(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 22 : 1 MONTH--21(ขอคืน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 ธ.ค. 57

ตอนที่ 21

กูรักมึง

กูรักมึง

กูรักมึง

“นี่ ชั่วโมงเขียนป้ายไม่ใช่ชั่วโมงจ้องป้ายนะยะ”

เสียงไอ้สันติร้องว่าจากอีกมุมโต๊ะหวีดเสียงให้แหลมๆ แสบแก้วหู ผมขมวดคิ้วเองเมื่อได้ยินมันว่าก่อนจะละมาจ้องงานตรงหน้าตัวเอง ชิบหาย! สีหยดเต็มป้ายเลย ลืมไปว่าจิ้มสีไว้แล้ว มัวแต่นั่งเหม่อ นึกถึงเรื่องเมื่อวาน

กูรักมึง

โอย นี่กูเป็นอะไรของกูเนี่ย นึกถึงแต่ตอนที่มันพูดคำนี้

ผมส่ายหัวตัวเองไล่เสียงของมันที่ตามหลอกหลอนในหัว ดวงตาตอนมันพูดบอกผมจริงจัง ทำไมวะ ทำไมใจผมสั่น ทำไมผมต้องบังคับให้ตัวเองไม่เชื่อมันด้วย

ผมก็รักมัน โคตรรักเลย ทำไมถึงยังใจแข็งอยู่ได้อีกในเมื่อปอมันเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ ผมทำใจยกมือจับแปรงเขียนป้ายจ่อไปยังตัวหนังสือที่ร่างไว้แล้ว แต่มือผมกลับชะงัก

ป้ายยิ้มให้กู ยิ้มให้กูทำไม

เมาทินเนอร์ เมากลิ่นสี ภาพหลอน!

“โอย” ผมเหวี่ยงมันออกห่างจากตัวเอง ป้ายแม่งหน้าตาเหมือนไอ้ปอเปี๊ยบเลย

ออกไปจากหัวกูได้แล้ว ไอ้บ้า ไอ้เวรตะไล!

“เป็นอะไรวะภีม?” ไอ้สันติเดินมาว่า ผมส่ายหน้ายิ้มให้พวกมัน

“เปล่า น่าเบื่อว่ะ”

“น่าเบื่อ?” ไอ้สมปองมันย้อนก่อนจะหัวเราะคิกคักกัน “ก็เพิ่งเห็นมึงจะพูดว่าเบื่อครั้งแรกนะ มีอะไรรึเปล่า?”

พวกมึงนี่ ทำอย่างกับกูไม่รู้ทันว่าพวกมึงตั้งใจจะมาหลอกถามความลับกูอีก มีเหรอว่าจะยอมบอกมึงง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องไอ้ปอที่มัน

บอกว่ารักผม

โอ๊ย! มันเขิน

“ภีมะ”

“อะ ครับ” ผมละสายตาไปมองอาจารย์ที่ร้องเรียก

“เธอช่วยเดินไปบอกอาจารย์นทีที่ห้องเก็บของให้ได้ไหม ว่าหยิบทินเนอร์ให้อาจารย์ที อาจารย์เขารู้ว่ามันอยู่ตรงไหน”

“ได้ครับ”

ผมว่าพลางพยักหน้าตอบแล้วรีบลุกขึ้นเดิน ดีแล้วที่ไม่นั่งจับเจ่าอยู่ในห้องแล้วก็มองป้าย จุ่มสี เหม็นสีเหม็นทินเนอร์แล้วก็เมาจนจะอ้วกอยู่แล้ว ผมถอนใจเดินลงอาคารมาตัวคนเดียว ทั้งๆ ที่เรื่องเมื่อวานแม่งสุมหัวเหมือนคนบ้า ไอ้ปอ ไอ้เลวแม่งมึงเล่นของใส่กูใช่ไหม!

 มึงนะมึง ตอนกูรอให้พูดจะตายไม่ยอมพูด พอกูตัดใจคิดว่ามึงไม่มีทางจะรักกูได้ทำไมมาพูดเอาป่านนี้ ผมส่ายหัวพยายามไล่ความคิดพลางรีบสาวเท้าเดินไปยังห้องเก็บของที่อาคารสี่ชั้น

ห้องเก็บของ ห้องเก็บของ กูรักมึง กูรักมึง

กูรักมึง เฮ้ย! มาได้ไง ออกไปจากหัวกูเดี๋ยวนี้

ผมรีบเดินไปยังห้องเก็บของที่อยู่ริมสุดของอาคารเพื่อไปเอาของให้อาจารย์ เมื่อเดินไปถึงก็ชะโงกหน้าเข้าไปดูว่ามีอาจารย์นทีอยู่ในห้องรึเปล่า เห็นคนตัวสูงๆ กำลังก้มๆ เงยๆ จัดของอยู่ผมก็วางใจ รีบเดินเข้าไป

“อาจารย์ครับ”

อีกฝ่ายละจากของตรงหน้ามาตามเสียงผมที่ค่อยๆ เดินเข้ามาด้านใน ผมมองของในห้องที่วางเรียงกันเยอะแยะนิดๆ แล้วรีบกล่าว

“อาจารย์จี” จี้

เกือบแล้วกู เกือบเผลอเรียกชื่อที่แอบตั้งให้แล้ว

“อาจารย์จีระศักดิ์ ให้ผมมาบอกว่า

กูรักมึง

“กูระเอ้ย! ชะ ช่วยหยิบทินเนอร์ให้หน่อยได้ไหมครับ?”

ชิบหายแล้ว! ตอนนี้ผมโคตรเสียความเป็นตัวเองเลยสิพับผ่า

“ได้สิ รออาจารย์ตรงนี้นะ” เขาว่าแล้วเดินผละไป ผมยกมือกุมหน้าตัวเองโคตรอับอายเลยว่ะ เสียงของมันเอาแต่หลอกหลอนผมอย่างกับดูหนังบ้านผีปอบ น่ากลัวชิบ!

ทำผมเสียความเป็นตัวเอง โคตรเสียเลย

“เอ้านี่ ถือดีๆ ล่ะอย่าเหม่อลอยแบบนี้เดี๋ยวหล่นแตก”

“ครับ”

ผมยกมือเกาหัว นี่อาการกูออกขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย

ผมยกมือไหว้อาจารย์แล้วเดินละออกมาจากห้อง เดินลากขาเป็นซอมบี้ไม่ได้แดกเนื้อคน คือโคตรซังกะตาย พยายามบอกตัวเองว่ามึงสมควรจะดีใจซะมากกว่านะไอ้ภีม ปอมันบอกว่ารักมึงนะเว้ย คำที่มึงรอที่จะฟังนั่นไงไม่ดีใจอย่างนั้นเหรอ

จะว่าดีใจแม่งก็ดีใจ จะว่าช็อคก็ช็อค

แต่ผมแม่งคิดมาก คิดว่ามันเข้าใจคำว่ารักพอไหม คิดว่ามันอาจจะพลั้งปากพูดออกมาก็ได้ คิดว่ามันแค่จะแกล้งเล่นเท่านั้น ทั้งๆ ที่คิดว่าเคยอยากฟังมันแท้ๆ แต่พอมาได้ยินแล้วผมเกิดแต่คำถามใจในมากมาย

ผมขอเวลากับตัวเองสักพักเถอะ ถ้าปอมันรักผมจริงๆ มันต้องรอผมได้สิ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนมันต้อรอได้ เหมือนที่ผมรอมันไง

มึงคิดดีๆ นะภีม คนแบบไอ้พี่ปอ มันสมควรจะน่าเชื่อถือไหม

ผมไม่ควรคิดแบบนั้นสิ คำว่าเชื่อใจของคนที่รักกัน เขาไม่ใช้สมองเชื่อนี่ เขาใช้ใจเชื่อ ไม่งั้นมันจะเรียกว่าเชื่อใจได้งั้นเหรอ

ปอ

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน

เชี่ย! นอกเรื่องไปไกลเลย

ผมเกาหัวตัวเองพลางขมวดคิ้วหมกมุ่นเดินไปเรื่อยๆ กระทั่งเห็นร่างของใครสักคนเดินลงบันไดอาคารมาจากชั้นบน มันชะงักรอยยิ้มที่ยิ้มกับตัวเองนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ ใบหน้าของมันที่เปื้อนยิ้มนั้นได้ละลงเมื่อเห็นผมงั้นเหรอ ผมไม่อยากให้ระหว่างเราเป็นแบบนี้เลย ผมอยากกลับมาเป็นเหมือนเดิมกับมัน ผมยกยิ้มพร้อมยกมือทักทาย

“ไง กรีน ไปไหน

มันยกยิ้มกับผมนิดๆ แล้วเดินผละออกไปเฉยๆ สีหน้าบอกว่าไม่สู้ดีนักที่จะคุยกับผม ไอ้ผมก็มองหน้ามันด้วยความงง “ไปไหนมา?”

เสียงผมแผ่วเบามองตามหลังของมัน จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้วงั้นเหรอวะ กรีน

ผมไม่อยากเสียเพื่อนดีๆ อย่างมันไปเลยสักนิด

เพราะเรื่องวันนั้นเหรอ ที่ทำให้เรามองหน้ากันไม่ติด มันโกรธผมที่ทำกับมันแบบนั้นอย่างนั้นเหรอ หรือมีอย่างอื่นที่ทำให้มันต้องตีตัวออกห่างจากผม อะไรล่ะ ผมไม่เข้าใจกรีนเลย

ผมอยากคุย อยากเปิดใจกับมัน แต่ถ้ามันเดินหนีผมแบบนี้ทุกครั้งคงจะไม่ไหว

 

ผมจะบ้าตายว่ะ ผมอยากจะบ้า

ออกจากโลกความเป็นจริงนี่ซะ ออกมาอยู่ในโลกส่วนตัว โลกแห่งความเพ้อฝันของตัวเอง เป็นคนบ้าน่าจะมีความสุขมากกว่าผมตอนนี้ว่ะ แม่ง!

“อะไร เป็นอะไรของมึง ประจำเดือนมาไม่ปกติรึไง?”

เสียงของเจ้ากรรมนายเวรว่าขึ้นขณะที่ผมทิ้งก้นตัวเองลงนั่งในชั่วโมงชมรม ผมไม่เข้าร่วมอย่างเคยและไอ้นี่เองก็เหมือนกัน ก็เลยมานั่งด้วยกันใต้ร่มไม้หลังอาคารเรียนนี่ ผมเกาหัวไม่รู้จะเริ่มอธิบายยังไงให้ไอ้ต้นมันเข้าใจ

“กูไม่ตลก ดูหน้ากูด้วย” ผมว่า มันหลุดหัวเราะ

“เรื่องพี่ปอล่ะสิ แหมสงสัยโกรธกูกับพี่พีที่มาขัดจังหวะแน่ๆ”

“ใครบอกมึงหา กูไม่ได้เหมือนมึงนะที่หนีตามผัวไปอี๋อ๋อกันสมใจทั้งคืนน่ะ”

ไอ้ต้นมันชะงักพลางโยนของๆ มันใส่ผมแก้เขิน ทำหน้าบึ้งแต่แก้มนี่แดงอย่างกับลูกตำลึง อย่าบอกนะว่าที่ผมกะจะสวนมันไปเล่นๆ น่ะเป็นความจริง เอาแล้วไงล่ะ

“มึงบอกกูมาเดี๋ยวนี้นะต้น” ผมชี้นิ้วคาดโทษ มันก้มหน้าตัวเอง “คืนนั้นมึงกับพี่พีไหนกันมา แล้วทำอะไรกันบ้าง?”

“ถามแบบนี้จะให้กูตอบยังไงวะ?” มันรีบย้อน หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ

“มึงเสียท่าให้พี่พีอีกแล้วใช่ไหม?”

มันรีบเบิกตา อ้าปากค้างจะเถียงทว่าผมเค้น “ใช่ไหม!?”

ไอ้ต้นมันหน้าหงอลงพลางก้มหน้าตัวเองคล้ายรู้สึกผิด ก้มหน้าพยักขึ้นลงหงึกๆ ยอมรับ มือก็ยกขึ้นมากุมหน้าด้วยความอับอาย เอาแล้วไงล่ะ “มึงเมางั้นเหรอ?”

“เปล่า แค่ตึงๆ” มันตอบ ยกมือกุมหน้าตัวเอง “กูไม่รู้ว่ากูคิดอะไรอยู่ว่ะภีม พี่พีมันพากูออกไปเที่ยว ขับรถหนีพี่ธามไปเรื่อยๆ พอมันดึกเข้าก็เลยพาก็เข้าไปนอนพักในโรงแรม

“มึงก็เลยได้เสียกัน”

“ไอ้บ้า มึงนี่” มันเงยขึ้นมาว่า สีหน้าเหมือนกำลังคิดหนัก สับสนใจตัวเอง มันแสดงถึงความหงุดหงิดที่ตัวเองทำอะไรลงไปไม่ได้คิด ตอนนี้มานั่งนึกๆ ดูแล้วผมก็คิดว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์เหมือนมันคงตัดสินใจยาก

“มึงเข้าใจไหมภีม กูคิดว่ากูน่ะรักพี่ธามมาก ตอนเขาทิ้งกูไปกูโคตรเสียใจเลย แต่กับพี่พี ไม่รู้ทำไมกูถึงใจเต้นตอนอยู่กับเขา ไม่เหมือนตอนที่กูอยู่กับพี่ธามเลย”

มันว่าพลางขมวดคิ้ว ดวงตาแดงพลางมองตาผม

“มึงว่ากูเลวปะวะภีม ทั้งที่กูรักพี่ธามแต่กลับยอมนอนกับพี่พี กูยอมพี่พีง่ายๆ พี่พีไม่ได้บังคับกูเลย” ผมนิ่งมองมันที่ว่าเสียงเบาราวกับบ่นให้ตัวเองฟัง ดวงตาไม่ได้มองผม มันหม่น และเอ่อไปด้วยน้ำตา

“มึงเคยคิดถึงวันที่มึงต้องเลือกไหมต้น?” ผมว่าเสียงเบา ต้นมันพยักหน้า น้ำตาหยดแหมะลงบนโต๊ะหลายหยด

“กูหาเหตุผลต่างๆ นาๆ มาตั้ง แต่ไม่มีใครดีไปกว่าใครเลย กูเลือกไม่ได้จริงๆ”

“มึงก็รู้ว่ามันทำแบบนั้นไม่ได้ ยังไงก็ต้องเลือก”

ผมมุ่นคิ้วตัวเองคิด ยกมือสั่นๆ กุมหน้าแล้วส่ายไปมา “ไม่เอาน่า ไม่คุยเรื่องของกูแล้ว มันซีเรียสเกินไป”

“แต่มึงจะเก็บไปคิดแล้วก็เครียดคนเดียวนี่นะ มึงเห็นกูเป็นเพื่อนมึงปะวะ?”

ต้นมันละใบหน้าแดงๆ มามองผม “ไอ้สัด กูแค่ไม่อยากพูดถึงเรื่องเครียดๆ แบบนี้นี่ ว่าแต่มึงเหอะ มึงก็เก็บไว้คนเดียวเหมือนกันไม่เห็นปรึกษากู มึงเห็นกูเป็นเพื่อนมึงปะล่ะ”

มันย้อนครับ ผมนี่อยากเอามะเหงกลงหัวมันไปที แต่คำถามของมันน่ะทำเอาผมสตั๊นไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมหลบตามันลงมองพื้นก่อนจะยกยิ้ม

“ปอมันบอกว่ารักกู”

สาบานว่าคุณจะตกใจกับหน้าไอ้ต้น ผมไม่ขออธิบายว่าสีหน้ามันเป็นยังไงและตกใจแค่ไหน คือมึงจะอินอะไรนักหนาวะ กูเป็นคนถูกบอกรักไม่ใช่มึง

“แล้วทำไมมึงไม่ทำอะไรสักอย่าง มัวแต่เล่นตัวอยู่นั่นแหละ” มันร้องว่า นี่มึงจะด่ากูใช่ไหม

“กูก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่ทำให้มันเคลียร์ กูคงกลัวมั้ง”

“กลัวอะไร ในเมื่อพี่ปอมันรักมึง”

ผมนิ่ง นึกถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้วถอนใจ “กลัวมันเป็นแบบเดิม กูอยากให้มันเห็นค่าในการรอแล้วก็ดูแลกูให้ดีที่สุด ถ้ากูไปง่ายๆ เหมือนตอนกูยอมคบกับมันแรกๆ มันก็คงคิดว่าจะทำยังไงกับกูก็ได้ เหมือนตอนนั้น”

“แต่อย่าเล่นตัวนานนะมึง”

“กูไม่ได้เล่นตัว มึงเข้าใจที่กูอธิบายไหมหาไอ้นี่!” ผมรีบว่า ต้นมันหลุดหัวเราะ

“กูว่าพี่ปอเห็นค่าในตัวมึงนานแล้ว ตั้งนานแล้วที่พี่พีมาเล่าให้กูฟังเรื่องที่พี่เขาร้องไห้ง๊องแง๊งคิดถึงเมียตัวเอง” ต้นมันว่าแล้วทำท่าแอบขำ

“อะไรนะ มึงว่าใหม่ซิ” กูได้ยินไม่ถนัด ได้ยินแค่อะไร ง๊องแง๊งๆ เนี่ยแหละ

“พี่ปอร้องไห้คิดถึงเมียไง!” มันร้องว่าเสียงดัง ผมปิดปากมันพร้อมกับความอายแล่นเข้ามาใส่หน้าเมื่อคนโต๊ะข้างๆ หันมามองตามเสียงมัน

“ไอ้ห่า เบาๆ ก็ได้” มันมุ่นคิ้วตัวเองกับเสียงหัวเราะของมัน ทั้งๆ ที่ห้านาทีก่อนมึงยังดราม่าอยู่เลยต้นกูจำได้

มึงนี่ ทำยิ้มกลบเกลื่อนกู รู้ทันหรอก

ทำเป็นร่าเริงหัวเราะ แต่พออยู่คนเดียวนอนร้องไห้ ผมสงสารมันว่ะ

บางทีตอนที่มันมาค้างกับผม ผมแสร้งนอนหลับ

นอนฟังเสียงสะอื้นของมัน ผมว่าเป็นคนแบบไอ้ต้นใครว่าดี ถึงจะยิ้มจะหัวเราะร่าเริง แต่ภายในใจใครจะรู้ว่ามันเจ็บปวดสักแค่ไหน คิดมากขนาดไหน ผมโคตรสงสารมันเลย ใครที่คิดว่าผมน่าสงสารแล้ว ถ้าคุณเป็นคนใกล้ตัวมันจะรู้ว่ามันน่ะน่าสงสารกว่าใครทั้งสิ้น

ผมก้มลงมองมือตัวเองที่กุมกันแน่น หวังว่าต้นมันจะเลือกทางที่ถูกให้กับตัวเอง

 

ผมยืนถอนใจเป็นรอบที่ร้อย ทั้งเรื่องเพื่อน ทั้งเรื่องผัวเก่า

สุมหัวกูแทบจะระเบิด

ผมยืนนิ่งมองพื้นถนน แล้วคนก็มองมาด้วยความไม่ชอบใจ ใช่ คงเพราะผมเอาแต่ยืนถอนใจแบบนี้เป็นร้อยกว่ารอบได้ ได้ยินเสียงรถคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้า คิดว่าเป็นรถเมล์ ผมเดินลงไปเพื่อเตรียมตัวจะขึ้น คิดไว้แล้วเชียวทำไมเสียงรถเมล์มันเงียบๆ แบบนี้วะ

“ขึ้นมาสิ” เสียงคนขับว่า ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง เชี่ย!

หน้าเหมือนไอ้ปอเด๊ะๆ ราวกับโคลนนิ่ง ผมรีบถอยกลับขึ้นไปยืนบนฟุตบาทอีกรอบพลางส่ายหน้าตอบมันไปด้วย ดูรถแล้ว มันคงจะใช่ไอ้ปอนั่นแหละว่ะ

“ขึ้นมาเดี๋ยวไปส่ง ไม่ให้ขึ้นรถเมล์หรอกนะ”

มึงกล้ามาบังคับกูเรอะ!

“ไม่ กูก็ขึ้นของกูทุกวัน มึงรีบไปเลย”

“มึงจะให้คนอื่นเขาด่ามึงใช่ไหม รีบขึ้นมา”

ผมมองสายตาคนรอบข้างที่มันเริ่มไม่พอใจ ที่เขาจะด่าน่ะคงจะด่ามึงนั่นแหละไอ้ปอ มาจอดตรงรถเมล์จอด ไอ้เวรตะไล งานเลยเข้ากูไง ผมสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมันบีบแตรเรียก รีบเดินไปยังประตูรถเพื่อเปิดขึ้นไปทรุดตัวนั่งอย่างไม่พอใจ แต่ดีกว่านั่งถูกคนอื่นด่าในใจแหละ

มันยกยิ้มหันมามอง เคลื่อนรถออกจากป้าย คงคิดว่าชนะกูแล้วงั้นสิ

แค่เกรงใจคนอื่นเท่านั้นเองแหละ

“แวะกินข้าวกันก่อนไหม มึงชอบร้านนั้นไม่ใช่เหรอ?” มันว่าเสียงเบา

“ใครบอกมึงหะ?”

“สังเกตเอา” มันว่าพลางหันมาทำหน้านิ่งๆ ใส่ ผมขมวดคิ้วตัวเองคิดในสิ่งมันเดา ถ้ามันสังเกตน่ะมันถูก ผมชอบและวางตัวสบายตอนที่อยู่กันในร้านนั้น ไม่มีใครคอยจ้องผมกับมันเหมือนที่อื่น

“กินก็ได้”

ผมว่าเสียงเบา ในใจเต้นตึกตักฟังเสียงมันหัวเราะหึในคอ หันไปมองหน้ามันที่ยังมองถนนเงียบๆ

ขอโทษ

จะขอโทษที่ตบมันไปวันดีไหมนะ ผมนิ่งคิดกับตัวเอง ทันใดนั้นความรู้สึกร้อนกับสัมผัสที่มือของผมก็แผ่ขยายขึ้น ปอมันเอื้อมมือมากุมมือผมด้วยหน้านิ่งๆ ของมันนั่นแหละ

ทำไมต้องทำตัวน่ารักกับกูขนาดนี้วะ ผมก้มลงมองมือตัวเองนิ่ง เขินว่ะ

“กูคิดถึงมึงทั้งวันเลย”

หน้าผมร้อนขณะที่มันว่า พยายามไล่ความร้อนออกจากหน้าหันไปด้านอื่นไม่มองหน้ามันด้วยกลัวว่าจะถูกจับได้ว่ากำลังเขิน อยากยิ้ม โคตรอยากยิ้มเลยเหอะ

มึงจะรู้ไหม ไม่มีเวลาไหนเลยที่กูไม่นึกถึงมึง ปอ

ผมก้มหน้าเก็บความอายตัวเอง แม่งเหมือนสาวน้อยอินเลิฟเลยไอ้สัด

มันบีบมือผม ผสานมือกันและขับรถช้าๆ ให้ตายเหอะ ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งเห็นว่ามันน่ารักขึ้นไปอีก มือผมถูกยกขึ้นไปทั้งๆ ที่ยังผสานกัน หลังมือรู้สึกร้อนด้วยสัมผัสจากปากของมัน มันจูบซ้ำๆ แบบนั้นเรียกอารมณ์แปลกๆ ให้แก่ใจของผม

“เดี๋ยวก็ตายห่ากันพอดี ปล่อยมือกูได้แล้ว”

ผมว่าเสียงเบา ไม่ดึงมือกลับ โคตรสวนทางกันอ่ะ มันยกยิ้มกับตัวเองมองทางตรงหน้าไปด้วยไม่ยอมพูดยอมเถียงกับผม “เอามือกูมา

“มึงจำคืนนั้นได้ไหม คืนที่มึงแสดงละครหลอกกูน่ะ” มันว่าแทรกขึ้นมา ผมเบิกตาหันไปมองหน้ามันทันทีมองหาว่ามันหมายถึงอะไร

“ทำไม?” ว่าพลางดึงมือตัวเองออกจากมือมัน

“มึงจำไม่ได้ใช่ไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง?”

ผมขมวดคิ้วตัวเอง “จะจำได้เป็นบางอย่าง”

“ตอนฉี่จำได้ไหม?”

“ไม่ได้เว่ย!

ถ้าบอกว่าจำได้นี่อายนะ ยืนให้มันจับจู๋ให้ฉี่อย่างหน้าด้านๆ แถมเรียกมันว่าผัวให้มันได้ยินด้วย ถ้าบอกว่าจำได้โคตรหน้าด้านเลยเหอะว่ะ ผมรีบก้มหน้าลงมองตักตัวเองหลบตามันไม่ให้รู้

“ตอบแบบนี้มึงจำได้ชัวร์เลยภีม จำได้ก็ดี” มันว่า

“หมายความว่าไง?”

“มึงจะได้รู้ไง ว่ามึงเห็นกูเป็นผัวมึง เหมือนที่กูเห็นมึงเป็นเมีย”

โอ๊ย! ตอนนี้บอกเลยว่าอายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเหอะ ตอนที่มันพูดนี่สีหน้าเหมือนมันนี่อยู่เหนือผมมาก ใช่ เหนือผมมากไอ้เชี่ยปอ

ผมนิ่งคิดคนเดียวแล้วเก็บความอาย เบี่ยงหน้าหนีมือมันที่เอื้อมมือมาจะยีหัวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ๆ แบบนี้ ดวงตามันมองถนนแต่มือนี่ถึงตัวผม พอเถอะกูยังไม่อยากตาย

“แต่กูไม่ดีใจเท่าตอนที่มึงบอกว่ารักกูหรอกนะ”

เออ ก็ดี

“หา?” ผมเบิกตาหันไปตะโกนใส่หน้ามัน เสียงมันหัวเราะชอบใจกับสีหน้าตกใจของผมตอนนี้ มะมึงตั้งใจจะอำกูแน่ กะ..กู มไม่เคยบอกรักมึงเลย ตอนที่กูเมากูจำไม่ได้

เชี่ย!

ชิบหาย!

โคตรพ่อโคตรแม่!

อ๊ากกกก!

กูไม่รู้จะสบถคำไหนแล้ว เพราะไอ้เหล้านั่นแท้ๆ ทำกูอายได้สุดติ่งขนาดนี้ ตอนนี้น่ะเหรอ ผมโคตรอยากจะเอาหน้าทุบคอนโซลรถให้สมองเสื่อมแล้วแกล้งเอ๋อเดินออกจากรถ ทำเหมือนไม่รู้จักไอ้นี่ไปเลยตลอดชีวิต แต่เสียอย่างเดียวแม่งกลัวเจ็บ

ไอ้ปอ ไอ้เวร มึงรู้ตั้งนานแล้วแต่ปล่อยให้กูเล่นตัวตั้งนานเนี่ยนะ!

อ๊ากกกก ผมอยากตาย ผมอาย โคตรอาย!

ผมนิ่ง นิ่งจ้อมันตาค้างแทบจะหยุดหายใจ กัดลิ้น กัดลิ้นให้ตายไปเลยแม่งไอ้เชี่ย! กูไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว

“เฮ้ยภีม มึงช็อคขนาดนั้นเลยเหรอวะ?” มันหันมาว่าพลางยิ้ม

มึงลองมาเป็นกูดิไอ้สัด ผมกุมหน้าตัวเองส่ายไปมา

“ภีม ไม่เห็นเป็นไรเลย มึงบอกรักกู กูบอกรักมึงเจ๊ากันแล้ว มาๆ กินข้าวกันถึงร้านแล้ว”

“ไม่! ไม่กิน กูอยากกลับบ้าน” ผมว่าพลางก้มหน้ากุมหน้าตัวเอง

“ไม่เอาน่า ลงมาๆ” มันดับเครื่องรถ มือขยับมาเขย่าไหล่ผม โอย ใครจะไปหน้าด้านนั่งไม่รู้สึกรู้สาได้ขนาดนั้นวะ บอกรักเขาแล้วมานั่งยิ้มหวานส่งให้กันเนี่ยนะ มันเขินนะเว่ย

“ภีมเมียจ๋า กินข้าวกัน”

ไอ้สัด อย่ามาปากหวาน แค่นี้ผมก็เขินจะแย่

ผมส่ายหน้ากับตัวเอง แต่ว่าแม่งไอ้นี่มันพวกปากว่ามือถึง พอไม่พูดกับมัน มันก็เอื้อมมาดึงตัวผมยกไปนั่งบนตัก ผมตกใจดันตัวออก ขาทั้งสองข้างก็พาดกับเกียร์รถ ดีนะแม่งดับเครื่องแล้วไม่งั้นตายแน่ หลังก็ติดกับพวงมาลัยขยับออกห่างจากมันไม่ได้

“ไอ้ปอ ทำเชี่ยไรเนี่ยหะ?” ผมร้องว่า ดิ้นให้มันปล่อยเอวทั้งสองข้าง

“ไปกินข้าวกัน” ว่าแล้วขยับหน้ามาจูบแก้มผม

“อื้อ” ผมเอียงหน้าหนี หันซ้ายแลขวาอายถ้าคนจะมาเห็น นี่มันหน้าร้านอาหารคนเดินไปผ่านไปมาเยอะแยะ ถึงจะมืดสนิทเพราะฟิล์มกรองแสงก็เถอะ แต่รถที่สะเทือนขนาดนี้มีหวังคนคงคิดว่ากำลังเล่นท่ายากกันอยู่แน่

โอย ปอมึงยังหน้าด้านไม่หายเลยรึไงหา!

“ปล่อยกู ไอ้ปอ มึงเลิกฉวยโอกาสกับกูซักที” ผมร้องว่า

“อะไร ผัวกับเมียกอดจูบกันไม่เห็นแปลก”

“ใครเมียมึงหา?”

“กูเป็นผัวมึง แล้วไหงมึงไม่เป็นเมียกูล่ะหืม?” มันว่า ขยับเบาะถอยออกห่างจากพวงมาลัย ไม่เอา! ไม่เอาแบบนี้เว่ย

“เลิกล้อเลียนกูได้แล้ว อื้อ ปล่อย”

ไอ้หื่น ไอ้เวร ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลย ผมเบี่ยงใบหน้าหนีมันที่ฝังปากลงบนแก้มผม พรมไปทั่วใบหน้ากะว่าจะไม่ให้มีที่ว่างเลยเหรอวะ

“ถ้าปล่อยจะยอมไปกินข้าวดีๆ ไหม?” มันว่า แล้วก็ก้มลงจูบปากผม ลิ้น แม่งลิ้น!

“อื้อ อ่อย เอาออกไอ” เอ่อ ถ้าแปลไม่ได้ก็ไม่ต้องแปล ชั่วโมงนี้ผมไม่ขออธิบายอะไรทั้งสิ้น ผมทุบหน้าอกมันระรัวให้ผละปากออก มันบดขยี้ปากผมมือก็กดท้ายทอยไว้แบบนี้ไม่ให้หนี ผมพริ้มตา ยอมรับว่าจูบมันน่ะโคตรโหยหา ต้องการเรียกร้องให้ผมเข้าใจมัน

ผมนิ่ง ไม่ดื้อกับมันอีกต่อไป

ก็แค่ จูบของคนรักกัน

ไม่เห็นเป็นไร

เราผละปากออกจากกัน ดวงตาของมันจ้องมาที่ผมไม่ละ นิ้วหัวแม่มือไล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อของผมเบาๆ ราวกับกำลังหวงแหน ผมเม้มปากตัวเองละหนีไปมองด้านอื่นพร้อมกันนั้นปอมันก็ดึงรั้งตัวผมเข้าไปกอดแน่น

ผมตกใจ ดวงตาผมเบิกกว้างเมื่อเห็นมันทำแบบนั้น

เดาใจปอไม่ออก มันจูบหลังคอผม มือสองข้างกอดผมแน่น

 

“รักภีมนะ

 

เสียงมันเบาหวิว แหบพร่า แต่ช่างละมุนละไมจนใจผมพุ่งทะยานสู่ดินแดนเวิ้งว้างห่างไกลที่ไหนสักแห่ง จมลึกไปกับคำว่ารักที่มันพร่ำบอก ผมได้แต่นิ่งฟัง  ซุกใบหน้าบนบ่าของมันนิ่งเงียบฟังเสียง ฟังคำที่มันพร่ำบอกว่ารักอย่างนั้นซ้ำๆ

รอยยิ้มผุดขึ้นมาประดับบนใบหน้าผมที่ยังซุกอยู่อย่างนั้น

ผมเชื่อ เชื่อมันแล้วครับ

เชื่อว่ามันรักผม ด้วยเพราะตอนนี้ที่ผมเลือกที่จะใช้หัวใจ ฟัง มัน ไม่ใช่สมองและความกลัวอีกแล้ว

“พี่ปอ

รักพี่ปอเหมือนกัน”

ผมจำได้แล้ว คืนนั้นผมบอกมันไปแบบนี้

 

 

 มาเสิร์ฟฉลองปีใหม่ เอาไปสองตอนหวานๆ จ้า
อ่านแล้วคอมเม้นเป็นกำลังใจไรต์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่า
แล้วก็ สวัสดีปีใหม่ค่ะนักอ่านทุกท่าน ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #144 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 12:38
    อ๊ายยยยยยยยยย ฟินกระจาย ^.,^
    #144
    0
  2. #87 ลักส์ (@cagalli2) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 10:23
    กรีนเป็นอัลไลลล คืนดีกันแล้วเนอะหวานด้วย เหลือคู่พีต้นธามเนี่ยแหละะะะะ
    #87
    0
  3. #85 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 23:23
    กรี๊ดด อร๊ายย ฟินอ่าในที่สุดเค้าก็ดีกันแล้วนะ ยังไงก็รออ่านต่อนะคะ สู้ๆ
    #85
    0