Love after Love (ป๋อจ้าน) #เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน

ตอนที่ 10 : Chapter | 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    16 ก.ย. 62

 



Chapter | 10



- ห้าปีก่อน -


เซียวจ้านเปิดประตูเข้ามาในหอพักของมหาวิทยาลัยพร้อมถุงพลาสติกพะรุงพะรังเต็มสองมือ

“อี้ป๋อ นายกลับมารึยัง” 

หนุ่มน้อยเรียกคนรัก แต่ไม่ได้ยินเสียงใดตอบกลับมานอกจากอาการที่เอวถูกกอดรัดด้วยวงแขนแข็งแรง ส่วนซอกคอขาวที่โผล่พ้นขอบปกเสื้อเชิ้ตออกมาก็โดนปลายจมูกเจ้าของอ้อมกอดกดจูบลงไปติดต่อกันหลายต่อหลายที

“หวังอี้ป๋อ ไอ้ตัวรุงรังเอ้ย อย่าน่า รำคาญ”  เสียงบ่นผสมเย้าของเซียวจ้านปนด้วยเสียงหัวเราะในขณะเบี่ยงตัวหนี ฝ่ามือผลักหน้าคนที่มาคลอเคลียอยู่ให้ออกห่างแต่หวังอี้ป๋อกลับยิ่งแกล้งด้วยการกอดแน่นขึ้น

“กอดแค่นี้ต้องรำคาญกันด้วยรึไง ใจร้ายจังอะ” คนพูดทำเสียงตัดพ้อเชิงอ้อนที่เซียวจ้านได้ยินแล้วทั้งหมั่นไส้และขำ

“ไปหัดทำเสียงแบบนี้มาจากไหนอะ ตลก อย่าทำอีกนะ น่ากลัว”

“จ้านอ่า” คนที่วันนี้ขี้อ้อนเป็นพิเศษลากเสียงยาวชวนมันเขี้ยว สองแขนที่กอดรัดคนตรงหน้าคลายออกก่อนดึงถุงที่เซียวจ้านถือมาไปวางไว้บนโต๊ะ 

“ซื้ออะไรมา”

“ข้าวเย็นนายไง”

“เยอะขนาดนี้อะนะ ใครกินหมด กะขุนให้อ้วนหรือไง” 

“ซื้อมาให้แล้วยังบ่นอีก งั้นไม่ต้องกิน เย็นนี้ก็ต้มบะหมี่กินเองแล้วกัน” คนซื้อมายักคิ้วใส่แถมยังทำท่าจะดึงถุงใส่อาหารพวกนั้นกลับไป แต่หวังอี้ป๋อก็ใช่จะยอมแพ้ง่าย ๆ เหมือนกัน

“ก็ไม่ง้อนี่ กินบะหมี่ก็ไม่แย่” คนพูดทำหน้าตาย “แต่ถ้าฉันไม่ได้กินข้าวแล้วกลางคืนเกิดหิวขึ้นมา ฉันก็จะกินนายแทนข้าวเย็น ก็แค่นั้น"

“ไอ้บ้า ทะลึ่งละครับคุณหวัง” เซียวจ้านยกมือฟาดคนที่พูดเรื่องหน้าไม่อายได้หน้าตาเฉย แล้วผลของการทำร้ายร่างกายกันก็เลยถูกแก้แค้นด้วยการดึงกลับเข้าไปกอดไว้อีกรอบจนได้ 

“ก็ทะลึ่งแบบนี้แค่กับนายคนเดียวเท่านั้นแหละน่า” อี้ป๋อนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนจะดึงแขนเซียวจ้านให้นั่งลงข้างกัน

“วันนี้นายกลับช้านะ เรียนหนักเหรอ” เสียงห้าวถามอย่างห่วงใย 

“อือ  อาจารย์สอนเพิ่มอะ ใกล้ไฟนอลแล้วนี่”  เซียวจ้านเล่าให้ฟัง เขาเอนศีรษะไปซบบ่าคนรัก “ปวดหัว เดี๋ยวว่าจะไปอาบน้ำก่อนแล้วกินข้าวกันนะ”

“เหนื่อยเหรอ” ถามพร้อมกับเลื่อนมือไปลูบศีรษะที่ซบอยู่กับบ่า

“ไม่เหนื่อยนะแต่เครียดมากกว่า”

“เครียดเหรอ งั้นเราหาอะไรสนุก ๆ ทำกันไหมนายจะได้หายเครียดไง ดีไหมล่ะ” 

ประโยคนั้นฟังคล้ายหวังดีอยากให้แฟนตัวเองได้ผ่อนคลาย แต่เซียวจ้านรู้จักอีกฝ่ายดีว่าการ ‘หาอะไรสนุก ๆ ทำกันไหม’ ของหวังอี้ป๋อน่ะไม่ใช่การเล่นวิดีโอเกมส์หรือต่อเลโก้อย่างที่คนรักชอบทำแน่ ๆ 

“ทะลึ่งอีกแล้วนะ ไอ้คุณหวัง พอเลย ฉันไปอาบน้ำล่ะ พูดกับนายแล้วมีแต่อะไรก็ไม่รู้” เซียวจ้านลุกหนีแต่การกระทำของเขากลับไปเข้าทางหวังอี้ป๋อเข้าจนได้

“จะอาบน้ำสินะ ดีเลย ฉันก็อยากอาบน้ำอยู่พอดี งั้นเราอาบพร้อมกันเลยก็แล้วกัน”

“อะไร ไม่ต้องเลย อย่าตามมานะ” เซียวจ้านชี้หน้าคนรักด้วยท่าทางข่มขู่ทั้งท่าทางและน้ำเสียง

แต่เสือน่ะ จะกลัวกระต่ายซะก็ดี!

“ถ้านายห้ามได้ ฉันก็ไม่ได้ชื่อหวังอี้ป๋อแล้วล่ะ มานี่เลย อาบน้ำพร้อมกันประหยัดน้ำไง”

ประหยัดน้ำปะปา แต่เปลืองน้ำอย่างอื่นน่ะสิ! 

“เฮ้ย ไอ้บ้า หวังอี้ป๋อ ปล่อย อย่าลากฉัน ปล่อยเส้ ไม่เอา!” 

“ก็ยังไม่ได้เอาเลยนี่” คนร้ายกาจยิ้มมุมปากแถมยังยักคิ้วใส่ 

“แต่ถ้าหลังจากนี้ก็ไม่แน่”

“ไอ้บ้า พูดอะไรของนายวะ หวังอี้ป๋อ ปล่อยยยย” 

ทั้งที่พยายามแล้วที่จะไม่ยอมให้ตัวเองโดนลากไปเข้าห้องน้ำที่เป็นจุดอันตราย แต่ก็เพราะไม่เคยสู้แรงคนรักได้สักครั้ง แล้วทั้งที่พยายามจะดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่สุดท้ายเซียวจ้านก็ยังถูกลากเข้าห้องน้ำไป เพื่อ ‘อาบน้ำ’ พร้อมกับหวังอี้ป๋อจนได้

“อี้ป๋อ ไม่เอานะ ปล่อยเส้ หวังอี้ป๋อออออออออ!”




หวังอี้ป๋อกับเซียวจ้านคบหาและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันของเพื่อนฝูงร่วมคณะและหอพักในฐานะคู่รักที่อุปนิสัยต่างกันแต่กลับเป็นส่วนเติมเต็มและเข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ในสายตาคนอื่นเซียวจ้านเป็นคนสดใสและร่าเริงสนุกสนานที่มักมีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่เสมอในขณะที่หวังอี๋ป๋อโลกส่วนตัวสูง เย็นชา นิ่งเงียบและเข้าถึงยากทั้งยังดูแตกต่างจากคนอื่นด้วยฐานะทางครอบครัวที่ร่ำรวยจนเพื่อนบางคนไม่กล้าเข้าใกล้ มีเพียงเซียวจ้านที่ความสดใสและเป็นมิตรที่มีทำให้เขาสามารถทลายกำแพงน้ำแข็งของหวังอี้ป๋อเข้าไปทำความรู้จักในฐานะเพื่อนใหม่ ก่อนที่จะค่อย ๆ ขยับความสนิทสนมจนมาเป็นคนรักในที่สุด 

เพื่อนฝูงมากมายพากันสงสัยว่าคนที่ดูแตกต่างกันมากอย่างเซียวจ้านกับหวังอี้ป๋อเป็นแฟนกันได้อย่างไร ซึ่งทุกครั้งที่ได้ยินคำถามนี้เซียวจ้านก็ได้แต่ยิ้ม เพราะเขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าหวังอี้ป๋อจอมหยิ่งที่เย็นชาราวกับสร้างขึ้นมาด้วยน้ำแข็งขั้วโลกที่ทุกคนเห็นน่ะทั้งขี้อ้อน พูดมาก แล้วก็นิสัยเป็นเด็กน้อยเสียยิ่งกว่าเซียวจ้านเสียอีกตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง








CUT 

พาร์ทต่อไปมีเนื้อหาส่วนที่ถูกตัดออกเนื่องจากลงใน dek-d ไม่ได้ รบกวนอ่านเนื้อเรื่องแบบเต็มใน Read A Write นะคะ  








เซียวจ้านขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นกล่องช็อคโกแลตอย่างดีจากเบลเยี่ยมวางอยู่บนโต๊ะทำงาน ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาพลิกดูแล้วจึงเห็นการ์ดใบน้อยห้อยอยู่ที่กล่องพร้อมข้อความสั้น ๆ


เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะครับ 

หวังอู๋เสีย


เป็นการชวนไปทานข้าวด้วยวิธีอ่อนโยนละมุนละไมตามพื้นฐานนิสัยของผู้ชายคนนั้น ยิ่งนานวันเข้าหวังอู๋เสียกับเซียวจ้านก็ยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้น ชายหนุ่มคนนั้นช่างมีเรื่องบังเอิญมากมายที่จะเดินมาห้องทำงานของน้องชายตัวเองได้ทุกวันเพื่อพูดคุยทักทายกับเซียวจ้านเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่าที่ในตอนเที่ยงของทุกวันเมื่อไปทานข้าวที่โรงอาหารเซียวจ้านจะพบหวังอู๋เสียนั่งรออยู่ที่โต๊ะตัวเดิมเสมอ 

โชคดีที่การกระทำเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของคนที่ไม่เคยก้าวเท้าลงไปกินข้าวกับพนักงานอย่างท่านรองประธานกรรมการหวัง เขาจึงไม่มีทางที่รู้ได้เลยว่าทุกวันก่อนเริ่มทำงานตอนบ่าย หวังอู๋เสียจะเป็นคนเดินมาส่งเลขานุการของตัวเองที่หน้าห้องทำงานหลังกินข้าวเที่ยงอยู่แทบทุกวัน

เซียวจ้านไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มเยาว์วัยใสซื่อไร้เดียงสาอ่อนต่อโลกเสียจนมองไม่ออกว่าหวังอู๋เสียต้องการอะไร แต่เขาก็เลือกที่จะทำเป็นไม่รับรู้ในเมื่อความรู้สึกเพียงอย่างเดียวที่จะให้อีกฝ่ายได้คือการเป็นเพื่อนที่ดี ส่วนความรู้สึกที่มากกว่านั้นเซียวจ้านยกมันให้คนที่เพิ่งเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาคนนี้ไปจนหมดแล้วตั้งแต่หลายปีก่อน

"ขอกาแฟแก้วหนึ่ง"

หวังอี้ป๋อสั่งเสียงเรียบ แววตาที่มองมาลึกล้ำจนยากจะคาดเดาว่าเจ้าของสายตากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

"ได้ครับ รอสักครู่"

กล่องช็อคโกแลตในมือถูกวางลงก่อนเซียวจ้านเดินออกไปชงกาแฟตามคำสั่ง หวังอี้ป๋อเดินไปที่โต๊ะทำงานเลขาของเขาก่อนถืออำนาจของการเป็นเจ้านายหยิบกล่องช็อคโกแลตพร้อมกับการ์ดใบเล็กขึ้นมาดูและข้อความในการ์ดใบนั้นก็ทำให้คนเห็นหน้าตาบึ้งตึงด้วยความขุ่นเคือง

'หวังอู๋เสีย พี่กำลังยื่นมือเข้ามายุ่งกับคนของฉันอยู่นะ' คนเจ้าอารมณ์พูดกับตัวเองอย่างไม่พอใจ

ตั้งแต่ที่โทรไปหาเซียวจ้านคืนนั้นหวังอี้ป๋อก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องราวเก่าก่อนกับอดีตคนรักอีก ชายหนุ่มเลือกที่จะปฏิบัติกับเซียวจ้านอย่างห่างเหิน พูดคุยกันแต่เรื่องงานตามแบบเจ้านายกับเลขานุการ แต่ในใจแท้จริงแล้วกำลังหาทุกวิถีทางทำให้คนรักเก่ากลับมาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้งให้ได้ 

หวังอี้ป๋อแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่าเซียวจ้านยังรักเขาอยู่และนั่นก็ทำให้ยิ่งโหยหาจนยากจะปล่อยมือ แล้วเมื่อมีคนนอกอย่างหวังอู๋เสียแทรกตัวเข้ามาแบบนี้มันจึงเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่หวังอี้ป๋อจะไม่พอใจ

เขาไม่ได้ห่างหายจากเซียวจ้านไปนานหลายปีเพื่อให้คนอื่นเข้ามาแทรกกลางแบบนี้

กล่องช็อคโกแลตในมือถูกวางลงที่เดิม หลังจากนั้นหวังอี้ป๋อจึงไปนั่งที่โต๊ะทำงาน สมองกำลังทำงานอย่างหนักในการคิดหาหนทางว่าจะขัดขวางเซียวจ้านอย่างไรไม่ให้ไปกินข้าวเย็นกับหวังอู๋เสีย

ท่านรองประธานหวังยอมทำงานหนักเสียยังดีกว่าจะให้คุณเลขาเซียวของเขาไปกินข้าวกับคนอื่น



"กาแฟครับ"

เครื่องดื่มควันกรุ่นถูกวางลงตรงหน้าหลังจากที่เซียวจ้านออกไปเพียงไม่กี่นาที ตาคมตวัดขึ้นมองหน้าคนที่ไปชงกาแฟมาให้ ทุกครั้งที่เห็นหน้ามองสบสายตาคู่นี้เขาก็อยากจะคว้าเซียวจ้านมากอดรัดครั้งแล้วครั้งเล่าให้สมกับความคะนึงหาที่ไม่เคยจางลง แถมบางครั้งยังถึงขนาดอยากจับตัวเซียวจ้านไปไว้ที่ห้องใส่กุญแจมือ กักขังไว้ไม่ให้หนีหายไปไหนได้อีก แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความปรารถนาที่เป็นจริงไม่ได้สักอย่าง หวังอี้ป๋อจึงทุรนทุรายเป็นอย่างยิ่ง

"คุณเซียว" 

เสียงห้าวเรียกชื่อเลขาของตัวเอง ถ้อยคำที่ต้องการพูดไปมีมากมายจนล้นอก แต่ในยามนี้สิ่งที่อยากพูดออกไปมากที่สุดมีเพียงประโยคเดียว


'อย่าไปกับหวังอู๋เสียได้ไหม'


แต่ก็พูดไม่ออก


"มีอะไรครับ" เซียวจ้านถามซ้ำเมื่อคนเป็นเจ้านายเงียบไปเสียเฉย ๆ

"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานเถอะ"

เซียวจ้านขมวดคิ้วกับท่าทางแปลก ๆ นั้น แต่อาการที่อีกฝ่ายเปิดเอกสารบนโต๊ะตรงหน้าออกอ่านแสดงว่าการสนทนาที่ยังไม่ทันได้เริ่มจบลงแล้ว เซียวจ้านจึงไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเองต่อไป

 

 

 


 

เที่ยงวันนั้นเซียวจ้านกินอาหารกลางวันกับหวังอู๋เสียตามปกติ เขาโดนทวงคำตอบเรื่องนัดทานข้าวเย็นนี้ ซึ่งตอนแรกเซียวจ้านก็จะปฏิเสธไป แต่เพราะคำขอร้องกับแววตาอ้อนวอนที่หวังอู๋เสียส่งมาให้มันทำให้ใจอ่อนจนไม่สามารถพูดคำว่า 'ไม่สะดวก' ออกไปได้ ส่วนคนฟังเมื่อได้คำตอบว่าตกลง รอยยิ้มกว้างอย่างยินดีก็ปรากฏบนใบหน้าของหวังอู๋เสียอย่างไม่คิดที่จะปิดบังความรู้สึก 

ชายหนุ่มนัดหมายกับเซียวจ้านไว้อย่างกระตือรือร้นว่าเย็นนี้หลังเลิกงานจะเป็นคนแวะไปรับเซียวจ้านที่ห้องทำงานเองแต่หวังอู๋เสียคงไม่รู้หรอกว่าทุกอย่างไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เมื่อชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ในห้องทำงานเดียวกับเซียวจ้านกำลังคิดหาวิธีการอย่างหนักว่าต้องทำอย่างไรถึงจะขัดขวางการนัดหมายเย็นวันนี้ของพี่ชายกับเลขาตัวเองได้



 

ชั่วโมงทำงานในตอนบ่ายเริ่มต้นด้วยการที่เซียวจ้านเข้ามาในห้องทำงานแล้วเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ บนโต๊ะทำงานของเขาเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารเล่มหนาเป็นปึกวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะจนแทบไม่มีที่ว่าง แถมบางกองยังวางเรียงเป็นตั้งสูงจนแทบจะบังคนนั่งทำงานได้แล้ว

แฟ้มเอกสารกองสูงพวกนี้คืออะไร ทำไมมันถึงมาสุมกันอยู่ที่โต๊ะเขาแบบนี้ล่ะ!

"หวังอี้ป๋อ นี่มันอะไรกัน" เอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เจ้านายของเขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงาน เหยียดขาออกตามสบายในขณะที่เล่นเกมในจอคอมพิวเตอร์อย่างสบายใจ

"อ๋อ นั่นน่ะเหรอ" หวังอี้ป๋อหันหน้ามองคนถามเพียงนิดเดียวก่อนเบนสายตากลับไปให้ความสนใจกับภาพเคลื่อนไหวในจอเช่นเดิม

"แฟ้มเอกสารไง นายมองไม่ออกเหรอเซียวจ้าน" เสียงห้าวมีแววรื่นรมย์ผสมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ เมื่อตัวการ์ตูนในเกมล้มคู่ต่อสู้ได้สำเร็จ

"ฉันรู้ว่ามันเป็นแฟ้มเอกสาร แต่ทำไมมันถึงเยอะแบบนี้ แล้ว..."

"พิมพ์ให้หน่อย ทั้งหมดนั่นแหละ ฉันต้องใช้เย็นนี้"

"อะไรนะ!"

"ได้ยินไม่ผิดหรอกเซียวจ้านพิมพ์เอกสารพวกนั้นให้หมดภายในเย็นนี้ พิมพ์เสร็จแล้วถึงจะกลับบ้านได้"

รอยยิ้มอารมณ์ดีราวกับเด็กชายได้ของเล่นชิ้นใหม่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อจัด หวังอี้ป๋อกำลังสนุกสนานทั้งกับเกมตรงหน้าทั้งมีความสุขที่จะได้แกล้งเลขาตัวเองให้หัวปั่นเล่น

"เข้าใจไหมคุณเลขา"

เซียวจ้านเม้มริมฝีปาก รู้สึกตงิดในใจกับท่าทางรื่นรมย์เกินเหตุของอดีตคนรัก 

"ว่าไงล่ะ เข้าใจไหม"

"เข้าใจแล้วครับ"

"ดีมาก"

หวังอี้ป๋อยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้นอีกในตอนนี้เมื่อจอคอมพิวเตอร์ปรากฏตัวอักษรสีแดงตัวใหญ่ขึ้นเต็มจอ

 

WINNER - คุณคือผู้ชนะ !




ตลอดบ่ายวันนั้นเซียวจ้านแทบไม่ได้นั่งเฉยสักนาที ปลายนิ้วยาวพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดนับครั้งไม่ถ้วนจนคนสั่งงานที่แอบมองอยู่ชักรู้สึกผิดขึ้นมา 

ความจริงเอกสารพวกนั้นไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรเลย แต่หวังอี้ป๋อแค่เอามันมาบังคับเซียวจ้านให้ทำงานตามหน้าที่ เลขาของเขาจะได้มีงานท่วมหัวจนเป็นเหตุผลที่จะไปกินข้าวเย็นกับหวังอู๋เสียไม่ได้  แต่พอเห็นคนที่โดนแกล้งตั้งอกตั้งใจทำงานจริงจังแบบนี้ คนเจ้าเล่ห์ก็ชักสงสารขึ้นมา

"เลขาเซียว มานี่แป๊บสิ"

เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้เซียวจ้านหยุดงานในมือลงก่อนจะเดินไปตามคำสั่ง

"คอมเป็นอะไรไม่รู้ โปรแกรมนี้มันใช้ไม่ได้ช่วยดูให้หน่อยสิ"

คนรับคำสั่งก้าวเข้าไปดูหน้าจอให้แต่ก็ไม่ถนัดที่จะใช้เมาส์และคีย์บอร์ดเพราะคนที่นั่งขวางอยู่ดูเหมือนจะทำเป็นไม่รู้เสียอย่างนั้นว่าควรเลื่อนเก้าอี้ออกมา เซียวจ้านจึงต้องเข้าไปยืนอยู่จนชิดเก้าอี้ของหวังอี้ป๋อตอนขยับเมาส์เพื่อคลิกเปิดโปรแกรม

ปลายจมูกโด่งสูดลมหายใจเข้าปอด กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางโชยออกมาจากร่างของคนที่ยืนอยู่ใกล้แค่มือเอื้อมคว้า ดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าทางด้านข้าง เห็นสันจมูกโด่งสวยกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด คนที่รักสุดหัวใจอยู่ใกล้หวังอี้ป๋อถึงเพียงนี้ แล้วจะให้เขาใจแข็งทำเพียงมองได้อย่างไร

ความยับยั้งชั่งใจกับความอดทนที่เพียรพยายามทำเป็นเย็นชาห่างเหินมาหลายวันถูกทำลายลงอีกครั้งจนได้ 

"อ่ะ" เซียวจ้านอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่ออยู่ดี ๆ ลำแขนแข็งแรงก็ตวัดรั้งให้นั่งลงบนตัก

“หวังอี้ป๋อ! จะทำอะไร!" คนเป็นเลขาพยายามจะลุกขึ้นแต่กลับยิ่งหมดทางหนีเมื่อคนเป็นเจ้านายใช้แขนทั้งสองข้างรัดเอวไว้แน่น

"ไม่ได้ทำอะไรแค่ขอกอดหน่อย นั่งอยู่เฉย ๆ ได้ไหมสัญญาว่าแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแล้วจะปล่อยจริง ๆ"

"..."

"ขอกอดนาย แค่นาทีเดียวก็ได้"

หวังอี้ป๋อพูดเสียงเบา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยทั้งรอยสุขและแววเศร้าผสมกัน การได้มีเซียวจ้านอยู่ในอ้อมกอดทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดจากรอยแผลในหัวใจค่อยบรรเทาลงไปทีละน้อย การกลับมาของอดีตคนรักทำให้ค่อยเลือนลางจากความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ได้เซียวจ้านกลับมาอยู่เคียงข้างแต่การที่ได้พบเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน การได้ฟังเสียงชินหูที่พูดอยู่ไม่ห่างอย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่าเซียวจ้านกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ได้ลับหายไปจากสายตาราวไม่เคยมีตัวตนอย่างเมื่อก่อน 

ตอนนี้สิ่งที่หวังอี้ป๋อต้องการมีเพียงแค่ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม เรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อนและเป็นเหตุผลให้อีกฝ่ายทิ้งเขาไปจะเป็นด้วยอะไรก็ตามแต่หากทดแทนได้ด้วยการกลับมาของเซียวจ้านแล้ว เขาก็จะไม่ไปนึกถึงมันอีก ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเคยเกิดอะไรขึ้นหรือต่อไปจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ก็ตาม

"อย่าเลย ปล่อยเถอะนะ ฉันจะดูโปรแกรมให้แล้วจะไปทำงานต่อ"

"ช่างหัวงานมันสิ เดี๋ยวค่อยทำก็ได้ ขอกอดอีกเแป๊บเดียวแล้วจะปล่อยจริง ๆ สัญญา" อี้ป๋อกุมมือคนตรงหน้าไว้ทั้งสองข้าง ใบหน้าคมซบลงกับไหล่ ถามอย่างอาทร

 "ไม่เมื่อยเหรอ พิมพ์เอกสารอยู่นานแล้วนะ"

ถ้อยคำแสดงความห่วงใยแบบนั้นทำคนฟังเต็มตื้นในหัวใจ

"ก็นายต้องใช้นี่นา แล้วมันก็เป็นหน้าที่ของฉันด้วย" 

ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ยิ่งทำให้คนเจ้าเล่ห์รู้สึกผิด เลขาเซียวของเขาจะว่ายังไงนะถ้ารู้ว่าถูกแกล้ง

"นายพักสักหน่อยก็ได้ เดี๋ยวค่อยไปทำต่อ”

“แล้วคอมนี่ล่ะ”

“ช่างมัน”

“แต่..” เซียวจ้านทำท่าจะแย้งแต่คนที่กอดไว้กลับไม่ยอมให้ทำแบบนั้นเพราะคำพูดต่อมาราวกับอี้ป๋ออยากบอกว่าในตอนนี้ไม่มีอะไรที่ต้องใส่ใจทั้งนั้น 

“ทุกอย่างนั่นแหละ ช่างมัน” 

หวังอี้ป๋อพูดแค่นั้นแล้วเงียบไปคล้ายไม่อยากพูดอะไรอีก มีเพียงอาการกอดรัดที่ยิ่งแนบแน่นขึ้นราวกับกลัวคนในวงแขนจะสลายหายไป


อยากมีเซียวจ้านอยู่ในอ้อมแขนไปอีกนานแสนนาน


เซียวจ้านเองก็ไม่ได้พูดอะไร ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของหวังอี้ป๋อกับไออุ่นจากลมหายใจที่รินรดลงบนแผ่นหลังทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่กัดกินหัวใจค่อยจางลงไปได้บ้าง ถึงแม้ความรู้สึกผิดจะออกคำสั่งให้สมองทำการต่อต้านแต่ร่างกายกลับเลือกที่จะทำตามความต้องการของหัวใจมากกว่า 

ชายหนุ่มเอนหลังพิงอกกว้าง ศีรษะซบลงกับบ่าแข็งแรงในขณะที่ยกมือที่ถูกหวังอี้ป๋อเกาะกุมไว้ขึ้นมาวางตรงตำแหน่งที่ตั้งของหัวใจ ดวงตาคู่สวยปิดลง ซึมซับความอบอุ่นที่ได้รับโดยไม่อยากสนใจจำแล้วว่าเคยเกิดอะไรขึ้นบ้างและต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก  เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้คือตัวเขาที่กำลังถูกหวังอี้ป๋อโอบกอดไว้อย่างนุ่มนวลและตอนนี้ก็มีเพียงไออุ่นนี้ที่เซียวจ้านต้องการจะจดจำและซึมซับมันไว้


อยากอยู่ในอ้อมกอดของหวังอี้ป๋อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


นานพอดูที่ทั้งสองคนต่างแอบอิงแนบชิดให้ไออุ่นสู่กันและกันก่อนอี้ป๋อจะคลายอ้อมกอดออกปล่อยให้เซียวจ้านเป็นอิสระตามสัญญา

"นายไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวฉันก็จะทำงานต่อเหมือนกัน"

เสียงห้าวพูดอย่างอ่อนโยน ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเรียกให้อีกคนเข้ามาหาเพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้เพราะนั่นมันก็เป็นเพียงข้ออ้างของคนที่อยากอยู่ใกล้เท่านั้นเอง

"อือ" เซียวจ้านยิ้มหวานให้คนมองหัวใจเต้นผิดจังหวะไป แต่ยังไม่ทันจะได้กลับไปทำงานต่อประตูก็ถูกเคาะขึ้นสองครั้งก่อนหวังอู๋เสียจะเปิดเข้ามา

"ไง เหล่าหวัง เย็นนี้ไปไหน" พี่ชายเอ่ยปากทักน้องเล็กอย่างร่าเริง บนใบหน้าหวังอู๋เสียประดับไปด้วยรอยยิ้มสว่างสดใสจนเห็นได้ชัด

"สวัสดีครับอู๋เกอ มาหาผมทำไม พี่ไม่มีงานทำหรือไง" เจ้าของห้องพูดเสียงเรียบด้วยถ้อยคำคล้ายจะเย้า หากใบหน้าที่ยิ้มละไมอยู่เมื่อครู่ก่อนเปลี่ยนเป็นเฉยเมยด้วยความไม่พอใจในบุคคลที่สามที่เข้ามาโดยไม่มีแววสนุกในดวงตาสักนิดเลย

"สี่โมงแล้วนะหวังอี้ป๋อ นายกลายเป็นคนเอาการเอางานตั้งแต่เมื่อไร"

หวังอู๋เสียพูดปนหัวเราะจนหวังอี้ป๋อนึกอยากตอกหน้าอีกฝ่ายไป

 'ก็ตั้งแต่แฟนเก่ามาทำงานเป็นเลขาให้นั่นแหละอู๋เกอ'

"ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ทำงานเสร็จหรือยังครับเซียวจ้าน"

"เอ่อ" คนถูกถามอึกอักเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรในเมื่องานกองสูงที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะยังไม่เสร็จและไม่มีท่าทางว่าจะเสร็จลงง่าย ๆ 

"ยัง เลขาของฉันยังทำงานไม่เสร็จ" หวังอี้ป๋อตอบคำถามแทนหน้าตาเฉย

"อ้าว! แต่มันหมดเวลาทำงานแล้วนะ" หวังอู๋เสียพูดเสียงผิดหวังขณะมองหน้าคนที่ตัวเองพึงใจ

"มันเป็นงานด่วนน่ะครับคุณหวัง ผมต้องเร่งทำให้เสร็จ ไม่งั้นก็ยังกลับบ้านไม่ได้" เซียวจ้านอธิบายให้ฟัง แค่มองหน้าคนที่นัดหมายกันไว้ก็รู้ว่าผิดหวัง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ 

"พี่มีอะไรกับเลขาฉันหรือเปล่าอู๋เกอ" คนพูดเน้นเสียงหนักตรงคำว่าเลขาฉัน แต่คนฟังคงไม่รู้หรอกว่าเซียวจ้านเป็น 'มากกว่า' เลขาหลายเท่านัก

"เย็นนี้ฉันกับคุณเซียวนัดไว้ว่าจะไปทานข้าวเย็นกันน่ะ"

"อ้าว แบบนั้นเองหรอกหรือ" คนเจ้าเล่ห์ทำเสียงรับรู้ทั้งที่รู้ดีทุกอย่างมาแต่แรกแล้ว

"ต้องขอโทษด้วยนะอู๋เเกอ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าฉันจะให้พี่ 'ยืม' เลขาของฉันไม่ได้เสียแล้วล่ะ เขาต้องทำงานน่ะ" เสียงห้าวพูดเหมือนล้อเล่นกับคนเป็นพี่ชาย หากแต่ร่องรอยของความสะใจปนกับสมหวังฉายชัดอยู่ทั้งในน้ำเสียงและแววตา


ร้ายจริง ๆ หวังอี้ป๋อ 




พอบุคคลที่สามผู้ไม่พึงประสงค์ออกจากห้องไปหลังถ่วงเวลาอ้อยอิ่งคุยกับเซียวจ้านอยู่ได้แค่ครู่เดียว รอยยิ้มรื่นรมย์สมหวังก็กลับมาปรากฏบนใบหน้าหล่อจัดอีกครั้ง

 หวังอู๋เสีย วันนี้พี่คงต้องกินข้าวคนเดียวไปล่ะนะ 

คนเจ้าเล่ห์คิดในใจอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว ขณะมองคนที่ยังพิมพ์เอกสารอยู่อย่างตั้งใจ สงสารก็แต่เลขาของเขาที่ต้องมาเหนื่อยเปล่าเพราะแผนเจ้าเล่ห์นี้ แต่จะบอกให้เลิกทำตอนนี้้เลยเดี๋ยวแผนก็จะแตก เพื่อความแนบเนียนท่านรองประธานหวังก็เลยต้องนั่งทำงานที่คั่งค้างอยู่ของตัวเองไปด้วยอีกคนจนถึงห้าโมงกว่า จึงปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ วางปากกาในมือลงก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเซียวจ้าน

"กลับบ้านได้แล้วเซียวจ้าน"

"หือ" ท่าทางที่คุณเลขาเซียวเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมาแล้วขมวดคิ้วแบบนั้นมันน่ามองจนคนที่เห็นอยากจะเดินตรงเข้าไปกอดเสียอีกที

ถ้าทำแบบนั้นอดีตคนรักของเขาจะว่ายังไงนะ 

"แต่งานยังไม่เสร็จ"

จะไปเสร็จได้ยังไงเล่างานกองท่วมหัวขนาดนั้นอย่าว่าแต่ทำให้เสร็จวันนี้เลยแถมพรุ่งนี้ให้อีกวันจะเสร็จหรือเปล่า

"ช่างมันเถอะ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว"

"แต่"

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น” คนเป็นเจ้านายตัดบทเพราะไม่อยากถูกถามต่อ “กลับบ้านได้แล้วเซียวจ้านเดี๋ยวฉันจะเป็นคนไปส่งนายเอง"

"มะ-- ไม่ต้องหรอก ฉันกลับเองได้" เซียวจ้านปฏิเสธทันทีแต่ไม่มีทางอยู่แล้วที่หวังอี้ป๋อจะยอมแพ้ในเมื่อตอนนี้เขาตั้งใจไว้ว่าจะทำทุกทางให้ได้อยู่ใกล้ชิดอดีตคนรักจนกว่าจะได้อีกฝ่ายกลับมา

"ต้องสิ ในเมื่อฉันเป็นคนสั่งให้นายอยู่ทำงานเกินเวลาขนาดนี้ฉันก็ต้องเป็นคนพานายไปส่งบ้าน ไปส่งแค่นี้ลำบากใจมากนักหรือไง" ถามราวกับจะตัดพ้อด้วยทั้งสีหน้าและน้ำเสียง

"ไม่ใช่แบบนั้น แต่มันจะดีเหรอ"

"แล้วมันมีอะไรที่จะไม่ดีล่ะ”

"..."

“ถ้านายไม่ลำบากใจก็ต้องให้ฉันไปส่งสิ ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเล็กน้อยจากเจ้านายก็แล้วกัน แค่เจ้านายไปส่งลูกน้อง มันไม่มีอะไรต้องคิดมากไม่ใช่หรือไง" อี้ป๋อดักคอเอาไว้ แถมยังมีคำพูดที่ทำให้คนฟังแย้งไม่ได้เสียอีก 

“นอกจากนายจะคิดว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น หรือยังไง คุณเลขาเซียว” 

หวังอี้ป๋อยักคิ้วให้ ‘เลขา’ ของเขาด้วยท่าทางท้าทายว่าถ้าไม่คิดอะไรจริง ๆ ก็ต้องยอมรับได้กับเรื่องแค่นี้สิ แล้วเมื่อเป็นแบบนี้เซียวจ้านจะทำอะไรได้ นอกจากต้องยอมพยักหน้าให้หวังอี้ป๋อเป็นคนขับรถไปส่งที่บ้านจนได้ในที่สุด

ก็แค่เจ้านายไปส่งเลขาตอบแทนที่ทำงานหนัก 

คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

ใช่มั้ยนะ …




TBC












ท่านรองประธานหวังไปส่งถึงบ้านแบบนี้นี่คุณเลขาเซียวจะรอดปลอดภัยใช่ไหมนะ ภาวนาเลยค่ะ แต่ภาวนาให้ปลอดภัยหรือไม่ก็อีกเรื่อง สู้ๆและพยายามเข้านะคะท่านรองประธาน 

เสาร์อาทิตย์ไม่อัพฟิคนะคะ เจอกันอีกทีวันจันทร์โน่นเลย มาลุ้นกัน

ขอบคุณทุกคนอ่านและกำลังใจค่ะ 

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

517 ความคิดเห็น

  1. #296 Auy_yibo (@Auy_yibo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 20:27
    เอ็นดูท่านรองอยากได้เมียกลับคืนแต่จ้านใจแข็งมาก
    #296
    0
  2. #265 love-taegi (@love-taegi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 08:37
    คริคริ ร้ายนักนะคุณอี้ป๋อ
    #265
    0
  3. #171 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 20:58
    อ่านNCแล้วก็เขิล
    แต่ก่อนมันดีมากๆเลยอะ
    #171
    0
  4. #132 KIM.J (@puiifaii43) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:39
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #132
    0
  5. #128 kirino88 (@kirino88) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 22:44
    ร้ายมากป๋อแอบจิ้นเซียวจ้านกับอู่เก๋อนิดๆ
    #128
    0
  6. #127 byun0506 (@byun0506) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 22:24
    สงสารป๋ออ่ะ สู้ๆนะ จ้านใจอ่อนกับป๋อหน่อย
    #127
    0
  7. #126 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 22:07
    อี้ป๋อฮึดสู้เข้าไว้ อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างห้าปีก่อน ไรท์สู้ๆนะคะ
    #126
    0
  8. #125 kokoclub (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 21:56

    ร้ายมากค่ะท่าน

    #125
    0
  9. #123 Slot123 (@Slot123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 20:39
    จะรอดูว่าจะเข้าใจกันเมื่อไหร่
    #123
    0
  10. #122 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 20:20
    ทำไมมันเจ็บปวดแบบนี้เเ
    #122
    0