(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 27 : 1 MONTH--26(จุดหักเห)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 963
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    17 ม.ค. 58

ตอนที่ 26 

ยังเจ็บอยู่ครับยังไม่หายง่ายๆ 

หลังจากสอบวิชาสุดท้ายเสร็จก็เป็นเวลาถึงบ่ายสอง ผมมองโทรศัพท์ตัวเองจะกดโทรหาปอบอกมันว่าสอบเสร็จแล้ว มาคิดอีกทีไม่เอาดีกว่า เดาว่าคงกำลังงานยุ่งอยู่เป็นแน่ ผมว่าผมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหามันที่ห้องช็อปเลยดีกว่า และเมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงพาตัวเองเดินลงไปยังด้านล่างเพื่อที่จะเข้าไปหาพี่ปอในห้องช็อป เห็นกรีนมันนั่งอยู่ใต้ต้นไม้หน้าตึกคนเดียว ผมว่าผมควรหาคนเข้าร่วมไปข้างในนะ เดินไปคนเดียวเดี่ยวๆ มันชักจะมั่นใจเกินไปยังไงไม่รู้

มันเงยมามองก่อนจะยกยิ้ม สอบเสร็จแล้วเหรอ?” 

เออ แล้วนายล่ะ?” 

กรีนพยักหน้าตอบพร้อมยิ้ม ดังนั้นจึงเริ่มเอ่ยปากชวน เอ้อ เราว่าจะเข้าไปในช็อปสักหน่อย นายจะไปกับเราไหมกรีน?” 

มะ ไม่ดีกว่า นายไปเถอะ” กรีนส่ายหน้าปฏิเสธทันที แปลกๆ นะไอ้นี่ หรือมีความลับอะไรปิดบังผมอยู่วะ เมื่อเห็นสีหน้าของกรีนตอนนี้แล้วจู่ๆ ภาพตอนที่มันถูกไอ้ปอเรียกเข้าไปคุย ไปขอเบอร์ขอลายน์อะไรทำนองนั้นก็ผุดเข้ามาในหัว 

ไม่นะ คิดมากอีกแล้วกู 

งั้นเราไปกับไอ้ต้นก็ได้ผมส่งไปให้มัน ว่าแล้วก็ยกมือกดโทรศัพท์โทรหาไอ้คนที่ถูกกล่าวถึงเมื่อกี้ไปด้วย ฟังเสียงรอสายอยู่ครู่ก่อนที่มันจะกดรับสาย 

อะไร?” หืมไอ้เพื่อนเวร ตั้งแต่พี่ธามลากไปคุยวันนั้น มึงลืมเพื่อนคนนี้ไปแล้วงั้นสินะ ผมปรับอารมณ์ตัวเองพยายามทำใจเย็นกล่าวกับไอ้ตัวดีในสายไปว่า 

ไปช็อปกับกูไหม?”

ไปทำไม?” 

เออ ไปทำไมวะ ผมเกาหัวนิ่งคิดก่อนจะกล่าวตอบไปส่งๆ ว่า ไปนั่งให้กำลังใจพวกมัน” 

คิดถึงพี่ปอเหรอ?” 

 อยากเบิ๊ดกะโหลกไอ้ต้นโว้ย แต่ก็ทำอะไรไอ้เวรนี่ไม่ได้นอกจากถอนใจให้ไม่โมโห ทำได้แค่ขมวดคิ้วตัวเองกล่าวตอบกลับไปว่า เปล่าซักหน่อย จะไปไหมเนี่ย ถ้าไม่ไปกูไปคนเดียวก็ได้นะ” 

ไปๆ เดี๋ยวกูเดินตามไป มึงอยู่ไหน?” 

อยู่หน้าตึกกับกรีนเนี่ย” 

เออ รอกูก่อนสิ้นคำของไอ้ต้นผมก็ถอนใจวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ไม่ชอบใจสายตาของกรีนที่มองมาตอนนี้เลยสิพับผ่า มันเองก็คงไม่ชอบใจเหมือนกันที่ถูกผมชวนเข้าไปในถิ่นของไอ้ปอทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่ามันชอบผม ก็ผมอยากให้มันตัดใจให้ได้นี่ครับ 

เมื่อเตรียมไพล่พลรอเป็นที่เรียบร้อย ผมก็มั่นอกมั่นใจและรู้สึกพร้อมจะเข้าไปเต็มที่ในระหว่างรอไอ้ต้นเดินลงมาจากตึก เอาเพื่อนไปกันหน้าแตกด้วยเพราะผมยังรู้สึกอายเพื่อนไอ้ปอเรื่องเมื่อเช้าอยู่เลย จะให้เดินลั้นลาไปอย่างหน้าด้านๆ ก็คงจะไม่ใช่ ผมไม่ใช่คนแบบไอ้ปอนะครับที่จะหน้าด้านไปได้ทุกสถานการณ์ 

ดวงตาหันไปมองคนๆ เดียวที่ไม่ยอมไปด้วยกันแล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาเสียเฉยๆ ว่าทำไมไอ้กรีนไม่ยอมไป มันมีอะไรในใจหรือเปล่า แล้วคราวนั้นที่เห็นมันคุยกันกับไอ้ปอ ไม่อยากหลงตัวเองว่าไอ้กรีนมันไม่ชอบไอ้ปอเพราะผม แต่เพราะอะไรวะ ผมมีแต่คำถามเกิดขึ้นในหัวมากมายและหาเหตุผลมารองรับไม่ได้ 

ผมนิ่งถอนใจกับตัวเองในระหว่างรอ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่เรากำลังนั่งรอให้ไอ้ต้นเดินลงมาจากตึกเรียน มือผมควานมันขึ้นมาด้วยความสงสัยว่าใครกันที่โทรมาในเวลานี้ มือยกขึ้นมาดูก่อนจะนิ่งจ้องเบอร์ด้วยความสงสัยและแปลกใจเมื่อรู้ว่าเป็นใครที่โทรมา แต่ก็ยอมกดรับสายในที่สุด 

ฮัลโหล 

ผมนิ่งฟังปลายสายที่กรอกเสียงกลับมา เป็นแม่ของผมเอง คิดว่าน่าจะกำลังงานยุ่ง ก็เห็นเธอมักบอกเป็นข้ออ้างอยู่เสมอนี่นะ ภีมลูก หนูสอบเสร็จแล้วใช่ไหมจ๊ะ?” 

ครับ ทำไมเหรอ?” ผมย้อนด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ 

รู้สึกแปลกๆ ที่แม่โทรมาในตอนนี้ ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดโทรมาสักที จะมาบ้านก็มาเลยนี่นะ 

เดี๋ยวพ่อกับแม่จะบินไปจัดการเรื่องเอกสารให้ลูกนะ” 

เอกสาร เอกสารอะไร ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด 

หมายความว่าไงแม่?” ผมเอ่ยถาม ได้ยินเสียงปลายสายหัวเราะนิดๆ เข้ามาให้หู แต่ถึงอย่างนั้นใจของผมก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น และไม่ได้เข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นมาเลยสักนิด กระทั่งท่านกล่าวอธิบายให้เหตุผลตอบกลับมาว่า

ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกจ้ะ แม่รู้ว่าหนูดีใจนะที่จะได้มาอยู่นี่ พ่อกับแม่ตัดสินใจแล้วที่ทิ้งลูกไว้อยู่บ้านคนเดียวน่ะมันไม่ดีเลย แม่ก็เลยจะให้หนูย้ายมาเรียนที่นี่เลยน่ะจ้ะ” 

ใจผมหายวาบ 

มะ แม่!” ผมร้องขึ้นเสียงดัง เมื่อกี้ผมได้ยินผิดไปใช่ไหม 

โอคิดไว้แล้วว่าลูกจะต้องตื่นเต้นที่รู้ข่าว เห็นบ่นน้อยใจมาตลอดเลย งั้นอีกสองสามวันแม่จะบินไปหานะลูก จัดการเรื่องสอบให้เสร็จนะรู้ไหมจะได้ไปเร็วๆ” 

ไม่ แม่ครับ 

ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก แค่สามวันนะลูกแม่จะไปจัดการเรื่องให้เลย ทีแรกพ่อก็ไม่ยอมหรอกนะแต่แม่ขอร้องให้พามา ถึงหนูจะโตแล้วแต่อยู่คนเดียวมันอันตรายนะ” 

ภีมอยู่ได้ ภีมไม่ค่อยได้อยู่บ้านแม่ก็รู้ ภีมมาอยู่กับพี่ปอ 

ตายจริง งานตรงนี้ยังไม่ได้เคลียร์เหรอเนี่ย ขอโทษนะจ้ะภีมเดี๋ยวแม่โทรหาใหม่ทีหลังนะ” 

มะแม่ ฟังภีมก่อน แม่ แม่ครับ!” ผมพยายามร้องเรียกท่านจนลิ้นแทบจะพันกัน ร่างชะงักรู้สึกชาไปทุกส่วนเมื่อปลายสายวางไปด้วยความเร่งรีบและไม่เอ่ยถามความเต็มใจจากผมเลยสักคำ ใจผมหาย ตกลงไปถึงตาตุ่มเมื่อได้รับรู้ในไม่กี่นาทีที่ผ่านมาว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น 

ไม่จริง จะมารู้สึกผิดอะไรตอนนี้ตั้งนานทำไมถึงไม่เคยคิดถึงเรื่องของผม แต่พอผมได้เจอปอ ได้พบคนที่ทำให้การใช้ชีวิตที่นี่มีความหมายแล้ว ทำไมคนที่ทอดทิ้งผมสองคนนั้นถึงทำลายมันอีก!

ตัวผมสั่นนึกถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเจอในอนาคต 

พี่ปอ… 

ปอ

ผมฟุบหน้าลงกับโต๊ะกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองท่ามกลางคำถามของกรีนที่คอยถามเสมอด้วยความงุนงงว่าผมกำลังเป็นอะไร ผมกำลังเจ็บปวดเมื่อคิดได้ว่าตัวเองรั้นนานเกินไป ตอนที่ปอมาขอคืนดีกับผม ผมปล่อยให้เวลามันผ่านมาเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะได้อยู่กับมันแค่ช่วงเวลาสั้นๆ 

ผมจะทำไงผมจะทำยังไงให้ตัวเองได้อยู่กับมันต่อไป

ภีม บอกเราสิว่าภีมเป็นอะไร?” ผมอยากหายไปจากที่นี่ ไปอยู่กับปอแค่สองคน

ผมฟุบใบหน้าก้มลงร้องไห้อย่างบ้าคลั่งไม่อายใครทั้งนั้น ตอนนี้รู้สึกเกลียดพ่อกับแม่ คนที่พรากความสุขออกไปจากผมครั้งแล้วครั้งเล่า ในตอนนี้ผมกำลังมีความรัก ผมมีความสุขกับคนที่ผมรัก ท่านก็ยังใช้ความเห็นแก่ตัวพรากเราออกจากกัน 

อีกไม่กี่วันอีกไม่กี่วันเท่านั้นที่ผมจะได้นอนข้างๆ ปอ ที่ผมจะได้ลืมตาตื่นมาเจอมันเป็นคนแรก 

มือผมสั่น ไม่มีแรงที่จะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ผมจะเดินไปบอกปอยังไงว่าอีกไม่กี่วันผมกับมันจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน จะบอกปอด้วยสีหน้าแบบไหน ยิ้มเหรอ หัวเราะเหรอ 

ในเมื่อตัวผมเองที่กำลังกลัวการอยู่ห่างจากมันขนาดนี้ 

ภีม ภีม! 

ฮึกไม่เอาผมร้องเสียงสั่นเครือพลางเงยหน้ามามองกรีน หน้าตาของผมตอนนี้คงทุเรศมาก ร้องไห้เสียงดังและไม่พูดไม่จากับใคร แม้แต่กับไอ้ต้นที่เดินมาหน้างงๆ ว่าผมร้องไห้ทำไม มือมันเขย่าบ่าของผมสุดแรงเรียกให้หันไปมอง 

เป็นอะไร อย่าเพิ่งโวยวายนะภีมมันว่า เรียกสติผม 

ต้น กู…” ผมกล่าวเสียงสั่นปนสะอื้น มองมันผ่านม่านน้ำตา 

ปากผมสั่นจนพูดไม่ออก รู้สึกถึงความร้อนของใบหน้าตัวเอง น้ำร้อนๆ ไหลออกมาจากดวงตาไม่ขาดสาย ผมห้ามตัวเองไม่ได้ เมื่อผมเสียใจ ผมเจ็บปวด ผมต้องร้องไห้ระบายมันออกมาจนหมดถึงจะพอ และต้นมันคงเห็นแบบนั้น มันปล่อยให้ผมร้องไห้ ผมร้องไห้เป็นชั่วโมงท่ามกลางเสียงปลอบใจของกรีน แม้มันจะไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรก็ตามที 

กูจะไม่ได้อยู่กับพี่ปอแล้วว่ะต้นผมหันไปบอกเสียงเบา 

หมายความว่ายังไง?” 

กูจะต้องย้ายโรงเรียน กูจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว” 

ผมกล่าวบอกพลางเงยหน้าไปมองเพื่อนทั้งสอนคนผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อชื้นรอบดวงตา นิ่งมองพวกมันที่พูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินดังนั้น เห็นว่าต้นมันหน้าถอดสีใจผมก็หายตามไปด้วย ไอ้ต้นนิ่งงันไปอยู่ครู่ทว่ากลับมายกยิ้มขึ้นกับตัวเองก่อนจะกล่าวออกมาว่า 

กูคิดว่ากูจะไปคนเดียวซะอีก 

ผมเงยหน้ามองมันด้วยความแปลกใจ ถึงจะยิ้มอยู่แต่ตอนนี้แต่ผมกำลังดูออกว่ามันกำลังฝืนใจยิ้ม เดี๋ยวสิ นี่หมายความว่ายังไงกันแน่ ผมไม่ค่อยเข้าใจ อันที่จริงผมไม่เคยเดาใจไอ้ต้นได้ตั้งแต่ทีแรก 

หมายความว่ายังไงต้น หมายความว่าไง?” ผมถามย้ำพลางเขย่าแขนที่ราบกับตัวมันสุดแรง ต้นมันยกยิ้มนิดๆ 

กูว่าหลังสอบ กูจะย้ายไปเรียนที่อื่น อาจจะไปเริ่มใหม่อยู่ต่างประเทศ” 

ต้น!” หมายความว่าไง 

ผมไม่เข้าใจ ได้แต่ส่ายหน้า แล้วพี่ธาม พี่พีล่ะ มึงตัดสินว่ายังไง” 

ผมนิ่งมองมันที่เอื้อมมาแตะร่างเบาๆ แต่ด้วยความโมโหและไม่เข้าใจจึงปัดมือมันออกไปไม่ใยดี ด้วยความโกรธที่มันทำอะไรไม่นึกถึงใจคนอื่น ทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียใจแต่บอกเลยว่าตอนนี้ผมทนไม่ไหว ไม่เข้าใจไอ้ต้นเลยว่าจะทำแบบนี้ทำไม ถึงผมจะไม่ชอบมันเลยในคราวแรกแต่ตอนนี้ผูกพันกับมันจนรู้สึกใจหายกับสิ่งที่ไอ้ต้นบอก นึกไม่ออกเลยว่าหากพี่ธามกับพี่พีได้ยินจะตกใจถึงเพียงไหน

พระเจ้า นี่มันเรื่องอะไรกัน 

นี่แหละการตัดสินใจของกู ตอนที่กูเข้าไปคุยกับพี่ธาม คุยกับพี่พี ทั้งสองดีแตกต่างกัน มีกูคนเดียวทีเลว แล้วพวกเขาก็ไม่สมควรมารักคนเลวๆ แบบกูด้วย กูมันสกปรก กูมันร่านยอมให้คนอื่นเอาง่ายๆ ขอกูไปเถอะ ไปจากพวกมันเงียบๆ” 

ไม่!” ผมว่าเสียงดัง 

ทำไมจะต้องบอกว่าไม่ พวกพี่เขาน่าจะเจอคนที่ดีกว่ากู ไม่ใจง่ายเหมือนกู กูไม่อยากได้สิทธิ์ที่จะต้องเลือกทั้งๆ ที่ค่าของกูไม่มีพอเลยที่จะได้รับสิทธิ์นั้น กูขอเป็นคนไป ขอเป็นคนที่เจ็บคนหนึ่งร่วมกับพี่ๆ เขา เพราะถึงกูรั้นแล้วเลือกไป กูก็ต้องเจ็บที่ใครสักคนต้องเสียใจอยู่ดี ถ้ากูยังเลือกไม่ได้แบบนี้ ให้กูไป 

ไม่…” ผมเอ่ยขัดขึ้น ต้นไม่เอาแบบนี้” 

ไม่เอาน่าภีม ยังไงมันก็ต้องถึงวันนี้ปะวะ มึงน่ะไม่ต้องมาคิดมากเรื่องกูหรอก ยังพอมีเวลาอยู่กับพี่ปอ มึงไปเคลียร์กันดีๆ ดีกว่าไหมภีม ดีกว่ามานั่งร้องไห้ นัดกันว่าจะเจอกันยังไง ช่วงปิดเทอมจะเจอกันตอนไหนแล้วก็ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง” 

ผมเงยมองหน้ากรีน มันส่ายหน้าแสดงถึงความใจหายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ผมเองก็เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรจากพวกมันสักนิด อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะมันทั้งสองคนคือเพื่อนแท้ที่ผมไม่เคยคิดว่าจะมีได้ เราผ่านอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยกัน ใจผมหาย มือสั่นระรัวราวกับกำลังหนาว 

ร้องไห้ให้พอนะภีม แล้วไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย เรื่องมันจะเกิดหรือไม่เกิดมึงตัดสินใจเองได้ ถ้ามึงอยากยื้อมึงก็ต้องยื้อให้นานที่สุด อยู่กับพี่ปอให้นานที่สุด ถ้ามึงจะต้องไป มึงก็ต้องไปตกลงว่าจะเอายังไงไม่ใช่มานั่งร้องไห้แบบนี้” 

แต่ถ้าเป็นเรา อยู่ห่างกันขนาดไหนก็ยังรอนะกรีนมันเอ่ยขึ้น ขมวดคิ้วตัวเองมองมายังผม ถึงเราจะไม่ชอบที่ภีมคบกับพี่ปอ แต่ว่าภีมอย่าเลิกกับเขาเลย เราเอาใจช่วยนะ” 

ผมนิ่งมองมัน ปล่อยน้ำตาไหล 

ใช่… 

ผมอาจจะช๊อคไปหน่อย แต่สิ่งที่ควรทำเป็นสิ่งถัดไปคือจัดการ ต้องจัดการเรื่องผมกับปอให้มันเข้าที่เข้าทางถ้าจะต้องย้ายโรงเรียนกันจริงๆ ผมจะต้องเดินเข้าไปบอกกับปอว่าเราจะต้องห่างกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถ้าปอรักผมจริงๆ ก็ต้องรอได้ 

ผมเดินไปล้างหน้าล้างตา ทำตัวเองให้เข็มแข็ง ดวงตามองใบหน้าแดงๆ ของตัวเองผ่านกระจกตรงหน้า ถ้าเดินไปหามันแบบนี้มีหวังคงรู้แน่ว่าตอนนี้ผมกำลังเป็นอะไร เข้มแข็งก่อนภีม อย่าเพิ่งโวยวาย 

ไม่แล้ว กูไม่โวยวายแล้ว 

ผมคิดมากเรื่องของไอ้ต้นแทนนี่สิ มันตัดสินใจแน่แล้วเหรอว่าต้องการแบบนี้ โอยปวดหัว 

ต้องกลับไปเป็นไอ้ภีมคนเดิมก่อน กลับมาสิกลับมา อย่าไปร้องไห้ให้ไอ้ปอมันเห็นเด็ดขาดเลย 

มึงบอกเรื่องนี้กับพี่ธามพี่พีรึยังต้น?” 

ผมเอ่ยถามขณะที่เราสามคนเดินเอื่อยๆ เข้าช็อป กรีนมันเป็นห่วงผม ยอมตามผมมาถึงแม้ตัวเองจะไม่อยากมาก็ตามที ส่วนต้นมันหันมายิ้มกับผมแววตาเศร้าสร้อยบ่งบอกว่ากำลังปวดหัวใจ 

ไว้บอกตอนจะไปทีเดียว” 

ได้ยังไง?” ผมส่ายหน้ากับความคิดของไอ้ต้น ทำไมมันคิดจะทำอะไรแบบนี้ 

กูไม่อยากเปลี่ยนใจว่ะภีม ถ้ารีบบอกพวกพี่ๆ เขาจะต้องทำทุกทางให้กูเปลี่ยนใจแน่ๆ ภีมมึงเองก็อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับพี่พีพี่ธามนะกูขอร้อง” 

ผมหันไปมองหน้าไอ้ต้นอย่างลำบากใจ ถ้าตัดสินใจอย่างนี้แล้วคงจะทำอะไรไม่ได้ คิดว่ามันค่อนข้างที่จะไตร่ตรองมานานสมควรถึงได้เลือกตัดสินใจแบบนี้ออกมา ผมควรจะเข้าใจมันสิ ไม่ใช่ค่อยเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นหลัก ต้นมันน่ะเจ็บปวดมามากพอแล้ว คิดว่ามันเองก็คงอยากพักใจบ้าง 

เฮ้ ภีม!” เสียงคนจากห้องหนึ่งตะโกนเรียก 

ที่จริงในช็อปนี้เป็นโรงช่างขนาดใหญ่มากๆ เพื่อรองรับกับนักเรียนหลายสาขางาน แบ่งแยกเป็นสาขาวิชาช่างต่างๆ มากมาย มีทั้งหมดสองชั้นด้วยกันสำหรับจำนวนนักเรียนที่เข้ามาเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ เครื่องไม้เครื่องมือแต่ละห้องครบครันสามารถใช้งานได้จริง โรงเรียนมีชื่อเสียงเกี่ยวกับงานอาชีพที่สามารถสอนแล้วนำไปใช้งานได้ทุกรูปแบบ มีโรงงานและบริษัทในเครือมารอรับตัวตั้งแต่ก่อนเรียนจบ 

โรงเรียนแห่งนี้โด่งดังระดับประเทศและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเอเชีย เมื่อมีการประกวดแข่งขันอาชีวะระดับประเทศไม่ว่าด้านสาขาไหนมักจะติดท๊อปเสมอ ตั้งแต่งานช่างฝีมือ งานวิชาการ หรือแม้แต่ความหน้าตาดีของนักเรียนก็ต่างติดระดับประเทศทั้งนั้น พ่อแม่ผมจึงดั้นด้นส่งให้มาเรียนแม้ค่าเทอมจะแสนแพงขนาดนี้ยังไงล่ะ 

ผมคิดว่าเรื่องค่าเทอมเป็นส่วนหนึ่งที่พ่ออยากให้ย้ายโรงเรียนด้วย นี่แค่เทอมเดียวที่มาเรียนเองนะ 

คิดนอกเรื่องไปเสียตั้งไกล เราทั้งสามมองไปยังร่างของไอ้ปอที่กวักมือเรียก มันถือแก้วน้ำดื่มยืนรอด้วยรอยยิ้มใจดีอย่างเคย หน้าผมชานิดๆ พยายามปรับให้เป็นปกติแล้วยกยิ้มให้มัน ก่อนจะกวาดตามองรบๆ เห็นว่าตรงนี้เหมือนเป็นอู่รถยนต์ขนาดย่อม มองๆ ป้ายจึงรู้ว่าเป็นห้องของพวกมัน 

สอบเสร็จเร็วนะเนี่ยมันกล่าวพลางยกมือเลอะน้ำมันเครื่องมาแตะหัวด้วยรอยยิ้ม ยกน้ำขึ้นดื่มแล้วพูดต่อกับผมว่า พี่เพิ่งจะได้ออกมาพักน่ะ เหนื่อยจริงๆ” 

ผมพยักหน้ารับ กินข้าวเที่ยงยังปอ?” 

ยังเลย แต่เพิ่งจะกินตอนสิบโมงน่ะเลยไม่ค่อยหิวเท่าไหร่มันตอบพลางยกน้ำกินอีก เสียงกลืนดังอึกๆ ลงคอมด้วยความรวดเร็ว คงเพลียน่าดู ดวงตาผมมองเข้าไปด้านในห้อง เห็นเพื่อนๆ ปอกำลังขมักขเม้นอยู่บนรถยนต์คันเก่าสนิมเขรอะคันหนึ่งอยู่ เพื่อนห้าหกคนรุมกันจัดการมันด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งเร่งรีบ แต่ก็คุยกันหัวเราะสนุกสนาน 

ปอมันคงสนุกเวลาอยู่กับเพื่อนนะ ผมมองไปยังร่างเล็กๆ ของรุ่นพี่คนนั้น คนที่ชื่อเพื่อน พอเห็นเขาใส่ชุดช็อปทำท่าท่างว่องไวจับโน่นจับนี่แล้วบอกเลยว่าต่างกับหน้าตามาก พี่เขาเท่มากเลยว่ะ คิดว่าแมนกว่าไอ้ปอที่เจ้าสำอางเป็นไหนๆ ดูจากนิสัยชอบตะโกนโหวกเหวกเสียงดังกับไอ้ท่าทางที่ไม่ละเมียดละไมนี่อีก 

จะทำอะไรกับรถคันนี้อ่ะ?” ผมถามปอที่มองไปยังกลุ่มเพื่อน 

โมดิฟายทั้งคัน จะเอาให้มันกลับมาโลดแล่นบนถนนได้อีกครั้ง” 

ผมนิ่งมองแล้วยิ้ม ความฝันของพวกมันสินะ 

รถคันนี้เป็นรถเก่าของปู่ไอ้เพื่อน มันอยากทำให้ปู่มัน แต่ปู่บริจาคเอาไว้ใช้ในโรงเรียนแล้ว เหมือนกับไอ้เจ้าเนี่ย ที่พวกกูคืนชีวิตให้มันช่วงปวช. 3 ตอนนี้ก็เอาไว้ขี่เล่นๆ ในโรงเรียน ให้อาจารย์ขี่บ้าง เวลามีกิจกรรมโรงเรียนก็เอาไปใช้ได้นะภีม” 

กูคงไม่มีโอกาสได้ใช้หรอกปอ 

ผมมองไปยังรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าที่มันชี้ให้ไปดู ความสุขของช่างก็คือการซ่อมสินะ ได้มองสิ่งที่ตัวเองซ่อมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งมันทำให้คนซ่อมมีกำลังใจที่จะทำต่อไป ผมยกยิ้มหันไปมองมันก่อนจะชะงักเมื่อไอ้ต้นมันสะกิดให้รีบบอก 

จะเอายังไงดีนะ 

จะให้นั่งตรงไหน?” ผมเริ่มเรื่อง ปอมันพยักเพยิดหน้าเข้าไปในห้องเครื่องมือข้างใน ความจริงในนั้นมีโต๊ะสำหรับนั่งอยู่ แต่พวกพี่ๆ เขาทำงานแล้วจะให้ผมสามคนไปนั่งดูเนี่ยนะ 

พักก่อนมึง ใครหิวกันบ้าง?” ปอมันร้องบอกเพื่อนๆ จูงมือผมเข้าไปข้างใน ไอ้ผมก็เอื้อมไปดึงมือไอ้ต้นที่พร้อมใจขยับไปคว้ามือไอ้กรีนตามเข้ามาเป็นพวงอย่างกับลูกมะม่วงแหนะ 

มึงเอาอะไรไหมเพื่อน กูเห็นเมื่อเช้ามึงไม่ได้กินอะไรกับพวกกูเลย” 

อ๋อ เออเอาแบบพวกมันก็ได้ ง่ายๆ สั่งเหมือนกันจะได้ไม่ต้องรอ” 

เออดี ไม่เรื่องมากปอมันยักไหล่ว่าพลางจดใส่กระดาษ 

ผมมองคนชื่อเพื่อนที่กำลังเช็ดเหงื่อเดินมาทรุดตัวนั่งยิ้มให้ตรงข้ามกับผม ก็คือนั่งข้างๆ ไอ้ปอ ข้างๆ ผมคือไอ้กรีนไอ้กรีนที่นั่งนิ่งเงียบราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ ใจผมหายเมื่อเห็นไอ้ปอกับคนชื่อเพื่อนสองคนมองตากัน ถึงจะมองแบบเพื่อนก็เถอะแต่ผมก็ไม่มั่นใจอยู่ดี แม้ปอมันคอยบอกว่าให้เชื่อใจ ผมชื่อใจมันครับแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเชื่อใจคนๆ นี้ด้วยนี่ 

กรีนมันนั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ข้างๆ ผม ไอ้ต้นก็นิ่งมองสองคนนั้นพร้อมกับยกยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่บอกว่ามีเลศนัยสุดๆ ด้วยเพราะพี่ธามเองก็ไม่ได้จะหาเรื่องหรือพูดอะไรสักอย่างกับมันราวกับพูดคุยเข้าใจกันแล้ว เรานั่งร่วมกลุ่มคุยกันบนโต๊ะซึ่งมีปอเป็นคนเริ่มประเด็นมาทุกครั้ง อยู่กับเพื่อนแล้วร่าเริงดีจังเลยนะ 

เพื่อน มึงอยู่เฉยๆ นะห้ามพูดอะไรปอมันหันไปบอกกับคนที่นั่งข้างๆ ส่ายตาผมมีแต่คำถามส่งไปให้มันที่พูดแบบมีลับลมคมในอยู่สองคน 

ผมโกรธนะ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเชื่อใจ 

เดี๋ยวๆๆ ขอกูพูดอะไรสักนิดเหอะพี่เพื่อนว่า 

เดี๋ยวกูจัดการเอง มึงไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวป๋าจัดให้ปอมันว่าพลางหลุดหัวเราะ 

ไอ้ป๋าใหญ่ ก็เมื่อวานเพราะมึงทำป๋าแบบนี้กับกูไง” 

เออๆ เอ่อมึงจะออกไปสั่งข้าวกับกูไหม?” ปอมันเปลี่ยนเรื่องเสียขึ้นมาเฉยๆ ผมขมวดคิ้วมองมันทั้งคู่แล้วได้แต่ผ่อนอารมณ์ตัวเองไม่ให้โกรธ แต่ปอมันไม่สนใจผมเลยสักนิด พออยู่กับเพื่อนแล้วก็ติดเพื่อนจนลืมคนนั่นอยู่ตรงนี้ 

อะ เอ่อ…” พี่เพื่อนละสายตามองไอ้กรีนที่นั่งขรึมเงียบๆ กวาดสายตาไปยังไอ้ต้นที่กำลังจ้องจับผิดพี่เขาจนผมยังรู้สึกได้ มองขนาดนี้มึงถามพี่เขาไปตรงๆ เลยเถอะว่ะ 

ไป ไปก็ได้…” พี่เขาตอบยิ้มๆ ใจผมหายและทำได้เพียงเงียบมองปอที่เดินไปคุยโน่นคุยนี่กับเพื่อนด้วยความร่าเริง หยอกล้อกันแล้วก็ทวนเมนูที่เพื่อนๆ สั่ง ร่างเล็กๆ ของพี่เพื่อนหัวเราะกับมุกเพื่อนและละมามองทางผมอยู่บ่อยครั้ง บ่อยผมจนรู้สึกได้ 

มองทำไม วางตัวไม่ถูกเหรอ 

ปอ…” ผมเรียกมัน ปอมันหันมาส่งยิ้มให้พลางเดินมายกมือแตะหัวอย่างเคย 

กูมีเรื่องจะคุยด้วย” 

เออ เดี๋ยวมาคุยด้วยนะ ไปสั่งข้าวก่อน” 

ผมนิ่งมองตามหลังของแฟนตัวเองที่หยิบกุญแจรถไปเสียบบนรถมอเตอร์ไซต์แล้วก็สตาร์ทเครื่อง ไอ้ผมที่อ้าปากจะร้องเรียกต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นตัวเล็กๆ ของรุ่นพี่ที่ชื่อเพื่อนคนนั้นได้ขึ้นนั่งเบาะข้างหลังของมัน เกาะกอดเอวของแฟนผมแล้วหันมาส่งยิ้มให้ 

ยิ้มให้ผมทำไม ใจของผมหล่นตุบเมื่อเห็นเช่นนั้น ควรจะบอกปอไหมว่าเรากำลังจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ผมกลัวเหลือเกินว่าความห่างเหินระหว่างเรา ทำให้คนที่นั่งบนเบาะอยู่ข้างหลังปอคืบคลานเข้าไปจับจองหัวใจเขาแทนผม ผมไม่อยากเสียปอไปอีกแล้ว คนแบบปอน่ะผมไม่อยากเสียมันเป็นรอบที่สอง

ใจผมหาย มือสั่นมองมันที่ขับรถออกจากช็อปไป ผมเห็นกรีนก้มหน้ามองโต๊ะนิ่ง เมื่อรู้สึกว่าผมกำลังมอง มันเงยมายกยิ้มให้ 

พี่คนนั้นใครวะ?” ไอ้ต้นถามขึ้น 

ลูกพี่ลูกน้องไอ้ปอ สนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว” 

ผมมองเพื่อนปอที่ตอบขึ้นมา พี่ธามยกยิ้มให้ผม มองตามไอ้ต้นที่ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกันจากผม ไม่มีวันที่จะกลบเกลื่อนความรู้สึกได้ง่ายๆ คิดแล้วต้นมันเก่งจริงๆ มันคงเข้มแข็งมากแน่ๆ ที่ต้องบังคับใจตัวเองได้เก่งกาจขนาดนี้ 

มันไม่รู้เหรอว่าพี่ปอมีเมียแล้ว ตามติดตัวพี่ปอแจขนาดนั้นต้นมันว่าต่อ 

มึงไม่รู้อะไรไม่ต้องมาพูดหรอก ขนาดเมียมันแท้ๆ ยังไม่เห็นหึงเลยพี่ธามกล่าว 

ใครบอกว่ากูไม่หึง 

หรือหึงหว่า?” เสียงอีกคนเอ่ยแทรก ผมชะงักหันไปมองก่อนจะรีบปฏิเสธ 

มะ ไม่ได้หึง” 

แน่นาอย่าไปหึงไอ้เพื่อนมันเลย ไอ้นี่มันก็สนิทกับทุกคนแบบนี้แหละ มันใจดีเข้ากับคนง่ายเจอใครก็ยิ้มใส่ท่าเดียวผมนิ่งคิดที่พี่เขาบอก 

ยิ้มใส่อย่างเดียว แบบตอนที่ยิ้มมาให้ผมเมื่อกี้อย่างนั้นเหรอ ยิ้มตอนที่มันกอดไอ้ปออยู่อย่างงั้นเหรอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าผมมองตามคนรักของผมอยู่ก็ยังหันกลับมาส่งยิ้มให้ ผมก็หวงของผมเป็นนะ 

ร่างกายผมอ่อนล้า ผมอยากกลับไปพักแล้ว ไม่อาจทำให้ตัวเองเข้มแข็งต่อหน้าใครได้อีก ความร้อนแล่นเข้ามายังดวงตาพร้อมกับผมที่พยายามกระพริบถี่ๆ 

กลับก่อนนะ บอกปอด้วยว่าผมจะนั่งแท็กซี่กลับ” 

อ้าว เดี๋ยวสิภีมแม้ใครจะร้องเรียกให้กลับ ผมไม่อยากอยู่ต่อด้วยความเหนื่อยล้าใจ 

ภีม อย่าไปนะภีม!” ร่างของผมชะงักขณะที่กำลังก้าวเดินออกมา ได้ยินเสียงของกรีนร้องตามหลังด้วยความตกใจที่ผมทำแบบนี้ 

ร่างของมันเดินมาดึงแขนให้ผมหันไปมองดวงตาที่นิ่งจ้องกันอยู่นาน แววตากรีนมันสับสนและงุดลงพื้นพยายามรวบรวมความกล้า กรีนแปลกๆ ไปตั้งแต่เดินเข้ามาในช็อปแล้ว ไม่พูดไม่จาเอาแต่นั่งเงียบอยู่คนเดียว 

อันที่จริงก็แปลกตั้งแต่ชวนมันมานี่นะ รู้แค่ว่ามันไม่อยากมาที่นี่ 

ถ้าภีมหึงพี่ปอเพราะเรื่องรุ่นพี่คนนั้น ฟังเราก่อนนะ ที่พี่เขาต้องออกไปพร้อมพี่ปอไม่ใช่ว่าเขาชอบพี่ปอหรอก มันเป็นเพราะ 

ผมนิ่งมองมันที่ลากเสียงตัวเอง กรีนไม่เป็นตัวเองอย่างที่เคย ปกติจะกล้าแสดงออกแล้วพูดมาตรงๆ นี่ เป็นเพราะอะไรอยากรู้จริงๆ ผมนิ่งจ้องตามันที่ละไปด้านอื่นไม่สบตา มองผิดไปหรือเปล่าว่ากรีนกำลังเขิน หน้าแดง หูเหอแดงไปหมดไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด 

เพราะพี่เขาชอบเรา เขาไม่กล้าอยู่ต่อหน้าเราน่ะ” 

อะอะไรนะ ผมนิ่งมองมันตอนกล่าว ได้แต่อ้าปากค้างมองกรีนอย่างไม่เชื่อหู “ระ รุ่นพี่คนนั่นน่ะเหรอ?”

ใช่ เมื่อวานพี่ปอมาขอเบอร์เราให้พี่เขาน่ะ แต่เราปฏิเสธไปเพราะเรายัง 

ยังชอบผมอยู่ 

ผมมองกรีนก่อนจะถอนใจ เงยหน้ามองมันที่นิ่งจ้องผมอย่างไม่ละ ทำไมกรีนแม่งเป็นคนดีจังวะ ถ้ามันทำให้ผมเข้าใจปอผิดแล้วก็ทะเลาะกับปอ เรื่องนี้อาจจะทำให้กรีนกับผมมีหวังขึ้นมาบ้าง แต่มันเลือกที่จะบอกความจริง คนแบบกรีนนี่ดีจริงๆ

กรีนมันยกยิ้มให้หลังจากอธิบายจบ ก่อนจะดึงแขนผมกลับ “เพราะงั้นอย่ากลับบ้านเลยนะ” 

ผมยิ้ม ยิ้มให้มันสุดๆ แบบที่ไม่เคยยิ้มให้ใครมาก่อน ยอมเดินกลับไปแต่โดยดี รอตอนที่ปอกลับมาแล้วผมจะกอดมันให้แน่นจนสุดแรง ที่มันไม่คิดจะนอกใจผม ที่มันคอยย้ำเตือนตัวเองว่ารักผมคนเดียว ขอบคุณที่ทำให้ผมได้เชื่อใจว่าสิ่งที่มันทำอยู่คือ รักแท้’ 

ผมรู้แล้วครับ ว่าผมจะทำยังไง 

ผมจะไป… 

จะให้ปอมันไปอยู่กับแม่ได้อย่างที่ฝันในช่วงซัมเมอร์ ผมจะให้มันใช้เวลาในการซ่อมสิ่งของที่มันรักอย่างดีที่สุดอย่างเต็มความสามารถ และ… ให้มันเข้าใจการรอคอยอย่างแท้จริง และผมจะกลับมาในไม่ช้า… 

แต่ช่วงเวลานี้ ผมต้องใช้กับมันให้คุ้มค่าที่สุด จะบอกรักมันทุกวันเลย

รัก… รักพี่ปอแค่คนเดียว 

ตลอดไปเลย….

 

 

 

หายไปนานเลย วันนี้เลยเอามาเสิร์ฟให้อ่านเลยทีเดียวสองตอน เป็นไงบ้างค๊า เดี๋ยวจะเอาตอนหน้ามาให้ลุ้นไม่นานค่ะ แล้วเจอกันน้า ยิ่งเม้นยิ่งมาเร็วเน่อ อิอิ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #149 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 17:38
    โอ๊ย!! ค่อยโล่งหน่อย คิดว่าพี่เพื่อนจะเป็นมือที่สามสะแร้ว เฮ้อ!! ^&^ แต่ว่มภีมจะไปจิงหรอ แร้วปอจะยอมไหมนะ? เฮ้อ!! เครียดแทนเรย
    #149
    0
  2. #99 noone_else (@koikoy-sasori) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 13:28
    นอตอนต่อไปนะคะ
    #99
    0
  3. #98 Kuk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 08:40
    ดีแล้วที่ภีมมีเพื่อนที่ดีอย่างต้น และกรีน ชอบกรีนที่เสียสละอ่ะ...ออพี่ปอรักน้องภีมมากๆ นะจ๊ะ
    #98
    0
  4. #97 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 08:36
    โห ดราม่าอีกแล้ว ทำไมต้องแยกจากกันด้วยแต่อย่างน้อยก็รู้ว่าพี่ปอรักภีมคนเดียว ยังไงก็รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #97
    0