Love after Love (ป๋อจ้าน) #เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน

ตอนที่ 1 : Chapter | 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    29 ก.ย. 62





Chapter | 01




เปลวแดดยามบ่ายจัดเป็นประกายบาดตา แสงอาทิตย์ส่องสว่างเจิดจ้าราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ แต่ภายในอพาร์ตเมนท์หรูหราแห่งหนึ่งกลางกรุงปักกิ่งกลับมีร่างของคนสองคนที่ยังคงนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงอย่างไม่ใส่ใจอะไรในโลกนี้ทั้งนั้นนอกจากกันและกัน

ผ้าม่านเนื้อหนาปิดหน้าต่างกระจกบานยาวไว้มิดชิด เครื่องปรับอากาศผลิตไอเย็นนุ่มสบายผิว ด้วยความเลือนรางแห่งบรรยากาศและอุณหภูมิเย็นฉ่ำสบายกายทำให้ ‘หวังอี้ป๋อ’ ยากจะคาดเดาและไม่อยากนึกถึงด้วยว่าวันนี้เป็นเวลาอะไรของวันที่เท่าไรแล้ว สิ่งที่ชายหนุ่มให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือร่างบอบบางและเสียงหวาน ๆ ที่ร้องครางอย่างได้อารมณ์อยู่บนเตียงของเขาในตอนนี้ต่างหาก

"อื้อ คุณกำลังทำให้ผมจะขาดใจตายอยู่แล้ว”

"ก็ดีสิ ตายเพราะมีเซ็กส์ ถ้าเป็นข่าวก็คงดังดีนะว่าไหม" เสียงห้าวสั่นพร่า ร่างกายที่ถูกครอบคลุมด้วยอารมณ์ความต้องการเคลื่อนไหวใส่คนที่อยู่ด้านล่างอย่างรุนแรงและเร่าร้อน เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะผสมเสียงหอบหายใจหนักของคนสองคนที่ฟังดูเร่าร้อนราวกับจะท้าทายประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศว่าจะสามารถดับความร้อนที่เกิดขึ้นจากแรงอารมณ์ของพวกเขาสองคนได้หรือไม่

ทั้งคู่ใช้เวลายาวนานราวกับจะไม่ยอมให้สิ่งที่กำลังทำอยู่จบลงและมันก็อาจกินเวลานานไปกว่านี้ถ้าเครื่องมือสื่อสารที่เรียกว่าโทรศัพท์มือถือจะไม่ดังขึ้น ระดับความดังของมันไม่เพียงจะทำลายบรรยากาศแต่ยังปวดแก้วหูชวนหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากโทรศัพท์มือถือดังกวนใจขึ้นอีกเป็นครั้งที่สามและดูเหมือนจะไม่ยอมเงียบเสียงลงง่าย ๆ หวังอี้ป๋อก็หมดความอดทน

เขาหยุดการกระทำเร่าร้อนของตัวเองลง กระซิบบอกคนในอ้อมกอดให้รอสักครู่ คนถูกสั่งเพียงแต่พยักหน้า มองดูคนที่ขยับไปหยิบโทรศัพท์มาจากข้างหมอน ตากลมมองอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายจะกดรับสายเพื่อจบการสนทนาให้เร็วที่สุดหรือจะตัดปัญหาด้วยการปิดโทรศัพท์

ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ได้คำตอบ

มือถือเครื่องสวยราคาแพงลิบถูกเขวี้ยงไปตกอยู่มุมห้อง เสียงโลหะกระทบกับผนังดังขึ้นวูบเดียวพร้อมเสียงดังกวนใจที่หายไปในทันที

 สมใจคนขว้างเสียจริง!

"ทีนี้ก็จะได้สิ้นเรื่องไปสักที" เสียงห้าวพึมพำอยู่ในลำคออย่างสะใจก่อนหันมาให้ความสนใจกับร่างเปลือยของคนที่อยู่บนเตียงอีกครั้งเพื่อสานต่อสิ่งที่คั่งค้างอยู่ให้จบสิ้นลง

 


ครึ่งชั่วโมงต่อมา

เสียงกริ่งหน้าประตูห้องพักของหวังอี้ป๋อดังรัวเป็นจังหวะถี่ยิบแถมคนกดกริ่งยังทุบประตูโครม ๆ แถมให้ราวกับกลัวว่าเสียงกริ่งจะไม่ดังพอให้เจ้าของสถานที่ได้ยิน

"ป๋อเกอ เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ฉันรู้ว่าพี่อยู่ที่นี่ ถ้าพี่ไม่เปิดประตูให้รับรองได้เลยว่าฉันจะเปิดประตูไปต่อยพี่ให้หน้าแหก เปิดเดี๋ยวนี้" ผู้มาเยือนช่างเก่งเสียจริงที่สามารถส่งเสียงลอดผ่านประตูบานหนาเข้าไปรบกวนประสาทหูคนข้างในได้

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง ผลักคนที่นอนอยู่ใกล้ตัวให้ออกห่างอย่างหงุดหงิด เขาเองก็อยากจะชกหน้าเจ้าของเสียงแว้ด ๆ นี้ให้หน้าแหกเหมือนกันโทษฐานที่มารบกวนเวลาหาความสุข

มือใหญ่ก้มลงหยิบเสื้อคลุมที่ตกอยู่กลางห้องขึ้นสวมก่อนโยนอีกตัวที่ตกอยู่ใกล้กันให้คนบนเตียง

"ใส่ซะ ฉันให้เวลาใช้ห้องน้ำสิบนาที ถ้าเรียบร้อยแล้วก็ไปให้พ้น”

ถ้อยคำเย็นชาและอากัปกิริยาไล่อย่างไม่อ้อมค้อมทำให้คนฟังถึงกับงง ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ชายหนุ่มคนเดียวกันยังทำท่าหลงใหลเขาจะเป็นจะตาย แต่ไม่ทันไรกลับทำราวกับว่าคนที่นอนร่วมเตียงกันมาตลอดทั้งคืนคือตัวเชื้อโรคก็ไม่ปาน

หวังอี้ป๋อช่างเข้าใจยากเสียจริง

เสียงแว้ด ๆ สลับเสียงทุบประตูยังคงดังต่อเนื่องจนคนเป็นเจ้าของห้องอยากให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญมือหักและหลอดเสียงใช้การไม่ได้ขึ้นมาพร้อมกัน

"เข้าใจที่ฉันพูดแล้วนะ อ้อ นี่" ชายหนุ่มก้าวเท้าไปที่โต๊ะตัวใหญ่มุมห้อง สมุดเล่มบางถูกหยิบออกมาเขียนอยู่ชั่วครู่ก่อนยื่นให้คนบนเตียงที่ตอนนี้สีหน้ายิ่งทวีความงุนงงมากขึ้นอีกเป็นทวีคูณ

"ค่าเสียเวลา อยากได้เท่าไหร่ก็เติมตัวเลขเอาตามสบาย"

คราวนี้คนงงเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจน ความโกรธที่รู้สึกว่าตัวเองโดนดูถูกทำให้เสียงที่เคยพูดจากันอย่างอ่อนหวานกลับเข้มขึ้นด้วยความไม่พอใจ

"ผมไม่ได้มากับคุณเพื่อขายตัวนะคุณหวัง"

คนฟังตวัดรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ร่องรอยดูแคลนฉายชัดในดวงตา

"มันก็ไม่เห็นจะต่างกันเลยนี่ แต่ถ้าไม่อยากได้เงินก็ตามใจ"  มือใหญ่ยกกระดาษแผ่นบางในมือขึ้นมองก่อนปล่อยให้มันปลิวตกลงพื้นห้อง พร้อมคำพูดทิ้งท้ายแสนเจ็บแสบให้คนฟังแทบฉีกปากคนพูดให้ขาดเป็นชิ้น ๆ 

"นาน ๆ ทีได้ของฟรีก็ดีเหมือนกัน"



ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกเสียงแว้ด ๆ ชวนปวดแก้วหูของคนที่มาเยือนก็ตรงเข้าโจมตีประสาทหูหวังอี้ป๋อในทันที

"ฉันคิดว่าพี่ตายไปแล้วเสียอีก"

เจ้าของคำพูดทักทายแสนดุเดือดนี้เป็นชายหนุ่มตัวเล็กน่ารักเจ้าของดวงตาสดใส ที่ยามปกติแล้วคนตรงหน้าจะน่ามองกว่านี้มาก แต่ในยามนี้นัยน์ตาคนพูดปรากฏความขุ่นเคือง พอกับคิ้วที่ขมวดมุ่นบ่งบอกระดับความหงุดหงิด ความไม่ชอบใจระบายออกทางสีหน้าอย่างไม่ปิดบัง ทั้งหมดที่เห็นสรุปได้อย่างชัดเจนว่า ‘สงเฉียน’ กำลังหงุดหงิดและอารมณ์เสียอย่างหนัก

หนุ่มน้อยผลักไหล่คนที่ยืนขวางประตูออกไปให้พ้นทางก่อนเดินผ่านหน้าเจ้าของห้องไปกดสวิทช์ไฟจนสว่างทั่วห้องโดยไม่รอขออนุญาตให้เสียเวลา เขามั่นใจในสถานภาพและความสำคัญของตัวเองเกินพอและมากพอที่จะทำทุกอย่างได้พอกับผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้

"พี่ขาดงาน ไม่ไปประชุม แล้วก็ผิดนัดลูกค้า รู้ไหมที่บริษัทเขาวุ่นวายกันไปหมดเพราะพี่คนเดียว บอกฉันมาหน่อยสิว่าพี่ทำอะไรอยู่ทำไมถึงไม่ไปทำงาน"

"นอน" เสียงห้าวตอบโดยไม่มีท่าทางวิตกทุกข์ร้อน

"นอน" ผู้มาเยือนทวนคำพูดด้วยน้ำเสียงเหลือจะทน

"นอนบ้าบออะไรของพี่ หรือว่า" นัยน์ตาสีเข้มหันมองไปยังประตูห้องนอนที่ปิดสนิท แววขุ่นเคืองปรากฏขึ้นเล็กน้อยก่อนจางหายไปอย่างไม่คิดที่จะเก็บเรื่องพวกนี้มาคิดให้เปลืองพื้นที่ในสมอง

"นอนกับใคร"

"คน" คนถูกถามยังคงตอบสั้นเช่นเคย มือใหญ่เปิดประตูตู้เย็นหยิบกระป๋องเบียร์ออกมาเปิดออกเทใส่ปากราวกับดื่มน้ำเปล่า

"ฉันหมายความว่าใคร แล้วพี่ไปหิ้วหรือไปเก็บตกมาจากไหน" สงเฉียนถามอย่างพยายามระงับอารมณ์ สิ่งที่ทำให้ขุ่นเคืองไม่ใช่การที่คู่หมั้นของเขาไปมีความสัมพันธ์กับใครแต่ที่ทำให้ไม่พอใจคือการที่อี้ป๋อละเลยต่อหน้าที่ของตัวเองต่างหาก

"ไม่รู้สิ.. ชื่ออะไรก็จำไม่ได้ เจอกันในผับเห็นว่าหน้าตาดีก็เลยพามาด้วย พาขึ้นเตียงสักสามสี่รอบมั้ง"  อี้ป๋อนั่งลงบนเก้าอี้ยาว รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปาก ยกไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

สำหรับเขาแล้วมันก็แค่เซ็กส์

สงเฉียนรู้จักอี้ป๋อดีเกินกว่าจะถือสาว่าอีกคนพูดจาไม่น่าฟังแล้วอีกอย่างคู่หมั้นของเขาก็ปฎิบัติตัวแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเป็นเรื่อง ปกติไปแล้ว 

เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นทำให้สงเฉียนหันไปมองแต่เพียงแค่วูบเดียวหนุ่มน้อยก็เมินสายตาไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนคนที่เดินออกไปจากห้องก็ไม่แลมองไปทางคนที่นอนร่วมเตียงมาตลอดคืนสักนิด เหมือนกับที่ผู้เป็นเจ้าของห้องก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไรแม้แต่จะเอ่ยคำลาตามมารยาทสังคม

พาร์ทเนอร์ คู่นอน หรือจะเรียกให้ตรงตัวกว่านั้นก็คู่ขาที่เพิ่งเดินออกจากห้องไปก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่น ๆ ที่เคยเจอ ถึงจะหน้าตาดี ช่างออดอ้อน ประจบประแจงเอาอกเอาใจเก่งแค่ไหน ลีลาบนเตียงชวนให้หลงใหลติดใจยังไง แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่โชคชะตาและความใคร่ชักนำให้มาอยู่ร่วมเตียงกันชั่วคืนก่อนแยกย้ายกันไปทางใครทางมัน ราวกับไม่เคยพบหน้าและมีค่ำคืนที่เร่าร้อนด้วยกันมาก่อน ไม่ต่างอะไรเลยกับหลายสิบคนที่เคยผ่านมาตลอดเวลาเกือบห้าปีเต็ม มันก็แค่เซ็กส์ แค่การระบายความอึดอัดทางอารมณ์

ก็แค่นั้น

"ป๋อเกอ”

สงเฉียนเรียกชื่อคู่หมั้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นใบหน้าอ่อนเยาว์ปรากฏความเคร่งเครียดจนมองเห็นได้

"คุณป้าโทรมาบ่นเรื่องพี่ให้ฉันฟัง โดยเฉพาะเรื่องวันนี้การที่พี่ไม่ไปพบกับลูกค้าที่นัดไว้มันทำให้บริษัทเสียหายมากนะ"

"แล้วไง"

อี้ป๋อก็ยังคงพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนอยู่เช่นเดิมแม้คำว่า 'คุณป้า' ที่ออกมาจากปากของสงเฉียนจะหมายถึงแม่ของเขาเองก็ตาม

"ฉันไม่ไปแล้วยังไง ทำไมแม่ไม่ส่งลูกชายคนดีของแม่ไปหาลูกค้าแทนล่ะ หมอนั่นต้องรีบวิ่งโร่ไปให้อยู่แล้ว" ชายหนุ่มทำเสียงหยันในลำคอ

"มันไม่เหมือนกันนะป๋อเกอ"

"ใช่! มันต้องไม่เหมือนกันอยู่แล้วไง เพราะหวังอู๋เสียเป็นคนดี ส่วนฉันมันเป็น คนเลว ไง" สำเนียงขมขื่นปรากฏขึ้น แต่ถึงแม้จะเล็กน้อยซักแค่ไหนสงเฉียนก็สังเกตได้

"หวังอี้ป๋อ" เสียงหวานเรียกเขาอย่างปลอบโยน แต่คนอย่างหวังอี้ป๋อเข้มแข็งและกระด้างเกินกว่าจะต้องการคำปลอบโยนหรือเห็นใจจากใคร แม้คน ๆ นั้นจะเป็นคู่หมั้นที่เข้าใจเขามากที่สุดก็ตาม

"ฉันขออาบน้ำแป๊บนึง" ร่างสูงลุกขึ้นยืน กระป๋องเบียร์เปล่าในมือถูกยื่นส่งให้คนที่นั่งอยู่บนโซฟา

"ฝากทิ้งที เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วจะเข้าบริษัทไปให้แม่ด่าสักหน่อย ขับรถให้ด้วยแล้วกัน"

"อือ ได้" สงเฉียนเอนตัวพิงพนักโซฟา กระป๋องเบียร์ในมือถูกหมุนวนกลับไปกลับมาในขณะที่หลับตาลงจมอยู่กับความคิดตัวเอง

หวังอี้ป๋อเหลวไหลและเหลวแหลกกับชีวิตขึ้นทุกวัน ไม่เพียงแต่พฤติกรรมทางเพศที่กระทำตัวเช่นนี้มานานนับปี แต่ยังละเลยต่อหน้าที่การงานในความรับผิดชอบ จนเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหลายประการ รวมถึงความบาดหมางระหว่างอีกฝ่ายกับมารดาบังเกิดเกล้าและอีกหนึ่งบุคคลสำคัญในครอบครัว ‘หวังอู๋เสีย’ พี่ชายต่างสายเลือดของหวังอี้ป๋อเอง

สงเฉียนสังเกตุเห็นร่องรอยของความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกอยู่ในดวงตาคู่นั้น ร่องรอยร้าวลึกของความทุกข์ทรมานในจิตใจอย่างแสนสาหัสของคนที่ใครต่อใครมองว่าแกร่งกระด้างและเย็นชาไม่แยแสต่อสิ่งใดแต่ในสายตาเขา หวังอี้ป๋อเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กลบซ่อนปิดบังความอ่อนแอของตัวเองไว้ ใต้ท่าทีแข็งกระด้างท่าทางเย็นชาไม่แยแสต่อสิ่งใดเป็นเพียงหน้ากากที่สวมใส่เพื่อปกปิดบาดแผลในใจไม่ให้ผู้ใดได้รู้ บาดแผลสำคัญที่สงเฉียนเพียรพยายามถามมาตลอดเวลาหลายปีที่เป็นคู่หมั้น แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยปริปาก 

แม้แต่เขาที่อยู่ใกล้ชิดหวังอี้ป๋อที่สุดยังไม่รู้แล้วจะมีใครกันที่จะได้ล่วงรู้ถึงสาเหตุของร่องรอยเจ็บช้ำร้าวรานในดวงตาคู่นั้นกันนะ

เสียงปิดประตูดึงความคิดที่ล่องลอยให้กลับมาอยู่กับเหตุการณ์เบื้องหน้าอีกครั้ง นัยน์ตากลมโตก้มลงมองนาฬิกาข้อมือพร้อมเอ่ยปากประชดตามนิสัย

"ทำไมไม่อาบให้ครบสองชั่วโมงไปเลยล่ะ”

"งั้นเดี๋ยวกลับไปอาบต่อ" อี้ป๋อพูดหน้าตาเฉย ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มขบขันเมื่อเห็นคนพูดทำหน้าบึ้ง

"ไอ้พี่บ้า" คนตัวเล็กพึมพำด่าอยู่ในคอ มือเรียวปากระป๋องเบียร์ในมือลงถังขยะตรงมุมห้องก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดตัวไล่ความเมื่อยที่นั่งรออยู่นาน

"ไปกันได้แล้วเดี๋ยวฉันขับรถให้ เอากุญแจมา"


 


ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากช่องทางผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินนานาชาติปักกิ่ง ดวงตาทอดมองผู้คนมากมายที่ต่างมารอรับผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้แต่เมื่อไม่พบใบหน้าของเพื่อนสนิทที่นัดหมายกันไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ เขาก็อดไม่ได้ที่จะกังวล

"หรือว่าหมอนั่นจะลืม แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย" ร่างโปร่งพึมพำ ในขณะมองหาคนที่รอ ยิ่งเวลาผ่านไปแล้วยังไม่พบใบหน้าที่คุ้นเคยความกังวลใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แม้ประเทศแห่งนี้จะเป็นบ้านเกิดที่อาศัยและเติบโตมาแต่ด้วยความที่ ‘เซียวจ้าน’ ไปอยู่ที่ทวีปอื่นมานานปีความเคยคุ้นและชำนาญต่อสถานที่ย่อมลดลงจนชายหนุ่มไม่มั่นใจว่าเขาจะพาตัวเองไปถึงที่พักได้หรือไม่ถ้าไม่มีคนมารับ

"ลู่เจิ้งไฉ” เจอหน้านายเมื่อไหร่ฉันจะด่าให้เจ็บ สัญญาเลย" เซียวจ้านบ่น เจ้าตัวเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าคนที่นัดไว้ไม่มาแน่เจ้าตัวก็กดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิททันที

(เจิ้งไฉครับผม)

"ไม่ต้องมาทำเสียงหล่อเลยครับคุณลู่" เสียงของเซียวจ้านเจือไปด้วยความโมโห

(เอ้า! จ้าน นั่นโทรมาจากไหนน่ะ)

"จะโทรมาจากไหนได้ล่ะ ก็แอร์พอร์ตน่ะสินัดกันไว้แล้วทำไมไม่มารับล่ะครับคุณ”

(นายมาถึงปักกิ่งแล้วเหรอเนี่ย รออยู่นั่นก่อนนะ อย่าเพิ่งไปไหนล่ะ หากาแฟกินไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงฉันจะไปถึงที่นั่น โอเคนะ )

"อือ โอเค" เซียวจ้านกดวางสายโทรศัพท์ ความสบายใจทำให้รอยยิ้มหวานยิ่งกว้างขึ้น อีกไม่นาน ’ลู่เจิ้งไฉ’ มีหวังขับรถซิ่งแหลกมาแน่ เขารู้นิสัยเพื่อนสนิทตัวเองดี แล้วถ้าเดาไม่ผิด สาเหตุที่อีกฝ่ายผิดนัดมันต้องเป็นเพราะทำงานยุ่งจนลืมแน่นอน เดี๋ยวพอเจอหน้ากันเพื่อนเขาคงจะรีบแก้ตัวเป็นการใหญ่ ไม่เชื่อก็คอยดู




รถสปอร์ตสีดำจอดติดไฟแดงอยู่ที่สี่แยกกลางใจเมือง ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคนขับหันหน้ามองผู้โดยสารรูปหล่อที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาตั้งแต่ออกมาจากอพาร์ตเมนต์แล้ว

"ลืมปากไว้ที่ห้องเหรอป๋อเกอ”

"ขี้เกียจพูดทำลายสมาธินายต่างหาก ก็เห็นชอบพูดว่าไม่มีสมาธิขับรถตอนฉันชวนคุยไม่ใช่หรือไง"

นั่นมันก็จริง...  สงเฉียนไม่ชอบให้ใครมาทำเสียงดังอยู่ข้าง ๆ เวลาเขาใช้สมาธิจดจ่อกับอะไรสักอย่าง แต่อาการเงียบของหวังอี้ป๋อก็ทำให้เขาเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายกำลังไม่สบายใจด้วยเรื่องอะไรหรือเปล่า

"ก็ใช่ แต่นี่พี่เงียบผิดปกติ ฉันก็กลัวว่าพี่จะคิดมากน่ะสิ"

ถ้อยคำที่แสดงความห่วงใยทำให้คนแก่วัยกว่ายิ้มออกมาได้ แต่อีกฝ่ายคงไม่ทันเห็นเพราะสัญญานไฟจราจรที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวทำให้สงเฉียนหันไปจดจ่อกับท้องถนนเบื้องหน้าตามเดิม

"เดี๋ยวนายไปส่งพี่ที่บริษัทแล้วแวะไปซื้อมือถือใหม่ให้หน่อยนะ" อยู่ดี ๆ อี้ป๋อก็เปลี่ยนเรื่องพูดจนคนฟังขมวดคิ้วด้วยความข้องใจ

"มือถือ"

"ใช่ โทรศัพท์มือถือ" ถ้อยคำยืนยันของหวังอี้ป๋อย้ำให้สงเฉียนเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด

"ซื้อใหม่ทำไม มือถือพี่เพิ่งเปลี่ยนไปยังไม่ถึงอาทิตย์เลยนะ"

"พัง" คำตอบง่ายสั้น หากคำขยายความต่อทำให้อีกคนอยากจับหัวคนพูดมาโขกกับพวงมาลัยรถเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

"มันดังขัดจังหวะก็เลยเขวี้ยงทิ้ง สงสัยจะปาแรงไปหน่อย ก่อนออกมานี่ไปหยิบมาดู พังซะแล้ว"

มือถือรุ่นใหม่ราคาแพงลิบลิ่วที่สงเฉียนเพิ่งซื้อให้เมื่ออาทิตย์ก่อน ถูกหวังอี้ป๋อปาจนพังด้วยสาเหตุแค่เพราะดังกวนใจแถมอีกฝ่ายยังมีหน้ามาบอกให้ซื้อให้ใหม่หน้าตาเฉย คู่หมั้นของเขาช่างเป็นคนที่เหลือเชื่อจริง ๆ

"ได้ เดี๋ยวฉันจะแวะไปซื้อให้"

"ขอบใจ"

แม้ความสัมพันธ์ในฐานะคู่หมั้นของหวังอี้ป๋อกับสงเฉียนจะเจือจางบางเบา แต่ความสัมพันธ์ในความหมายของเพื่อนกึ่งพี่น้องที่เป็นอยู่ อีกฝ่ายคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับหวังอี้ป๋อ 

เจ้าของดวงตากลมโตเป็นคนเดียวใน โลกที่อี้ป๋อยอมมอบคำว่าไว้วางใจให้ และไม่ว่าเรื่องใดในโลกนี้จะเกิดขึ้นแต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือคนที่อยู่ข้างเขาในตอนนี้จะไม่มีวันทรยศเขาและสงเฉียนจะเป็นคนสุดท้ายในโลกที่จะทำให้คู่หมั้นของตัวเองเสียใจ

หรือถ้าจะพูดอีกอย่างก็คงไม่มีใครในโลกนี้สามารถทำให้หวังอี้ป๋อเสียใจได้อีกแล้ว ในเมื่อประสาทความรับรู้และศูนย์รวมความรู้สึกที่เรียกว่า 'หัวใจ' ของเขาถูกใครบางคนทำลายมันจนสิ้นไร้ความรู้สึกหมดการรับรู้ต่อความเจ็บปวดเสียใจใด ๆ แล้วตั้งแต่ห้าปีก่อน..


TBC


.

.

.


#เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

488 ความคิดเห็น

  1. #466 warisara2425 (@warisara2425) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 02:54
    งื้อออ. ทั่นคร่ะะ. เค้ากลับมาแล้วว
    #466
    0
  2. #399 _Nenuu_ (@_Nenuu_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 15:38
    เกียมทิชชู่ดีกว่าค่ะ TT
    #399
    0
  3. #271 artificial_love (@Happyzy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 09:52
    เพราะจ้านๆแน่ๆใช่มั้ย T_T
    #271
    0
  4. #256 love-taegi (@love-taegi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 06:57
    อะไรทำให้อี้ป๋อเย็นชาแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นเมื่อ5ปีก่อนกันนะ?
    #256
    0
  5. #249 Realkwonjay (@kwazejoo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 00:21
    เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย
    #249
    0
  6. #202 Penguin_Rachael (@Penguin_Rachael) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:41
    กลิ่นมาม่ามาแต่ไกล....แงง
    #202
    0
  7. #130 najar (@yeonjee-jar) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 13:43

    ชีวิตอี้ป๋อคือดำดิ่งเลยสินะ ... เซียวจ้านมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยไหมนะ

    #130
    0
  8. #80 aineaind (@oceanblueeyes) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:15
    จ้านเกอเป็นคนทำหรอออ แงงงง
    #80
    0
  9. #47 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 00:30
    มันเกิดอะไรขึ้น
    #47
    0
  10. #11 toto (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 13:56

    อยากเสพความดราม่าน้ำตกคลอมานานเจอฟิคที่ต้องการสักที

    #11
    0
  11. #9 porpeach10 (@DinoGong_0137) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 09:57
    โห ทั่นนน อยากรู้อดีตของทั่นเลยง่ะ แง๊ ดราม่าเจ่บๆๆๆๆๆ
    #9
    0
  12. #6 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 02:24
    โอ้โหหหหหห สนุกกกกก มีแววจะลงแดงมารำไร ต้องรีบปั่นงานด่วนๆแล้ว เดี๋ยวพอมาอัพแล้วติดลมบนงานไม่ทำ แหะ
    #6
    0
  13. #2 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 01:24
    ภาษาสวยมากๆ ติดตามอยู่นะคะ
    #2
    0