(จบแล้ว/อ่านฟรี) 90Days พิสูจน์รัก (Boy's love)

ตอนที่ 30 : ตอนที่ ๑๗--(๕๐)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    9 ต.ค. 60


ตอนที่ ๑๗

หลังจากถูกส่งไปกายภาพกลับมา อัครดนกับกริชย์ช่วยกันพยุงคนตัวใหญ่ให้ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง ตั้งแต่กันตวีย์ฟื้นชายหนุ่มก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้าน บริษัท และโรงพยาบาลไม่ได้พัก เรื่องคู่กรณีของกันตวีย์นั้นเสียชีวิตไปหนึ่งคน แต่ถึงอย่างนั้นคุณประวิตรก็ไม่ได้มีความเมตตาลงเลย เล่นงานคนที่เหลือโดยไม่มีการยอมความใดใดทั้งสิ้น

กริชดูใจเย็นและมีเหตุผลขึ้นมาในระดับเดิมแล้ว ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลให้กันตวีย์วางใจและมีอาการดีขึ้นมากเพราะเข้าใจกับพี่ชายดังเดิม ทั้งคู่ยังคงแน่นแฟ้นกัน รวมไปถึงคุณประวิตรที่แสดงออกมากขึ้นด้วย แม้กันตวีย์จะแปลกใจกับท่าทีบิดา แต่สีหน้าแห่งความเปี่ยมสุขนั้นพลอยให้อัครดนย์ยิ้มตามไปด้วย

ทว่า อีกฝ่ายเป็นถึงลูกชายนักธุรกิจชื่อดัง มีใครมาเยี่ยมเป็นพัก ๆ ไม่ค่อยมีเวลาอยู่เป็นส่วนตัวให้อัครดนย์ได้ขอพูดคุยด้วยนัก ซึ่งเรื่องที่ผิดใจกันวันนั้น ชายหนุ่มไม่ทันได้ปรับความเข้าใจกับกันตวีย์เลย แม้ทีท่าของคนป่วยจะดูเหมือนลืมไปแล้วก็ตามที

“นี่จะนอนเลยเหรอ”

“อืม” คนป่วยครางตอบพี่ชาย เอนหลังพิงเตียงที่ถูกปรับให้นั่งได้สะดวก

อัครดนย์หน้าถอดสีลงเมื่อเห็นเช่นนั้น

ดูเหมือนกริชจะรู้ทัน เมื่อเห็นว่ากันตวีย์ทิ้งตัวเอนหลังไม่พูดจากับใคร อาการผิดแปลกจากน้องชายจอมเซ้าซี้ขี้หาเรื่องคนก่อน ผนวกกับสีหน้าลำบากใจของอัครดนย์ด้วยก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าของร่างสูงใหญ่ยกมือขึ้นขยี้หัวคนยืนข้างไปที บอกเป็นนัยยะว่ากำลังจะเปิดโอกาสให้แล้ว 

“เดี๋ยวไปหาอะไรดื่มดีกว่า โอ๊คเอาอะไรไหม”

“ไม่ครับ ขอบคุณ”

กันตวีย์ไม่เคยทำแบบนี้นาน ๆ อัครดนย์ไม่ควรปล่อยให้นานกว่านี้

หลังจากกริชออกไป ชายหนุ่มขยับผ้าห่มไปคลุมอกให้คนป่วย

“พี่จะเลิกสนใจผมแล้วใช่หรือเปล่า” อัครดนย์ใช้เสียงเรียบพูดฝ่าความเงียบ ซึ่งคนฟังเองก็ปล่อยให้เข้าหูซ้ายแล้วทะลุออกหูขวาไปราวไม่ได้ยิน หนุ่มลูกครึ่งถอนหายใจ ขยับเข้าไปยืนใกล้ “พี่ทำแบบนี้แล้วดีขึ้นมาใช่ไหม ไม่สนใจผม ไม่ตอบสนองผม ถ้ามันทำให้พี่รู้สึกดีที่เห็นผมเป็นแบบนี้

“หยุดพูดไปเลย” 

กันตวีย์หันสบตาคนยืนอยู่อย่างไม่ชอบใจ ใช้สายตาแสดงให้เห็นว่าเคือง “แกจะให้ฉันดีใจ มีความสุขที่ตื่นมาได้ยินแกพูดว่าอยากจะไปจากฉันงั้นเหรอ ฉันไม่ได้เป็นพวกโรคจิตนะที่จะทนอยู่แบบเจ็บปวดได้ต่อไป แบบนั้นขอตายดีกว่า”

อีกคนดูเหมือนจะทนฟังไม่ได้เมื่อได้ยินกันตวีย์พูดถึงเรื่องตาย หันขวับไปทิศอื่นหลังได้ยินคำนี้ กันตวีย์แปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กที่ยืนอยู่ อัครดนย์พยายามไม่ร้องไห้อย่างที่สุดเพื่อพูดกับเขา “ผมขอโทษ แต่ว่าอย่าพูดเรื่องตายอีกได้ไหม พี่ไม่เข้าใจเจตนาผมหรือไงว่าที่พูดแบบนั้นไปเพราะอยากให้พี่มีชีวิตอยู่”

“ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นแหละ”

“พี่ก็เป็นเสียแบบนี้”

“ก็ฉันเหนื่อย แกคิดอะไรอยู่ สงสัยอะไร อยากได้อะไร แกไม่เคยแสดงออกออกมาอย่างจริงใจ”

“ผมจริงใจ” 

อัครดนย์แค่แสดงออกไม่เก่งก็เท่านั้นเอง

อัครดนย์ไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมากันตวีย์จะรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของเขา ดูเหมือนอีกฝ่ายคงสุดทนกับพฤติกรรมอันไม่รู้จักจบสิ้นของชายหนุ่มแล้ว กันตวีย์เหนื่อยที่จะพยายาม หรือไม่อาจจะหน่ายกับความไม่เอาไหนของอัครดนย์ด้วย 

น่าแปลกคนเดียวที่ทำให้หนุ่มลูกครึ่งสับสนไม่เป็นตัวเอง คนที่ทำให้มีความสุข คนที่ทำให้เจ็บปวดคือกันตวีย์ทั้งนั้น ชายหนุ่มไม่รู้ได้ว่าคนตรงหน้าเข้ามามีอิทธิพลต่อใจเขาตั้งแต่เมื่อไร

ตั้งแต่วันที่อัครดนย์ได้รู้อะไรอีกมุมของเจ้าตัว ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อน

ตั้งแต่ได้รับสิ่งดี ๆ ที่กันตวีย์ทำให้

ตั้งแต่รู้สึกว่าตนเองถูกปกป้อง และกลายเป็นคนสำคัญในสายตาอีกฝ่าย

และตั้งแต่รู้ว่าหัวใจของเขาเต้นแรง เมื่ออีกฝ่ายเพียงแค่ยกยิ้มให้

“ผมก็เหนื่อยเหมือนกัน” 

อัครดนย์โน้มลงไปกอดบ่าใหญ่ที่เอนพิงเตียงเบื้องหน้าในความสงบ เขาไม่ควรเคืองใจที่กันตวีย์จะร้องขอความรักความสนใจต่อเขา ในเมื่อเมื่อก่อนชายหนุ่มเอาแต่หนีความจริง ไม่เคยทำให้อีกฝ่ายมั่นใจได้เลยว่ากันตวีย์ก็เป็นคนสำคัญในใจของอัครดนย์ 

ดูเหมือนผู้ถูกกระทำประหลาดใจ นัยน์ตาอสรพิษคมกริบเชยขึ้นมาสบในระยะใกล้ด้วยแววฉงน

“โกรธที่พูดแรงเกินไปเหรอ”

ได้ยินคนถาม อัครดนย์ส่ายหน้าเป็นคำตอบ เขาไม่โกรธและไม่คิดอยากจะโกรธ

เอาเข้าจริงเมื่อถึงเวลาก็ไม่อาจสรรค์หาคำไหนมาพูดได้ อัครดนย์เพียงแค่ขอเวลาซึมซับความดีใจที่สวรรค์ไม่กลั่นแกล้งทำให้เขาเจ็บปวด ด้วยการพรากคนคนนี้ไป และท่าทีแปลกไปของคนอายุน้อยกว่านั้น ทำให้คนงอนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เพียงแต่ไม่รู้อีกเช่นกันว่าจะพูดอะไร

ผ่านมาถึงขนาดนี้แล้ว กันตวีย์ควรพูดหรือทำอะไรบ้าง คิดเช่นนั้นแล้วมือใหญ่ดึงให้อัครดนย์ทรุดตัวนั่งลงบนเตียงด้วยกัน อ้อมแขนไม่คลายจากเอว แม้คนตัวเล็กกว่าไม่มีท่าทีขัดขืนเฉกเช่นเมื่อก่อน 

“โอ๊ค แกคิดอะไรอยู่”

คนฟังหลุบตามองพื้นเตียง “ผมแค่คิดว่าจะพูดยังไงดี ให้พี่หายโกรธ”

“โกรธ” คนป่วยย้อน ยกนิ้วชี้ชี้หน้าตัวเอง

“ถ้าไม่โกรธแล้วทำไมต้องทำตัวแบบนี้ใส่ผมด้วย เมินผม ไม่สนใจผม”

“ไม่ยักรู้นะ ว่าฉันจะทำให้แกคิดมากขนาดนั้น”

คนกล่าวยกมุมปากยิ้มไม่เผยสีหน้าไปมากกว่านั้น แต่อัครดนย์กลับรู้สึกว่ากำลังถูกกระเซ้าเย้าแหย่ให้อาย ทั้งด้วยสายตาและสีหน้าของคนกอดในระยะใกล้ ทำให้ชายหนุ่มวางตัวไม่ถูกไปพักหนึ่ง ท้ายที่สุดคิดได้ว่าควรพูดอะไรสักอย่างออกไปบ้าง หนุ่มลูกครึ่งอึกอัก

“ผมผมแค่ไม่อยากให้พี่ไม่สบายใจ พี่ควรพักผ่อน ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะ”

“โอ๊ค

คนหลบตารีบหันมองผู้ขานชื่อ เห็นว่าสีหน้าของกันตวีย์จริงจังออกไปทางน่ากลัวเสียมากกว่าด้วยซ้ำ ชายหนุ่มผละไปทิศอื่นเพราะมีหลายปัจจัยทำให้ไม่อาจหาญพอสู้ด้วยสายตา ทั้งความเขิน ทั้งความหวาดหวั่น ทั้งความหล่อเหลาของใบหน้าคนเจ็บ แต่ไม่นานมือของคนตัวใหญ่ก็ไม่ยินยอมให้เขาทำเช่นนี้ เชยคางให้หันกลับไปเผชิญกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“พี่เรียกไม่ได้ยินเหรอ ไอ้ขี้ดื้อ

เสียงคนพูดกลับฟังดูใจดี

“แล้วพี่กาย เรียกผมทำไม” ใจคนถามเต้นตึก

กันตวีย์ใช้หัวแม่มือไล้แก้มเด็กเบื้องหน้าอ่อนโยน “แกไม่จำเป็นต้องคิดมากเรื่องพี่หรอกนะ สิ่งที่พี่ทำให้ มันเทียบไม่ได้กับเรื่องที่พี่เคยก่อไว้ตอนเด็กเลย คิดเสียว่าก็แค่คนเลว ๆ คนหนึ่ง

“ไม่” 

อัครดนย์แทรก จ้องตาบอกว่าไม่ยอม ซึ่งฝ่ายคนอายุมากกว่าก็อยากพูดต่อ

“ชีวิตของพี่ ถ้าจะไม่ได้กลับมาจริง ๆ พี่ก็ดีใจที่ได้ทำเพื่อแก ไม่ต้องเสียดาย

“ผมจะไม่เสียดายได้ยังไง คนที่ผมรักตายไปทั้งคน พี่ไม่รู้หรือไงว่าผมเป็นคนแบบไหนถึงได้ทำอย่างนี้ ต่อไปนี้ห้ามคิดทำอะไรแบบนี้อีกนะ รู้หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นผมจะโกรธ โกรธมากกว่าเรื่องเมื่อก่อนอีกสิบเท่า ไม่ซีจะไม่ยอมยกโทษให้เหมือนครั้งนี้เด็ดขาดไม่ว่าจะทำยังไง แล้วผมจะไม่มาให้พี่เห็นหน้าอีก” 

ความเจ็บปวด ความหวาดกลัวของอัครดนย์ถูกส่งต่อให้คนฟังรับรู้แล้ว

กันตวีย์กอดคนในอ้อมแขนปลอบ

“รักเหรอ ไม่เคยเห็นรู้มาก่อน”

คนฟังย่นคิ้วอย่างที่มักทำ “ผมไม่สนหรอกว่าพี่จะล้อเลียนอะไร ไม่สนแล้ว”

“พี่เปล่าสักหน่อย แค่อยากได้ยินอีก”

“ผมสนแค่ว่าถ้าพี่ทำอีก พี่จะไม่มีโอกาสได้ยินผมพูดอะไรสักคำ แม้แต่คำลา”

“ครับ เข้าใจแล้วครับ จะไม่ทำอีกแล้วครับ กลัวไปหมดแล้วเนี่ย” 

นิ้วมือเรียวคนอายุมากไล้คิ้วมุ่นให้คลายลงด้วยรอยยิ้มละมุนหวาน จูบซับให้เชื่อใจ กันตวีย์กลัวที่จะไม่ได้พบอีกฝ่าย ซึ่งดูเหมือนอัครดนย์จะรู้ดีว่าสิ่งไหนควรนำมาต่อรองด้วย และทำให้กันตวีย์ยอมอ่อนให้

ช่วงที่เขาหลับ นอกจากแม่ ผู้ที่ระทมทุกข์อย่างที่สุดคนหนึ่งก็คงเป็นคนในอกของเขาแน่ กันตวีย์ฝันว่าได้ยินเสียงของอัครดนย์ร้องไห้และเรียกเขาอยู่หลายครั้ง บางทีก็ได้ยินน้ำเสียงใจดี อบอุ่น แต่ถึงอย่างนั้นกันตวีย์ก็อย่างเห็นตัวจริงมากกว่า ตัวจริงที่สัมผัสได้ กอดได้ จูบได้

และบอกว่ารักเขาได้ ด้วยสายตาสว่างไสวคู่นี้

“ว้าย!

เสียงผู้มาใหม่ทำให้กันตวีย์ชะงัก คนอยู่ในอ้อมกอดเด้งตัวไปยืนอยู่อีกมุมรวดเร็วเสียจนคนป่วยนึกขันเมื่อเหลือบไปเห็นสายตามารดา แก้มสีเข้มของอัครดนย์ทำให้คุณอุษาแอบยิ้ม “ทำอะไรกันสองคนนี้ บัดสีบัดเถลิงจริงเชียว รู้อยู่ว่ารักษาตัวไม่ค่อยมีเวลาได้จู๋จี๋กัน แต่พี่กายเขายังไม่หายดีเลยนะโอ๊ค”

“เอ่อ”

ท้ายประโยคหันมาสบตาอัคดนย์ให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงความอับอายขึ้นมาอีกเท่าตัว หนุ่มลูกครึ่งอ้าปากพะงาบอยากอธิบาย จะแก้ตัวก็ไม่กล้าเมื่อเห็นสีหน้าของนางว่าตลกเพียงไหนกับคำแซวของตนเอง “ดูซีกาย น้องเขินหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว น่ารักจัง...ป้าล้อเล่นนะโอ๊ค”

“ดูสิหน้าเหวอเลยเห็นไหมครับแม่”

สองแม่ลูกยิ้มขันให้กันราวกับรู้ใจ สนุกสนานกันยกใหญ่เมื่อเห็นว่าอัครดนย์ไม่เป็นตัวของตัวเอง แม้จะรู้สึกอาย แต่คนถูกแกล้งก็ชอบบรรยากาศยามอยู่ด้วยกันเหลือเกิน อบอุ่น เป็นสุข เขาเคยรู้สึกแบบนี้เมื่อนานมาแล้วจนเกือบจำไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร

ความรู้สึกของคำว่าครอบครัว



-----------------------------------------------

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

281 ความคิดเห็น

  1. #245 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 20:38
    ดีนะคะคุณแม่ไม่ได้คีฟดาม่าไปกับเขาด้วย5555
    #245
    0
  2. #210 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 09:58
    อบอุ่น ครอบครัวๆ
    #210
    0