(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 38 : ธาม ต้น พี Ep. 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 เม.ย. 60


ตอนที่ 2

พี่พีพูดถูกว่าเสียงข้างนอกดัง ไม่มีใครรู้หรอกว่าเรากำลังทำอะไรที่นี่ มันคงชินกับการทำแบบนี้แล้วคิดว่าคนอื่นจะชินด้วย บอกเลยว่าสำหรับผมมันไม่ง่าย เอาจริง ๆ ก็ไม่มีใครคิดว่าการเสียตัวเป็นเรื่องง่าย ๆ หรอกจริงไหมครับ!

ผมกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่เมื่อเงยไปเห็นหน้ามันในระยะใกล้ สถานการณ์ตอนนี้โคตรอยู่ในตอนเพลี้ยงพล้ำ เผลอไปให้ความร่วมมือกับมันไปแล้ว แล้วยังไง มันก็อยากให้ถึงทีของมันบ้างไงล่ะครับ ผมเลยตกอยู่ในสถานการณ์คับขันหาทางหนีไม่ได้

มันจับมือผมไปสัมผัสของมัน ขยับเข้ามาจูบ ทั้งที่รู้ว่าผมเงอะงะไม่รู้งาน

“มานี่ ไม่เห็นต้องเกร็งขนาดนั้น” พี่พีมันกระซิบ ตัวถูไถกับผม

ผมมุ่นคิ้วตัวเอง เงยหน้ามองไอ้พี่เวรนี่ด้วยสีหน้าบอกประมาณว่าตอนนี้ก็ควรยิ้มหน้าระรื่นให้มึงงั้นสิ ทั้งที่จะโดนเล่นประตูหลังนี่นะ

มันไม่สนว่าผมจะไม่พอใจ ลูบลากมือไปแตะตัวผม ผ่านสะโพก เนื้อก้น ไปข้างหลังที่ยังปิดสนิทไม่เคยมีใครผ่าน ผมสะดุ้งเฮือกเพราะความแข็งของปลายนิ้วที่หุนหันแทรกเข้ามา ร้องเสียงหลง เรียกให้มันก้มลงมามองอีก “ทำท่าเหมือนไม่เคย พอเจอนิ้วถึงกับร้องเลยเหรอ”

ผมฮึดฮัด นี่มึงโง่หรือมึงโง่กันแน่ ทำไมถึงดูไม่รู้ว่ากูร้องเพราะอะไร กูร้องเพราะเจ็บโว้ย

“หุบปากแล้วเอามือออกไปเลย”

ไอ้พี่ขี้เอามันส่ายหน้า “เชื่อก็บ้าละ เหยื่อมาอยู่ต่อหน้าซะขนาดนี้”

“มึงนี่มันเลวจริง ๆ เลยนะพี่พี คอยดู ถ้าออกไปได้ เรื่องนี้ถึงหูพี่ภาคแน่”

“น่ากลัวจังเลย”

“อื้อออ! ไอ้พี่เหี้ย…” ผมสะดุ้งรอบที่สองเพราะอีกนิ้วที่เข้ามาในตัว รู้สึกเหมือนเลือกวิ่งพล่านทั่วหน้าและลำตัว ทั้งเจ็บและรู้สึกแปลก ๆ เมื่อนิ้วในตัวขยับเข้าออก มือก็ทุบหน้าอกของมันให้ปล่อยแล้วเลิกทำอะไรแบบนี้ซักที เสียอย่างเดียวที่มันไม่เคยเชื่อฟังในสิ่งที่ผมพูดสักที

“ดูพูดเข้า ไม่เพราะเลย เดี๋ยวจะจัดให้ไม่กล้าหือแม่ง”

“อื้ออออ!”

“ดูสิ แค่นิ้วนะเนี่ย” หรือผมจะเป็นอย่างที่มันพูดจริง ๆ ตอนนี้ความรู้สึกแปลกหลายอย่างปั่นป่วนท้องผมจนตัวโยนเยน ร่างกายที่ผมเพิ่งปลดปล่อยเริ่มจะแข็งขึ้นมาเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ไอ้คนหื่นตรงหน้ามันขยับนิ้ว และไล่ลิ้นเลียตามตัว

เหวอ!

มันอุ้มผมให้ทรุดตัวบนตักของมัน ซึ่งทรุดหนั่งอยู่เหนือชักโครก เสียงมันเลียยอดยกให้ดังอยู่ไม่หาย เพราะตอนนี้รู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ตัวผมกระตุกแทบไม่หยุด ดูเหมือนพวกร่านและใจง่ายในสายตาไอ้พี่คนนี้เพิ่มขึ้นอีกระดับ จากสายตาของมันที่มองอยู่

ถ้ามันคิดว่าผมเป็นอะไรกับพี่ภาคจริง ทำไมมันถึงพร้อมจะทรยศพี่ภาคได้ขนาดนี้

ทำไมมันเลวแบบนี้ล่ะ

สรุปคือคนอย่างไอ้พี่พี มันไม่เคยจริงใจกับใครสินะ

“มึงมันเอาไม่เลือก พี่พี!”

ผมกระแทกเสียง ตกใจเมื่อมันเงยมามองแล้วผละมือออกจากตัวจนรู้สึกโล่ง คิดว่าจะโกรธที่โดนผมว่า มันกลับยกยิ้มเหมือนไม่อยากถือสาคำพูดของเหยื่อ ใช้มือสาวท่อนไม้ใหญ่ ๆ ของตัวเองไปพลางล้วงมือหาอะไรในกระเป๋าไปพลาง พอเห็นผมก็ใจหาย เป็นถุงยาง

มันจะถึงขั้นนั้นจริง ๆ เหรอวะ

“เอาเลย จะทำอะไรก็ทำเลย!” โกรธแล้วนะ

“แน่นอน ไม่ต้องบอกก็จะทำ”

“ขอให้มึงติดโรคเข้าสักวัน สำส่อนดีนัก”

“กูอาจจะติดมาแล้วก็ได้ งั้นลองไม่ใส่ถุงยางดีมั้ยนะ”

เวรแล้วไง “ปล่อยนะ ปล่อย!”

มันต่อปากต่อคำเก่งอะไรแบบนี้วะครับ ผมดิ้นขลุกขลักบนตักใหญ่ ๆ ของไอ้จัญไรตรงหน้า ผลักหน้าอกของมันขณะที่วงแขนใหญ่ ๆ บังคับกอดเอว มือมึงนี่ก็ปลาหมึกฉิบหาย จะเหนียวอะไรกันนักหนา! “บอกให้ปล่อยไง”

“กลัวติดโรคจริง ๆ เหรอ” มันลากลิ้นลงบนหน้าอกผม

“เออ ขยะแขยง!”

“อวดเก่งแบบนี้นี่แหละกูชอบ คอยดูจะเก่งไปได้กี่น้ำ” ผมสะดุ้งเมื่ออะไรร้อน ๆ เสียดสีช่องทางที่เพิ่งถูกนิ้วรุกล้ำเมื่อกี้ ใจหายใจคว่ำ มันยกเอวผมเตรียมตัวจะใส่ไอ้นั่นเข้ามา ขณะที่ผมดื้อไม่ยอมให้มันกดเอวลง แต่! ทุกอย่างต้องชะงักหยุดเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก มีใครมาที่นี่เพื่อช่วยผม

สวรรค์ ในที่สุดก็มีคนมาช่วย!

ผมดิ้นและอยากจะตะโกนบอกให้ใครรู้ แต่ขยับตัวได้นิดเดียวก็ถูกดึงไปแนบจูบ มันไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น เสียงประตูเคาะดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมหอบหายใจไปกับจูบและตกใจกับเรื่องตอนนี้ ท้ายที่สุดไอ้พี่พีก็ผละปาก ออกมาสบตา เพราะเสียงคนเรียก

“เหี้ยไรอีกเนี่ย” มันหงุดหงิด

“เสียงพี่ภาค”

มันผละมามองผม “สรุปมึงกับมันเป็นอะไรกัน มึงหายมาแค่นี้ต้องมาตาม”

“ไม่ยุ่งสักเรื่องได้มั้ย ปล่อย”

“ไม่”

อะไรของมันวะ “ขนาดนี้แล้วยังจะอยากอีกรึไง อยากมีเรื่องใช่มั้ย”

“ถ้ากูจะมีเรื่อง กูพร้อมมี แต่ต้องหลังจากมึงเสร็จกูก่อน”

“โว้ย! อะไรนักหนาวะพี่ อยากให้พี่ภาคจับได้คาหนังคาเขารึไง”

“พูดแบบนี้ สรุปมึงกับมันมากกว่าพี่น้องใช่มั้ย”

“โอ๊ยยยย น่ารำคาญ ถ้าตอบว่าเออพี่จะปล่อยผมไปใช่มั้ย ผมจะได้บอกว่าเออ”

ไอ้พี่พีมันนิ่งและจ้องตาผมเมื่อได้ยิน แต่มือที่จับน้องชายตัวเองไม่นิ่งเท่าไร ขยับมือขัดปืนตัวเองมาสักพักแล้วถึงแม้ว่าจะต่อปากต่อคำกับผมอยู่ก็เถอะ “บอกมาตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง”

นี่มันคิดว่าผมพูดจริงเหรอ ผมแค่จะตัดรำคาญ พูดจบมันก็ปล่อยมือจากเอวผม ไม่เริ่มบทสนทนาอะไรต่อทั้งสิ้นนอกจากง่วนกับตัวเอง หมายความว่าไง ผมไม่เข้าใจสิ่งที่มันทำสักท่าไร

“ยังไม่ไปอีก เห็นมั้ยกูทำธุระอยู่”

อ๋อ…ที่ปล่อยมือนี่หมายถึงยอมปล่อยตัวแล้วใช่ไหม ผมรีบลุกขึ้นยืนจัดเครื่องแต่งกายตัวเองอย่างรีบร้อน ถึงแม้ว่าเสียงมือของมันเวลาขยับจะยังสะท้อนหูอยู่ตลอด เสียงลมหายใจของมันดังขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหอบรบกวนผมตอนนี้

ไม่ทันเห็นว่าสีหน้าไอ้คนหื่นข้างหลังเป็นแบบไหน แต่งตัวเสร็จผมก็เปิดประตูพรวดพราดออกไปห้องอาบน้ำข้างนอก

เสียงมันกระเส่าดังออกมาจนได้ยิน พร้อมหัวใจของผมเต้นตึกเพราะเพิ่งได้ยินคนอื่นเสร็จแบบสด ๆ ครั้งแรก แต่จะมัวโอ้เอ้ไม่ได้ ในท้องและข้างหลังผมเต้นตุบผิดแปลกไปจนขาสั่น เดินออกไปข้างนอกเห็นพี่ภาคเดินกลับมาอีกรอบ

ตกใจชิบหาย

“อ้าว กำลังไปเอากุญแจมาไขพอดี หายไปนานเป็นอะไรรึเปล่า พี่ตกใจหมดนึกว่าล้มในห้องน้ำ”

“ผมขานพี่แล้ว แต่เสียงเพลงมันดัง พอดีขี้เพลินไปหน่อย”

ขอโทษนะ แต่ผมไม่ได้เข้าข้างไอ้นั่นหรอก ไม่อยากให้เกิดเรื่องใหญ่มากกว่า

“บอกแล้วไงอย่าเล่นโทรศัพท์ตอนขี้ ฮ่า ๆ ๆ”

พี่ภาคเดินมากอดบ่าผมพาออกไปข้างนอก หน้าผมแดงเพราะฤทธิ์เหล้าหรืออะไรอื่นไม่รู้ รู้แต่ว่าในตัวผมรู้สึกอะไรแปลกไป เสียงของไอ้หื่นนั่นยังคงก้องหู ความรู้สึกของนิ้วมือของมันยังคงเล่นตุบอยู่ไม่หาย ไอ้หื่นที่เดินออกมาอย่างหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นคนนั้น

“ไปไหนมาวะไอ้พี นานชิบหาย นึกว่าหนีกลับละ”

“ไปโทรศัพท์มา เด็กมันมาขอคืนดี เลย…เคลียร์กันยาวไปหน่อย”

หางตาคนพูดผละมามองผม สายตาเหมือนว่าตัวเองเหนือกกว่า หรือจะเป็นเพราะเรื่องที่ผมบอกผ่าน ๆ กับมันเพราะอยากเอาตัวรอดเป็นต้นเหตุ ช่างมันเถอะ ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องจริง ตอนนี้เสียงของมันทำให้ผมรู้สึกวางตัวไม่ถูกเลย ภาพหลายภาพวนเวียนมาหลอกมาหลอนตลอดจนต้องยกเหล้าดื่ม

ผมมึนหัว เวลาเมาแล้วชอบหลับ พอหนักเข้าก็เอนหลังซบพี่ภาคอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ วันนี้ฝากพี่ภาคเก็บศพกลับบ้านสักวันละกัน ไม่ไหว เกลียดความซวยตัวเองที่ต้องมารู้จักไอ้พี่พี




“แน่นชิบหาย ยั่วเก่งขนาดนี้ใครจะไปรู้ว่าซิง”

ลมหายใจของคนกระซิบอยู่ข้างหูรดแก้ม ผมยกหัวตัวเองขึ้นมองเมื่อรู้สึกว่ามีใครกำลังรุกรานบนตัว เบิกตากว้างเมื่อเห็นเป็นไอ้หื่นคนเดียวกันที่บังคับจะเอาให้ได้เมื่อหัวค่ำ มันกำลังแทรกเอวเข้ามาที่ผม กระแทกเข้ามาจนได้ยินเสียงเนื้อเรากระทบกัน ไม่รู้ว่าเปลือยตั้งแต่เมื่อไร

เกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมร่างกายผมถึงได้ตอบสนองมันไปแบบนั้น

ทำไมโคตรรู้สึกดีเลย

ทำไมหน้าของไอ้พี่พีเซ็กซี่ขนาดนั้น ทำอย่างกำลังทนไม่ไหวและรู้สึกดีเพราะตัวผม

“อือ…” ทำไมผมถึงเอาแต่อ้าขารับ และอยากพูดอะไรทะลึ่ง ๆ กับมันขนาดนี้กัน เพราะความรู้สึกดีกลบปิดความรู้สึกไม่พอใจไปหมดละมั้ง ตอนนี้ นอกจากจะไม่แสดงกิริยาท่าทางปัดป้อง กูยังเสือกไปแอ่นเอวรับมันอย่างหน้าด้าน ๆ !

มันโน้มหน้าตอนมีอารมณ์มาใกล้ กระซิบ

“ถ้าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องมึงกับไอ้ภาค ไอ้กูเอาซะ”

เฮือก!

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา ตกใจและดีใจที่ทุกอย่างเมื่อครู่เป็นแค่ความฝันบ้า ๆ บอ ๆ แค่นั้น มองไปยังเพดานเบื้องหน้าก็คิดว่าที่นี่น่าจะเป็นบ้านของพี่ภาค ความสว่างที่ลอดสาดผ่านผ้าม่านบอกว่าตอนนี้เช้าแล้ว ผมเหลือบมองรอบตัวอยู่พักหนึ่ง ไม่เห็นใครเลยนอกจากตัวเอง

ฝันบ้าอะไรวะ น่ากลัวชิบหาย

คงเพราะเมื่อวานเจอเรื่องร้าย ๆ มาแน่ถึงได้ฝันเหี้ยแบบนี้

นี่มันเหี้ยในเหี้ยจริง ๆ

ผมเดินเกาหัวฟู ๆ ของตัวเองเดินลงมาข้างล่างหลังตื่น ปวดหัวก็ปวด เมื่อวานไม่ได้อาบน้ำสักหยด เนื้อตัวตอนนี้เหนียวยิ่งกว่าน้ำหวานและเค็มยิ่งกว่าน้ำปลาตราทิพรส แต่พอเหลือบไปเห็นเจ้าของสายตาที่ชอบแอบมองตลอดแล้ว ลำขาผมชะงักอยู่พักหนึ่ง

ทำไมมาหาพี่ภาคแต่เช้าจังวะ เมื่อคืนก็น่าจะเมาเหมือนกันนี่หว่า

“เพิ่งตื่นเหรอเรา”

“ครับ” ผมตอบแล้วเดินเลยไปที่อื่น ตอนนี้พี่เขานั่งอยู่ห้องโถงกับแก้วกาแฟ ชิลอย่างกับอยู่บ้านตัวเอง แต่มึงก็เหมือนกันนี่หว่าไอ้ต้น

“กลับบ้านเลยเหรอ”

“อืม”

“ทำไมถามคำตอบคำแบบนี้น่ะ ไม่ชอบพี่เหรอ” ได้ฟังผมก็ชะงักเท้า ที่จริงผมก็คิดเหมือนกันว่าทำไมต้องมองเขาในแง่ร้ายอยู่ตลอด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อาจเพราะสายตาของพี่ธามละมั้งที่ทำให้รู้สึกไม่ดี เขาชอบมองผมแล้วยิ้มเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ เลยรู้สึกว่าตัวเองโดนเหยียดอยู่บ่อย ๆ

“เปล่าซะหน่อย” ผมโกหกครับ ใจจริงก็แอบรู้สึกไม่ดี

“แล้วทำไมไม่อยากคุยกับพี่ล่ะ”

ผมถอนใจ อยากจะถามเขาไปตรง ๆ เหมือนกัน เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้า ไม่สนว่ามีขี้หูขี้ตาเพราะเพิ่งตื่น “งั้นพี่ก็ตอบต้นมาก่อนสิว่าเอาแต่มองต้นทำไม มีอะไรก็บอกกันมาตรง ๆ เลย มองแบบนั้นผมไม่ชอบ”

พี่ธามจิบกาแฟหอม ๆ ตรงหน้าพักหนึ่ง แล้วเชยตาสบ “อ๋อ…”

อ๋ออะไรของมึงครับพี่ เพิ่งบอกอยู่ว่าไม่ชอบยังจะยิ้มอีก

“ไม่มีอะไรมากหรอก ไม่ได้มองในแง่ไม่ดีด้วย”

“ไม่เชื่อ”

เมื่อผมพูดจบพี่เขาก็ยิ้ม พอมีโอกาสได้มองและจ้องตาดี ๆ พี่ธามมันก็ลุคเดียวกันกับพี่ปอเลยแฮะ ชอบยิ้ม ชอบสบตาเวลาพูด ชอบทำนิสัยหว่านสเน่ห์แบบไม่รู้ตัวอยู่บ่อย ๆ เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ สบตาผมแล้วระบายยิ้มอีกรอบ ไม่รู้จะโปรยสเน่ห์อะไรพร่ำเพรื่อ

“ไอ้ปอก็บอกแล้วไงเมื่อคืน เราน่ารัก”

น่ารักเหรอ “น่ารักแล้วไง ให้ใครมองด้วยสายตาแบบนั้นก็ได้เหรอ”

“ก็แค่ชอบ”

ชอบ

เออ…ก็แค่ชอบ จบ

“ห๊ะ!” ผมตาโตยิ่งกว่าลูกกอล์ฟมองไอ้คนไม่รู้สึกรู้สา เขาพยักหน้ารับยืนยันว่าตัวเองพูดคำนั้นออกมา ที่พี่ธามเขาแอบมองและสะกิดพี่ปอให้มองมาที่ผมบ่อย ๆ ก็เพราะชอบอย่างงั้นเหรอ หน้าผมขึ้นสี ไม่รู้ว่าพี่เขาจริงจังกับคำที่ตัวเองพูดมั้ย แต่ความรู้สึกมันนำหน้าไปก่อนแล้ว

“ไม่ต้องมาห๊ะ รู้ว่าได้ยินชัดแจ๋วเลย จีบได้มั้ยล่ะ”

ตรงไปปะวะ ผมอึกอัก

เราเจอกันบ่อยเพราะเขาเป็นเพื่อนพี่ภาค ตั้งแต่ผมอยู่มอสามก็แวะมาที่นี่บ่อย ๆ แล้วเจอเขา พี่ธามก็ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาไก่กาที่ไหนด้วย รูปหล่อ บ้านรวย นิสัยเท่าที่ดูมาค่อนข้างเป็นคนที่มีสติ แต่เปลี่ยนแฟนบ่อยเหลือเกิน ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม

“ละ แล้วมาพูดกับผมแบบนี้ ไม่กลัวพี่ภาคกินหัวเอาเหรอ”

“ก็ต้องขออนุญาตต้นก่อนสิ แล้วค่อยไปคุยพี่ไอ้ผีปู่โสมเฝ้าทรัพย์นั่น”

ไม่น่าถามพี่มันเลย ผมกอดอก “พี่จะจีบเล่น ๆ ใช่มะ”

“เปล่าซักหน่อย ถ้ารู้ตัวก็รู้นี่ว่าพี่แอบมองต้นมานานแล้ว”

ก็จริงของพี่มัน ไอ้พี่ธามมันแอบมองผมตั้งแต่มอสาม จนตอนนี้อายุสิบเจ็ดแล้วก็ยังได้แค่แอบมองแล้วยิ้มอยู่อย่างเดียว จากตอนนั้นมาถึงตอนนี้ก็นานเหมือนกันนะ

“แหม แอบมองผมแต่เปลี่ยนแฟนเป็นร้อยคนเลยนะ ไม่เนียน”

“ก็พี่พยายามคิดว่าน้องเพื่อน ไม่อยากยุ่ง อยากสนใจคนอื่นแล้วเลิกนึกถึงต้นซักทีไง”

คำตอบแต่ละคำทำผมจุก พูดไม่ออกไปพักหนึ่งเลยทีเดียว และดูเหมือนจะรู้ว่าผมยังไม่อยากตอบ พี่ธามยิ้มแล้วเงยขึ้นมาสบตา เอ่ยต่ออีกว่า “ยังไม่ต้องบอกตอนนี้ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะคุยกับไอ้ภาคก่อน ถ้ามันอนุญาต พี่เอาจริงแน่”

พี่ธามลุกขึ้นยืน เหมือนจะไปหาพี่ภาคข้างบนจริง ๆ

“พวกพี่ไม่มีใครทำได้หรอก รักเดียวใจเดียวน่ะ ผมไม่อยากเป็นของเล่นใคร”

เขาส่ายหน้า “พี่จริงจัง คอยดูแล้วกัน”

แล้วก็เดินขึ้นไปข้างบนไม่สนด้วยว่าผมจะสวนอะไรไป พร้อมกับผมที่ยืนอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองตามจนตัวใหญ่ ๆ ของพี่ธามหายไปจากสายตา พออยู่คนเดียวแล้ว ความรู้สึกแปลก ๆ แล่นตุบเข้ามาที่หัวใจอยู่พักหนึ่ง ใจเต้นแรงจนต้องทรุดตัวนั่งพัก

ทำไมมองหน้าพี่ธามตอนพูดแบบนั้นแล้ว ใจผมเต้นแรงจังเลยวะ

แต่ไม่ทันได้ตั้งสติห่าเหวอะไรเลย ได้ยินเสียงรถของใครอีกคันแล่นมาจอดอยู่หน้าบ้าน แต่เพราะคิดว่าอีกสักพักจะกลับบ้านแล้วผมเลยไม่ได้สนใจ ไม่รีบ จนได้ยินฝีเท้าของใครเดินเข้าบ้านมา เหลือบไปเห็นไอ้ตัวใหญ่คนหนึ่ง คนที่หลอกหลอนผมทั้งนอนหลับและตื่นผมถึงกับตาสว่าง ไม่คิดว่าไอ้พี่พีมันจะมาหาพี่ภาคแต่เช้าด้วยเหมือนกัน

มันยกยิ้มหน้าตากวนส้นเท้าเดินมาหยุดยืนตรงหน้า พร้อมกันที่ผมเตรียมพร้อมจะเผ่น

ภาพเมื่อวานยังไม่หายไปจากสมองผม รวมถึงหน้าตาตอนเสียวของมันในความฝันก็ด้วย

“ยังไม่กลับอีกเหรอ น้องต้น”

นี่มันกวนประสาทชัด ๆ ผมโคตรรู้สึกเกลียดมันเลย ไอ้พี่พี

“อุตส่าห์จะมารับบทลงโทษซักหน่อย สงสัยจะไม่มีอะไรละมั้ง”

ไอ้เจ้าเล่ห์ มันเป็นคนสุดท้ายที่ผมจะเชื่อใจในโลกใบนี้

“ที่ผมไม่บอกพี่ภาคไม่ใช่ว่าผมไม่โกรธ แต่ผมไม่อยากให้เขากับพี่ต้องทะเลาะกัน ยังไงก็เป็นเพื่อนพี่ภาค แต่พี่คงไม่เคยสัมผัสความไว้เนื้อเชื่อใจของเพื่อนหรอก เพราะคนแบบพี่พร้อมจะทรยศความรู้สึกคนอื่นตลอดเวลา” ผมยกมือสางผมยุ่ง ๆ ของตัวเอง มองคนตรงหน้า

เขาละรอยยิ้ม เมื่อเห็นว่าคำพูดของผมแทงใจ “แล้วไง ต้องแคร์มั้ย”

“ไม่ต้องแคร์หรอก ผมรู้พี่ไม่เคยแคร์ใคร บาย”

พูดจบผมก็ก้าวเท้าเดิน ทว่าถูกกระตุกกลับ “มากเกินไปแล้วนะต้น”

“อะไร ใครกันแน่ต้องพูดคำนั้น”

มันก้มลงมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไม่ใช่ว่าร่านเหรอเลยไม่กล้าฟ้องไอ้ภาค”

คำพูดของมันทำผมอึ้งไปหลายวินาทีเลย เข้าใจแล้วว่าไอ้คนนี้มันเป็นคนยังไง ผมยืนยันว่าต่อให้เหลือผมกับมันบนโลกใบนี้ ผมไม่มีทางเชื่อใจหรือไว้ใจคนอย่างไอ้พี่พีนี่ได้ มันไม่เคยนึกถึงคนอื่นเลย ไม่รู้เป็นอะไร เพราะไม่ชอบถูกคนอื่นเหยียดมั้ง ทำให้ใจของผมสั่น

“พี่นี่มันโคตรแย่เลยพี่พี”

เขาจ้องตาผม “แล้วมันจริงมั้ย”

ผมไม่อยากเสียเวลาอยู่ใกล้มันแล้ว ขยะแขยง!

“กูจะร่านหรือไม่ร่านก็ไม่เกี่ยวกับมึง พูดจากันแบบนี้ ต่อไปนี้ไม่ต้องมาคุยกันอีก ปล่อย!” ผมดึงแขน แล้วทำไมมันถึงไม่ยอมปล่อย กระตุกให้ผมอยู่เฉย ๆ ขณะที่เอาแต่จ้องตา ใช้สายตาที่ผมเกลียดไล่ตามตัวผมอีกครั้ง

“ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลยนี่”

เฮอะ! โดนดูถูกขนาดนี้ใครจะใจเย็นลงวะ “ไม่โกรธหรอก แต่ที่ไหนมีมึง กูจะอยู่ให้ห่างไว้เลย”

นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ผมบอกกับไอ้พี่พี

ไม่รู้ว่าตัวเองโกรธมากมั้ย แต่เดินออกจากบ้านไปผมก็น้ำตาไหลออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่ใช่ว่าเสียใจกับสิ่งที่มันพูด แต่โกรธที่เถียงหรือแก้ตัวอะไรไม่ได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับมันยังคงค้ำคออยู่

ไอ้พีเป็นคนเดียวที่ผมลงบัญชีดำไว้เลยว่าไม่ขออยู่ใช้อากาศหายใจร่วมกันในสถานที่ใดใดทั้งสิ้น ผมเกลียดสายตา เกลียดท่าทางของมันที่ใช้ โดยเฉพาะคำพูด คิดได้ยังไงว่าคนเขาจะไม่โกรธ แค่ผมไม่บอกพี่ภาคมันถึงกับมโนไปต่าง ๆ นานาเองได้

เหลือเชื่อเลย!




---------------------------------------- 


เรื่องนี้ ถ้าใครรู้จักต้นจะค่อนข้างเข้าใจเรื่องความโลเลของน้องนะคะ

นางค่อนข้างจะอ่อนไหว และใจง่าย

พี่พีสร้างเรื่องให้ตัวเองลำบากไว้เยอะเหมือนกัน เลยไม่ได้หัวใจของต้นในพาร์ทของปอ

แล้วพาร์ทของตัวเองล่ะ จะเอาชนะใจต้นได้รึเปล่า พอรักน้องงี้ น้องก็เกลียดตัวเองซะละ

หรือต้นจะหวนกลับไปเริ่มต้นใหม่กับคนดี ๆ อย่างธาม ต้องติดตามจ้า

ปล. ถ้ารู้จักต้น นางจะเป็นคนที่ไม่ค่อยตลกเท่าภีมอ่ะ แต่น่ารักแบบดื้อ ๆ แทน

ไม่รู้ชอบมั้ย เพิ่งลงแค่สองตอนเอง ติดตามด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #201 Zhoutonzz (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:25
    3 P เลยงั้น 😂
    #201
    0
  2. #192 PF8998 (@PF8998) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 10:35
    ชอบบบบบบ
    #192
    0