(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 6 : 1 MONTH--5(เสี่ยงรักดูสักตั้ง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    18 ธ.ค. 57

 

ตอนที่ 5

 

ชั่วโมงนี้บอกเลยผมโคตรกลัว

 

ทุกสายตาของเพื่อนทั้งกลุ่มของมันมองทอดมายังร่างกายเปลือยเปล่าของผมที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มนวม ซึ่งมือสุดแสนสกปรกของมันนั่นแหละเป็นคนเอามาคลุมให้ ไม่บอกก็รู้เพราะตัวผมสั่นและไม่กล้าจะสู้หน้าพวกมันมากแค่ไหนโดยเฉพาะไอ้พี่พี

 

คนที่มันไม่ยอมรับในตัวผม คนที่มันคิดว่าผมอยากเป็นเมียไอ้ปอเสียเต็มประดานั่น

 

“ไอ้ปอ นี่มึงยังไม่เคยนอนกับมันงั้นเหรอ?” เสียงของพี่ธามว่า ผมกำผ้าที่คลุมตัวแน่นพร้อมกับยกหลังมือเช็ดน้ำตา เก็บความกลัวของตัวเองตอนนี้ไว้ไม่ให้ร่างกายสั่นเท่าไปมากกว่านี้ ผมเห็นแววตาของเพื่อนไอ้ปอหลายๆ คนที่มองว่าหมายความว่ายังไง

 

พวกมันรู้แล้วว่าผมไม่เคยเป็นของไอ้ปอ มันคิดยังไงกับผมอีกล่ะ จะหาว่าเล่นตัวเหรอ

 

“พวกมึงออกไปคุยกับกูข้างนอก” ปอมันว่า หันร่างเอื้อมมือขยับผ้าห่มบนตัว ผมปัดมือมันออกทันที

 

“อย่ามาโดนกู!

 

ปอมันถอนใจเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนมันเดินออกไปแล้ว หันมามองผมนิ่ง ผมไม่รู้ความหมายที่มันออกอาการแบบนี้แต่ก็ไม่อยากจะพยายามเข้าใจมัน คนอย่างมันไม่มีทางคิดอะไรดีๆ ในหัวได้หรอก!

 

โอย ผมควรเรียกไอ้ภีมคนเดิมกลับมาไวๆ ผมไม่ชอบตัวเองในสภาพอ่อนแอแบบนี้เท่าไร คือไม่ชอบเลยด้วยซ้ำ!

 

ผมกลืนเสียงสะอื้นตัวเองลงคอมองตามร่างสูงๆ ของไอ้ปอซึ่งเห็นผมตอบสนองด้วยความรังเกียจก็ลุกขึ้นเดินตามเพื่อนๆ ออกไป มีเพียงสายตาของพี่ธามและไอ้พี่พีนี่อีกคนที่ยังคงยืนมองผมนิ่งไม่ละ ก่อนจะเดินตามไอ้ปอออกไปเงียบๆ

 

โอเคแล้ว ทุกอย่างโอเค

 

ผมยกมือกุมหน้าของตัวเองที่ร้อนผ่าว พยายามทำจิตใจให้สงบที่สุดก่อนจะตั้งสติเมื่อนึกขึ้นได้ มึงต้องออกไปจากที่นี่ภีม มึงอย่าอยู่ต่อเลย คิดแล้วก็รีบลุกไปหาเสื้อผ้ามาสวม ดีแค่ไหนที่วันนี้ผมไม่เสร็จมันอีก

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมกลัวไอ้ปอขึ้นมาจับใจและไม่กล้ากวนตีนมันอีก ผมรู้ผมผิดที่ทำให้มันเก็บกดแล้วต้องทำแบบนี้ แต่จะให้ผมยอมมันง่ายๆ ผมก็ทำไม่ได้อยู่ดี เป็นผู้ชายอยู่ดีๆ มีผัวขึ้นมามันรับไม่ได้จริงๆ

 

ผมยกหลังมือเช็ดน้ำตาลืมความกลัวไปก่อน เก็บของเข้ากระเป๋าเตรียมตัวที่จะกลับบ้านทันทีที่คิดได้นั่นแหละ น้ำตาเหือดแห้งแล้วก็ต้องเข้มแข็งเป็นไอ้ภีมคนเดิม ผมเรียกสติตัวเองทั้งยกกระเป๋าขึ้นมาวางบนปลายเตียง เดินไปเปิดประตูหยิบเสื้อผ้ามาวางใส่กระเป๋าลวกๆ

 

ได้ยินเพียงเสียงประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมกับฝีเท้า ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือถูกดึงออกจากกระเป๋ารั้งให้ผมหันไปเห็นว่าเป็นใคร

 

“ปล่อยกู!

 

“ใจเย็นๆ เว้ยไอ้ปอ น้องมันแค่ตกใจ” พี่ธามว่าปรามไอ้ปอ พลางยกมือทั้งสองข้างดึงแขนไอ้ปอห้ามไปด้วย

 

เพื่อนทั้งกลุ่มเดินเข้ามากันหมดหลังจากที่มันเข้าไปคุยอะไรแค่แป๊ปเดียว ผมไม่อาจรู้เพราะตอนนี้กูอยากกลับบ้าน เหลือบไปเห็นไอ้ต้นที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตา เห็นไอ้พี่พีและคนอื่นๆ ที่ไม่เคยมองผมในทางที่ดีมาก่อนยืนดูอยู่ พวกมึงมาทำไมนักหนา!

 

“ปล่อยกู” ผมรั้งข้อมือตัวเองสุดแรง และเห็นว่ามันเองก็กำไว้แน่นไม่ฟังคำปรามพี่ธามสักนิด

 

“ปอ มึงปล่อยน้องเขาก่อน”

 

“ปล่อย!” ผมร้องว่าพลางสู้สุดแรง บอกมันได้คำนี้คำเดียวจริงๆ

 

“ถ้ามึงยังทำแบบนี้อีกกูจะไม่ใจเย็นแล้วนะภีม”

 

“ปอ มึงปล่อยน้องก่อน มันเจ็บนะนั่น” พี่ธามว่าแทรก ผมแกะมือของมันออกจากข้อมือตัวเอง รู้สึกเหมือนกระดูกจะหักอยู่รอมร่อ

 

“กูไม่ให้มันไปไหนทั้งนั้นธาม!

 

“กูจะกลับบ้าน กูไม่อยู่แล้ว!” ผมร้องว่าสุดเสียง

 

“ฟังพี่ก่อนภีม อย่ายั่วโมโหไอ้ปอเลยน่า ทำแบบนี้มันไม่ดีหรอกนะเชื่อพี่เถอะ”

 

“ทำแบบไหนมันถึงจะดี ตอบมาสิ แบบมันเหรอ?”

 

“ไม่ใช่ พี่ไม่ได้เข้าข้างมันนะภีม แต่พี่จะบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน”

 

“ไม่เอา! เพื่อนพี่มันเลว ผมจะกลับ อย่ามาแตะกู!” ผมดันไหล่ของไอ้ปอออกจากตัว มันขืนแรงของผมดึงเข้าไปหาตัวมันและรัดแน่นไม่ให้ขยับ แรงของผมมีไม่พอที่จะดันผลักมันออกไม่ให้กักขังตัวไว้แบบนี้

 

โถ่เว้ย!

 

ผมหายใจไม่ออก มารู้สึกตัวอีกทีก็หอบแทบจะหายใจไม่ทันกับอารมณ์ตัวเอง กูจะไปก็ปล่อยให้ไปที่ที่กูอยากจะไปเหอะไอ้สัส!

 

“กูบอกให้มึงปล่อยกูไงปอ!

 

มันไม่ว่าอะไรตอบโต้สักแอะ ปล่อยให้ผมโมโหและดิ้นสู้แรงกอดของมันครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งโมโหยิ่งโกรธก็ยิ่งออกแรงสุดตัว ผมเปร่งเสียงร้องด้วยความสุดทนและสุดเฮือกสุดท้าย มันดีแต่ใช้กำลังกับผมจริงๆ ผมเกลียดมัน!

 

ร่างผมหอบหายใจไม่เป็นท่า เรียกสติให้หวนกลับมาอย่างไวเพราะโมโหเลือดขึ้นหน้าจนแรงของผมหมดไปเสียเอง ผมหอบหายใจ ใบหน้าแนบกับหน้าอกของมัน ยกแขนไม่ขึ้น ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของมัน ผมมองไม่เห็นใคร ไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมด ไม่รู้เหี้ยไรเลยตอนนี้

 

ทำไมมันไม่ว่า ไม่สู้กับผม กูกำลังโคตรงงเลยตอนนี้

 

รู้แค่ว่ามันไม่อยากให้ผมกลับเพราะผมยังไม่เสียตัวให้กับมัน เรี่ยวแรงของผมหมดแทบไม่เหลือ รู้สึกเจ็บคอเพราะใช้เสียงเยอะมาก ผมกลืนน้ำลายและรู้สึกเจ็บมากจนต้องมองหาน้ำ

 

ผมอึดอัด ตั้งตัวทั้งใจเลยตอนนี้ กูอยากกลับบ้าน!

 

ผมเงยหน้าแดงๆ ตัวเองไปสบตามันอยู่ครู่ น้ำหูน้ำตาไหลหน้าตาจะอุบาทว์สักแค่ไหนก็ไม่อาย ผมเห็นสายตามันที่เปลี่ยนไปจากเมื่อชั่วโมงที่ผ่าน ปอมันกำลังใจเย็นกับผม มันไม่ขึ้นเสียงเหมือนแต่ก่อน แค่ยืนกอดผมนิ่ง ผมกลืนน้ำลายเงยมองมันด้วยหลายหลากความรู้สึก แต่ความรู้สึกเดียวตอนนี้คือมันอึดอัดที่จะยืนอยู่แบบนี้

 

ผมเม้มปากบวมๆ ตัวเองบอกกับมันในสิ่งที่ตัวเองต้องการ พยายามใจเย็นที่สุดแล้ว “ปอ…กูไม่อยากอยู่ที่นี่ กูอยากกลับบ้านจริงๆ กูไม่ได้เรื่องมาก”

 

“กูไม่ให้มึงไปไหนทั้งนั้นภีม” ผมมุ่นคิ้วพลางก้มหน้าเมื่อมันตอบกลับมาเสียงเรียบ

 

“แต่ว่า…

 

“อยู่กับกูที่นี่ กูบอกแล้วไงว่ามึงเป็นแฟนของกู กูจะไม่ปล่อยให้ใครมองมึงแบบลบๆ ได้อีก มึงต้องอยู่กับกูทุกที่ที่กูอยู่”

 

ผมเงยมองมันไม่ละ ก่อนจะกลืนน้ำลายเมื่อมันว่าต่อ มันพยายามปรับสีหน้ามาว่ากับผมเสียงเบา “เออ ครั้งนี้กูผิดเอง มึงจะได้สบายใจ…

 

ดีที่มึงรู้ตัว

 

ผมไม่ได้ว่าอะไรต่อ ก้มมองหน้าอกมันเพราะไม่รู้จะตอบไปด้วยคำไหน ตอนโกรธผมก็โกรธที่เห็นมันนอนกับไปไอ้ต้น แต่ผมไม่ควรด่ามันต่อหน้าพี่ธาม ผมควรจัดการและเคลียร์กับมันทีหลัง แต่เรื่องที่มันตั้งใจแน่ๆ ว่าจะข่มขืนผมน่ะมันหายโกรธยาก ผมรู้ว่าผมผิดส่วนหนึ่งแต่มันไม่ควรจัดการผมด้วยการข่มเหงแบบนั้นสิ

 

“กู…โมโหไปหน่อย แต่ตอนนี้ก็พยายามใจเย็นแล้วนะ”

 

มันปล่อยวงแขนที่กอดผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออกนั้นพลางก้มลงมาจ้องตา ผมเดาไม่ออกแต่เรียกความรู้สึกประหลาดแก่ใจเป็นอย่างมาก เป็นผมเองที่ละหนีไปด้วยเพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ฉายมา มันทำใหใจผมสั่น จึงทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น

 

ผมไม่รู้ว่ามันไปพูดอะไรกับเพื่อนมันข้างนอก แต่สิ่งที่ผมควรจำไว้ก็คือตัวผมมาที่นี่กับมัน ผมไม่ควรแคร์ว่าใครจะคิดยังไงเพราะที่สุดแล้วผมก็อยู่กับมันแค่สองคน แล้วแต่ว่าใครก็ตามจะคิดว่าผมเป็นตัวอะไร

 

แต่ผมจะไม่เข้าไปร่วมทำอะไรกับเพื่อนๆ ของมันทั้งสิ้น จะอยู่ส่วนของผมเองอย่างนี้ ยังไงปอมันก็ไม่ทิ้งผมแน่ๆ ตราบใดที่ยังไม่ครบหนึ่งเดือน

 

ผมหวังไว้นะ

 

หรือต่อให้ครบหนึ่งเดือนแล้ว ถึงผมจะสนิทกับเพื่อนของปอมันมากขนาดไหน ยังไงก็ต้องเมินกันอยู่ดี สู้เฉยๆ ให้กันแบบนี้น่ะดีแล้ว จะได้ไม่ลำบากภายภาคหน้า

 

เคลียร์แล้ว ถึงผมจะโกรธและกลัวมัน แต่ก็ยังดีที่มันคิดได้ว่าต้องใจเย็นกับผม คราวหลังผมต้องสู้มันให้มากกว่านี้ ต้องไปเข้าฟิตเนสฟิตกล้ามไว้เพื่อมันโดยเฉพาะล่ะ

 

“กูขอโทษ…

 

มันว่าเสียงเบาพร้อมกันกับผมที่เงยไปมองหน้า เออ เห็นแล้วว่ามึงรู้สึกผิดจริงๆ ไอ้ผมก็ได้แค่ก้มหน้า พยักรับหงึกๆ บอกมันว่าโอเค กูยอมรับคำนั้น

 

 

ค่ำแล้ว

 

หลังจากที่รวบรัดเก็บของเข้าใส่กระเป๋าตัวเองเมื่อบ่ายแก่ๆ นั้น ไอ้ผมต้องกลับมานั่งเก็บเสื้อผ้ายกออกจากกระเป๋าเข้าไว้ในตู้เหมือนเดิมอีกครั้งหลังจากมันชี้นิ้วสั่งให้เก็บของเขาที่ แล้วเสือกไปนั่งกินเหล้าร่วมวงกับเพื่อน

 

ผมถอนใจหยิบของส่วนตัววางไว้ในห้องน้ำ แล้วก็ต้องไปจัดเครื่องสำอางให้มันในห้องตามที่มันวางไว้เป๊ะๆ อีกเพราะเดี๋ยวโดนด่า

 

 ที่มันหล่อได้ก็คงจะเป็นของแพงๆ มียี่ห้อพวกนี้สินะ และของพวกนี้แหละที่ใครๆ ก็อยากให้มันหยิบยื่นให้ เมื่อไหร่มันจะแยกแยะออกได้ว่าความรักกับเซ็กส์มันคนละเรื่องกันแล้วเลิกให้เงินหรือของแพงๆ ตอบแทนแฟนมันซักที แล้วหันมาตั้งใจเอาชนะใจคนที่มันรักนั่นให้ได้

 

ผมมองออกไปไกล มองฟ้าที่มืดรับกับแสงดาวที่มองลอดผ้าม่านออกไป เห็นแสงสว่างรำไรจากมุมใดมุมหนึ่งสาดมา มันสั่นระริกเรียกให้ผมไปมองก่อนจะนึกอะไรได้ ใบหน้าผมมองทอดออกไปนอกหน้าต่างทันที ดวงตาของผมเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นที่เห็นมัน อารมณ์เปลี่ยนโหมดมาสนุกสนานอีกครั้ง

 

กลับมาเป็นไอ้ภีมคนเดิมเถอะ เรียกขวัญตัวเอง

 

คบเพลิงถูกจุดเป็นแสงสว่างรำไรเรียงรายริมทางเดินทั้งสองฝั่งราวกับเสาไฟฟ้า  แม้ตามบ้านพักรีสอร์ทจะมีโคมไฟอยู่แล้วก็ตามที ผมรีบเดินออกไปนอกบ้านรีสอร์ทหลังเล็กของตัวเองพร้อมกับมองทอดออกไป เป็นริมทะเลที่มืดสลัว บนท้องฟ้ามีดาวระยับหลายล้านดวง มันสวยอย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน

 

 ผมพาร่างตัวเองเดินริมหาดพร้อมกับถอดรองเท้าไปด้วย หาดสวย ไม่น่าจะเมีเศษขวดให้เหยียบเท่าไรนัก ผมเตะน้ำที่สาดซัดมาอยู่คนเดียวแล้วเดินลากเท้าเอื่อยๆ มองคู่รักที่เดินจูงมือกันไปด้วย กระทั่งดวงตากวาดไปเห็นเงาของใครยืนอยู่ คนๆ นั้นหันมามองผม

 

ผมกลืนน้ำลายก่อนจะถอยหลังพร้อมยิ้มให้อีกฝ่ายนิดๆ ว่า “โทษทีที่มากวน ไปล่ะ”

 

“เดี๋ยว…” ผมชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงข้างหลัง ฝีเท้าย่างสวบๆ เข้ามาใกล้แล้วพูดขึ้นมาเฉยๆ “ทำไมมึงถึงไม่ยอมนอนกับไอ้ปอ?”

 

มันถามผมทำไมวะ

 

ผมหันกลับไปมองคนว่า สายตาที่มองมายังผมด้วยแววเยาะอย่างเคย แต่ผมไม่สนใจแล้ว เพราะผมว่าผมอยู่เหนือมันที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผมไม่ได้อยากเป็นเมียไอ้ปออย่างที่มันคิดสักหน่อยนี่

 

 “พี่จะอยากรู้ไปทำไม จะช่วยมันจับผมปล้ำเหรอ?”

 

“มันรู้รึเปล่าว่ามึงอวดดีขนาดนี้”

 

“เฮอะ มันรู้อะไรเยอะเลยแหละ” ผมว่า ก่อนจะกอดอกมองทะเลข้างหน้าเชิดคอไปด้วย ให้มันรู้ไปสิว่าไอ้ภีมกลัวที่ไหน

 

“ถ้าไม่อวดดีแบบนี้ ไอ้ปอมันจะตามบังคับให้ผมยอมนอนกับมันรึไง ถ้าผมนอนกับมันง่ายๆ ผมก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นน่ะสิ”

 

มันหันมามองหน้าผมแล้วเดินมากำต้นแขนให้หันไป “มึงต้องการอะไร?”

 

“ผมต้องการจบเดือนนี้ไปโดยที่ไม่ต้องเอากับมัน” ผมหันไปว่า เขาชะงักนิดหน่อยและละมือออกไปส่ายหน้า

 

“ไม่จริง มึงต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ ที่ทำเล่นตัวเพราะอยากได้สิ่งที่มึงต้องการใช่ไหมล่ะ?”

 

“ผมเล่นตัวเพราะไม่อยากให้ในสิ่งที่มันต้องการต่างหาก เพื่อนพี่มันเลว คิดว่าทุกคนอยากถูกมันควงไปซะหมด บอกเลยว่าผมคนหนึ่งที่แหละที่ไม่” ภาพตอนที่มันเอากับไอ้ต้นยังติดตาผมอยู่ตลอด เลวกันทั้งคู่

 

ผมก็จะไม่เกลียดมันถ้ามันเปลี่ยนตัวเอง ผมคิดไว้แบบนี้ และมันต้องถูกเปลี่ยน

 

“ทั้งๆ ที่มันทำกับมึงต่างจากคนก่อนๆ น่ะเหรอ?”

 

“ต่างกันตรงไหน มันก็บ้าใช้อำนาจ รังแกข่มเหงแต่ผม เอาแต่ใจตัวเองเหมือนเดิม คนอื่นๆ มันทำดีกว่านี้ไม่ใช่รึไง?” ผมว่าอย่างสุดทน มุ่นคิ้วตัวเองระเบิดอารมณ์จนนึกโมโหขึ้นมาอีกรอบ

 

“มึงไม่รู้เหรอ?”

 

ผมหันไปมองคนว่าที่กำลังจะเริ่มเรื่อง “พี่พีครับ…

 

มารก็มาผจญทันที

 

เราทั้งคู่หันไปมองไอ้ต้นที่วิ่งเข้ามา มันแสดงถึงความอึดอัดหน่อยๆ ที่เห็นว่าผมก็ยืนอยู่ข้างเขาด้วย  และสิ่งที่ผมกำลังสงสัยนั้นถูกกลบหายไปทันทีที่ร่างของพี่เขาเดินละออกไปเงียบๆ ไม่ยอมมาขยายความที่มันเปิดไว้ให้กูอยากรู้เนี่ย

 

ไอ้ต้นวิ่งตามหลังไปติดๆ มันคือตัวขัดจังหวะชั้นยอดเลยไอ้เวรเอ๊ย!

 

ผมถอนใจ ก้มหน้าเอาเท้าที่เปียกน้ำเขี่ยทรายเล่นไปพลาง ไม่อยากกลับไปที่ห้องพัก ผมอึดอัดที่จะอยู่คนเดียว ผมไม่ชอบเพราะมันไม่ใช่บ้านของผมนี่ ใครจะไปทนอยู่คนเดียวได้ ถึงปอมันบอกว่ามาเที่ยวกับผมแต่มันก็ติดเพื่อน อยู่แต่กับกลุ่มของมันจนลืมผมแล้ว

 

เสียงฝีเท้ามาจากด้านหลัง ผมหันไปตามเสียงที่ไอ้ต้นมันเคยวิ่งมา เป็นตัวสูงๆ ของไอ้ปอที่มาหยุดยืนนิ่ง มันมองหน้าผมที่เบ้ปากตัวเองรออยู่ กูยังโกรธมึงอยู่ ยังจะมาลอยหน้าลอยตาอีก อยากจะเอารองเท้าที่ถืออยู่นี่ตบหน้าให้ทรายกระเด็นเข้าตาแม่ง

 

“มาทำอะไรกับไอ้พีตรงนี้?”

 

“ทำไม ไอ้ต้นไปฟ้องว่าอะไรล่ะ?” ผมย้อนเสียงขุ่นบอกบุญไม่รับ มันขมวดคิ้วเดินเข้ามาใกล้

 

“กูถามดีๆ”

 

“ก็แค่คุยกัน กูไม่ได้จะอยู่กับใครสองต่อสองแล้วอ้าขาให้ใครเอาง่ายๆ เหมือนบางคนหรอก”

 

“หึ มึงหึงกูเหรอ?” มันว่าพร้อมกับยกมือขึ้นมายีหัว ผมดึงมือมันออก

 

“ไม่ใช่ กูประชดเว้ย!

 

“นั่นแหละ ประชดเพราะหึง”

 

“ไม่ ก็มึงมาว่ากูก่อนนี่” ผมว่าพลางขมวดคิ้วกอดอกหันไปมองทะเลต่อหน้าด้วยความขัดใจที่มันล้อแรงๆ แบบนี้ ใจที่อยู่ดีๆ ก็เต้นตึกตักรุนแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ

 

“ยอมรับมาเหอะว่ามึงหึง”

 

“หุบปากมึงไปเลย” ผมว่า มันหันมามองหน้าผมนิ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นมาวางแหมะบนหัวผมอีกครั้งพร้อมกับพูดฝ่าความเงียบไปด้วย

 

“มึงจะโมโหกูยังไงก็ได้นะภีม แต่ห้ามเดินหนีกู กูไม่ชอบให้มึงเป็นฝ่ายเดินออกไปก่อนแล้วปล่อยให้กูกลายเป็นคนถูกทิ้ง มันโมโห”

 

“รู้สึกแพ้เหรอ อายเพื่อนรึไง?” ผมเงยหน้าไปว่า รู้สึกเมื่อตอนบ่ายยังบอกว่ากลัวมันอยู่เลย แต่ตอนนี้มันควบคุมปากไม่ได้จริงๆ

 

“เปล่า กูแค่ไม่ชอบที่ถูกคนอื่นมองว่าเป็นของไร้ค่า”

 

ผมนิ่งมองมัน เช่นเดียวกับมันที่มองตาผมอยู่

 

เหมือนครั้งที่มันโกรธตอนที่ผมพูดดูถูกตัวเองเลยแฮะ นิ่งมองมันด้วยความรู้สึกแปลก ลืมคิดไปว่าทำไมมันเป็นคนแบบนี้ เหตุผลต้องมีสิที่ทำให้ไอ้ปอกลายเป็นคนแบบนี้ ลืมคิดไปเสียสนิท มึงขาดความอบอุ่นทางครอบครัวมากใช่ไหม!

 

“ทำไมมึงไม่หาคนที่คบมึงแบบจริงใจ” ผมว่าพลางเงยมองหน้ามัน

 

“ไม่เอาหรอก ใครจะไปทนอยู่ได้กับของเดิมๆ แบบนั้นตลอดปีตลอดชาติ กูคนหนึ่งแหละที่ไม่”

 

ผมเงยมองหน้ามันแบบที่ระอาสุดๆ “แล้วทุกคนที่มึงคบๆ มา มึงไม่เคยรักเขาเลยเหรอ?”

 

“ไม่” มันตอบแทบจะทันที

 

“มึงทำแบบที่ทำกับกูกับทุกคนเลยเหรอปอ มึงไม่ได้รักเขา มึงจะเอาเขาอย่างเดียวเนี่ยนะ” ผมว่าพลางมุ่นคิ้ว

 

“กูก็ให้ของที่มันต้องการไปหมดแล้วไง มันไม่ได้ต้องการให้กูรักซักหน่อย”

 

“มึงถามกูไหมว่าอยากได้อะไร?”

 

“อ๋อ ที่มึงไม่ยอมซักทีเพราะรอกูถามว่าอยากได้อะไรแลกเปลี่ยนเหรอ?” มันยักไหล่ว่า ก่อนจะหันว่ามาว่าต่ออีก “เรื่องที่ทำแบบเดียวกันกับมึงไหมน่ะ กูว่ากูก็ทำดีกับทุกคนที่สุดแล้วนะ จะไม่ประทับใจก็ช่างมันสิ”

 

“ปอ มึงใจร้ายกับกูคนเดียวสินะ” ผมว่าตอบ มันนิ่งชะงัก ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นไม่ตอบราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ ผมรีบว่าต่อทันที “เออ ถ้ามันเป็นเพราะว่ากูไม่ยอมมึงซักทีมึงถึงทำแบบนี้กับกู…

 

“กูจำได้ว่ากูไม่เคยทำให้มึงเสียใจเลย กูพยายามใจเย็นกับมึงที่สุด ยกเว้นเรื่องเดียว เรื่องที่มึงกับกูเถียงแบบไม่มีวันจบเนี่ย เพราะมึงไง เพราะมึงไม่ยอมซักที”

 

ผมอึกอัก แม่งเถียงกับมันไม่เคยขึ้นเลยสิ ดวงตาผมจ้องมันก่อนจะละลงพื้นไปเฉยๆ พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงไอ้ต้น ซึ่งมันจะเสนอหน้าอยู่กับทุกคนในกลุ่มได้อย่างแนบเนียนที่สุด มันมาตามไอ้ปอ ผมปล่อยให้มันไป จะเดินกลับห้องของตัวเอง ดวงตากวาดไปเห็นร่างของไอ้ต้นที่ยืนยิ้มนิดๆ ส่งมาให้

 

มันแฝงอะไรสักอย่าง

 

มันเป็นคนยังไง มานอนกับเพื่อนของแฟนตัวเอง แล้วมายืนยิ้มให้ผมซึ่งเป็นแฟนของไอ้ปอที่เห็นมากับตาว่ามันเลวกันขนาดไหน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้น

 

หรือมันคิดว่าตัวเองน่ะเหนือกว่าผมแล้ว เพราะผมกับไอ้ปอยังไม่มีอะไรกัน ทำไมมันโง่ คิดว่าเซ็กส์จะผูกมัดไอ้ปอได้เหรอ

 

 

นี่ผมเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย วันนี้อยู่ไม่เป็นสุขเลย!

 

ผมทิ้งตัวลงที่นอน ก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่งเมื่อนึกได้ว่าไอ้ปอกับไอ้ต้นมันทำอะไรกันตรงนี้ คงจะสกปรกน่าดู คิดแล้วนั้นมือของผมก็ทำงาน ทำการถลกผ้าปูที่นอนออกด้วยความเร็วพร้อมกับโยนใส่ตะกร้า อยากจะเปลี่ยนไปทั้งที่นอนเลยถ้าทำได้ ผมมุ่นคิ้วตัวเองมองนาฬิกา นี่มันปามาสามทุ่มครึ่งแล้วแต่ไอ้ปอมันก็เอาแต่สังสรรค์กับเพื่อน ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวเนี่ยนะ ว่าแล้วผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที

 

เสียงรอสายดังอยู่ครู่เดียวก็มีเสียงคนกดรับ ผมรีบกรอกเสียงเข้าไปในสายว่า “มึงอยู่ไหน?”

 

เหมือนเมียโทรจิกผัวขึ้นไปทุกวัน

 

“หืม กูก็อยู่กับเพื่อนกูนี่แหละ” เสียงในสายว่า

 

“มึงกินเหล้าเหรอ?”

 

กูซวยอีกและ เดี๋ยวเมาแล้วก็มาหาเรื่องข่มขืนกูอีก

 

“เปล่า แค่จิบๆ” มันตอบ ได้ยินเสียงเพื่อนๆ หัวเราะกันเกรียวกราว “มึงมาสิภีม ยังไม่ได้กินข้าวล่ะสิ ห้ามอดข้าวเย็นนะกูสั่ง”

 

“ไม่เอา มึงมาเรียกให้แม่บ้านมาเปลี่ยนผ้าปูให้กูหน่อยสิ” ผมว่าเสียงเบา ทำอ้อนมันเพราะตอนนี้เริ่มเห็นมันเป็นขี้ข้า

 

“เปลี่ยนทำไม?”

 

“ก็มันสกปรก กูไม่อยากนอนแบบนี้ ขยะแขยง” ผมเน้นประโยคสุดท้าย ได้ยินเสียงมันหัวเราะหึในคอ นี่มึงอยู่ในอารมณ์ไหน

 

“มึงมากินข้าวก่อน กูถึงจะให้แม่บ้านไปทำ” เสียงมันว่า หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงคนโห่แซว ผมอิดออดน้อยๆ พลางถอนใจไม่อยากไป “มาเร็วๆ สิ อย่าต้องให้กูไปตามถึงห้อง”

 

“ปอ สั่งมากินในห้องได้ไหม?” ผมว่าเสียงเบา มันเงียบ ได้ยินแต่เสียงคนรอบข้าง

 

“ถ้ากูไม่เห็นกับตาว่ามึงกิน กูก็จะไม่เชื่อ”

 

“โธ่เว้ย เรื่องมากว่ะปอ มึงก็รู้ว่าเพื่อนมึงไม่ชอบกู”

 

“มึงเป็นแฟนกูไปแคร์อะไรคนอื่น คนที่มึงต้องแคร์คือกู เวลากูพูดมึงต้องเชื่อฟัง” แม่งย้ำอะไรมากมายวะ ผมถอนใจแล้วกล่าวตอบ

 

“ปอ ปอก็สั่งมาให้ภีมกินสิ กลับห้องนะ”

 

กูใช้ไม้นี้ได้ผลชัวร์

 

ผมรู้สึกว่าอยู่คนเดียวแบบนี้มันเปลี่ยวๆ แฮะ ก็มันไม่ใช่สถานที่ที่ผมคุ้นเคยนี่ เสียงมันหัวเราะในลำคอก่อนจะว่า “นี่มึงยั่วกูอีกแล้วนะภีม มึงยังไม่เข็ดอีกใช่ไหม?”

 

“กูเปล่า” ผมรีบเถียง

 

“แบบนี้แหละที่เรียกว่ายั่ว”

 

“ก็กูไม่รู้จะพูดยังไงให้มึงกลับห้องนี่หว่า กูกลัว” ผมว่าพลางมุ่นคิ้ว

 

“เดี๋ยวกูไป อีกแปปเดียวก็จะแยกย้ายไปนอนกันแล้ว”

 

“แล้วมึงไม่กลัวกูโกหกมึงว่ากินข้าวแล้วเหรอ” ผมว่า

 

“ภีม มึงอย่ากวนตีน”

 

“ถ้ามึงมากูให้จูบ”

 

อันนี้กูตั้งใจยั่วมึงละ ผมยกนิ้วมือไขว้กันว่าแล้วรอฟังมันว่าจะกระตือรือร้นมาไหมถ้ามีเซอร์วิสให้ขนาดนี้ ผลปรากฏว่ามัน

 

เฉยๆ

 

“กูจะจูบมึงตอนที่กูอยากจูบ แล้วก็จะจูบตอนไหนก็ได้” ไอ้นี่มันกวนตีนรู้ตัวเองบ้างไหมวะ ผมขมวดคิ้วไม่พอใจพลางร้องว่า

 

“เออ ตามใจมึงเลย!

 

นิ้วมือผมกดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาด้วยความขัดใจ ไปล้มตัวลงนอนบนโซฟาสีหน้าตอนนี้กูบอกเลยว่าโคตรหงุดหงิด

 

แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู ผมรีบวิ่งไปเปิดเพราะในบางทีแอบคิดว่าอาจเป็นมัน ทว่าผมต้องละยิ้มที่แสดงถึงความชนะเมื่อเห็นว่าคนเคาะคือแม่บ้านที่ยืนยิ้มรออยู่ ผมปล่อยให้เธอเดินเข้ามา จัดการกับเตียงนอนให้เสร็จสรรพ เธอหันมาถามว่าต้องการอะไรอีกไหม ผมยิ้มพร้อมกับให้ธิปเธอ บอกว่าอยากได้อาหารเย็น ซึ่งมันก็ค่อนข้างดึกแล้ว

 

ผมรู้สึกว่าตัวเองต้องกิน ไม่ใช่เพราะเชื่อฟังไอ้ปอนะ แค่ไม่ยังฟังเสียงของมันตอนเทศน์เท่านั้นเอง

 

ครู่หนึ่ง ผมนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟา เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับคนที่เดินเข้ามาพูดว่า “อาหารมาแล้วครับ”

 

ผมหันขวับไปมอง เป็นเจ้าของรูปหน้าเรียวหล่อที่ส่งยิ้มมาให้พร้อมทั้งเดินเข้ามา ผมลุกขึ้นนั่งมองมันที่ตรงมายังผมแล้ววางถาดอาหารให้ตรงหน้า “พอดีเจอพนักงานอยู่หน้าห้อง กูก็เลยอาสาเอามาให้เอง กินสิ”

 

ไอ้ปอมันจัดของให้เสร็จสรรพออกอาการเอาอกเอาใจเต็มที่ นี่มึงกะจะให้กูหายโกรธใช่ไหม ผมยกนิ้วกลางให้มันไปทีก่อนจะหยิบช้อนส้อมที่มันส่งมาให้ อาหารที่สั่งมีไม่กี่อย่าง ผมตักของเข้าปากไม่สนใจมันที่ล้มตัวลงนอนหนุนตักเล่นเกมในโทรศัพท์ของผมอยู่ โทรศัพท์ที่ผมปาทิ้งเมื่อกี้นั่นแหละ

 

หัวแม่งหนักว่ะ

 

“ปอ เดี๋ยวกูจะแกล้งทำกับข้าวหล่นใส่หน้ามึง” ผมว่าพลางผลักหัวมันออกจากตักตัวเอง มันแหงนหน้ามามองก่อนจะยกยิ้ม

 

“ถ้ามึงจะทำคงไม่บอกกูหรอก”

 

“อย่ามาทำรู้ดี” ผมว่า มือวางแหมะบนผมตรงๆ ของมันก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มแล้วผลักหัวมันออก “ลุกได้แล้ว จะเอาของไปเก็บ”

 

“ไม่ต้องทำ ปล่อยไว้แบบนั้น”

 

“มึงนี่นิสัยเสียจนชินนะ เป็นเทวดารึไงวันๆ ไม่คิดจะทำอะไรสร้างสรรค์สักอย่าง” ผมว่า

 

“มึงเป็นแม่กูเหรอ บ่นอยู่นั่น กูว่าและมีมึงเป็นเมียกูจะต้องได้ฟังเทศน์ทั้งเดือน”

 

“ก็เลิกกับกูสิ” ผมว่า มันละใบหน้ามาเงยมองผม

 

“จริงเหรอ?”

 

“จริง”

 

“เลิกก็โง่สิ ใครจะปล่อยให้เวลาเสียเปล่าวะ อย่างน้อยกูก็มีตักหนุนเวลาเล่นเกมละวะ” มันยักคิ้ว

 

แม่ง

 

แล้วทำไมต้องทำหน้าตาเป็นต่อน่ารักๆ แบบนี้ด้วยวะ เมื่อบ่ายมึงทำไรกูไว้ยังจะมาเนียนอีก ถึงจะบอกรู้สึกผิดแล้วยอมรับก็เถอะ แต่กูลืมยากว่ะ

 

มึงจะรับผิดชอบเสื้อผ้ากูยังไง กูอุตส่าห์เลือกชุดที่ชอบๆ มาทั้งนั้น มึงทำลายมันแบบไม่คิดเลย แถมจะพังตูดกูด้วย คิดแล้วผมก็กำเส้นผมมันกระชากสุดแรง ในความคิดเท่านั้นน่ะนะ

 

ผมย่นหน้าไม่ว่าต่อ แต่จะสุดทนเมื่อมันยังนอนต่อไปไม่สนใจว่าเหน็บจะแดกขากูไหม!

 

ผมเอนตัวพิงพนักโซฟามองมันตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกม จู่ๆ มันก็เอื้อมมือมันดึงต้นคอผมให้ก้มลงไป พร้อมกับแนบปากจูบ ผมเบิกตาด้วยความตกใจก่อนจะทุบอกมันขืนและดึงหน้าออกได้สำเร็จ แม่งผมรู้เลยว่ามันอยากเอาชนะผม เพราะพอมันเห็นผมโกรธก็ลั้นลาเล่นเกมต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

มึงเป็นเด็กมีปัญหารึเปล่าวะปอ เอาแต่ใจตัวเอง เรียกร้องหาแต่เรื่องบนเตียง ถ้ามีซักคนเปลี่ยนมัน ผมนึกไม่ออกเลยว่าปอมันจะเป็นยังไง

 

มันอาจจะน่ารักมากก็ได้ เพราะตอนที่มันไม่กวนตีนก็ดูเป็นคนดีออก ผมยิ้มนิดๆ มองมันที่ยังตั้งอกตั้งใจเล่นเกม ก่อนจะพิงพนักโซฟาไปอีกรอบพลางมองออกไปหน้าต่าง ฟังเสียงเกลียวคลื่นไปพลาง ความร้อนจากที่ไหนสักแห่งซึมซาบมายังมือ ดวงตาผมละมามอง เห็นนิ้วเรียวยาวของมันกำลังสอดประสานเข้ารวมเป็นหนึ่งกับนิ้วผม มันรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป ทำไมมันถึงต้องการความรักมากมายขนาดนี้นะ

 

“มือมึงเล็กจัง ถ้ากูบีบมันแรงๆ ลงแหลกละเอียดแน่” มันว่าฝ่าความเงียบ ผมก้มมองมันก่อนจะพยายามชักมืออกลับทว่ามันรั้งไว้ไม่ยอม

 

กูพอจะเปลี่ยนมึงได้ไหมวะปอ

 

“ถ้ามึงใจดีกับกูมากๆ ทำให้กูไว้ใจมึง กูอาจจะใจอ่อนให้มึงก็ได้นะ” ผมว่า มันเงยมามองหน้า

 

“ตอนนี้กูยังไม่ดีงั้นสิ?”

 

“ปละ เปล่า…” ผมตอบพลางส่ายตาหนีมันไปด้วยแล้วว่าต่อ “กูหมายถึง ให้มึงทำมากๆ มากกว่านี้

 

“ถ้ามึงไม่มัวแต่อคติกับกู มึงก็จะเห็นว่าตอนนี้กูก็กำลังทำอยู่ แต่มึงแม่งไม่เคยเข้าใจอะไรเลย มึงเคยเห็นกูทำแบบนี้กับใครที่ไหนไหมก็ไม่ เพราะคนอื่นกูได้เขาตั้งแต่วันแรก กูไม่จำเป็นต้องตามใจเขาหมดไปซะทุกอย่างเหมือนมึง มึงเองต่างหากที่เอาแต่ใจนะภีม รู้ตัวเองบ้างไหม?”

 

“กู คะ คือ…” กูยอมแพ้มึงอีกรอบก็ได้

 

“กูขอโทษ ขอเวลากูหน่อยนะปอ มึงกูรู้ว่าการเสียตูดให้คนอื่นมันไม่ใช่ง่ายๆ นะ”

 

ผมว่าเสียงเบา มันลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขยับหน้ามาใกล้ “มันไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก…

 

โอเคกูซึ้งและเข้าใจ

 

ใบหน้าเรียวยาวสวยได้รูปต่อหน้าขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจ แสดงว่ามันอยากจูบ ผมพริ้มตาตัวเองเป็นฝ่ายขยับเข้าไปจูบมันเอง อ้อนมันหน่อย มันชะงัก ก่อนจะกุมหน้าผมทั้งสองข้างแนบปากกับผมจนสนิทเนื้อ เสียงปากเราสัมผัสกันดูดดื่มดังอยู่เนืองๆ ลมหายใจมันร้อนและรดจมูกผมเป็นกลิ่นหอมแปลกๆ ผมพยายามจะผละปากออกทว่ามันเม้มปากผมแน่น ดูดและตวัดเลียลิ้นของผมอย่างกับขาดมันไม่ได้

 

มันผละออกมามองหน้า ผมหอบหายใจพลางก้มหน้าทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ถูกมันเคลื่อนหน้ามาจูบ หน้าผาก แก้ม คาง จมูก ตา มันจูบผมไปทุกที่ เหมือนจะตีตราจองว่านี้ผ่านกูมาแล้ว

 

ไอ้เชี่ย กูรู้ทันมึงหรอก

 

“อื้อ ปอ พอแล้ว” ผมว่าพลางดันปากมันออก มือก็เช็ดคราบน้ำลายที่ปากไปด้วย

 

“จูบกูอีกสิภีม เมื่อกี้กูโคตรรู้สึกดี”

 

“ไม่ เดี๋ยวก็หาว่ากูยั่วมึงอีก หาเรื่องแต่จะเอากู” ผมว่าพลางกุมปากตัวเอง มันหลุดยิ้มทันทีที่ผมว่าออกไป

 

“มึงพูดดักขนาดนี้กูคงทำหรอก มามะ” มันว่าพลางดึงหน้าผมเข้าหา

 

“ไม่! ของดีมีครั้งเดียว ถ้ามึงอยากได้อีกก็ทำดีกับกูไว้มากๆ แล้วกูจะให้เป็นรางวัล” ผมว่าแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะไปอาบน้ำและหนีมันด้วย มันยกยิ้มกับตัวเองพร้อมกับพูดตามหลังมา

 

“มึงทำอย่างกับกูเป็นสัตว์เลี้ยงของมึง พอเชื่อฟังมึงก็จะให้รางวัล มึงคิดว่าของแค่นี้จะหลอกล่อกูได้เหรอภีม”

 

“กูลืมไปนี่ว่าถึงกูไม่ให้ ไอ้ต้นก็ให้มึงได้ คนอื่นก็ยอมให้มึงได้ ระหว่างที่รอกูถ้ามึงยังไปนอนกับคนอื่นเรื่อยๆ กูบอกไว้เลยว่าจะไม่ยอมนอนกับมึงเด็ดขาด”

 

มันเบ้ปากตัวเองก่อนจะพยักหน้ารับคำท้า

 

แต่คำท้ามึงนี่แปลกๆ นะปอ

 

“ก็ได้ๆ ต่อไปกูจะไม่นอกใจมึงแล้ว โอเคไหม” มันว่าพร้อมกับยิ้ม ยิ้มอะไรของมัน หรือมันกำลังคิดว่าผมหึงมันอยู่ ผมเบิกตาเมื่อนึกได้แล้วรีบแก้ตัวให้ตัวเอง

 

“มะ ไม่ใช่แบบนั้น กูหมายถึงกูไม่ชอบ…” ไม่ชอบอะไรวะ ไปต่อไม่ถูก ผมกัดฟันแน่นเมื่อมันยิ้มเหนือกว่าส่งมาให้ ในเมื่อจะแก้ตัวก็นึกไม่ออก ผมจึงเลือกที่จะเดินหนีเข้าห้องน้ำไปเฉยๆ เก็บอาการตัวเองไว้ซะบ้าง

 

ที่บอกว่าไม่ชอบ กูไม่ชอบใช้ผัวร่วมกับคนอื่น

 

รอยยิ้มมันตอนเอาชนะผมได้โคตรบาดความรู้สึกเลย นี่ผมเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย

 

บางทีเหมือนผมจะควบคุมมันได้แต่บางทีก็เหมือนยากที่จะควบคุม ถ้าผมเป็นคนที่เปลี่ยนมันได้ละก็ หวังว่ามันจะได้เจออะไรใหม่ไม่ใช่ความน่าเบื่ออย่างเคย

 

ผมจะลองเสี่ยงกับมันสักตั้งวะ!

 

 

 

เอาพี่ปอน้องภีมมาส่งให้แล้วเน่อ คอมเม้นเป็นกำลังใจกันคนละ 1 คอมเม้นต่อตอนเด้อ ผลักดันช่วยหนูนานำแหน่ อิอิ จะได้มีกำลังใจเอามาลงให้ได้อ่านกันแหละ แล้วสรุปนี่รู้ยังใครยอมใคร อิอิ

เจอกันตอนหน้าคุยยาว เพิ่มโมเม้นตืตอนอิพี่ปอทำคะแนนบ้างอะไรบ้าง ปะๆ อ่านเสร็จแล้วคอมเม้นโล้ด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #169 Yunyong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 20:53
    ภีมคิดถูกที่ไม่ว่าปอตอนมีเรื่อง สงสารพี่ธามถ้ารู้ว่าต้นนอกใจ ภีมนี่คงเก็บความเส้าไว้เยอะเนอะ แต่ตอนนี้ฟินมาก มากทีาสุดอะ
    #169
    0
  2. #126 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 15:14
    รุแย้วฮับ ว่าปอยอมภีม 55555 นั๊ลลั๊กกก!!
    #126
    0
  3. #46 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 20:58
    พี่ปอเอาใจภีมหน่อยดิ แล้วจะได้รางวัลไง*-*/ไรต์สู้ๆ
    #46
    0
  4. #16 meena-may (@may-meena) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 15:41
    น่ารักชอบๆมาต่ออีกน่้า~
    #16
    0
  5. #8 shimbashi (@4-44082) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 00:03
    ตอนนี้ดีกว่าตอนที่แล้วเยอะเลย ชอบบบบ ><
    #8
    0
  6. #7 Patchanee Petrat (@patchanee_150) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 16:55
    ฟินนน>//<
    #7
    0