Love after Love (ป๋อจ้าน) #เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน

ตอนที่ 9 : Chapter | 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    16 ก.ย. 62






Chapter | 09


สงเฉียนมองภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าด้วยความตกใจในตอนแรกก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจรุนแรง แม้สองคนนั้นจะผละออกจากกันเร็วแค่ไหน แต่มันก็ไม่ไวเกินกว่าจะมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนเขาจะเข้ามา

ชายหนุ่มแปลกหน้าที่อยู่ในอ้อมกอดคู่หมั้นของเขาเป็นใคร 

"ไปล้างหน้าก่อนเถอะ"

คำพูดนั้นไม่เชิงเป็นคำสั่งแต่คนฟังก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย วินาทีที่เซียวจ้านเดินผ่านคนที่เพิ่งเข้ามาในห้อง กลิ่นไอของความไม่เป็นมิตรที่ออกมาจากสายตาของอีกฝ่ายก็รุนแรงเสียจนคนถูกมองรู้สึกได้ และเซียวจ้านก็โล่งใจที่ตัวเองไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนอื่นในเวลานี้ 

ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงอีกครั้งเมื่อสงเฉียนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นเจ้าของสถานที่

"มีอะไรหรือเปล่าสงเฉียน" หวังอี้ป๋อถามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ฉันแวะเอาขนมมาให้พี่กับคุณป้า" คนตอบพยายามทำน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย 

"ขอบใจ แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอ"

"ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใคร" สงเฉียนไม่อ้อมค้อมที่จะถามในสิ่งที่ข้องใจ เขาไม่ได้ยินที่หวังอี้ป๋อถามขึ้นก่อนด้วยซ้ำ

"เลขาคนใหม่ของพี่"

"เลขา"

“ใช่ เลขา” 

"ถ้าเป็นแค่เลขาทำไมพี่ต้องกอดเขา แล้วฉันเห็นนะว่าเขาร้องไห้ด้วย" แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่จะหลุดไปจากการสังเกตของสงเฉียนได้ถ้าเขาตั้งใจจะจับผิดขึ้นมา

"มันสำคัญมากนักหรือไงสงเฉียน" หวังอี้ป๋อเริ่มไม่ชอบใจที่คู่หมั้นดูจะก้าวก่ายกับเรื่องส่วนตัวของเขามากจนเกินไปแล้ว

"สำคัญแน่เพราะทุกครั้งที่ฉันถามพี่ก็จะตอบตามตรงตลอด แล้วคราวนี้ทำไมพี่ต้องทำเหมือนจะปิดบังฉันด้วย"

"ก็ได้ ถ้านายอยากจะรู้” อี้ป๋อมองสบตาอีกฝ่าย เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นมา “ผู้ชายคนที่นายเห็นคือเซียวจ้าน"

คำตอบที่ได้รับจากคู่หมั้นทำให้สงเฉียนนิ่งไปอย่างคิดไม่ถึง ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เพิ่งได้ยินชื่ออยู่เมื่อค่ำวานนี้จะได้พบตัวจริงเร็วเกินคาด

"แฟนเก่าพี่"

"ใช่" หวังอี้ป๋อตอบสั้น ๆ ดวงตาสีดำสนิทมองคู่หมั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ใจหนึ่งก็โล่งอกที่สงเฉียนโผล่มาขัดจังหวะทันเวลาก่อนที่ความคิดถึงปนโหยหาจะสั่งให้ทำเรื่องโง่ ๆ ลงไป หากอีกใจก็ขัดเคืองปนเสียดาย 

หากสงเฉียนไม่เข้ามาป่านนี้เขากับเซียวจ้านก็คงได้แลกเปลี่ยนรสจูบอ่อนหวานที่แสนจะโหยหาให้กันและกันไปแล้ว 

"แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบเมื่อกี้ ที่ฉันเห็น พี่กับเขา..."

"ไม่มีอะไรทั้งนั้น" หวังอี้ป๋อตัดบท ต้องการที่จะจบการสนทนานี้โดยเร็วที่สุด

"จะไม่มีอะไรได้ยังไง ที่ฉันเห็นนั่นจะให้คิดว่าพี่กำลังสั่งงานเลขาคนใหม่อยู่รึไง"

"ก็แล้วแต่นายจะคิดนะสงเฉียน" ตอนนี้หวังอี้ป๋อเริ่มไม่พอใจขึ้นมาบ้าง สงเฉียนเป็นอะไรถึงได้พูดเหมือนเขาทำความผิดร้ายแรงจนต้องมาซักฟอกกันแบบนี้ ประโยคที่พูดต่อมาจึงเน้นหนักราวกับอยากจะบอกว่าอีกฝ่ายกำลังล้ำเส้นกันอยู่ “แต่นั่นมันเรื่องของพี่”

"หวังอี้ป๋อ พี่ไม่เคยพูดกับฉันแบบนี้เลยนะ"

"นายก็ไม่เคยมาคาดคั้นพี่เอาเป็นเอาตายแบบนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ" 

หวังอี้ป๋อพูดอย่างเย็นชาและสงเฉียนก็รู้ดีแค่เพียงมองใบหน้าเรียบเฉยนั้นว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ คำพูดที่ได้ยินทำให้หน้าเสียไปด้วยความน้อยใจ

"ถ้าพี่คิดว่าฉันกำลังเข้าไปยุ่งเรื่องของพี่ฉันขอโทษก็ได้ โอเค ฉันกลับล่ะ" สงเฉียนหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง แม้แอบหวังว่าคู่หมั้นจะหยุดเขาไว้พร้อมกับพูดคำว่า ‘ขอโทษ’ สักคำ แต่ผลที่ได้คือความเงียบที่บอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่พอใจอย่างมากเหมือนกับที่สงเฉียนเห็นแววแห่งความหวงแหนและปกป้องชายหนุ่มชื่อเซียวจ้านที่หวังอี้ป๋อแสดงออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำพาดพิงไปถึงผู้ชายคนนั้น

หวังอี้ป๋อคงจะรักเซียวจ้านมากจริง ๆ 

ก่อนหน้านี้สงเฉียนเคยมั่นใจเสมอว่าเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดและเป็นคนที่หวังอี้ป๋อให้ความสำคัญมากที่สุดตลอดมา แต่บัดนี้เขาชักไม่มั่นใจในความสำคัญนั้นเสียแล้ว







เซียวจ้านเดินเลี้ยวออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ไม่ห่างจากห้องทำงานแล้วก็เผชิญหน้ากับคนที่รออยู่พอดี 

"คุณเซียวใช่ไหม"

"ใช่ครับ" เซียวจ้านตอบกลับอย่างสุภาพ เท่าที่เห็นหนุ่มน้อยหน้าหวานคนนี้มาหาหวังอี้ป๋อไม่ใช่หรือ

"ฉันชื่อสงเฉียน" 

“ครับ” เซียวจ้านเลิกคิ้ว มีความจำเป็นอะไรที่อีกฝ่ายจะต้องมาแนะนำตัวกับเขาอย่างนั้นหรือ

“เป็นคู่หมั้นของหวังอี้ป๋อ" 

คำบอกกล่าวเน้นหนักชัดเจนราวประกาศตัว คนพูดมั่นใจว่าจะได้เห็นอาการตกใจหรืออย่างน้อยก็คาดไม่ถึง แต่เปล่าเลย คนตรงหน้าเพียงแค่ชะงักไปเล็กน้อย นิดเดียวเท่านั้นจริง ๆ ที่เซียวจ้านมอง ‘คู่หมั้นของแฟนเก่า’ แต่ไม่มีความสงสัยอะไรอยู่บนใบหน้านั้นสักนิด

“ครับ”

แต่สิ่งที่สงเฉียนไม่รู้คือภายใต้ใบหน้านิ่งสนิทนั้น เซียวจ้านปฎิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังสนใจอีกฝ่ายอยู่ 

“หวังอี้ป๋อเคยเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับคุณให้ฟัง และตอนนี้ฉันก็อยากรู้ว่าคุณจะกลับมาหาเขาอีกทำไม”

“แล้วคู่หมั้นคุณไม่ได้บอกเหรอครับว่าผมมาทำงานที่นี่ แต่ไม่ได้กลับมาหาเขา”

“มาทำงานกับแฟนเก่าเนี่ยนะ มันจะจงใจไปหน่อยไหม" ยิ่งเห็นคนตรงหน้าชัดเจนสงเฉียนก็ยิ่งเข้าใจอะไรหลายอย่างเพิ่มขึ้น ใบหน้าอ่อนเยาว์กับดวงตาสดใสเป็นประกายน่ามองแบบนี้สินะที่จับตาจับใจหวังอี้ป๋อให้พร่ำเพ้อถึงไม่เสื่อมคลาย ทั้งที่เซียวจ้านเป็นฝ่ายทิ้งไปอย่างไม่ใยดีแต่คู่หมั้นของเขาก็ยังคงไม่ยอมตัดใจ แถมยังบอกว่าตัวเองจะไม่มีทางรักใครได้อีก

"มันเป็นสิทธิ์ของคุณครับว่าจะเชื่อหรือไม่ แต่ผมมาที่นี่เพื่อทำงานเท่านั้น และผมไม่ได้ต้องการมาระลึกความหลังหรือรับรู้ความสัมพันธ์ของใคร ขอตัวก่อนครับ คุณสงเฉียน"

"เดี๋ยว... คุณเซียว" 

เซียวจ้านทำท่าจะเดินไปแต่เสียงเรียกจากสงเฉียนทำให้ชะงัก เขาหยุดฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ แต่เมื่อไม่ได้หันกลับมามอง จึงเป็นสงเฉียนเองที่เดินไปขวางไว้อีกครั้ง แววตาที่มองมาบ่งบอกว่าอีกฝ่ายเห็นเซียวจ้านเป็นศัตรูอย่างไม่ปิดบัง

"ฉันไม่เชื่อคำพูดคุณหรอกนะและไม่ว่าคุณจะมาอยู่ใกล้หวังอี้ป๋อด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ช่วยจำคำพูดฉันไว้ด้วย"

น้ำเสียงประโยคสุดท้ายที่สงเฉียนพูดมั่นคงและจริงจังยิ่ง 

"ว่าหวังอี้ป๋อเป็นคู่หมั้นของฉันและฉันจะไม่มีวันยอมเสียเขาไปให้ใครทั้งนั้น"







รถคันเล็กวิ่งด้วยความเร็วสูงพอกับระดับอารมณ์คนขับ การได้พบกับคนในอดีตของหวังอี้ป๋อทำให้สงเฉียนเกิดอารมณ์ที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวาย ทั้งหงุดหงิด ขัดเคือง หวาดหวั่น และยังปนเปไปด้วยความหวงแหน

ผู้ชายคนนั้น  เซียวจ้าน คนที่เคยเป็นและยังคงเป็นเจ้าของหัวใจของหวังอี้ป๋อแต่เพียงผู้เดียว

ก่อนออกมาจากบริษัทสงเฉียนแวะเข้าไปหาคุณนายหวังที่ห้องทำงาน ท่านยังถามไถ่ด้วยความห่วงใยว่าทำไมหลานรักถึงหน้าบึ้งนัก แต่เขาเลือกที่จะตอบแค่ว่ามีเรื่องขัดใจกับหวังอี้ป๋อแล้วเถียงกันนิดหน่อย

'เป็นธรรมดาของคนใกล้ชิดกันน่ะอาเฉียน' คุณป้าพูดอย่างเข้าใจดี

'หวังอี้ป๋อมันเหลวไหลไปหน่อยแต่สักวันมันก็จะรู้ว่าคู่หมั้นของตัวเองน่ะน่ารักและมีคุณค่ามากกว่าคู่นอนรายวันพวกนั้น'

'ครับคุณป้า' สงเฉียนยังจำได้ว่าตัวเองฝืนยิ้มให้ท่านทั้งที่กำลังสับสนวุ่นวายใจ

'ตอนนี้ป้ารู้สึกเหมือนว่าหวังอี้ป๋อจะเลิกเหลวไหลอย่างที่เคยเป็นแล้วนะ เมื่อวานนี้สั่งงานให้ไปทำก็สำเร็จด้วยดี บางทีลูกชายป้าอาจจะดีขึ้นแล้วจริง ๆ ก็ได้' 

คุณป้าพูดอย่างพอใจแต่สำหรับสงเฉียน ถ้าเลือกได้เขาอยากให้หวังอี้ป๋อทำตัวเหลวไหลเละเทะแบบเมื่อก่อนนี้เสียยังจะดีกว่าที่จะมาทำตัวดีเอาการเอางานขึ้นเพราะการกลับมาของแฟนเก่า



มือเล็กหักพวงมาลัยเลี้ยวรถไปในอีกเส้นทางที่มุ่งออกชานเมือง สองวันก่อนมีเพื่อนสนิทแนะนำว่าแถวนี้มีห้องแสดงภาพเขียนแห่งหนึ่งเป็นฝีมือของจิตรกรสมัครเล่นฝีมือดี และที่นั่นมีงานศิลปะหลายชิ้นที่น่าสนใจ สงเฉียนจึงตั้งใจว่าจะแวะเข้าไปดู เผื่อจะได้รูปภาพไปแขวนประดับห้องนอนที่อพาร์ทเมนต์สักรูป







แกลลอรี่ Liberté เป็นห้องแสดงภาพเขียนขนาดเล็ก บรรยากาศสงบเงียบชวนให้เกิดความรู้สึกสบายใจ สงเฉียนเห็นคนเพียงแค่สองคนที่กำลังยืนมองภาพเขียนที่แขวนโชว์อยู่ อาจเพราะว่านี่เป็นช่วงเวลาของวันทำงานจึงไม่ค่อยมีคนเข้ามาใช้บริการมากนัก

สองเท้าพาเจ้าของเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ตรงมุมห้อง ภาพในกรอบไม้สีดำสนิทตรงหน้าเป็นรูปทิวทัศน์ชายทะเลยามดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า การใช้สีและแสงเงาทำให้สงเฉียนรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนมองดวงตะวันตกดินผ่านกระจกเงาในห้องพักริมชายทะเลมากกว่ามองภาพเขียน 

"สวยจัง ทั้งสวยและเหงาในเวลาเดียวกัน" เขาพึมพำกับตัวเอง

"สนใจภาพนี้เหรอครับ" เสียงห้าวดังขึ้นทางด้านหลัง

"ครับ ผมชอบภาพนี้มาก" สงเฉียนหันไปยิ้มให้คนที่เดาเอาเองว่าน่าจะเป็นเจ้าของภาพและเจ้าของแกลอรี่แห่งนี้แต่แล้วรอยยิ้มที่ส่งไปให้อย่างเป็นมิตรก็กลายเป็นยิ้มค้างและหายไปแทบในทันที

"นาย"

ไอ้ผู้ชายตัวใหญ่ปากร้ายไร้มารยาทที่เดินชนเขาเมื่อไม่นานนี้นี่นา วันนี้มันวันซวยของสงเฉียนหรือไงนะ

ลู่เจิ้งไฉเองก็ไม่ต่างกันนักชายหนุ่มไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้พบคนน่ารักแต่ปากจัดคนนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

"ทำไมครับ ผมทำไม ทำอะไรคุณไม่ทราบ"

"นายจะมาถามฉันทำไม ฉันจะสนใจภาพนี้หรือเปล่ามันก็เรื่องของฉัน” สงเฉียนแหวใส่ ตากลมโตเขียวปัดอย่างพร้อมที่จะหาเรื่องคนที่กวนโมโหเขาได้ทุกเมื่อ

"ที่ถามก็เพราะมันเป็นหน้าที่ของเจ้าของห้องภาพอย่างผมหรอกนะ ผมถึงได้ถาม"

"ห้ะ นายเนี่ยนะ" สงเฉียนทำท่าราวไม่เชื่อในคำพูดของอีกฝ่าย ท่าทางดูถูกของคนน่ารักตรงหน้าทำให้ลู่เจิ้งไฉรู้สึกมันเขี้ยวและอยากจะหาเรื่องชวนทะเลาะขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ก็คนอารมณ์ศิลปินแบบเขาน่ะทั้งดีได้และร้ายเป็นในคน ๆ เดียวนี่แหละ 

"ทำไมครับคุณ ผมทำไมไม่ทราบ"

"คนอย่างนายน่ะน่าจะไปเป็นคนเข็นผักในตลาดจะเหมาะกว่าเป็นจิตรกร ปากนายไม่เข้ากับอาชีพจิตรกรไม่เข้ากับความละเอียดอ่อนของงานศิลปะเอาซะเลย"

"ก็คงเหมือนกับที่คุณไม่เหมาะจะเป็นคนที่มาดูงานศิลปะเหมือนกันนั่นแหละ ถามจริงเถอะ ท่าทางเอาแต่ใจเป็นเด็กน้อยแบบนี้อ่ะ คุณหนีออกมาจากโรงเรียนอนุบาลหรือเปล่าครับ"

"นี่นาย" สงเฉียนแผดเสียงดังลั่นจนคนอื่นหันมองมาทางเขาสองคน ไอ้ผู้ชายตัวบึ้กปากร้ายไร้มารยาทขาดเแคลนความอ่อนโยนนี่กล้าดียังไงมาบอกว่าเขาเอาแต่ใจเป็นเด็กน้อย 

"ผมชื่อลู่เจิ้งไฉคร้าบ"

"ฉันไม่ได้อยากรู้จักชื่อนามสกุลนายไม่ต้องมาบอกฉัน โรงเรียนศิลปะที่นายจบมาเขาไม่ได้สอนวิชามารยาทใช่ไหม ปากนายมันถึงได้ชอบหาเรื่องชาวบ้านเขาแบบนี้"

จริง ๆ แล้วปากของคนที่จบมาจากโรงเรียนบริหารธุรกิจอย่างสงเฉียนก็ไม่ได้ดีไปกว่าลู่เจิ้งไฉนักหรอก 

"สอนน่ะสอนครับแต่วันนี้ผมลืมหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยก็เลยไม่มีไว้ใช้กับคุณต้องขออภัยด้วยคร้าบ"

ลู่เจิ้งไฉนึกสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับคนตรงหน้า

"นี่นาย ไอ้ผู้ชายปากจัด ไอ้คนบ้า ไอ้จิตรกรมารยาทเสื่อมฉันเป็นลูกค้านะ"

"แล้วไงอะครับ"

"ไอ้บ้า" สงเฉียนโมโหจัดจนนึกคำที่จะมาด่าไม่ออก ร่างเล็กหันรีหันขวางอย่างฉุนเฉียวที่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่กระทืบเท้าแรง ๆ ติดต่อกันหลายต่อหลายที แล้วท่าทางแบบนั้นมันก็ไม่ได้ต่างไปจากที่ลู่เจิ้งไฉบอกว่าเขาเป็นเด็กน้อยเอาแต่ใจจริง ๆ นั่นแหละ

"ฝากไว้ก่อนเหอะ" มือเล็กยกขึ้นชี้หน้าลู่เจิ้งไฉอย่างอาฆาต เขาโมโหไอ้คนปากจัดตรงหน้านี้เสียจริง

"รีบมาเอาคืนไปเร็ว ๆ นะ ฝากนานดอกเบี้ยขึ้นนะครับคุณ"

สงเฉียนสะบัดหน้าหนีอย่างขุ่นเคืองก่อนเดินกระแทกเท้าปึงปังออกจากแกลอรี่ไปทิ้งให้คนมองตามเจ็บ ๆ คัน ๆ  ในหัวใจ 

"ร้ายกาจชะมัด แถมปากจัดเป็นบ้า พ่อแม่เลี้ยงมายังไงเนี่ย"

ลู่เจิ้งไฉส่ายศีรษะกับท่าทางร้ายกาจแบบเด็กเอาแต่ใจของคนน่ารักแต่ปากร้ายที่เพิ่งออกไป รับรองได้เลยว่าถ้าอีกฝ่ายเป็นน้องเป็นนุ่งลู่เจิ้งไฉจะจับมาฟาดก้นเสียให้เข็ดโทษฐานที่ทำท่าทางร้ายกาจแบบนั้น แต่คิดดูอีกทีท่าทางแบบนั้นมันก็น่ารักดีเหมือนกันนะ จิตรกรหนุ่มคิดอย่างนึกขำก่อนจะเดินไปต้อนรับลูกค้ารายใหม่ที่เปิดประตูเข้ามา 







เซียวจ้านยังคงนอนลืมตาอยู่ในความมืดแม้ว่าเวลาจะล่วงเข้าสู่สองนาฬิกาของวันใหม่แล้วก็ตาม ชายหนุ่มนอนพลิกตัวไปมาทั้งซ้ายและขวาอยู่แบบนั้นหลายครั้งแต่ไม่ว่าจะนอนท่าไหนก็ไม่สามารถหลับได้ ความคิดวุ่นวายสับสนในหัวสมองทำให้ร่างกายตื่นตัวราวกับรับคาเฟอีนเข้าไปเกินขนาด

เหตุการณ์เมื่อกลางวันนี้ถ้าจะบอกว่าเซียวจ้านลืมตัวก็คงได้ แต่ความจริงแล้วเขาก็รู้ดีว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ที่ทำลงไปก็เพราะหัวใจสั่งให้ทำแล้วที่หัวใจสั่งให้ทำก็เพราะเหตุผลสำคัญเพียงอย่างเดียวคือเขายังคงรักหวังอี้ป๋ออยู่ และทั้งที่รู้ดีว่าการแสดงความรู้สึกออกไปมีแต่จะทำให้ตัวเองและอดีตคนรักเจ็บปวดมากขึ้น แต่เซียวจ้านก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายังรักหวังอี้ป๋ออยู่มากเหลือเกินแถมยังอยู่ใกล้ชิดกันขนาดนี้

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังลั่นขึ้นในความมืดจนคนเป็นเจ้าของถึงกับสะดุ้ง มันคงไม่ใช่สายโทรศัพท์ปกติแน่ในเวลาแบบนี้ แล้วพอหยิบมือถือขึ้นมาดูชื่อสายเรียกเข้าที่หน้าจอ เซียวจ้านก็ใจสั่น เพราะเจ้าของสายกลางดึกที่โทรเข้ามาก็คือ

หวังอี้ป๋อ



นานเป็นนาทีที่เซียวจ้านชั่งใจว่าตัวเองควรตอบรับสายโทรศัพท์นี้หรือไม่ แต่คนที่โทรมาก็ไม่คิดจะกดวางสายไปโดยง่ายเหมือนกัน จนท้ายที่สุดแล้วปลายนิ้วของเซียวจ้านก็แตะลงที่หน้าจอ 

"สวัสดีครับ"

(หลับหรือยัง) เสียงห้าวที่คุ้นเคยดังมาตามสายโทรศัพท์ ชัดเจนราวกับหวังอี้ป๋อมาพูดอยู่ริมหู

"ฉันกำลังจะนอน นายโทรมามีธุระอะไรหรือเปล่า"

(ไม่ได้มีธุระอะไร แต่)

"..."

(ฉันคิดถึงนาย)

ประโยคสั้น ๆ สี่คำนั้นบอกความหมายของทุกสิ่งทุกอย่างได้ครบถ้วนโดยไม่ต้องอธิบายเลยว่าคนพูดรู้สึกเช่นไร

(คิดถึงวันที่มีแต่เราสองคน คิดถึงวันที่เราอยู่ด้วยกัน คิดถึงทุกอย่างของเรา)

“..."

(ฉันคิดถึง)

คำพูดของหวังอี้ป๋อเต็มไปด้วยความโหยหาเสียจนคนฟังใจสั่น 

(แล้วฉันก็แน่ใจว่าฉันไม่ใช่คนเดียวที่คิดถึง ฉันรู้ว่านายยังรักฉันอยู่ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม)

หากศักดิ์ศรีของหวังอี้ป๋อเปรียบได้กับปราสาททราย ความรัก ความคิดถึง ความโหยหาที่เขามีต่อเซียวจ้านก็คงเปรียบเหมือนกับเกลียวคลื่นที่สาดซัดเข้าใส่ปราสาททรายที่ลงทุนลงแรงสร้างขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าจนปราสาททรายหลังนั้นพังทลายก่อนพัดพาทรายทุกเม็ดกลืนหายไปกับน้ำทะเล

เหมือนเช่นเดียวกับหัวใจของหวังอี้ป๋อที่ยังคงถูกกลืนกินด้วยความรักที่มีต่อเซียวจ้านอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ แต่สำหรับเซียวจ้าน ทุกอย่างไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เขาจะไม่ยอมเห็นแก่ตัวจนตระบัดสัตย์ทำตามแต่ใจตัวเองแบบที่หวังอี้ป๋ออยากทำเป็นอันขาด

(เรากลับมารักกันใหม่ได้ไหมเซียวจ้าน)

คำถามซ้ำที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนของหวังอี้ป๋อเหมือนปลายมีดเล่มบางที่กรีดลงบนหัวใจคนฟัง เริ่มใหม่อย่างนั้นหรือ จะทำแบบนั้นได้เช่นไรในเมื่อเขาเลือกจะทิ้งหวังอี้ป๋อไปตั้งแต่แรก และยังคำสัญญาที่ให้กับใครคนหนึ่งไว้ว่าเซียวจ้านจะไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องใด ๆ กับหวังอี้ป๋ออีก เขาจะทำผิดสัญญากับคนที่มีพระคุณและทรยศต่อความเชื่อใจนั้นได้อย่างไร 

"หวังอี้ป๋อ เรื่องของเราสองคน..." คนพูดพยายามกล้ำกลืนน้ำเสียงสั่นเครือของตัวเองลงไปในลำคอ

"มันจบไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว อย่ารื้อฟื้นขึ้นมาอีกเลย เรื่องวันนี้เกิดขึ้นเพราะความลืมตัวของฉันและมันจะไม่เกิดขึ้นอีก ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว”

(แต่ไม่ใช่กับความรู้สึกของฉัน)

"นายมีคุณสงเฉียนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ" 

เสียงจากต้นสายเงียบไปครู่ใหญ่จนเซียวจ้านคิดว่าอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว

(ใครบอกนาย สงเฉียนเหรอ)

"ไม่สำคัญหรอกว่าใครบอก ที่สำคัญคือนายมีคู่หมั้นอยู่แล้ว อย่ามาเสียเวลากับคนอย่างฉันที่เคยทำร้ายนายเลยหวังอี้ป๋อ ฉันกลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว"

(ทำไม)

"เพราะฉันไม่ได้รักนายแล้ว"

(ไม่จริง) อีกคนขัดขึ้นแทบจะในทันที 

"จริง และจริงอย่างที่สุดด้วย เชื่อฉันเถอะหวังอี้ป๋อ อย่าพยายามเลย แค่นี้นะ ฉันจะนอนแล้ว" 

เซียวจ้านวางสายพร้อมกับกดปิดโทรศัพท์ทันที เขาไม่ได้ร้องไห้อย่างที่ควรจะเป็นทั้งที่ในตอนนี้เจ็บจนชาไปทั้งใจตั้งแต่บอกหวังอี้ป๋อไปว่าเขาไม่ได้รักอีกฝ่ายแล้ว มันเป็นการโกหกที่เจ็บปวดและยากลำบากที่สุดเท่าที่เซียวจ้านเคยทำ และผลของการโกหกนั้นก็ทำให้เจ็บเหลือเกิน

การต้องไม่รักใครสักคนมันทรมานถึงเพียงนี้เชียวหรือ

ถ้าหากเขาหมดรักหวังอี้ป๋อได้จริงมันจะเจ็บน้อยลงกว่านี้ใช่ไหม

“หวังอี้ป๋อ ฉันขอโทษ”

คำขอโทษที่พูดได้เพียงกับตัวเองออกมาจากปากเซียวจ้านอีกครั้ง ไม่ว่าเมื่อไรเขาก็ยังเป็นคนที่ทำให้หวังอี้ป๋อเจ็บปวดอยู่เสมอ และที่ต้องเป็นแบบนี้จะโทษใครได้ ควรโทษหวังอี้ป๋อที่ไม่รู้อะไรเลย เลือกโทษผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือเซียวจ้านแลกกับข้อตกลงที่แสนเห็นแก่ตัว หรือจะโทษพระผู้เป็นเจ้าที่เล่นสนุกกับชีวิตและโชคชะตาของมนุษย์

เซียวจ้านควรกล่าวโทษว่ามันเป็นความผิดของใครที่ทำให้เขากับหวังอี้ป๋อไม่สามารถรักกันได้อีกแล้ว 



TBC 




เส้าอีกแน้วค่ะ เมื่อวานเพิ่งมีคนอ่านเมนต์บอกเราว่าอย่าให้เขาเสียใจกันอีกเลยนะคะ แต่เราก็ดึงเขาไปเส้ากันอีกแล้ว แง้! ขอท่ดค่ะ แต่เส้าอีกไม่นานละๆ สักวันเขาจะดีกัน แต่มันยังไม่ใช่เร็วๆนี้และเมื่อไรไม่รู้ #อ้าว 5555 

ฝากติดตามกันต่อไปนะคะ ตอนที่ 10 บอกไว้ก่อนว่าเป็นพาร์ทอดีต เดี๋ยวเอาความหวานฉ่ำ (?) มาเบรกดราม่าปัจจุบันค่ะ เจอกันเนาะ แล้วก็ขอบคุณทุกฟี้ดแบ็กด้วยค่ะ น่ารักมากเลย ขอบคุณนะคะ 

#เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

489 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #350 kjfxf1122 (@kjfxf1122) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 16:23
    ร้องไห้เหมียนหมา 😭😭😭😭
    #350
    0
  3. #278 artificial_love (@Happyzy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 10:42
    ผู้มีพระคุณคนนั้นนี่แม่ป๋อหรือเปล่าอ่ะ
    #278
    0
  4. #167 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 02:53
    จ้างต้องป่วยแน่ๆแล้วแม่ป๋อให้เงินรักษา ใช่มะๆ
    #167
    0
  5. #129 KIM.J (@puiifaii43) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 10:16
    น่าสงสารทั้งคู่เลย TT
    #129
    0
  6. #121 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 12:38
    วันนั้นคือเมื่อไหร่น้อออ ฮือออ
    #121
    0
  7. #120 lukpla2112 (@lukpla2112) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 08:06
    จ้านป่วยเป๋นอะไรนะ อยากรู้จัง สักวันอี้ป๋อจะรู้ไหมนะ เฮ้อ
    #120
    0
  8. #119 oopip kornrawee (@oopip) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:57
    และผู้มีพระคุณคนนั้น ก็คงเป็นแม่ป๋อ... ว่าแต่ จ้านๆแอบดูป่วยนะ ป่วยเป็นอะไรรึเปล่า
    #119
    0
  9. #118 ii_aonn (@ii_aonn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:15
    ไรต์ ใจจะขาดแล้วฮืออออ
    #118
    0
  10. #117 kirino88 (@kirino88) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:28
    ใจก็สงสารนะแต่ก็อยากอ่านแบบเศล้าๆเอาเป็นว่ารอตอนต่อไปค้าา
    #117
    0
  11. #116 byun0506 (@byun0506) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 20:46
    สงสารทั้งคู่ พี่จ้านมีอะไรก็บอกป๋อเถอะ
    #116
    0
  12. #115 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 20:40
    ใจผมตอนนี้มันหน่วงกว่าป๋อจ้านอีก ฮรึก
    #115
    0
  13. #114 nunamake (@nookpan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 20:06
    จะสงสารใครก่อนดีอี้ป๋อรึเซียวจ้าน แต่เราควรสงสารตัวเราก่อนเลย มันค้างอยากอ่านต่อ😁😁😁
    #114
    0
  14. #113 aiaiaind (@aineaind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 20:00
    ใจร้ายยยยยย แงงงงงง สงสารอี้ป๋อ ยอมทำถึงขนาดนี้แล้วอะ ยอมพูดออกมาแล้ว แต่พี่จ้านก็ยังไม่ยอม แงงง ใครนะที่ทำให้พี่จ้านตัดสินใจแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นในอดีตกันแน่ กลัวอย่างเดียว ว่าถ้าปฏิเสธแล้วอี้ป๋อจะกลับมาเป็นคนเย็นชาอีก ละยิ่งมีสงเฉียว ถ้าเซียวจ้านจะกลับมาหาอี้ป๋อมันก็จะไม่ง่ายแล้วน้า ฮือออ อี้ป๋อมาหาพี่เร็วลู๊กกก ㅠㅠㅠㅠ
    #113
    1
    • #113-1 aiaiaind (@aineaind) (จากตอนที่ 9)
      12 กันยายน 2562 / 20:01
      เฉียนซี่ เฉียวไรร
      #113-1