เจาะลึกยอดคนในประวัติศาสตร์สามก๊ก (พิมพ์แล้วใน จดหมายเหตุสามก๊ก)

  • 90% Rating

  • 2,836 Vote(s)

  • 396,877 Views

  • 1,581 Comments

  • 949 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,065

    Overall
    396,877

ตอนที่ 58 : ชัวบุนกี๋ (Cai Wenji) - ยอดกวีหญิงอัจฉริยะแห่งสามก๊ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ธ.ค. 58




นางชัวบุนกี๋

"ยอดกวีหญิงอัจฉริยะแห่งสามก๊ก"

 


          ในช่วงประวัติศาสตร์สามก๊ก แม้จะเป็นยุคที่มีสงครามรบพุ่งกันอยู่ตลอดจนได้ชื่อว่าเป็นกลียุคที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน แต่ในยุคนี้ก็นับว่าเป็นยุคแห่งการสร้างรากฐานทางด้านวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดยุคหนึ่งเช่นกัน

 

          เป็นเรื่องน่าสังเกตเพราะวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองของจีนในยุคหลัง มักจะมีที่มาหรือรากฐานมาจากสมัยยุคสงคราม เช่นในยุคชุนชิว ซึ่งทั้ง 7 แคว้นต่างรบพุ่งกันตลอดหลายร้อยปี ในยุคสามก๊กก็เช่นกัน นักประวัติศาสตร์จีนมักให้การยกย่องและถือว่ายุคสามก๊กนั้นช่วยสร้างรากฐานทางวัฒนธรรมหลายๆอย่างให้แก่ชาวจีนในยุคหลัง

 

          หนึ่งในวัฒนธรรมที่ล้ำค่าและตกทอดมาจากยุคสามก๊ก ก็คือวรรณกรรม และหนึ่งในผู้บุกเบิกที่สำคัญของโลกวรรณกรรมในยุคสามก๊กนั้น คือสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วประวัติศาสตร์จีนมักไม่ให้การยกย่องหรือเครดิตแก่สตรีมากนัก แม้แต่นามของสตรีก็ยังแทบจะไม่มีบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์เท่าใด แต่นามของสตรีผู้หนึ่งกลับถูกจารึกไว้ในฐานะอัจฉริยะด้านกวีแห่งยุคอย่างที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน หากแต่ชีวิตของสตรีผู้นี้กลับมีความโลดโผนและเผชิญกับชีวิตที่เต็มไปด้วยมรสุมยิ่งนัก

 


ประวัติโดยย่อ

 

          ชัวบุนกี๋ หรือ ไช่เหวินจี หรือ ชัวเอี๋ยม ชื่อของนางสามารถอ่านได้หลายแบบ ไม่ทราบปีเกิดแน่ชัด คาดว่าเกิดราวปี ค.ศ.174-177 เมืองตันลิว มณฑลเหอหนาน นางเป็นบุตรีของชัวหยง นายอาลักษณ์ผู้บันทึกประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนักประวัตศาสตร์และนายอาลักษณ์ที่เก่งที่สุดในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น

 

          ชัวบุนกี๋นั้นมีเกร็ดเล่าว่าเมื่อวัยเยาว์ นางชมชอบในบทกลอน บทกวี และมีไหวพริบ ความรู้ความสามารถเกินหน้าเด็กทั่วไป ส่วนหนึ่งนั้นนับว่าเป็นโชคของนางด้วยที่เป็นลูกสาวของชัวหยงซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนักประวัติศาสตร์ที่เก่งที่สุดในสมัยของพระเจ้าฮั่นเลนเต้

 

          ชัวหยงนั้นเป็นนักปราชญ์ผู้มีความรู้ความสามารถสูง โดยเฉพาะในด้านงานอักษร การบันทึกประวัติศาสตร์ ตัวชัวหยงเองชมชอบการแต่งบทกวีและสะสม รวบรวมบทกวีและหนังสือล้ำค่าจากยุคโบราณไว้มากมาย จนเป็นที่เลื่องลือ และยังผลักดันให้ชัวบุนกี๋ได้เล่าเรียนตั้งแต่เด็ก ซึ่งจุดนี้นับว่าเป็นโชคของนางยิ่งนัก เพราะสตรีจีนในยุคโบราณจะไม่ได้รับการสอนหนังสือ ด้วยค่านิยมโบราณและหลักขงจื๊อที่ถือว่าเพศสตรีควรดูแลบ้านเรือน และเชื่อฟังสามี จึงไม่จำเป็นต้องมีความรู้เสมือนบัณฑิต ควรเรียนรู้แต่เรื่องการดูแลบ้าน ดูแลบุตรและงานบ้าน งานฝีมือเท่านั้น แต่ด้วยความที่ชัวหยงเป็นนักปราชญ์และไม่ปิดกั้น ชัวบุนกี๋จึงได้มีโอกาสเล่าเรียนมาตั้งแต่เด็ก และส่งผลให้นางมีโอกาสเป็นยอดกวีหญิงในภายหลัง

 

          เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกนั้น มีบางกระแสกล่าวว่าบางทีชัวบุนกี๋อาจจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของชัวหยง แต่เป็นเพียงลูกบุญธรรม เพราะในช่วงที่ชัวบุนกี๋เกิดนั้น ตัวของชัวหยงมีอายุ 40 กว่าเข้าไปแล้ว นับว่าสูงวัยเกินไป ผิดวิสัยคนจีนที่นิยมมีลูกตั้งแต่อายุน้อย ตัวชัวหยงเองก็เป็นนักปราชญ์และข้าราชการชื่อดัง มีฐานะความมั่นคงไม่น้อย ซึ่งขุนนางจีนโบราณหรือผู้มีชื่อเสียงก็มักจะมีลูกเยอะๆไว้เพื่อสืบตระกูล แต่กว่าชัวหยงจะมีชัวบุนกี๋ เขาก็อายุมากเกิน ซึ่งในจุดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น

 

          เรื่องราวของชัวบุนกี๋ไม่ได้ปรากฏแก่หน้านิยายสามก๊กเท่าใดนัก โดยในประวัติศาสตร์สามก๊กบันทึกเรื่องของนางไว้จากจดหมายเหตุประวัติโจโฉ ซึ่งเป็นในช่วงหลังจากที่โจโฉเข้าครองอำนาจปกครองเหนือแดนตงง้วนเรียบร้อยแล้ว แต่พอจะเรียบเรียงเรื่องราวของนางได้จากบันทึก รวมถึงบทกวีของนางเองซึ่งได้บอกเล่าถึงชีวิตที่ยากลำบากของนางในวัยสาวเอาไว้

 

          จุดเปลี่ยนในชีวิตของชัวบุนกี๋นั้นเกิดจากเหตุการณ์เปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง ในช่วงปลายสมัยพระเจ้าเลนเต้นั้น บ้านเมืองเน่าเฟะอย่างมากเพราะอิทธิพลการปกครองในราชสำนักอยู่ในมือของกลุ่ม 10 ขันที ซึ่งชัวหยงนั้นเป็นขุนนางมือสะอาดที่ต่อต้านเหล่าขันที ชัวหยงจึงถูกกลั่นแกล้งจากเหล่าขันทีทำให้ไม่สามารถทำงานเพื่อบ้านเมืองได้ จนเมื่อตั๋งโต๊ะเข้ามาทำรัฐประหาร ยึดอำนาจปกครองในเมืองหลวงและล้างบางเหล่าขันที ตั๋งโต๊ะนั้นได้ชื่อว่าเป็นทรราชย์ผู้ใช้อำนาจเผด็จการในการข่มขี่ฮ่องเต้และปกครองเมืองหลวงจนเป็นที่หวาดกลัวและชิงชังของประชาชนและเหล่าขุนนาง แต่ตั๋งโต๊ะนั้นมีคุณลักษณะของผู้นำที่สำคัญอย่างหนึ่งนั่นคือการใช้งานคนและมองคนออก ตั๋งโต๊ะนั้นมองออกว่าชัวหยงเป็นผู้มีความสามารถ แต่ไม่มีโอกาสแสดงฝีมือ เขาจึงได้มอบตำแหน่งอาลักษณ์ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ให้แก่ชัวหยง ให้โฮกาสชัวหยงได้ใช้ความสามารถของตนเอง ด้วยเหตุนี้เมื่อครั้งที่ตั๋งโต๊ะถูกสังหาร อ้องอุ้นกับลิโป้เข้ายึดอำนาจในเมืองหลวงแล้วนั้น ชัวหยงจึงเป็นผู้ที่ร่ำไห้แก่ตั๋งโต๊ะ สร้างความไม่พอใจแก่อ้องอุ้น จึงสั่งให้ประหารชัวหยงเสีย

 

          กรณีการประหารชัวหยง เป็นสิ่งที่แสดงเจตจาในใจของอ้องอุ้นว่าเขาโค่นล้มตั๋งโต๊ะนั้น โดยมีเป้าหมายที่จะกุมอำนาจการปกครองด้วย และยังมีข้อสันนิษฐานว่าบางทีชัวหยงอาจบันทึกเรื่องราวบางอย่างลงในบันทึกประวัติศาสตร์หลวงซึ่งทำให้อ้องอุ้นไม่พอใจนัก จึงเป็นเหตุให้โดนประหารก็ได้

 

          เมื่อชัวหยงสิ้นไป ทำให้ชัวบุนกี๋จำเป็นต้องหนีตาย ซึ่งขณะนั้นนางกับสามีคือวุ่ยจงเตาได้พลัดพรากกันระหว่างความวุ่นวาย ตัวของชัวบุนกี๋นั้นต้องหนีออกจากเตียงอันและถูกพวกเผ่าซงหนูซึ่งอาศัยความวุ่นวายเข้ามาจากนอกด่านจับตัวได้ เซ็กเหียน หัวหน้าเผ่าซงหนูเห็นนางมีหน้าตาสละสลวย จึงฉุดนางมาบำเรอ และพาออกไปนอกด่าน จากนั้นชัวบุนกี๋ก็จำต้องอาศัยอยู่ที่นอกด่านกับเผ่าซงหนูในฐานะเมียน้อยของเซ็กเหียน ต้องประสบความยากลำบากติดต่อกันเป็นเวลาหลายสิบปีในการอาศัยอยู่ในดินแดนที่แร้นแค้นและทุ่งหญ้าที่นอกด่านซึ่งไม่คุ้นเคยมาก่อน ซึ่งดินแดนที่นางอาศัยอยู่นั้นปัจจุบันคือประเทศมองโกล

 

          ในช่วงเวลาที่อยู่กับเผ่าซงหนูนั้นเอง เล่ากันว่านางได้แต่งบทกวี พรรณนาถึงชีวิตและสังคมในยุคนั้นไว้มากมาย ผลงานที่โด่งดังคือ “บทโสมนัสทั้ง 18” แต่มันจะไม่มีโอกาสกลับมาถ่ายทอดและตกทอดถึงคนรุ่นหลังได้เลย หากว่านางยังคงอาศัยอยู่ที่เผ่าซงหนู ซึ่งคนที่ช่วยเหลือให้นางสามารถกลับมายังจีนภาคกลางได้ ต้องยกให้เป็นผลงานสำคัญของโจโฉ

 

          เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชัวบุนกี๋กับโจโฉนั้นนับว่าเป็นที่น่าสนใจมาก จนมีการนำมาแต่งเป็นนิยายและละครทีวีมากมาย เนื่องจากในสมัยที่โจโฉเพิ่งเริ่มรับราชการนั้น มีเกร็ดเล่าว่าเขามีความนับถือในชัวหยง และส่งผลให้เขาได้มีโอกาสรู้จักกับชัวบุนกี๋ด้วย ทั้งสองต่างมีความชอบพอกัน เพราะต่างก็มีรสนิยมและอัจฉริยภาพในเชิงบทกวีและวรรณกรรมเช่นเดียวกัน และยังเล่ากันว่าทั้งสองต่างก็มีใจให้กันไม่น้อย แต่แล้วชัวบุนกี๋ก็แต่งงานไป กระทั่งสุดท้ายนางถูกเผ่าซงหนูจับตัวออกไปนอกด่าน

 

          โจโฉนั้นติดตามข่าวคราวของชัวบุนกี๋อยู่ตลอด เมื่อรู้ว่านางต้องโชคร้ายไปอยู่กับเผ่าซงหนู เขาก็พยายามหาทางไถ่ตัวนางคืน เมื่อโจโฉได้กุมอำนาจปกครองตงง้วนหลังพิชิตอ้วนเสี้ยวแล้ว เขาก็ยังไม่ละความพยายาม เขาส่งทองพันนับพันตำลึงและหยกมีค่ามากมายเพื่อไถ่ตัวนางกลับมา กระทั่งเผ่าซงหนูประกาศยอมส่งตัวนางกลับมาให้ในช่วงปลายปี ค.ศ.208 และน่าจะกลับมาถึงภาคกลางจริงๆราวปี ค.ศ.209-210 กล่าวกันว่าความดีความชอบตรงนี้โจโฉได้ยกให้กุยแกซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเอาไว้ตั้งแต่ครั้งไปปราบปรามเผ่านอกด่านก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

 

          เมื่อชัวบุนกี๋กลับมาภาคกลางแล้ว โจโฉก็ยกนางให้แต่งงานกับตั๋งกี๋ซึ่งเป็นลูกน้องและสหายของตน ทำให้ชีวิตในช่วงบั้นปลายของนางเริ่มกลับมาสุขสบายอีกครั้ง และช่วงนี้เองที่ชัวบุนกี๋ได้ทำการแต่งบทกวีจำนวนมาก ส่งผลต่อรากฐานด้านวรรณกรรมให้แก่อาณาจักรวุยก๊กในภายหลังและต่อวงการวรรณกรรมของจีนไม่น้อย อีกทั้งชัวบุนกี๋นั้นเป็นผู้เดียวที่รู้สถานที่เก็บหนังสือล้ำค่าเก่าๆที่ชัวหยง บิดาของนางได้ทำการเก็บสะสมไว้ก่อนตาย นั่นทำให้ผลงานวรรณกรรมมีค่าในยุคนั้นสืบทอดต่อมาได้

 

          เมื่อโจโฉสิ้นชีพในปีค.ศ.220 มีเกร็ดเล่าว่าชัวบุนกี๋ได้เข้าไปเยี่ยมศพโจโฉ โดยที่นางเป็นเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอภิสิทธิ์ให้เข้าคารวะศพโจโฉได้ ซึ่งนางเองก็ได้รับการยอมรับจากนางเปี้ยนสี ภรรยาเอกของโจโฉด้วยเช่นกัน จนกล่าวกันว่านางเป็นสตรีเพียงผู้เดียวที่โจโฉให้ความนับถืออย่างสูงสุดและยอมโอนอ่อนให้

 

          ผลงานกวีล้ำค่าของชัวบุนกี๋นั้น กล่าวกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับและสร้างรากฐานทางวรรณกรรมของแคว้นวุยก๊ก ซึ่งยังได้สืบทอดต่อมาจนถึงราชวงศ์จีนในยุคหลัง และมีอิทธพลอย่างมากต่องานวรรณกรรมหลังจากนั้น เรื่องราวของชัวบุนกี๋ได้ถูกนำไปสร้างเป็นนิยายและภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ จนชื่อของนางเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในฐานะของยอดกวีหญิงอัจฉริยะ แม้ว่าจะเป็นในยุคสมัยที่สตรีไม่ได้รับการยอมรับทางสังคมก็ตามที โดยหลักฐานยืนยันคือการค้นพบเหรียญ 5 หยวนในสมัยนั้นซึ่งด้านหัวเป็นรูปหน้าของเธอกำลังถือฉินอยู่ แสดงให้เห็นถึงการยกย่องและยอมรับของสังคมในความสามารถของสตรีผู้นี้อย่างยิ่ง

 

 

   

 

          

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #1465 xxx (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 06:13
    แดจังกึม เวอร์ชั่นจีน กับบุคคลที่มีอยู่จริง
    #1465
    0
  2. #1356 มงจี (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2555 / 14:17
    เพิ่มเเล้วๆอ่านไปด้วยฟังเพลงนี้it'the last time for mondayไปด้วยได้อารมณ์มากเลยคะ ขอบคุณนะคะเเล้วเพิ่มอีกนะคะ
    #1356
    0
  3. #1346 Tan 3 kingdom (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2555 / 08:12
    ทำเพิ่มแย้ววว
    #1346
    0
  4. #1344 AncientFairy (@persaus) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2555 / 01:15
    ถ้าเรียกซัวบุนกี้อาจจะมีคนไม่ค่อยรู้จัก...แต่ถ้าเรียกไช่เหวินจีนี่ใครเคยเล่นTsมาก่อนน่าจะจำกันได้ดีเพราะเควสแม่นางยาวมาก
    #1344
    0