ซ่อนเงาพยัคฆ์(จบแล้ว)

ตอนที่ 7 : แม่ค้าหน้าหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,133 ครั้ง
    20 เม.ย. 64

                “ท่านยายออกมาทำไมเจ้าคะ อีกนิดเดียวข้าก็ทำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ เมื่อวานท่านยายไข้ขึ้น ข้าเป็นห่วงแทบแย่เลย”

       “ยายไม่เป็นไรแล้ว ก็แค่โรคเก่ายายชินแล้ว แล้วนี่เจ้าทำถึงไหนแล้ว มาช่วยกันดีกว่าจะได้เสร็จเร็วๆ”

      เหมยอี้ชวนไม่รอให้จินจูได้ปฏิเสธ นางรีบดึงใบบัวจากมือจินจูมาห่อช่วยนางทันที

      “เดี๋ยวอิงอิงก็มาช่วยแล้วเจ้าค่ะ ท่านยายไปพักผ่อนเถอะ ข้าขอร้องนะเจ้าคะ”

      เหมยอี้ชวนเห็นหลานสาวคนงามออดอ้อนทำหน้าตาน่าสงสาร จึงถอนใจเฮือกใหญ่ยอมวางมือแต่โดยดี ในเมื่อจินจูเป็นห่วงนางมาก ไม่อยากให้นางเจ็บป่วย นางก็ควรจะดูแลตัวเองให้ดี จินจูจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับนางมากกว่าเดิม จึงยอมเดินกลับไปพักผ่อนในห้องต่อไป

      “ข้ามาแล้วพี่จินจู มีอะไรให้ข้าช่วยบ้างเจ้าคะ”

      “มีเยอะเลยเจ้ามาห่ออันนี้ให้พี่ก่อน ทำแบบนี้นะ เดี๋ยวพี่ไปทำหมูปิ้งก่อน”

      “เจ้าคะพี่จินจู”

      อิงอิงมองพี่สาวคนงามด้วยความชื่นชม นางพบพี่จิงจูตอนที่ท่านยายพาไปแนะนำตัวกับคนในหมู่บ้านฝากให้ช่วยดูแลหลานสาว หากว่านางเป็นอะไรไป เริ่มแรกอิงอิงชอบพี่สาวเพราะว่านางงดงาม แต่พอได้รู้จักพี่สาวทำอาหารเก่งมาก จนนางติดตามขอมาเรียนรู้ช่วยงาน

      ฝ่ายจินจูนางกำลังง่วนกับการทำอาหารเพื่อเตรียมเอาไปขาย ตรงเขตชายแดนใกล้ๆหมู่บ้าน นางเลือกทำอาหารขายเพื่อหารายได้เพิ่มจากการปลูกผักขายของท่านยาย นางไม่ถนัดทำอย่างอื่น โชคดีนางมีความสามารถทำอาหารเป็นอย่างเดียว และในยุคนี้ผู้คนต่างแปลกใจแต่ติดใจในรสชาติอาหารแปลกตาที่นางทำ ถึงแม้ว่าท่านยายจะไม่เห็นด้วย เพราะนางเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือนจะไปยืนขายของแบบนั้นได้อย่างไร

       จนนางขอร้องว่านางจะขายเพียงไม่นานเท่านั้น ก็จะรีบกลับขอเวลาแค่หนึ่งชั่วยามหากขายไม่หมดนางก็จะกลับมาทันที ท่านยายจึงยอมตกลง อาหารอย่างแรกคือหมูปิ้งกับข้าวสวยห่อใบตองชุดละ50อีแปะ เกือบสามสิบห่อเพื่อเตรียมไปขายโดยที่ไม่แน่ใจว่าจะขายได้หรือไม่ สุดท้ายก็ขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว

      ใช้เวลาไม่นานได้เงินตั้ง 1 ตำลึงเงินกับ 500 อีแปะ ขายผักทั้งวันยังไม่ได้ขนาดนี้เลย ท่านยายก็เลยยอมให้นางทำต่อ จนกระทั่งมีอิงอิงมาช่วยงาน ท่านยายจึงเบาใจขึ้น ไม่เป็นห่วงมากเหมือนเมื่อก่อน

      วันนี้นางทำหมูปิ้งขายเหมือนเดิม เพิ่มจากเดิมเป็น 50 ชุดเพราะว่านางเอาไปขายไม่ถึง 2 เค่อก็หมดแล้ว ยังมีเวลาทำผัดกะเพราไก่ไข่ดาวเพิ่มอีก 30 ห่อ แต่ก็ไม่กล้าทำเยอะ ไม่รู้ว่าจะมีคนกินเป็นหรือเปล่า หากนางขายได้ทั้งหมด นางจะได้เงินเกือบสี่ตำลึงเงินเลยทีเดียว นางตั้งใจจะซื้อผ้ามาทำผ้าห่มอุ่นๆให้ท่านยายในหน้าหนาวนี้ท่านยายจะได้หายป่วยสักที

 

      “พี่จินจู ขอข้าลองชิมอันนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ”

      เหมยจินจูมองอิงอิงที่น้ำลายใกล้จะไหล ด้วยความเอ็นดู

      “ได้สิพี่เตรียมเอาไว้ ให้เจ้าไปฝากท่านลุงกับท่านป้าด้วยอย่าลืมเอาไปด้วยล่ะ”

      “ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่จินจูใจดีที่สุดเลย”

      อิงอิงยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะเอาตะกร้าที่จินจูเอาให้วิ่งกลับไปบ้านอย่างรวดเร็ว จินจูมองตามอิงอิงที่วิ่งไปยกยิ้มบางๆให้กับความน่ารักของเพื่อนตัวน้อย ในชาติก่อนนางไม่เคยมีเพื่อนเลยเพราะว่าต้องทำงานและป้าก็ไม่ชอบให้คนมาวุ่นวายกับนางมาก กลัวว่าคนจะรู้ว่านางถูกป้าทำร้ายอยู่บ่อยๆ มาที่นี่อิงอิงสาวน้อยในวัย 11 ปีคนนี้ จึงเป็นเพื่อนคนแรกที่นางมี อย่างน้อยนอกจากมีท่านยายแล้วนางก็ไม่ต้องรู้สึกโดดเดียวอีกต่อไป

      พอเอาอาหารไปส่งที่บ้านก่อน อิงอิงก็รีบกลับมาช่วยจินจูขายอาหาร นางสนุกทุกครั้งที่ได้มาช่วย เพราะถึงเวลาตั้งร้านทีผู้คนก็แห่มาซื้ออาหารของพี่จินจูอย่างมากมาย ใช้เวลาไม่นานแถมได้รับค่าตอบแทน ครั้งละ 300 อีแปะทุกครั้งที่มาช่วยงาน นางได้เงินมากกว่าที่ท่านแม่ไปรับจ้างเก็บผักซะอีก จะไม่ดีใจได้อย่างไร จนตอนนี้ท่านแม่ยังเอ่ยปากถาม ว่าพี่จินจูยังรับคนช่วยงานเพิ่มอีกหรือไม่ ถ้าหากรับให้รีบมาบอกท่านแม่ทันที

      “ไปกันเถอะอิงอิง พี่จิวฟูมาถึงหรือยัง จะได้ช่วยกันขนขึ้นรถ”

      พี่จิวฟูก็คือพี่เขยของอิงอิงที่ไม่มีงานทำ เพราะบาดเจ็บจากการไปเก็บหาของป่า แม้จะตกลงเหวแต่ก็ไม่ถึงแก่ชีวิตมีเพียงขาซ้ายพิการผิดรูป ไม่มีใครรับเข้าทำงาน นางสงสารจึงชวนมาขับรถม้ารับจ้างขนของวันละ 500 อีแปะ เพียงเท่านี้จิวฟูก็ก้มหัวเอ่ยแต่คำว่าขอบคุณคุณหนูๆไม่หยุด จนนางห้ามแทบไม่ทันเพราะนางไม่ใช่คุณหนูที่ไหน แต่ไม่ว่าอย่างไร พี่จิวฟูก็เรียกนางแบบนั้นอยู่ดี

      “มาแล้วเจ้าค่ะ”

      “ข้าขนขึ้นรถเอง คุณหนูไม่ต้องช่วยขนขอรับ มันไม่ได้หนักอะไรข้าทำได้คุณหนูได้ ไปรอที่รถเถอะขอรับ”

      จินจูมองไปที่สิ่งของมันไม่หนักมากเท่าไหร่นัก จึงพยักหน้ายอมให้จิวฟูขนของอยู่คนเดียว ไม่นานก็เสร็จจึงพากันเดินทางไปยังที่ขายของประจำทันที

      “นางใกล้มาถึงหรือยัง เข้าไปดูซิ”

      “ข้ามารอนางก่อน พวกเจ้านั่นแหละต้องไปดู”

      “หากช้าเกินไป พวกเจ้าก็มายืนที่ข้า ข้ารู้ทันพวกเจ้า อย่ามาหลอกเสียให้ยากเลย”

      เสียงเซ็งแซ่ดังมาจากแถวที่ยาวเหยียด ทุกคนต่างรู้กันว่ามารออะไร พวกเขาต่างมารอแม่ค้าหน้าหวานที่เดือนกว่าแล้ว จะมายืนขายอาหารที่เดิมตรงนี้ทุกวัน พวกเขาต่างพากันไม่ไปกินอาหารที่บ้านหรือโรงเตี๊ยมแต่กลับเฝ้ารอกินอาหารฝีมือนางที่นี่ นางที่ไม่เพียงทำอาหารอร่อยและแปลกใหม่ ตัวนางยังงดงามราวกับเทพธิดาอีกด้วย ทุกคนที่มาก็หวังจะเกี้ยวพาแม่นางคนงามทั้งนั้น แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรดูเหมือนแม่นางผู้นั้น จะไม่ได้รับรู้เลยว่าพวกเขามารอคอยแบบนี้ทุกวัน ไม่ใช่เพราะอาหารที่อร่อยอย่างเดียว พวกเขายังรอที่จะได้พบได้คุยกับนางด้วย

      ร่างหญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อน ปักลายดอกไป่เหอเรียบง่าย ก้าวลงจากรถม้ามา ทุกเสียงที่ดังเซ็งแซ่เมื่อสักครู่ต่างก็เงียบลงทันที ทุกคนมองไปที่หญิงสาวนางนั้นเป็นตาเดียวทุกอย่างเงียบสนิทซะจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจ

 

      เหมยจินจูมองไปที่หน้าร้าน เห็นผู้คนมากมายมารอซื้ออาหารของนางก็ดีใจ หวังว่าผัดกะเพราไข่ดาวของนางจะขายออกบ้าง นางจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น คนที่นี่ชอบกินอาหารแบบใหม่ของนางนัก ไม่ว่าจะทำอะไรออกมาล้วนขายได้หมด หากว่าเป็นอย่างนี้ตลอดไปความฝันที่จะสร้างบ้านให้ท่านยายก็คงไม่ไกลนัก

      เหมยจินจูไม่เคยรู้เลยว่า แท้จริงแล้วทุกคนมาเพราะความงามของนางเพราะตั้งแต่มาอยู่ร่างนี้นางไม่เคยสนใจกับรูปร่างหน้าตาตัวเองเลย จึงไม่ได้รู้ว่าหน้าตาของตัวเองเป็นแบบไหน ชาติก่อนแค่เวลานอนเวลากินยังแทบไม่มี นางจึงไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องของหน้าตามาตลอด ชาตินี้นางเห็นหน้าตานี้ผ่านความทรงจำก็แต่งหน้าเข้มมาโดยตลอดจนไม่รู้ว่าใบหน้าตอนนี้จริงๆหน้าตาเป็นอย่างไร นางต้องการเพียงแค่หาเงินเอาไว้มากๆ เพื่อดูแลท่านยายให้ได้สบาย

      จะมีเวลาสนใจอะไรกับรูปกายภายนอก กระจกในบ้านยังไม่มีด้วยซ้ำ สภาพสาวหน้าใสไร้เครื่องประทินโฉม มีเพียงปิ่นที่ท่านยายให้ปักไว้ง่ายๆ ไม่พิถีพิถันในการแต่งตัว แต่กลับดึงดูดผู้คนได้มากมาย

     ภาพหญิงสาวในชุดสีฟ้ากลางเก่ากลางใหม่ เอ่ยแนะนำวิธีกินอาหารชวนให้ทุกคนที่เดินผ่านไปมาจะต้องหยุดฟังเสียงหวานใสนั้น แต่พอเห็นใบหน้าเจ้าของเสียงหวาน ยิ่งสะกดสายตาทุกคน ก้าวข้าแทบไม่ออก โดยเฉพาะบรรดาหนุ่มและไม่หนุ่มทั้งหลาย เมื่อพบปะใบหน้าหวานซึ้งที่คลี่ยิ้มไปพูดไป ชวนให้ลุ่มหลงเสน่ห์ของนาง กลีบปากอิ่มสวยที่ขยับขึ้นลงยามเอ่ยวาจา ทำให้อยากจะยืนฟังนางให้นานกว่านี้อีกสักนิด รวมถึงท่าทางที่เป็นธรรมชาติไร้ซึ่งจริตมารยาของนาง กลับกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดมากกว่าสตรีที่ทำท่าเขินอายชม้ายชายตาทั่วไปเสียอีก     ภาพหญิงสาวในชุดสีฟ้ากลางเก่ากลางใหม่ เอ่ยแนะนำวิธีกินอาหารชวนให้ทุกคนที่เดินผ่านไปมาจะต้องหยุดฟังเสียงหวานใสนั้น แต่พอเห็นใบหน้าเจ้าของเสียงหวาน ยิ่งสะกดสายตาทุกคน ก้าวข้าแทบไม่ออก โดยเฉพาะบรรดาหนุ่มและไม่หนุ่มทั้งหลาย เมื่อพบปะใบหน้าหวานซึ้งที่คลี่ยิ้มไปพูดไป ชวนให้ลุ่มหลงเสน่ห์ของนาง กลีบปากอิ่มสวยที่ขยับขึ้นลงยามเอ่ยวาจา ทำให้อยากจะยืนฟังนางให้นานกว่านี้อีกสักนิด รวมถึงท่าทางที่เป็นธรรมชาติไร้ซึ่งจริตมารยาของนาง กลับกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดมากกว่าสตรีที่ทำท่าเขินอายชม้ายชายตาทั่วไปเสียอีก



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.133K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #503 fsn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 22:35

    โอ้ย อิจคนทำกับข้าวเก่ง

    #503
    0
  2. #477 rainy_blue_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 02:11
    ง่วนกำการทำหารเพ่อ = ง่วนกับการทำอาหารเพื่อ

    อันนี้ผิดเกือบทั้งประโยคเลย ไม่น่าเชื่อ 5555
    #477
    0
  3. #450 K@NomJeeB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 06:07

    ต้องให้ท่านประมุขได้ชิมกระเพาะไก่ไข่ดาว แล้วท่านจะติดใจทั้งอาหารและแม่ค้า
    #450
    0
  4. #417 nnppnew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 14:18
    เจ้าคะ กับเจ้าค่ะบางประโยคยังใช้สลับกันอยู่เลยนะคะ
    #417
    0
  5. #405 pongladapapoom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:34

    สนุกมาก หิวเลย น่ารักมากมาย
    #405
    0
  6. #2 I don't get it (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 07:17
    อ่านแล้วอยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้งเลย
    #2
    0