(จบแล้ว/อ่านฟรี) 90Days พิสูจน์รัก (Boy's love)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ ๕--(๑๐๐)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    30 พ.ย. 59



เพราะมีเรื่องปะทะคารมกันเมื่อวานทำให้กันตวีย์ไม่กลับมาที่ห้องจนถึงเวลาเลิกงาน วันนี้อัครดนย์จึงต้องส่งงานที่สั่งไว้ให้ในตอนเช้า ชายหนุ่มยืนนิ่ง เมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็นเจ้านายยามเปิดงานตรวจดู ที่เขามาทำงานวันนี้ไม่ใช่ว่าหมดหนทางไปแล้ว แต่เขาคิดว่ากันตวีย์พูดจริงทำจริงแน่ และหวังว่าจะแก้ความเข้าใจผิดของอีกฝ่ายเสียใหม่ด้วยตนเอง

เรื่องที่อัครดนย์รักกริชมันปฏิเสธไม่ได้ แต่เขาไม่ได้หวังจะครอบครอง ไม่เคยคิดว่าจะต้องแย่งกริชจากพี่สะใภ้กันตวีย์มาสักนิด เพียงแค่วูบหนึ่งหลงคิดว่าอยากเข้าใกล้กริชอีกนิดเพียงเท่านั้นเอง จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องคืนนั้นขึ้น

เพราะกริชเมา ทุกอย่างมันจึงเกิดขึ้น

กริชมิได้เคยคิดเกินเลยกับเขา อัครดนย์รู้ตัวเองดีว่าเป็นใคร

“เกือบดี แต่ไปแก้มาใหม่ มันยังไม่ละเอียดพอ” และอย่างที่อัครดนย์เคยตั้งข้อห้ามไว้เมื่อวาน กันตวีย์ตีหน้ายักษ์ และไม่คุยอะไรกับชายหนุ่มที่ไม่ใช่เรื่องงานอีกเลย อัครดนย์รู้สึกอึดอัด เอื้อมหยิบแฟ้มงานมาเปิดดูเพราะคิดว่าตนเองดูอย่างรอบคอบแล้ว “คุณอยากให้ผมแก้ตรงไหนครับ นี่มันเอกสารธุรกิจ ไม่ใช่ส่งการบ้านครูถึงจะต้องแก้หลาย ๆ รอบ”

คนฟังผละมามองด้วยสายตาเย็นยะเยือก “ซื้อปริญญามาหรือไงถึงไม่รู้ว่าตรงไหนผิดหรือถูก ฉันเป็นเจ้านายไม่ใช่ครูเหมือนกันที่จะต้องคอยบอกคอยสอน ฉันต้องการงานที่เรียบร้อยแล้ว ลูกน้องของฉันต้องพร้อมจะรับฟังคำสั่งตลอดเวลา แบบนี้ไม่ได้เรื่อง ไม่มีที่ไหนอยากจะรับเข้าทำงานหรอก!

อัครดนย์รู้สึกจุก หน้าชาราวกับถูกกันตวีย์ตบมาสักสองสามฉาด ชายหนุ่มทำได้เพียงกะพริบตาปรับอะไรให้ชัดเจนหลังจากได้ยินคนตรงหน้าพูด แล้วหมุนตัวเดินกระแทกเท้าตามอารมณ์ออกมา ไม่สนว่าเจ้านายจะพูดอะไร

“นี่ จะออกไปไหน กล้าดียังไงถึงได้เดินหนีฉัน!

มือหนาปิดประตูห้อง ยืนผ่อนลมหายใจให้คลายความขุ่นมัวออกอย่างสุดทน

“ไอ้บ้าอำนาจ...”

บ่นอุบกับตนเอง ลืมไปเสียสนิทว่าออกมาข้างนอก มารู้ตัวอีกทีก็เห็นว่ามีหลายสายตาในแผนกกำลังจ้องมา อัครดนย์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอยู่ครู่ เดินไปหาดรุณีซึ่งหล่อนก็เป็นหนึ่งในผู้คนที่มองเขาด้วยสายตาต้องการทราบ เพราะพักนี้ห้องทำงานของกันตวีย์ไม่พบเจอความสงบเลย ตั้งแต่มีเลขาเข้ามาอยู่ด้วย “พี่ณีครับ ขอผมปรึกษาหน่อยได้ไหม”

“อ๋อ ได้ค่ะ คุณโอ๊คมีอะไรให้พี่ช่วยคะ”

“ในรายงาน เอกสารพวกนี้ มีตรงไหนที่ยังคงผิดบ้างครับ” อัครดนย์เปิดให้ดรุณีดู คนมองก็พอจะเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น รู้แล้วว่ากันตวีย์กำลังเล่นงานอัครดนย์เรื่องงานอยู่แน่

“ลำบากแย่เลยนะคะ เดี๋ยวสักพักก็คงชินเอง” ดรุณีมองชายหนุ่มด้วยความเข้าใจ แล้วอธิบายว่าส่วนไหนต้องแก้อย่างไรบ้างจึงจะถูกต้องในสายตาของกันตวีย์ อัครดนย์ส่ายหน้าให้กับความบ้าอำนาจที่แท้จริงของเจ้านาย กล่าวขอบคุณคนให้คำปรึกษา แล้วเดินแยกมาท่ามกลางการให้กำลังใจของเพื่อนร่วมแผนก

อัครดนย์เพิ่งจะรู้ ว่ามีคนเห็นใจเขาเยอะมากมายเพียงนี้

ก็เพราะใครเล่าที่เป็นต้นเหตุ

หลังจากแก้ให้และส่งเสร็จสรรพก็ยังมีคำบ่นอยู่สองสามคำ แต่ก็ไม่ได้มากความ “เสร็จแล้วชงกาแฟให้ผมด้วย”

อัครดนย์รับคำแล้วเดินไปยังครัว ไม่นานก็ถือถาดเครื่องดื่มและของว่างออกมาด้วยเพราะเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว เมื่อวานกันตวีย์ก็ออกจากห้องหลังจากเขา ไม่ใช่ว่าอัครดนย์อยากจะเลียแข้งเลียขาอย่างที่เจ้าตัวเข้าใจ แต่สิ่งนี้เลขาควรกระทำ “คาปูชิโน่หรือ”

อัครดนย์ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่พอใจอะไร มือหนาผลักแก้วเล็กนั้นออกจนมันหกเลอะเทอะโต๊ะราวกับกำลังโวยวาย ดีที่ไม่มีแฟ้มงานหรือกระดาษเอกสารวางอยู่ เขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่า หรือกันตวีย์ต้องการจะกลั่นแกล้งกัน

“ใครเขากินคาปูชิโน่ตอนนี้กัน” 

ก็ตัวเองอย่างไรเล่า อัครดนย์มุ่นคิ้วสวนในใจ ทุกครั้งที่ใช้ให้เขาวิ่งปีนรั้วโรงเรียนออกไปซื้อข้างนอกให้ก็เพราะอยากกินมันมิใช่หรือ ชายหนุ่มถอนหายใจ ไม่เข้าใจอดีตรุ่นพี่หน้าหมาลอตไวเลอร์คนนี้เอาเสียเลย คนอื่นทั้งประเทศเขาก็กินคาปูชิโน่เวลานี้ทั้งนั้น ไอ้คนขวางโลก

“คนไทยไม่ได้กินคาปูชิโน่เฉพาะเวลาเช้า โดยเฉพาะคุณ”

“ฉันไม่เคยบอกเหรอว่าฉันกินกาแฟดำ ไปทำมาใหม่”

อัครดนย์พยายามไม่มุ่นคิ้วแสดงความไม่สบอารมณ์มากไปกว่านี้ ชายหนุ่มเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งอย่างเสียมิได้ กลับเอาไปให้คนเรื่องมากด้านนอกอีกครั้งในเวลาถัดมา อีกฝ่ายหยิบขึ้นไปจิบเพียงนิดเดียวแล้ววางมันลง ราวกับต้องการตั้งใจที่จะแกล้งเขาจริง ๆ แม้ชายหนุ่มไม่อยากจะมองอีกฝ่ายในแง่ร้ายก็ตาม

“มองดูอะไร ไปเอาผ้ามาทำความสะอาดโต๊ะซี ไม่อย่างนั้นก็ถอดสูทของคุณออกมาเช็ดซะ”

เขาถูกกันตวีย์เกลียดขี้หน้าอีกครั้งแล้วซีนะ อัครดนย์คิดในใจแล้วทำตามความต้องการของเจ้านายอย่างไม่ปริปากบ่น ชักเหมือนเมื่อก่อนขึ้นมาทุกทีแล้ว ทำงานแบบนี้ไม่ต่างจากเป็นเบ๊ของกันตวีย์เมื่อก่อนเลย

“ถ้าคุณไม่ชอบผมก็น่าจะปล่อยให้ผมไป” ชายหนุ่มเปรย มองคนที่ยังคงสนใจงานตรงหน้า

“เราจะไม่พูดเรื่องส่วนตัวในเวลาทำงาน”

“อย่ามาย้อนผมแบบนี้นะ” อัครดนย์ทนไม่ไหว

“ก็ได้ ฉันจะบอกให้ว่าทำไมถึงไม่ปล่อยคนไม่มีน้ำยาอย่างแกไป” ดูเหมือนอีกฝ่ายเองก็จะสุดทนแล้วเช่นกัน มือหนาของกันตวีย์ขยับประสานกันใต้คาง เชยนัยน์ตาของอสรพิษขึ้นมาสบ “เพราะฉันจะคอยจับตาดูให้แน่ใจไง ว่าแกจะไม่กลับไปรังควานพี่ชายฉันกับเมียอีก”

“พี่นี่มัน...”

“แกรู้หรือเปล่า...” อีกฝ่ายขัดขึ้น จ้องตาของอัครดนย์ราวกับต้องการสาปให้กลายเป็นหิน แม้พลังของชายตรงหน้าไม่มี หากทว่าร่างกายของชายหนุ่มกลับหนักอึ้งไม่สามารถขยับไหวได้

“รู้หรือเปล่า ว่าพี่กริชเขาดีใจมากที่รู้ว่ากำลังจะมีลูก ถ้าไม่นับเรื่องที่เขามายุ่งกับแกทุกอย่างก็กำลังไปได้สวย ถามจริง ๆ แกคิดอะไรอยู่ ถึงได้กล้าเดินเข้าไปทำลายชีวิตพวกเขาแบบนั้นทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ พี่อิมกำลังท้อง แกรู้อย่างนี้แล้วยังจะหน้าด้านเดินกลับไปหาพี่กริชอีกไหม”

อัครดนย์หน้าชา “ผมแค่...” แค่อยากได้กริชคนเดิมกลับมา ชายหนุ่มพูดไม่ออก แม้แต่ร้องไห้ก็ไม่สามารถร้องได้

“อย่าหลงคิดว่าฉันง้อล่ะ ฉันจะจ้างคนที่ใช้งานไม่ได้ให้เปลืองงบประมาณบริษัทมาทำไม ถ้าไม่คิดอะไรไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว แกก็รู้ว่าฉันมันนักธุรกิจ” 

คนฟังยืนนิ่งเมื่อได้ยินอย่างนั้น รู้และเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าอะไรเป็นมาอย่างไร ไม่ผิดที่กันตวีย์จะเป็นห่วงพี่ชาย แต่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าระหว่างเขากับกริชเป็นมาอย่างไร คิดเองเออเองทั้งที่ไม่คิดจะฟังเขาตั้งแต่แรก

“ให้ผมไปเถอะ ผมรักพี่กริช ผมไม่กล้าให้เขาเจอหน้าอีกแล้ว”

เสียงของผู้กล่าวเครือไหว ในดวงตากลับไม่เผยความอ่อนแอให้กันตวีย์เห็น หากทว่าสิ่งที่ทำให้เขาเงยขึ้นไปมองมิใช่น้ำเสียง แต่เป็นเพราะคำว่ารักที่อัครดนย์สารภาพออกมาโดยตรง กันตวีย์พูดไม่ออกไปในขณะหนึ่ง

“พี่จะคิดว่าผมเลวยังไงก็ช่างพี่ แต่พี่กริชเขาดีกับผมมากกว่าใคร ใครที่คอยจ้องแต่จะทำร้ายผม”

ประโยคสุดท้ายคนกล่าวหันมาสบตาชายหนุ่ม กันตวีย์รู้สึกเหมือนกำลังโดนด่า ชายหนุ่มไม่ได้ตอบโต้ มองแววเฉยชาในตาของอัครดนย์ แม้เจ้าตัวกำลังจะเล่าเรื่องน่าเศร้าอยู่ 

“ผมเลวเองที่เป็นฝ่ายคิดไปเองเพราะสิ่งที่พี่กริชทำให้ แต่ผมไม่เคยคิดแย่งเขามาเป็นของตัวเองเลยสักนิด ผมไม่กล้า ที่ผมกลับมาที่นี่เพราะหวังว่าอยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ทุกอย่างมันพังไปแล้วตั้งแต่วันที่ผมหักหลังเขา ผมควรคิดได้ตั้งนานแล้วว่าจะไม่มีทางได้พี่กริชกลับมา”

ระหว่างทั้งคู่เงียบไป ไม่รู้ว่ากันตวีย์คิดอะไรอยู่หลังจากได้ฟังคำอธิบาย มันน่าอึดอัด อัครดนย์จึงเลือกที่จะก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือหลังจากกล่าวจบ ไม่อยากอยู่มีปัญหากันอีก “เที่ยงแล้ว ผมขอตัว”

“ฉันไม่อนุญาต”

“อะไรอีก” ผู้เป็นเลขาถอนใจ “มันถึงเวลาพักของผมแล้ว”

“ฉันหมายถึงไม่อนุญาตให้ออกจากงาน ถ้าแกบริสุทธิ์ใจก็ไม่จำเป็นต้องหนี” กันตวีย์ยังคงยืนยันคำเดิม

คนฟังแสดงถึงความเห็นตรงกันข้ามชัดแจ้งทว่าไม่พูดออกมาโดยตรง เพราะรู้ว่ากันตวีย์นี่มันคือกันตวีย์จริง ๆ ไม่สนว่าใครจะรู้สึกอย่างไรทั้งนั้น หากต้องการอะไรก็ย่อมต้องได้ตามความต้องการ อัครดนย์แยกออกไปด้านนอกโดยที่ไม่พูดสาวความให้ยืดอีก แม้จะรู้สึกโล่งใจขึ้นเมื่อได้พูดความรู้สึกจริงแท้ให้ใครสักคนฟัง

ถึงแม้ใครสักคนที่ว่านั้น จะเป็นคนที่คอยทำร้ายเขาอย่างกันตวีย์ก็ตาม

วันนี้อากาศร้อน เพื่อนร่วมแผนกทุกคนจึงลงความเห็นว่าควรทานกันที่โรงอาหารมากกว่าพากันออกไปข้างนอก หลังจากได้ของที่ต้องการแล้ว อเนก อัครดนย์ ดรุณี เขมิกา และเพื่อนร่วมแผนกคนอื่นอีกสองสามคนทรุดกายนั่งลง แต่เพราะสายตาทุกคนมองมายังมุมนี้จนผิดสังเกต ทำให้ทั้งหมดรู้สึกถึงความไม่ค่อยสบายใจนัก ชายหนุ่มไม่ได้คิดไปเองเพียงคนเดียว

“ฉันว่าต้องมีคนเอาเรื่องคุณกายโวยวายเมื่อวานไปเล่าต่อแน่ ๆ เลย” อเนกเริ่มเรื่องขึ้น แล้วหันมาหาอัครดนย์พูดอีกว่า “เขาคงอยากรู้ว่าใครกันนะ ที่ทำงานห่วยถึงขั้นทำให้คุณกายสติแตกขนาดเดินหนีออกมาจากห้องทำงานได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“ไม่อย่างนั้น เขาก็ลือกันว่าแผนกเราได้เลขาคุณกายมาใหม่ หล่อมาก”

“ใช่เลยค่ะพี่ณี” เขมิกาเออออหัวข้อของดรุณีด้วยรอยยิ้มขัน

“เฮอะ! ไอ้หล่อ ไอ้ฝรั่งครึ่งลูก” อเนกเบ้ปาก พร้อมรอยยิ้มของอัครดนย์ที่หลุดขำกับท่าทีหมั่นไส้อย่างแสดงออกของรุ่นพี่หนุ่ม “ว่าแต่แกน่ะไอ้โอ๊ค ยังไม่มีเมียใช่ไหม ดูท่าจะแบ๊คดีนี่ถึงรู้จักกับคุณกริชได้ คงมีคนเอาไปเล่าต่อเยอะแน่เรื่องนี้”

“ก็ใครล่ะโวยวายคนแรก” เขมิกาสวน

“เอาน่า โอ๊ตมันก็ขี้โวยวายอย่างนี้มันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่” ดรุณีปรามคู่กัดให้ยุติสงครามน้ำลายด้วยรอยยิ้มขัน แล้วหันมาสะกิดอัครดนย์อีกรอบหนึ่ง “ว่าแต่ว่า สรุปมีหรือยังคะ”

อัครดนย์เบิกตา ยิ้มให้คนถาม “จะไปมีได้ยังไงครับ”

“งั้น สงสัยพักนี้เข็มต้องอ้วนขึ้นแน่เลย”

“หืม...” อัครดนย์หันไปสบตาเพื่อนสาว นึกสงสัยกับคำเปรยของเธอ “ทำไมล่ะ”

“เอ้า! ก็เดี๋ยวจะมีสาว ๆ ต่างแผนกเอาของเซ่นมาให้เข็มเพราะรู้ว่าเป็นเพื่อนโอ๊คไง ดูซี มีแต่คนสนใจโอ๊คทั้งนั้น” ได้ฟังแล้วชายหนุ่มก็หัวเราะ ส่ายหน้าให้อย่างไม่ถือสากับคำแซวของเพื่อน 

แต่บรรยากาศดี ๆ เมื่อครู่ก็หายไป เมื่ออเนกเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ไม่เพียงแต่กับพวกเขา กับทุกคนก็รู้สึกได้ถึงรังสีความน่ากลัวจากมุมนั้น

อัครดนย์หันไปมองตามสายตาของทุกคน เป็นกันตีวย์ที่เดินหน้าเรียบเข้ามา สั่งอาหาร และเดินไปนั่งโดยที่ไม่สนว่าใครกำลังมองอยู่ บางทีการเป็นคนแบบกันตีวย์ก็คงจะลำบากไม่น้อยกระมัง ถูกใช้สายตาขยาดมองตามอยู่ทุกเวลา

ก็ช่างเจ้าตัวซี ดูเหมือนว่ากันตวีย์มิได้สนใจอะไรหรือเดือดเนื้อร้อนใจกับมันสักนิด

“ว่าแต่ว่า ฉันได้ยินแกเรียกคุณกายว่าพี่ แกเองก็รู้จักกับเขาเหรอ ก็ไหนว่าไม่รู้ไง” อเนกถามขึ้น เรียกให้เพื่อนร่วมโต๊ะหันมามองเขาอย่างไม่นัดหมาย อัครดนย์ไม่รู้จะพูดอย่างไรให้ใครเข้าใจ ชายหนุ่มวางช้อนในมือลง หันไปครุ่นคิดคำตอบอยู่ครู่

“พี่อาจจะหูฝาด ผมจะไปเรียกเจ้านายแบบนั้นได้ยังไง”

“แต่ฉันได้ยิน เมื่อวานแกตะโกนออกมาดังจะตาย”

ทุกสายตายังคงมองมาที่เขา “ผม...เอ่อ..”

“เอาน่า ช่างมันเถอะโอ๊ต เขาจะรู้จักกันแล้วแกจะยุ่งอะไรด้วย ว่าแต่ว่าแกจะซื้อเสื้อผ้าตระเตรียมไปเที่ยวหรือยัง อาทิตย์หน้านี่หายใจเข้าออกก็ถึงแล้วนะ” เขมิกาชวนเปลี่ยนเรื่อง ในขณะที่ผละมาสบตาอัครดนย์แล้วยิ้มให้ ชายหนุ่มยิ้มรับเพียงแค่นั้นโดยที่ยังคงใจหาย จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับกันตวีย์หรือกริชมาก่อน เขาควรจะเป็นเพียงคนรู้จักห่าง ๆ ของกริชเท่านั้น นับจากนี้...

“เอ้อ จริงสิ แป๊ป ๆ ก็จะถึงวันเที่ยวบริษัทแล้ว”

“โอ๊คยังไม่รู้ใช่ไหม บริษัทจะมีจัดเที่ยวสองคืนสามวันอย่างนี้ทุกปี ไปทีละแผนก ปีนี้เห็นว่าจะพาไปเที่ยวทะเลนะแต่ยังไม่รู้ว่าจะพาไปที่ไหน บริษัทให้ใช้ชุดส่วนตัวใส่ไปเลย ก็ดีนะ” เขมิกาเล่า

“แต่ไม่ดีก็ตรงที่ไปกับ...” อเนกกล่าวแล้วลากเสียง หากสายตาชำเลืองไปยังมุมที่มีกันตวีย์นั่งอยู่ อัครดนย์ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เพียงคิดอยู่ในใจว่าคนอย่างกันตวีย์ก็ลำบากเหมือนกัน แค่นั่งอยู่เฉย ๆ ก็โดนพูดถึงแล้ว แต่พอมาคิดดูอีกที รุ่นพี่นิสัยบ้าอำนาจคนนี้คงทำกับคนอื่นไว้เยอะ คนเขาจึงได้เกลียดกันทั้งบริษัทเช่นนี้ ไม่น่าสงสารเพราะตัวเองเป็นคนก่อเรื่องแท้ ๆ

“แกนี่ก็เกลียดคุณกายเข้ากระดูกดำจริงนะโอ๊ต”

“เฮอะ ใครใช้ให้วางท่าใหญ่ขนาดนั้นล่ะ”

“คุณโอ๊ค...”

อเนกสะดุ้ง เป็นรอบที่เท่าไรแล้วไม่ทราบที่คนถูกกล่าวถึงมาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง ชายหนุ่มเกลียดกันตวีย์ก็ตรงนี้ ชอบทำให้เขาตกอกตกใจราวกับเป็นผีอยู่เรื่อย แล้วก็เป็นประเด็นให้เขมิกาหัวเราะเยาะทีหลังอย่างไรเล่า อเนกเงียบลง มองไปยังอัครดนย์ที่ตอบรับเจ้านายตัวเองราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ครับ คุณกาย”

เจ้านายเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ชำเลืองตาหาคนมองอยู่ครูหนึ่งราวกับคิดอะไรอยู่ อัครดนย์รู้ทันสายตาเช่นนี้

“ทานเสร็จแล้วไปหาที่ห้อง พี่...มีเรื่องจะต้องคุยด้วย”

กล่าวจบก็เดินจากไปเลย หนุ่มลูกครึ่งรู้ทันว่าอดีตรุ่นพี่ตั้งใจเน้นคำเมื่อครู่ ให้ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้งุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วไหงอัครดนย์จึงโกหกว่าไม่ได้รู้จักสนิทชิดเชื้อกับกันตวีย์ด้วย ในเมื่อคนเป็นเจ้านายเองยังแทนตัวเองว่า พี่’ กับอัครดนย์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ชายหนุ่มเหมือนหูดับและวางตัวไม่ถูก รับรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการแกล้งเขาเพราะเกลียดขี้หน้าอย่างจริงแท้

ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองพื้น เมื่อได้ยินเสียงคนอื่นซุบซิบโดยรอบ

“คุณโอ๊ค...” ดรุณีเรียก “เมื่อกี้คุณกายเขาพูดกับคุณว่า...”

“หรือคุณกายเขาได้ยินที่โอ๊ตนินทาเขา ก็เลยเรียกโอ๊คไปคุย”

“บ้าหรือไงยายเข็ม” อเนกเหว “อย่ามาโยนขี้ให้กันนะโว้ย ฉันไม่เกี่ยว” ได้ยินอัครดนย์ก็ยิ้มขันแก้เก้อกับคำต่อล้อต่อเถียงระหว่างอเนกกับเขมิกา ทำเป็นไม่รับรู้สายตาของดรุณีและเพื่อนร่วมบริษัทคนอื่นไป ไม่ว่าทุกคนจะอยากรู้อยากเห็นเพียงไหน เขาไม่มีทางบอกไปแน่ว่ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับกริชหรือกันตวีย์

ครู่หนึ่งจึงเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน ด้วยความที่นึกโกรธอยู่ที่จู่ ๆ กันตวีย์ก็หาเรื่องให้เขาถูกเกลียดและไม่เป็นที่ยอมรับต่อเพื่อนร่วมงาน อัครดนย์จึงแสดงสีหน้าให้อีกฝ่ายเห็นชัดว่าไม่พอใจ ชายหนุ่มเอื้อมมือเปิดประตูไปด้านใน เห็นกันตวีย์อยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว ร่างโปร่งจึงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าอย่างที่ถูกสั่งไว้ อีกฝ่ายรู้ตัวถึงการมาของเขา เชยตาขึ้นมาสบ แล้วเหตุใดสายตาดุคู่นั้นจึงดูมีลับลมคมในและกรุ้มกริ่มแปลก ๆ ด้วยเล่า

“บ่ายนี้เราจะต้องออกไปพบลูกค้า”

ลูกค้า...อัครดนย์เบิกตาลืมเรื่องเมื่อเที่ยงไปฉับพลัน หลังได้ฟังว่าเจ้านายกำลังบอกอะไร การออกไปพบลูกค้าที่ว่า หมายถึงให้เขาตามไปด้วยน่ะหรือ...

แต่เขามันเป็นพวกใช้งานไม่ได้นี่ หรือกันตวีย์ต้องการพาเขาไปหักหน้ากันแน่


------------------------------------------

หลังจากนี้จะไม่ค่อยเครียดนะคะ มีเรื่องราวน่ารัก ๆ มาผสมแล้ว

มาติดตามเรื่องราวความรักของโอ๊คกับพี่กายกันเถอะค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

281 ความคิดเห็น

  1. #259 nin28041992 (@nin28041992) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 21:29
    อเนกนี้หน้าโดนยื่นซองขาวนะ
    #259
    0
  2. #224 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 17:02
    คุณอเนกทำไมชอบนินทาเจ้านายคะ5555
    #224
    0
  3. #20 wanpink (@wanpink) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 10:14
    เอาแล้วจะโดนอะไรล่ะเนี้ย น่าสงสัย คนอะไรนิ่งจนน่าจับยัดห่วงจริงๆเลย
    #20
    0