(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 18 : 1 MONTH--17(เรื่องมันมีอยู่ว่า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    26 ธ.ค. 57

ตอนที่ 17

-N’ Peam Part-

ทำไมช่วงนี้อะไรก็หม่นๆ นักนะ

ผมทิ้งก้นลงนั่งในกลุ่มเมื่อเห็นเห็นว่าพวกมันสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว คนหนึ่งก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไม่สนใจใคร อีกคนก็เอาแต่เหม่อลอยไปไกลถึงดาวอังคาร ทำเป็นพระเอกเอ็มวีเพลงเศร้าอยู่นั่นแหละ ต้องแบบผมนี่ เลิกกับแฟนไม่เห็นจะเจ็บอะไรเลยสักนิด

จริงเหรอ

ช่างมันเหอะ แต่ว่ามันก็ดีขึ้นแล้วแหละ คงเป็นเพราะใจผมชื้นขึ้นมาละมั้งเมื่อเห็นว่าปอมันกำลังรู้สึกผิด ความเจ็บปวดที่เคยมีมันเริ่มมลายหายไปทีละนิด จนเรียกได้ว่าจะหายดีแล้ว มีแค่บางอารมณ์ที่อยู่คนเดียวถึงได้คิดถึงมันบ้างก็มันผ่านมาหลายวันแล้วนี่นะ ไม่ได้จะเป็นจะตายเหมือนเมื่อก่อน

สมน้ำหน้า ยิ่งคิดแล้วใจที่ว่าเสียก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเห็นปอมันไม่เป็นตัวเองเท่าไรผมยิ่งสะใจ

มึงเจอกูแน่ปอ

“ต้น” ผมเรียกไอ้ตัวดีที่นั่งหน้าละห้อยข้างๆ มันละสายตามามองผม

“อะไร?”

มันเพิ่งจะโดนพี่ธามตัดขาด แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันอาลัยอาวรณ์นัก เหมือนผมตอนแรกๆ เลย ทิ้งเหตุผลทุกอย่างนอนร้องไห้อย่างเดียว แค่เสียตูดให้มันแล้วจะอาลัยอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ยิ่งกลับไปมองตัวเองแต่ก่อนแล้วผมได้แต่นึกด่า โคตรจะบ้า

นี่กูเป็นสาวอินโนเซ้นโดนผัวฟันแล้วทิ้งเหรอ เป็นผู้ชายยังไงก็ไม่เสียหายอยู่แล้ว ยังไปร้องไห้ฟูมฟายอีก ไม่สมเป็นไอ้ภีมเลยสิน่า

ก็ใช่สิ ทำใจได้แล้วนี่ ถ้าไอ้ปอมันไม่ทำหน้าหงอเดินมาหาวันนั้นป่านนี้ก็ยังคงร้องไห้อยู่นั่นแหละ

“กูถามจริงๆ นะต้น มึงไม่คิดจะเปิดใจให้พี่พีบ้างเลยงั้นเหรอ?”

มันก็ดีของมันนะ มันน่ะรักไอ้ต้นจะตาย ไอ้ต้นมันละดวงตาเศร้าสร้อยมามองผมพร้อมกับส่ายหน้า “ถ้ามันยังซื่อสัตย์แต่กับกู กูคงมีอ่อนไหวให้มันอยู่หรอก แต่ตอนนี้ยังทำไมได้ว่ะ”

“กูไม่อยากเชียร์มึงกับพี่ธามต่อแล้วว่ะ พี่เขาทำกับมึงเกินไปจริงๆ ไหนบอกว่ารักมึงทำไมทำกันได้”

“ใจจริงกูก็คิดแบบนั้น แต่” ต้นมันลากเสียงเหมือนอึดอัดที่จะเล่าอีกรอบ

“ช่างมันเถอะกูไม่พูดถึงอีกแล้วก็ได้ มึงคงมีเหตุผลของมึง”

“ก็เหมือนมึงมีเหตุผลที่ยังรักพี่ปอนั่นแหละน่า”

อารมณ์ผมจุกคอ

“คะ คือ

“ความจริงใช่ไหมล่ะ?”

มันว่า ไอ้กรีนละจากหนังสือมามองหน้าผมนิดๆ ก่อนจะขมวดคิ้วตัวเองแน่นละไปอ่านหนังสือในมือตัวเองต่อ มันทำท่าเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่างเลยแฮะ

“กูว่าเราพูดเสียงดังไป ไอ้กรีนมันจะอ่านหนังสือ” ผมว่า

“เราก็ควรจะอ่านบ้างนะจะสอบแล้วเนี่ย อย่ามาเป็นภาระให้ไอ้กรีนมาติวบ่อยๆ เหอะ”

“ก็ดีแล้วนี่หว่าไอ้กรีนมันชอบสอนอยู่แล้ว เนอะกรีนเนอะ”

ผมยกยิ้มกับมันที่ละมามองแล้วยิ้มนิดๆ ตอบ เป็นอะไรของมันวะ เวลามันทำหน้าเงียบๆ ขรึมๆ นี่ก็เท่ไม่หยอก แต่ผิดกับหน้าตาน่ารักๆ อย่างมันซะจริง

มันน่ะตัวสูงกว่าผมนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ ถึงจะหน้าตาน่ารักแต่แมนอย่าบอกใคร หรือมันไม่ชอบให้ผมพูดเรื่องรักๆ ใครๆ ต่อหน้ามันกันวะ รังเกียจเหรอ

เออ ต่อไปจะระวังมากขึ้นวะ

“อืม” ผมก้มหน้าเคาะโต๊ะคิด วันนี้ขี้เกียจอ่านหนังสือซะจริง “กูขอนอนนะ”

ผมว่าแล้วยิ้มให้ไอ้สองตัวต่อหน้า ไอ้ต้นมันรีบว่า “มึงหยุดคิดเลยไอ้ภีม นี่นัดเพื่อนมาติวไม่ใช่รึไง มึงอะเป็นตัวตั้งตัวตีแล้วจะมานอนหลับทับสิทธิ์ได้ไง ไอ้กรีนมันไม่มีเวลาสอนมึงทั้งวันนะเว้ย!

“งั้นคืนนี้ก็มาบ้านกูสิ กูจะไม่นอนหลับก่อน ใครสัญญาเลย”

ผมว่าพลางก้มลงฟุบหน้าบนโต๊ะ เอียงหน้าไปมองพวกมันด้วย

“มึงจะเชื่อมันไหมกรีนว่ามันจะไม่หลับก่อนใคร?” ไอ้ต้นว่า พักนี้พวกมันเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“ภีมน่ะขี้เซาจะตาย ทำไมนอนได้ทั้งวันก็ไม่รู้”

เห็นไหม รุมกูจัง

“โหยก็มันง่วงนี่ อืม” ผมลากเสียงตัวเองกล่อมไปเรื่อยๆ ไอ้กรีนมันยกยิ้มมามองเมื่อได้ยินอย่างนั้น คงเพราะรำคาญนั่นแหละ ก็มันรู้สึกเพลินกับเสียงตัวเองนี่นะ

“เออว่ะกูลืมเลย อาจารย์เรียกให้ไปคุยเรื่องงบชมรมนี่กว่า เดี๋ยวกูมานะ”

ผมพริ้มตาหลับได้ยินเสียงไอ้ต้นคุยกับไอ้กรีน ลมเย็นๆ พัดโชยได้ยินเสียงร่มไม้กวัดแกว่งเป็นทำนองไพเราะ ฉุดให้เข้าไปในนิทราที่หวานหอม

“ขี้เซาจังนะ

ช่วงเวลานั้นกำลังลุ่มหลงอยู่ในความฝันอันอ่อนละมุ่น ความเย็นของลมพัดเข้ามาสู้ร่างกายทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปนั่งใกล้พัดลม ผหมรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่อ่อนนุ่มในความฝันนั้น

จากใครสักคนที่กำลังมอบมาให้ ใครสักคนที่กำลังอ่อนโยนต่อผมเป็นที่สุด

เฝ้าฝันเสมอว่าบางที ขอให้เป็นใครคนนั้น

กลิ่นน้ำหอมเดิมๆ ของคนเดิมๆ ที่ผมซุกอยู่ในตัว ในอ้อมกอดอุ่นนั่น ความร้อนที่ครอบคลุมไปทั่วร่างกายเมื่อถูกรั้งเข้าไปกอด ใบหน้ารู้สึกถึงความร้อนของริมฝีปากที่โน้มเข้ามาแนบจูบ สัมผัสเดิมๆ นั่นแหละที่ผมกำลังเรียกร้องและโหยหา

พี่ปอ พี่ปอ

ผมรักพี่ปอ

“ภีม ภีม

หา อะไรกัน ฝันหรอกเหรอ

ผมลืมตาตัวเองยกมือขยี้ตาเงยไปมองแสงที่สาดมาใส่ตา เห็นไอ้ต้นนั่งหัวเราะมองหน้าผมทั้งชี้นิ้วมาใส่หน้า

“ดูหน้ามันยับหมดแล้ว นี่มึงนอนได้ทุกสถานการณ์จริงๆ นะ”

อะไร หน้ายับ

ผมยกมือลูบหน้าตาเอง สงสัยนอนทับหนังสือหน้าก็เลยเป็นรอย ทำให้หน้าหล่อๆ ของผมเสียโฉมไอ้ต้นมันถึงขำพรืดแบบนั้นออกมาได้ ผมอ้าปากหาว อ้ากว้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้ามาไข่ในท้องได้ ไม่ห่วงภาพพจน์ เออ คนหล่อทำอะไรก็ดูไม่น่าเกลียดปะวะ

หันไปมองคนที่นั่งตรงข้ามทว่าไม่เห็น ผมจึงหันไปมองไอ้ต้นถาม “ไอ้กรีนไปไหนวะ?”

มันหันมาว่าพลางเก็บของ “ก็ไปเรียนน่ะสิ นี่กูปลุกให้มึงไปเข้าเรียนบ่ายนะเนี่ย”

“ห้องมึงมีเรียนเหรอ?”

“ก็เออดิ กูมีแนะแนววิชามารยาทไทยของอาจารย์แมว ไม่ไปกูไม่ได้สอบจริงๆ อ่ะ”

“กูก็เห็นเจ๊แกพูดแบบนั้นตลอดล่ะ”

“มึงจะลองท้าทายอำนาจปะล่ะ?” มันว่า

“กูน่ะศิษย์รักแก เมื่อวานยังไม่ให้กูเรียนเลย ให้ไปนั่งคุกเข่าคลานทั้งคาบ”

“เหอะ! ศิษย์รักมาก งั้นคาบนี้ถ้ากูเข้าช้าก็คงได้คุกเข่าคลานเหมือนมึงนั่นแหละครับไอ้คุณภีม”

“เออ กลัวนักก็ไปเหอะไป อ่อนว่ะมึง”

ผมว่าพลางเสมือไล่มันพลางลุกขึ้นยืนเก็บหนังสือของตัวเองไปด้วย กะว่าจะมาอ่านหนังสือดันเอาหนังสือมาหนุนหัวนอน ตัวหลังสือคงไหลใส่สมองเองได้หรอก หน้าตาแม่งก็เหมือนคนตื่นใหม่ๆ ไปหาล้างหน้าล้างตาก่อนก็ดีเหมือนกันนะ สภาพนี้นึกว่าเพิ่งสร่างเมาเหอะ

ไอ้คนตรงหน้ารีบเก็บของแล้วเงยมาว่า “กูไปนะ”

ผมพยักหน้ารับไอ้ต้น เดินลากขาพร้อมกับถือหนังสือที่ตัวเองถือมาเตรียมจะอ่าน พอถึงเวลาเสือกง่วงขึ้นมา มีใครเป็นไหมเวลาจะสอบ ไอ้เราก็ฮึดทำหน้าตามุ่งมั่นคิดไว้ว่าพรุ่งนี้กูจะตั้งใจอ่านหนังสือแล้ว แต่พอมาเจอกองหนังสือนี่สลบก่อนแล้วค่อยบอกว่า ค่อยอ่านต่อพรุ่งนี้ละกัน

ผมเป็นอยู่

ร่างของผมเดินเข้าห้อน้ำคนเดียวเพราะคิดว่าคงไม่มีใครมาหาเรื่องหรอก ก็เพราะว่าเลิกกับไอ้ปอก็เลิกมีคู่กรณีแล้วไง ยกเว้นเรื่องที่เขาหมั่นไส้ที่ไปทิ้งมัน ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นทำไมเกิดขึ้นได้ก็ไม่รู้ คิดแล้วก็นึกถึงแต่มัน

เหงาอีกแล้วว่ะ

มือยาวๆ วางหนังสือไว้บนขอบอ่างล้างหน้าแล้วเปิดน้ำวักมาใส่หน้าให้ชุ่ม ผมยกหัวหนักๆ ขึ้นมามองกระจกตรงหน้าแล้วเบิกตา เชี่ย! นึกว่าโดมมาเอง คนอะไรหล่อทุกมุม

รอยยิ้มผมละลงเมื่อนึกถึงคนที่พูดคำนี้

กูหล่อทุกมุมเลยว่ะ

คิดแล้วก็ขำขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อก่อน ตลกดีนะ  ได้แต่คิดแล้วยิ้มพลางวักน้ำล้างหน้าตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองตัวเองอีกที เชี่ย!

ไม่ใช่โดม ปกรณ์

ผมรีบหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยความใจหาย นึกว่าผีหลอกที่แม่งมาไม่ให้สุ้มให้เสียง มันยืนมองผมนิ่งแล้วละสายตาไปทางอื่นเมื่อเราสบตากัน ทำตัวไม่ถูกว่ะ จะให้ทำตัวเหมือนไม่รู้สึกเจ็บปวดงั้นเหรอ

ไอ้ปอ ปกรณ์(ชื่อจริงมัน)

“อะ

มันยื่นของที่อยู่ในมือมาให้ ผมละไปมองของสิ่งนั้นด้วยความประหลาดใจพลางลูบหน้าที่เปียกไปด้วยหยดน้ำ ใจของผมสั่นไหวเมื่อทราบว่าเป็นอะไร นิ้วมือของผมเอื้อมไปหยิบรับมามองนิ่ง ก่อนจะยกขึ้นมาเช็ดหน้าตัวเอง

ผ้าเช็ดหน้าของผม ตอนที่เช็ดเลือดให้มันคราวนั้น

“ขอบใจ” ผมว่าฝ่าความเงียบเมื่อมันมองใบหน้าของผมนิ่ง แต่ยิ่งมองกันมันก็ยิ่งไม่มีอะไรจะพูดว่ะ คือมันไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรกันตอนไหนดี

“งั้นกูไปเรียนนะ”

ผมว่าพลางละเดินออกมา ร่างกายชาเมื่อถูกรั้งกลับให้หันไปสบตามันอีกครั้ง ใจผมเต้นตึกตักแทบจะทะลุออกมาจากอกด้วยความตื่นเต้น เห็นว่าปอมันได้แต่ขมวดคิ้วตัวเองแน่น จ้องตาแล้วก็ละไปทางอื่น

ไม่มั่นใจในตัวเองงั้นเหรอ

“ปล่อย เดี๋ยวกูเข้าสายแล้วโดนด่าอีก” ใจจริงแค่ไม่อยากอยู่ใกล้มันเท่านั้นแหละ คาบนี้เรียนทฤษฎีพละ

“คุยกับกูก่อนสิภีม กูมีเรื่องจะคุยด้วย”

“ไม่เอา เดี๋ยวไม่ทัน”

“เดี๋ยวเดินไปส่ง ถ้าด่าเดี๋ยวกูด่าคืนเอง”

“ไม่ขำไอ้สัด”

“กูก็ไม่ขำ ไม่ได้ยิ้มเลยเห็นหน้ากูไหม?” มันว่า ขอผมแอบขำแปป นี่มันติดไอ้สำนวนนี้จากผมไปเมื่อไร ฟังแล้วมันตลกทั้งๆ ที่หน้ามันนิ่งขนาดนี้

“ปล่อยมือกูก่อน” ผมว่าพลางดึงมือออก พอมันละแล้วดวงตาผมก็หาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง แต่แม่งพอขยับเท้ามันก็เดินมาดักหน้า เอาไงดีวะ

“อะไรก็พูดมาสิวะ”

ผมเงยขึ้นไปว่า มือกำผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือแน่น ความชินและชาของไอ้ต้นมันทำให้ผมเข้มแข็งจริงๆ อย่างน้อยผมก็เข้มแข็งกว่ามันตอนนี้ล่ะวะ

“กูคิดถึงมึงว่ะ”

ผมชะงัก เงยหน้าไปมองหน้ามันที่แสดงถึงความจริงจัง ดวงตามันวูบไหวตอนกล่าวเรียกความรู้สึกประหลาดแล่นเข้ามา ใจผมมันสั่น แต่ไม่ ปอมันทำกับผมไว้เยอะ มันยังไม่สาสมหรอก!

“ไม่ตลก

“ไม่ได้พูดให้ตลก กูพูดให้มึงรู้ แล้วกูก็รู้ด้วยว่ามันยากที่มึงจะเชื่อแล้วเข้าใจกู มึงคงเกลียดคงกลัวกูมากเลยสินะ แต่นั่นแหละกูถึงมาบอกมึง ให้มึงลดความเกลียดที่มีให้กูนิดหนึ่งก็ยังดีภีม”

ใครบอกผมเกลียดมัน ที่บอกไปตอนนั้นแค่จะให้มันหยุด

“แค่นี้ใช่ไหม?”

“ไม่ ยังมีอีก” มันว่า ผมเงยขึ้นไปสบมองตัวสูงๆ ของมัน

“กูขอโทษ”

โอ

มือของผมสั่นไปหมด ไม่คิดเลยว่ามันจะยอมเดินเข้ามาขอโทษง่ายๆ แบบนี้ ผมไม่คิดว่าคนอย่างมันจะกล้ายอมรับผิดได้ ทั้งที่ตอนนั้นมันทำร้ายผม กล่าวโทษว่าผมทำตัวเอง ผมหลอกลวงมันและผมเองก็ยอมรับไปแล้วว่าตนเองผิดจริงๆ

ปอมันเปลี่ยนไปมากจริงๆ

“มึงจำตอนที่กูสัญญากับมึงได้ไหม มึงเป็นคนบอกกูเอง ถ้ากูเกิดทำร้ายมึงเมื่อไหร่และต่อให้มึงจะผิดยังไง ถ้ากูเผลอทำร้ายมึงกูต้องรับผิดทุกอย่างเพราะได้สัญญาว่าจะไม่ทำมึงแล้ว” มันว่าเสียงเบา

ผมจำได้ ผมแค่พูดไปด้วยอารมณ์เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจสัญญากับมันจริงๆ

“แล้วที่พูดมา จุดประสงค์มึงต้องการอะไร?” ผมเงยขึ้นไปว่า มันนิ่งมองตา

“ยกโทษให้กูได้ไหม?”

ผมส่ายหน้าแทบจะทันที “หน้าด้าน!

ว่าแล้วก็หยิบหนังสือที่ลืมไว้อยู่ในอ่างฟาดหน้ามันไปอีกทีซ้ำกับคำที่พูด “หายด้านรึยังหา รู้สึกไหม!?”

มันไม่สู้ ไม่หือไม่อือ เห็นแค่เลือดกำเดาไหลออกมา ใจผมหล่นวูบเมื่อมันใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ยังไม่หยุดหลยดลงเสื้อ ใจที่ว่าแข็งอ่อนยวบลง

ไม่ได้!

แค่จะพูดว่าขอโทษแล้วให้ผมยกโทษให้มันง่ายไป ผมปาผ้าเช็ดหน้าใส่หน้ามันไปแรงๆ ก่อนจะเดินผละออกมาด้วยใจที่สั่นหวิว พอออกมาได้ ใจที่ว่าอวดเก่ง ที่ว่าแข็งแรงก้อ่อนลง ทำให้เข่าแทบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น ผมสงสารมัน

ได้ยินเสียงมันเปิดน้ำล้างหน้า ผมพยายามพาตัวเองที่ไม่มีเรี่ยวแรงเดินหลบออกมาเกรงว่ามันจะรู้ว่าผมเป็นห่วง พยายามทำใจให้เข็มแข็งไม่ร้องไห้

ทำแบบนี้ทำไมวะ ทำให้ตัวเองเจ็บ

มันเจ็บผมเจ็บกว่า

กูแม่งบ้า เท่ากับทำร้ายตัวเองชัดๆ

 

“ไหน ไอ้กรีนมันบอกว่ารออยู่ตรงไหน?”

ผมเดินลากขาไม่มีชีวิตตามไอ้ห่าต้นที่มันพาผมเดินแทบจะทั่วห้าง หลังจากเมื่อวานผมฟาดไอ้ปอไปทีเพื่อระบายอารมณ์และโกรธแค้นทีสุมอก มากไปมั้ง แค่โกรธแล้วยกโทษให้ไม่ได้เท่านั้นแหละ วันนี้พอไอ้ต้นชวนออกมาก็เลยยอมตกลงเผื่อจะได้ไม่คิดมาก มาเดินตามหาไอ้กรีนที่มันยังไม่ยอมมาสักที โทรหาก็ไม่รับสาย

“มึงช่วยไปรอเป็นที่ ที่ทำให้มันเดินมาหาเราง่ายๆ ได้ปะวะ มันคงรู้และน่า แล้วนี่มึงไปลืมไปไหมว่าเรามาก่อนเวลานะเว้ย!” ผมว่าพลางดึงข้อมือที่ไอ้เวรต้นมันลากเดินเหมือนจูงควายโง่ๆ อยู่

“เออว่ะ งั้นไปหาไรกินรอกันไหมแล้วค่อยไปเลือกว่าจะดูเรื่องอะไร”

แล้วแม่งก็เนียนได้อีกไอ้นี่ แต่ก็ไม่ปฏิเสธนะ

“เออ”

ผมตอบเสียงเบา ขณะที่หันตัวกลับก็ไปเจอะกับผู้ชายสองคนที่เดินเข้ามาหา รอยยิ้มดูเป็นมิตรแต่ท่าทางจะเพลย์บอยไม่เบา พอจะเดินหลบแม่งก็เดินมาดัก ต้องการอะไรจากผมวะ

“ขอทางหน่อย” ไอ้ต้นมันว่า คนตรงหน้ายิ้มพลางล้วงกระเป๋ายกโทรศัพท์ขึ้นมา

“ให้เบอร์พี่ก่อนถึงจะให้ไปได้”

“พ่อพี่มาสร้างไว้รึไง?” ผมสวน ยังไม่เลิกปากหมา

“โอ้โห น้องมันก็แรงไม่เบา น่าขอเบอร์หน่อยนะครับ”

ตื๊อว่ะ น่ารำคาญ

ผมมุ่นคิ้วตัวเองแล้วหันไปสายหลบไปทางอื่นด้วยความรำคาญ ทว่าสายตากลับไปเจอะร่างสูงๆ ของคนที่สองคนที่เดินอยู่ด้วยกันอย่างสนิทสนม รอยยิ้มนั้นคล้ายผัวเก่าผมมาก เอ่อหมายถึงไอ้ปอน่ะ เขามาที่นี่พร้อมกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่ามากๆ เลย

จำได้แล้ว พี่คนนั้น คนที่ขับรถรับส่งผมกับไอ้ปอ ที่ถูกไอ้ปอด่าวันนั้นไง!

“ไม่ให้ ออกไปไกลๆ” ไอ้ต้นว่าเสียงรำคาญ

ผมได้แต่มองตามร่างนั้นไม่สนว่าพวกมันอะไรกัน ใจผมเต้นตึกตักตอนที่เห็นคนสองคนนั้นหันไปสบตากันแล้วยิ้ม มันไม่เหมือนเจ้านายกับลูกน้องเลยสักนิด ทำเหมือน

คนรักกัน

ไม่จริง พ่อไอ้ปอน่ะเหรอ ผมส่ายหัวไล่ความคิดชั่วๆ ออก จะเป็นแบบนั้นได้ไงวะ กระทั่งสายตาคมๆ ของเขาละหันมาเจอผม รอยยิ้มร่าเริงของเขาละลงทันที ทั้งสองร่างชะงักยืนมองมายังผม และผมเองไม่ได้หลบตา แสดงถึงเครื่องหมายคำถามไปยังเขาอย่างชัดเจน ผมหวังว่าเขาจะอธิบายอะไรให้ผมเข้าใจ ไม่ได้คิดไปเอง

กระทั่งเข้าตัดสินใจ

“ภีม

เลือกที่จะเดินเข้ามาหาผม

ไอ้สองตัวที่ขอเบอร์เบิกตาตัวเองเมื่อเห็นร่างสูงๆ สายตาคมดุจเหยี่ยวเดินมาด้วยสีหน้าเข้มขรึมต่างจากเมื่อกี้ก็ส่ายหน้าว่า

“แม่ง เด็กเสี่ยเหรอวะ?”

เสี่ยเหี้ยไร!

มันว่ากันแล้วก็เดินจากไป ไอ้ต้นหันมามองคนที่เดินมาหยุดตรงหน้า เขายกยิ้มนิดๆ ให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเงยขึ้นไปสบกับพี่ชายที่ตอนนี้ไม่ได้สวมชุดพนักงานโรงแรมแล้ว ตัวเขาสูงพอๆ กันกับพ่อของปอ แต่ใบหน้าบ่งบอกว่าเพิ่งอายุยี่สิบกว่ายังไม่ถึงสามสิบแน่

ที่สำคัญ ทั้งคู่สนิทสนมกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ

มองจากมือที่จับกันแบบนั้น

 

ร่างของผมทรุดตัวนั่งลงข้างๆ คนที่ผมตั้งคำถามมากมายเงียบๆ ไม่ได้เริ่มพูดอะไร เราสองคนขอเวลามานั่งคุยกันเป็นการส่วนตัวจากทั้งพี่ชายคนนั้นและไอ้ต้น ดูสายตาเพื่อนผมคงจะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมากจากการละมามองผมด้วยแววตาเป็นห่วงจากข้างนอก ผมเงยหน้าไปมองเขาที่ยังนั่งนิ่ง พอกำลังจะกล่าวขึ้นเขาก็ว่าขึ้นมาก่อนว่า

“พ่อเป็นเกย์”

ผมชะงักเบิกตาตัวเอง หันมองเขาที่อายุสี่สิบแล้ว แต่ว่า เกย์มันห้ามอายุได้ที่ไหนเล่า แถมตอนนี้เขาก็ยังหล่อยังดูดีด้วย แต่เป็นรุกหรือรับเนี่ยสิ

ไม่เอาผมไม่คิด

“อะ คะคือ ว่า

พูดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มอะไรตรงไหนจริงๆ

“นั่นแหละที่ทำให้ปอเกลียดพ่อ เขารู้ว่าพ่อเป็นเกย์แล้วก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราหย่ากัน ทำให้เขาไม่ได้อยู่กับแม่เพราะพ่อเป็นคนเลือกให้เขาอยู่ในการดูแลของพ่อ”

ใจผมชา อย่างงี้นี่เองที่ทำให้มันไม่ยอมรับพ่อ แต่ปอมันก็เป็นเกย์นี่

ใจผมหาย นี่เหรอที่มันไม่ยอมรักใครที่คบกับมันสักคน ที่แท้มันก็ใช้เกย์เป็นเครื่องระบายอารมณ์จากพ่อของมัน ใจจริงมันอาจจะไม่ได้รักเกย์ไม่พิศวาสเกย์เลยก็ได้ แค่คบๆ ให้ได้ระบายอารมณ์

โคตรเจ็บเลยว่ะ

“งั้นเหรอครับ งั้น

“แต่พ่อก็หวังนะ ว่าภีมจะเปลี่ยนใจเขาได้”

ผมก้มหน้า ไม่ได้แล้วแหละ

“ผมเลิกกับเขาแล้วครับ ผมขอโทษที่ทำให้คุณพ่อผิดหวังจริงๆ”

เขายกยิ้มแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวเป็นการปลอบ ยิ้มเหมือนกำลังรู้อะไรสักอย่างและกล่าวกับผมด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นอย่างเคย “พ่อไม่เคยผิดหวังในตัวเราเลยน่ะ จากตอนนี้และวันนั้นข้างหน้า จะรอให้กลับมานะภีม กลับมาสร้างรอยยิ้มให้ลูกชายพ่อเหมือนเดิม”

ตอนนี้มันก้ยังยิ้มนี่!

ผมมุ่นคิ้วตัวเองก้มหน้ามองตัก มิน่าล่ะ ผมลืมคิดไปเสียสนิท่าทำไมพ่อของปอมันใจดีเกินไปขนาดนั้น ใจดีแม้กระทั่งยอมให้ลูกชายคบได้แม้กระทั่งกับเพศเดียวกัน

โง่จริงๆ เลยว่ะ

 

 

 มาอัพให้แล้วจ้า หลังจากที่ปล่อยให้รอนาน เป็นไงบ้างกับข่าวใหม่ที่เพิ่งได้รู้กัน 5555
ถ้าชอบก็คอมเม้นเป็นกำลังใจ คอยลุ้นว่าทั้งคู่จะคืนดีกันเมื่อไหร่ แต่บอกได้เร็วๆ นี้ อิอิ




 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #140 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 01:44
    เอิ่มมม...ขอเงิบ5วิ . . . . . เครพอใจหล่ะ ห๊าาาา!! นี้มันเรื่องไรกัน!!?! อ๋อ!มันเป็นแบบนี้นี่เอง อิ่ม(?) เอ๊ะ นี่ตูจะเอาไงกะชีวิตดี?
    #140
    0
  2. #78 นาโกะ เมจิ (@eimosetion0310) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 22:41
    พ่อเป็นเกย์? แล้วไงวะ ก็ฟินสิครัช ถถถถถ ภีมสู้ๆนะค้าาา เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์คะ จุ๊ปๆ5555*^*
    #78
    0
  3. #76 meena-may (@may-meena) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 06:23
    งงเลย 555สู้ๆนะคะแอด
    #76
    0
  4. #75 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 16:04
    ว้าว ผมนี่อึ้งไปเลยครัชแต่ก็เป็นกำลังใจให้นะคะ ไรต์สู้ๆ
    #75
    0