(จบแล้ว/อ่านฟรี) 90Days พิสูจน์รัก (Boy's love)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ ๑--(๑๐๐)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    25 เม.ย. 60



กริชกลับถึงบ้านพักในเช้าของอีกวันโดยไม่ได้บอกอัครดนย์ก่อน ขณะวางเสื้อผ้าตัวเก่าใส่ตะกร้า ประตูห้องพักของเขาถูกเปิดขึ้น เห็นเป็นร่างบอบบางในชุดนอนบางเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง เงยมองเขาไม่ได้เริ่มพูดอะไรก่อน เธอคงเห็นรถของเขาแล่นเข้ามา จึงรู้ว่าชายหนุ่มมาถึงบ้านแล้ว หรือไม่ก็อาจไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนเพราะมัวแต่รอให้กริชกลับมา

มือหนาหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นพาดบ่าเตรียมไปอาบน้ำชำระอ่างสักอย่างออกจากตัว เห็นแววตาของหญิงคนเดียวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมีย กริชทอดถอนใจ ยกยิ้มให้เธอเพราะไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรดี

“วันนี้มีนัดกับพ่อไม่ใช่หรือ ไม่รีบอาบน้ำล่ะอิม” มือหนาทิ้งลงบนเส้นผมอีกฝ่าย

“พี่กริชไปไหนมาคะ”

กริชละรอยยิ้ม “ก็แค่ออกไปดื่มกับเพื่อนนิดหน่อย พี่บอกอิมไปแล้วนี่ว่าเราจะแต่งงานกันได้อย่างที่ครอบครัวเราต้องการ แต่พี่จะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออิมหรอก อย่าพยายามบังคับพี่เลย”

“เราอยู่ด้วยกันนานขนาดนี้แล้ว พี่กริชยังไม่รักอิมอีกหรือคะ” คนสวยเบื้องหน้าเงยขึ้นสบตา

“ถ้าอิมทำได้ก็ลองทำดู ไม่อย่างนั้นก็มองหาคนที่รักอิมดูซี”

ร่างหนาผละเดินไปยังห้องน้ำ ปล่อยให้คนที่ยืนอยู่มุมนี้อึ้งกับคำที่กล่าวโดยไม่สามารถหาคำไหนมาตอบโต้ มือบางสั่นไหว กำไว้แนบแน่นจนเลือดไม่เดิน ครั้นได้ยินเสียงปิดประตู หญิงสาวอ่อนแรงมองไปยังที่ที่กริชอยู่ด้วยใจเบาหวิว แต่เพียงไม่นาน เธอก็ลบความปวดหนึบของตนเองออก

“คอยดูก็แล้วกัน ว่าอิมทำได้...”

 

อากาศยามเช้าในที่ทำงานครึกครื้นไปด้วยเสียงทักทายของเหล่าผู้เป็นลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นข่าวนอกหรือในบริษัทผ่านปากพวกเขากันหมด ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของเจ้านาย 

แต่เพียงไม่นานเท่านั้นที่สนุกสนานกับการพูดคุยทักทาย ทันทีที่เห็นผู้ก้าวเท้าเข้ามาใหม่ ใบหน้าคมคายแสนขรึม นัยน์ตาดุ และคิ้วดกที่ยังคงขมวดมุ่นไม่เปลี่ยนแปลงของเจ้าตัวแล้วนั้น ทุกคนรีบแยกย้ายไปทางใครทางมันอย่างไม่ต้องให้ใครสั่งการ เพราะรู้ถึงความเจ้ากี้เจ้าการของชายผู้นี้ดี

คุณกันตวีย์ หรือคุณกาย ผู้มีดีเพียงความหล่อเหลาและความรวย เจ้านายที่มักทำร้ายพนักงานด้วยความเข้มงวด จนทำให้พวกเขาขยาดไม่อยากเข้าใกล้แม้จะหล่อเพียงไหนก็ตาม หลังจากร่างสูงใหญ่ในชุดสูทของเจ้านายเดินผ่านไปแล้ว ทุกคนที่นั่งเกร็งก็ผ่อนปรนลง หนึ่งในนั้นถึงกับถอนหายใจ

เฮ้อ คิดว่าเกือบไปแล้วซะอีก พวกแกเห็นสายตาคุณกายที่เหล่มามองไหม อย่างกับคนแก่คอยจับผิดเลย”

ใช่พี่ณี เมื่อวานผมก็โดนมาทีแล้ว ข้อหาถ่ายเอกสารเอียง เท่าที่ดูด้วยสายตามันก็มองผ่าน ๆ ได้ คนอะไรไม่รู้บ้าความสมบูรณ์แบบจริง ๆ” ชายหนุ่มคนหนึ่งออกความเห็น

พูดถึงคุณกายให้ดีหน่อยสิ นั่นเจ้านายเรานะ”

มีเจ้านายบ้าอำนาจแบบนี้มันเหนื่อยนะ มิน่าเล่าเลยไม่มีเลขาเป็นของตัวเองสักที เอาแต่ใช้คนโน้นทีคนนี้ที ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ชายนะยายเข็ม คุณกายนี่โคตรจืดชืด มีดีแค่รวยเท่านั้นแหละ”

อิจฉาล่ะสิโอ๊ต” สาวผมยาวหน้าใสส่ายหน้าให้เพื่อนร่วมแผนกอย่างนึกระอาอยู่ในที ความรวยนี่ไม่ใช่หรือที่ทำให้คนอื่นนับหน้าถือตา “แกกินเงินเดือนเขาอยู่แล้วมานั่งนินทาเจ้านายแบบนี้ ระวังจะไม่มีเงินเดือนใช้นะจ๊ะ”

ฉันก็ใช้แรงงานแลกเงิน ไม่ได้ขอเงินใช้ฟรี ๆ เสียหน่อย แต่เจ้าตัวมีสิทธิ์ข่มเหงลูกน้องยังไงก็ได้งั้นหรือเข็ม”

คุณดรุณี...” เสียงดังจากอีกด้านทำให้ทุกคนชะงักงันด้วยความตกอกตกใจ เหลียวไปเห็นร่างของชายหนุ่มที่เป็นประเด็นร้อนยืนอยู่หน้าเข้ม ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร อเนกผู้กล่าวถึงกันตวีย์อยู่หมาด ๆ หน้าซีดเผือดราวกับไม่สบาย มองยังดรุณีที่เป็นฝ่ายโดนเรียกด้วยความไม่เข้าใจ หล่อนหันไปมองเจ้านาย เดินพินอบพิเทาระมัดระวังไปหา

คุณกายเรียกณี มีอะไรหรือเปล่าคะ” ได้นิรคำถาม กันตวีย์ถอนใจ จ้องคนยืนเรียบร้อยอยู่เบื้องหน้า แล้วกวาดสายตามองผู้อื่น พลันคนเหล่านั้นก็รีบแยกย้ายไปคนละทิศทางราวกับรู้ดีถึงความคิดเจ้านายคนนี้ “งานที่ผมให้คุณทำเสร็จหรือยัง”

งะ งาน...หรือคะ” ดรุณีย้อนเหงื่อแตกพลั่ก

เจ้านายมุ่นคิ้ว “อย่าบอกผมว่าคุณลืมทำมันนะ ผมต้องใช้ตอนเก้าโมงเช้า”

คือ...ดิฉันทำยังไม่เสร็จ...”

ดรุณี!”

สาวใหญ่สะดุ้งโหยง “ขะ ขอโทษค่ะคุณกาย งานมันเยอะจริง ๆ”

แต่ผมบอกแล้วว่าต้องใช้มันตอนเก้าโมงวันนี้ แล้วนี่จะทำยังไง ผมสั่งคุณตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะ!” ทุกคนหันมามองทิศนี้อย่างไม่ได้นัดหมาย ดูเหมือนกันตวีย์จะโมโหจริง ถึงขนาดขึ้นเสียงใส่พนักงานได้ แต่เพียงไม่นานเท่านั้น เมื่อเห็นดรุณีเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตัวสั่นราวกับกลัวยักษ์กลัวมารที่ไหน เจ้านายหน้ายักษ์ผู้กลายเป็นจำเลยทางสายตาก็จำต้องผ่อนอารมณ์ร้อนลง

ทำมันซะ ทำให้เสร็จก่อนเก้าโมงเช้าวันนี้”

ดรุณีเงยขึ้น “ตะ แต่มันแค่ชั่วโมง...”

เดี๋ยวนี้!”

คุณกายคะ ณีเป็นเลขาคุณประวิตรนะคะ แค่งานที่ได้รับจากเจ้านายก็เยอะอยู่แล้ว ได้จากคุณกายด้วยก็เท่ากับสองเท่า เห็นใจณีเถอะค่ะ” เธอเงยขึ้นมาอธิบาย กันตวีย์กัดฟันกรอดเมื่อได้ฟังสิ่งที่คนตรงหน้ากล้ากล่าว “ได้ งั้นฉันจะเลื่อนประชุม ถ้าเกิดคู่ค้าไม่พอใจขึ้นมาฉันจะให้เธอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่บริษัทสูญไปทั้งหมด...”

คนฟังหน้าถอดสี รีบพยักหน้าอย่างเร็วไว ทำค่ะ เดี๋ยวณีจะรีบทำให้เสร็จตามที่บอก”

ได้ฟัง กันตวีย์ก็เดินผละไปราวกับผู้ชนะครั้งนี้ สาวผู้พ่ายแพ้ก็กลับไปอยู่ในวิถีของตนเองอย่างช่วยมิได้ ดรุณีเอ๋ย กล้ากับใครไม่กล้า ดันไปทำท่างัดไม้ซุงเสียได้ หล่อนก็เพียงอยากให้ท่านรองประธานเห็นใจ ลำพังแค่ทำตามคำสั่งบิดาของกันตวีย์ก็เหน็ดเหนื่อยพอแรงแล้ว 

 

หลังจากต่อว่าต่อขานลูกน้องให้หลายจำแล้ว กันตวีย์ก็เดินเข้าไปในห้องทำงานแม้จะอารมณ์เสีย ดูเหมือนเขาจะรู้ดีว่าตนเป็นที่ขยาดแก่เหล่าพนักงานในออฟฟิศ ต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อชายหนุ่มเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เลือกที่จะจริงจังกับสายนี้ เขาไม่สนว่าตนจะเป็นขี้ปากใครหน้าไหน

มือหนาปลดกระดุมสูทออกไปหนึ่งเม็ด ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งหลังจากปัดความขุ่นมัวออกไปได้สำเร็จ ใช้เวลาจัดการเอกสารเบื้องหน้าราวกับเรื่องเมื่อครู่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น กระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก

เข้ามา” 

รวดเร็วทันใจหลังเขาอนุญาต กันตวีย์เห็นผู้เคาะยืนยิ้มแฉ่งให้ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาภายใน การมาของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขาลดความสำคัญของงานลงไปอย่างสิ้นเชิง ผละมองแขกที่ก้มลงนั่งอยู่ตรงหน้า เธอเป็นผู้หญิงสวย อ่อนหวาน และเข้ากับคนง่ายจนน่านับถือ

พี่อิม มีอะไรหรือเปล่าครับ แล้วพี่กริชล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันหรือ”

พี่กริชเขาแวะไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงานน่ะ แต่พี่มีเรื่องอยากจะถามกายหน่อยก็เลยแวะมาหา”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร แววตาเผยความใคร่ทราบเด่นชัด “เรื่องอะไรกันครับ”

พี่อิม หรืออันดา เป็นพี่สะใภ้ที่แต่งงานกับกริช พี่ชายของกันตวีย์เมื่อสามปีที่แล้ว เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนมารดาพวกเขา อันที่จริงทั้งคู่แต่งงานเพราะถูกจับจองกันไว้ตั้งแต่ยังเด็ก ดูเหมือนถูกบังคับแต่ก็ไม่ เพราะดูอย่างไรก็เข้ากันดีราวกับเป็นคู่รักกันจริง ๆ 

ก็คงใช่ แม้แต่กันตวีย์ก็ยังคอยเอาใจช่วยทั้งคู่ให้ลงเอยกันเสียที คำตอบของคำว่าลงเอยจริงแท้สำหรับครอบครัวพวกเขาก็คงจะเป็นพยานรักตัวน้อยกระมัง หากทว่าอันดาก็ไม่ท้องสักที ทั้งที่กริชกับเธอก็เข้ากันได้เหมาะ ที่บ้านเขาลุ้นกันแทบแย่

คือว่า...พี่อยากถามกายน่ะ ว่าพักนี้พี่กริชเขาชวนออกไปไหนมาไหนบ่อยหรือเปล่า” อันดาถาม คนฟังหันไปมองเธอ เกิดอะไรขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของอันดากับพี่ชายกันตวีย์หรือเปล่า ชายหนุ่มคิดในใจทั้งส่ายหน้าตอบ “ไม่นี่ครับ หรือพี่กริชเที่ยวอีกแล้ว ไม่ยอมกลับบ้านไปหาพี่”

คนฟังได้ยินข้อสันนิษฐานก็คลายรอยยิ้มลง เพียงวินาทีเดียว ทว่ามีหรือจะผ่านสายตาคมเฉียบของกันตวีย์ไปได้ “พี่อิมมีเรื่องไม่สบายใจเกี่ยวกับพี่กริชหรือเปล่า บอกผมได้เลย ผมจะจัดการให้เอง พี่กริชก็ชอบออกนอกลู่นอกทางแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแล้ว ผมบอกเขาก็เข้าใจแล้วก็รับฟังเสมอพี่อิมไม่ต้องเกรงใจผมเลย”

ก็เป็นแค่พักนี้น่ะ ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่หรอก”

นานแค่ไหนแล้วครับ” ชายหนุ่มมองตาพี่สะใภ้

ก็...สองเดือนได้”

สองเดือน นั่นมันตั้งนานนะครับพี่ ไม่ได้การแล้ว ทำไมพี่กริชถึงเหลวไหลแบบนี้กัน ผมไม่ยอม” กันตวีย์ลุกพรวดขึ้นด้วยความสุดทน กะว่าจะไปจัดการพี่ชายเสเพลให้อยู่ในกรอบเสียบ้าง หากไม่ถูกมือบางรั้งไว้เสียก่อน เดี๋ยวสิกาย นี่ก็เป็นความผิดของพี่ส่วนหนึ่ง พี่กับพี่กริชน่าจะคิดให้ดีก่อนตัดสินใจแต่งงาน ก่อนที่จะสายถ้ารู้ว่าใครสักคนจะเจอคนที่ใช่มากกว่า” อันดาหน้าตกสีขณะที่กล่าว

นี่ พี่กริชมีคนอื่นด้วยงั้นหรือครับ”

พี่กริชไม่ผิดหรอกที่จะมีคนอื่น พี่ผิดเองที่รักเขา อย่าโมโหพี่กริชเลย ที่พี่ถามก็แค่อยากแน่ใจ พี่ไม่ยากคิดมากอีกต่อไปแล้วกาย” ได้ยินชายหนุ่มก็พูดไม่ออกไปพักหนึ่ง “

โธ่...ผมก็คิดอยู่ว่าพี่กริชรักพี่หวงพี่ออกปานนี้ ไม่คิดว่าว่าจะนอกใจได้ พี่อิมอย่าห้ามผมเลย เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะจัดการเอง พี่ไม่ต้องคิดมาก มือที่สามที่กล้ามาแทรกกลางระหว่างพี่สองคน ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่”

กันตวีย์กำหมัดแน่นมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกด้วยความร้อนใจและระอากับนิสัยของกริช ไม่ทันได้เห็นแววตาสะใจของคนนั่งตรงกันข้าม หลังจากนำความคับแค้นใจมากฝากให้กันตวีย์สานต่อแล้ว

เสียงเคาะจากด้านนอกเรียกให้ทั้งคู่ผละไปมอง เป็นดรุณีที่ถือแฟ้มเดินเข้ามา ผู้เป็นแขกจึงได้ทีกล่าวลา “พี่มารบกวนกายแย่แล้ว งั้นขอตัวกลับก่อนนะ วันนี้พี่รู้สึกเวียนหัวตั้งแต่เช้าเลย ขอโทษด้วยที่เอาเรื่องหนักใจมาให้ตั้งแต่เช้า ลำพังที่ทำงานก็เหนื่อยแย่แล้ว”

ประโยคสุดท้ายดรุณีไม่อาจทราบว่าคนกล่าวตั้งใจพาดพิงเธอหรือไม่ เมื่อเชยตาขึ้นสบเห็นว่าอันดากำลังมองมาตรงนี้พอดี ให้หลังอันดาไป ดรุณีกลืนน้ำลายฝืดคอ เอื้อมยื่นแฟ้มงานส่งไปให้คนนั่งบนเก้าอี้ นี่ค่ะ งานที่สั่งเมื่อเช้า”

กันตวีย์รับไปเปิดอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ถอนใจเฮือกใหญ่แล้วเงยขึ้นสบตา

“เป็นการทำงานที่มักง่ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาทั้งชีวิต แย่ แย่ที่สุด! ไปแก้มาใหม่”

แต่...”

ผมบอกให้ไปแก้ หรือคุณอยากได้ยินว่าไปทำมาใหม่ทั้งหมดล่ะ” นัยน์ตาคมจ้องคนตัวสั่นเบื้องหน้า ดูเหมือนเขาจะเดือดยิ่งขึ้น หากไม่มีเสียงใครมาแทรกเสียก่อน อะไรกัน ดุอะไรตั้งแต่เช้าครับท่านรองประธาน ลูกน้องกลัวกันแย่แล้ว”

เป็นกริชที่เดินกระหยิ่มยิ้มย่องเข้ามาอย่างอารมณ์ดี แตกต่างจากฝั่งศรีภรรยาที่เพิ่งจะออกไป ผู้เป็นพี่ชายทำท่าซุบซิบให้ดรุณีหนีเจ้านายหน้าเสือออกไปอย่างคนสนุกสนานใจดี แสร้งกลัวกันตวีย์อย่างที่คนในบริษัทเป็นหวังจะล้อเลียน หากทว่าน้องชายกลับไม่ขำด้วย อะไรกัน ๆ เมื่อก่อนคนแรกที่ขำกับมุกฉันเป็นแกไม่ใช่หรือไงเจ้ากาย เลิกทำหน้าเป็นหมาลอตไวเลอร์ได้แล้ว สงสารลูกน้องแกว่ะ”

กันตวีย์เชยตามองกริช หลังจากอีกฝ่ายถือวิสาสะมาทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ กริชเป็นพี่ชายที่นิสัยใจคอเป็นแบบเดียวกับกันตวีย์เมื่อก่อน เข้ากันได้ดีชนิดที่ว่าตัวติดกันแจ เขาเห็นพี่ชายเป็นตัวอย่างมาโดยตลอด แต่เมื่อสิบปีที่แล้ว ความผิดพลาดบางอย่างทำให้กันตวีย์คิดอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ถึงกริชจะดูไม่น่าพึ่งพาได้ แต่เป็นคนเดียวที่น้องชายสามารถยึดเหนี่ยวจิตใจได้ กันตวีย์เปิดใจคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างไม่เคยคิดตะขิดตะขวงใจ เพราะใจดี ทุกคนจึงชอบกริชมากกว่าชายหนุ่ม

จะให้ใจดีอย่างพี่ตลอดคงไม่ได้ มีหวังเจ๊งกันพอดี” กันตวีย์กอดอกเบื่อ

แล้วนี่จะใช้เลขาพ่อเยี่ยงทาสเลยหรือไง สงสารเขาบ้างซี”

ก็มันไม่ได้ดังใจนี่หว่า ทำงานลวก ๆ กันแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

ทำไมไม่หาเลขาส่วนตัวล่ะ เอาแบบที่ต้องการ”

ถ้าหาง่ายผมจะหัวหมุนอย่างนี้หรือพี่” กันตวีย์ทอดถอนใจทั้งหยิบแฟ้มงานขึ้นอ่านไปพลาง ท่ามกลางสายตาของพี่ชายที่นั่งมอง ก่อนจะเอ่ยฝ่าความเงียบระหว่างทั้งคู่ขึ้นมาว่า “เอาอย่างนี้ แกลองรับคนนี้ดูก่อน รุ่นน้องฉันเอง ให้เขาทดลองงานกับแกสามเดือน ถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องรับเข้าทำงาน”

ผู้ชายหรือ ผมไม่ชอบ ไม่ค่อยใส่ใจกับงานเท่าไร ผู้หญิงทำงานละเอียดอ่อนมากกว่า” 

น่า ฉันฝากหน่อย แค่สามเดือนเอง แกจะสอนจะสั่งยังไงก็ได้” กริชตบบ่าน้องชายดังเปาะสองสามที

ไอ้หมอนี่เป็นอะไรกับพี่ ทำไมต้องถึงขั้นขอร้องผมกัน” ตำที่น้องชายสวนมาทำเอากริชชะงัก เงียบไปอยู่ครู่หนึ่งจนทำให้คนรอฟังคำตอบรู้สึกผิดสังเกต แต่เพียงไม่นาน กริชก็กลับมาคลี่ยิ้มดังเดิมกล่าวว่า “ฉันแค่สงสารน้องเขา อยากให้ได้งานเร็ว ๆ ไม่ต้องเตะฝุ่นอีก แล้วฉันก็มั่นใจว่าไอ้น้องคนนี้จะขยันถูกใจแกแน่ มันสู้ชีวิตจนไม่รู้จะสู้ยังไงแล้ว ถ้าเจอคนอย่างแกฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะงัดข้อกันได้ไหม”

ก็ไม่เสียหาย กันตวีย์เองก็เบื่อที่จะมีเรื่องกับดรุณีแล้วเช่นกัน

งั้นบอกให้เขามาสมัครงานพรุ่งนี้ เดี๋ยวผมจะให้ฝ่ายบุคคลรับไว้ แล้วจะเรียกอีกที”

ได้...” พี่ชายของรองประธานหนุ่มยิ้มมีเลศนัย หลังจากคุยเรื่องนี้แล้วกริชก็ขอตัวกลับเลย ราวกับว่าตั้งใจมาหาเขาเพื่อพูดเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น กันตวีย์ไม่ได้รั้ง ไม่ได้หาเรื่องเรื่องที่กริชนอกใจพี่สะใภ้ตอนนี้ เพราะตั้งใจจัดการลับหลังพี่ชายมากกว่า

ที่กันตวีย์รับปากพี่ชายพูดไม่ใช่เพราะว่ายอมรับเรื่องการใช้เส้นสาย เพราะเขาอยากรู้ว่าใครกันที่เป็นคนที่กริชให้ความใส่ใจต่อจากเขา ก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้หมอนั่นมีดีอย่างไร มันจะกล้ามางัดกับเขาได้อย่างที่กริชพูดหรือไม่...

 

เช้าวันถัดมา กันตวีย์เดินทางถึงที่ทำงานเวลาเดิมอย่างไม่ผิดเพี้ยน ชายหนุ่มเปิดประตูห้อง ย่างเท้าไปทรุดนั่งบนเก้าอี้วางข้าวของเครื่องใช้ ก่อนสายตาจะกวาดเห็นแฟ้มสมัครงานวางอยู่ พนักงานใหม่คนนั้นมาส่งตั้งแต่ก่อนเขามาถึง นี่คือความประทับใจแรก

นิ้วมือเรียวเปิดขี้นอ่านทันที วินาทีแรกที่อ่านชื่อและนามสกุลของผู้สมัครคนนี้ กันตวีย์หูดับไปครู่หนึ่งด้วยความไม่เข้าใจ มีใครที่บังเอิญชื่อและนามสกุลเหมือนกันกับใครคนนั้นด้วยหรือ ตาคมงุดลงมองรูปขนาดสองนิ้วที่แนบมาด้วย มันดูคับคล้ายคับคลาแต่ก็ไม่น่าเชื่อ ไม่คิดอยู่นานให้เสียเวลาสักวินาที ชายหนุ่มเดินออกไปข้างนอก สอบถามพนักงานฝ่ายบุคคลถึงเจ้าของประวัติส่วนตัวนี้

“เจ้าของประวัตินี้กลับไปนานหรือยัง”

อ๋อ เพิ่งจะกลับไปเมื่อกี้นี่เองค่ะคุณกาย นี่เอาลืมกระเป๋าของตัวเองไว้เหมือนกัน”

ชายหนุ่มรับมาถือ นิ่งงันอยู่เช่นนั้น ก้มลงมองรูปภาพคนในมือราวกับต้องมนต์ของอีกฝ่าย แม้นจะดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน หากทว่า นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนและใบหน้าที่แสดงเชื้อชาติเผ่าพันธุ์โดดเด่นนั้นยังคงติดตาของกันตวีย์ให้รับรู้ว่ามองไม่ผิดแน่ คนในแฟ้มประวัตินี้กับเด็กหนุ่มเมื่อสิบปีก่อนนั้น เป็นคนเดียวกัน

ติดต่อเขากลับไป บอกว่าเริ่มงานพรุ่งนี้เลย”

กันตวีย์กุมถุงข้าวของจิปาถะที่อีกฝ่ายทิ้งไว้เดินกลับเข้าไปในห้องทำงานด้วยใจเบาหวิว ไม่ได้คืนฝ่ายบุคคลตรงหน้า ไม่รู้ตัวเลย ทั้งวัน เขาไม่เป็นอันทำงานเพราะมัวแต่เหลือบมองมันอย่างผิดวิสัย ความเปรมในใจอบอวลอย่างน่าประหลาด

สิ่งที่คิดว่าไม่มีวันจะเกิดขึ้น มันได้เกิดขึ้นแล้ว...


--------------------------------------------------------

ทำเป็นดีใจไปนะกาย

มุงจะรู้มั้ยคนที่ตัวเองรออะเป็นชู้ของพี่ เอิ๊ก ๆ ๆ มีความดราม่า

แต่ก็ไม่แน่ อิอิ 


ตอนที่ ครบ 100 เปอร์เซ็นแล้วจ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

281 ความคิดเห็น

  1. #253 nin28041992 (@nin28041992) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 19:58
    อิกริชนิสัยไม่ดีจะทำให้โอ๊ตเดือดร้อน
    #253
    0
  2. #217 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 16:08
    กายรู้จักโอ๊คเหรอ ทำไมดูอยากเจอโอ๊คอะ
    #217
    0
  3. #175 ang_9potion (@ang_9potion) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 16:42
    อ่านตอนแรกนึกว่า โอ๊ค นินทากาย ที่ไหนได้นั่นมัน โอ๊ต ต่างหาก มีความสับสนแรง
    #175
    0
  4. #153 Dearcb (@Dearcb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:24
    มาม่าอีกแลวแต่ก็ชอบแนวนี้อ่ะ
    #153
    0
  5. #80 iceize (@iceize24) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 15:56
    แงงงง มีความม่ามาแต่ไกล
    #80
    0
  6. #31 Noey_CHP (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 08:32
    กายเหมือนชอบโอ๊คเลย
    #31
    0
  7. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 08:37
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #7
    0
  8. #5 KimJulalak1 (@KimJulalak1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 21:42
    ชอบมากเลยอะมาต่อเร็วๆนะ
    #5
    1
  9. #4 P'oil (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 14:40
    ชอบจังเลยค่ะ รออยู่นะคะ
    #4
    0
  10. #2 Penguien (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 17:25
    สนุกมากค่ะ มาต่อเร็วๆน่ะค่ะ
    #2
    1