(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 16 : 1 MONTH--15(ทางเดินคนละทาง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    21 ธ.ค. 57

ตอนที่ 15

ครั้งสุดท้าย

ใช่ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ

จากนั้นปอก็ไม่ได้แตะต้องร่างกายของผมอีกเลย มันพาผมไปส่งที่บ้านและเจอกันที่โรงเรียนตามปกติ แม้จะเจ็บปวดตามร่างกายแค่ไหนก็พยายามไปเรียนให้ได้เพราะกลัวไม่ทันเพื่อน ผมคิดว่ามันจบแล้ว ทุกอย่างที่ผ่านมามันกำลังจะผ่านไปอย่างเงียบสงบ ถึงมันจะเหลืออีกหนึ่งวันผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

ก่อนจะครบเดือน ปอมันยังเดินขึ้นมาชวนผมลงไปกินข้าวด้วยกันราวกับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะร่างกายของผมมันคงจะน่าเบื่อจำเจสำหรับมันไปแล้วก็ได้ ถึงได้เลือกทำอะไรแบบนี้เพื่อรอการจบกัน

แววตาของมันตอนมองผมกินข้าวยังดูปกติ มีแต่ผมที่ไม่ปกติ ตั้งแต่ที่มีอะไรกัน ตั้งแต่ที่มันรุนแรงกับผม ผมรู้สึกกลัวมากจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าทำอะไรผิดใจมันสักนิด

“หิวเหรอ” มันว่าฝ่าความเงียบ ผมเงยมองมัน

“อือ”

มันยกยิ้มพลางว่า “นานๆ จะเห็นมึงเจริญอาหารแบบนี้ซักทีนะ”

“ก็มึงไม่ใช่เหรอที่ชอบบังคับให้กูกิน กูก็ต้องกินเยอะๆ สิ” ผมว่าพลางก้มหน้าลงมาจานข้าว มันละรอยยิ้มลง

“เออ ก็ดี” ว่าสั้นๆ แต่ก็ไม่วายว่าต่อมาอีก “จะมาเชื่อฟังตอนนี้มันก็สายไปแล้วแหละ คราวหลังพกพวกแซนวิชรึไม่ก็ขนมปังไว้กินช่วงบ่ายๆ ด้วยก็ดี จะได้อ้วนกว่านี้”

เลิกทำแบบนี้ เลิกทำกับกูแบบนี้เถอะ!

“อืม

ผมครางตอบ มันนิ่งมองผมว่าจะกล่าวอะไรต่อไหม แต่คงจะไม่อีกแล้ว ผมไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องหนึ่งเดือนที่ผ่านมาร่วมกับมัน มันเจ็บปวด

“เกลียดกูมากเลยใช่ไหม?” ผมชะงัก เมื่อจู่ๆ มันก็ว่าผ่านความเงียบ ผมละสายตาไปมองด้านอื่นไม่สบตากับมัน “บอกตรงๆ นะ กูเพิ่งคิดได้ว่าตอนที่มึงพูดจากวนตีนกูแบบเมื่อก่อนมันรู้สึกดีกว่าตอนนี้มากเลย กูไม่ชอบเลย มึงกลัวกูมากใช่ไหมภีม?”

ผมเงยมองหน้ามัน “เปล่า”

“แต่ก็ช่างมันเหอะ อีกหน่อยก็คงไม่ค่อยเจอกันแล้ว มึงมีอะไรที่อยากจะได้เป็นของขวัญไหม?”

“ไม่” ผมตอบ มันนิ่งมองผมไม่ละ

“เมื่อวานกูไปเที่ยวมา เห็นไอ้นี่ก็เลยนึกถึงมึง” ผมนิ่งมองมันทีว่างพลางยกตุ๊กตาตัวหนึ่งมาวางต่อหน้า ขนาดเท่ากำปั้นทว่าตัวมันผอม ขายาว แขนยาว เป็นกระต่ายในการ์ตูน ตาโต หูยาวยิ้มน่ารัก

ปอมันเคยบอกว่าฟันผมเหมือนกระต่าย ผมเบือนหน้าหนีไปไม่มองไม่อยากเห็น

“ไม่เอา”

“ทำไม”

“ก็บอกว่าไม่อยากได้” ผมว่าเสียงเบา มันเหมือนจะเริ่มมีอารมณ์ที่ถูกปฏิเสธทันทีที่เห็น ก่อนจะว่า

“เพราะมันไม่มีค่าใช่ไหม!?”

“อะไร” ผมว่าพลางจะลุกขึ้นยืน มันดึงมือผมไม่ให้ลุก

“มึงอยากได้เท่าไหร่ บอกกูมา!

“มึงเลิกหยาบคายกับกูสักทีเถอะปอ” ผมว่าเสียงดัง ลืมไปเสียสนิทว่าอยู่กลางโรงอาหาร เหล่านักเรียนโรงเรียนเดียวกันต่างหันมามองและซุบซิบกันยกใหญ่ ร่างของมันดึงข้อมือของผมไม่ให้ลุกขึ้นเดินหนีอีกครั้ง

“ปล่อย”

“ไม่”

“บอกให้ปล่อย จะไปก็ไปสิ ไม่ต้องเอาอะไรมาให้กู กูไม่ต้องการ!” ผมว่าเสียงดัง มันกระชากข้อมือผมเข้าไปใกล้

“มึงจะเอาไปแล้วก็ไปโยนทิ้งที่ไหนก็เรื่องของมึงนี่”

“แต่กูไม่อยากได้ อะไรที่เป็นของมึงกูไม่อยากได้เก็บไว้ซักอัน!

มันขบกรามแน่น เอื้อมมือมากระชากแขนผมแล้วยัดมันใส่มือ ผมเหวี่ยงมันลงบนโต๊ะแล้วจะเดินหนีทว่าถูกรั้งกลับ

“ไอ้ภีม มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ!

“พอกันทีปอ เลิกบังคับกู อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก!” ผมดึงข้อมือกลับก่อนจะเดินละออกมาเฉยๆท่ามกลางสายตาเหล่านักเรียนในโรงเรียนนั้นแหละ

ผมไม่อยากได้มาเป็นตัวแทนมัน มันเจ็บ!

แต่นั่นทำให้ผมรู้สึกผิดพลาด

เมื่อข่าวกลับตาลปัตรว่าผมเป็นฝ่ายขอเลิกกับปอก่อน ทำให้ชื่อของผมเป็นคนแรกที่ทิ้งคาสโนวาตัวพ่อแห่งโรงเรียนนี้ ซึ่งนั่นทำให้ปอมันโมโหมาก มันโทรหาผมครั้งแล้วครั้งเล่าทว่าผมก็พยายามจะหลบมัน แต่ยังไงก็ยังหนีไม่พ้นเพราะเรียนโรงเรียนที่เดียวกัน สุดท้ายก็ต้องเจอกันอยู่ดีไม่ว่าในกรณีไหน

ผมภาวนาว่าอย่าให้ถึงวันนั้น

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็ได้ข่าวว่ามันมีแฟนใหม่ พาควงไปไหนต่อไหน ผมหลบหน้าไอ้ต้น หลบหน้าพี่ธาม นอนร้องไห้อยู่บ้านทุกคืนโดยที่ไม่กลัวหมอนจะขึ้นรา ผมมองรูปที่อยู่ในโทรศัพท์ซ้ำๆ รูปตอนที่ผมบังคับให้มันกอดผมไว้แน่น มันยิ้มใจดีพร้อมกับใบหน้าของผมที่กำลังเอาแต่ใจ ผมอยากให้มันกลับมาแต่ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว

ผมอยากหายไปจากโรงเรียนนี้ ไม่อยากรับรู้อะไรกับมันอีกแล้ว

วันเวลาผ่านไป ผมถึงจะเจ็บแต่ควบคุมมันได้แล้ว แอบไปมองบอร์ดที่มีรูปตัวเองขึ้นโชว์หราอยู่ว่าเป็นคนทิ้งมัน แอบมองแฟนมันว่าคบไปกี่คนแล้ว

ข่าวว่ามันบอกเลิกแฟนที่คบๆ กันมาได้แค่อาทิตย์เดียวแล้วก็คบคนใหม่ พักหลังๆ มันไม่คบใครเป็นตัวเป็นตน ควงๆ ไปแบบไม่ซ้ำหน้า ผมโคตรเจ็บโคตรคิดถึงมันแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย

 

ผมพาร่างตัวเองเดินเอื่อยๆ ริมสนามฟุตบอลหน้าตึกเรียนหลังใหญ่ เดินสวนกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่มองมาอย่างสมเพชหลังจากเลิกกับปอ ผมมองลงพื้นและสาวเท้าตัวเองเงียบๆ กระทั่งได้ยินเสียงคนหัวเราะโหวกเหวกวิ่งมาจากชั้นสอง ร่างของใครไม่รู้วิ่งทะเล่อทะล่ามาชนผมจนก้นกระแทก เสียงกลุ่มเพื่อนหัวเราะกับความสะเพร่าของพวกรุ่นพี่ปวส. ดังมาจากขั้นบรรได

“เห้ยมึงเป็นอะไรรึเปล่าวะ?” มันว่า พยุงตัวผมลุกขึ้นยืนเพราะล้มไปตูดกระแทกพื้น ผมปัดฝุ่นออกจากตัวก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่ากลุ่มคนที่เดินลงมาเป็นกลุ่มของใคร

“ไอ้ภีมนี่หว่า” คนชนผมว่า ผมเงยมองหน้าเขาที่ตะโกนดังสุดเสียงแล้วละสายตาก้มลงมองพื้น “ปอ เมียเก่ามึง!

เลือดผมวิ่งเข้ามาสู่หน้า

“ภีม หายไปไหนมาไม่ค่อยเห็นหน้าเลย” ผมมองพี่ธามที่รีบเดินเข้ามาทัก อึกอักเมื่อเขาทุกคนทำตัวกับผมราวกับว่าผมยังไม่เลิกกับไอ้ปอ สายตาคมๆ ที่ผมจำได้มองผมนิ่งไม่ได้ว่าอะไรขณะที่พี่ธามเข้ามาคุยด้วย

“เจอหน้าคนทิ้งมึงแล้วว่ะปอ ทำไงดีวะ?” เพื่อนคนที่มักจะร่วมมือกับพี่พีว่าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“อย่าไปสนใจไอ้วีเลย ไปกินข้าวกับพวกพี่ไหม ผอมลงรึเปล่าเนี่ย?” พี่ธามว่าพลางก้มตัวลงมองผม

คงใช่ เพราะถึงบ้านเมื่อไหร่ผมก็เอาแต่นอนร้องไห้

“ไม่ครับภีมไม่หิว ไปนะครับ” ผมว่าเสียงเรียบ

“จะรีบไปไหนล่ะ แล้วนี่เพื่อนไปไหนหมดล่ะหืมไอ้ตัวเล็ก” เขาว่าใจดีอย่างเคย ผมยิ้มน้อยๆ

“ไม่รู้ครับ ไปนะ”

ผมว่าพลางก้มหน้าก้มตาเดิน ไม่สนคำที่พี่ธามร้องตามมาอย่างใจดี ผมกลัวตัวเองกลั้นน้ำตาไม่ได้ ทุกวันนี้นั่งกินข้าวพร้อมกับเพื่อนก็จริง แต่ผมกลับเข้าไม่ถึงในสิ่งที่พวกมันพูดเลยสักนิด แล้วจึงเลือกที่จะเดินหนีออกมาเงียบๆ ท่ามกล่างความสนุกสนานในการพูดของพวกมัน

คนๆ เดียวที่ทำให้ใจผมชื้นขึ้นมาคือกรีน มันมักมาหยุดนั่งเล่น หรือคุยกับผมเวลาว่าง ทุกๆ วันมันมักจะเดินมาหาเมื่อเห็นผมอยู่คนเดียว ชวนคุย ชวนเล่นไปต่างๆ นาๆ

 

เสียงเพื่อนคุยเล่นหยอกล้อกันดังมาข้างหู ผมเดินไปเรื่อยๆ ชะงักเท้าเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนไอ้ปอเดินหัวเราะหยอกล้อกันมา ร่างของผมรีบหลบเข้ามุมอาคาร ปล่อยให้มันเดินไปพร้อมกับใจที่หายวาบของตัวเอง

มันเดิน ยิ้ม พูดเล่นหัวเราะร่วนกับเพื่อนได้อย่างสบายใจ ผมคิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องลืมผมได้เพียงไม่กี่วัน ทันทีที่มีคนที่มันอยากนอนด้วยขึ้นมาทับภาพของผม มันก็ลืมได้แล้ว

ผมยกมือกอบกุมหัวใจที่เต้นแรงของตัวเอง จิกรั้งให้มันเลิกเจ็บปวด ยิ่งจิกมือไปเท่าไรนอกจากเป็นแผลแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะหลายครั้งที่บังเอิญเจอมันที่อยู่ด้วยความสุข ผมเจ็บปวดเสมอที่มันไม่ร้องไห้คร่ำครวญเหมือนผม

อยากให้มันเจ็บ อยากให้มันร้องไห้ โหยหาผมทุกคืนอย่างที่ผมเป็นอยู่

อยากให้มันน้ำตาไหลก่อนนอนที่นึกถึงผม แต่ไม่เลย ทุกๆ คืนมันมีแฟนใหม่ของมันนอนเคียงข้าง ไม่เหมือนผม อยากให้มันตื่นมาร้องไห้ ที่ไม่เห็นผม แต่ไม่เลย มีเพียงผมฝ่ายเดียวที่เจ็บจะเป็นจะตาย

น้ำตาผมไหลทุกครั้งที่นึกถึงมัน มันยากที่จะลืม นิ้วมือที่มันสัมผัสแก้ม ปากของมันที่พรมจูบไปทั่วหน้า อ้อมกอดของมันที่ปลอบโยน ทุกอย่างไม่เหลือเลย มันหายไปเพียงแค่คืนเดียว!

หรือผมจะทำเหมือนมันบ้าง ทำไม่แคร์ไม่รู้สึก ไม่เจ็บปวด ให้มันเห็นว่าผมเองก็อยู่ได้ถ้าไม่มีมันแล้ว มันจะได้หันมาเห็นผมบ้าง หันมาแคร์ผมบ้าง

ผมคิดบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย!

“ภีม มึงเป็นไรไหม?” เสียงใครสักคนรั้งให้ผมหลุดจากความเจ็บนี้ ผมพยายามเรียกสติตัวเองเงยหน้ามอง

“ต้น

“มึงโอเคไหมภีม?” มันว่าพลางจับบ่าสีหน้าตกใจ ผมส่ายหน้าตอบเหนื่อยใจ

“หน้าตากูดูเหมือนกูเคมากเลยสินะ”

“เหอะ ช่วงแรกๆ ก็งี้แหละ กูเองก็กินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน แต่เดี๋ยวนานๆ ไปก็ชินเอง” มันว่า หัวเราะเยาะตัวเองไปด้วยรอยยิ้มที่ผมดูออก เสียงมันขมขื่นขนาดไหน

“กูไม่ชินง่ายๆ หรอก” ผมว่าเสียงเบา

“กูขอโทษนะ กูเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้พี่พีฟังเอง”

“ช่างมันเหอะมันผ่านมาแล้ว ยังไงมันก็ต้องถึงวันนี้ปะวะ” ผมว่า ยังไงผมก็ต้องเลิกกับมันอยู่ดี

“ถ้ากูไม่ทำแบบนี้ มึงกับพี่ปอคงจบสวยกว่านี้”

“หึ มึงไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก กูผิดเองที่ไปหลอกมันแบบนั้น กูผิดเอง”

ใช่ ผมพยายามจบและไม่คิดต่อ ทั้งที่ใจก็โกรธปอที่มันทำแบบนั้น ข่มเหงผม บังคับผม เลือดผมไหลออกมาต่อหน้าต่อตามันมากมาย มันไม่สงสารผมสักนิด มองด้วยความสะใจอีกต่างหาก

“มึงกับพี่ธามเป็นไงบ้างล่ะ?” ผมหันไปว่ามันที่นั่งก้มหน้านิ่ง มันเองก็ยังเศร้าละมั้ง เรื่องถูกทิ้งใครมันจะเลิกเจ็บง่ายๆ ถูกสะกิดนิดๆ น้ำตาแม่งก็จะไหลแล้ว

“พี่ปอพยายามหาแฟนใหม่ให้มันอยู่”

“แล้วมึงก็ยอมน่ะเหรอ”

“เป็นมึง มึงหน้าด้านเข้าไปด่าว่ามันนอกใจปะละ เรื่องนี้กูผิดเต็มๆ มันคงจะเกลียดกูมาก” มันว่าเสียงไม่สบอารมณ์

“แล้วพี่พีล่ะ รายนั้นเขาจริงจังกับมึงนี่”

ตัวเลือกเยอะนะมึงน่ะ

มันหันมาว่าเสียงเบา “กูรักพี่ธามไม่ใช่มัน กูไม่ยุ่งกับมันแล้วถึงมันจะพยายามมาตื๊อกูก็เหอะ”

“ถ้าพี่ธามคบกับคนที่ไอ้ปอหามาจริงๆ มึงจะทำไง”

ผมว่าเสียงเบา มันหันมามองด้วยแววตาเศร้าสร้อยกว่าเดิม งุดหน้าลงมองพื้นเงียบๆ “ถ้าพี่ธามมันเลิกรักกูแล้วไปคบกับคนอื่นจริงๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้

ใจผมสลายเมื่อได้ยินเสียงสั่นๆ ของมัน อย่าทำหน้าแบบนั้นดิวะกูจะร้องตาม

มือผมยกไปกุมมันแน่น มึงกับกูอารม์เดียวกันเลย ทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้

ไม่รู้ผมไปสนิทกับไอ้ต้นมันได้ยังไง มันมักจะมาจับเจ่าอยู่กับผมเวลาที่ผมอยู่คนเดียวนอกจากกับไอ้กรีน มักมานั่งทำหน้าเหงาๆ เป็นพระเอกเอ็มวีกันสองคน มานั่งเหงาเป็นเพื่อนกันแบบนี้ทุกวันจนชิน ถึงจะนั่งด้วยกันแต่ไม่รู้สึกว่าอยู่ด้วยกัน ใจผมกับมันลอยไปไกลอย่างไม่มีวันกลับมาได้

เพราะรัก

ผมเลิกหลบหน้าไอ้ปอแล้ว เพราะทุกวันนี้ก็ไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน โรงเรียนตั้งกว้างใหญ่ เจอก็แค่เดินสวนกัน ไม่ได้คุย ไม่มองหน้า เดินผ่านราวกับไม่รู้จักกัน

ถึงเจ็บแต่ก็ทน เพื่อที่จะได้ชินอย่างที่ไอ้ต้นมันบอก

 

ผ่านมาหลายวัน

แม่งเอ๊ย!

ฝนตกซู่ซ่ามาท่ามกลางคนที่วิ่งหลบ ร่างของผมสาวเท้าตัวเองพลางยกกระเป๋าปิดหัววิ่งไปด้วย ไม่ทันได้มองทางต่อหน้า ชนกับใครก็ไม่รู้จนล้มลง กระเป๋าหล่นมากองกับพื้นพร้อมกับเจ้าของ โธ่เว้ย! ทำไมมันซวยแบบนี้ ผมกล่าวขอโทษคู่กรณีแล้ววิ่งเข้าไปยังป้ายรถเมล์ ตัวเปียกโชก พยายามเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดตัวที่เปื้อนช่วยเหลือตัวเองพลางหอบหายใจ

ทำไมผมมันน่าผมเพชจังวะ อยู่คนเดียวแบบนี้

ผมวางกระเป๋าแล้วยืนเช็ดเสื้อเปียกๆ ของตัวเอง หลบลมที่ซัดฝนสาดมาใส่จนรู้สึกหนาว พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งแล่นออกมา คันเดิมที่ผมนั่งกลับไปด้วยทุกวัน ตอนนี้ผมต้องกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมแล้ว ไม่ต้องเปป็นเจ้าชายที่ต้องมีของหรูๆ มาคอยรองรับเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ดวงตาผมก้มลงเช็ดร่างกายตัวเอง ไม่มองมันอีก ไม่มองให้เจ็บปวดอีก

พอแล้วภีม มึงพอได้แล้ว

 

ผมพาร่างตัวเองเดินลงไปยังโรงอาหารคนเดียว ตอนนี้ต่างไม่มีทังไอ้กรีนและไอ้ต้นมาอยู่ข้างๆ พวกมันเองก็คงจะมีเรื่องส่วนตัวของมันที่ต้องจัดการนั่นแหละ ผมเองก็เหมือนกัน ต้องมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง ถึงแม้มันจะเหงาก็เหอะ

เสียงคนเดินคุยกันยามพักเบรกที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ไม่ตรงกับชั้นเรียนอื่นเพราะจะได้ไม่แย่งกัน คนในโรงอาหารน้อย ต่างจากตอนพักเที่ยง นี่ก็บ่ายแล้วผมเพิ่งจะคิดที่จะลงมากินเพราะยังไงก็ต้องมีพักเบรกครึ่งชั่วโมงของทุกคาบเรียนอยู่แล้ว โรงเรียนเอกชนก็ดีอย่างงี้ แต่ไม่ดีคือเวลาเรียนนี่เรียนหนักทั้งนั้น ผมสะบัดไล่เรื่องเรียนออกจากหัว ปวดหัวจะแย่ พาตัวเองเดินมาสั่งข้าว เดินมากินเงียบๆ

อะ กินไม่ลงแฮะ

เสียงคนหัวเราะโหวกเหวกแบบนี้เป็นประจำเพราะเป็นโรงเรียนชายล้วน โรงเรียนสอนลิง โคตรดื้อโคตรมึนกันล่ะ ห้ามยากเสียด้วย ผมส่ายหน้าหนวกหูตัวเองพลางตักของกินมาอ้าปากจะกิน ดวงตาเงยขึ้นไปมองสบเห็นว่ามีคนกำลังจ้องมาอยู่ ใจผมหล่นหายลงพื้นเมื่อเห็นว่าใครกำลังสบตา

ปอ

ผมอ้าปากค้าง ก่อนจะหลบตางับช้อนที่ถือ ไม่คิดว่ามันจะมองเห็นผมด้วยซ้ำ ใบหน้าผมก้มลงมองจานข้าวตักกินเงียบๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แบบนี้ดีแล้วภีม มึงเริ่มจะเก่งขึ้นแล้ว

“ภีม กินข้าวเหรอ” คนๆ หนึ่งว่าเสียงใจดีและร่าเริงมาทักทาย ทิ้งตูดมานั่งยิ้มต่อหน้า

“อื้ม ว่าแต่พี่ธามก็มาเหรอ ช่วงนี้ปวส. เรียนนี่” ผมว่าพลางมองนาฬิกา ไม่สนใจกลุ่มเพื่อนพี่เขาที่เดินเลยไปดันหลัง ไปยังที่ที่พวกมันชอบนั่งกันคือโต๊ะติดร้านก้าวแกง พอให้ได้แซวคนที่เดินผ่านเล่นๆ

“ขี้เกียจเข้าอะ เลยโดดกันมา” คนตรงหน้าว่า

“จะจบแล้วยังจะมาขี้เกียจ เดี๋ยวได้แก้ มส จนขี้เกียจแก้”

“อย่าแช่งๆ พวกพี่น่ะถึงจะโดดบ่อยแต่ตามงานนะครับ เห็นแบบนี้พวกพี่สู้ตายนะแลกกับเกรดน่ะ”

ผมหลุดยิ้ม ก่อนจะละลงเมื่อเห็นพี่ธามยิ้มราวกับไม่มีไรเกิดขึ้น

“เป็นอะไรไป หืม?”

ผมเงยขึ้นมามองตาพี่เขานิ่ง ก่อนจะส่ายหัว “เปล่า

พี่ธามเองก็เคยรักไอ้ต้นมันมาก เขาเองก็ยังลืมมันมายิ้มและมีความสุขได้ง่ายๆ ต่างอะไรกับไอ้คนที่นั่งข้างหลังผมที่ไม่เคยรักผมเลย ผมแม่งโคตรหลอกตัวเองเลยว่ะ มโนมาตั้งนานสองนาน

หึ ผมยกยิ้มกับตัวเอง

“ภีม เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ?” คนตรงหน้าเอื้อมมือแตะ สีหน้าดูตกใจ “จริงด้วย ทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย กินข้าวแล้วไปกินยาซะนะ”

“ครับ” ผมพยักหน้ารับยิ้มๆ

“ดูแลตัวเองดีๆ นะไอ้ปอเป็นห่วง”

ใจผมวูบมองคนตรงหน้า เขาคงเห็นผมที่ละรอยยิ้มลง “ไม่ขำนะพี่ หึๆ”

“ใครว่าให้ขำกันล่ะ งั้นพี่ไปแล้วนะ หิวข้าว”

เขายกมือลูบหัวผมแรๆ ก่อนคนใจดีอย่างพี่ธามจะละเดินออกไปยังกลุ่มที่นั่งรออยู่ด้านหลัง เสียงดังหัวเราะโหวกเหวกกัน

ก่อนไปเขายิ้มด้วยความใจดีให้เหมือนเคย ยีหัวผมด้วยมือแสนอุ่นบอกให้ดูแลตัวเองซ้ำๆ ใจผมกระตุกวูบ ว่าทำไมถึงไม่สบายได้กันนะ คงเป็นเพราะวิ่งตากฝนไปรอรถเมล์เมื่อวาน

มือผมยกกุมหัวเมื่อรู้สึกปวดขึ้นมาเฉยๆ แล้วสะบัดมันออก คงต้องหายากินแล้วจริงๆ ละว่ะ เมื่อวานกลับไปก็เพลีย นอนทั้งๆ ที่ไม่ได้สระผม ผมละเลยการดูแลตัวเองจนโทรมไปจริงๆ คิดได้แล้วนั้นก็รีบตักข้าวกิน ยกน้ำดื่มแล้วลุกขึ้นยืน

อา แม่งตาลายขึ้นมาเฉยๆ

ผมกลืนน้ำลายฝืดคอ กระพริบตาตัวเองถี่ๆ ควบคุมสติ

ร่างผมโซเซพร้อมกันกับเสียงในหูที่ดังอื้ออึงมือพยายามยกกุมหัวไม่ให้ภาพมันหมุนเวียนชวนอ้วก เสียงของพวกรุ่นพี่ร้องมาและรับรู้ถึงมือใครสักคนวิ่งมารับตัว ในหูได้ยินใครสักคนร้องเรียกชื่อก้อกังวานข้างๆ หู ร่างกายถูกเขย่า ผมขมวดคิ้วกระพริบตาตัวเองถี่ให้ภาพมัวๆ ต่อหน้าชัดเจน แต่ยิ่งทำเท่าไรสติผมกลับเลือนรางและหายไปในที่สุด

อ่อนแอจังกู

 

เสียงคนคุยกัน

เสียงแอร์

ผมรู้สึกหนาวไปทั้งตัว ควานหาอะไรมาคลุมตัวไว้ก็ไม่เจอสักอย่าง รู้สึกตัวที่สั่นไหวสะท้าน ทันใดนั้นความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วตัวเมื่อมีใครนำผ้าห่มมาคลุมตัวให้

มือผมรับรู้ถึงสัมผัสที่อบอุ่น สัมผัสที่ผมโหยหาจากนิ้วมือใครสักคนที่สอดผสานกัน

ปอ พี่ปอ

มันไม่มีจริงอีกต่อไป

แรงบีบในมือผมรุนแรงจนผมรู้สึกถึงสัมผัส ผมพยายามลืมตาที่มันหนักอึ้งให้เห็นว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน ผมหันไปมอง เห็นต้นมมันนั่งกุมมือผมไว้นิ่งมองมายังใบหน้าของผมตอนนี้ ผมพริ้มตาพร้อมกับกระพริบตาให้น้ำตาอาบแก้มลงไป มันเย็นวาบจนถึงใบหู ในห้วงความคิดนึกถึงใครสักคน อาจเป็นมันที่กำลังนั่งกุมมือไว้แบบนี้ ผมหลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะเป็นเขา

เป็นพี่ปอ

มันหันมามองตาผม ส่งยิ้มให้ ผมยิ้มตอบแล้วมองรอบตัว นี่มันห้องพยาบาลไม่ผิดแน่ ผมคงจะเป็นลม

“อย่าลืมรักตัวเองสิภีม ดูแลตัวเองหน่อย” มันว่าเสียงเบา

ใช่ ผมทำอะไรอยู่วะ เมื่อวานผมควรกินยา ดูแลตัวเอง ไม่ควรเหม่อลอยแบบนั้น

“ถ้ามันเจ็บนักก็ระบายมันออกมาบ้าง มึงดูตัวมึงตอนนี้สิ ไม่เหมือนภีมคนเดิมเลย”

“ใครพากูมาวะต้น”

ผมว่าสวนมันเมื่อนึกขึ้นได้ ก็ตอนนั้นผมอยู่ในโรงอาหาร ข้างๆ ผมเป็นกลุ่มของไอ้ปอ ผมลุกขึ้นจากโต๊ะจะเดินออกมาแต่ว่าเป็นลมก่อน ผมรู้สึกว่ามีใครมารับ เรียกชื่อผม แต่สติตอนนั้นแยกไม่ออกว่าใครที่พาผมมาห้องพยาบาล

“กูก็ไม่รู้ มีคนบอกกูมาอีกทีว่ามึงนอนอยู่ห้องพยาบาลกูก็เลยมา พอดีเห็นมึงกำลังนอนร้องไห้ กูก็เลยจับมือมึงไว้ให้มึงอุ่นใจเนี่ย” มันว่า ผมคลายมือตัวเองออกมาเช็ดน้ำตาตัวเอง

ถึงขั้นเก็บไปนอนร้องไห้

“ใครวะ พี่ธามละมั้ง คนดีที่สุดแล้ว” ผมว่าเสียงเบาพร้อมกับไอ้ต้นที่ยกยิ้ม นี่มันคิดว่าผมชมมันอยู่เหรอ ผมชมแฟนเก่ามันต่างหากเว่ย

“พี่ธามละมั้ง เขาใจดีจะตาย” มันว่า ผมพยักหน้าเออออ

“ก็เพราะตอนกูอยู่ พวกมันก็อยู่แถวนั้น ใกล้ๆ กันเลย”

“เก่งนี่

อืม โคตรเก่ง

ผมยกยิ้มกับตัวเองและมองไปยังไอ้ต้นที่หลุดยิ้มเมื่อผมเบ้ปากใส่มันตอนที่ชม เรานิ่งเงียบไปเรื่อยๆ กระทั่งได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาเปิดประตู เราสองคนหันไปมองตามเสียงนั้นทันที

ใจผมที่อยู่ดีกระตุกวูบ เต้นระรัวราวกับกลองชุดถูกกระหน่ำซัดมาเมื่อพบเห็นร่างคนเปิดเดินเข้ามา ดวงตาคมๆ นั้นมองมายังผมนิ่งพร้อมกับแววตาสงสัยของผมกับไอ้ต้นว่ามันหมายความว่ายังไง ไอ้ปอมันมาทำไม ต้องการอะไร

แววตามันมองมายังร่างกายของผม เคลื่อนมามองตา ผมละตาที่มองหน้ามันไปยังด้านอื่นทันทีด้วยกลัวว่าจะถูกจับได้จากแววตาว่าผมยังรักมันหมดหัวใจ

ทั้งที่ใจเต้นเป็นระส่ำว่ามันมาทำไม

“มาทำไม?” เสียงไอ้ต้นมันว่า เอื้อมมากำมือผมแน่น มันเดินเข้ามาหยุดข้างเตียงก้มมองผมนิ่ง

“เป็นไงมั่ง?”

ผมพูดไม่ออก เมื่อดวงตานั้นงุดลงมามอง ก็ได้

ในเมื่อมึงต้องการแบบนี้กูก็จะจัดให้ มึงอยากให้กูกลับไปเป็นเหมือนเดิม พูดคุยกับมึงเหมือนเดิม ไม่รู้สึกเจ็บไม่รู้สึกรู้สาเหมือนเดิม กูก็จะทำให้

ผมมองหน้ามันนิ่ง รับรู้ไว้เลย กูจะไม่รู้สึกเจ็บปวดต่อหน้ามึงอีกแล้วปอ

“ก็ดี” ผมกล่าวตอบ

“ผอมลงไปนะ บอกแล้วไงว่าห้ามอดข้าวเย็น”

“หึ กูกินทุกวัน” กินน้ำตา “แต่ไม่ใช่เพราะมึงหรอกนะ กูกินเพราะตัวกูเอง”

มันก้มมองตาผมนิ่ง ทรุดตัวลงมานั่งข้างเตียง มองร่างกายผม ไม่ชอบเลยที่มันใช่แววตาแบบนี้ ทำเหมือนกำลังรู้สึกผิด ถึงจะไม่ชอบและผมเจ็บขนาดไหน แต่อยากให้มันลองรู้สึกซะบ้าง

“ให้กูแวะมารับมึงกลับบ้านไหม ช่วงนี้ฝนมันตก”

มันเห็นผมเมื่อวานสินะ “หึไม่เอาล่ะ รบกวนเวลามึง อีกอย่างกูก็เกรงใจมึงไง เวลามึงมันมีค่า”

“ภีม มึงเลิกประชดกูนะ”

“กูเปล่า กูจะประชดมึงทำไมวะ” ผมมุ่นคิ้วตัวเองว่า “แล้วมึงก็ต้องมาก็สมเพชกูด้วย กูอยู่ของกูเองได้ตั้งนานแล้วไม่ต้องมาเสือก เพื่อนกูก็มี”

“ใช่ อยู่ของตัวเองไปนั่นแหละดี ต่างคนต่างอยู่ไปสิ”

ต้นมันว่าเออออพร้อมทั้งจ้องตามันนิ่งงัน ปอมันละไปมองหน้าไอ้ต้นแล้วหันมาว่า “กูไม่ได้สมเพช แค่เป็นห่วง”

เหอะ ผมอยากหัวเราะ

“กูไม่ต้องการหรอกปอ กูอยู่ของกูได้ เมื่อวานกูตากฝนแล้วไม่ได้กินยาดักก็เลยไขขึ้น กูไม่ได้สำออยขนาดนั้นหรอก”

“เดี๋ยวกูกับไอ้กรีนไปนอนที่บ้านมึงนะคืนนี้” ต้นมันว่า เป็นครั้งแรกที่มันเอ่ยปากขอ

“แต่ว่า

“เอาน่ากูเป็นห่วงมึง เดี๋ยวกูดูแลมึงเอง มึงไม่มีใครแต่ก็มีกูกับไอ้กรีนอยู่”

ผมรู้หรอกว่าต้นแม่งประชดไอ้ปอ และปอมันเองก็ตอบสนองไอ้ต้นเสียด้วย มันขมวดคิ้วตัวเองแน่นและลุกขึ้นยืน

“โอเค ไม่เป็นไรก็โอเค”

“งั้นขอบใจนะ” ผมว่าเสียงเบา ยกยิ้มนิดๆ ให้มัน

มันกลับไม่ยิ้มตอบ ยิ่งขมวดคิ้วตัวเองแน่น

ใช่ กูต้างการให้มึงไม่พอใจปอ ให้มึงรู้สึกไม่ดีบ้างที่กูยังยิ้มได้

ผมนิ่งมองตามมันที่เดินละออกไป พร้อมเสียงถอนหายใจของไอ้ต้น

“เลิกกันแล้ว ทำไมมันไม่ยอมจบวะ”

ผมกลั้นน้ำตาให้ตัวเองเข้มแข็ง

ไม่เป็นไร แบบนี้แหละดี มาลองดูสิใครจะทรหดกว่ากัน

กูน่ะชินแล้ว

มึงน่ะจะรับได้ไหมปอ มาลองกันสักตั้งสิ

 

 

 

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจเค้าน้า^^

 

เศร้าเลย แต่ตอนหน้าพาร์ทพี่ปอ อย่าลืมติดตามน้า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #138 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 00:40
    ใช่ภีมทำเรย ทำมันเรย นายทำได้แน่ ทำให้ปอมันรุซึ้งว่ามันพลาดที่ทำกะนายแบบนั้น5555 สะใจจิง อ่า..อ่าาาาา เชื่อไรต์กะได้ว่าต้นน่ารัก ขอโทดต้นน๊าที่เคยว่า ไม่เชื่อเพิ่ลที่มันบอก โทดน้าไม่โกดกันนะ^^
    #138
    0
  2. #70 Soda Sirikorn (@sodasirikorn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 16:21
    ฮึกๆๆ T^T มาม่าจนอิ่มน้ำตากันเลยทีเดียว มาเร็วๆเน้ออ. อยากจะให้อิพี่ปอเจ็บบ้างไรบ้างหมั่นไส้
    #70
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #68 meena-may (@may-meena) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 19:50
    ฮึกภีมน่าสงสารอ่ะโฮฮฮ
    #68
    0
  5. #67 Eyechanhaha (@hahacute123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 18:11
    รอค่าาาา TAT คืนดีกันสักทีเถอเเ แงง
    #67
    0
  6. #66 XI.PX (@popzakanokwan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 13:44
    มาต่อเร็วๆนะ จะขาดใจอ่ะ
    #66
    0
  7. #65 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 21:36
    ดราม่าเลยตอนนี้ สงสารภีมอ่ะ อ่านแล้วน่ำตาไหลตามเบย T-T รออ่านนะคะ ไรต์สู้ๆน้าา
    #65
    0