เจาะลึกยอดคนในประวัติศาสตร์สามก๊ก (พิมพ์แล้วใน จดหมายเหตุสามก๊ก)

  • 90% Rating

  • 2,836 Vote(s)

  • 396,935 Views

  • 1,581 Comments

  • 949 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,123

    Overall
    396,935

ตอนที่ 39 : กำเหลง ชิงป้า (Gan Ning) - ยอดขุนพลโจรสลัด (ปรับปรุงเนื้อหา)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    15 ธ.ค. 58


กำเหลง ซิงป้า (กานหนิง)

“ยอดขุนพลโจรสลัด”

 

จากจดหมายเหตุชีวประวัติกำเหลง โดยเฉินโซ่ว

(Biography of Gan Ning)

 

            กำเหลง หรือ กานหนิง (Gan Ning) ชื่อรอง ซิงป้า (Xingba) เป็นชาวหลินเจียง เมืองปาจวิ้น มณฑลเจียงสี เฉินโซ่วบันทึกว่า กำเหลงเป็นเสมือนขุนพลหนุ่มผู้เข้มแข็งเก่งกล้าในอุดมคติของคนหนุ่มทั่วไป เมื่อวัยหนุ่มนั้น เขาได้รวบรวมกลุ่มคนหนุ่มราวร้อยกว่าคนแล้วตั้งตนเป็นหัวหน้า กลุ่มของเขามีเอกลักษณ์โดดเด่นคือแขวนกระดิ่งไว้ติดตัวเสมอ เมื่อพวกชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินเสียงกระดิ่ง ก็จะรู้ว่ากำลังเหลงกำลังจะมาแล้ว

            กำเหลงยังได้ให้กลุ่มของตนสวมใส่เสื้อผ้าจากผ้าไหม ดังนั้นเมื่อกลุ่มของกำเหลงผ่านไปที่แห่งหนใด ท้องถนนก็จะเป็นประกายแวววับเพราะเสื้อผ้าเหล่านั้น เมื่อกำเหลงเข้าพักที่แห่งใด ก็จะประดับสถานที่นั้นด้วยผ้าไหมด้วย แต่เมื่อจากไปแล้ว ก็จะตัดทิ้งผ้าเหล่านั้นโดยไม่สนใจ ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงถึงความฟุ่มเฟือยและความมีฐานะมั่งคั่งของเขาเอง

            หากกำเหลงเดินทางไปที่ใดแล้วมีขุนนางให้การต้อนรับ กำเหลงก็จะปฏิบัติต่อคนผู้นั้นเป็นอย่างดี แต่หากไม่เช่นนั้น กำเหลงก็จะเล่นงานด้วยการปล้นชิงและสังหารคนเหล่านั้น รวมถึงเรือบรรทุกสินค้าตามลำน้ำด้วย

กำเหลงได้กระทำการเหล่านี้ต่อมาจนอายุราว 20 กว่าปี ก็เริ่มหยุดการเป็นโจรปล้นชิง แล้วหันมามุ่งความสนใจกับการอ่านตำราพิชัยสงครามจนแตกฉานยิ่งนัก จากนั้นกำเหลงก็นำพาลูกน้อง 800 คน เพื่อไปขอสวามิภักดิ์กับเล่าเปียว แต่เนื่องจากเล่าเปียวมีสถานะเป็นบัณฑิต ซึ่งไม่เคยได้ฝึกฝนด้านการทหารมาก่อน กำเหลงจึงไม่ได้รับการแนะนำให้เข้าพบกับเล่าเปียว

เนื่องจากเวลานั้นเหล่าขุนศึกต่างก็พากันเปิดศึกขยายอิทธิพลเพื่อแย่งชิงอำนาจ กำเหลงประเมินสถานการณ์บ้านเมืองแล้ว ก็คิดว่าเล่าเปียวมิใช่ผู้ที่สามารถเป็นใหญ่ได้ จึงมีความคิดจะเดินทางไปที่แดนกังหนำหรือง่อก๊ก เพื่อขอเข้าร่วมกับซุนเซ็กที่กำลังเรืองอำนาจ กำเหลงและทหารของเขาต้องเดินทางผ่านแฮเค้า แต่เนื่องจากเวลานั้นหองจอประจำการอยู่ที่นั่น ทำให้กำเหลงและพวกจำต้องยอมเข้าร่วมกับทัพหองจอไปโดยปริยาย

กำเหลงยอมอยู่ในทัพหองจอเป็นเวลา 3 ปี แต่ในระยะเวลานั้น หองจอมิได้ให้การปฏิบัติต่อกำเหลงอย่างให้ความเคารพนัก โดยปฏิบัติต่อเขาเหมือนพลทหารธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

เผยซงจือแทรกเชิงอรรถเสริมว่า หลังจากซุนกวนนำทัพเปิดศึกกับหองจอ กระทั่งหองจอแตกพ่ายหนีไป กำเหลงได้รับหน้าที่อยู่ในแนวหลังเพื่อป้องกันการถอยทัพ เขาแสดงฝีมือเกาทัณฑ์อันล้ำเลิศ ยิงสังหารเล่งโฉซึ่งเป็นขุนพลสำคัญของซุนกวนลงได้

แต่เมื่อหองจอถอยกลับไปถึงที่ค่ายหลักแล้ว ก็ไม่ได้ประทานรางวัลแต่อย่างใดให้ แล้วยังปฏิบัติต่อกำเหลงเหมือนเช่นเดิม ซึ่งจากเรื่องนี้ โชหุย ที่ปรึกษาทางทหารของหองจอได้พยายามแนะนำให้เลื่อนขั้นกำเหลงเป็นขุนพลสำคัญ แต่หองจอกลับไม่ให้ความสนใจ แล้วยังใช้อุบายกลั่นแกล้งให้เหล่าผู้ติดตามบางส่วนตีจากกำเหลงไปด้วย

กำเหลงคิดตีจากหองจอ แต่ก็เกรงว่าหองจอจะไม่ยอมปล่อยเขาไป จึงอึดอัดใจจนไม่รู้ว่าควรทำประการใด ขณะเดียวกัน โชหุยก็ได้มาเยี่ยมเยียนกำเหลงแล้วกล่าวว่า “ข้าได้แนะนำตัวท่านให้แก่ท่านหองจอหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้สนใจจะช่วงใช้งานท่านอย่างเหมาะสมเลย ด้วยช่วงชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก ท่านจึงควรออกไปแสวงหาโชคชะตาของตนเอง และหานายดีที่สามารถเข้าใจตัวท่านได้ยิ่งกว่านี้เสียจะดีกว่า”

หลังจากนิ่งฟังอยู่นาน กำเหลงก็ตอบกลับว่า “ถึงแม้ว่าข้าเองก็มีความคิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะไปยังที่แห่งหนใด” โชหุยจึงกล่าวต่อ “ข้าจะวางแผนแนะนำให้หองจอแต่งตั้งท่านไปดูแลอำเภอเอียนก๋วน เมื่อท่านเดินทางไปถึงแล้ว ก็จะสามารถเดินทางข้ามแม่น้ำแยงซีแล้วตีจากไปได้” กำเหลงได้ฟังแล้วก็กล่าวขอบคุณ แล้วโชหุยก็ดำเนินการตามนั้น ส่วนกำเหลงก็รวบรวมพลพรรคหลายร้อยคนที่มีใจคิดเหมือนกัน แล้วก็สามารถตีจากหองจอไปได้สำเร็จ

ดังนั้น กำเหลงก็เดินทางไปขอสวามิภักดิ์ต่อซุนกวนที่ง่อก๊ก โดยมีจิวยี่และลิบองเป็นผู้ให้การแนะนำ แล้วซุนกวนก็ให้การปฏิบัติต่อกำเหลงและกลุ่มของเขาเป็นอย่างดีมาก จากนั้นกำเหลงก็ได้ให้คำปรึกษาต่อซุนกวนว่า

“ในระหว่างที่ราชวงศ์ฮั่นกำลังเสื่อมถอยและไร้ซึ่งอำนาจเช่นนี้ โจโฉก็ได้ขยายอำนาจอิทธิพลใหญ่โตขึ้นและยังมีใจหมายคิดชิงราชบัลลังก์ ด้านดินแดนเกงจิ๋วทางใต้นั้น เต็มไปด้วยหุบเขาและแม่น้ำเชื่อมต่อถึงกัน เป็นปราการธรรมชาติที่เหมาะแก่การเป็นพรมแดนป้องกันฝั่งตะวันตกของแคว้นเรา”

“ข้านั้นสังเกตว่า เล่าเปียวไม่ได้เป็นผู้ที่มีแผนการยิ่งใหญ่อันใด และบุตรชายของเขาก็ไร้ความสามารถ คงมิอาจสืบทอดอำนาจปกครองต่อไปได้ ดังนั้น นายท่านควรที่จะตัดสินใจเข้ายึดครองดินแดนเกงจิ๋วโดยเร็ว อย่าได้ตกให้อยู่ในมือโจโฉเด็ดขาด แผนการขั้นแรกที่ดีที่สุดคือการเริ่มกำจัดหองจอเสียก่อน ด้วยหองจอนั้นเริ่มเข้าวัยชราแล้ว กองทัพของเขานับวันก็มีกำลังพลและเสบียงลดน้อยถอยลง แล้วหองจอยังมีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้อื่น แม้กระทั่งผู้ใต้บังคับบัญชา กองทัพเรือและยุทธปัจจัยทั้งหลายนั้นเก่าทรุดโทรม ปราศจากการซ่อมบำรุงใดๆ หองจอยังไม่สนใจการทำนาเพาะปลูกเพื่อเพิ่มเสบียงอาหาร และทหารของเขาก็ล้วนหย่อนยานต่อวินัยทัพ”

“หากนายท่านนำทัพบุกโจมตีในเวลานี้ ย่อมสามารถเอาชัยชนะเหนือหองจอได้แน่ เมื่อปราบหองจอได้แล้ว ท่านก็สามารถนำทัพบุกไปทางตะวันตก เข้ายึดด่านฉู่แล้วตั้งมั่นไว้ สร้างเสริมแสนยานุภาพให้เข้มแข็งขึ้น จากนั้นก็จะสามารถรุกเข้าพิชิตแดนปาซู่ (จ๊กก๊ก) ทางตะวันตกได้”

ซุนกวนเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ แต่เตียวเจียวซึ่งเป็นที่ปรึกษาใหญ่อาวุโสได้โต้แย้งว่า “เวลานี้แผ่นดินง่อยังไม่เข้าสู่ความสงบเรียบร้อย ข้าหวั่นเกรงว่าอาจจะก่อเกิดความวุ่นวายขึ้นในง่อได้ หากว่าเคลื่อนกองทัพใหญ่ออกไปทำศึกภายนอก” กำเหลงตอบเตียวเจียวว่า “อันกิจการภายในแคว้นนั้นล้วนพึ่งพาท่าน เปรียบประดุจเซียวเหอ (1 ใน 3 วีรบุรุษแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ผู้ช่วยเหลือหลิวปังสถาปนาราชวงศ์ฮั่น มีหน้าที่สำคัญคือดูแลกิจการบ้านเมืองและแนวหลังเป็นหลัก) หากแม้นท่านซึ่งมีตำแหน่งสูงส่งยังคงหวาดกลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้แล้ว จะดูแลบ้านเมืองเยี่ยงคนยุคโบราณได้อย่างไรกันเล่า”

ซุนกวนฟังแล้วก็ยกจอกเหล้าขึ้น กล่าวยกย่องกำเหลงว่า “ซิงป้าเอ๋ย หน้าที่ในการนำทัพออกศึก ข้าขอมอบให้แก่ท่านพร้อมเหล้าจอกนี้ ขอให้ท่านคิดแผนการบุกพิชิตหองจอ แล้วท่านก็จักได้รับลาภยศและรางวัลมากมาย ดังนั้นขอจงอย่าได้เอาคำของท่านราชเลขาเตียวเจียวมาใส่ใจ”

จากนั้น ซุนกวนก็สั่งเคลื่อนทัพใหญ่บุกตีหองจอ สามารถจับตัวหองจอและเชลยศึกได้เป็นอันมาก กำเหลงมีความชอบในศึกนี้ จึงได้รับตำแหน่งให้มีอำนาจคุมกำลังทหาร แล้วประจำการทางพรมแดนฝั่งตะวันตกต่อไป

เผยซงจือแทรกเชิงอรรถเพิ่มจากบันทึกฝ่ายง่อก๊กว่า เมื่อซุนกวนปราบหองจอลงได้นั้น เขาได้มอบกล่องสองใบเตรียมไว้ แล้วคำสั่งให้ตัดศีรษะของหองจอและโชหุยมาใส่ไว้ในกล่องทั้งสองนั้น ฝ่ายโชหุยนั้นได้ส่งคนไปหากำเหลงเพื่อขอให้ช่วยชีวิต กำเหลงจึงได้กล่าวว่า “แม้ท่านพี่หุยจะไม่กล่าวอันใด แต่มีหรือที่ข้าจะลืมบุญคุณของท่านได้”

ดังนั้น เมื่อซุนกวนจัดเลี้ยงฉลองให้แก่เหล่าขุนพลทั้งหมดหลังจากการศึก กำเหลงได้ผุดลุกออกจากที่นั่ง มาคุกเข่าต่อหน้าซุนกวน เขาโขกศีรษะจนเลือดอาบแล้วร้องไห้กล่าวว่า “ในกาลก่อน โชหุยนั้นมีบุญคุณใหญ่หลวงต่อข้ายิ่งนัก ถ้าข้ามิได้พบพี่โหแล้วไซร์ คงต้องถึงแก่ความตาย และไม่ได้อยู่รับใช้นายท่านในวันนี้เป็นแน่ มาบัดนี้ ท่านพี่หุยกำลังจะโดนประหาร ข้าจึงขอร้องต่อนายท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตของเขาด้วยเถิด”

ซุนกวนฟังแล้วก็ขยับกายออกมาแล้วถามว่า “หากวันนี้ข้ายอมเห็นแก่ท่าน ไว้ชีวิตโชหุยไว้แล้ว เขากลับหลบหนีไปเล่า จะทำเช่นไร”

กำเหลงตอบกลับว่า “หากท่านพี่หุยได้รับการละเว้นชีวิต เขาจะมีความสำนึกในบุญคุณของนายท่าน แม้ต่อให้นายท่านขับไล่ เขาก็จะไม่ยอมจากไปแน่ แต่ถ้าหากเขาจะหลบหนีไปจริงแล้วไซรื ข้าน้อยขอเอาศีรษะตนเองใส่ลงไปในกล่องนี้แทนศีรษะของเขา” ซุนกวนฟังแล้วก็ยกย่องกำเหลงมาก จึงยอมไว้ชีวิตโชหุยตามคำร้องขอ

หลังจากนั้น กำเหลงได้ติดตามจิวยี่ นำทัพออกศึกกับโจโฉที่ศึกผาแดง กำเหลงยังสามารถนำทัพเอาชัยเหนือโจหยินที่หนานจวิ้น ช่วยจิวยี่ยึดเมืองมาได้ ก่อนหน้าจะยึดเมืองได้นั้น กำเหลงได้คิดกลยุทธ์นำทหารเดินทัพผ่านเส้นทางลัดเข้าสู่อิเหลงแล้วยึดเมืองได้โดยง่าย

เวลานั้น โจหยินได้นำทัพหมายบุกตีเมืองอย่างหนัก ฝ่ายกำเหลงมีทหารอยู่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น แม้ว่าจะระดมไพร่พลเพิ่ม แต่ก็มีไม่ถึงพันคน กำเหลงบัญชาทหารทำศึกป้องกันเมืองอย่างสุดชีวิตเป็นเวลาหลายวัน โจหยินได้สร้างหอคอยสูงเพื่อระดมยิงเกาทัณฑ์เข้ามาในเมือง สังหารทหารของกำเหลงไปไม่น้อย ขวัญกำลังใจของทหารตกต่ำลง แต่กำเหลงกลับหัวเราะราวกับไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น แล้วจึงส่งทหารม้าเร็วนำสารไปแจ้งสถานการณ์ศึกให้จิวยี่ทราบ จากนั้นด้วยอาศัยแผนการของลิบอง ทำให้จิวยี่นำทัพเข้าตีโจหยินที่กำลังปิดล้อมเมืองไว้จนแตกพ่าย โจหยินจึงต้องล่าถอยกลับขึ้นเหนือไป

 ราวปีค.ศ.214-215 กำเหลงร่วมทัพกับโลซก ทำศึกป้องกันเมืองอี้หยางจากการบุกโจมตีของกวนอู ศึกนี้กวนอูได้เคลื่อนทัพ 30,000 คน บุกโจมตีด้วยตนเอง ตัวกวนอูคัดเลือกทหารกล้าตายที่เก่งกล้าราว 5,000 คน เคลื่อนทัพไปย้อนต้นทางน้ำไปราวสิบลี้ซึ่งสภาพพื้นผิวเป็นน้ำตื้น สามารถใช้ทหารเดินเท้าบุกโจมตีได้ แล้วกวนอูก็ตระเตรียมลอบโจมตียามวิกาล

เวลานั้น กำเหลงมีกำลังพลเพียง 300 คนเท่านั้น กำเหลงจึงปรึกษากับโลซกกว่า “ข้าขอทหารกล้าเพิ่มอีก 500 คน แล้วตัวข้าจะยกทัพไปปะทะกับกวนอูเอง ข้ามั่นใจว่าหากกวนอูทราบว่าข้านำทัพมาเองแล้วไซร้ กวนอูจักไม่กล้านำทัพข้ามลำน้ำมาแน่ เพราะหากข้ามมาก็จะโดนข้าจับตัวได้ก่อน” โลซกเห็นด้วยจึงยอมให้ทหารเพิ่มอีก 1,000 คน มากกว่าที่กำเหลงขอไป

ด้านกวนอูเมื่อทราบข่าวความเคลื่อนไหวของกำเหลง ก็ตัดสินใจหยุดรั้งทัพไว้ แล้วตั้งค่ายอยู่บริเวณริมแม่น้ำ แม้บัดนี้ก็ยังเรียกแถบนั้นว่าหนองน้ำกวนอูด้วย ซุนกวนยกย่องความกล้าหาญของกำเหลงมาก จึงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองซือหลิง และให้อำนาจควบคุมหัวเมืองหยางซินและเซี่ยจื่อ คอยดูแลหัวเมืองเกงจิ๋วทางตอนใต้

จากนั้น กำเหลงได้ร่วมทัพใหญ่ของซุนกวนบุกโจมตีเมืองอ้วนเซีย กำเหลงได้รับหน้าที่เป็นกองหน้าเข้าตีกำแพงเมือง กำเหลงนำเหล่าทหารปีนกำแพงเมืองด้วยตนเอง โดยใช้โซ่ไต่กำแพงนำหน้าเหล่าทหาร แล้วก็สามารถยึดเมืองและจับตัวเจ้าเมืองได้สำเร็จ ในผลงานศึกครั้งนี้ ลิบองมีผลงานความชอบสูงสุด ส่วนกำเหลงเป็นอันดับสอง กำลังจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายพลถล่มค่าย

ปีค.ศ.215 โจโฉเคลื่อนทัพมาที่หับป๋า บัญชาทัพบุกโจมตีแถบปากแม่น้ำยี่สูด้วยตนเอง กองทัพของโจโฉมีจำนวนราว 400,000 คน ฝ่ายซุนกวนมีกองทัพราว 70,000 คน จึงตั้งค่ายเตรียมป้องกันการบุกโจมตี แล้วกำเหลงก็ได้รับหน้าที่เป็นทัพหน้า บัญชาทหาร 3,000 คน บุกโจมตีค่ายหลักของโจโฉ

จากนั้น ซุนกวนได้สั่งแผนลับให้กำเหลงลอบโจมตีค่ายโจโฉในยามวิกาล ซึ่งก่อนหน้านั้น ซุนกวนก็ประทานอาหารและสุราชั้นเลิศให้ กำเหลงจึงรวบรวมทหารกล้าราวร้อยกว่าคน แล้วนำอาหารและสุราที่ได้รับจากซุนกวนให้หน่วยทหารได้ดื่มกินกันอย่างเต็มที่ หลังจากดื่มกินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำเหลงก็เทเหล้าลงในชามสีเงินของตนแล้วดื่ม จากนั้นก็ส่งต่อให้เหล่าทหารได้ดื่มกัน แต่หัวหน้าทหารของกำเหลงนั้นเกิดความหวาดเกรงจึงคุกเข่าลงแล้วไม่กล้าดื่ม

กำเหลงจึงชักดาบออกมาวางบนตักแล้วตวาดว่า “ตัวเจ้ารับใช้นายท่าน หาใช่ข้าไม่ ตัวข้ากำเหลงไม่หวาดกลัวต่อความตาย แล้วเหตุไฉนเจ้าถึงกลัวกัน” หัวหน้าทหารเห็นกำเหลงโกรธจัด จึงยอมลุกขึ้นรับสุรามาดื่ม แล้วส่งต่อให้ทหารทุกคนได้ดื่มสุราจากชามเงินนั้นกันถ้วนหน้า

หลังจากร่วมดื่มสุราถ้วยเดียวกัน และปลุกขวัญกำลังใจจนฮึกเหิมพร้อมทำภารกิจเสี่ยงตายแล้ว กำเหลงก็นำทหารลอบออกจากค่ายในยามวิกาลแล้วบุกโจมตีค่ายของโจโฉ

ทหารของกำเหลงบุกทำลายสิ่งกีดขวางต่างๆแล้วบุกเข้าค่าย สามารถสังหารข้าศึกล้มตายเป็นอันมาก ทหารโจโฉต่างพากันตื่นตกใจกับการลอบโจมตีนี้จนแตกพ่ายไป จากนั้นกำเหลงก็พาทหารถอยกลับมา

ซุนกวนทราบว่าการลอบโจมตีประสบผลก็ยินดีมาก แล้วกล่าวกับกำเหลงว่า “นี่นับว่าเพียงพอที่จะสร้างความหวาดเกรงให้กับไอ้แก่นั่นแล้ว!!! ศึกนี้ยังเป็นโอกาสให้ข้าได้เห็นความห้าวหาญของเจ้าด้วย”

จากนั้นซุนกวนจึงประทานรางวัลเป็นผ้าไหมและดาบชั้นเลิศให้กำเหลงและทหารกล้าทั้งร้อยคน แล้วกล่าวต่ออีกว่า

“โจโฉมีเตียวเลี้ยว ส่วนข้ามีกำเหลง พวกเราสองฝ่ายมีกำลังเข้มแข็งเสมอกัน”

หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ตรึงทัพกันอยู่นานนับเดือน สุดท้ายโจโฉจึงถอยทัพกลับขึ้นเหนือไป เมื่อเสร็จศึก กำเหลงก็ได้รับอำนาจบัญชาทหารเพิ่มอีก 2,000 คน

เฉินโซ่วบันทึกบุคลิกของกำเหลงเพิ่มเติมว่า แม้ว่ากำเหลงจะเป็นคนกระหายเลือด มีนิสัยก้าวร้าวหยาบคาย แต่ก็เปิดเผยตรงไปตรงมาและมีความคิดอ่านยอดเยี่ยม กำเหลงแทบไม่สนใจการเก็บสะสมทรัพย์สินเท่าใดนัก แล้วยังเคารพนับถือผู้มีสติปัญญาความสามารถ ดูแลทหารใต้บัญชาเป็นอย่างดี จึงทำให้เหล่าทหารพร้อมยอมสู้ตายถวายชีวิตให้

ปีค.ศ.216 (ตรงกับปีศักราชเจี้ยนอันที่ 20) กำเหลงเข้าร่วมในศึกที่หับป๋า ขณะนั้นเกิดโรคระบาดรุนแรง ทัพง่อจำต้องถอยทัพกลับเป็นอันมาก แต่ก็ยังคงเหลือทหารกล้าตาเพียงไม่กี่พันคนป้องกันรถม้าศึกให้ซุนกวน มีขุนพลคู่กายเป็นองครักษ์ให้คือ ลิบอง เจียวขิม เล่งทอง และ กำเหลง

พวกเขาทั้งหมดมุ่งขึ้นบริเวณต้นน้ำของเซียวเหยาพร้อมกับซุนกวน แต่เตียวเลี้ยวดักซุ่มเตรียมหาโอกาสโจมตีอยู่แล้ว เมื่อเห็นทัพซุนกวนมาถึง เตียวเลี้ยวก็นำทหารเข้าปะทะทันที

กำเหลงตอบโต้กลับ เขายิงเกาทัณฑ์เข้าสังหารทหารข้าศึกล้มตายเป็นอันมาก กำเหลงยังกระตุ้นให้ทหารกองดุริยางค์รัวกลองเสียงดัง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจกองทัพให้ฟื้นคืนกลับมา หลังจากที่ทหารง่อก๊กพากันตื่นตระหนกจากจำนวนข้าศึกที่เหนือกว่าหลายเท่า แล้วเขาก็ยืนหยัดสู้ศึกอย่างกล้าหาญร่วมกับเล่งทอง สามารถต้านทานข้าศึกไว้ได้ ซุนกวนจึงยกย่องผลงานครั้งนี้ของกำเหลงอย่างมาก

เผยซงจือแทรกบันทึกฝ่ายง่อก๊ก เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกำเหลงและเล่งทองซึ่งกลายมาเป็นสหายร่วมตายในศึกนี้ไว้ เพราะแต่เดิม กำเหลงได้สังหารเล่งโฉ บิดาของเล่งทองจนตาย จึงถือเป็นศัตรูคู่แค้นที่มิอาจอยู่ร่วมโลกได้ กำเหลงจึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่พบปะกับเล่งทองเท่าใดนัก ซุนกวนเองก็มีคำสั่งให้เล่งทองอย่าได้กระทำการใดต่อกำเหลง

แต่ครั้งหนึ่ง ลิบองได้จัดงานเลี้ยงขึ้นภายในบ้านของตน ซึ่งก็มีเหล่าขุนพลและนายทหารของง่อก๊กร่วมกันเป็นแขกเหรื่อ รวมถึงกำเหลงและเล่งทอง ซึ่งล้วนเป็นสหายของลิบองทั้งคู่ด้วย

หลังจากดื่มสุราจนเมามาย เล่งทองก็ชักกระบี่ออกมาร่ายรำที่กลางงานเลี้ยง กำเหลงเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวว่า เขาก็สามารถร่ายรำทวนคู่ได้ ลิบองเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงยึดอาวุธของพวกเขาแล้วเข้าไปแยกออกจากกัน ภายหลังเมื่อซุนกวนทราบเรื่องก็รู้ว่าเล่งทองคิดอย่างไร จึงมีคำสั่งให้กำเหลงนำทหารไปประจำการอยู่คนละที่กับเล่งทอง เพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากันอีก

แต่ในศึกหับป๋าครั้งนี้ กำเหลงและเล่งทองก็ได้ร่วมทัพทำศึกด้วยกัน แล้วยังร่วมกันยืนหยัดช่วยเป็นองครักษ์พิทักษ์ซุนกวนด้วย แม้ว่าเตียวเลี้ยวจะไล่ตามตีจนเกือบจะถึงตัวซุนกวนได้แล้ว แต่กำเหลงก็เข้าต้านทานเตียวเลี้ยวไว้อย่างกล้าหาญ ช่วยให้ซุนกวนเอาชีวิตรอดมาได้

ด้วยผลงานความชอบในการทำศึก กำเหลงจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายพลประจัญบาน “เช่อจงเจียงจวิน”

ปีค.ศ.222 กำเหลงได้สิ้นชีพลง ซุนกวนมีความเศร้าเสียใจมาก กำห้วยบุตรชายจึงได้รับสืบทอดตำแหน่งต่อมา แต่ภายหลังได้กระทำความผิด จึงโดนลงโทษแล้วสิ้นชีพลงจากนั้นไม่นาน

 

อธิบายเสริม

วีรกรรมอันบ้าบิ่นของกำเหลง ที่นำทหารราวร้อยกว่าคนบุกตีค่ายโจโฉในยามวิกาลชนิดเหนือความคาดหมายนั้น ได้สร้างชื่อเสียงจนสะท้านแผ่นดิน ในนิยายสามก๊กเพิ่มเติมว่ากำเหลงบุกจนแทบจะเข้าถึงตัวโจโฉแล้วด้วยซ้ำ แต่เมื่อประเมินว่าคงไม่อาจสังหารโจโฉได้ในทันที เพราะยังมีทหารและองครักษ์ช่วยป้องกันไว้ จึงนำทหารถอยกลับมา ภารกิจสำเร็จโดยไม่เสียทหารสักคนเดียว หรือม้าศึกสักตัวเลย

ด้านความสัมพันธ์กับขุนพลคนอื่นนั้น กำเหลงมีบุญคุณความแค้นที่ละเอียดอ่อนกับเล่งทอง แต่ทั้งสองก็ร่วมสู้เคียงกันที่หับป๋าเพื่อช่วยเหลือซุนกวน แล้วกำเหลงยังมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับลิบองมาก จึงมักได้ร่วมทัพทำศึกด้วยกันหลายครั้ง

เฉินโซ่วได้แทรกเกร็ดเสริมว่า ก่อนหน้าที่กำเหลงและลิบองจะเป็นสหายที่สนิทสนมกันนั้น เดิมทีแล้วคนทั้งสองเคยผิดใจกันอย่างรุนแรงครั้งหนึ่ง เนื่องจากกำเหลงได้สังหารเด็กรับใช้ของตนคนหนึ่ง เพราะเด็กรับใช้ผู้นั้นกระทำความผิด แต่เดิมทีแล้ว เด็กรับใช้คนนี้เคยหนีไปขอความช่วยเหลือจากลิบองมาก่อน ลิบองจึงขอให้กำเหลงละเว้นชีวิต กำเหลงรับปากก็จริง แต่สุดท้ายก็ยังลงมือสังหารเด็กรับใช้จนได้ เมื่อลิบองทราบเรื่องก็โกรธจัดมาก เพราะกำเหลงเอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่แล้วสังหารผู้คนโดยง่าย

แต่ลิบองก็ได้พยายามสะกดอารมณ์ตนเอง เขาไม่ได้ด่าว่ากำเหลงแต่อย่างใด เมื่อลิบองเดินทางไปที่บ้านของกำเหลง ก็ยังคงกล่าววาจาอย่างให้เกียรติ แล้วชักชวนกำเหลงให้ไปร่วมโต๊ะอาหารกับมารดาของตนที่บ้านด้วย การวางตัวของลิบองทำให้กำเหลงมีความละอายใจ กำเหลงยอมกล่าวขออภัยต่อลิบอง จากนั้นทั้งสองก็กลายเป็นสหายสนิทต่อกัน กำเหลงให้ความยอมรับนับถือลิบองอย่างสูงทั้งในฐานะสหายและแม่ทัพใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตน

แล้วในนิยายสามก๊กยังได้ดัดแปลงเรื่องราวการตายของกำเหลงไว้ว่า เขาได้ร่วมทัพใหญ่ของง่อก๊กไปทำศึกปะทะกับเล่าปี่ในศึกอิเหลง แล้วกำเหลงก็ได้รับหน้าที่เป็นทัพหน้า เข้าตีทัพเล่าปี่ที่ตำบลอู่ตี้ ในระหว่างที่กำลังได้เปรียบนั้น สะโมโข นายทหารซึ่งมาจากชนเผ่าทางใต้ก็ยกทัพมาช่วยเหลือเล่าปี่ แล้วระดมยิงเกาทัณฑ์เข้าใส่กำเหลง ลูกเกาทัณฑ์โดนยิงปักเข้าที่หน้าผาก กำเหลงพยายามควบม้าหนีแล้วดึงลูกเกาทัณฑ์ออก แต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดก็ต้องนอนตายอยู่ข้างต้นไม้ เมื่อซุนกวนทราบข่าวก็เสียใจมาก จึงให้ทหารแต่งศพของกำเหลงไว้ที่แห่งนั้น แล้วให้ปลูกศาลเทพารักษ์ไว้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1376 TaritaJung (@Taritajung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 / 12:21
    กระทืบไลค์ให้ คห.2443 ด้วย LOLOLOLOL
    ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่า นายต้องดูแลเล่งทองดีละกัน? 5555+
    /me วิ่งหนี
    #1376
    0
  2. #1343 KuRoMi_Catz (@su-e-te) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 19:44
     อยากไลค์ คห.3 555+
    #1343
    0
  3. #1309 Kooh Pangya (@iceaumice) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 20:55
     กำเหลง ใครเล่นเกม Dnasty Warriosดูดีๆ แต่ละภาค ท่านกำเหลงมันร็อคขึ้นทุกภาค อยากจะบอกว่า
    "ท่านกำเหลงให้ไปรบไม่ได้ให้ไปร็อค!!!"

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มีนาคม 2555 / 21:27
    #1309
    0
  4. #1281 แสง,เงา (@prangdam) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 11:44
    ขอบคุรมากนะ
    โดยส่วนตัวก้ชอบตานี่มานานละ
    ประวัติเป้นประโยชน์มาก อิอิ
    #1281
    0
  5. #870 dj chokza (@chokzabomb) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 มกราคม 2553 / 20:55

    ชอบกำเหลง

    #870
    0