ซ่อนเงาพยัคฆ์(จบแล้ว)

ตอนที่ 5 : เหมยจินจู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,176 ครั้ง
    19 เม.ย. 64

                         พอแสงสว่างยามเช้าตกกระทบสิ่งต่างๆ พอได้มองเห็น มุกดาในร่างของหวังลี่เลี่ยนก็เริ่มเดินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีจุดหมาย เดินไปข้างหน้าที่ตรงข้ามกับรถม้าเมื่อคืนขับออกไป จากในความทรงจำทางทิศนี้คงเป็นเขตแดนของแคว้นเว่ย แต่พอถึงที่นั้นแล้วเธอจะเข้าไปเมืองได้อย่างไรในเมื่อเธอไม่มีป้ายพลเมืองแคว้นเว่ยเลย แถมยังเป็นนักโทษของแคว้นหยางอีกต่างหาก แล้วก็ไม่มีเงินติดตัวพอจะให้สินบนทหารเฝ้าประตูได้อีก

      ร่างของนางทนต่อการเดินทางยาวนานแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ จึงล้มตัวลงนั่งตรงต้นไม้ตามแนวข้างกำแพง ในสมองพยายามคิดหาวิธีเพื่อที่จะลอบเข้าไปในเมือง โดยที่ไม่ต้องใช้เงิน

       เหมยอี้ชวนกลับมาจากในเมืองโดยอาศัยรถม้าของชาวบ้านที่ต้องการจะเข้าไปในเมืองเหมือนกัน นางต้องการออกไปซื้อยาเพราะช่วงใกล้หน้าหนาวเมื่อไหร่ นางจะจับไข้ตอนกลางคืนตลอด จึงต้องไปหาหมอเพื่อเตรียมยาเอาไว้เสียก่อน นางต้องดูแลตัวเองแถมเหลือตัวคนเดียวมาตั้งนานแล้ว เป็นหม้ายสามีที่เสียชีวิตจากภัยแล้งสมัยก่อน ไม่เหมือนตอนนี้ที่อุดมสมบูรณ์เพราะมีเทพธิดาหวังลี่เหยาคอยคุ้มครอง 

       ต่อมาบุตรสาวของนางก็เสียชีวิตลงเพราะร่างกายอ่อนแอ ป่วยติดเตียงมาตั้งแต่ตอนอายุ14ปี ตัวนางในวัย 67 ก็คือไม้ใกล้ฝั่งจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ได้ ครั้นพอนางกำลังจะเดินกลับบ้าน หางตามองเห็นหญิงสาวคนนึงนั่งกอดเข่าสภาพมอมแมมอยู่ข้างต้นไม้ก็นึกสงสาร จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาเพื่อกล่าวเตือนให้ระวังตัว

      “แม่หนูทำไมมานั่งตรงนี้เล่า มันอันตรายรู้หรือไม่”

      มุกดาเงยหน้าขึ้น เห็นเป็นหญิงชราอายุราว 60 กว่าๆ หน้าตาใจดี ยืนอยู่ใกล้ๆ สายตามองมาที่นางด้วยความจริงใจ ทำให้นางคิดถึงย่าของตัวเอง ความอ่อนโยนแบบนี้หากย่ายังมีชีวิตอยู่ เธอคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยิ่งคิดยิ่งร้องไห้ไม่หยุด กระทั่งยายชราตกใจ นั่งลงปลอบประโลมนางที่กำลังร้องไห้แทบขาดใจด้วยความสงสาร 

      หลังจากที่หยุดร้องไห้แล้ว ท่านยายก็ถามเรื่องนางหลายอย่าง  นางจึงแสร้งเล่าว่าชื่อจินจู เป็นบุตรสาวพ่อค้าที่แคว้นอื่น ท่านพ่อถูกฆ่าตายนางไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนให้พึ่งพา ผลัดหลงมายังไม่รู้จะไปที่ไหนต่อจึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ ยายเหมยได้ยินก็นึกสงสารดูจากที่เห็นนางคงเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีจริงๆ พอมองนางก็ทำให้คิดถึงบุตรสาวของตัวเองที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน จึงเกิดความสงสารในเมื่อนางเองก็ไม่มีลูกหลานเหลือแล้ว คงไม่ผิดถ้านางจะมีหลานบุญธรรมมาเพิ่ม จึงตัดสินใจเอ่ยปากบอกสิ่งที่กำลังคิดออกไป

      “จินจูหากเจ้าไม่มีใคร ถ้างั้นเจ้าอยากจะมาเป็นหลานสาวของยายแก่ๆคนนี้หรือไม่ ยายเองก็อยู่คนเดียวไม่มีใครเหมือนกัน ถ้าเจ้าไม่รังเกียจว่ายายยากจน ยายก็ยินดีจะพาเจ้าไปด้วย”

      มุกดาดีใจมากที่ยายรับนางเป็นหลานสาว ตั้งใจเอาไว้ว่าจะดูแลท่านยายอย่างดีที่สุด เพื่อตอบแทนทุกอย่างที่ท่านยายมอบชีวิตใหม่ให้กับนาง จึงรีบลุกขึ้นทำความเคารพท่านยายพร้อมกับกล่าวขอบคุณไม่หยุด

      “ต่อไปจินจูจะดูแลท่านยายอย่างดีเจ้าค่ะ จินจูขอบคุณท่านยายที่เมตตาเจ้าค่ะ”

 

      “พอเถิดมา จินจูหลานยายไปบ้านยายกัน เจ้าคงจะหิวแล้วเดี๋ยวยายหาอะไรให้กินก่อน มาเถอะ ”

      เหมยอี้ชวนจับแขนหลานสาวบุญธรรมให้ลุกขึ้น เพื่อเดินทางไปบ้านของนางที่อยู่นอกเมืองแคว้นเว่ย เพราะดูท่าทางแล้วก่อนที่จินจูจะมาพบนางคงจะลำบากไม่น้อย ดูจากคราบสกปรกบนชุดที่คิดว่าเคยงดงามมีริ้วรอยฉีกขาดไม่น้อย รวมถึงใบหน้าที่เลอะเครื่องประทินผิวที่มองแทบไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางนี่อีก จึงต้องรีบพานางไปอาบน้ำกินข้าวเสียก่อน

      เมื่อมาถึงหมู่บ้านท่านยายเหมยให้จินจูเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายของตัวเองก่อน นางจึงเข้าครัวทำอาหารให้หลานสาวคนใหม่ได้กิน หวังลี่เลี่ยนที่ตอนนี้กลายเป็นจินจูไปแล้วมองไปรอบๆบ้านของท่านยาย จึงรู้ว่าท่านยายของนางคงจะลำบากไม่น้อย ที่อยู่ตัวคนเดียวแบบนี้ ต่อไปนางจะทำงานให้หนักท่านยายจะได้ไม่ลำบากอีก จินจูรีบอาบน้ำเพราะรู้ว่าท่านยายกำลังทำอาหารให้นางอยู่นาง จึงรีบอาบน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไปช่วยท่านยายทำอาหาร

      เหมยอี้ชวนมองร่างที่ก้าวออกมาจากห้องของบุตรสาวตาค้าง ภาพของจินจูหลานสาวคนใหม่สวมใส่ชุดของบุตรสาวของนางที่จากไปแล้ว ช่างสวยงดงามอย่างแท้จริง ใบหน้าเรียวเรียบเนียนใสแก้มสีชมพูอ่อนริมฝีปากสีแดงอิ่มเอิบ ผิวพรรณขาวเนียนใสจนแทบไม่มีที่ตินี่คือหลานสาวของนางแน่ใช่หรือไม่

      ต่อไปคงต้องคอยระวังไม่ให้มีแมลงมาคอยรบกวน หลานสาวคนนี้ให้ดีซะแล้ว

      ด้านเหมยจินจูไม่รู้ว่าท่านยายกำลังคิดอะไรอยู่ รู้แต่ว่าต้องรีบมาช่วยท่านยายทำอาหารมื้อนี้ก่อน

      “ท่านยายเจ้าคะ ข้าทำเองเจ้าคะ ท่านยายไปพักเถอะเจ้าคะ”

      จินจูดึงตัวท่านยายให้มานั่งรอ นางจะช่วยทำอาหารเอง บริเวณห้องโถงกลางนางรินชาร้อนเอาไว้เพื่อให้ท่านยายพัก แล้วรีบไปทำอาหารท่ามกลางความรู้สึกเต็มตื้นในใจของเหมยอี้ชวน นานแล้วที่นางไม่เคยรู้สึกถึงการมีใครมาคอยดูแลแบบนี้ จึงยอมปล่อยให้หลานสาวคนใหม่ทำอาหารอยู่เพียงคนเดียวในครัว

      จินจูมองสิ่งของที่มีอยู่ในครัวเพื่อทำอาหาร พอเห็นว่ามีไข่มีหมูมีปลาแล้วก็มีผักกาดขาวและผักอื่นๆอีกนิดหน่อย นางจึงตัดสินใจทำอาหารง่ายๆทำเร็วๆไปก่อนเพราะนางเองก็หิวมากเช่นกัน จึงตัดสินใจทำแกงจืดไข่น้ำ หมูผัดเปรี้ยวหวานแล้วก็ปลานึ่งซีอิ๊ว แค่สามอย่างก็พอสำหรับคนสองคน จินจูเริ่มจุดไฟจากกิ่งไม้ ซึ่งไม่เป็นปัญหาสำหรับนางเพราะเวลาทำกับข้าวบางอย่างต้องใช้เตาถ่านนางจึงคุ้นเคยกับการก่อไฟแบบนี้ดี

      นางเริ่มหุงข้าวแบบเช็ดน้ำเหมือนสมัยเข้าค่ายที่โรงเรียนก่อนจะหันมาเตรียมของเพื่อทำกับข้าวต่อ ดีที่ทักษะการใช้มีดนางยังใช้ได้ดีเหมือนครั้งที่เป็นมุกดาที่ต้องช่วยทำอาหารให้ป้า วันละเป็นสิบอย่างแถมหม้อขนาดสามสิบกิโลทั้งนั้นอยู่นานหลายปี การที่ต้องทำแบบนั้นทุกวันทำให้นางจัดเวลาได้ดีขึ้น เพราะถ้าช้านั้นก็หมายความว่านางอาจจะไม่ได้นอนเลย จึงทำให้นางมีทักษะทำอาหารได้หลายอย่างภายในเวลาอันรวดเร็ว

      “ท่านยายอาหารเสร็จแล้วเจ้าค่ะ ข้าทำแกงจืดไข่น้ำให้ท่านยายกินร้อนๆจะได้อุ่นท้องเจ้าค่ะ แล้วนี่ก็ผัดเปรี้ยวหวาน อันนี้คือปลานึ่งซีอิ๊ว เจ้าคะ”

      เหมยอี้ชวนมองกับข้าวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ หลานสาวคนใหม่ของนางทำกับข้าวได้เก่งขนาดนี้เลยหรือ ครั้นพอกินเข้าไปก็ยิ่งแปลกใจในรสชาติของอาหารนั้นดีมากทุกอย่าง อาหารพวกนี้นางไม่เคยเห็นใครทำ คงจะเป็นอาหารของแคว้นที่จินจูจากมากระมัง

 

      “จินจูอาหารที่เจ้าทำ อร่อยมากเจ้ารู้หรือไม่ ยายกินเยอะมากอย่างที่ไม่เคยกินมากขนาดนี้มาก่อน”

      เหมยอี้ชวนเอ่ยชมยิ้มๆ หลังจากที่จินจูกลับมาจากการล้างถ้วยชาม นางจึงยกมือลูบหัวหลานสาวคนใหม่เบาๆ ด้วยความเอ็นดู

      “ต่อไปนี้ข้าจะทำให้ท่านยายได้กินทุกวันเลยเจ้าคะ ท่านยายไม่ต้องลำบาก ข้าจะทำงานทุกอย่างแทนท่านยายเอง ขอท่านยายพักดูแลตัวเองก็พอเจ้าคะ และห้ามเจ็บป่วยด้วยนะเจ้าคะ”

      “ฮ่าฮ่า เจ้าเด็กคนนี้นี่ ใครจะห้ามป่วยห้ามตายได้เล่า เอาเถอะเลิกทำท่าจะร้องไห้ได้แล้ วยายยังไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกยังอยากจะอยู่ให้เจ้าดูแลอีกนาน”

      จินจูกอดเอวท่านยายเอาไว้แน่น นางกลัวว่าท่านยายจะจากเหมือนย่าของนาง จะทำให้นางต้องอยู่คนเดียวอีก นางไม่อยากอยู่ในสภาพเดิมอีกแล้ว

      “พอได้แล้วอย่าร้องไห้ มาเถอะยายจะพาเจ้าไปแนะนำตัวให้ผู้หลักผู้ใหญ่ได้รู้จัก เพื่อแจ้งย้ายชื่อของเจ้าเข้าตระกูลเหมยของยาย มาอยู่แคว้นเว่ยกับยายที่นี่ดีหรือไม่”

      จินจูจึงหยุดร้องไห้พยักหน้ารับ รีบเช็ดน้ำตาก่อนจะเดินตามท่านยายที่จูงมือพาออกไปเพื่อเข้าในหมู่บ้าน เมื่อถึงอำเภอท่านยายได้แจ้งกับทางอำเภอว่านางคือหลานสาวห่างๆที่ไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนอีกมาจากต่างแคว้น จึงขอทำเรื่องมาอยู่กับนางที่แคว้นเว่ยนี้ ทางอำเภอก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากมาย เพราะรู้จักท่านยายอยู่แล้ว ชื่อของนางตอนนี้จึงมีชื่อว่า...

      'เหมยจินจู' หลานสาวคนเดียวของท่านยายเหมยอี้ชวนนับตั้งแต่บัดนี้





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.176K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #498 loognamfzt403 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 09:03
    ดีจัง ขอให้มีชีวิตที่ดี มีความสุข
    #498
    0
  2. #495 pkst (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 05:36
    บ้านอยู่อย่างลำบากกับข้าวหลายอย่างและมีหมูกินนี่ไม่ลำบากเท่าไหร่นะ ส่วนมากหมูจะกินวันสำคัญหรือช่วงเทศกาลซะมากกว่า
    #495
    0
  3. #258 BrightBrightoh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 11:49
    นางเอกน่ารักมาก สู้ๆนะเธอออ
    #258
    0