(จบแล้ว/อ่านฟรี) 90Days พิสูจน์รัก (Boy's love)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ ๑๔--(๑๐๐)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    27 เม.ย. 60


กริชกลับถึงบ้านในช่วงหัวค่ำของวัน ตลอดเส้นทางที่อยู่กันบนรถนั้น อัครดนย์กลับไม่ยินยอมพูดคุยด้วยอย่างเคย ทำราวกับเขาไม่มีค่าต่อเด็กคนนั้นไปเสียแล้ว

 ชายหนุ่มทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องรับแขกอย่างเหนื่อยอ่อน ภาพยามดวงตาสีน้ำตาลมองตามกันตวีย์ด้วยสายตาบางอย่างยังคงฉายอยู่ในโสตประสาทไม่ยอมหาย ทำให้เขารับรู้แล้วว่าเหตุใดอัครดนย์จึงเปลี่ยนใจจากเขาไปได้ เพราะสองคนนั้นรักกัน

อัครดนย์เปลี่ยนใจไปจากเขาแล้วจริง ๆ งั้นหรือ

“พี่ต่างหากที่โลเล

สุ้มเสียงหนักแน่นของอัครดนย์ยังสะท้อนไม่จางหาย บอกเขาว่าความจริงเป็นเช่นไร

ก็คงใช่อย่างที่เจ้าตัวพูด หากเขาตัดสินใจเร็วกว่านี้คงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาคงได้ครองรักกับเด็กคนนั้นตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว กริชก้าวเดินช้ากว่าอัครดนย์อยู่หลายก้าว ไม่อาจเดินตามเด็กคนนั้นทันไม่ว่าจะสู้เพียงไหน ในความคิดตอนนี้รู้เพียงแค่ ถึงเขาจะรู้สึกว่าตนเองกำลังแพ้แต่กลับไม่อยากปล่อยมือให้กันตวีย์กำชัยชนะอย่างราบรื่นได้

ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักอยู่อย่างเงียบเชียบเพียงคนเดียว แต่ไม่นานที่ตกอยู่ในห้วงความคิดหรือหลุมดำอะไรสักอย่าง เสียงฝีเท้าคนเดินจากด้านบน และน้ำเสียงระรื่นยามพูดคุยของภรรยาทำลายความสงบของกริชไปสิ้น ชายหนุ่มถอนใจ ได้ยินอันดาคุยโทรศัพท์สนุกสนานเดินลงมา บนตัวมีเพียงเสื้อผ้าแทบจะไม่ผิดสัดส่วนของร่างกาย

เพราะไม่ได้เปิดไฟ เธอเดินผ่านเขาไปโดยที่ไม่รู้ว่ากริชอยู่ตรงนี้ 

“เหรอ ฉันว่าแล้วเชียวว่าเขากำลังจีบแก”

เหตุใดคนที่ทำร้ายเขาจึงใช้ชีวิตได้อย่างหน้าระรื่นอยู่เช่นนี้กัน

“อะไร ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกน่า เขาก็รู้ว่าฉันแต่งงานแล้วนี่นา ใช่เห็นแบบนี้ฉันก็ยังมีผัวอยู่นะ ใครเขาจะมาชอบได้ล่ะ ยังไม่ทันได้หย่ากันสักหน่อย ถึงหย่าจริงใครจะมาสนใจผู้หญิงเคยมีผัวมาแล้วกันล่ะ อื้มเป็นโสดดีกว่า”

กริชนั่งกอดอกมองเจ้าหล่อนเดินไปมาในบ้านสลัว ไม่นาน เพราะคงรู้สึกเหมือนถูกมองอยู่ อันดาหันมายังทิศนี้แล้วเปลี่ยนสีหน้าไปเมื่อเห็นว่าสามีนั่งอยู่ เธอยกมือกุมหน้าอกตกใจ แต่ก็เรียกสติผละไปพูดสายต่อ “งั้นแกแต่งตัวต่อเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปรับ อื้มแล้วเจอกัน”

“จะไปไหน” คนตัวใหญ่เอ่ยขึ้น ให้คนที่อยู่อีกฝั่งชะงักการกระทำ อันดาปรับสีหน้าอยู่พักหนึ่งแล้วเดินวนไปยังชั้นรองเท้าไม่ได้รีบจะตอบคำถาม คนมองเห็นแล้วก็นึกฉุน ทั้งหงุดหงิดเรื่องที่เจอมาและโมโหคนตรงหน้าเพราะไม่ได้ดังใจ ลุกเดินไปกระชากต้นแขนเล็กให้หันมาสบตา “ถามไม่ได้ยินหรือไง!”

คนฟังงุดหน้าลงมองพื้น แต่ไม่นาน ก็เงยขึ้นสู้ด้วยสายตา “ไปหาผัวใหม่มั้งคะ”

“ช่างประชดจังนะ อยากให้เสียดายเหรอ” มือใหญ่สะบัดออกทั้งยกยิ้มขัน

“ไม่เสียดายก็ดีค่ะ อิมจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด”

“เวลาทำเลวรู้สึกผิดบ้างก็ได้ เดี๋ยวใครต่อใครเขาเห็น เขาจะหาว่าไม่มีสามัญสำนึก ผัวตัวเองนั่งทนโท่อยู่บ้านแต่วิ่งโร่ไปหาผัวข้างนอกทุกคืน เชคตัวเองบ้างก็ได้นะถ้าจะสำส่อนแบบนี้”

“ก็เพราะผัวมันไม่ดีไงเลยอยากได้ผัวใหม่ ก่อนจะบอกให้คนอื่นไปเชค ก้มดูสารรูปตัวเองบ้างสิคะว่าต่างจากที่ด่าคนอื่นไหม ทุกคืนที่พี่ไปเที่ยวน่ะเคยพกถุงยางหรือเปล่า อิมใจกว้างไม่พอเหรอที่ซื้อถุงยางใส่กระเป๋าไว้ให้ทุกครั้งเพราะตัวพี่เองไม่เคยคิดจะพก พี่มันสกปรก เอาไม่เลือกหน้า ไม่เลือกเพศ ขอแค่ให้มีรูก็เอาได้หมด!

“อิม...

“พอกันทีกับคนอย่างพี่ พอ!

กริชชะงักเมื่อท้ายที่สุดฝ่ายภรรยาก็หมดความอดทนก่อน ทั้งที่เคยยอมเขามาโดยตลอด

อันดาร้องไห้หลังจากกล่าวจบ เป็นครั้งแรกที่ใจของกริชสั่นไหวหลังจากเห็นแววตาตอนที่เธอกล่าวหลังจากสิ้นเยื่อใย มือใหญ่กำไว้แน่น มองตามร่างบอบบางเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับเสียงสะอื้นร้องไห้ คงเป็นอย่างนี้กับทุกคนกระมัง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองได้ผิดพลาดไปแล้วเสียทุกอย่าง กลายเป็นคนอ่อนแอและอ่อนไหวได้กับทุกสิ่งบนโลกใบนี้

เขาไม่ได้รู้สึกใจหายเมื่อเห็นแววตาผิดหวังของอันดา 

ไม่เลยสักนิด

 

ดึกแล้ว ทุกวันกันตวีย์จะดื้อด้านโทรมาคุยด้วยแม้เขาจะไม่ชอบใจ คราวนี้แปลกไปกว่าทุกที อัครดนย์ถอนหายใจเดินไปทรุดกายนั่งลงบนเตียงหลังจากอาบน้ำเสร็จ มองโทรศัพท์ที่ยังคงเงียบจนคิดว่าอาจจะเสียไปแล้วก็เป็นได้ ชายหนุ่มเอนหลังลงนอนเอื่อยเฉื่อย หยิบขึ้นมาแหงนดูอีกครั้งเช่นนั้นราวกับมันจะส่งพลังอะไรสักอย่างออกมา

หรือกันตวีย์จะยอมแพ้ไปแล้ว ชายหนุ่มคิดทั้งมุ่นคิ้วคิดกับตนเองอยู่เช่นนั้น 

หรือเขาจะเป็นฝ่ายโทรถามให้เข้าใจเสียเอง

หลังจากนั่งคิดนอนคิดอยู่นาน อัครดนย์ทำใจให้กล้าอยู่สักพักแล้วจึงกดโทรออก หากทว่าใจที่รวบรวมความกล้าได้แล้วมลายหายไปสิ้น เมื่อเลขหมายปลายทางไม่ได้เปิดเครื่อง โทรไม่ติด อัครดนย์คิดว่ามันอาจอยู่ตรงช่วงที่สัญญาณขาดหายพอดีก็เป็นได้ ชายหนุ่มจึงกดโทรเข้าไปอีกครั้งเพราะอยากทราบ หากทว่าก็เป็นแบบเดิม ไม่สามารถติดต่อกับเจ้านายได้เลย

หรือกันตวีย์จะเคืองเขาจนไม่อยากพูดด้วย

“ไม่น่าเป็นแบบนั้น” คนอย่างกันตวีย์ไม่ใช่เด็กแบบนั้นสักหน่อย

หรือจะเกิดอะไรขึ้นที่บ้านเพราะสิ่งที่เขาพูดกับกริช อัครดนย์คิดทั้งเดินลงไปหาน้ำดื่มข้างล่าง หางตาเหลือบออกนอกหน้าต่างเห็นรถคันคุ้นตาจอดอยู่ไม่ห่างจากรั้วเท่าไรนึกก็แปลกใจ ทำไมรถประจำตำแหน่งของเขามาจอดอยู่หน้าบ้าน ก็ไหนเขาให้กันตวีย์ขับกลับบ้านไปแล้วนี่

เท้าไวเท่าความคิด อัครดนย์รีบเดินออกไปนอกบ้านเพื่อมองให้แน่ชัดว่าเป็นรถคันเดียวกันหรือไม่ ครั้นเห็นเลขทะเบียนชัดแล้วก็รีบเปิดประตูไปหยุดอยู่ใกล้สักพัก เพราะนี่มันก็ดึกแล้ว แล้วเหตุใดเจ้านายจึงมาจอดรถอยู่หน้าบ้านคนอื่นทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้ด้วย

กระจกถูกเปิดทิ้งไว้เพียงนิดเดียวเท่านั้นเพราะไม่ได้ติดเครื่องไว้ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกำลังหลับ แบบนี้ยุงไม่หามไปหรอกหรือ คิดแล้วชายหนุ่มก็โน้มลงไปเคาะกระจกเรียกคนด้านใน มองเข้าไปในแสงสลัวเห็นว่าเจ้าของตัวโตกำลังงัวเงียตื่น พลันสายตาคมเหลือบเห็นเขาก็ตกใจ

“เฮ้ย มาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” คนข้างในถามขึ้น

“ผมต่างหากที่ต้องถาม มานอนทำไมตรงนี้ บ้านช่องไม่มีกลับเหรอ”

“มี แต่ไม่อยากกลับ อยากมาประท้วง” คนข้างในกอดอกทำหน้าคล้ายกำลังเคืองใจเพราะนึกถึงเรื่องเมื่อตอนเย็น อัครดนย์ยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนั้น จึงสอบถามไปว่า “จะมาประท้วงอะไรมิทราบครับ”

คนโกรธหันมาถอนใจเสียงดัง “ฉันจะนั่งตากยุงอยู่ตรงนี้แหละ เพราะแกไม่รักฉัน”

“อะไรของพี่เนี่ย ผีอะไรเข้าสิง”

“ผีคนอกหักมั้ง”

“หึได้ข่าวว่าคนอกหักปิดเครื่องหนีผมนะ โทรหาทีไรก็ไม่ติดสักที” อัครดนย์กอดอกพูดบ้าง เห็นกันตวีย์มุ่นคิ้วเมื่อได้ฟัง เจ้าตัวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูว่าใช่อย่างที่พูดหรือไม่ เมื่อเห็นดังว่าแล้วก็เงยขึ้นมาสบตา แล้วก็เอนหลังพิงพนักในสภาพชุดเดิม ไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวที่ใส่มาทั้งวัน ทำขรึมพูดว่า “แบตมันหมดน่ะ แล้วแกจะโทรหาฉันทำไม ปกติโทรหาก็ไม่ค่อยอยากคุย”

คนฟังนิ่ง “ก็ได้ จะไม่โทรหาอีกแล้วก็ได้”

“เอ้อ…จะโทรมาก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไร” คนเก๊กท่าหันมาพูดเสียงอ่อน พลอยให้อัครดนย์ยิ้มไปด้วยกับการวางท่านี้

“กลับบ้านไปอาบน้ำนอนได้แล้วครับ”

คนหน้าพวงมาลัยหันมาสบตา “ทำไม เป็นห่วงเหรอ”

“อืม” เจ้าของร่างด้านนอกครางอยู่ในลำคอ ไม่ปฏิเสธ

คนโกรธดูเหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้ง อัครดนย์เห็นคนทำหน้าเข้มหลุดยิ้มอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วก็หันขลุกขลักเอื้อมมามาเปิดประตู ชายหนุ่มตกใจ ถอยหลบเพราะคิดว่าคนข้างในจะออกมา แต่ที่ไหนได้พอประตูรถอ้าออกแล้ว แขนเขากลับถูกดึงรั้งให้เข้าไปด้านในทดแทน ทรุดนั่งอยู่บนตักของผู้กระทำได้แบบพอดิบพอดีด้วยท่าที่หันเข้าหากัน อัครดนย์ตกใจเมื่อประตูปิดลงหลังจากกันตวีย์ปรับเบาะให้ถอยหลังเพิ่มระยะของสถานที่แล้ว

“จะทำบ้าอะไรของพี่!” คนถูกกอดเอวดิ้นขลุกขลัก “เล่นบ้าอะไรอีก!

“หอมจัง เพิ่งอาบน้ำเหรอ”

“แต่ตัวพี่มันเหม็น!

“ก็ใช่ซี ยังไม่ได้อาบน้ำเลย มัวแต่มาประท้วงคนใจร้าย” น้ำเสียงคนกล่าวเต็มตื้นไปด้วยความเอ็นดู อ่อนโยน ไม่ว่าอัครดนย์จะโวยวาย ขี้โมโหและหงุดหงิดใส่ถึงเพียงไหนก็ยังคงใจเย็น บางทีนี่ก็เป็นคำอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าคนด้านล่างเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ

“ทำไม รังเกียจพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ หืม

คนถูกกระทำมุ่นคิ้ว หน้าร้อนฉ่า จ้องใบหน้าคมคายในระยะกระชั้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง เหตุใดความกลัวและหวาดระแวงมันหายไปแล้ว ยิ่งยามคนเป็นพี่พูดแทนตัวเองด้วยคำหวาน อกของอัครดนย์กระเพื่อมแรงจนจะทานไม่ไหว ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย ไม่อาจเอ่ยตอบคำไหนไปได้นอกจากพยายามจะลุกออกจากตักเพราะความอับอาย

“อย่าดิ้นซีโอ๊ค

อ้อมแขนแข็งแรงกอดเขา เชยแก้มลงไปกระซาบใกล้ “ยิ่งเสียดสี พี่ยิ่งจะมีอารมณ์นะ”

“ไอ้พี่กาย

คนด้านใต้คลี่ยิ้ม “แค่ได้กลิ่นหอม ๆ แบบนี้ก็จะคลั่งตายแล้ว”

ในความสลัวนี้ กันตวีย์มีสเน่ห์เกินไป

“อื้อ” คนตัวใหญ่เอาแต่ใจด้วยการบังคับจูบโดยที่อัครดนย์ไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มพริ้มตา ใจหาย ล่องลอยไปกับลิ้นนุ่มช่ำชองและสัมผัสจากมือใหญ่เคลื่อนไล้ตามร่างกาย ผ้าเนื้อนิ่มของชุดนอนที่ผ่านมือของกันตวีย์สร้างสมอารมณ์แปลก ๆ ทำให้ร่างกายอัครดนย์กระเส่าได้ไม่ยาก

แต่เพียงแค่นี้เท่านั้นที่กันตวีย์กระทำตามใจ ไม่ได้เผลอไผลทำตามความต้องการไปจนเกินเลย ริมฝีปากหนาผละออกห่างหลังจากซาบซึมบอกผ่านการกระทำว่าต้องการเพียงไหน คลี่ยิ้ม แล้วแนบลงจูบซ้ำอีกครั้งคล้ายว่าอยากจะย้ำให้อัครดนย์เข้าใจ

อัครดนย์เข้าใจจนจะบ้า ถอนใจ เคลื่อนมือไต่สัมผัสร่างใต้เองตัวเพราะใจลอยไปกับจูบรสหวาน

“พี่แค่อยากมาแอบมองแกนะโอ๊ค ไม่ได้โกรธอะไรเลย พี่รู้ว่าไม่มีสิทธิ์โกรธแก” เสียงทุ้มกล่าวเบาหวิวหลังจากผละออก คนฟังทำได้เพียงพยักหน้า เคลื่อนมือไล้สัมผัสกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลูกของคนด้านใต้ราวกับกำลังหลงใหล ไม่นานก็ถูกดึงมือซนขึ้นไปจูบ

“อยากเห็นไหม วันนั้นคงไม่มีกะจิตกะใจจะดูสินะ”

หนุ่มลูกครึ่งกลืนน้ำลาย ส่ายหน้าเพราะไม่รู้จะทำตัวอย่างไร “บ้า

ในเงาสลัวนั้น อัครดนย์เห็นรอยยิ้มของกันตวีย์ว่าดูดีถึงเพียงไหนขณะสบมองเขาจากด้านใต้ ชายหนุ่มนิ่ง มองมือใหญ่ที่เคลื่อนมาสัมผัสแก้มอ่อนแผ่ว ราวกับกันตวีย์ต้องการเก็บไว้ในความทรงจำที่ดี กลัวว่าอัครดนย์จะบุบสลายไปมากกว่านี้

“ตัวเบาขึ้นเยอะเลยนะ” คนกล่าวยังคงยิ้ม ทิ้งลายพ่ออสรพิษหน้าดุไปจนหมดสิ้น มือใหญ่บีบแก้มอัครดนย์ให้คลี่ยิ้มแล้วพูดต่ออีกว่า “ตอนอ้วนเวลายิ้มแก้มจะแตกให้ได้เลย ผอมแล้วทำไมไม่ยิ้มให้พี่บ้างล่ะ พี่อยากเห็น”

คนถูกถามหลุบมองที่อื่นพักหนึ่ง

“พี่ก็ลองทำให้ผมยิ้มดูซี”

หลังได้ฟัง กลับเป็นผู้ถามเสียเองที่ยกยิ้มราวกับทนความน่ารักนี้ไม่ไหว ดึงมืออัครดนย์ไปจูบครั้งแล้วครั้งเล่าในความเงียบของทั้งคู่ มีเพียงดวงตาที่จับจ้องกัน แม้อัครดนย์ตอนนี้จะไม่หลงเหลือความน่ารักเท่าเมื่อก่อน ตัวไม่นุ่มนิ่ม ตามร่างกายแน่นขนัดมีแต่กล้ามเนื้อ สายตาไม่เหมือนเด็กน้อยคนเดิมในความทรงจำของกันตวีย์เลย ทว่าไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกที่มีมาตั้งแต่ต้นของกันตวีย์ไปได้

นานแค่ไหนแล้วหนอ ที่เผลอลุ่มหลงกับเสน่ห์อันหาที่จับไม่ได้ของคนตรงหน้า

เขาจะปล่อยให้ใครเห็นความน่ารักนี้ไม่ได้

“แกจะทำให้พี่ยิ้มด้วยได้หรือเปล่าล่ะ” คนกล่าวกอดเอวอัครดนย์แน่นขึ้นด้วยรอยยิ้มจาง ชายหนุ่มก็เพิ่งเห็นว่าระหว่างอยู่กับเขา กันตวีย์ดูยิ้มบ่อยขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว แต่ตกอยู่ในภวังค์เพียงไม่นานเท่านั้น หูชายหนุ่มชื้นเพราะคนข้างล่างจับจองด้วยลิ้น เคลื่อนลงไปง่วนอยู่ที่คอ อัครดนย์ขนลุกซู่ ไหนจะมือที่เคลื่อนจับต้นขาราวกับไม่รู้ว่ามันจะทำให้คนถูกกระทำอยู่ไม่ติด

“พี่กาย” ดันไหล่กว้างออกห่าง

“หืม

“กลับบ้านไปพักได้แล้วไป”

“แกไม่อยากอยู่กับพี่หรือไง แค่ห้านาทีนะโอ๊ค อยู่ที่ทำงานพี่ทำได้แค่มองอย่างเดียวมันทรมานนะรู้ไหม”

อัครดนย์กลืนน้ำลายฝืดคอเพราะไม่รู้จะสรรค์หาคำไหนมาตอบ นึกตกใจเพราะถูกจับเปลี่ยนให้เป็นฝ่ายอยู่ด้านใต้เพียงไม่กี่วินาที ที่สำคัญ นี่มันหน้าบ้านของเขา แม้ว่ามันจะดึกดื่นและเป็นมุมมืดถึงเพียงไหนก็ตามก็ไม่สมควร อัครดนย์หายใจรัวด้วยความตกใจ ตื่นเต้นเพราะสถานที่ และกำลังสับสนจนไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเองได้

“ไม่ต้องกลัว พี่จะไม่ทำอะไร”

คนตรงหน้ากระซาบ เคลื่อนมือจับตามลำตัวเขาราวกับกำลังสำรวจสิ่งน่าสนใจ กันตวีย์คงไม่รู้ว่าทางนี้ตื่นเต้นแทบจะหายใจไม่ออก ยามได้ยินเสียงลมหายใจพร่าไหวใกล้ชิด ยามถูกสัมผัส ยามตัวใหญ่โตเคลื่อนขยับ ท่อนอะไรบางอย่างของเจ้าตัวที่ขยายใหญ่แล้วเสียดสีถูกต้นขาเขาหลายครา ทำให้คนถูกกระทำใจเต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย

“ขอพี่กอดแกแบบนี้ก่อนนะ สักพักแล้วจะกลับ”

แต่ไม่รู้เพราะอะไร ถึงร่างกายกันตวีย์จะเป็นเช่นนี้แล้ว อัครดนย์กลับยังคงเชื่อในคำที่ชายเบื้องหน้าบอกไว้ว่าจะไม่ทำ 

ชายหนุ่มนิ่ง รับอ้อมแขนใหญ่ของคนกล่าวในความสงัดมาอย่างนิ่มนวล ในความอบอุ่นของอกนั้นมีกลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ เจือน้ำหอมราคาดี มีจูบแสนหวานประทับบนขมับอยู่หลายครั้ง เป็นความรู้สึกที่ไม่มีอะไรแย่เลยสำหรับอัครดนย์ มันได้ช่วยปลอบประโลมเขากับเรื่องร้ายที่เจอมาทั้งวันได้เป็นอย่างดี

ตลอดเวลาที่กอดเขานั้น อีกคนรักษาสัญญาจนถึงวินาทีสุดท้าย มือขาวซีดยกขึ้นเกาะกอดบนหลังกว้างนั้นอ่อนแผ่ว ตอบกลับความรู้สึกไป รับรู้ได้แล้วว่ากันตวีย์เปลี่ยนมาเป็นสุภาพบุรุษที่น่าภาคภูมิจริง ๆ

อีกฝ่ายพิสูจน์ให้เขาเห็นแล้ว



------------------------------------------

วันนี้อัพสองตอนเลย แก้ตัวที่หายไปนาน อิอิ

งื้อออออ

พี่กายน่ารัก งอนได้ก็หายเองได้ 5555555

ขอคอมเม้นเป็นกำลังใจด้วยน้า

กำลังจะปิดต้นฉบับเรื่องนี้ อยากได้กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

281 ความคิดเห็น

  1. #279 Keasarin (@Keasarin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 16:48
    แต่งได้ย้อนแย้งดีค่ะ
    #279
    0
  2. #240 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 19:52
    พี่กายนี่เหมือนจะยอมโอ๊คจริงๆแหละ โอ๊คตัดขาดจากพี่กริชซะทีค่ะ
    #240
    0
  3. #214 bammijai (@leeayii) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 14:16
    อยากให้รักกัน มีความมุ๊งมิ๊ง
    #214
    0
  4. #122 kaohom_d (@kaohomd) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:16
    บอกพี่กายไปเลยว่าไม่กับพี่กริชแล้ว ฮืออ
    #122
    0
  5. #120 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:49
    สงสารพี่กริชนะ แต่เราอยากให้พี่แกเลิกกับอิมนี่ผิดมั้ย
    #120
    1
  6. #119 ztlngtvk (@ztlngtvk) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:08
    ตกลงกริชจะเอายังไงแน่ งงใจนาง
    #119
    1