(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 25 : 1 MONTH--24(ความจริง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    4 ม.ค. 58

ตอนที่ 24

เรื่องมันน่าเศร้าครับ

คุณคงงงว่าเอ๊ะ ไอ้นี่มันเริ่มตอนมาแบบแปลกๆ ทั้งที่เพิ่งจะคืนดีกับผัวไป แล้วมึงมาพร่ำเพรื่ออะไรให้เปลืองหน้ากระดาษ แต่ผมอยากให้คุณๆ เข้าใจนะครับว่ามันน่าเศร้า

ชีวิตผมมันรันทดยิ่งกว่าพจมานสว่างวงศ์ที่ต้องเข้าไปอยู่ในบ้านทรายทองเสียอีก ทั้งชีวิตเจอแต่มารมาผจญ จะอยู่แบบดีๆ กับเขาก็ไม่ได้

วันนี้ผมเห็นมันเดินหยอกล้อกับไอ้คนที่โทรมาหามันเมื่อวาน เดินกันสองต่อสองเลย สงสัยนิสัยผมจะเป็นเหมือนที่ไอ้ปอมันบอกครับ ชอบเก็บเอามาคิดคนเดียว ตอนนี้ก็เลยทำเป็นนอนอ่านหนังสือไม่คุยกับมัน มันพูดด้วยก็ไม่คุยด้วย

นี่ง้อด้วยการจูบผมไปทีแล้วนะ ใครต้องการวะ ผมตอบมันไปทันทีด้วยการชูนิ้วกลางให้ครับ มันก็เลยมีจุดจบในห้องน้ำ เลิกง้อเพราะไม่รู้ตัวเองผิดห่าเหวอะไร หนีไปอาบน้ำเฉยเลย

ชีวิตผมรันทดไหม

มีผัว ผัวแม่งก็หล่อ หล่อไปพอเสือกรวย แถมเลวอีก แม่งใครๆ ก็ชอบ!

ขอผมซุกหมอนนอนร้องไห้แปป คิดดูว่าผมต้องเจออะไรบ้างครับคุณผู้อ่านที่ต้องเป็นตัวละครนี้ ทำไมต้องเขียนให้ผมเป้นคนที่แสนดีอะไรอย่างนี้ด้วย บางทีผมก้อยากเลวบ้าอะไรบ้าง วันนี้ขอผมลาพักร้อนหนึ่งวันได้ไหมครับ หรือไม่ก็ขอเขียนใบลาออกจากการเป็นพระเอกครับ

หะ อะไรนะ ผมไม่ใช่พระเอกเหรอ

ผะ ผมเป็นนางเอก! บ้าไปแล้ว!

ขอผมกลับเข้าโหมดเศร้าแปปนะครับ นอกเรื่องไปตั้งไกล เมื่อกี้คุยกันถึงเรื่องมีผัวใช่ไหม ว่าแล้วทำไมพระเอกมีผัวได้ผมก็ลืมคิดไปนะ

เอ่อ มาว่าถึงเรื่องผัวผมดีกว่า มันยังไม่ยอมมาง้อเลย!

หยุดคำว่าผัวแต่เพียงเท่านี้ครับ เพราะผมเริ่มทนไม่ไหวแล้ว

“ภีม มาถูหลังให้ผัวหน่อย”

คุณได้ยินไม่ผิดครับ

วันนี้ทั้งวันผมได้ยินแต่คำว่าผัวๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ต้องคิดไปไกลว่าผมไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดแล้วเจอชะนีนะครับ มุกมันแป้ก

นี่เป็นเสียงจากสัมพเวสีแถวนี้กำลังร้องโหยหวนขอส่วนบุญจากผมครับ นี่ผมคิดผิดใช่ไหมที่บอกว่าผมรักมันไปวันนั้น คราวนี้มันเอาใหญ่ ชักจะลามปามกับผมมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไอ้ผมที่นอนอ่านหนังสือเรียนอยู่ต้องละสายตาไปขมวดคิ้วมองประตูห้องน้ำ นี่มึงจะเอาอะไรจากกูนักหนาวะ!

แล้วไอ้คำว่าผัวๆ เมียๆ นี่ขอร้องมันจนจะกราบแทบเท้าแล้วว่าให้เลิกพูดสักที กูอายชาวบ้านชาวช่องเขา ไปเดินห้างแม่งตะโกนเรียกเมียจ๋ามาดูนี่สิ ผมนี่วิ่งเลยครับ ไม่ได้วิ่งไปหามันนะ วิ่งหนีมันน่ะแหละที่หน้าด้านผิดมนุษมนาเขา

“ภีมครับได้ยินผัวเรียกไหม?” เสียงมันครับ เสียงมัน

ผมข่มใจนอนจ้องตัวหนังสือ สตินะภีม มึงต้องขันติไว้อย่าเพิ่งถึงขั้นลงไม้ลงมืออะไรกันเลย คิดแล้วนั้นสายตาก็กวาดอ่านหนังสือเรียนที่จะต้องสอบวันนี้พรุ่งนี้ให้เข้าหัว

“ภีม นอนหลับเหรอ?” เสียงมัน รบกวนผมอยู่ตลอด

ผมกำหมัด อยากจะซัดมันไปซักทีสองที พยายามก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ “เมียจ๋า

“ไอ้ปอ! มึงจะหุบปากไหม”

ว่าพลางเดินไปเปิดประตูห้องน้ำกำหมัดตัวเองคาดว่าจะได้ซัดมันไปทีสองที แต่ภาพที่เห็นทำเอาชะงัก ไอ้เชี่ยปอแม่งโป๊อยู่ ลืมไปเลย!

ผมยกมือปิดตา เห็นไอ้ปอน้อยเต็มสองตาเลยแม่ง!

มือที่เปียกน้ำดึงผมให้เข้าไปข้างในจนตัวแทบจะเปียกจากน้ำที่กระเซ็นมา ผมก้มหน้าก้มตาลืมความโมโหเมื่อกี้ไปเลยแม่งมัวแต่ตกใจ ตื่นเต้น และหลอนไปในคราวเดียวกัน ไม่ให้หลอนได้ไงเห็นบ้องข้าวหลามขนาดนั้น

ไม่เอาไม่คิดภีม สติมึงต้องมา สติเว้ยสติ!

“มาๆ ถูสิ” มันว่าเสียงเบา

เดี๋ยวๆๆๆ มึงนี้คิดจะอายกูบางไมวะปอ หา!

ยะ ยอมครับ

ยอมง่ายมาก ยอมรับเลยว่าใจง่าย บอกแล้วไงเรื่องปรนนิบัติผัวของผมน่ะเก่ง

ผมยกมือไปจับหลังมันออกแรงถู ไม่ได้จะว่าอะไรมันอย่างที่ใจคิดหรอก ขี้เกียจมีปัญหาด้วย อีกอย่างตอนนี้ผมไม่กล้าหือกับมันเท่าไร เดี๋ยวหันหน้ามานี่รู้ว่าผมกำลังอายแทนมัน นี่มันสมควรจะอายมากกว่านะผมว่า

ไอ้กระบอกปืนข้างหน้านี่เห็ยเท่าไรก็ไม่ชินครับ บอกตรงๆ

ผมมองหลังของมันที่เป็นรอยจากมือตัวเอง แดงแค่เพราะถูกถู ถ้ามันโดนคนจิกข่วนคงเป็นรอยมากกว่านี้และถูกจับได้ นี่กูยังไม่เลิกคิดเหรอวะ

ก็มันสงสัยนี่ว่าปอมันจัดการยังไง

หลังคอของปอแม่งเซ็กซี่ ตอนผมเปียกๆ ระต้นคอ แต่ไม่มีรอยแดงก็ถือว่าโอเค

เดี๋ยวๆๆ นี่ผมคิดเรื่องทะลึ่งกับมันงั้นเหรอ ตายละแม่ง! ติดนิสัยหื่นมาจากมันได้ไง ไม่เอาๆๆ หยุดคิดได้แล้วแม่งเอ๊ย!

“โอ๊ยๆ เจ็บภีมเจ็บ โกรธอะไรกูอีกเนี่ย?” มันร้องว่า รั้งสติให้ผมกลับมา หลังมันเป็นรอยข่วนฝีมือของผมครับ เมื่อกี้ใช้อารมณ์มากเกินไป มันหันมามองหน้าก่อนจะเอื้อมมือมากุมมือผม

“เป็นอะไร?”

ผมอึกอักมองหน้ามัน ถ้ารู้ว่ากำลังจับผิดอยู่คงโกรธมากแน่ๆ

“เปล่า” แต่นึกถึงหน้าเพื่อนของมัน

ทำไมน่ารักขนาดนี้วะ แล้วปอมันไม่หวั่นไหวเลยรึไง

“บอกแล้วไงว่าให้บอกพี่ตรงๆ” มันหันมา แต่ผมไม่กล้าก้มลงไปหลบตามันหรอกนะ เดี๋ยวแม่งไปเจอหนอนยักษ์ข้างล่าง ยอมเผชิญหน้ากับมันดีกว่าต้องจ้องตากับไอ้ปอเบอร์สองเหอะ

“กู คงจะงี่เง่าเหมือนเดิมนั่นแหละปอ”

ยิ้มให้มันหน่อยเพื่อความสบายใจ มันยกยิ้มตอบ จ้องตาและขยับใบหน้าเข้ามาแนบปากจูบ ผมรับแต่โดยง่ายและไม่อิดออด แค่จะบอกว่ารักกันน่ะ

ดะ เดี๋ยวก่อน!

ผมเม้มปากตัวเองย่นคอเมื่อมันละลงมาซุกไซ้ อย่าบอกนะว่าจะมาอยากตอนอาบน้ำ ถึงจะเคยเอ่อ ใช่แล้ว เคยครับผมคอยมีอะไรกับมันในห้องน้ำ

ตะ แต่ว่าตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งใจ ปอมันเอาแต่ใจนะครับ อย่างน้อยนะ….ในอ่างอาบน้ำ

ก็เคยนี่หว่า

“เดี๋ยวปอ เดี๋ยวๆๆๆ” ผมร้องว่าพลางผลักตัวมันออก

“อะไรภีม น่าคืนนี้พี่ขอนะ”

เชี่ย ขอได้หน้าด้านมาก!

“มะ ไม่ได้ พรุ่งนี้กูไม่อยากเดินขาถ่างไปสอบ เดี๋ยวไม่มีสมาธิมัวแต่เจ็บตูดเนี่ย!

มันเลิกคิ้ว “ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง”

“ขนาดนั้นแหละ มึงดู มันไม่ใช่เล็กๆ ไอ้สัด! จะทำก็ทำตอนที่มีวันหยุดพอให้กูนอนพักสบายๆ บ้างสิวะ” ผมว่าใส่อารมณ์พลางชี้ลงไปยังไอ้ปอน้อยที่เสือกผงกหัวรับ เดี๋ยวกูตัดทิ้งแม่ง

“ก็ได้ กูก็ไม่ได้จะเถียงอะไรซักหน่อยนี่” มันเกาหัวยิ้มรับ

หมายความว่าไง

ผมเบิกตาเมื่อเห็นว่ารอยยิ้มที่มันยิ้มอยู่นั่นมันยิ้มด้วยความเหนือกว่า พยายามนึกทบทวนสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเมื่อก่อนจะชะงักอ้าปากค้าง

ดะเดี๋ยว นี่กู

กูอนุญาตมันให้นอนด้วยไปแล้วงั้นเหรอ ชิบหายละ!

อายครับทีนี้ พอมองตามันอีกทีนี่อายถึงขั้นจะแทรกผ่านดินหนี

“กะ กูไม่ได้หมายความแบบนั้นนะปอ กูหมายถึง” ผมกลอกตาคิด อะไรวะพอที่จะแถมันได้ “กูแค่อยากให้ตัวเองพร้อมก่อนน่ะ”

“มึงเป็นอะไรภีม บอกว่าไม่ก็คือไม่ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย”

ดันไปร้อนตัวอีกกู ลืมไปว่าปอมันมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ตั้งหน้าตั้งตาบังคับเพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงผมก็ต้องยอมมันเข้าสักวัน ก็แม่งนิสัยน่ารักแบบนี้ไง

ผมขยับตัวเข้าไปกอดมันนิ่ง ไม่กลัวเปียก ไม่แก้ตัวห่าอะไรแล้ว

ยิ่งแก้ยิ่งเกิดแต่ปัญหา

“เป็นอะไรเนี่ยหะ?” มันว่า จับหัวผมและจูบซับเบาๆ

“กอดไม่ได้รึไงเล่า”

“ก็ได้ แต่มันแปลกๆ นะ” มันว่า “ร้อยวันพันปีเมียไม่เคยจะกอดผัวก่อนสักที”

“พอเลย เลิกเรียกกูแบบนี้สักทีน่า” ผมลากเสียงทุบหลังมันไปด้วย

“ดีออกนะ จะได้รู้อยู่เสมอว่าเราเป็นของกันและกัน”

อย่าย้ำนักเลย ในใจผมรู้เสมอ

มันคงอยากจะบอกให้ผมเข้าใจว่ามันกำลังจริงจังกับผมมากและระลึกอยู่เสมอว่ามันน่ะรักผม ผมยอมรับว่าเป็นสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะคำว่ารัก เพราะคำที่มันเรียก แต่ผมไม่อยากให้มันตอกย้ำและทุ่มเทแต่แรกๆ ของแบบนี้มันต้องดูกันนานๆ สิมันถึงจะถูก

ช่างมัน มีความสุขกับช่วงนี้และเต็มที่ก็พอ

 

 

“เอ้าๆ เดี๋ยวจะลืมบัตรนึกศึกษาไม่ได้เข้าห้องสอบกันพอดี”

มันว่าพลางยื่นให้ผมที่ทำท่าจะลุกจากเบาะหลังจากรถจอด เออว่ะลืมไปเสียสนิทมัวแต่ตื่นเต้น ผมยิ้มรับแล้วเอื้อมไปหยิบจากมือมันมาใส่ในกระเป๋าเสื้อ วันนี้พี่ปอของผมน่ะหล่อเป็นพิเศษ เพราะผมเพิ่งจะเคยเห็นมันสวมชุดนักศึกษาครั้งแรก สวมเสื้อสีขาวและผู้เนคไทสวมรองเท้าคัชชูตามระเบียบเป๊ะ ถ้าไม่ใส่ทางโรงเรียนจะไม่ให้เข้าสอบน่ะ

วันนี้เมียเลยหน้าบานมาก ผัวหล่อ นี่ชวนเดินไปไหนยอมไปด้วยหมดเลยเหอะ

นี่ไม่ได้เห่อมันนะ จริงๆ

“ยิ้มอะไร?” มันว่าพลางยกยิ้ม คงรู้ทันแหละว่าผมยิ้มทำไม

“ก็มึงดูดี แต่งอย่างนี้ก็ออกจะน่ามอง ไปสวมไอ้ชุดช็อปนั่นอยู่ได้” ว่าแล้วจัดชุดให้มัน เอาใจหน่อย พอทำท่าเอาใจออดอ้อนมันก็ยิ้มครับ มันเป็นคนหลงตัวเองชอบให้คนเอาใจ

“ชุดนี้มันชุดใส่สอบเท่านั้นแหละ จะให้ใส่มาลุยงานได้ไง ติดน้ำมันเครื่องพอดี” ว่าแล้วก็จับมือผมที่จัดเนคไทให้ไปด้วย

“ขอกำลังใจสอบหน่อยสิ”

ผมเลิกคิ้ว กำลังใจ

“งั้นโชคดีนะ ตั้งใจสอบล่ะ” ว่าพลางลูบหัวมันเบาๆ เหมือนหมาครับทำแบบนั้นเลย มันนิ่งมองหน้าเหมือนกับอยากบอกอีกนัยน์ว่ากูไม่ได้อยากได้อันนี้ เอ้า แล้วมึงอยากได้อันไหน แต่ไม่รู้ทำไม สมองผมนึกถึงสิ่งหนึ่ง

เพราะสันดานมันหื่นไง

“อะไร” แกล้งย้อนขำๆ ไปครับ มันนี่ขมวดคิ้วรีบว่า

“กูหมายถึงจูบ”

กูว่าละไม่มีผิดว่ามึงจะหาเรื่องจูบ

ฝันไปเหอะ

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูเรียกให้ทั้งผมและไอ้ปอหันไปมองไปตาเดียวกัน ใจผมหายเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนยิ้มรออยู่ข้างกระจกคนขับ ยิ่งเห็นใกล้ๆ แล้วยิ่งชัดเลย หน้าตาน่ารักเหมือนอยู่รุ่นเดียวกันกับผม แต่สวมชุดชั้นปีเดียวกับไอ้ปอ เขายิ้มเมื่อเห็นว่าไอ้ปอมันรีบเปิดกระจกรถตอบรับทันดี ของกูนี่ขึ้นเลย

“ไปได้ยังวะปอ มัวแต่อ้อนเมียอยู่นั่นแหละ” เขาว่า

“เออ รอกูแปป” มันดับเครื่องทันที นี่มึงจะติดเพื่อนมากไปปะ

“ลงสิเพื่อนกูมารอแล้ว โน่นๆ ไอ้กรีนเพื่อนมึงยืนรออยู่”

ผมหันไปตามที่มันบอกแล้วขมวดคิ้ว เออ จะไล่กูใช่ไหม กูไปก็ได้ คิดแล้วนั้นก็เปิดประตูรถลงมาเฉยๆ ไม่บอกมันสักคำ คิดแล้วขึ้นจริงๆ แม่งพอเพื่อนมานี่ไล่กูเลย ไอ้บ้าเอ๊ย!

ว่าแต่ว่า คิดแล้วจะมางอนอะไรมันไร้สาระขนาดนี้วะ ทำอย่างกับตัวเองเป็นสาวน้อยอ้อนแอ้นน่ารักน่าทนุถนอมอย่างนั้น ดีแล้วแม่งงอนแล้วปอมันไม่หลังแหวนมาสักทีด้วยความหมั่นไส้ ถ้าอาการกูจะออกขนาดนี้เตรียมปล่อยผมยาวไว้ได้เลย

คิดแล้วขนลุกตัวเองนะบางที

ผมเดินไปหากรีนที่ยกมือทักทาย ทำเป็นยิ้มตอบเป็นปกติที่สุดเพราะอันที่จริงแล้วในใจผมรู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นคืนนั้น รู้ดีว่าทำไมกรีนมันถึงได้มีท่าทีตอบกลับมาหลังจากเกิดเรื่อง

เพราะคืนนั้นมันมีอะไรมากกว่านั้น

ผมจำได้ตอนที่ตัวเองเปิดตาตื่นขึ้นมา ริมฝีปากผมกำลังถูกจาบจ้วงจากปากของกรีนที่กำลังแนบจูบ เมื่อได้สติ มือของผมก็ผลักมันออกจากตัวสุดแรงจนมันล้มกองไปลงกับพื้นและรีบลุกขึ้นนั่งทันที

กรีนมันคงตกใจที่ตอนนี้ผมรู้สึกตัวตื่น ผมไม่รู้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาที่ได้นอนด้วยกัน มันทำอะไรกับผมบ้าง เมื่อรับรู้ว่ามันได้ทำเรื่องแบบนี้กับผม สีหน้ามันบอกว่ารู้สึกผิดและพยายามขอโทษผมที่นิ่งจ้องตามันนิ่ง อารมณ์สับสนวิ่งวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ภีม เราขอโทษนะ”

ผมนิ่งมองมัน เม้มปากตัวเองแน่น มันไม่ได้แค่สัมผัส จูบของมันเต็มไปด้วยความโหยหาและบดขยี้ปากผมราวกับต้องการสื่ออะไร

“หมายความว่าไงกรีน?” ผมว่าเสียงเบาจ้องตามันที่นิ่งมองผมอยู่บนพื้น

“เราขอโทษนะภีม เรา” มันว่าเสียงเบา เอื้อมมือมาจะแตะตัว ผมผลักมันออกพลางส่ายหน้าตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่รู้จะสนองตอบมันไปยังไง ยังคงงงๆ มึนๆ ต่อไป

“เราชอบภีม เราชอบภีมนะ”

ผมนิ่งอึ้ง

กรีนมันชอบผม

“ชอบ?” ผมย้อนพลางชี้หน้าตัวเอง

“ใช่ เราชอบภีม ชอบมาตั้งนานแล้วด้วย”

ผมนิ่งมองมันที่ขยับเข้ามานั่งตรงหน้าใกล้ๆ ใจผมหายเมื่อเห็นว่าแท้จริงแล้วมันกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้เดินเข้ามาหาผมก่อน มันไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนกับผมตั้งแต่แรก

“คบกับเรานะภีม คบกับเราเถอะ สัญญาว่าจะไม่ทำให้ภีมเสียใจเลย”

ผมนิ่งมองมัน ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ได้หรอกกรีน”

“ทำไม! พี่ปอทำกับภีมขนาดนั้น ต้องร้องไห้ทุกวันขนาดนั้น เขาไม่มีอะไรดีเลย ไม่มีอะไรเหมาะสมที่ภีมจะต้องรักเลย!

เพราะผมรักมัน ผมไม่ได้รักกรีน

“เราเห็นกรีนไปแค่เพื่อนนะ แค่เพื่อนจริงๆ”

“แต่เราไม่เคยเห็นภีมเป็นเพื่อนเลย เราอยากเป็นมากกว่านั้น!” มันจับมือผมร้องว่าเสียงดัง ใจผมหายพยายามจะดึงมือออกไม่ตอบตกลง

“นะภีม เปิดโอกาสให้เรา”

“ไม่! เราทำไม่ได้ เราเห็นกรีนเป็นอย่างอื่นนอกจากเพื่อนไม่ได้จริงๆ!

มันนิ่งเมื่อได้ยินเช่นนี้ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเงียบไปเมื่อถูกปฏิเสธด้วยคำว่าเพื่อนนี้ เงยมองหน้าผมราวกับกำลังโกรธอย่างนั้น

“ที่ภีมวางตัวกับเราแบบนี้เพราะเห็นเราเป็นแค่เพื่อนอย่างนั้นจริงๆ งั้นเหรอ ภีมปล่อยตัวต่อหน้าเรา ทำตัวเหมือนให้ความหวังเรา”

“เราทำเมื่อไหร่?” ผมย้อนทันที

“ทุกครั้งที่ภีมพูด ทุกครั้งที่ภีมยิ้ม ถ้าไม่คิดอะไรกับเราทำไมไม่คิดจะทำให้เราไม่หลงตัวเองบ้างว่าตอนนี้ภีมกำลังโอนอ่อนมาหาเรา”

ผมนิ่งมองมัน พยายามคิดว่าตัวเองไปวางตัวกับมันยังไงถึงทำให้มันคิดว่าผมกำลังให้ความหวัง การที่ผมปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับมันก็เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อเพื่อน ผมไม่คิดเลยว่ากรีนมันจะคิดเกินเลยกับผมแบบนี้

ถ้อยคำนั้นเป็นคำสุดท้าย

ก่อนมันเดินหนีผมออกไป ถึงผมจะคิดว่าตัวเองถูก แต่มันเป็นเพื่อนคนเดียวที่คอยให้คำปรึกษาช่วงที่ผมอ่อนแอ หรือเพราะตอนนั้นผมเปิดรับมันมากเกินไปมันถึงได้คิดแบบนี้กับผม ผมอยากให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แม้มันจะวางตัวด้วยลำบากก็ตาม

หลังจากกรีนมันขึ้นรถไป ผมกลับมาภายในบ้าน เห็นไอ้ต้นเดินออกมาจากห้องน้ำ

ร่างของผมทรุดตัวนั่ง วิญญาณลอยไปไกลเมื่อได้รู้เรื่องที่ชวนช๊อคขนาดนี้ หันไปมองไอ้ต้นที่เดินมายังร่างของผม มันทรุดตัวนั่งข้างๆ ให้โซฟายุบ มือก็ยกขึ้นมาแปะบ่ากล่าวเสียงเรียบๆ ไปด้วย

“ไม่ใช่แค่มึงที่ปวดหัวเรื่องของกูนะ กูเองก็ปวดหัวเรื่องของมึงเหมือนกัน ขอโทษนะภีม กูเป็นคนบอกกรีนให้มันบอกมึงเองแหละ มันเอาความไว้ใจของมึงเพื่อเข้าใกล้มึงแบบนี้มันไม่แฟร์”

ตัวผมชาครับ เมื่อรู้ว่าไอ้ต้นมันรู้ความจริงตั้งนานแล้ว ผมหันไปมองมันนิ่ง “ตั้งแต่เมื่อไรวะ?”

“ตั้งแต่ตอนที่นัดติวกันครั้งนั้นน่ะ กูกลับมาเห็นกรีนมันกำลังจูบมึง”

ผมนิ่งนึกถึงวันนั้น

สัมผัสที่ผมเคยคิดว่าเป็นของไอ้ปอ ฝันที่ผมนึกถึงมัน น้ำเสียงที่พูดคุยด้วยความอ่อนโยนในฝันครั้งนั้นเป็นเสียงของไอ้กรีนงั้นหรอกเหรอ

หน้าผมชา ได้แต่ยกมือมากุมไว้

“กูเป็นคนไล่มันกลับห้องไปเอง พยายามทำให้มึงไม่ตกใจที่สุด กูอยากให้มึงไม่ต้องเครียดเรื่องของไอ้กรีนอีก อยากให้มันชัดเจนกับมึงไม่ใช่เล่นลับหลัง”

อา

มิน่าล่ะไอ้ต้นมันไม่ถามถึงได้กรีนสักคำตั้งแต่เกิดเรื่อง เพราะมันเป็นคนรู้เรื่องทั้งหมดนี่เอง ผมยกมือกุมหน้าตัวเองเมื่อทราบความจริงแล้ว

นึกถึงใบหน้าน่ารักๆ ซื่อๆ ของมันที่ส่งยิ้มมาให้ทุกครั้งเวลาเจอหน้ากัน ถ้อยคำปลอบโยนที่มันมอบให้ในวันที่ผมเสียใจแล่นเข้ามาในหัว ความดีของมันทับถมสิ่งที่ผมไม่ชอบไปหมดสิ้น ผมรู้สึกว่าไม่ควรจะเสียเพื่อนคนนี้ไปและอภัยให้แก่ความไม่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของมันที่มีต่อผม เพราะผมเองก็คงจะผิดในส่วนหนึ่งที่เปิดใจรับมัน

มันคงจะเสียใจมากที่ถูกปฏิเสธออกมาแบบนั้นถึงได้เดินหนีออกไป

แต่วันนี้มันจะกลับมาเหมือนเดิม ผมกับมันเข้าใจกันดีแล้วและไม่ต้องห่วงว่าผมจะเผลอวางตัวไม่ดีกับมันอีกเพราะตอนนี้ผมกับพี่ปอก็คืนดีกันแล้ว

แค่กรีนยังเป็นเพื่อนที่ดีกับผมแบบนี้มันก็โอเค

ถึงมันจะเจ็บปวดบ้าง และไม่รู้ว่าต้องทำใจอีกนานไหม ผมว่าระหว่างผมกับมัน อาจจะเป็นแค่ความผูกพันธ์ฉันท์เพื่อนมากกว่า ที่ยิ่งคบนานไปก็ยิ่งสนิทจนจะกลายเป็นคนพิเศษ เรารักกัน เราห่วงใยกัน ให้คำปรึกษา แต่ก็มีแค่เส้นบางๆ แยกด้วยคำพูดเท่านั้นว่าใครคือเพื่อน ใครคือแฟน นอกนั้นมันก็ไม่ต่างกันสักนิด

ผมหวังไว้อย่างนั้นนะ

ว่ากรีนจะกลับมาเหมือนเดิม



สนุกไหมเอ่ย ยังไงก็เจอกันตอนหน้าน้า ไว้เดี๋ยวค่อยมาคุยกัน

คอมเม้นเป็นกำลังใจคนเขียนด้วยจุ๊บ


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #147 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 15:06
    อะ อะ ไอร่เพิ่ลน่ารักของปอคนนั้นมันเป็นไค!!! ไมปอถึงได้ให้ความสำคัญกะมันนัก!! มันเป็นไค!!! ถ้าทำให้ภีมเสียใจนะ ฮึ!! (ทำไรไม่ได้หรอกพูดไปงั้นแหละ) แหะๆ^^"
    #147
    0
  2. #96 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:27
    อ่าที่แท้กรีนก็ชอบภีมนั่นเองไม่แปลกหลอกเพราะภีมน่ารักกก/รออ่านนะคะ สู้ๆ
    #96
    0
  3. #95 kuk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 10:55
    ขอบคุณที่มาอัพค่าาาาา...อิปอดูๆมันก็รักภีมนะ..แต่อิเพื่อนคนเนี้ยเป็นใครเนี่ย จะแอบชอบอิปอมั้ยอ่ะ ภีมมันยิ่งระแวงอยู่...อิปอก็ให้ความสำคัญกะเพื่อนคนนี้เกิ้นชิส์!!!!...(((ติ่งภีมค่ะ..เซ็ง!!!..)))...อยากให้อิปอมาเห็นเวลามีคนมาจีบภีมบ้างอ่ะหมั่นไส้มัน..ให้มันหึงบัางไรบ้างงี้(((อินจัด..บอกเลย55555)))
    #95
    0