ซ่อนเงาพยัคฆ์(จบแล้ว)

ตอนที่ 8 : ติดต่อหาแม่ครัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,143 ครั้ง
    20 เม.ย. 64

                “ท่านประมุขวันนี้เป็นกะเพราไก่ไข่ดาวขอรับ นางพึ่งทำมาวันนี้เป็นวันแรก ท่านประมุขจะรับเลยไหมขอรับ”

     “อืม”

      ไม่นานนักอาหารที่ชื่อกะเพราไก่ไข่ดาว ก็ถูกนำมาวางเอาไว้ที่เบื้องหน้า เว่ยหมิงลู่ชายหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจกินไปหนึ่งคำ ก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เหตุใดนางถึงได้รู้จักอาหารของท่านแม่ข้าด้วย 

      ตอนแรกที่เขามาพักที่สาขาย่อยก็เพื่อจะหลบหลีกหลานสาวคนใหม่ของมารดา ที่ได้แจ้งเอาไว้ว่าอาจจะมาพบเร็วๆนี้ ไม่คิดว่าสาขาเล็กๆในเขตชายแดนที่ห่างไกล จะมีแม่ค้ามาขายหมูปิ้งที่มารดาของเขาเคยทำให้กินตอนที่เขายังเป็นเด็ก อีกทั้งรสชาติยังดีกว่าที่มารดาเขาทำด้วยซ้ำไป มารดาเขาเคยพูดบอกกับเขาว่าหมูปิ้งนี้เป็นสูตรที่นางเรียนมาจากสวรรค์ รวมทั้งอาหารหน้าตาและชื่อเรียกแปลกๆที่เขากินมาทั้งชีวิตก็เช่นกันและเขาก็เชื่อแบบนั้นมาตลอด เพราะว่าที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่เคยเห็นว่าใครจะทำได้จริงๆ จึงได้เชื่อที่มารดาบอกจนหมดใจ

      ครั้งแรกที่มาถึงเขาถามถึงสาเหตุว่าทำไมเวลาเที่ยงวัน สมาชิกพรรคจึงต้องหายตัวไปตลอดทุกวัน ตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ เมื่อได้ยินจากปากของหลิ่วฟูองครักษ์ ที่กำลังจะไปต่อแถวซื้ออาหารอยู่เช่นกัน จึงอดไม่ได้ที่จะถามถึงสาเหตุว่าอะไร ที่ทำให้องครักษ์ของเขาถึงกับยอมเสียเวลาไปต่อแถวเพื่ออาหารข้างทางเช่นนั้น

      จนกระทั่งหลิ่วฟูได้นำหมูปิ้งกับห่ออะไรบางอย่างมาฝาก เขาถึงกับแปลกใจว่ามันคล้ายกับที่มารดาเคยทำให้กินนัก ผิดแต่สิ่งที่อยู่ในใบบัวอันนี้คือข้าวสวยธรรมดาไม่ใช่ข้าวเหนียวอย่างที่มารดาเขาทำ อาจจะเป็นเพราะว่าข้าวเหนียวแบบนั้น มันค่อนข้างจะหายากมากกระมัง

     หลังจากนั้นเขาก็สั่งให้หลิ่วฟูซื้ออาหารจากที่นั้นมาให้โดยตลอด มาวันนี้เขาก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำว่า กะเพราไก่ไข่ดาวเพราะแน่ใจว่าสิ่งนี้ต้องใช่แบบเดียวกันกับสูตรจากสวรรค์ของมารดาอีกเป็นแน่ ครั้นพอได้กินมันคล้ายกันแต่รสชาติดีกว่ามาก หรือว่าท่านแม่จำสูตรของสวรรค์มาไม่ครบกันนะ ถึงจะชื่อและหน้าตาเหมือนกันแต่รสชาติต่างกันโดยสิ้นเชิง ในตอนนั้นเขาคิดว่ามันอร่อยมากแล้ว ไม่นึกว่ามันจะมีอะไรที่อร่อยมากกว่าอีก

      “ใครเป็นคนทำ?”

      “เป็นแม่นางน้อยคนนึงที่อยู่หมู่บ้านอู่โยว่ขอรับ นางจะมาขายทุกวันตอนเที่ยงตรง ขายอยู่เพียงแค่ 1 ชั่วยามเท่านั้นก็กลับขอรับ ผู้คนถึงต้องรีบไปรอเพราะหากถึงเวลานางจะกลับทันที ไม่ว่าจะหมดหรือไม่หมดก็ตาม”

      ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่นนางน่าจะอายุเท่ากับมารดาเขาสิ เหตุใดหลิ่วฟูถึงเรียกว่าแม่นางน้อย

    “ไปสืบมาข้าอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับนาง”

      “ขอรับ”

      หลิ่วฟูถึงแม้ว่าจะแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าถามสิ่งใด นายสั่งอะไรก็ทำไปตามนั้น จึงหมุนตัวออกไปหาข่าวของแม่ค้าหน้าหวาน ที่เขาชมชอบอยู่ในใจด้วยความยินดี

 

      ในเวลาไม่นาน หลิ่วฟูก็กลับมารายงานสมกับเป็นองครักษ์ฝีมือดี

      “ตรวจสอบมาแล้วขอรับ นางคือเหมยจินจูหลานสาวของหญิงชราที่ชื่อเหมยอี้ชวนได้ยินจากชาวบ้านว่า ครอบครัวนางเสียชีวิตเพราะโจรป่า นางมีญาติเหลือเพียงคนเดียวคือท่านยายเหมยอี้ชวน นางจึงเดินทางมาของอาศัยอยู่ด้วย เมื่อราวหนึ่งเดือนก่อนขอรับ ก่อนหน้านั้นนางก็ปลูกผักทำสวนธรรมดา จนกระทั่งท่านยายเหมยอี้ชวนล้มป่วยต้องใช้เงินในการรักษาจำนวนมาก นางเองมีฝีมือในการทำอาหาร จึงได้มาขายอาหารที่ในตัวเมืองทุกวัน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าหมอและดูแลท่านยายเหมยอี้ชวนที่มีโรคประจำตัวขอรับ”

      นับว่านางมีความกตัญญูเป็นคนดีคนนึง แต่เขาอยากจะรู้ว่าสูตรจากสวรรค์นางได้มาจากที่ไหน เขาคงต้องสืบจากตัวนางก่อนอันดับแรกและอีกอย่างก็คือเขาอยากจะรู้ว่าในสูตรของสวรรค์นางทำสิ่งใดได้บ้างนอกจาก หมูปิ้งและกะเพราไก่ไข่ดาว

      “ไปหาทางติดต่อให้นางมาเป็นแม่ครัวที่นี่ เป็นเวลาสองเดือน ในระหว่างที่ข้าอยู่ที่นี่ นางต้องทำอาหารให้ข้ากินทุกมื้อ โดยแต่ละมื้อห้ามทำอาหารซ้ำกันโดยเด็ดขาด ส่วนค่าจ้างสองเดือนที่มาทำอาหารนี้ ข้าจะให้สองร้อยตำลึงทอง”

 

      สองร้อยตำลึงทองภายในสองเดือน ทำเอาหลิ่วฟูอ้าปากค้าง นี่มันมากมายอะไรขนาดนั้น ค่าจ้างแม่ครัวคนเดียวเท่ากับซื้ออำเภอเล็กๆนี่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะเหตุใดท่านประมุขถึงได้อยากได้นางมาเป็นแม่ครัวนัก หากจะเพราะว่านางงดงามก็ไม่ใช่ เพราะท่านประมุขเองก็ยังไม่เคยเห็นนางเลยสักครั้ง แต่ถึงเห็นนางท่านประมุขของเขา ก็คงไม่คิดที่จะสนใจนางอยู่ดี ตั้งแต่เขารับใช้ท่านประมุขมาสาวงามหยาดเยิ้มแค่ไหน ก็ไม่เคยเห็นว่าท่านประมุขจะชายตาแลมองพวกนางเลยสักคน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรหากผู้เป็นนายสั่ง เขาที่เป็นผู้น้อยก็รีบทำตามคำสั่งโดยเร็วจะดีกว่า

      "ขอรับท่านประมุข"

      เขายอมที่จะให้ค่าตอบแทนนางขนาดนั้น เพียงเพราะว่าอย่างน้อยนางก็เป็นเด็กกตัญญูคนนึง เขาที่เป็นผู้ใหญ่กว่านาง ก็ไม่อยากจะให้นางว่าได้ อีกอย่างหากนางทำได้อย่างที่เขาสั่งไป มันก็คุ้มกับที่ต้องเสียไปอยู่แล้ว ภายในสองเดือนนี้เขาจะต้องสืบที่มาของสูตรอาหารที่นางทำมาได้แน่

      นางเอามาจากที่ไหนใครเป็นคนมอบให้นาง เขาเคยกินอาหารของมารดามาหลายอย่างแล้ว เขาคิดว่าจำได้เกือบทั้งหมด หากมารดาของเขาได้รู้ว่ามีคนที่รู้จักสูตรจากสวรรค์เหมือนตัวเอง นางคงจะดีใจ แต่เขาต้องแน่ใจเสียก่อนว่า นางคือคนที่ทำได้จริง ถึงเวลานั้นนางจะได้พบกับมารดาของเขาแน่นอน

      พอถึงช่วงเย็นหลิ่วฟูก็กลับมา แต่ยังไม่กล้าเข้ามารายงานท่านประมุขทันที ได้แต่เดินไปเดินมาอยู่ด้านหน้าห้องของท่านประมุข แต่แล้วประตูห้องของท่านประมุขก็เปิดเอง จากการใช้กำลังภายในของท่านประมุข นั้นหมายความว่าท่านประมุขรู้ว่าเขามาถึงนานแล้ว ด้วยความที่กลัวว่าท่านประมุขจะมีโทสะ จึงเดินมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเพื่อรับโทษที่เขาไม่สามารถทำให้นางยอมรับข้อเสนอของท่านประมุขได้

      “ท่านประมุขขอรับ แม่นางจินจูไม่ตอบตกลง ที่จะมาทำการให้ขอรับ”

      “ทำไม?”

      “นางบอกว่าไม่อยากทิ้งให้ท่านยาย อยู่บ้านคนเดียวขอรับ”

      บุรุษที่สวมหน้ากากอยู่นิ่งไปนาน จนเขาอึดอัดใจไม่รู้ท่านประมุขจะไม่พอใจนางหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธท่านประมุขเลยสักคน เหมยจินจูผู้นี้คือคนแรกและคนเดียวกระมังที่กล้าหาญไม่ตอบรับคำขอของท่านประมุข เขาได้แต่ภาวนาให้ท่านประมุขไม่โกรธแม่นางจินจูมากไป จึงกลั้นใจรอฟังคำสั่งจากท่านประมุขอยู่เงียบๆ

      “นางให้เหตุผลอื่นอีก หรือขอเรียกร้องมาอีกหรือไม่”

      “นางให้เหตุผลมาขอรับ”

      ระหว่างนั้นเขาก็คิดถึงสิ่งที่นางพูดออกมาอย่างจริงใจ ตอนที่เอ่ยปากปฏิเสธเขากลับมา จึงบอกเล่าให้ท่านประมุขได้ฟัง โดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว

      “ข้าเองก็อยากจะหาเงินให้มาก เพื่อจะได้ดูแลท่านยายให้ดีกว่านี้ แต่ได้เงินมามากมายแล้วอย่างไร ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ดูแลคนที่ตัวเองรักก็ไม่ประโยชน์อะไร ภายในเวลาเพียงแค่สองเดือนของพวกท่านอาจจะเป็นเวลาเพียงแค่สองเดือนที่ข้าจะได้อยู่ดูแลท่านยายก็ได้ ท่านยายของข้าแก่มากแล้ว อีกทั้งมีโรคประจำตัวอีก ข้าหวังว่าท่านประมุขผู้ยิ่งใหญ่และมากด้วยน้ำใจ จะเข้าใจไม่บังคับให้ข้าต้องทอดทิ้งท่านยายนะเจ้าคะ”

      เว่ยหมิงลู่พยักหน้าโบกมือให้หลิ่วฟูออกไป ก่อนเดินไปจะหยุดที่หน้าต่างทอดสายตามองด้านนอกหน้าต่าง จนกระทั่งด้านนอกที่เริ่มจะมืดลงแล้วช้าๆ ตาคมกริบมีประกายกร้าวลุกโชนขึ้น 

      ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะทำมัน นั่นก็คือการที่เขาจะเดินทางไปหานางด้วยตัวเอง ในเมื่อนางมาไม่ได้เขาก็จะไปหานางเองถึงที่ เพราะว่าอย่างไรช่วงนี้เขาก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว เขาไม่ชอบสิ่งที่ไม่มีคำตอบในเมื่อเขาอยากรู้เรื่องอะไร ไม่มีสิ่งไหนมาห้ามเขาได้ ถึงนางจะปฏิเสธแล้วอย่างไร ในเมื่อเขาสั่งนางจะกล้าไม่ยอมรับอย่างนั้นหรือ หากไม่ใช่เพราะว่าอาหารที่นางทำมันคล้ายกับอาหารของท่านแม่เขาล่ะก็ เขาก็คงไม่ใส่ใจที่จะอยากได้นางมาเป็นแม่ครัวด้วยซ้ำ อันที่จริงเขาไม่เคยจะต้องให้คนไปขอร้องใคร เพียงแค่เขาเอ่ยปากไม่มีคนไหนจะกล้าปฏิเสธเขาเลยแม้แต่คนเดียว

      “หลิ่วฟู”

      “ขอรับท่านประมุข”

      หลิ่วฟูเข้ามาในห้องเมื่อได้ยินเสียงเรียกของท่านประมุขที่อยู่ในห้อง ปิดห้องเงียบไปนานตั้งแต่ได้ฟังที่เขารายงานช่วงบ่าย

      “นำทาง ข้าจะไปบ้านสตรีผู้นั้น”

      ห่ะ!?











 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.143K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #451 K@NomJeeB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 06:15
    นั้นไงอิทธิฤทธิ์กระเพาะไก่ไข่ดาว เดี่ยวเจอเมนูอื่นแล้วท่านประมุขจะหลงรักทั้งคนทั้งอาหาร อิอิ
    #451
    0
  2. #5 nill_ar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 05:07

    เค้าจะเจอกัน?????!!!!!

    #5
    0
  3. #4 kan-ning (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 01:24

    สนุกมากจ้า ติดตามทั้ง3เรื่องเลย สนุกทั้ง3เรื่อง รออออนะคะ

    #4
    0