Love after Love (ป๋อจ้าน) #เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน

ตอนที่ 11 : Chapter | 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    16 ก.ย. 62



Chapter | 11 


เย็นวันนี้คุณนายหวังทานอาหารเย็นพร้อมกับลูกชายคนโตของเธอ หวังอู๋เสียแยกออกไปอยู่ที่อพาร์ทเมนต์ส่วนตัวเช่นเดียวกับน้องชายแต่เขาก็มักหาเวลาว่างเข้ามาทานข้าวเย็นกับแม่บุญธรรมเสมอและนั่นก็ช่างตรงข้ามกับลูกชายอีกคนเป็นอย่างยิ่ง

"ลูกน่าจะชวนน้องมาทานข้าวเย็นด้วยกัน เราไม่ได้กินข้าวกันพร้อมกันสามคนมานานแล้ว"

"อี้ป๋อมีงานด่วนครับแม่ เมื่อตอนเย็นผมแวะไปห้องทำงานน้องมายังทำงานอยู่เลย" คนพูดตักอาหารใส่จานให้ผู้เป็นแม่ด้วยท่าทางอ่อนโยน

"พูดถึงเรื่องงาน ช่วงนี้น้องชายลูกดีขึ้นมากนะ อี้ป๋อเข้าบริษัทมาทำงานทุกวัน แม่ค่อยสบายใจขึ้นมาก"

"ครับแม่"

"หวังอี้ป๋อดีขึ้นมากแบบนี้แม่ก็อยากให้เขาแต่งงานกับสงเฉียนเสียให้เรียบร้อยไป"

คราวนี้หวังอู๋เสียหัวเราะออกมา น้องชายของเขาน่ะหรือจะยอมแต่งงานในตอนนี้ เท่าที่รู้หวังอี้ป๋อลอยไปลอยมาควงกับคนนั้นคนนี้ไม่ซ้ำหน้า ท่าทางหวงความโสดแบบนั้นคงยอมแต่งงานง่าย ๆ หรอก

"อี้ป๋อจะยอมเหรอครับแม่"

"ทำไมล่ะ ก็ต้องยอมสิ อี้ป๋อหมั้นกับสงเฉียนมาหลายปีแล้วควรจะแต่งงานกันสักที"

"แต่น้องดูเหมือนไม่ได้รักสงเฉียนเลยนะครับ"

สิ่งที่หวังอู๋เสียพูดออกมาเป็นความจริงที่ผู้แก่วัยรู้เสียยิ่งกว่ารู้ แถมท่านยังรู้ดีกว่าหวังอู๋เสียด้วยซ้ำว่าหวังอี้ป๋อรักใคร

"สงเฉียนเป็นเด็กน่ารัก แล้วเขาก็รักและดูแลหวังอี้ป๋อได้ดีมาก น้องชายของลูกจะมีชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จถ้าได้แต่งงานกับสงเฉียน" ความรักที่มีต่อสายเลือดเพียงคนเดียวทำให้คุณนายหวังเลือกสิ่งดีที่สุดให้กับชีวิตของหวังอี้ป๋อ แม้เธอจะรู้ว่าสิ่งที่เลือกให้ไม่ได้เป็นที่ต้องการของลูกชายคนเดียวเลยก็ตาม

"ว่าแต่เราล่ะ เจอใครถูกใจบ้างหรือยังอาอู๋" ท่านถามลูกชายบุญธรรมด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ

"ก็มีคุยไว้บ้างครับ แต่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานเท่าไร"

ท่าทางเขินอายที่มาพร้อมรอยยิ้มของลูกชายคนโตทำให้คุณนายหวังมองอย่างเอ็นดู

"ใครนะที่เป็นคนโชคดีคนนั้น แม่ชักอยากเห็นคนที่ลูกพูดถึงเสียแล้ววันไหนว่าง ๆ โอกาสดีก็พาเขามากินข้าวบ้านเรานะอาอู๋"

"ครับแม่ เอาไว้วันหลังผมจะชวนเขามา"


 



หลังจากขับรถออกมาจากบริษัทได้ไม่นาน ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจนการจราจรติดขัดแทบขยับไปไหนไม่ได้

"บ้าฉิบ มันจะติดไปอีกนานไหมวะ" ความหงุดหงิดทำให้หวังอี้ป๋อเกือบสบถคำพูดที่หยาบคายกว่านี้ออกมาแล้วถ้าไม่ติดว่าคนที่นั่งข้างกันจะหันมามองเขาเสียก่อน

"ขอโทษที ฉันเสียงดังไปหน่อย"

"ไม่เป็นไร"

เซียวจ้านยกมือกอดอก อากาศหนาวจัดบวกฝนที่ตกหนักและยังเครื่องปรับอากาศภายในรถของคนที่รังเกียจอากาศร้อนอย่างหวังอี้ป๋อทำให้เซียวจ้านรู้สึกหนาวจนต้องยกมือขึ้นกอดอกกระชับเสื้อที่สวมอยู่ให้แนบชิดกับร่างกายมากขึ้น

"นายเป็นอะไร หนาวเหรอ"

หวังอี้ป๋อมองหน้าที่เริ่มซีดของอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง เขาเอื้อมมือไปลดความแรงของแอร์ลงก่อนถอดสูทที่สวมอยู่ออกคลุมให้อย่างห่วงใย

"ขอบคุณครับ"

เซียวจ้านพูดเบา ๆ เริ่มรู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเอง อาการเจ็บบริเวณอกด้านซ้ายยิ่งทวีความหนักหน่วงขึ้นทุกที ชายหนุ่มตัวงอด้วยความเจ็บปวด มือแตะหน้าอกซ้าย ร้องออกมาเบา ๆ เมื่อความเจ็บปวดทำให้ฝืนต่อไปไม่ไหว

"อ่ะ!”

"เซียวจ้าน เป็นอะไร" หวังอี้ป๋อถามอย่างตกใจในอาการแปลก ๆ ที่เห็นแต่เพราะขับรถอยู่จึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ามองด้วยความห่วงใย

"มะ ไม่ ฉะ- ฉันไม่ได้เป็นอะไร"ตอบคำถามด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มดวงหน้าทั้งที่ร่าง กายกำลังสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น

"ไม่เป็นไรได้ยังไง นายดูท่าทางไม่สบายมากนะ ไปโรงพยาบาลไหม"

"มะ- ไม่ต้อง ฉันมียาอยู่ที่บ้าน ฉะ-ฉัน กินยาแล้วจะดีขึ้น นาย นาย ขับรถให้เร็วหน่อยก็พอ"

แค่รู้ว่าเซียวจ้านต้องการกลับบ้านหวังอี้ป๋อก็เร่งความเร็วของรถขึ้นทันที ทั้งที่การจราจรติดขัดอย่างหนักขนาดนั้นแต่เขาก็ยังสามารถพารถตัวเองแซงซ้ายปาดขวาฝ่าการจราจรและตำรวจบนทางหลวงปักกิ่งพาเซียวจ้านมาถึงที่พักได้ในเวลาไม่นาน



เจ้าของห้องนั่งลงบนเตียงด้วยท่าทางอ่อนแรง ใบหน้ายังคงซีดเซียวและเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"ยานายอยู่ไหน บอกมาฉันจะไปหยิบให้ บอกมาเร็ว"

เสียงห้าวเร่งอย่างใจร้อน อี้ป๋อพาเซียวจ้านขึ้นมาส่งถึงที่ห้องแม้อีกคนจะปฏิเสธแข็งขันว่าไม่ต้องและเขาดูแลตัวเองได้ แต่ไม่มีทางอยู่แล้วที่คนห่วงหนักหนาจะยอม

"หลังตู้เย็นในห้องครัว"

เซียวจ้านตอบเสียงแผ่ว ดวงหน้าซีดขาวทำให้คนมองเป็นห่วงจับใจ อี้ป๋อรีบไปหยิบกระปุกยามาส่งให้เซียวจ้านที่รับไปด้วยมือสั่นเทา ยาเม็ดเล็กรสขมจัดจนต้องกลั้นใจและอยากอาเจียนทุกครั้งที่ต้องกินถูกสอดเข้าใต้ลิ้นแล้วมันก็ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว 

อาการเจ็บหนึบที่หัวใจค่อยบรรเทาลงทีละน้อย พร้อมกับลมหายใจหอบถี่อย่างเหน็ดเหนื่อยค่อยคืนสู่สภาวะปกติ เซียวจ้านนอนราบลงบนเตียงอย่างหมดแรง ใบหน้าซีดเซียวเริ่มปรากฎสีเลือดขึ้นเมื่ออาการผิดปกติทางร่างกายค่อยคืนสู่สภาวะเดิม

ทั้งที่อาการป่วยของเขาไม่เคยกำเริบแบบนี้มานานเป็นปีแล้วแท้ ๆ ไม่น่าจะต้องมาแสดงอาการขึ้นต่อหน้าคนรักเก่าเลย

หวังอี้ป๋อที่นั่งอยู่บนขอบเตียงมองเซียวจ้านที่นอนหลับตานิ่งสูดลมหายใจเข้าปอดราวกับขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานด้วยความห่วงใย เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้จึงลุกหายไปก่อนกลับมาพร้อมกาละมังใบเล็กใส่น้ำกับผ้าเช็ดขนหนูที่พาดอยู่บนราว

เจ้านายของเซียวจ้านใช้ผ้าชุบน้ำแตะซับลงบนใบหน้าชื้นเหงื่อด้วยท่วงท่าเก้กัง เขาบิดผ้าขนหนูอย่างคนที่ไม่คุ้นเคยกับการปฐมพยาบาลแต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะนึกวิธีการออกได้ตอนที่สงเฉียนเคยทำแบบนี้ให้

"หวังอี้ป๋อ"

 เซียวจ้านลืมตาขึ้นมองการกระทำของอดีตคนรัก รอยยิ้มเก้อเขินในตอนที่หวังอี้ป๋อเช็ดหน้าให้เขาช่างเป็นสิ่งแปลกใหม่อย่างที่เซียวจ้านไม่คิดว่าตัวเองจะได้เห็นและยิ่งกว่าไม่เคยคิดว่าคนอย่างหวังอี้ป๋อจะทำอะไรแบบนี้ให้คนอื่นได้

"นายเป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง"

"อือ โอเคแล้วล่ะ” เซียวจ้านขยับตัวจะลุกขึ้นนั่ง แต่หัวไหล่ถูกกดไว้เสียก่อน

"อย่าเพิ่งเลย นอนก่อนเถอะ"

"ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วพอกินยาเข้าไปแล้วมันก็จะโอเค ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นไรแล้วจริง ๆ" แม้เซียวจ้านจะยืนยันอย่างมั่นใจและรู้จักสภาพร่างกายของตัวเองดีแต่อี้ป๋อก็ไม่ยอมฟังแถมยังทำเสียงดุให้เสียอีก

"ไม่เป็นไรก็ต้องอยู่เฉยก่อน ฉันเช็ดตัวให้นายอยู่ไม่เห็นเหรอ นิ่ง ๆ สิ"

มือใหญ่จับผ้าเนื้อนุ่มผืนนั้นเช็ดเรื่อยมาตามลำแขนเรียวยาว คนที่ถูกปฐมพยาบาลมองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ แม้การกระทำนั้นจะเก้กังและทุลักทุเลแค่ไหนแต่ความห่วงใยและใส่ใจก็มีมากจนสัมผัสได้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอย่างหวังอี้ป๋อจะดูแลคนป่วยได้อ่อนโยนถึงเพียงนี้

และเซียวจ้านจะไม่ปฏิเสธเลยว่าตัวเองรู้สึกดีกับการดูแลนี้

"นายเป็นอะไร อาการเท่าที่ฉันเห็นนั่นไม่ดีเลยนะ เคยไปหาหมอบ้างหรือเปล่า"

เซียวจ้านอึ้งไปเมื่อได้ยินคำถาม เขาควรตอบอย่างไรดี 

"ฉันเป็น เป็น เอ่อ โรคประจำตัวน่ะ" เจ้าตัวบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามโดยการพูดเป็นกลางไว้ก่อน

"ก็เป็นโรคอ่ะไรล่ะ" คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างข้องใจ

"โรค เอ่อ… โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจน่ะ นาน ๆ ทีก็จะเป็นสักทีถ้าเจออากาศเย็น ไม่เป็นไรมากหรอก" แน่นอนว่าสิ่งที่เซียวจ้านพูดไม่ใช่ความจริง แต่นั่นก็เป็นคำตอบเดียวที่นึกออกในตอนนี้

"แต่เมื่อก่อนนี้ นาย" เสียงห้าวสะดุดไปเมื่อกำลังจะพูดถึงเรื่องในอดีต

"ฉันเพิ่งเป็นเมื่อไม่นานนี้น่ะ หมอบอกว่าไม่หนักหนาอะไรถ้ากินยาให้สม่ำเสมอ"

เซียวจ้านตัดบทก่อนลุกขึ้นนั่งเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ใบหน้าเคร่งเครียดของหวังอี้ป๋อจึงค่อยคลายลงถึงแม้ว่าจะยังข้องใจในอาการของเซียวจ้านอยู่มากก็ตาม 

นัยน์ตาคมกวาดมองภายรอบห้องพักขนาดเล็กที่ถูกจัดเก็บสิ่งของไว้อย่างเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน

"ห้องนายน่าอยู่ดีนะ โปร่งดี ขอบคุณครับ" คำสุดท้ายมาพร้อมกับมือที่ยื่นไปรับขวดน้ำดื่มมาจากเจ้าของห้องที่เดินไปหยิบให้

"ฉันเช่าไว้น่ะไม่ได้ซื้อหรอก มันเดินทางสะดวกดี แล้วก็ไม่ไกลจากที่ทำงานมาก"

แล้วก็ยังใกล้อพาร์ทเมนต์ฉันด้วย อีกคนพูดเสริมกับตัวเอง

“นายมีอะไรให้กินบ้างไหม ฉันหิว"

"ฮะ" เซียวจ้านถึงกับเลิกคิ้วเพราะคิดว่าตัวเองได้ยินอะไรผิดไป

"นายว่าไงนะ" 

"หิวไง ฉันบอกว่าหิว" 

"..." 

"หิวข้าวน่ะ"

แล้วการที่หวังอี้ป๋อหิวข้าวมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย

"ตั้งแต่กลางวันฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วตอนนี้ฝนก็ตกหนัก ฉันไม่อยากขับรถออกไปหาข้าวเย็นกิน"

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็แค่ไม่กี่สัปดาห์ที่แล้วนี่เอง คำว่าข้าวเย็นแทบไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมชีวิตของหวังอี้ป๋อเสียด้วยซ้ำเพราะพอแสงอาทิตย์ลับหายจากขอบฟ้า เขาก็เอาแต่ดื่มเหล้า เหล้า เหล้า แล้วก็เหล้า

"ขออะไรกินหน่อยนะเซียวจ้าน อะไรก็ได้ ฉันหิวจริง ๆ ปวดท้องไปหมดแล้ว"

คนที่บอกว่าตัวเองหิวจริง ๆ ทำสีหน้าหิวโหยกับเสียงอ้อนได้น่ารักน่าขำพอกับน่าสงสาร แล้วยังมือที่ลูบไปมาอยู่ที่ท้องตัวเองอย่างกับอดอาหารมาสักหกมื้อนั่นก็อีก ถ้าไม่หาอะไรให้เด็กหลงทางที่มาร้องขออาหารกินถึงหน้าบ้านแบบนี้เซียวจ้านก็คงจะเป็นคนใจร้ายไปหน่อยแล้ว

แค่ทำข้าวเย็นให้กินมื้อเดียว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง อย่างน้อยก็ในฐานะที่หวังอี้ป๋อเป็นเจ้านาย

"งั้นเดี๋ยวฉันจะต้มบะหมี่ให้กินก็แล้วกัน นายไปนั่งรอในห้องนั่งเล่นก่อนเถอะ" ได้ยินแบบนี้คนที่เป็นถึงผู้บริหารแต่กลับต้องมาขอข้าวเย็นเลขานุการของตัวเองกินก็ยิ้มกว้างออกมาราวกับเด็กชายที่ดีใจเพราะผู้ปกครองจะพาไปกินไอศกรีมก็ไม่ปาน 

"ครับผม!"

 

 

 

ครู่เดียวบะหมี่ร้อน ๆ ในหม้อใบเล็กก็ถูกยกมาวางตรงหน้าคนที่ถือตะเกียบรออยู่แล้ว อันที่จริงก็ไม่ได้หิวจะเป็นจะตายอย่างที่บอกหรอกนะ ก็แค่อยากหาเรื่องมาถ่วงเวลาอยู่ที่นี่ให้นานอีกหน่อย แต่พอได้กลิ่นอาหารเพิ่งทำใหม่ ควันหอมฉุยแบบนี้ก็ชักจะหิวขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิ 

มือใหญ่จับตะเกียบคีบบะหมี่เข้าปาก เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มถูกเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยแต่แล้วคนเจ้าเล่ห์ก็คายออกมาแทบไม่ทัน

"โอ๊ย! ร้อน" รีบคว้าขวดน้ำมาดื่มป็นการใหญ่ อุณหภูมิบวกรสเผ็ดร้อนของอาหารทำเอาหวังอี้ป๋อยกน้ำดื่มรวดเดียวไปเกือบครึ่งขวด 

ปากพองหมดแล้วมั้งนั่น

"ค่อย ๆ กินสิบะหมี่มันเพิ่งต้มเสร็จ ไม่สำลักก็ดีเท่าไรแล้วเนี่ย"

เซียวจ้านหัวเราะขำคนที่ดื่มน้ำไม่ยอมหยุด หวังอี้ป๋อปากแดง น้ำตาซึมเพราะความแสบร้อนของบะหมี่จนมองทั้งรู้สึกสงสารและขำผสมกัน

"ก็ลืมนี่"

คนที่ลืมตัวเพราะความหิวแก้ตัวเสียงอ่อยแต่แล้วก็ค่อยกินต่อไปแต่โดยดี การได้มานั่งกินอาหารง่าย ๆอย่างบะหมี่ต้มอยู่ด้วยกันกับเซียวจ้านแบบนี้ เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในตอนที่อยู่หอพักด้วยกันสองคนไม่มีผิด ภาพในอดีตเหล่านั้นถูกซ้อนทับด้วยภาพแห่งปัจจุบันที่หวังอี้ป๋อแอบหวังว่าอยากให้เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยไปจนถึงในอนาคตเบื้องหน้า

อยากกินข้าวเย็นกับเซียวจ้านแบบนี้ไปทุกวัน ไม่อยากต้องกลับไปนั่งดื่มเหล้าแทนข้าวเย็นอยู่คนเดียวแบบที่เคยเป็นมาอีกแล้ว

จะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมนะ ที่เราจะกลับมารักกันอีกครั้ง





"วันนี้ขอบคุณมากนะหวังอี้ป๋อที่พามาส่ง ถ้าฉันกลับรถไฟใต้ดินมันคงแย่กว่านี้"

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็ต้องขอบใจนายเหมือนกันที่ทำข้าวเย็นให้กิน บะหมี่อร่อยมาก" เจ้านายของเซียวจ้านชูนิ้วโป้งให้ประกอบคำยืนยันว่าอาหารเย็นมื้อนี้อร่อยมากจริง ๆ

"ก็แค่บะหมี่เองน่า" เซียวจ้านยิ้มกว้างในขณะที่เดินออกมาเปิดประตูห้องเพื่อส่งหวังอี้ป๋อ 

"กินข้าวอิ่มแล้วฝนก็หยุดตกแล้ว ขับรถกลับบ้านดี ๆ ล่ะครับท่านรองประธานหวัง พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศ" 

เซียวจ้านพูดอย่างร่าเริง ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกให้เป็นเชิงลา แล้วดวงตาคู่สวยที่มองตรงมากับริมฝีปากที่เผยรอยยิ้มหวานสดใสก็ทำให้คนมองไม่อยากนึกถึงอะไรอีกนอกจากคว้าคนตรงหน้าเข้ามาในอ้อมกอดและประทับริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากของอดีตคนรักอย่างรวดเร็ว

จูบแรกในรอบห้าปี ที่ยังคงความรู้สึกอ่อนหวานปนตื่นเต้นแทบไม่ต่างจากจูบครั้งแรกของเรา

อ้อมแขนของหวังอี้ป๋อกอดรัดเซียวจ้านเข้ามาแนบอกในขณะที่รสจูบอ่อนหวานยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและยาวนานราวกับจะหยุดลมหายใจ เซียวจ้านไม่ได้ต่อต้านหรือผลักไสอย่างที่คนจูบนึกกลัวแต่กลับนิ่งอยู่ในอ้อมกอดโดยดีขณะที่ตอบสนองต่อรสจูบของหวังอี้ป๋อไปอย่างอ่อนหวานไม่แพ้กัน

คิดถึงความรู้สึกแบบนี้ที่สุด

ความรู้สึกอ่อนหวานแบบนี้ ที่ยังคงตกค้างอยู่ในหัวใจและความทรงจำอย่างไม่มีวันที่จะลบลืมได้เลย 

นานเท่านานกว่าที่หวังอี้ป๋อจะละริมฝีปากออกจากความหอมหวานที่แสนคิดถึง ดวงตาสองคู่ประสานกันชั่วครู่ ลมหายใจที่รินรดลงบนผิวแก้มของกันและกันยิ่งทำให้ไม่อยากแยกห่างจากกันเลย

"ฉันไปก่อนนะ" อี้ป๋อกระซิบแผ่วเบา 

"อือ ขับรถดี ๆ นะ" เซียวจ้านตอบกลับไปเสียงเบาไม่ต่างกัน ดวงหน้าเป็นสีเข้มขึ้นอย่างน่ามอง

"รู้แล้ว นายก็ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะถ้าเป็นอะไรอีกก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ เข้าใจไหม" คนพูดย้ำประโยคสุดท้ายอย่างห่วงใยก่อนปล่อยให้เซียวจ้านออกจากอ้อมกอด

"เข้าใจแล้ว"



หลังจากหวังอี้ป๋อกลับไป ห้องพักแห่งนั้นก็กลับมาตกอยู่ในความเงียบสนิท คนเป็นเจ้าของห้องนอนหงายลงบนเตียงลืมตามองเพดานในขณะที่ปล่อยความคิดให้ล่องลอย 

ริมฝีปากที่ปลายนิ้วยกขึ้นแตะยังคงความอุ่นจัดจากการแตะต้องแสนอ่อนหวานของหวังอี้ป๋อ ทั้งจูบนั้นและทั้งไออุ่นจากรอยกอดรัดยังคงทิ้งไว้ซึ่งรสสัมผัสอ่อนหวานทั้งบนริมฝีปากและในหัวใจ

นานแค่ไหนแล้วที่ห่างหายไปจากความรู้สึกแบบนี้

ทั้งที่รอยยิ้มอย่างมีความสุขจะอยู่บนใบหน้า แต่ร่องรอยของความเจ็บปวดร้าวรานปนหวาดกลัวก็ยังไม่ห่างหายจากดวงตาของเซียวจ้าน นี่ใช่ไหมคือความสุขปนความทุกข์ที่พระเจ้าประทานให้เซียวจ้านคนไม่ดีที่ตระบัดสัตย์และยื่นมือไปยุ่งเกี่ยวกับคู่หมั้นของคนอื่นได้ใช้ความสุขที่แสนขมขื่นนี้ประคับประคองหัวใจที่บอบช้ำให้อยู่รอดไปในแต่ละวัน

แล้วความสุขที่ปะปนด้วยความรู้สึกผิดแบบนี้มันจะคงอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกันนะ




หวังอี้ป๋อยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาที่ขับรถกลับที่พัก และแม้ว่าจะกลับมาถึงห้องแล้วก็ยังดูเหมือนร่องรอยแห่งความสุขนั้นจะยังไม่หายไปจากใบหน้าหล่อจัดได้โดยง่าย แต่แล้วเมื่อพบว่าในห้องมีใครคนหนึ่งนั่งกอดอกหน้าบึ้งมองเขาอยู่บนโซฟา รอยยิ้มจึงจางหายไปในที่สุด

"อาเฉียน มานานแล้วเหรอ"

เจ้าของสถานที่เอ่ยคำทักทาย มือใหญ่คลายปมเน็คไทและปลดกระดุมเชิ้ตที่คอและข้อมือออกเพื่อคลายความอึดอัด

"ก็นานพอที่จะเห็นพี่หน้าบานกลับมานั่นแหละป๋อเกอ" เสียงใสเอ่ยปากประชดประชันทันทีที่เห็นหน้าคู่หมั้น

หวังอี้ป๋อยักไหล่อย่างไม่คิดจะต่อปากต่อคำ ชายหนุ่มเปิดประตูตู้เย็น เกือบหยิบกระป๋องเบียร์เย็นเฉียบออกมาดื่มตามความเคยชิน แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจหยิบน้ำอัดลมออกมาแทน

"เดี๋ยวนี้พี่คิดจะเปลี่ยนนิสัยเป็นคนดีเหล้าไม่แตะเบียร์ไม่กินเหรอหวังอี้ป๋อ” 

สงเฉียนยังไม่ยอมเลิกรา จนคนฟังถอนใจอย่างนึกรำคาญในความช่างประชดประชัน แต่ด้วยความที่สงเฉียนกับเขาสนิทสนมใกล้ชิดกันมานานทำให้อี้ป๋อไม่อยากเก็บเรื่องเล็กน้อยแบบนี้มาใส่ใจ

"นายมาถึงนี่มีอะไรหรือเปล่า"

"พี่หายไปไหนมา"

"ไปส่งเซียวจ้านที่บ้านแล้วก็ไปกินข้าวกับเขามา"

หวังอี้ป๋อตอบตามความเป็นจริงโดยไม่คิดปิดบังแล้วนั่นก็ทำให้คนฟังเกิดอาการ 'คอแข็ง'

"อ้อ" เสียงใสพูดได้แค่นั้นเพราะความน้อยใจ สิ่งที่ได้ยินทำให้รู้สึกแย่จนอยากเดินออกไปเสีย แต่นิสัยชอบเอาชนะและความหวงแหนชายหนุ่มตรงหน้าทำให้สงเฉียนไม่ยอมหยุด ถึงแม้จะรู้ดีว่าคำพูดของเขาจะทำให้หวังอี้ป๋อไม่พอใจก็ตาม

"แล้วพี่รีบกลับมาทำไม ไม่อยู่ระลึกความหลังกับแฟนเก่าให้ถึงเช้าไปเลยล่ะ"

"พูดถึงเซียวจ้านให้ดีหน่อยสงเฉียน" หวังอี้ป๋อเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ

"ทำไม! ผู้ชายคนนั้นเขาดีวิเศษยังไง แตะต้องไม่ได้เลยเหรอ คนที่พี่ปกป้องนักหนานั่นถ้าเขารักพี่จริง เขาคงไม่ทิ้งพี่ไปตั้งห้าปีหรอกป๋อเกอ"

"หยุดเดี๋ยวนี้สงเฉียน"

หวังอี้ป๋อตวาดเสียงดัง กระป๋องน้ำอัดลมที่อยู่ในมือถูกขว้างลงตรงหน้าอย่างโกรธจัดที่ถูกกระทบปมสำคัญในใจ

อารมณ์โกรธจัดของหวังอี้ป๋อเป็นสิ่งที่สงเฉียนไม่ได้เห็นบ่อยนัก แล้วเท่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีสักครั้งที่คนเป็นคู่หมั้นจะแสดงท่าทางแบบนี้กับสงเฉียน

"ฉันไม่หยุด พี่มันโง่รู้ไหมหวังอี้ป๋อ พี่มันโง่เหมือนที่พี่พูดกับฉันไม่มีผิด ทั้งที่ก็บอกเองว่าเขาทำให้พี่เจ็บเขาทำให้พี่ตายทั้งเป็น แต่พอเขากลับมาไม่ทันไรพี่ก็กลับไปหาเขา พี่มันโง่"

"ฉันจะโง่หรือฉลาดก็เรื่องของฉัน มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายตรงไหนเลยสงเฉียน"

หวังอี้ป๋อพูดอย่างเย็นชา สายตาที่มองสงเฉียนดูราวกับเห็นอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้า คนที่ถูกมองและพูดด้วยอย่างเย็นชาก็เจ็บใจเสียจนทนไม่ไหว ถ้อยคำมากมายที่เก็บกดไว้มานานพรั่งพรูออกมาจากปากราวกับสายน้ำที่ทำนบกั้นพังทลาย

"ป๋อเกอ ทำไมพี่พูดกับฉันแบบนี้พี่ลืมไปแล้วหรือไงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาใครที่กับพี่มาตลอด ใครที่ดูแลพี่ตอนพี่จะเป็นจะตายเพราะแฟนเก่า ไม่ใช่ฉันที่พี่กำลังด่าว่าเสือกคนนี้หรอกเหรอ"

เสียงหวานใสสั่นสะท้านและปนไปด้วยแรงสะอื้น หยาดน้ำใสไหลรินออกมาเป็นทางจากดวงตากลมโต

"สงเฉียน" 

หวังอี้ป๋อพูดได้เพียงแค่นั้นอีกคนก็ขัดขึ้นมา

"แต่พอเซียวจ้านกลับมาพี่ก็เปลี่ยนไป พี่ไม่เคยตวาดฉันพี่ก็ทำ พี่ไม่เคยเย็นชาใส่ฉันพี่ก็เป็น เพราะพี่สนใจแต่แฟนเก่า พี่ปกป้องแต่เขา"

"หยุด พอได้แล้วสงเฉียน"

"ไม่! ฉันไม่หยุด"

สงเฉียนยังคงยืนยันคำเดิม สิ่งที่พูดออกมามันไกลเกินกว่าจะหยุดได้แล้ว

"ฉันรักพี่นะหวังอี้ป๋อ พี่อาจไม่เคยรู้เลยแต่จริง ๆ แล้วฉันรักพี่ ฉันรักพี่มาตลอดตั้งแต่เราหมั้นกัน ฉันทนได้ทุกครั้งเวลาเห็นพี่นอนกับใครไปทั่ว เพราะฉันรู้ว่าพี่ไม่ได้รักคนพวกนั้นแต่กับเซียวจ้าน"

เสียงใสติดขัดเพราะแรงสะอื้น ใบหน้าที่มองดูสดใสน่ารักอยู่เสมอกำลังเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา

"เขาทำให้พี่เสียใจ เขาทำให้พี่เจ็บแทบตายไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพี่ถึงยังจะกลับไปหาเขาอีก ทำไมล่ะหวังอี้ป๋อ"

หวังอี้ป๋อเงียบกริบ คำบอกรักที่สงเฉียนพูดมาทำให้รู้สึกไม่ต่างจากถูกไม้ทุบตีเข้าที่ศีรษะ เขาไม่เคยคิดแม้สักนิดว่าสงเฉียนจะ 'รัก' เขา ในเมื่อเขาวางคนตรงหน้าไว้เป็นเพียงน้องชายที่รักและไว้ใจมากที่สุดตลอดมา

"สงเฉียน ฉัน" พูดได้เพียงแค่นั้นหวังอี้ป๋อก็ไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้

"อย่าไปยุ่งกับเซียวจ้านอีกเลยนะป๋อเกอ เขาเคยทำให้พี่แทบตายมาแล้วอย่าให้เขากลับมาทำร้ายพี่อีกครั้งหนึ่งเลย ไม่ใช่เพื่อฉัน แต่เพื่อตัวพี่เองนะ"

ถึงแม้สงเฉียนจะพูดอย่างไร แล้วความจริงในใจของคนเป็นคู่หมั้นที่เพิ่งได้รับรู้จะทำให้ลำบากใจสักเพียงไหน แต่หวังอี้ป๋อก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำทุกอย่างให้เซียวจ้านกลับมาในชีวิตของเขาให้ได้ 

"ขอบใจสำหรับคำเตือนแต่ฉันรักเซียวจ้านและฉันจะไม่มีวันยอมเสียเขาไปอีกแล้ว"

"ป๋อเกอ"

"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"

ความมุ่งมั่นฉายชัดอยู่ในทั้งสีหน้า สายตาและน้ำเสียง และสงเฉียนก็รู้ดีว่าหวังอี้ป๋อมั่นคงกับความคิดตัวเองเพียงใด และเพราะรู้ดีนี่เองถึงยิ่งทำให้เจ็บใจ

ถึงยังไงก็เป็นฉันไม่ได้ใช่ไหมหวังอี้ป๋อ

"งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว ฉันกลับล่ะ" มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตา หมดเวลาสำหรับการเป็นคนอ่อนแอแล้ว ในเมื่อมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด

"เดี๋ยว อาเฉียน"

เสียงห้าวเอ่ยปากเรียกออกมาเมื่อคู่หมั้นกำลังจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง

"พี่ขอโทษ"

สงเฉียนเดินออกจากห้องไปโดยไม่แม้จะหันกลับมามองหน้าหรือหยุดฟังคำขอโทษและตลอดเวลาที่ขับรถกลับบ้านเขาก็เอาแต่ครุ่นคิดว่าตัวเองจะทำอย่างไรต่อไป และในที่สุดแล้วก็คิดออก ถึงแม้มันจะเป็นหนทางที่น่าละอายและผิดอย่างยิ่งแต่ขอแค่ทำให้หวังอี้ป๋อกลับไปหาคนรักเก่าไม่ได้ สงเฉียนก็จะยอมทำทุกทาง"

วังอี้ป๋อเป็นคู่หมั้นของฉัน มีแต่ฉันที่อยู่กับเขาตลอดมา แล้วฉันก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแทรกเข้ามาแย่งเขาไปทั้งนั้น!"






TBC





เขาจูบกันแน้ว ในที่สุดเขาก็จูบกันแน้วค่ะ >w< แล้วเมื่อไรเขาจะดีกัน คนอ่านคงอยากถามยังงี้ ส่วนเราก็จะบอกว่าอีกนาน 555 คงต้องวุ่นวายยุ่งเหยิงไปอีกพักล่ะคะ มือที่สองสามสี่ห้าเยอะเหลือเกิน ดังนั้นก็ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ จะพยายามมาอัพอย่างสม่ำเสมอค่ะ 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเลย ขอบคุณทุกคอมเมนต์ด้วย เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่มากนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยน้าา 

#เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

445 ความคิดเห็น

  1. #386 jeab-mtbb9397 (@jeab-mtbb9397) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 21:57
    ทำไมถึงลุ้นได้ทุกตอนสิน่า..สงสารทั้งคุ่เลยอ่ะ
    #386
    0
  2. #297 Auy_yibo (@Auy_yibo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 20:53
    ป๋อปกป้องจ้านด้วยสงสารจ้าน..อ่านไปลุ้นแบบสุดติ่งกะดิ่งแมว
    #297
    0
  3. #266 love-taegi (@love-taegi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 08:48
    สงเฉียนร้ายไม่เบานะคะ
    #266
    0
  4. #213 Penguin_Rachael (@Penguin_Rachael) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 22:50
    ตัดใจเหอะน่า ถ่านไฟเก่าพอมันจุดติดแล้วมันดับยากนะน้อง
    #213
    0
  5. #173 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 00:20
    เค้าจูบกันด้วยอะเราเขิลคือก็ลุ้นนน
    อาเฉียนคิดจะทำไรอ่า อย่าทำร้ายจิตใจจ้านเลยนะ แค่นี้ก็เจ็บปวดพอแล้วอะแงงง
    #173
    0
  6. #144 BeMine_ (@nnnut_kj) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 19:33
    กลัวอาเฉียนนนนนนนนนนนน
    #144
    0
  7. #142 byun0506 (@byun0506) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 06:21
    เฉียนตัดใจเหอะ อี้ป๋อเค้านักจ้าน
    #142
    0
  8. #141 oopip kornrawee (@oopip) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 00:45
    เดี๋ยวเฉียรต้องเข้าทางแม่ ไม่แต่งานก็กีดกัน ส่วนคนที่ทำจ้านเลิกกับป๋อก็คงเป็นแม่ป๋อปะ ต้องมีบุญคุณกับจ้านอะไรซักอย่าง แบบจ้านป่วยแล้วเคยช่วย หรืออะไรซักอย่างนี่แหละ แต่ช่างเถอะ ขอให้ป๋อๆปกป้องจ้านได้ก็พอ ;_____;
    #141
    0
  9. #140 Kungking051137 (@Kungking051137) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 23:41
    งื้ออออย่าบอกว่าเซียวจ้านเป็นโรคหัวใจป่วยต้องรักษาเลยต้องทิ้งอี้ป๋อไป..ไรท์มาต่อเร็วๆน้าค่า
    #140
    0
  10. #139 Patty788 (@Patty788) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:54
    เฉลยปมเลยได้มั้ยคือมันค้างคามาก!!! แต่สนุกอะชอบรอนะคะ
    #139
    0
  11. #138 KIM.J (@puiifaii43) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:45
    ตายแล้ว จะได้เห็นน้องฉงเสียนเวอร์ชั่นร้ายๆใช่มั้ยเนี่ย
    #138
    0
  12. #137 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:50
    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ~~~~
    #137
    0
  13. #135 Renesmee09 (@Renesmee09) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:05
    จ้านคงเจ็บปวดมากแน่ๆ...ไม่อยากให้จ้านเจ็บปวดเลย&#128546;
    #135
    0
  14. #134 aiaiaind (@aineaind) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 20:07
    สงเฉียนนนน!!! คนเขาไม่รักจะมาบังคับกันได้ไง ห๊าาาา?!!?! อี้ป๋อจัดชุดใหญ่ให้สักทีสิ้ ฮึ่มๆๆๆๆ
    #134
    0
  15. #133 kirino88 (@kirino88) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 19:45
    ฟินนนนรอตอนต่อไปค้าาา
    #133
    0