ตอนที่ 12 : Episode : 12 ความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61

ไอริสู้อยู่กับเซฟิสนานแสนนาน ในระหว่างที่สู้กันเซฟิสก็ยังมีอารมณ์ชวนคุยต่างๆนาๆ
“แม่สาวน้อยมีนามว่าอะไรงั้นรึ”
“ข้าไอริ! จำใส่สมองของเจ้าไว้สะ!”
“แน่นอนสิ เจ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจเสียจริง ผิดดั่งรูปโฉมร่างกายที่บอบบาง”
“แต่จริงๆเจ้าคงมิได้จำหรอก เพราะข้าจะล้างสมองเจ้าเอง!”
“อ๊ะ!”เซฟิส
“อย่างเจ้ายังไม่เท่าขี้เล็บของสหายข้าเลยสักนิด”ไอริพูดจาดูถูกเล็กน้อยแต่ัึงยังงั้นไอริก็เสียเปรียบที่เขายังเจ็บแผลจากมาจาอยู่ แต่เซฟิสก็ดหอกหักไปแล้วเหลืออยู่อันเดีนว
“ก่อนตะพูดจาอะไรหัดดูตัวเองซะบ้าง!”ไฟที่ลามไปทั่วมากแล้ว ต้นไม้นั้นโค่นจะหักลงใส่ไอริ เซฟิสที่เห็น
“เฮ้ย! ระวัง”เซฟิสที่เผลอหลุดปากออกไป
“ห๊ะ!?”ไอริเงยหน้าจึ้นไปมองก็เห็นต้นไม้ที่กำลังจะฏค่นมาท่งเขาแต่ขากลับขยับไม่ได้เลย
ฉวิ้งงง!!! ตึ้งงงง!!! ต้นไม้นั้นถูกผ่าออกด้วยแรงดาบของมูราด
“ไม่เป็นไรนะ”มูรองสบตากับไอริ
“มูราด! เจ้าบ้านั้น ไปไหนสะแล้ว”ไอริชี้ไปที่เซฟิสแต่กลับไปยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เซฟิสวิ่งหนีมาหลบหลังต้นไม้แทน
‘ทำไมต้องหลบหล่ะ…’เซฟิสกุมที่หัวใจของตัวเองก่อนจะรีบวิ่งหนีไป
“ขอบใจมากเลยนะ”ไอริยิ้มให้เล็กน้อย

“อ้าาาากกกก!!! ตาบ้าพันเบาๆสิ!”ไอริที่ร้องโอกครวญขึ้นมาเนื่องจากมูราดพันแน่นเกินไป
“ยัยบ้าสมนํ้าหน้า! ข้าจัดการตั้งแต่แรกก็จบ!”
“แหม..ทั้งคู่ชั่งสมเป็นคู่รักที่น่ารักกันซะจริงๆนะ”
“ไม่ใช่!!”ตะโกนออกมมาพร้อมกันก่อยจะหลบไปอีกทาง และทั้งสองก็พาคริกซี่กลับมาที่เดิมซึ่งก็มีเอลฟ์ที่ได้รับบาดเจ็บมากและที่ตายไป…
“ท่านผู้ช่วยพวกเรา!”เหล่าเอลฟ์หันมาทางมูราดและไอริพร้อมก้มหัว
“พวกเราต้องบูรณะป่าแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ แต่ยังไงก็ขอบใจพวกท่านมากเลยนะ”
“เดี๋ยวจ้าช่วย”ไอริอาสาที่จะอยู่ช่วยซึ่งคริกศี่เมื่อได้ยินก็ดีใจมาด
“พวกท่านขั่งมีนํ้าใจไรขนาดนี้”
“ไอ-“มูราดที่กำบังจะแย้งขึ้นมาก็ถูดสายตาของไอริพร้อมรอยยิ้มที่แสนน่ากบัวก่อนจะเดินไปช่วย ส่วนใหญ่หน้าที่ของทั้งสองมักจะยกซากออกมซะมากกส่า
‘หนักขะมีดเลย’ไอริยกหินก้อนหนึ่งที่ใหญ่พอควร มูราดที่พึ่งวางเศษหินนั้นหันมามองก่อนอดขำไม่ได้
“กล้ามออกๆ”มูราดแซวไอริขึ้นมาทำให้เธอไม่มีสมาธิเข้าไปอีกและก่อนที่มูราดจะเดินไปจี้เอววทำก้อนหินร่วงลงเช่นเดิม
“มูราด!”ไอริโมโหมากเธอก็ปล่อยหินก้อนนั้รไว้ มูราดจึงมายกให้ดู
“เป็นไง สบายมาก”มูราดยกสบายไอริก็ผายมือมาทางมูราด
“แต่แรงตบข้ารับรองมากกส่าเจ้า”กระตุกยิ้มก่อนเดินหนี

“เสร็จซักที”ไอริมองดูมือตัวเองที่เป็นแผลถลอกจากการยกหินหลายแหล่ เธอก็ยกนํ้าดื่มขึเน ่
“อาจจะดูน่าเกียจไปเสียหน่อยที่พวกท่านข่วยงานเรา แต่ตอนนี้เรามีเท่านี้จริงๆค่ะ”คริฏศี่ตัวแทนเหบ่าเอลฟ์ยื่ยขวดยาให้ทั้งสอง
“มันคือ?”
“ยาแต้านทานสารพิษค่ะ…มีแค่นี้ตริงๆเพี่ะคลังของเราถูกปล้นออกไปเยอะพอสมควร”
“ไม่เป็นไรแค่นี้ก็เพียงพอ ไปเถอะ”ไอริโบกมือลาให้เหล่าเอลฟ์ เพื่อเดินทางต่อ
“พวกนางก็น่ารักดีนะ”มูราดแกล้งพูดให้ไอริโมโหซึ่งมันก็ได้ผล ไอริหันมาพร้อมกับแรงเตะ
“อะไรจองเจ้า!”
“อะไรกฌน่ารักๆ!!”ไอริหงุดหงิดขึ้นมาสะอย่างงั้น ก่อนที่นางจะลุกขึ้นและเดินหนี
“มิเอาหน่า ไอริแค่พูดเบ่นเฉยๆ”’ว่าแต่ทำไมต้องตามง้อยัยนี้ด้วยวะ’
“ไอริ!”มูราดพุ่งไปรวบเอวดึงไอริกอดจากด้านหลัง
“แค่ชมเฉยๆเอง แต่ถึงยังไงเจ้าก็น่ารักที่สุดแหละ”ไอริที่ได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมามอง
“น่าเตะด้วย 55”วิ่งหนีไอริที่เอาดาบไล่ฟัน

ทางด้านฝั่งของนาครอมและบัตเตอร์ฟลายที่กำบังเดินกลับมาจากป่า ก็เห็นป้ายประกาศติด
“ฮีโร้ใหม่….คิวเลน? จ้าพึ่งเคยเห็นนะเนี่ย”
“ใช่…”นาครอทก็พยักหน้าพูดไม่ทันขาดคำคิวเลนก็โผล่มา
“โห! มีสกิลแทงหลังเหมือนข้าเลย”บัต(เรียกสั้นๆละกัน)ดูถูกใจเป็นพิเศษ สกิบสุดท้ายทั้งคู่ดันเคล้ายหกัน
“คิวเลนนะคุณ?”
“บัตเตอร์ฟลาย ส่วนนี้สามีข้าเอง นาครอท”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ นาครอท”นาครอทดูไม่พอใจเท่าไหร่แต่ก็ยอมตับมือทักทายไปงั้นๆ
“งั้นข้าจอตัวก่อนนะคุณบัต”แล้วก็ไป
“หนอย! กล้าดียังไงมาเรียกชื่อเล่นเมียข้า!”หงุดหงิดขึ้นมา
“ชั่งมันเถอะๆ กลับบ้านกันดถอะ”บัตก็จับมือนาครอทแน่น
“โทษฐานทำข้าหึงนะบัต”ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ถึงจะสวมหน้ากากเหล็กไว้แต่มันก็ทำให้บัตขนลุกขึ้นม่
“ค-คิดว่าก-กลัวรึไ- ว้าย!”โดนอุ้มในท่าเจ้าสาว
“งั้นก็ลองอีกรอบสิที่รัก”
“นาครอท!!”

“กล้าดียังไงมาจับมือข้า”ไอริที่ยื่นให้ดูว่ามูราดจับมือไอริอแถมแน่นอีกต่างหาก
“ทางมันมืด เจ้ากลัวใช่มั้ยล่ะ!!”หันมาแต่เหงื่อท่วม
‘เห็นชัดๆว่าใครกลัว’
แซ่กกกๆๆ เสียงดังมาจากพุ่มไม้ตรงนั้นม๔ราดขวัญผวารีบหลบหฃังไอริแถมเหาะไหล่ด้วน
“ไอริเข้าไปดูสิมันคืออะไร!?”
“เดี๋ยวข้าไปดูเจ้าอยู่นี่”ไอริเดินไปโดยมูราดตามหลังมาติดๆ
“อ่ยจังเลย เป็นถึงเจ้าชายดันกลัวสิ่งที่มองไม่-“
ผ่ามมมม!!! สิ่งที่โผล่มาคือ
“น้องกระต่าย”ไอริมองกระต่ายหูยาวสีตำวันแปลหที่มันสวมชุดด้วย
“มนุษย์รึ!?”
“โอ้! เจ้ากระต่าย”
“คือข้าแค่บังเอิญมาน่ะ ว่าแต่มนุษย์นั้น?”ไอริหันไปมองด้านหลังที่มูราดนํ้าลายฟูมปากสลบเหมือด
‘ใครได้เป็นผัวคงโชคร้าย’(เอ็งไง!!)
“ว่าแต่จ้าคุ้นหน้าเจ้าจังนะ เจ้ากระต่าย”
“ข้าเป็นนักพเนจร ข้าชอบขายของให้กับนักฆ่าเร่ร่อนน่ะ ข้าชื่อสลิม “
“อ่อ!? เจ้าเคยขายดาบให้บัตเพื่อนข้านิเอง”
“ใข่แล้ว ไม่มีไรข้าเดินทางต่อละ บายๆ”น้องกระต่ายตัวประกอบเดินหายไป ไอริต้องกุมขมับทันที
‘จะกลัวไรขนาดนั้น’ไอริก็นั่งลงยองๆข้างๆพร้อมเขย่า
“ผี!! ผีไปยัง”สะดุ้งตื่นขึ้นมา
“แค่กระต่าย”
“ฟิ้วว…”ถอนหายใจอย่างกับโล่งอกมาก แต่พอเห็นสายไอริก็รีบทำหน้าสถขุมอย่างไว
“ข้าควรประจานดีมั้ยว่า เจ้าชายแห่งอาณาจักทะเลทราย จะกลัวกระต่าย”
“ยัยบ้านี่!!”มูราดก็เกาหัวแก้อาการอายเล็กน้อย ไอริก็แอยขำเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินต่อ
“คงต้องขึ้นไปทางนี้แล้วหล่ะ”มูราดชี้ไปที่ช่องแคบดูเหมือนจะเป็นทางขึ้นไปแต่มันค่อรข้างที่จะแคบ
“ตามมา”ทั้งคู่ต้องตะแคงเข้าโดยมีไอรินำหน้าจู่ไอริก็หยุดชะงัก มูราดที่ตามมาอยู่ด้านหลังก็ถามขค้นมา
“หยุดทำไม มันอึดอัดรีบๆไปสิ”
“มูราด...”ไอริหันหน้ามามูราดสังเกตดีๆ
“มันติด”ชัดเขนหน้าอกของไอริมันไปติดกับทางพอดี ทำให้ไม่สามารถขยับได้
“ยัยบ้า! -///-“มูราดแก้มแดงรีบหันไปอีกทาง
“มาช่วยหน่อยสิจะหันหนีไปทำไมเล่า!!”มูราดจึงต้องพยายามดันไอริไปแต่มันก็ติดยังงั้น
“ยัยบ้า ใครสั่งให้มีฟร่ะ!”โวยวายกลบเกลื่อน
“ก็ข้าเป็นผู้หญิง! อิไต!!!”ไอริก็พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นขึ้นมา  เพราะมูราดดันไปจนในที่สุดก็ผ่านมันไปได้ ไอริรีบเอามือปิดหน้าอกตัวเอง
“ไปเอาซิลิโคนออกไป”
“จะบ้าหรอ ของแท้เว้ย!”ไอริหน้าแดงสุดๆไม่ต่างจากมูราดหรอก ก่อนที่เจ้าตัวจะเห็นบันไดขึ้นไปด้านบน ทั้งคู่ก็มี่อช้ารีบวิ่งขึ้นไป
“นี่มัน...??”ไอริมองศาลเจ้าตรงหน้าซึ่งมันทรุดโทรมมาก ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานไอริรีบเดินเข้าไปดูซึค่งก็มีป้ายเขียนห้ามเข้าเป็นภาษาญี่ปุ่น ไอริจึงเดินเข้าไปใกล้
“ไอริ ถอยออกมา!!!”มูราดที่เห็นเงามือประหลาดนับสิบพุ่งเข้ามากระชากแขนไอริไป
“มูราดด!!”ไอริพยายามเอื้อมมือจะมา มูราดรีบวิ่งไปจะคว้าแต่มันก็สายไป
“ยัยบ้าเอ้ย!”มูราดที่ยืนด้านหน้าขาสั่น แต่เขาก็ก้างวเข้าไปในมิติหนุ่ง ซึ่งภ่ายในมันมืดมาก ก่อนที่จะเห็นร่างหญิงสาวที่นอนอยู่ที่พื้น เขาจึงรีบช้อนตัวร่างนั้นมา
“ไอริ!!ๆ”มูราดเขย่าร่างนั้นแต่ทำเท่าไหร่เธอก็ไม่คื่นขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้นกัน ไม่นะไอริ”มูราดเริ่มมีอาการสั่นขึ้นมา
‘ก่อนอื่นต้องพานางออกจากที่นี่’มูราดอุ้มไอริขึ้ยก่อนจะเดินหาทางออก แต่มองทางไหนก็มืดไปหมด
‘ขอร้องหล่ะ พระเจ้าช่วยข้ากับไอริออกไปที’
“แหม…สุดท้ายก็ยอมเขารึไงกันเจ้ามูราด..”เทะคิวปิดที่มองอยู่จากบนฟ้าก็บันดาลเปิดแสงสว่างขึ้น มูราดไม่รอช้าวิ่งออกมาทันที และเมื่ออกมาพ้นแล้ว เธอกลับไม่ตื่น….เขาจึงค่อยๆวางเธอลงกับกระเป๋า
“ยัยบ้าเอ้ย!”

ทางด้านฝั่งไอริเอง
‘โอ้ย….ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย’ไอริที่ตื่นขึ้นมา เขาลุกขึ้นก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง

‘บ้านข้านี่?’ไอริมองดูรอบๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องครัวก็เห็นตัวของตัวเองในวัยสิบหกที่กำลังนั่งกินข้าวกับแม่
“เอาอีกค่ะ!!”ไอริในวัย16ยื่นชามข้าวให้แม่ของเธอ แม่เธอก็ยิ้มและตักอีกก่อนที่พ่อจะเดินมา
“ไอริ พ่อกับแม่จะไม่อยู่นะ ลูกอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย”
“ได้ค่ะ! ท่านพ่อกับท่านแม่ จะไปไหนหรอึะ?”
“แม่จะกลับญี่ปุ่นน่ะ ลูกอยู่นี่นะ วันเดียวแม่ก็กลับมา”

เวลาร่วงเลยไปกว่า2ปีที่เธอต้องอยู่คนเดียว จึงตีดสินใจที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นด้วยตัวเองเงินหรืออะไรก้พอมีอยู่ ไอรินั่งเครื่องบินไป โดยมีไอริในวัยสาวนั้นเฝ้ามองการกระทำของเธออยู่ เมื่อไปถึงเมืองของเธอก็มีแต่ซากไหม้ที่เกิดจากการเผาจนทรุดโทรม ไอริรีบตรงไปยังบ้านของตัวเอง ซึ่งมันก็ไหม้อย่างไม่มีชิ้นดี เขาเดินไปเห็นดาบสองเล่มที่ถูกวางไว้อย่างดีและไม่มีรอยใดๆ แถมยังมีคัมภีร์บางอย่างและจดหมาย
‘ขอโทษที่ไม่ได้บอกลูกรักนะคะ…หนูจงใช้มันปกป้องสิ่งที่มีค่ามากที่สุด’
“สิ่งที่มีค่ามากที่สุดจองหนู คือแม่ค่ะ…”
“แต่หนูไม่สามารถปกป้องมันได้ หนูจะ…ปกป้องพวกพ้องของหนู…”เธอในวัยเด็กได้กล่าวพร้อมนํ้าตา ไอริที่มองดูตัวเองนั้นก็กำหมัดแน่น
‘ถ้าตอนนั้นข้า…ข้าสนใจมากกว่า นี้ ถ้าข้ามิมัวแต่ยุ่งไอ้การเรียนบ้าๆนั้น…โอกะซัง.’
‘จิ๊บบๆๆๆ!!’
“นั้นมันสมัยข้า 19 นืหน่า”ไอริมิงร่างตัวเองที่กำลังฝึกดาบกับเพื่อนเนย
‘โอ๊ะ!’สายตาเหลือบไปเหฌนนกน้อยตีวนึงซึ่งมันบาดเจ็บที่ขาจึงรักษามัน
‘เจ้าชื่อ….ริโนะ? ริโนะละกัน’
แซ่ก…….แซ่ก…เสียงจอบที่ขุด ไอรินั้นฝังนกน้อยที่ได้หลับยนิ่งไปแล้วแต่ใบหน้ามันชั่งดู…ยิ้มร่าซะ้หลือเกิน
‘หลับให้สบายะ…เจ้าริโนะ..ฮึก..’
“นี่มัน…เจ้าเอาอะไรให้ข้าดูนัดหนา!!!”ไอริเริ่มโวยวายกับสิ่งที่เห็น
‘แม่อยู่นี่ค่ะไอริ’เสียงจากด้านหลัง ไอริจึงหันไปตามเสียง
“ท่านแม่!?”
“มากับแม่สิ”แม่ของำอริที่ยืนอยู่กับพ่อ ซึ่งทั้งสองโผมือดะื่อหวังจะให้ไอริเข้า ไอริที่วิ่งจะสวมกอดเขาก็หยุดชะงัก
‘เจ้าต้องไม่เป็นไรนะไอริ ข้าจอโทษสหายข้า’ภาพบางอย่างโปล่เข้ามา เขากอดร่างของไอริพร้อมร้องไห้
“มัวมำไรลูก มากับแม่สิคะ พ่อกับแม่รอนานแล้วนะ’
“ไม่…เจ้ามิใช่ท่านพ่อท่านแม่”ไอริชักดาบขึ้นมา ก่อนจะฟันเข้าที่ร่างนั้นจนขาดสองท่อนซึ่งเป็นเพียงแค่หมอกควันก่อนจะสลายก็มีเสียงกระซิบ
‘เพราะผู้ชายคนนั้นน่ะหรอ ถึงแข็งงแกร่ง’



___________________________

เหลืออีกไม่กี่ตอนแล้ววววว

รักคนอ่านทุกคนนะดีใจที่อ่านกันมาถึงตอนนี้นะๆ

รักทุกคนห่มผ้ากันอ่านด้วยหนาว

กดหัวใจคอมเมนต์กันด้วยนะๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น