_snow) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 23:59

    เพราะใกล้มาก เลยยากจะเปลี่ยน

    #7746
    0
  24. #7742 sweet-meringue (@sweet-meringue) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 06:46

    รอต่อ~~ มึ้งมิ้งมากกก

    #7742
    0
  25. #7741 nyymmpph (@nnyymmpphh18) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 01:48
    อรุ่มๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #7741
    0