(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 9 : 1 MONTH--8(เรื่องผัวๆเมียๆ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    16 ต.ค. 59

 

ตอนที่ 8

 

-P’ Por Part-

 

ตั้งแต่ขับรถล้มจนแขนหักใช้การห่าเหวอะไรไม่ค่อยจะได้ สิ่งที่เดียวที่ทำได้คือแม่งอยู่นิ่งๆ

 

เสียงตะกุกตะกักจากหัวเตียงปลุกให้ผมที่กำลังพักผ่อนต้องลืมตาไปมองเจ้าของเสียงที่กำลังนั่งขัดสมาธิค้นของๆ ผมบนหัวเตียง เจ้าของใบหน้าใสๆ นั้นหันมายิ้มให้ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเสือกเรื่องของผมต่อไป มันจะหาอะไรของมันนักหนารบกวนกูจัง

 

“เสียงดังเหรอ?” มันหันมาว่า มือก็จับโน่นนี่ หยีหน้าแล้วโยนขวดเจลหล่อลื่นมาทางผมเมื่ออ่านแล้วรู้ว่าในมือเป็นอะไร พร้อมกันนั้นกล่องถุงยางนับสิบก็ถูกเหวี่ยงมาทางนี้

 

“เชี่ยปอ นี่มึงหมกมุ่นอะไรนักหนาเนี่ยหะ อื้อหืม…นี่มึงเอาไว้เป็นของประจำห้องแบบขาดไม่ได้คล้ายๆ ยาสามัญประจำบ้านเลยเหรอวะเนี่ย” ผมหันไปมองมันบ่นคนเดียวพลางรื้อลิ้นชักไปด้วย

 

ซองบุหรี่ที่เพื่อนทิ้งไว้สองสามกล่องถูกโยนมาหาผมอีกครั้ง

 

ร่างของมันควานหาไปเรื่อยๆ ก้มหน้าก้มตารื้อของรกๆ ออกมา เพราะผมไม่ค่อยให้แม่บ้านมายุ่งย่ามตรงเตียงเท่าไรนอกจากเปลี่ยนผ้าปูที่นอน แล้วนี่มึงเป็นใครวะหะ! ถึงมารื้อข้าวของกูกะจัดกระจายแบบนี้

 

“มึงทำอะไร?” ผมว่าพลางมองมือขาวๆ น่ากัดของมัน มันตกใจที่หยิบเจอกุญแจมือออกมาได้ หันมามองผม

 

“นี่มึงซาดิสม์ด้วยเหรอ!” มันว่า

 

“ลองไหมล่ะ”

 

“ไม่ลอง ไม่ชอบ เอ๊ย! ไม่เอา” มันว่า ผมหลุดขำ ทำอย่างกับมึงนี่เคยลองมาแล้วนะ

 

ไอ้เด็กนี่

 

มันคือเมียผมครับ ไอ้เด็กตัวเล็กๆ ปากดีนี่ชื่อภีม หน้าตาน่ารักน่าถีบ นิสัยกวนตีน แต่ก็ขี้เอาใจในแบบของมันแหละ แต่อยากรู้เหลือเกินว่ามันทำอะไรของมันอยู่

 

“กูถามว่ามึงทำอะไรกับของๆ กู”

 

“ก็ของมึงมันรก กูเห็นแล้วเกะกะลูกตาจะจัดของเข้าที่ดีๆ ให้ แต่ไม่คิดว่าจะเจออะไรพวกนี่เลยแม่ง เชี่ย! ปอ นี่มึงเป็นโรคจิตปะวะ”

 

มันร้องว่าพลางโยนซีดีหนังโป๊ลงแหมะมากองรวมกับของก่อนหน้านี่ ทำหน้าตางอไม่พอใจแต่มือก็ทำไม่ยอมหยุด เมียผมมันก็มีดีแค่นี้แหละ แม่งบ่นก็เก่ง เทศน์มาแต่ละทีนี่หูแทบชา บางทีนี่คิดว่าได้แม่คนที่สองมานอนเตียงเดียวกัน

 

แต่ก็ยังทนฟังไปทุกวัน ทนเห็นมันตอนทำหน้าบึ้ง งอนๆ แบบนี้ ไม่รู้ทำไมต้องทนเหมือนกันว่ะ

 

อยากกวน อยากแกล้ง อยากอยู่ใกล้ๆ

 

“อืม เมียกูนี่แม่บ้านแม่เรือนใช้ได้ มาๆ กูให้รางวัล”

 

ผมยกมือถูหน้ามันๆ ของตัวเองแล้วควานไปดึงมันมาใกล้ เสียงมันร้องครวญบอกว่ารำคาญผมมากที่เอาแต่ดึงมันมากอดจูบ ก็ใช่สิ เป็นเมียที่ไม่ใช่เมียเต็มตัว อะไรที่ทำให้ผมพออยู่แบบมีกำลังใจได้ผมก็จะทำ

 

“ปอ โอ๊ยกูเจ็บขาอยู่ ไม่เอา!” มันร้องว่าพลางซุกหน้าบนหน้าอกของผมที่กอดมันแน่นด้วยแขนข้างเดียว ก็อีกข้างมันหักนี่

 

“เจ็บมากไหม?” มือผมลูบหัวมันป้อยๆ

 

“อืม”

 

“ไม่ต้องดูแลกูมากก็ได้ มึงเองก็พักผ่อนด้วย”

 

“กูไม่ได้เป็นอะไรมากซักกะหน่อย” มันว่าเสียงเบาอู้อี้บนอกผม แม่งจะทำเสียงน่ารักไปไหน

 

“ไหน มาให้กูดูหน่อย”

 

ผมลืมไปแล้วว่าเราไม่ใช่ผัวเมียกันจริงๆ ผมห่วงมันจริงๆ ตอนต้นไม้ล้มมาใส่ผมกระโจนใส่ต้นไม้เป็นอันดับแรก ร่างของมันลุกขึ้นนั่งชันเข่าขึ้นมาให้ดู มือของผมลูบแผลมันเบาๆ พร้อมกับมันที่นั่งอยู่บนที่นอนนิ่ง ไม่ดื้อกับผมเหมือนเมื่อก่อน

 

ทั้งๆ ที่เจอกันครั้งก่อนที่คบกันนี่ไม่น่ารักเหมือนตอนนั้นเลย

 

ผมจำมันได้ วันแรกที่เจอกันนั้น มันไม่รู้จักผม

 

วันสถาปนาก่อตั้งโรงเรียนถูกจัดขึ้นเมื่อเปิดภาคเรียนแรกของทุกปี เดือนแรกที่เปิดพวกนักเรียนส่วนใหญ่จะวุ่นช่วยกันจัดการเกี่ยวกับการแสดงชมรมของตัวเองยกเว้นเด็กปีหนึ่งทุกช่วงชั้นที่เป็นแขกรับเชิญในงาน ผมเองก็เช่นกัน เป็นโลโก้ของชมรม

 

ผมไม่บอกใครว่าจะใส่ชุดมาสคอตออกมาให้น้องๆ ถ่ายรูป ผมเห็นมันเดินมาคนเดียว ไม่มีใครเลย ดวงตามองโน่นนี่นั่นไม่ตื่นเต้นเหมือนเด็กคนอื่นๆ มันทำให้ผมสงสัย

 

มาสคอตที่ผมสวมเป็นเสือหัวโตตัวสีส้มสวมชุดกีฬาเพราะชมรมผมคือรวมกีฬาทุกชนิด พยายามหารุ่นน้องเข้าชมรมให้ได้ ผมเห็นร่างเล็กๆ นั่นเดินอ้อยอิ่งมาเรื่อยๆ จนมาถึง ร่างของผมกางแขนดักหน้ามันไว้ ดวงตาเล็กๆ เบิกขึ้นมาตกใจ ขยับตัวไปทางซ้ายพร้อมกับผมที่ขยับตาม มันเงยหน้ามามองผมงงๆ พร้อมเกาหัวทำหน้าตาน่ารักไม่รู้ตัว

 

ผมยกใบสมัครพลางชี้ใส่เป็นการเชิญชวนเข้าร่วม ผมอยากให้มันเข้าชมรมด้วยใจจะขาด

 

“ไม่เอา เล่นกีฬาไม่เป็น”

 

ไม่ต้องห่วง ผมวิ่งไปหยิบพู่มาสะบัดแล้วเต้นตลกๆ ให้มันดูไปด้วย มันหลุดยิ้มขำพลางส่ายหน้า

 

“ไม่เอา เชียร์ไม่เป็น”

 

ตอนยิ้มมันยิ่งน่ารัก แต่แม่งไม่ให้อารมณ์ร่วมกับผม ผมจับไหล่มันดันเข้าไปนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะสมัครหยิบปากกาให้มันเขียนชื่อ มันส่ายหน้าลูกเดียว ไอ้ผมก็ยกมือไหว้เป็นการขอร้อง พูดด้วยไม่ได้

 

“ไม่เอา ไม่ชอบเล่นกีฬา” มันว่า ผมถอนใจมองมันที่ยิ้มมาด้วย

 

“ขอบคุณนะที่ชวน น่ารักจัง”

 

ผมที่ร้อนแทบตายในชุดมาสคอตหายเป็นปลิดทิ้ง มันกอดผมแน่นโดยที่ไม่รู้ว่าใครอยู่ข้างใน แวบแรกที่เห็นวันนั้นมันน่ารักมาก คิดมาเสมอว่ามันเรียนอยู่ห้องไหนเพราะผมจะจีบมัน จะให้เป็นหนึ่งในคอลเลคชันที่สะสมมา มันคือหนึ่งในไม่กี่คนแน่ที่ผมจะไม่ลืม

 

ผมถ่ายรูปตอนมันเดินละออกไป มันไม่รู้ตัว มองของรอบๆ ตัวไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีเพื่อน

 

แต่พอมาเจอมันตอนนั้น วันที่ผมวิ่งชนมันหน้าโรงอาหาร ในที่สุดผมก็เห็นมัน แอบยิ้มชอบใจที่มันมีสีหน้าบอกบุญไม่รับเพราะโดนวิ่งชน ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้มันเห็นหน้า กลัวถูกจับได้ว่าจะยิ้มอะไรนักหนา ก็ภีมมันน่ารักเง้างอด ถ้าได้มาไว้ข้างๆ ออดอ้อนทุกวันคงจะดี

 

แต่

 

ทุกอย่างก็ผิดถนัดเพราะปากมัน ความน่ารักแรกๆ หายไปทันที

 

ตอนแรกก็แค่อยากเอาชนะมัน เห็นแววตาตอนมันกวนตีนแล้วหมั่นไส้ อยากแกล้งให้มันร้องไห้ ทำไปทำมา ผมอยากแกล้งมันทุกวันเลยเพราะมันเองก็ไม่ได้เอาแต่ปากเสียกับผมอย่างเดียว เรื่องดีๆ อย่างอื่นมันเยอะกว่า แล้วรอยยิ้มตอนที่ผมเจอมันครั้งแรกก็ผุดขึ้นมาเรียกให้ผมหยุดมองหลายครั้ง

 

อดที่จะเอาใจให้มันยิ้มแบบนั้นอีกไม่ได้

 

ความจริงผมก็เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมเอาใจคนเป็นยิ่งกว่าอะไร แต่กับมันเอาใจเท่าไรผมก็ไม่เคยชนะสักที กลายเป็นว่าต้องทำกับมันเป็นกิจวัตรไปแล้ว ภีมมันแปลกและแตกต่างจากคนอื่นมาก ผมคิดเสมอถึงคำพูดของมันเมื่อตอนอยู่บนรถครั้งนั้น

 

ถ้าผมรักมัน มันก็จะไม่มีข้อแม้กับผม

 

มันทำอย่างกับต้องการให้ผมหลงรักมัน ใจของผมที่ว่าแข็งก็อ่อนขึ้นมาเสียเฉยๆ เมื่อเจอความแตกต่างระหว่างมันกับคู่ขาคนอื่น มันสั่งสอนผมทั้งๆ ที่มันเองก็ไม่ได้มีผลพลอยได้อะไรสักอย่าง กอดผมแน่นตอนที่เห็นผมเจ็บ

 

นิ้วมือเล็กๆ ของมันกุมมือผมแน่น มือที่ผมเคยคิดจะทำให้มันแหลกละเอียดนั่น มันอุ่นมากตอนที่ผมหนาว กุมมือผมไว้แน่นแม้จะเล็กกว่ามือผมขนาดไหน

 

มันทำให้ผมยิ่งมันใจเลยว่าผมต้องแคร์มันมากขึ้นกว่าเดิม ผมต้องปกป้องมัน

 

“ปอ ไปอาบน้ำไปจะได้กินข้าวกินยา” มันว่าเสียงอู้อี้น่ารักบนหน้าอกของผมที่ดึงมากอด

 

“ก็อาบให้กูสิ”

 

“แค่แขนหักไม่ได้เป็นง่อย” แต่เรื่องเถียงคำไม่ตกฟากนี่ยอมให้ไม่ได้เลย ผมยกมือยีหัวมันว่า

 

“เป็นเมียหัดปรนนิบัติผัวดิวะ มาทำรู้สึกผิดกับกูแค่วันเดียวเองนะมึงน่ะ”

 

มันเงยหน้ามาขมวดคิ้วตัวเองแบบที่ชอบทำบ่อยๆ ผมชอบมันตอนที่ทำหน้าแบบนี้สุดๆ ดูมันขี้งอนและเอาแต่ใจตัวเองดี

 

“ก็ได้ๆ มา ลุกขึ้นมา” มันว่าพลางดึงแขนผมให้ลุกขึ้นนั่ง ตัวเล็กๆ ของมันน่ะเห็นแบบนี้ช่วยเหลือผมดีนะ มันทำแม้แต่ถอดกางเกงในให้

 

ผมไม่เคยเจอคนแบบมันมาก่อน จะบ่นจะเถียงก็จริงแต่ไม่เคยอิดออดที่จะทำ

 

ผมกอดไหล่มันแล้วก้มไปจูบแก้มมันทีเป็นการขอบคุณ ไม่ใช่หรอก เพราะอยากจูบ มันแสดงถึงความเขินออกมาทางใบหน้าและกลบเกลื่อนด้วยการทำร้ายร่างกายผมประจำ

 

“อย่ามากวนตีนนะ เดี๋ยวกูจับกดโถส้วมแม่ง” มันว่า

 

“อ้อ เหรอ” ว่าแล้วก็ก้มลงไปจูบมันตรงปากเลย ผมชอบนัก ชอบกวนประสาทและเห็นมันเขินทำตัวไม่ถูก ขึ้นชื่อว่าเมีย จะกอดจะหอมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่แปลกก็คือมันไม่ยอมผมสักทีน่ะสิ

 

ผมต้องอดทนเท่าไรตอนมันจูบผม ตอนมันยั่วผมโดยที่ไม่รู้ตัว มันไม่เคยคิดเลย คิดเพียงว่าผมจ้องแต่จะเอาเปรียบมัน จะจับมันปล้ำ ลองเป็นมันบ้างจะรู้สึกยังไงเมื่อถูกยั่วให้มีอารมณ์แล้วก็ถูกปฏิเสธง่ายๆ แบบนั้น ผมยอมรับว่าอาจจะมีหลุดไปบ้างเพราะต้องการหาที่ระบายอารมณ์ตัวเอง แต่ถึงยังไงคนที่ผมรอจะนอนด้วยก็คือมัน

 

แต่มันจะเล่นตัวไปถึงเมื่อไร ยังดีที่มันรู้จักยอมให้ผมกอดจูบได้ ช่วยผ่อนปรนอารมณ์อยากของผมได้ดีทีเดียว ถ้ามันห้ามผมแตะต้องตัวมันแม้แต่ปลายก้อย ผมว่าผมคงได้ตบะแตกตั้งนานแล้ว

 

ผมมองมันที่ถือผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ ดวงตามันมองมายังร่างกายของผม เงียบ ไม่ได้คุยอะไรกัน หน้าตาของมันน่ารัก แก้มใสและค่อนข้างมีเนื้อทั้งๆ โครงหน้าเรียวและผอม มันยั่วให้ผมก้มลงไปหอมได้ไม่ยากเลย

 

จะว่าผมหลงแก้มมันก็ได้ ความจริงก็หลงทั้งหน้านั่นแหละ สังเกตดีๆ มันไม่มีตรงไหนที่น่าติเลยสักนิด คิ้วไม่ได้หนามากแต่เรียงกันโก่งสวย จมูกเล็กนิดเดียวและรั้น ปากเล็กและมีเนื้อ อยู่ในโทนสีส้มอ่อนและมักจะเม้มกันแน่นเสมอ ผมเห็นไฝเม็ดเล็กๆ ของมันตรงกลางแก้มซ้าย ไม่ได้ทำให้มันดูแย่ลงเลยสักนิด น่ามองไปกว่าเดิมอีกต่างหาก

 

แถมดวงตามันเล็กก็จริง แต่แฝงแววอะไรสักอย่าง โคตรน่าค้นหา

 

“หันหลัง” มันว่า ผมหมุนตัวหันหลังให้มัน ความเย็นของผ้าแตะบนตัวพร้อมกับมันที่ออกแรงถูให้

 

“ไม่เอาแบบถลกหนังนะ”

 

“เออ รู้แล้ว” มันว่า “ก็เบาสุดๆ แล้วเนี่ย”

 

“ครับ คุณเมีย” ผมว่าพลางหลุดยิ้ม ชอบแซวมันแบบนี้

 

“กูจะหมดอารมณ์ทำให้เพราะงี้แหละ”

 

“ทำไม ก็มึงเป็นเมียกูจริงๆ นี่ หรือจะบอกว่ายังไม่ได้เป็นแบบเต็มตัว” ผมว่า ถ้าตอบมาแบบนี้จะจับกดแม่ง

 

“เปล่า แต่มึงอย่าย้ำนักสิ” มันว่าเสียงเบา ทำอย่างกับยอมแพ้ผม

 

“มึงเขินเหรอ” ผมว่าพลางยิ้มกับตัวเอง

 

“เปล่าซักหน่อย เขินทำไม ไม่มีไรน่าเขินซักนิดเดียว” มันรีบตอบมา จะแก้ตัวก็ว่ามาเหอะ

 

“ถ้าไม่อยากเขินก็ยอมเป็นเมียก็แบบเต็มตัวสิ จะได้ไม่อายปากเวลาพูดว่าตัวเองเป็นเมียกู”

 

“หึ ฝันไปเหอะ”

 

ผมหันไปมองมันที่ส่งนิ้วกลางมาให้พร้อมกับหน้ากวนส้นเท้าที่สุด นี่ผมทำอะไรอยู่วะเนี่ย ไม่เคยมองผ่านความร้ายกาจของใครเลย แต่สำหรับมัน มันจะทำอะไร จะแสดงออกกับผมยังไงก็ได้โดยไม่มีความผิด

 

“ส่งมาให้จังนิ้วกลางน่ะ อยากได้มากใช่ไหม” ผมว่าดุ แต่มันกลัวผมที่ไหน

 

“ไอ้ค…

 

“เดี๋ยวจับยัดปากเอาให้ปากดีไม่ออก มึงจะเอาไหม?”

 

“ถามมาได้ไม่คิด ลองควักออกมาสิจะเอามีดฟันให้ขาดไม่มีไปใช้นอนกับเมียชาวบ้านเลยคอยดู” มันว่าเสียงเข้ม ขนลุกเลยสัส!

 

“นี่มึงเอาจริงเอาจังไปปะวะ โกรธกูทีไรขุดเรื่องเก่าๆ มาด่ากูทุกที” ชักจะเหมือนเมียแก่ๆ ไปทุกวันแล้ว ผมยกยิ้มก่อนจะหันไปมองหน้ามันพร้อมกับว่าต่อ

 

“จะหึงน่ะได้ แต่อย่าทำร้ายไอ้ปอเบอร์สองก็พอ”

 

“ไอ้…” ในที่สุดมันก็เถียงไม่ออก ใช้กำลังถูกหลังซะผมต้องร้องร้องปราม

 

“เบาๆ หลังจะขาด”

 

“เออ ดี” มันว่า

 

ผมยกยิ้มกับตัวเองกับนิสัยของมันก่อนจะหันกลับไป เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดฝาดของมันที่ส่งมา มันกำลังเขินที่โดนแกล้งอย่างเห็นได้ชัดเพราะหน้าแดง หูเหอแดงไปหมด ผมยกยิ้มพร้อมกันนั้นก็ดึงมันไปเข้ามากอดในอก

 

“กูขอบใจนะภีม”

 

ขอบใจสำหรับทุกอย่างที่มันทำให้ผม มันนิ่งเหมือนจะยอมรับในสิ่งที่ผมทำก่อนจะเงยขึ้นมามองหน้าของผมราวกับต้องการค้นหาอะไรสักอย่าง ผมไม่ได้โกหก ผมรู้สึกขอบใจมันจริงๆ

 

มันคงงง เพราะร้อยวันพันปีผมไม่เคยพูดคำนี้กับมัน

 

มันไม่เถียง แค่พยักหน้ารับและช่วยผมสวมเสื้อผ้า พาผมไปนั่งทาครีมดูแลผิวหน้า มาโลชันให้ ถึงคราวมันปรนนิบัตินี่แทบจะล้างเท้าให้ผมแล้ว

 

ผมมองไปยังโมเดลรถที่เคยโยนทิ้งไว้ มันถูกวางลงที่เดิม ดวงตาผมมองเมียที่เดินจัดของในห้องรกๆ ให้แล้วหยิบโมเดลนั้นมาดูเงียบๆ นึกถึงผู้ชายที่ผมไม่มีวันจะยกโทษให้ คนที่ภีมมันพยายามเจรจาให้ผมยอมยกโทษนั่นแหละ

 

เขาทำตัวเอง ถ้าเขาไม่ทิ้งแม่และให้ผมทำตามใจ ให้ผมไปอยู่กับแม่ ผมคงต้องไม่ใช้วิธีแบบนี้หรอก

 

จะรั้งผมให้อยู่กับเขาทำไม ทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นค่าในตัวผมเหมือนแม่

 

ค่าในตัวผมสำหรับเขามันน้อยกว่าไอ้ภีมอีก มันยังรู้จักดูแลผม เหลียวแลผม คิดแล้วก็พาลหงุดหงิด ผมลุกขึ้นยืนและกวาดตามองหาโทรศัพท์ไม่รู้ว่าเมียเก็บเอาไปไว้ไหนจะโทรชวนเพื่อนแดกเหล้าสักหน่อย ขาก็กระเผลกเดินออกจากห้องนอนมายังด้านนอกซึ่งเห็นภีมมันยืนกดโทรศัพท์ยิกๆ อยู่เลย

 

ผมยกนิ้วชี้เป็นการเตือน “มึงทำอะไรกับโทรศัพท์กูน่ะหา!

 

มันเงยมองหน้าผมก่อนรีบกดใหญ่ ผมรีบสาวเท้าไปแย่งโทรศัพท์ออกจากมือมันพร้อมกับเสียงร้องของมันไปด้วย “แม่งเอ๊ย…

 

สงสัยไม่ทัน

 

ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วเลิกคิ้วตัวเองที่มันพยายามกดรหัสโทรศัพท์ให้ได้ แต่ใจไม่ตรงกับผมก็เท่านั้นเอง นี่มันตั้งใจจะทำอะไรกับของๆ ผมวะเนี่ย ผมผละหน้ามาจ้องตามันเค้นเอาความจริง

 

“นี่มึงจะทำอะไร?”

 

มันอึกอักครับ ทำท่าทำทางมีพิรุธสุดๆ “ก็…พี่ปอ ขอรหัสหน่อยสิ”

 

“ยังจะมาหน้าด้านขออีกไอ้นี่” ผมยกมะเหงกจะเขกหัวมันที่ย่นคอหลบ

 

“ไม่ขอแล้วจะรู้ไหมล่ะ” มันสวนพลางลูบหัวตัวเองหน้ายุ่ง น่ารักสัส ใจผมนี่กระตุกเลย

 

“แล้วมึงจะเอาทำไม” แล้วทำไมกูต้องใจเย็นกับมึงขนาดนี้ด้วยวะเนี่ย

 

“กูแค่จะลบรูปที่มึงถ่ายแบบอุบาทว์ๆ ออกเอง จะเก็บไว้ทำไมวะปอ โดยเฉพาะรูปที่มึงจูบกูอะจะให้ใครเห็นไม่ได้” มันว่าเสียงดัง หน้าตานี่ขอร้องสุดๆ ไอ้ผมก็ยกยิ้มแล้วกดรหัสเปิดวอลเปเปอร์ให้มันดูในสิ่งที่ทำไว้รอวันนี้ที่มันมาถามหา

 

“แบบนี้เหรอ?”

 

ผมตั้งไว้เป็นวอล์เปเปอร์เรียบร้อยแล้ว กดรหัสเสร็จปุ๊บภาพมันกับผมดูดปากกันโผล่ออกมาปั๊บ มันเบิกตาโตเท่าไข่ห่านมองมายังหน้าจอตกอกตกใจ

 

“เอาออกเลย มึงจะให้กูอายไปถึงไหนวะเนี่ย!” มันเกาหัวตัวเองบ่นทั้งจะแย่งโทรศัพท์ในมือ ผมชูขึ้นเหนือหัวตัวเองอีกทั้งสะใจและสนุกสนานกับหน้าแดงๆ ของมันไปด้วย แกล้งแม่งอีกรอบ

 

“เพื่อนกูรู้รหัสโทรศัพท์กูทุกคนเลยว่ะ” มันตกใจทุบตัวผมระรัวเพราะทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้ หน้านี่งอจนแทบจะร้องไห้

 

“ปอ เอาออก!” มันว่าพลางทุบผมตุบตับ นี่มึงคิดไหมว่ากูป่วยอยู่ สภาพกูดูสบายดีลั้นลาขนาดจะรองรับมือตีนมึงได้เหรอภีม

 

มันเงยหน้ามามองผม มุ่นคิ้ว ทำดราม่าน่าสงสารสัส น่าแกล้งเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ผมเลือกที่จะโอ๋มันมากกว่า มันจะได้ไม่เกลียดไปมากกว่านี้

 

“จูบพี่ก่อนสิ” แต่คนอย่างกูต้องมีข้อแม้ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเมื่อภีมมันตอบสนองตอนที่ผมบอกมา มันส่ายหน้าระรัวแล้วลังเล

 

สุดท้ายก็ยอม ยกมือสองข้างมารั้งคอผมให้โน้มลงไปรับจูบมัน

 

เหมือนมันรู้งาน รู้ว่าผมต้องการแบบไหนหลังจากเคยเจรจาแล้วว่าต้องให้มันจูบเหมือนเดิม ปากที่มีเนื้อของมันนุ่มนิ่ม เรียกความกระหายให้อยากจูบได้ตลอดเวลา มองทีไรก็นึกอยากจูบตลอด ไม่แปลกที่ผมขอให้มันทำบ่อยๆ ใช่ไหม

 

อยากจูบแม่งทุกห้านาที

 

แต่ตอนที่มันจูบผม ผมรู้สึกดีกว่าเท่านั้นเอง เพราะภีมมันไม่ได้เก่งอะไร นำจูบแบบเงอะๆ งะๆ ท่าทางตอบสนองตอนผมรับจูบก็น่ารัก ลิ้นเล็กถูกผมส่งไปพันรัวนัวเนียเล่นไม่หยุด เสียงตอนมันหอบหายใจแรงๆ เรียกความต้องการคนฟังได้ไม่ยาก เกมต่อไปกับมันน่ะเกิดขึ้นง่ายนิดเดียว

 

จูบมันรสชาติดีที่สุดแล้วสำหรับผมน่ะ ผมผละปากออกมาเม้ม มือก็เช็ดคราบน้ำลายตรงมุมปากเมียตัวเองไปด้วย

 

โคตรยั่ว

 

แล้วจะให้อดทนกับมันได้นานขนาดไหนวะ ผมนิ่งมองมันที่เงยหน้ามาช้อนตามอง ปากเม้มกัน บวมเพราะรอยจูบ ผมโน้มลงไปฝังจมูกลงบนแก้มมันอีกทีด้วยความหมั่นเขี้ยว จะอดทนไม่ไหวแล้วสัส!

 

“อื้อ หอมอะไรแรงนักหนา!” ภีมมันผลักแก้มผมบ่นเสียงเบาทว่ากระแทกอารมณ์ ทำหน้างอหงุดหงิดมาด้วย

 

ถ้ากูฟัดมึงได้กูฟัดแล้ว ยังจะมาบ่นอีก ทนได้ขนาดนี้ก็ดีแค่ไหน

 

มันผลักหน้าผมร้องว่าไปด้วย “ไหนล่ะบอกว่าจะให้รหัส จะลบออกไปได้รึยังรูปอะ กูไม่ยอมนะถ้ามึงจะให้เพื่อนดูน่ะ”

 

“กูล้อเล่น ไม่มีใครรู้รหัสหรอก”

 

มันเบิกตาชี้หน้าผม

 

ตลกจริงไอ้เด็กนี่ น่าแกล้งชะมัด ผมดึงแขนมันเข้ามาหาเมื่อเห็นว่ามันไม่เลิกหน้างอ จะง้อมันยังไงดี ดวงตามันละมองลงพื้นอย่างขัดใจตัวเอง ก็มันเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองนี่นะ

 

เมียกูโคตรดราม่า

 

“งั้นมึงเอารหัสไป แล้วห้ามลบรูปเด็ดขาดเพราะไม่เคยมีใครมายุ่งกับโทรศัพท์กูเลยซักคน ถ้าอะไรในโทรศัพท์หายไปนั่นเพราะมาจากฝีมือมึง” ผมชี้หน้ามันว่าไปด้วยเป็นเชิงออกคำสั่ง มันย่นหน้าว่าสวนมาทันทีทั้งที่ยิ้มอวดว่าตัวเองเหนือกว่าที่ได้รหัสมา

 

“กูไม่ลบคลิปมึงหรอกน่า”

 

ผมมองหน้ามันที่กำลังหลุดหัวเราะดึงโทรศัพท์ไปถือเมื่อได้รหัส ปากก็บ่นกับตัวเองด้วยความรั้นเอาแต่ใจว่า “ไหนดูซิมีกี่ร้อยคลิป มึงนี่ทั้งหื่นทั้งโรคจิตกูว่าแม่งเยอะกว่าที่คิดชัวร์เลย”

 

“แบบกูไม่ต้องพกในโทรสัพท์หรอก โน่นแผ่นที่มึงรื้อออกมาน่ะจะดูไหมละ” ผมตอบ มันละหน้ามาขมวดคิ้วตัวเองเมื่อได้ยิน เลยอดที่จะแกล้งไม่ได้

 

“เอ หรือว่า…มึงอยากจะเล่นเป็นนางเอกของกูเองซะเลยล่ะ” ผมว่ากระซิบข้างหูมันที่ก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ มันเปลี่ยนจากหน้าระรื่นเงยมาหยีหน้า

 

“ไอ้ทะลึ่ง ไปเลยปอมึงจะไปไหนก็ไป ไอ้หื่น ไอ้ลามกจกกะเปตร”

 

ผมหยุดหัวเราะ เออว่ะ ไอ้นี่มันยุง่ายดี

 

ผมยิ้มก่อนจะโน้มหน้าลงไปยิ้วยั่วโมโหมันเงียบ ไม่พูดอะไร

 

มันเงยหน้าแดงๆ มามองผมก่อนจะละสายตาไปเสียเฉยๆ ไม่ยอมจ้องตา นี่วันนี้จะยอมแพ้ผมง่ายๆ งั้นเหรอ มือผมดึงมันเข้ามาก่อนจะจูบหัวเหม่งๆ มันไปที ไอ้หน้าผากรับทรัพทย์ของมันน่ะ

 

ผมคิดเองหรือเปล่าว่ามันรั้นกับผมน้อยลง เถียงเก่งอยู่ก็จริงแต่ก็ใช้เหตุผลทุกครั้ง แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมเอาใจมันได้ยังไง ก็มันไม่ดื้อกับผมนี่ ตัวผมยิ่งใจอ่อนกับเด็กดีเอาใจเก่งอยู่ด้วย

 

ก๊อกๆ

 

เสียงคนเคาะประตูเรียกให้ผมหันมองเพราะเมียที่มันสนใจแต่โทรศัพท์ ร่างของผมผละเดินไปยังตาแมวเพื่อส่องดูแล้วหันไปมองไอ้ภีมที่มันเดินไปทรุดตัวนอนเล่นบนโซฟาไม่ได้สนใจห่าเหวอะไรเลย มันสั่งอาหารมาทำไมเยอะแยะวะ

 

ผมยกมือที่ไม่ได้หักบิดเปิดประตูเพื่อเปิดต้อนรับ มองพนักงานเข็นเอาอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ มีแม้กระทั่งเครื่องดื่มด้วย นี่มันจะฉลองอะไรของมัน

 

“ภีม มึงสั่งอะไรมา?” ผมว่าพลางมองพนักงานทำตามหน้าที่ จัดแจงอาหาร สังเกตเห็นว่าจานถูกจัดมาสามชุด คิ้วของผมก็เริ่มขมวดกันด้วยความสงสัยผสมอารมณ์ที่จะมีน้ำโหกับมันนิดๆ ที่มันเมินกับคำถามของผม

 

“ภีม กูถามไม่ได้ยินเหรอ!

 

พนักงานหันมามองหน้าผม มันคงตกใจ แต่ไอ้ที่นอนบนโซฟาไม่กระดิก ไม่รู้สึกกลัวผมสักนิด มันแหงนหน้ามามองแล้วว่าเสียงรำคาญสุดๆ

 

“เสียงดังทำไมวะปอ?”

 

ผมกำหมัดตัวเองอยากทุบกะโหลกมันจริงๆ “ก็กูถามมึงหลายรอบแล้วว่ามึงสั่งอาหารมาทำไม?”

 

“เอ้า ก็สั่งมากินไง”

 

“ของใครอีกชุด?” ผมว่าพลางชี้ไปอีกจานที่เกินมา มันรีบลุกขึ้นเดินมา ทำหน้าตาอึกอักแล้วก้มลงมองจานข้าวตอบเสียงเบา ถึงเวลากลัวกูได้แล้วเหรอหา!

 

“ของพ่อ…มึง”

 

“นี่มึงด่ากูเหรอ” ผมว่า

 

“เชี่ย! กูเปล่า ก็จานนี้ของพ่อมึงอะ!” มันเงยมาพร้อมทั้งเสียงดังสู้

 

“ใครให้เขามากิน กูไม่ได้เชิญ!” ผมร้องว่าพลางชี้จานนั้นด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นเมื่อเห็นว่ามันไปตกลงอะไรกับผู้ชายคนนั้นว่าจะมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ถามความเห็นกูสักคำว่าต้องการให้เป็นอย่างนั้นไหม

 

ชั่วโมงนี้กูไม่สนพนักงานที่มันมองด้วยสายตาตื่นกลัวแล้ว กูโมโหที่มันก้าวก่ายเกินไปเพราะเห็นว่าถูกตามใจ

 

“ออกไปได้แล้ว ไม่ต้องจัด เอาของออกไปทั้งหมด!” ผมหันไปว่ากับพนักงาน พยายามทำใจเย็นๆ ไว้ที่สุด ผมไม่อยากใจร้อนกับไอ้ภีม

 

“ไม่ต้องออก จัดต่อไปครับ” มันว่าแทรก ผมกำมัดตัวเองแน่นมองมันที่เงยมาจ้องตา

 

“มึงเลิกยุ่งเรื่องนี้สักที กูไม่ชอบ”

 

“ทำไม มึงโกรธอะไรพ่อนักหนา” มันว่า

 

“มันไม่ใช่หน้ามึงที่จะต้องมาถาม ทีเรื่องอื่นไม่เห็นมึงรู้จักคิดบ้างวะ” ผมว่าพลางมองไปยังพนักงาน “ออกไปเดี๋ยวนี้! ฉันไม่ต้องการให้ทำอะไรต่อทั้งนั้น แล้วก็ไม่ต้องไปเชื่อฟังมันเพราะฉันคือคนจ้างนาย!

 

“ไอ้ปอ!” ผมเห็นว่ามันโกรธที่อารมณ์ผมพลุ่งพล่าน ผมก็โกรธที่มันทำอะไรไม่ถามความรู้สึกของผม ผมโกรธที่มันเข้าข้างผู้ชายคนนั้นมากกว่าผม!

 

ผมไม่ชอบ ผมต้องการให้มันแคร์แค่ผมเท่านั้น มันต้องอยู่ข้างผมไม่ใช่คนที่ทำร้ายผม!

 

“หน้าที่มึงคือยอมเป็นเมียกู ไม่ต้องคิดจะหาทางทำอะไรช่วยกูทั้งนั้นเพราะกูไม่ได้ขอร้อง ไอ้ที่กูขอไม่เห็นจะอยากให้สักที แค่นอนให้กูเอาตามใจน่ะ!

 

“มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ!” มันว่าพลางยกมือจัดแจงของบนโต๊ะเองเมื่อพนักงานเลือกที่จะเดินละออกไป ร่างของผมสั่นเพราะทำอะไรมันไม่ได้ ชักจะขัดใจเกินไปแล้ว

 

“หยุดทำเดี๋ยวนี้”

 

“ไม่ มึงไม่มีสิทธิ์มาสั่ง”

 

“ไม่เชื่อกูใช่ไหม!?” ผมมองตามันให้ทราบถึงความขุ่นใจที่สุด มือกระชากผ้าปูโต๊ะออกสุดแรง ข้าวของกระจัดกระจายพร้อมกับมันที่สะดุ้งมองของต่อหน้าร่วงลงพื้นสภาพไม่เหลือเค้าเดิม

 

“จะมากเกินไปแลวนะปอ!

 

“มึงนั่นแหละมากเกินไป อย่ามาก้าวก่ายเรื่องของกูเพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับมึงเลย”

 

มันกำหมัดแน่นมองมายังผม แววตามันไม่ได้โกรธมากขนาดจะโวยวาย แต่ขมวดคิ้วตัวเองแน่นและละไปทางอื่นไม่ได้ต่อว่าอะไรอีก แค่เงียบไปเฉยๆ ไม่ต่อว่า ไม่ขยับมาตีมาทุบผมอย่างเคย ใจผมที่ว่าโมโหอยู่ก็เข้าสู่สภาวะคิดได้เมื่อเห็นเช่นนั้น

 

ผมโมโหจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ชิบหาย! ผมอยากเดินออกไปจากสายตาดูแคลนของมัน

 

“ก็ได้ เออ กูเสือกเอง…กูพอก็ได้” มันว่าเสียงเบาก่อนจะเดินออกจากห้องเฉยๆ ไม่เถียงหรือต่อปากต่อคำกับผมอีก ใจผมหายเมื่อนึกเห็นแววตาของมัน

 

มันผิดหวัง มันเสียใจที่ผมทำลายความตั้งใจทั้งหมดของมัน

 

ใจของผมวูบหายไปดื้ออย่างไม่รู้สาเหตุทั้งๆ ที่มันไม่ได้ด่า ไม่ได้ต่อว่า ไม่ได้ทุบตี เชื่อเถอะว่าผมอยากให้มันทำอย่างนั้นมากกว่าการแสดงออกแบบนี้ มันเดินหนีผมเป็นรอบที่เท่าไรแล้ววะ หนำซ้ำครั้งนี้หนีไปด้วยสีหน้าและแววตาที่ผมไม่ชอบเลย ไม่อยากเห็นเลยสักนิด

 

มึงกลับมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ภีม!

 

กูขอร้อง…

 

ผมยกมือทุบหัวสั่งสอนตัวเองที่ทำอะไรด้วยอารมณ์เป็นที่ตั้งกับมัน พยายามใจเย็นแล้วแต่มันอดไม่ได้จริงๆ ทำอะไรไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลังแล้วค่อยมารู้สึกเมื่อมันระงับอะไรไม่ได้แล้ว

 

เหลือบมองไปเห็นแจกันดอกไม้สวยๆ ที่ตั้งไว้ อารมณ์ผมไม่ดีพอที่จะมองว่ามันสวย เกะกะขัดตากูชิบหาย มือผมปัดมันลงไปกระแทกพื้นแตกระบายอารมณ์ตัวเองตอนนี้

 

บ้าชิบ!

 

 

 

เป็นไงบ้างเอ่ย ชอบกันรึเปล่า นี่พาร์ทพี่ปอที่เปิดใจครั้งแรก เข้าใจมันเพิ่มมากขึ้นมั้ยรึไม่เลย

อ่านแล้วคอมเม้นด้วยนะคะ จะงอนไม่งอนไรต์ก็อัพแหละ อิอิ เค้าอัพตรงเวลานะ เดี่ยวอัพวันเว้นวัน ครั้งละตอน คือสายสุดก็เว้นสองวัน ไม่ค้างมากหรอกนะ ขอแค่ให้ไรต์ได้นั่งอ่านคอมเม้น ดูโหวตหรือตัวเลขถูกใจเพลิน ฟินๆ เองบ้างอะไรบ้างนะจ๊ะคุณผู้อ่านที่น่ารักของเค้า

เจอกันตอนหน้านะคะ บ๊ายบาย... ตอนหน้ากลับมาพาร์ทน้องภีมนะ นางจะงอนอิปอให้มันง้อค่ะ มาช่วยกันเชียร์นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #185 Aaaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 22:44
    งอนนานๆๆๆนะจ๊ะ น้องภีม หมั่นไส้พี่ปอ
    #185
    0
  2. #129 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 17:20
    ก้อเข้าใจยุแต่...ว่า ปอกะทำไม่ถูกอ่ะ ไงกะนุข้างภีม ภีมงอนเรย งอนให้ปอง้อนะ อิอิ รักเขาแร้วสิ รักแร้วสิ5555
    #129
    0
  3. #50 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 19:35
    พี่ปอรีบตามไปง้อเลย ภีมเอาใจขนาดนี้แล้วน้าา ใจตรงกันซะที ไรต์สู้ๆน้าาา
    #50
    0
  4. #25 Sirapatsorn Rermyindee (@pukpuyeye) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 22:13
    หนุกมากมาอัพเร็วๆเน้อ
    #25
    0
  5. #24 Patchanee Petrat (@patchanee_150) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 22:08
    สปอยncแลดูฟินมว๊ากกก อ่านแล้วใจเต้นตึกตักเบยยย -.,-
    #24
    0
  6. #22 meena-may (@may-meena) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 11:19
    ไรต์สู้ๆน่ะค้าเค้ารอน้า~ปอแม่งมุ้งมิ้งส่วนต้นเอ่อมันเหมือนจะขาดความอบอุ่นเหมือนปอป่ะ5555เดามั่ว
    #22
    0