ซ่อนเงาพยัคฆ์(จบแล้ว)

ตอนที่ 18 : คนล้างผัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,770
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 957 ครั้ง
    20 เม.ย. 64

            เหมยจินจูเดินเลือกซื้ออาหารสดอย่างยากลำบากที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ว่านางจะต้องแบกของมากมายเหมือนตอนขายข้าวแกง เพราะมีคนช่วยถือของอย่างหลิ่วฟูกับองครักษ์ของเว่ยหมิงลู่คอยช่วยเหลือนางตลอดเวลา นางแค่หยิบจับนิดหน่อยแค่นั้นเอง แถมยังมีคนจ่ายเงินทุกอย่างที่นางต้องการ

      แต่ที่นางบอกว่าลำบากก็คือระหว่างที่นางเลือกซื้อของตลอดเวลาเกือบ 1 ชั่วยามที่ผ่านมา มือของนางไม่ว่างแม้จะยกขึ้นมาเสยผมก็ทำไม่ได้ 

      เพราะเว่ยหมิงลู่ไม่ยอมปล่อยมือนางเลยตั้งแต่ลงจากรถม้าแล้ว ตอนนี้มือของนางทั้งร้อนทั้งชื้นเหงื่อไปหมดแล้ว ถึงแม้ว่านางลองพยายามดึงมือออกจากเขา ทำท่าจะหยิบของทั้งสองมือ เขาก็ทำเหมือนจะไม่เข้าใจ ทำเอานางจะบ้าตายอยู่แล้ว ไม่รู้วันนี้อะไรทำให้ท่านประมุขผู้เฉยชาคนนี้ ถึงได้เปลี่ยนไปกลายเป็นคนที่ชอบก่อกวนนางแบบนี้ไปแล้ว

      “ท่านปล่อยมือข้าก่อนได้ไหมเจ้าคะ ข้าซื้อของไม่ค่อยถนัดเลยเจ้าค่ะ”

      “พี่กลัวว่าคนเยอะแยะ หากไม่ระวังจะถูกชนจนล้มเอา จับมือพี่เอาไว้จะได้ปลอดภัย”

      นับเป็นประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่เขาคุยกับนาง ดวงตาคู่งามกวาดตามองผู้คนที่เดินผ่านไปมาที่พากันมองเขากับนางกันแทบทุกคนที่เดินผ่าน นางก็อายเป็นนะคนตั้งมากมายมองทางนี้เป็นจุดเดียวเลย

      “งั้นเรารีบซื้อรีบกลับกันเถอะเจ้าคะ เดี๋ยวจะกลับไปทำอาหารเย็นไม่ทัน”

      ในเมื่อขอเขาไม่ได้ นางก็รีบออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วกัน คราวหน้านางคงจะไม่กล้ามาพร้อมกันกับเขาอีกต่อไปแล้ว

     “วันนี้เราไปกินข้าวกับท่านยายดีไหม เจ้าไม่อยู่กินข้าวกันท่านยายนานแล้วนี่”

 

      “จริงหรือเจ้าคะ ดีเจ้าค่ะ ดีมากเลย”

      เว่ยหมิงลู่เห็นนางแย้มยิ้มมีความสุข เขาก็สบายใจขึ้น ตลอดทางระหว่างมาซื้อของไม่ใช่นางคนเดียวที่อาย คนอื่นที่มองมาตัวเขาก็อายไม่ใช่น้อย ดีที่เขาสวมหน้ากากเอาไว้ แล้วอายกับสภาพนี้ของตัวเองแค่ไหน ประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬมาจ่ายตลาด หากว่าใครที่รู้จักมาเห็นเข้าโดยเฉพาะท่านแม่ หากนางเจอเขาตอนนี้ก็คงไม่เชื่อว่าเขาจะทำแบบนี้ คนอื่นก็เลยไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากกำลังอับอายมากแค่ไหน

      "เจ้าอยากจะได้อะไรเพิ่ม ก็ให้หลิ่วฟูมาซื้อให้ ต่อไปไม่ต้องมาเองแล้วนะ"

      ชีวิตนี้ของเว่ยหมิงลู่คนนี้ ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้เขาไม่เคยที่จะทำตัวแบบนี้มาก่อน เขาเป็นถึงประมุขพรรคที่ยิ่งใหญ่ กลับบังคับจับมือสตรีโดยที่นางไม่เต็มใจ ตัวเขาเองก็รู้ แต่เขาเพียงแต่กำลังพยายามที่จะทำให้นางสนิทสนมกับเขาให้เร็วที่สุด เขาจึงคิดว่าทำแบบนี้นางจะได้สนิทกับเขามากขึ้นแล้วก็เลิกกลัวเขาเสียที

      เพราะขนาดหลิ่วฟูที่พบนางพร้อมกันกับเขา นางก็ยังยอมสนิทสนมกับเขาเรียกพี่หลิ่วฟูตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันด้วยซ้ำไป แต่กับเขาที่พยายามทำตัวใกล้ชิดกับนางตลอดเวลา แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังไม่เรียกเขาว่าพี่เลยสักที

      หรือว่าตัวเขาจะดูแก่เกินไปสำหรับนาง เพราะว่าขนาดองครักษ์ของเขา นางยังเรียกพี่หลิ่วฟูหรือแม้แต่คนขับรถม้าอย่างจิวฟูนางก็ยังเรียกพี่ได้เลย แต่กับเขานางกลับเรียกนายท่านอยู่ได้ เขาไม่อยากจะยอมรับว่าเขากำลังอิจฉาหรอกนะ แต่เขาก็อิจฉาพวกนั้นจริงๆ

      “ข้าซื้อเสร็จแล้วเจ้าคะ เรากลับกันเลยนะเจ้าคะ พี่หลิ่วฟูข้าฝากอันนี้ไปให้พี่จิวฟูกับอิงอิงด้วยนะเจ้าคะ บอกว่าข้าซื้อมาฝาก”

      วันนี้นางไม่ได้พาอิงอิงไปเที่ยวตลาดเลย เพราะมัวแต่ตัวติดกันเป็นตังเมกับท่านประมุขอยู่ ป่านนี้คงบ่นมากมายแล้วกระมัง เพราะไม่มีใครซื้อขนมให้กิน นางจึงตั้งใจซื้อไปฝากนางกับพี่จิวฟูเอาไปเผื่อคนที่บ้านด้วย

      “ขอรับคุณหนูจินจู”

      หลิ่วฟูทำตามคำสั่งได้อย่างดี ทั้งคู่จึงขึ้นไปรอเขาที่รถ

      “วันนี้เจ้าจะทำอะไรให้พี่กิน”

      เว่ยหมิงลู่ถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่เริ่มจะอึดอัด เพราะยังทำตัวไม่ถูกกัน

 

      “ท่านอยากกินประเภทไหนเป็นพิเศษเจ้าคะ ข้าซื้อของมาหลายอย่างเลยเจ้าคะ ขอเพียงบอกมาข้าจะทำให้สุดฝีมือเพื่อขอบคุณท่านที่ช่วยจ่ายของทั้งหมดให้ข้าด้วยเจ้าคะ”

      นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ดวงตาเป็นประกายตั้งแต่เขาบอกจะไปกินอาหารบ้านนางพร้อมท่านยายแล้ว ท่าทางนางคงจะคิดถึงยายมากจริงๆ ก็อย่างว่าเขาแทบจะผูกขาดตัวนางเอาไว้คนเดียวเลยทั้งเช้า กลางวัน และก็ตอนเย็น แถมแต่ละมื้อเขาถ่วงเวลาเพื่อให้นางอยู่กับเขานานๆไปเกือบจะ 2 ชั่วยามแทบทุกมื้อเลย ที่ผ่านมาเขาคงเอาแต่ใจตัวเองเกินไปจริงๆ

      “อะไรก็ได้แล้วแต่เจ้า ต่อไปพี่จะไปกินข้าวที่บ้านเจ้า ท่านยายจะได้ไม่ต้องกินข้าวคนเดียวอีก ดีหรือไม่”

      เสียงทุ้มอ่อนโยนที่ออกจากปากของท่านประมุขทำเอาเหมยจินจูทำตัวไม่ถูกนางไม่ชินกับท่านประมุขในมุมนี้เลย เพราะปกติเขาจะพูดน้อยมากถามคำตอบคำเท่านั้น มีวันนี้เท่านั้นมีทั้งพี่ ทั้งจับมือ ทั้งเสียงออดอ้อนแบบนี้อีก สรุปนี้นางกำลังถูกผู้ชายจีบอยู่ใช่ไหม?

 

      “เออ..ดีเจ้าคะ ขอบคุณท่านมากเจ้าคะที่เมตตาส่งท่านหมอมาดูอาการท่านยายของข้า ถ้าอย่างนั้นวันนี้อากาศเย็นๆเรากินสุกี้แล้วกันนะเจ้าคะ จะได้อบอุ่นท่านยายจะได้กินอะไรไม่หนักมากดีไหมเจ้าคะ”

      “ตามใจเจ้า”

      เขาไม่รู้หรอกว่าอาหารที่นางบอกคืออะไรหน้าตาแบบไหน แต่ถ้านางบอกว่าดีเขาก็ว่าดี อันที่จริงอาหารที่นางทำมันรสชาติดีมาก อร่อยมากกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก บางอย่างที่นางทำบางอย่างเขารู้จักแต่ว่าบางอย่างเขาก็พึ่งจะรู้ นั้นหมายความว่ามารดาของเขาน่าจะจดจำสูตรของสวรรค์น้อยกว่านาง แต่มารดาเขาเป็นคนชอบทำอาหารมากหากมารดาเขาได้พบเหมยจินจู ก็คงจะชอบนางมากเป็นแน่เพราะนางก็ชอบทำอาหารมากเช่นกัน

      “แล้วสุกี้ที่เจ้าว่า มันคืออะไรแล้วทำอย่างไรบ้าง”

      เหมยจินจูอมยิ้มเว่ยหมิงลู่เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่นางทำอาหารให้เขากิน เขาจะถามทุกอย่างละเอียดยิบ อันนี้ใส่อะไร ทำแบบไหนตลอด

      “เคล็ดลับความอร่อยของสุกี้อยู่ที่น้ำจิ้มกับน้ำซุบ เริ่มจากต้มน้ำซุปก่อนเจ้าคะ จะเป็นกระดูกหมู หรือโครงไก่ก็ได้แล้วแต่สะดวกเจ้าคะ แต่วันนี้ข้าจะใช้กระดูกหมูทำน้ำซุป เดี๋ยวพอไปถึงข้าจะอธิบายอีกทีเจ้าคะ”

      “เดี๋ยวพี่จะไปดูเจ้าทำด้วย ตั้งแต่กินฝีมือของเจ้ามายังไม่เคยเห็นเวลาเจ้าทำอาหารเลยสักครั้งนึงเลย ตกลงไหมจินจู เจ้าต้องการคนช่วยทำหรือไม่”

      "ได้เจ้าคะ" เหมยจินจูเอ่ยขึ้นอย่างขัดไม่ได้ ก็ดูท่าทางของเขาสิขอนางเสียที่ไหนกัน น่าจะเป็นคำสั่งมากกว่า

      พอมาถึงบ้านนางก็ขอตัวไปทำอาหารก่อน เพราะวันนี้นางต้องเตรียมของหลายอย่างที่จำเป็นกับอาหารมื้อนี้

      "ท่านล้างผักพวกนี้ได้ไหมเจ้าคะ ข้าจะไปเตรียมเนื้อกับน้ำซุป"

      "อืม ได้สิ"

      เว่ยหมิงลู่ก็มายืนทำตัวไม่ถูก ว่าปกติคนทำอาหารต้องเริ่มจากอะไรก่อนดี เหมยจินจูจึงมอบหมายงานสำคัญมากเมื่อเห็นว่าเขาอยากจะช่วยจริงๆ

 

 ท่ามกลางความสงสัยของคนที่นั่งรอกินอยู่ด้านนอกอย่างเหมยอี้ชวนกับหลิ่วฟูที่ต่างคนต่างอยากจะรู้ ว่าทำไมท่านประมุขถึงคิดอยากจะมาช่วยทำอาหาร ทั้งๆที่แต่ก่อนก็ไม่คิดจะทำมาก่อน

      ภาพบุรุษในชุดสีดำสวมหน้ากากสีทองที่น่าเกรงขามกำลังนั่งล้างผักดูท่าทางเงอะงะอยู่ มันช่างไม่เข้ากันอย่างแรง เหมยจินจูมองชายหนุ่มรูปงามอย่างปวดหัวใจนางเองก็ไม่อยากให้เขามาทำ พยายามบอกให้ไปรอด้านนอกเขาก็ไม่ยอมไป แต่ทำไมเขาถึงได้ดื้อแบบนี้ก็ไม่รู้

      เมื่อทำสุกี้เสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็เริ่มเตรียมน้ำจิ้มสุกี้ทันที เทซอสพริกกับใส่ซอสมะเขือเทศนางทำเอาไว้ลงในกระทะ ใส่น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำกระเทียมดอง และน้ำตาลทราย ก่อนจะพักเอาไว้ก่อน

      จึงเตรียมโขลกพริกชี้ฟ้าแดงกับกระเทียมให้เข้ากันจนแหลก ใส่เต้าหู้ยี้ พร้อมน้ำลงไป บดทุกอย่างจนเข้ากัน ตักใส่ในกระทะที่มีซอสพริก เตรียมไว้คั่วงาขาวด้วยไฟอ่อนจนเหลือง และหอม นำไปบดในครกพอหยาบคนส่วนผสมในกระทะเข้าด้วยกัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนผสมจนเดือดแล้วยกกระทะลงใส่น้ำมันงาคนผสมเข้าด้วยกัน ใส่ผักชีและผักชีฝรั่งซอย คนให้เข้ากัน เสร็จเรียบร้อย เตรียมไว้กินกับสุกี้

 

      เว่ยหมิงลู่มองนางทำอาหารด้วยความเพลิดเพลิน ไม่คิดเลยว่าคนทำอาหารจะทำให้คนที่มองอยู่จะรู้สึกดีแบบนี้ ถึงว่าท่านพ่อของเขาถึงชอบเข้าไปช่วยเวลาท่านแม่ทำกับข้าวนัก ตัวของเขาเองไม่เคยคิดว่าจะชอบอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แต่เขารู้ว่าที่เขาเปลี่ยนไปก็เพราะนางคนเดียว

      "หลิ่งฟูมายกไป"

      เขารีบสั่งคนให้มาช่วยยกหม้อใบใหญ่ เมื่อเห็นว่านางกำลังจะยกหม้อใบนั้นเอง

      "ท่านอาบน้ำก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ เหงื่อท่านออกมากขนาดนี้เดี๋ยวจะไม่สบายตัว ข้าเองก็อยากจะอาบน้ำเช่นกันเจ้าคะ"

      "อืม"

      แล้วร่างนั้นก็หายไปในพริบตาจนเหมยจินจูกระพริบตาถี่ๆอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าคนที่หายไปอย่างรวดเร็วคนนั้น ใช่คนเดียวกับคนที่เคยนั่งล้างผักอยู่ในครัวเมื่อสักครู่ใช่ไหม

 

      พอเว่ยหมิงลู่กลับมาทุกคนก็เริ่มทำการจัดการสุกี้ในหมอทันที นางกินกันไปได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงซี๊ดปากดังขึ้นตลอดเวลา นางลืมไปเลยว่าปกติคนจีนจะกินเผ็ดกันไม่ค่อยจะได้ นางเผลอใส่พริกลงไปตั้งเยอะ จึงรีบลุกขึ้นไปทำน้ำจิ้มแบบไม่เผ็ดเพราะสงสารท่านประมุขที่กินของทั้งร้อนทั้งเผ็ดทำให้ริมฝีปากของเขาที่เป็นสีแดงอยู่แล้วตอนนี้ทั้งบวมทั้งแดงดูน่ารักจนอยากจะเห็นหน้าของเขาตอนนี้จริงๆว่าภายใต้หน้ากากอันนั้นหากเปิดออกมาแล้วใบหน้างดงามของเขาตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

      “น้ำจิ้มแบบไม่ใส่พริกเจ้าค่ะ ข้าลืมไปเลยว่าท่านกินเผ็ดไม่ค่อยได้ ขออภัยเจ้าค่ะ”

      เว่ยหมิงลู่ส่ายหน้า ถึงแม้ว่าจะเผ็ดมากแต่ในเมื่อนางยังกินได้เขาเป็นบุรุษจะยอมแพ้สตรีได้อย่างไร

      “พี่อยากกินแบบที่เจ้าชอบมากกว่า เอาไปให้ท่านยายเถอะ ทานแบบไม่ใส่อะไรเลย ท่านคงอยากจะลองแบบใส่น้ำจิ้มบ้างกระมัง”

 

      เหมยจินจูมองไปทางท่านยาย เห็นว่าไม่ปฏิเสธอะไร นางจึงตักน้ำจิ้มแบบไม่เผ็ดให้ท่านยายไป นางทำให้ท่านยายต่างหากเพราะว่าเนื้อบางอย่างมันไม่เหมาะกับอาการป่วยของท่านยาย

      วันนี้นางเห็นท่านยายยิ้มกว้างหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุขมาก ชวนท่านประมุขคุยนั่นคุยนี้ไม่หยุดดูท่านยายคงจะเริ่มชอบท่านประมุขบ้างแล้ว น่าจะหายกลัวเหมือนกับนางที่รู้สึกว่าท่านประมุขไม่ได้เหมือนที่คนอื่นบอกแม้แต่นิดเดียว

      ทั้งสองคนต่างก็แอบมองกันไปมา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของตัวเองถูกคนอื่นที่นั่งอยู่ตรงนี้เห็นทุกอย่างที่ทั้งคู่ทำอยู่ แล้วก็สรุปในใจแล้วว่าสงสัยการจัดงานมงคลใหญ่คงใกล้เข้ามาเร็วๆนี้แล้วละมั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 957 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #507 fsn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 22:59

    อ๊า ได้จัดชาบูแล้ว ต่อไปคิวหมูกะทะ?

    #507
    0
  2. #455 K@NomJeeB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 08:18
    ท่านประมุขปากเจ่อแน่ 5555
    #455
    0
  3. #433 150221 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 17:34
    รู้ตัวกันยังจ๊ะ2 คน คนอื่นเค้ารู้กันหมดแล้วนะ
    #433
    0
  4. #408 pongladapapoom (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 17:42

    อยากให้ท่านแม่รู้เร็ว ๆ จะได้รีบมาดูตัว แต่ตอนอ่านเรื่องที่แล้วดูเหมือนจะหนีอะไรซักอย่างไปเจอนางเอกเรื่องนู้นอ่ะ ไม่ได้การละ ต้องรีบไปอ่านต่อ
    #408
    0
  5. #395 Orapinia (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 16:02

    อ่านแล้ว ก็ดูไม่สมจริงบ้าง ยุคนั่นจะมีเครื่องปรุงรสขนาดที่บรรยายจริงๆ เหรอคะ

    #395
    0
  6. #273 phattaraponn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 03:54
    ฟินนนนนนนน
    #273
    0
  7. #46 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 09:35
    รอค่ะๆ
    #46
    0
  8. #45 piamya (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 08:04

    สนุกมากค่ะ ชอบค่ะ

    #45
    0
  9. #44 rossukon2531 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 07:06
    สนุกมากค่ะ ชอบๆ อยากให้ไปเจอกับลี่เหยาเร็วๆจัง รอๆค่ะ
    #44
    0
  10. #43 kkkr55 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 06:49
    ฝันดีค่ะ
    #43
    0
  11. #42 I don't get it (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 04:26
    อ่านแล้วหิวอีกแล้ว ตัวคงชอบทำอาหารสินะ
    #42
    0
  12. #41 ThanapornBianco (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 02:15
    ฟินนนนน ขอบคุณคร้า
    #41
    0