(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 7 : 1 MONTH--6(กระชับความพันธ์ฉันและเธอ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 ธ.ค. 57

 

ตอนที่ 6

 

หืม…

 

ที่นี่มันที่ไหน เวลาเท่าไร ทำไมผมยังนอนอยู่ตรงนี้อยู่กันนะ

 

เสียงประตูถูกเปิดออกดังเข้าหูผมที่ยังนอนงัวเงียอยู่บนเตียง ผมลืมตาที่ยังหนักเพราะง่วงแล้วยกหัวไปดูนาฬิกา เป็นเวลาแปดโมงกว่า เห็นไอ้ปอกำลังแต่งตัวหลังจากอาบน้ำเสร็จ มันเป็นคนที่มักตื่นก่อนผมตลอด ผมซุกหน้าลงกับหมอนและพริ้มตาหลับก่อน ได้ยินเสียงมันเดินไปมา รื้อข้าวของ คุยโทรศัพท์กับพ่อ แล้วก็บ่นว่าอากาศไม่ดี

 

ใช่ คงจะจริง เพราะตั้งแปดโมงแล้วฟ้ายังครึ้มบรรยากาศเหมือนเช้ามืดไม่มีผิดมันทำให้ผมขี้เกียจตื่นยังไงล่ะ ผมพลิกตัวนอนตะแคง รู้สึกถึงเตียงกระเพื่อม ร่างของไอ้ปอมาเขย่าตัวปลุกให้ตื่น

 

“ภีม ลุก…

 

“ไม่เอาจะนอน” ผมว่าเสียงเครือกับหมอน มันล้มตัวลงนอนข้างหลัง เอื้อมมือบีบแก้มแกล้งพร้อมว่า

 

“สายแล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองรึไง?”

 

“เออ…ไปไกลๆ” ผมตอบพลางผลักมือมันออก มันเปลี่ยนจากแกล้งมาโน้มตัวเข้าหา กอดผมแน่น ผมร้องปรามมันเสียงดังเป็นเชิงไล่ ชั่วโมงนี้คือกูจะนอนว่ะ อย่ามารบกวนสมาธิกู

 

“ไอ้ขี้เซา พี่จะพาออกไปขับรถเล่น ขับมอเตอร์ไซต์เที่ยวเกาะน่ะ ไม่มีแดดแบบนี้ขับได้สบายเลยนะ” มันว่าพลางจับมือผมที่นอนหันหลังให้ เอานิ้วชี้นิ้วกลางทำเป็นปู้ไต่ปูไต่ พอเถอะกูไม่ใช่เด็กแล้ว แต่เออ ที่มันบอกมาก็น่าสนุกว่ะ ผมลืมตานิ่งรอฟังมันพูดต่อ

 

“ไม่อยากไปเหรอ ไหนๆ ก็มาเที่ยวด้วยกัน ไปกับพี่แบบสองต่อสองหน่อยก็ดีนะ”

 

ผมส่ายหัว มึงจะหาเรื่องหม่ำกูน่ะสิ “ไม่เอา”

 

“ภีม กูไปเช่ารถมาแล้วนะ มึงอย่ากวนตีน” มันเริ่มออกลายแล้วตามที่ผมเดาไว้ พูดเพราะกับผมไม่ถึงนาทีเหอะ ผมลืมตาแล้วดึงมือมันออกจากตัว

 

“มึงจะหาเรื่องบังคับเอากูปะละ ถ้าจะทำกูก็ไม่ไป” ผมว่า มันเกาหัวตัวเอง

 

“นี่มึงจะระแวงกูเกินไปแล้วนะ”

 

“ก็กูสู้แรงมึงไม่ได้นี่หว่า ถ้าจะให้กูไปขอกูพกมีดไปด้วยนะ” ผมว่า ถ้ามึงทำกูเมื่อไหร่จะจวกแม่งพรุนเลย มันหลุดยิ้มพลางโน้มหน้ามาจูบแก้ม ผมหยีตาทั้งยกมือมาถูแก้มตัวเองด้วยความขัดใจ ไอ้นี่มันปากว่ามือถึง

 

“ถึงขนาดจะฆ่ากูเลยเหรอหืม ไอ้ตัวดี ใครจะไปทำมึงกลางที่สาธารณะขนาดนั้น เห็นกูเอาไม่เลือกแต่กูก็ไม่ได้หน้าด้านขนาดนั้นนะ” ผมหันไปมองหน้ามันก่อนจะเลิกคิ้ว ก็จริงของมันแฮะ

 

“จะไปก็ลุกได้แล้ว” มันว่าพลางบีบแก้มทั้งสองข้างของผมด้วยมือเดียว นี่มึงเป็นอะไรกับแก้มกูมากปะวะ เห็นกูหล่อเข้าหน่อยไม่ได้ อิจฉาอยากทำหน้ากูเสียโฉม

 

“เอามือมึงออก รำคาญว่ะปอ” ผมว่าพางส่ายหน้าพร้อมกับมันที่ปล่อยและจะโน้มมาจูบ

 

“อย่า กูยังไม่แปรงฟันเลย อย่ามาทะลึ่งว่ะไอ้นี่” ผมว่าพลางดันหน้ามันออกไปด้วย

 

“ถ้ามึงยังนอนอยู่อย่างนี้กูก็จะกวนแบบนี้แหละ”

 

“อื้อ โอ้ยมันหนัก!” ขึ้นมาทับได้ ผมดันหน้ามันออกสุดแรงพร้อมกับมันที่หัวเราะที่ได้แกล้ง ไอ้นี่แม่งกวนตีน

 

“ลุกได้แล้วเดี๋ยวฝนจะตกนะ อื้อหือ…” มันว่าพลางกดปากจูบแก้มผมพร้อมกับร้องหน้าหื่นๆ ไปด้วย “แก้มเมียกูนี่หอมใช้ได้”

 

“ไอ้สัส!” ผมทุบไหล่มันว่า

 

“พูดเพราะๆ กับกูหน่อย เดี๋ยวกดแม่ง”

 

“ถ้ามึงทำกูอีกครั้งกูจะหนีไปจากมึง กูจะฆ่าตัวตาย กูจะเขียนใบลาตายลงเน็ตประจานมึงว่ากูตายเพราะมึงข่มขืนกู แม่ง!” ผมว่าพลางผลักมันใส่อารมณ์ตัวเองสุดฤทธ์

 

“ห้ามทำแบบนั้น กูยอมตั้งแต่มึงจะฆ่าตัวตายแล้ว อย่าโหดนักเลย”

 

“กูไม่ทำแน่ถ้ามึงไม่ใช้กำลังกับกูก่อน” ผมว่า

 

“มึงก็อย่าดื้อกับกูสิ มึงเป็นคนผิดนะ”

 

“ก็ได้ กูผิด แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มึงใช้กำลังกับกูมึงผิดนะไม่ว่ากูจะเริ่มก่อนรึไม่ก็ตาม” ผมยกนิ้วชี้ชี้ออกคำสั่งกับมันซึ่งนิ่งจ้องตาผม

 

มันพยักหน้ารับแฮะ

 

“เออๆ ไป…ไปอาบน้ำแต่งตัว” มันว่า ผมหยีหน้าอีกครั้งเมื่อมันฝังจมูกโด่งๆ ลงบนแก้มอีกที ผมทำจะง้างมือไปต่อยมันบอกว่าชักจะลามปามกูมากไปแล้ว ก่อนจะยอมลุกจากที่นอน มองกลับไปเห็นมันกำลังจัดที่นอนเข้าที่ โคตรจะพ่อบ้านไม่เข้ากับหน้าเลยสิน่า

 

ผมรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะกลัวฝนตกแล้วจะไม่ได้ออกไปเที่ยว เดินออกมาจะแต่งตัวสวมเสื้อผ้าก็ไม่เห็นมันรออยู่ในห้อง ร่างกายรีบร้อนสวมเสื้อผ้าในชุดสบายๆ แล้วสางผมลวกๆ เดินออกจากห้องเพราะกลัวว่ามันจะหนีไปก่อน เห็นมันยืนจัดการเชครถแล้วหันมามองแล้วหลุดยิ้ม

 

ผมสวมรองเท้าแตะเป็นหูหนีบที่เดินไปซื้อเมื่อวานพร้อมกับมัน สวมเสื้อยืดสีดำกางเกงขาสั้น เหมือนกับมันแต่ชุดคนละสีเท่านั้นเอง เพียงแต่แค่มันสวมแว่นกันแดดก็หล่อบาดใจฝรั่งมังค่าแถวนี้แล้ว ทั้งๆ ที่ก็แต่งตัวเหมือนกันกับผมนั้นแหละ

 

ผมเดินไปหามันที่ก้มๆ เงยๆ กับรถแล้วหยุดก้มดูด้วย “ทำอะไรวะ?”

 

“ก็เชครถไง”

 

ผมพยักหน้ารับ มันยิ้มพลางมองหน้า ยกมือหนามาจัดผมให้อย่างเคย “จะรีบอะไรนักหนา ผมเผ้าไม่ยอมหวี กูไม่ทิ้งมึงไปคนเดียวหรอกน่า”

 

ผมแอบยิ้มเมื่อเห็นมันรู้ทัน “ก็กลัวมึงจะแกล้งกูไง หลอกให้กูแต่งตัวแล้วหนีไปเที่ยวกับเพื่อน”

 

“ก็บอกแล้วไงว่ากูไม่ไปกับเพื่อน กูจะไปกับมึง”

 

ผมพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มแก้เขินแล้วก้มมองรถไปด้วย มันเชคลม เชคเบรก เชคคันเร่งเหมือนรู้เกี่ยวด้านนี้ ไม่บอกไม่รู้เลยนะว่ามันเก่งเรื่องรถมอเตอร์ไซต์ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่รถยนต์ของมันที่ขับก็แสนแพง

 

“มึงเชคหมดทุกอย่างแล้วโอเคไม่ว่า แต่อย่าลืมเชคน้ำมันนะกูขอร้อง” ผมว่า ไม่งั้นมึงเข็นนะกูไม่ช่วยด้วยที่สะคัญ เพราะมึงคนชวนกูเอง

 

“เออ กูรู้น่า น้ำมันน่ะมีเต็มถังอยู่แล้ว”

 

“พี่ปอ จะไปไหนกันตั้งแต่เช้าครับ” ผมชะงัก มองไปเห็นไอ้ต้นที่กำลังเดินมาพร้อมกับยิ้มน่ารักๆ ให้ไอ้ปอที่เงยหน้าจากรถ

 

“อ๋อ พี่จะพาไอ้ภีมไปขับรถเล่นน่ะ” มันตอบ ผมเห็นสายตาของไอ้ต้นมันตื่นเต้น

 

“จริงเหรอครับ น่าอิจฉาจังที่พี่ปอตื่นตั้งแต่เช้าพาภีมไปเที่ยวด้วย ยอมตามใจภีมไปหมดเลย พี่ปอคงจะรักภีมมากแน่เลย” ผมกลืนน้ำลายและส่ายหน้า ทำไม่สายตามันเหมือนสมเพชผมอยู่ก็ไม่รู้ หรือกูเป็นคนมองคนในด้านลบมากไปวะ

 

ผมเกาหัวตัวเอง คงต้องปรับทัศนะคติหน่อยแล้วละมั้ง

 

“พี่เป็นคนปลุกชวนมันเองน่ะ อยากไปเที่ยวกับมันบ้าง” ผมมองไอ้ปอที่ว่าพลางยกยิ้มให้ไอ้ต้นอย่างเคย “เอ้อ แล้วไอ้ธามล่ะต้น?”

 

“อ๋อ พี่ธามยังไม่ตื่นเลยครับ คงสายๆ นั่นแหละ รายนั้นน่ะไม่เคยตื่นแต่เช้าซักทีหรอก ผมไม่มีเพื่อนคุยก็เลยกะจะมาหาภีม ทีนี้ภีมไม่อยู่คงเหงาแย่เลย” มันว่า

 

“อ้อ…” ไอ้ปอลากเสียงแล้วหันมาทางผม

 

“งั้น ต้นขอไปด้วยได้ไหมครับ?”

 

“คงไม่ได้หรอกต้น เราจะขับมอไซต์ไปกันน่ะ ถ้านั่งสามคนมันเบียดแล้วจะอันตราย ถ้าต้นอยากไปจริงๆ ก็ไปชวนพี่ธามแล้วขับตามเราไปนะ” ผมว่า

 

มันละรอยยิ้มตัวเองนิดหน่อยมองผม

 

“กะ ก็ได้”

 

เสียงมันผิดหวัง ละสายตาลงก้มมองพื้นแล้วเดินจากไป นี่ผมจะบาปไหมวะเนี่ย ดวงตาผมมองตามมัน รู้สึกผิดนะแต่ไม่อยากอึดอัดเวลาอยู่ใกล้มัน ผมยืนมุ่นคิ้วตัวเองพร้อมกันนั้นมือของไอ้ปอก็เอื้อมมาเขย่าหัวผมแกล้ง ผมหันขวับไปมองมันพร้อมกับว่า

 

“มึงจะชวนมันไปด้วยใช่ไหม?” มันเลิกคิ้วพร้อมกับแก้ตัว

 

“เปล่า กูจะชวนมันไปขัดจังหวะทำไม มาๆ ขึ้นรถได้แล้ว” มันว่าพลางยักไหล่ ดึงตัวผมมานั่งบนรถแล้วนั่งซ้อนท้าย เอ๊ะ หมายความว่าไง

 

ผมหันไปมองมันที่ทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้แล้วถาม “มึงจะให้กูขับเหรอพี่ปอ?”

 

“ใช่ที่ไหน พี่จะขับเอง” มันว่าแล้วยกรถตั้งตรง ขาตั้งลอยขึ้นพร้อมกับความงงของผม เห้ยๆๆๆ ไม่เอานะเว้ย

 

เมื่อรับรู้ว่าตัวเองต้องมาอยู่ในท่าอันล่อแหลมแบบนี้ ผมหันไปร้องว่าโวยวายทันที “ไม่เอา กูจะนั่งข้างหลัง!

 

คือมึงจะหื่นหัดเลือกเวลาและสถานที่ซะบ้าง กูอยากร้องไห้!

 

“ไม่ให้นั่ง จะให้นั่งกตรงนี้”

 

โอยแม่งจะได้ไปไหมวะวันนี้

 

ผมตีแขนมันด้วยความขัดใจเมื่อมันสตาร์ทรถซึ่งเป็นเกียร์ออโตเมติกแล้วพาผมออกมา ท่ามกลางหลายสายตาของคนที่มองมายังร่างของเรา คิดดูสิว่าผมต้องนั่งข้างหน้ามันที่เป็นคนขับ ผู้ชายสองคนนั่งถูกันบนรถมอเตอร์ไซต์ ผมโคตรอายเลยเว้ย!

 

“ห้ามเบรกแรงๆ นะมึง ไอ้ทะลึ่ง” ผมก้มหน้าตัวเองว่าด้วยความที่หนังหน้าบางไม่ด้านเหมือนมันที่ลอยหน้าลอยตาสบายใจเฉิบไง เสียงมันหัวเราะจากด้านหลัง

 

“หึ แบบนี้เหรอ” ว่าแล้วมันก็เบรก ผมร้องปรามมันเสียงดังเมื่อหน้าอกของมันชนหลัง แถมข้างล่างก็เบียดแนบเนื้อขนาดนี้ โอยขนลุกเลยสัส!

 

“บอกว่าอย่าเบรก!

 

“ไม่ให้เบรกเหรอ หรือให้เบรกอีก?” มันว่าพลางทำอีกรอบตั้งใจจะกวนตีนแน่แหละแบบนี้ ผมรีบหันไปร้องว่า

 

“ไอ้ปอ! ไอ้นิสัยเสีย กูบอกว่าอย่าเบรก”

 

“เบรกอีกเหรอ ทะลึ่งนะเราเนี่ย” ผมเก็บความโมโหตัวเองไม่ให้มันสนุกมากไปกว่าเดิม มือก็ตีแขนมันระบายอารมณ์ไปด้วย คิดได้ไงว่ากูอยากให้มึงเบรกเอาไอ้นั่นมาเบียดก้นซิงๆ ของตัวเอง ไอ้หื่นเอ๊ย!

 

“เออ เบรกอีก เบรกมาแรงๆ เลยไอ้…” ผมว่าประชด

 

“จะยั่วกูเหรอ?”

 

ไอ้เวรเอ๊ย ผมยกมือปัดผมที่ลมพัดมาระหน้า ไม่เถียงกับมันแล้ว เปลืองน้ำลาย เก็บไว้อมให้มันบูดยังจะดีกว่าอีก

 

สักพัก มันพาผมออกนอกเมืองมาได้ เริ่มจะไม่อายคนแล้วเพราะไม่มีใครเห็น จากที่ผมก้มหน้าก็เงยมามองวิวด้านนอก ก่อนจะว่ากับมัน “ห้ามขับเร็วนะปอ เกิดเป็นอะไรขึ้นมากูแหลกเลยนะ” ก็นั่งท่านี้อะ

 

“อืม กูรู้น่า” มันตอบพลางปล่อยมือข้างหนึ่งมากอดเอวผม ผมเงยไปมองหน้ามันด้วยความขัดใจ “นี่มึงฟังกูบ้างไหมเนี่ย!

 

“ก็นี่ไง สายเบลล์” มันว่าพร้อมกับยิ้มแล้วก้มหน้ามาจูบแก้มผมอีก จะหื่นแม่งไม่รู้เวลาเลย ผมขมวดคิ้วตัวเองมองทางต่อหน้า ใบหน้าของมันตอนลมพัดผมจนเปิดกว้างห็นโครงหน้าชัดเจน

 

ยอมรับเลยมันโคตรหล่อ

 

“ภีมหัวเถิก” มันว่าฝ่าความเงียบ ผมเงยมองหน้ามันก่อนจะเถียง

 

“ไม่เห็นเถิก เนี่ยๆ” ผมชี้หน้าผากตัวเอง “เขาเรียกว่าหน้าผากรับทรัพย์”

 

“อ้อเหรอ เห็นอยู่ชัดๆ” มันว่า

 

“แหม ไอ้หล่อ ไอ้เทพบุตร” ผมว่าแขวะพลางยกยิ้ม

 

“ของมันแน่นอนอยู่แล้ว กูไม่หล่อมึงคงไม่หึงกูหรอก” ผมเงยไปมองมันอีกด้วยความขัดใจ หยิกต้นขามันไปที

 

“เฮ้ย! เดี๋ยวรถก็ล้มหรอก” มันร้องว่า

 

ผมแอบยิ้มก่อนจะมองออกไปด้านหน้ารับลม มันขับไม่เร็วทว่าลมตีหน้าแทบชาไม่รู้สึกอะไร กลายเป็นคนหน้าด้านขึ้นมาทันที ก็ลมทะเลมันเย็นและแรง

 

แต่ไม่เถียงเลยว่าโคตรสดชื่น

 

ปอมันพาผมมาริมหาดนอกเมืองที่ไม่มีใครเลย มันจอดรถแล้วพาผมเดินลงไปเล่นน้ำที่ซัดมายังทรายสีขาวละเอียด ผมเดินย่างเท้าไปเรื่อยๆ แล้วก้มมองน้ำที่ใสสะอาดไปด้วยความตื่นเต้น ไม่เคยออกมาเที่ยวนอกสายตาพ่อแม่เท่าไร

 

“ปอ นั่นแมงกะพรุนใช่ไหม เห้ยแมงกะพรุนตัวเองเสียงจริงเลยว่ะ” ผมร้องว่าพลางรีบวิ่งไปดู

 

“อย่าไปจับมันนะ มันมีพิษ”

 

ผมก้มลงเอาไม้เขี่ย มันเป็นตัวที่น่าจะตายใหม่ๆ แล้วมาเกยตื้นที่นี่ ว่าแล้วผมก็วิ่งออกไปมองในน้ำ อยากเห็นตัวเป็นๆ ของมัน ท่ามกลางสายตาของไอ้ปอที่ยืนเฝ้าควบคุมอยู่นั่นแหละ แต่ผมคิดเสมอว่าวันนี้มันน่าจะตามใจผม เพราะมันบอกเองว่าจะพาผมมาเที่ยวนี่นา

 

วันนี้กูปล่อยผีสุดๆ ละ

 

“นั่นๆ ปอ มันยังไม่ตาย” ชี้ไปยังตัวแมงกะพรุนที่ว่ายอยู่ในน้ำ พอหาไปอีกทีก็มีเยอะไปหมด ผมได้แต่มองด้วยความตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นมันแบบใกล้ชิด รีบวิ่งไปขอโทรศัพท์มาถ่ายรูปไว้ทันที

 

“ขอยืมโทรศัพท์หน่อย” ผมว่าพลางแบมือ มันล้วงแล้วหยิบให้ ผมยิ้มร่ารีบวิ่งไปจับภาพแมงกะพรุนในน้ำแล้ววิ่งเอามาอวดมันทันที

 

“มึงห้ามทำของกูตกน้ำนะ” มันร้องตาม เอาซะอยากแกล้งทำตกให้รู้แล้วรู้รอดไปแม่ง

 

“มึงว่าสวยมั้ย กูไม่หล่ออย่างเดียวนะโคตรเก่งอะถ่ายมาได้ด้วย” ผมว่าพร้อมกับยิ้มและมองรูปที่ตัวเองเป็นคนถ่าย ใบหน้าเอียงไปเล็กน้อยเมื่อถูกคนข้างๆ โน้มหน้ามาหอมแก้ม ผมลืมไปเสียสนิท ลืมด่า ลืมต่อว่าเวลามันกอดหอม จูบ ผมลืมขัดขืนมันไปเลย เพราะมันเองก็ไม่ได้จะทำมากไปกว่านี้

 

มันพาผมขับรถออกไปอีก ดวงตาผมพริ้มรับลมต่อหน้าพลางเอนหัวพิงหน้าอกของคนขับ มือของมันยังกอดผมไว้แน่น วันนี้ผมกับมันยังไม่ได้ทะเลาะกันเลย(ถ้าไม่นับตอนก่อนมานะ หึหึ) ผมเงยหน้ามองมันขณะที่มันมองถนน ทำไมมุมนี้มันหล่อจังวะ

 

แม่งโคตรน่ารัก ไอ้หล่ออย่างเดียว ไม่มีไรดีสักอย่าง หล่อไปวันๆ ไม่ทำบ้าอะไรเลย หล่อจนกูอิจฉา

 

 

ใจผมหายเมื่อมันพาเลาะหน้าผาสูงชัน สายตาที่มองชัดๆ เริ่มพร่าเลือนและดูลายตาชวนมึนหัวไปหมด ผมหลับตาตัวเองไม่กล้ามองลงไปด้านล่างและไม่กล้าบอกมันว่าตัวเองกลัวความสูงสักแค่ไหน นี่มึงจะพากูมาฆาตรกรรมอำพรางคดีเหรอมาซะสูงขนาดนี้ ตกไปกูเละแน่

 

ผมกลัวมันหัวเราะที่รู้ว่าผมกลัวความสูงและแกล้งผลักผม พยายามอวดเก่งลืมตาเมื่อมันจอดรถ ขาที่ว่าดีๆ มันสั่นและไม่มีแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ เมื่อมันพามายังตรงนี้ ยอดบนสุดของหน้าผา

 

ปอมันลงจากรถและดึงมึอผมให้ลงไปเช่นกัน เข่าผมทรุดมานั่งกับพื้น ตาลายและใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ลมจะโชยให้ใจเย็นก็ตาม แต่ภาพความสูงเบื้องหน้าไม่ทำให้ผมหายกลัวได้เลย

 

“มาสิภีม ไม่ต้องกลัว มันออกจะสวยนะมึง”

 

ผมส่ายหน้า กลัวตัวเองตาลายแล้วเดินเซตกไปจากหน้าผา ผมเห็นไอ้ปอเดินนำออกไปสูดอากาศริมตรงนั้น ใจก็หายไปเฉยๆ มันยืนเหมือนไม่รู้สึกรู้สา ก่อนจะหันมายิ้มให้และเดินเข้ามาจับมือผมดึงให้ลุกขึ้น

 

“มาเร็ว มาถ่ายรูปสิ ที่นี่สวยนะ” มันว่า ผมส่ายหน้า

 

“ไม่เอา น่ากลัวจะตาย”

 

“ไม่เลยภีม พี่จะจับมือภีมไว้เอง” ผมส่ายหน้าพลางดึงมือกลับ

 

“มึงชอบแกล้งกู”

 

“ไม่แกล้งจริงๆ มา พี่จะพาไปดู” ผมส่ายหน้า ปอมันไม่จับมือเหมือนเมื่อครู่ มันกอดเอวผมจากด้านหลัง ดันตัวผมให้ค่อยๆ ก้าวออกไป “ถ้าภีมตกพี่ก็ตกไปด้วย”

 

เออ ค่อยโล่ง กูตายมึงก็ตายพร้อมกู จะได้เจ๊ากัน

 

ผมพยักหน้ารับและกอดแขนที่มันกอดเอวผมไว้แน่น รู้สึกถึงความเชื่อใจที่มันส่งมา ดวงตาพยายามลืมออกไปและมองภาพต่อหน้า

 

เชี่ย! ใจผมหายและสะดุ้งเฮือกเมื่อมันยังไม่หายจากอาการตาลาย ผมกอดแขนปอแน่นพร้อมกับหันหน้าไปซุกหน้าอกใจเต้นตุบๆๆๆ แทบจะทะลุออกมาอยู่แล้ว

 

“ปอ อย่าปล่อยกูนะ ห้ามปล่อยกู!” ผมร้องว่าสุดเสียง

 

มันนิ่งฟังผมและก้มลงจูบแก้ม แต่ไม่รู้ทำไม ผมถึงรู้สึกได้ว่ามันเป็นคำตอบของมัน ผมละใบหน้ามาด้านหน้าของตัวเอง ค่อยๆ ลืมตาและกระพริบให้มันหายพร่าเลือน และมันก็หายจริงๆ ดวงตานิ่งมองภาพต่อหน้าก่อนจะผวาเมื่อมันปล่อยมือ ผมกำมือมันดึงมาโอบรัดเอวเหมือนเดิมพร้อมร้องว่ามันไปด้วย

 

“บอกว่าอย่าปล่อยไง!

 

ใจกูหายเลยนะเมื่อกี้

 

“พี่แค่จะเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูป มือนี้ก็กอดอยู่เห็นไหม?” มันว่าแล้วละมือหนึ่งข้างไปล้วงกระเป๋า ยกโทรศัพท์ขึ้นมากด ผมก้มลงไปด้านล่างมองลายน้ำที่ถูกลมพัด กระชับมือมันมากอดตัวเองให้แน่นที่สุด หันมาอีกทีมันก็ถ่ายแล้ว ถ่ายตอนที่ผมบังคับให้มันกอดผมไว้นั้นแหละ

 

ผมเงยมองมันด้วยความขัดใจ ก่อนจะชะงักเมื่อมันโน้มมาจูบปากพร้อมกับกดโทรศัพท์ถ่ายรูป ได้หลายชอตเลยเหอะ ผมไม่กล้าดื้อเดี๋ยวแม่งถีบผมตกหน้าผา

 

“น่ารักมาก” มันว่าพลางมองโทรศัพท์

 

“อย่าเอารูปนี้ให้ใครดูนะปอ ลบออก”

 

“แต่กูชอบรูปนี้” มันว่า ผมส่ายหน้าไม่ยอม มันยกยิ้มพลางมองรูบตอนที่ผมบังคับให้มันกอดผมแน่นๆ ด้วยใบหน้าที่ผมยังไม่เคยเห็นตัวเองทำมาก่อน

 

ราวกับคนเอาแต่ใจ

 

“รูปนี้มึงเหมือนบังคับให้กูรักมึงคนเดียวเลย” มันว่าแล้วก็กดแชร์ ผมเบิกตาพลางส่ายหน้า

 

“ไม่เอารูปนี้ ห้ามๆๆๆ” มันยิ้มและไม่ฟังผม ก้มมาจูบแก้มซ้ำๆ ราวกับจะแกล้ง ผมยกมือเช็ดแก้มตัวเองพลางขมวดคิ้วกับตัวเองที่สิ้นฤทธิ์ไปเฉยๆ เมื่อไหร่มันจะพาผมออกไปจากตรงนี้วะเนี่ย

 

ผมกอดมือมันแน่นพร้อมกับใจที่เต้นตึกตัก แหงนหน้ามองมันที่ก้มลงมามองผมอยู่เช่นกัน ผมไม่เข้าใจความหมายในแววตาของมัน เพียงแค่รู้ว่าสึกว่า

 

“พากูกลับเข้าไปได้ยัง?” ผมถามเงียบๆ มันส่ายหน้า

 

“จูบกูก่อนสิ”

 

“ไม่” มึงอย่ามามีข้อแม้กับกู ผมตอบคำเดียวแล้วละสายตาหนีใบหน้าอยากเอาชนะของมัน ก่อนจะรู้สึกถึงแรงดันของสมองที่อยากจะเป็นลมกับความสูงตรงหน้า

 

ผมเขย่งเท้าขึ้นไปจูบแก้มมันทีหนึ่งแล้วขมวดคิ้วแน่นเมื่อมันส่ายหน้า “ไม่ใช่จูบแบบนี้ จูบที่ปาก”

 

“เรื่องมากว่ะปอ” ผมว่าพลางเขย่งเท้าขึ้นไปจูบปากมันแล้วละหน้าออก

 

“ไม่ใช่จูบแบบนี้ จูบแบบเมื่อวานน่ะ”

 

“โอ๊ยปอ ถ้าจะเอาแบบนั้นมึงมาเล่นท่ายากบนนี้เลยเหอะ” ผมร้องว่าด้วยความขัดใจ มันพยักหน้าตอบแบบที่กวนตีนที่สุดในโลก

 

แม่งเอ๊ย! ผมเม้มปากตัวเองแน่นแล้วดึงค้นตอมันลงมาหา อ้าปากตัวเองแนบปากจูบกับมันด้วยความเบา เสียงริมฝีปากเราบดเบียดกันนานอยู่ครู่ก่อนผมจะละต้นคอนั้นและหยุดขยับริมฝีปากตัวเองผละใบหน้าออกมามองตามัน

 

“พอยัง?” เชี่ย ทำไมกูต้องถามมึงด้วยคำแบบนี้ด้วยวะเนี่ย!

 

“โคตรพอเลย” ว่าแล้วก็ถอยหลังตามหลังมันที่พาผมเดินกลับมายังรถเหมือนมันถูกรีโมทคอนโทรลอย่างนั้น มันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับมือถือตัวเอง ผมมองไปยังมันก่อนจะมองท้องฟ้าที่เริ่มจะครึ้มขึ้นเรื่อยๆ

 

“ปอ กลับกันเถอะ”

 

“เดี๋ยวสิ กินแซนวิชที่กูเอามาก่อน” มันว่า

 

“ไหนล่ะ”

 

“อยู่ใต้เบาะรถ เอามากินสิ นี่มันเที่ยงแล้วนะ” มันว่าพลางก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ตัวเอง ผมหยิบของออกมาจากรถ มีผ้าสำหรับปุนั่งและกล่องแซนวิชขนาดพออิ่มของเราสองคน นี่ไอ้ปอมันเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนได้เลยนะเนี่ย

 

เดี๋ยวๆๆ แม่งไม่ได้ทำเองชัวร์

 

ผมจัดการของเสร็จสรรพ ร่างของมันก็เดินมาทรุดตัวนอนหนุนตักเหมือนเคย ผมก้มมองมันก่อนจะกัดแซนวิชกินไปด้วยความหิวเพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง มี่อารมณ์ด่ามัน และความหิวมันทำให้ผมแน่นหน้าอก ผมกลืนทุกอย่างลงคอแล้วรู้สึกหายใจไม่ออก

 

“ปอ น้ำอยู่ไหน?” ผมว่าพลางทุบหน้าอกตัวเอง มันเงยมามองแล้วหัวเราะ

 

“ไอ้ตะกละเอ๊ย!

 

“น้ำอยู่ไหนเล่า!” ผมร้องว่า มันลุกไปหยิบมาพร้อมกับแกะให้เสร็จสรรพ ผมยกขึ้นกระเดือกพร้อมกับสูดหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่ขาดใจตาย ไม่สนไอ้ปอที่นั่งขำกับสีหน้าตอนนี้

 

“โห แฟนกูเกือบตายเพราะหิวข้าว” มันว่า ผมมุ่นหน้าตัวเองเถียง

 

“ก็ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่หว่า”

 

มันยกยิ้มกับตัวเองพลางยกมือขึ้นมากสอดนิ้วมือกับผมอีกครั้ง เป็นความประหลาดใจที่มันมักจะแสดงท่าทีกับผมแบบนี้เสมอ ไม่รู้ว่ากับคนก่อนๆ มันทำไหม แต่มันเรียกความน่าประหลาดแก่ใจให้ผมมาก

 

“วันนี้สนุกไหม?” มันถาม ผมละสายตาไปทางอื่น

 

“ก็ งั้นๆ แหละ”

 

เปล่าเลยกูเก๊กเฉยๆ

 

“งั้นๆ เหรอ กูเห็นมึงยิ้มหน้าบานอยู่คนเดียวเลย” มันว่า ผมอ้าปากค้างเถียง แต่เถียงไม่ออก เพราะวันนี้ผมสนุกมากจริงๆ ปอมันไม่หาเรื่องจะนอนกับผมและผมกับมันก็ไม่ได้ทะเลาะกัน

 

แต่กลัวกลับไปมันจะเป็นเหมือนเดิมน่ะสิ คิดได้แล้วอย่างนั้น ผมว่าผมควรพูดอะไรซักอย่างกับมันหน่อย

 

“พี่ปอ…

 

ผมว่าฝ่าความเงียบ มันเงยหน้ามามองนิ่งราวกับเป็นการตอบว่ากำลังตั้งใจฟัง ผมละสายตาไปทางอื่นแก้เขินก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “ขอบคุณนะที่พาภีมมา”

 

มันยิ้ม “เออ รู้จักขอบคุณแบบนี้ค่อยอยากพาไปไหนมาไหนหน่อย”

 

“มึงแม่งชอบกวนตีนว่ะ” กูอุตส่าห์ทำใจพูดตั้งนานมึงตอบกูมาแบบนี้ มันยกยิ้มเมื่อเห็นผมต่อว่ามันออกไปแบบนั้น แววตามันไม่เหมือนเมื่อก่อน ตอนที่ผมเจอมันแรกๆ เลย

 

รึมึงสร้างภาพเฉยๆ หาไอ้ปอ!

 

“ตอนที่มึงบอกกูว่าอย่าปล่อย กูรู้สึกเหมือนมึงขอร้องกูเรื่องอื่นเลย” มันว่า ผมเลิกคิ้วหันไปมองมัน

 

“เรื่องไหน?”

 

“เหมือนมึงไม่อยากให้กูเลิกกับมึง มึงไม่อยากให้กูปล่อยมึงไปเหรอ?” มันว่า พลางเอื้อมมือมาแตะแก้มของผม ผมชะงักนิ่งมองใบหน้าของมันที่แสดงถึงความจริงจัง ก่อนที่จะเลือกละสายตาหนีไปทางอื่น

 

“อะไรของมึงวะปอ เล่นมุกโคตรจะฝืด” ผมว่าพลางแสร้งยิ้ม

 

“มึงดูหน้ากูสิว่าเล่นอยู่เหรอ?”

 

ผมละรอยยิ้มมองมัน ก่อนจะอึกอัก “กูเปล่าซะหน่อย กูก็แค่กลัวตกแล้วขอให้มึงจับกูไว้แน่นๆ แค่นั้นเองนะ ก็แค่กลัวมึงจะแกล้งกู ถ้ากูไม่พูดแบบนั้นมึงก็ถีบกูตกหน้าผาตายน่ะสิ”

 

มันพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ปะ กลับกันเถอะลมแรงแล้ว ฝนกำลังจะตก”

 

ผมลุกขึ้นยืนเก็บของใส่ใต้เบาะรถกลัวฝนตกมากลางทางแล้วจะเปียก อยากตบกบาลตัวเอง ความจริงผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนที่ตัวเองพูดคำเมื่อกี้ออกมามันรู้สึกอย่างไรแน่ แต่สิ่งเดียวที่เป็นอยู่คือผมไม่อยากให้มันปล่อยมือจากตัวผมอย่างเช่นที่ตะโกนบังคับมัน

 

อย่างอื่นนึกไม่ถึงเลย

 

ผมควรบอกมันตรงๆ ว่าผมกำลังจะเล่นของใส่มัน กำลังจะทำให้มันรักมันหลงแล้วก็เปลี่ยนมัน

 

เออว่ะ ถ้าบอกมันก็ไม่ยอมทำตามความต้องการกูนี่หว่า นี่กูคิดบ้าไรอยู่วะเนี่ย!

 

 

 

 

เป็นไงบ้างสนุกกันไหมเอ่ย อยากให้อ่านโมเม้นต์นี้ของอิพี่ปอว่ามันก็มี ว่ามันก็เออน่ะ ไม่สักแต่เจ้าชู้อย่างเดียว มันเอาใจเมียก็เป็นอยู่ นี่ขนาดน้องยังไม่ตกถึงท้องนะเนี่ย 55555 แล้วตอนนี้ก็เป็นช่วงชิลๆ ด้วย ไม่ได้ค่อยมีปมมา ออกแนวตอนเซอร์วิสแฟนขลับมากกว่า เรียกได้ว่าเป็นตอนกระชับความสัมพันธ์พระเอกนายเอกแล้วกัน เนอะๆ

คิดไหมว่าปอมีอะไรอยู่ในใจ แต่ใจภีมเรารู้แล้ว มันแอบหวั่นไหวและอยากเอาชนะไปพร้อมกัน เอาล่ะ หนูนาจะมาบอกว่าคราวหน้าเรื่องก็จะเริ่มแล้ว เริ่มอินุงตุงนังนิดนึง ชอบนักล่ะทำรีดเดอร์ปวดหัวน่ะ อิอิ

คอมเม้นด่วนเลยไม่งั้นไม่รัก ชิชิ

เจอกันตอนหน้าค่ะ บ๊ายบาย...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #170 Yunyong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 21:02
    เส้าที่ภีมไม่ได้เปนเจ้าของปอ คิดถูกนะที่ไม่สือสาปอ ถ้าด่าปอว่านอกใจแล่วปอสวนกลับมาว่าำม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่มีสิทหวง ภีมคงเงิบ เปนนายเอกที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวมาก น่าร้ากกกกก
    #170
    0
  2. #127 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 15:53
    อ่า จะม่าแร้ว ต้องทำใจก่อน ฮึ้บ!!
    #127
    0
  3. #12 Alonezy GY (@bewtyza1999) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 02:05
    ติดมากกกอัพไวๆน้ะ
    #12
    0
  4. #10 shimbashi (@4-44082) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 23:51
    อุบัติรักมากกว่าอุบัติเหตุนะ แต่ก็ทำให้ต้องเอาใจกันอีกนาน~~~
    #10
    0