(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 13 : 1 MONTH --12(ตัดสินใจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 ธ.ค. 57

ตอนที่ 12

เสียงนักพากย์ภาษาอังกฤษประกอบกับเสียงเครื่องรถที่ถูกบิดดังแข่งกันเรียกให้ผมหงุดหงิด มือผมยกผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหัวที่เปียกหลังจากอาบน้ำและโกรธที่มันทิ้งมะเขกขอบคุณผมเมื่อกี้ มองออกไปเห็นมันนอนบนโซฟาดูรายการแข่งรถมอเตอร์ไซต์ ผมเห็นหน้ามันดูสนอกสนใจจนไม่ได้ยินเสียงผมเปิดประตูออกมาอย่างนี้

มันสนใจมากจนผมอดที่จะยิ้มไปกับมันไม่ได้ว่าจะละทิ้งสิ่งที่ตัวเองรักไปได้นานเท่าไร ผมเดินอ้อมไปเกาะโซฟามองมันที่มองไปยังรถที่บิดเต็มความเร็ว สองคันเบียดกันสูสีกันไปมาพร้อมกับเสียงพากย์สุดมันของนักพากย์ที่ชวนลุ้น

“โค้งสุดท้ายไม่เนียนมึงแพ้แล้วไอ้สัส กูอุตส่าห์เชียร์มาตกม้าตายซะงั้น” มันบ่นพลางยกมือกดรีโมทปิดทีวีก่อนจะเงยมามองผมที่ยืนยิ้มมองมันอยู่ก่อนแล้ว

“อะไรมึง?” มันว่า ผมยักไหล่

“เปล่า ดูเหมือนมึงจะชอบรถนะว่ามะ?” ผมว่าพลางมองหน้ามัน

“กูไม่ได้ชอบ ดูฆ่าเวลารอมึงน่ะแหละ”

รอกู ผมเลิกคิ้วมองมันแสดงถึงความสงสัยในเรื่องที่มันว่า “จะมารอกูทำไม?”

“มาต่อเรื่องเมื่อคืนให้จบ”

เรื่องเมื่อคืน

อ๋อ

เรื่องที่กูกับมึงช่วยกันเล่นว่าวน่ะเหรอ ผมพยักหน้ารับเข้าใจในสิ่งที่มันสื่อก่อนจะชะงักหันไปมองหน้ามันอีกทีด้วยความงงว่ามึงรู้ได้ไง มันมองมายังผมพร้อมกับขมวดคิ้วตัวเองแทบจะรวมเป็นเส้นเดียวกัน

อะ เอ่อ ทำไงดีวะ เชี่ยแม่งเดาใจไม่ออกจริงๆ

“มึง มึงเอาอะไรมาพูด กูไม่รู้เรื่อง!” ใช่ กูไม่รู้เรื่องมาก ดูจากเหงื่อที่ซึมออกมาจากหน้ากูสิ กูใสสุดๆ คือไม่เห็นจะรู้เรื่องซักนิด!

“แต่หลักฐานกูเต็มคอมึงเลยนะภีม”

หา หลักฐาน?

ผมยกมือกุมคอตัวเอง ชิบหายล่ะ! คอเสื้อชุดนอนแม่งกว้าง

“อะ ยะยุงกัด”

“ยุงที่ไหน ยุงชื่อไอ้ปอใช่ไหม! กูนี่แหละกัด มึงคิดว่าจะหลอกกูได้เหรอภีม กูนึกออกแล้ว จำได้แล้วทุกอย่าง ทุกตอน ทุกสำเนียงตอนที่มึงครางเลยแหละ”

เชี่ยปอ!

ผมอ้าปากค้างมองมันที่ว่า ยกมือกุมหน้าด้วยตัวเองความอับอายประกอบกับมือมันเอื้อมมาดึงผมหน้าทิ่มลงมาหามัน นี่มึงไม่กลัวคอกูหักเลยใช่ไหมปอ นี่มันพนักพิงโซฟาสูงถึงเอวกูเลยนะเว่ยไอ้นี่ ผมผลักมันออกทั้งขยับตัวนั่งบนโซฟาดีๆ ก้มหน้า อายชิบ!

“ทำไมมึงยอมตอนกูเมาวะภีม ตอนกูขอมึงดีๆ ทำไมมึงไม่ยอม?” มันว่าเสียงเบา ผมรู้สึกถึงลมที่รดใบหู ผมไม่รู้จะตอบมันว่ายังไงดี

“ตอบกูมาซิภีม กูถามมึงดีๆ ไม่ได้หาเรื่องนะ”

เสียงมันไม่ได้โมโหโวยวาย พูดแบบคนใจเย็นแต่เหงื่อผมซึมเต็มตัวเลย “กูไม่ได้ตั้งใจจะยอมซักหน่อย”

“บอกมาว่าทำไม ตอบให้ตรงคำถาม”

ไอ้ปอ จะให้กูตอบยังไงวะ คิ้วผมคงขมวดแน่นกันแน่ มันถอนใจแล้วละไปมองด้านอื่นเมื่อได้เห็นสีหน้าของผมตอนนี้ ผมลอบกลืนน้ำลาย เพิ่งอาบน้ำเสร็จทำไมมันรู้สึกหงุดหงิดจังวะ

หน้ามันตอนนี้โคตรจะเสียเซลฟ์สุดๆ กับสิ่งที่ผมทำลงไป

แล้วเป็นไง กูแคร์มึง เห็นมึงเป็นแบบนี้ก็ใจไม่ดีไงล่ะ!

กูรักมึง กูสงสารมึง แต่กูอยากให้มึงเห็นค่าในตัวกูกว่านี้ไม่ใช่ตัวระบายความใคร่เหมือนตอนทำกับไอ้ต้น ผมอยากกอดมัน อยากโอ๋มันตอนนี้เหลือเกิน โคตรจะสับสนเลย ไม่เป็นผมไม่มีใครรู้หรอกว่ามันเจ็บขนาดไหนที่ต้องต่อสู้กับใจตัวเอง มันเหนื่อย

นี่คงเป็นสาเหตุที่มันทำหน้าหงิกๆ แบบนี้สินะ

มือเรียวยาวของผมเอื้อมไปแตะบนหัวของมันพร้อมกับมันที่มองมาผมด้วยแววตาฉงน ผมชะงักมือตัวเองเมื่อสายตามันมีแต่เครื่องหมายคำถามมองมา ยอมรับเลยว่าตัวผมอ่อนใจกับมันมากเพราะความรัก

 แต่พอเจอเรื่องที่มันก่อไว้หลายอย่างก็ต้องทำใจให้แข็งไว้ ผมรู้ดีว่ามันแปลกที่ผมไม่โกรธมันเรื่องไอ้ต้น นั่นเป็นเพราะผมยังคบกับมันได้ไม่กี่วันและตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้รักมัน ยังไม่รู้ใจตัวเอง อีกอย่างตอนนั้นปอมันไม่ได้เป็นคนแบบนี้ ไม่ได้เชื่อฟังผมแบบนี้ มันหัวรั้นและขี้โมโหต่างจากตอนนี้จะตาย

หรือมันกำลังจะเปลี่ยน

ผมไม่อาจโกรธมันได้ สิ่งที่ทำได้คือรู้สึกผิดแทนปอต่อไอ้ต้น ทำได้แค่หึงเท่านั้นเพราะตัวผมเองก็ไม่มีสิทธิ์ถึงขนาดขนาดจะครอบครองมันไว้ตลอดไป ลืมไปแล้วหรือไงว่าผมน่ะยื่นข้อเสนอให้มันว่ายังไง จะยอมคบกับมัน ยอมนอนกับมันภายในหนึ่งเดือน

สิทธิ์ของผมในตัวมันไม่มีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมต้องยอมรับในข้อนี้

แต่ก่อนที่จะเสียตัวให้มัน ผมต้องทำทุกอย่างที่จะต้องเอาชนะใจมันให้ได้ กูต้องเปลี่ยนมึงให้ได้ก่อนปอ เพื่อที่สิทธิ์ของกูในตัวมึงจะเพิ่มขึ้น และเป็นเจ้าของมึงจริงๆ

และถ้ากูได้เป็นเจ้าของมึงแล้ว ถ้ามึงยังทำนิสัยแบบเดิมกับกูอีก

นั่นแหละจะถึงเวลาของกู มึงได้จะรับรู้รสชาติความเจ็บปวดว่าเป็นไง

มันทิ้งหัวลงนอนบนตักผมไม่บอกไม่กล่าว ไม่พูดอะไรต่อ มือขยับมากุมประสานกับนิ้วของผมหลวมๆ พร้อมทั้งแหงนมามอง

“มึงเข้าใจทั้งหมดแล้ว เลิกหึงกูกับไอ้ต้นรึยัง?”

ผมก้มลงมองมัน ขมวดคิ้วอารมณ์เสียกับความคิดมันด้วย มันรู้ทันผมไปหมดทุกอย่าง “กูไม่เคยหึง”

“กูไม่เชื่อมึงหรอกภีม วันนั้นมาซัดกูใหญ่” มันว่า มือดึงมือที่ประสานกับผมจะจูบ ผมชักมือตัวเองกลับมาทันทีไม่ให้มันแม่งฉวยโอกาส

“กูแค่โมโหกับความเอาไม่เลือกของมึง เข้าใจไหมว่ากูขยะแขยงหาไอ้ปอ”

ดึงเรื่องไอ้ต้นมาให้กูคิดมากอีกละ

“ขยะแขยงแล้วเมื่อคืนมึงยอมกูทำไม”

“ก็แค่ใช้มือแหละน่า” ผมว่า ความร้อนแล่นเข้าใบหน้ามาเฉยๆ

“มึงบอกมาเหอะว่ามึงก็อยากแต่ทำเป็นเล่นตัว”

“มึงเลิกทำนิสัยหยาบคายกับกูให้ได้ก่อนสิ” ผมตอบพลางกำเส้นผมมันแน่น มันหยีหน้าร้อง

“กูเจ็บ!

แต่มันไม่ทำผมคืน ไม่สู้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันคงไม่ยอมผมแบบนี้ ผมคลายมือออกผ่อนปรนอารมณ์ตัวเองบอกมันไปด้วย “ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลย”

“ไม่”

เมื่อตอบมาแบบนี้ ผมออกกำลังผลักหัวผลักไหล่ให้มันลุกออกจากตัก ร่างของมันลุกขึ้นนั่งแล้วหันมารั้งเอวผมเข้าหา โอย ไอ้นี่มันมือปลาหมึกรึไงวะ ผมเบี่ยงตัวหลบมือมันยกตัวขึ้นไปนั่งบนตัก ท่าล่อแหลมนี่อีกแล้ว เพียงแต่มันไม่ได้ทำต่อหน้าเพื่อนและไม่ได้กำลังเมา ตอนนี้เวลานี้อยู่กันสองต่อสอง ผมมุ่นคิ้วก้มลงมองหน้ามันอย่างขัดใจ และมันรับรู้ แทนที่จะคลายแขนที่กอดเอวแน่นแม่งกระชับเข้าหามากขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกอึดอัด

ถ้าสิงร่างกูได้คงสิงละ

“อยู่เฉยๆ”

ใครเชื่อก็บ้าละไอ้นี่

หน้าก็หื่น ร่างผมรู้สึกถึงขนที่ลุกไปทั่วเมื่อมันงับมายังยอดหน้าอกผ่านเสื้อนอนของผม ดวงตามองตามร่องรอยที่มันทำเองเมื่อคืนด้วยความภาคภูมิใจตัวเองนัก เคลื่อนใบหน้าก้มมาฝังปากจูบประทับบนรอยนั้นดังจุ๊บๆ อยู่หลายจุ๊บ

สยิวแฮะ ผมวางมือบนบ่ามันพลางเคลื่อนไปกุมที่คอของมัน ผมมันตกมาระต้นคอ เส้นตรง สวยว่ะ

แล้วนี่กูมาหลงใหลอะไรกับผมมันวะ สนใจไอ้ปอนี่ มันจะกินมึงไปทั้งตัวแล้วไอ้ภีม ไอ้โง่ อยู่ใกล้มันแล้วแม่งติดเชื้อหื่นมา วันนี้ทั้งวันแม่งภาพไอ้ปอนั่งเสียวช่วยตัวเองลอยมาในหัวแทบไม่เป็นอันเรียน นี่กูคงจะเข้าขั้นโคม่าแล้วแน่ๆ กูจะไปหาทางเลิกนิสัยนี่อยู่ไหนดีวะ

ถ้ำกระบอกนี่จะรับกูไหม

เดี๋ยวๆ เข้าเรื่องแปป

“ปอ” ผมเคลื่อนมือไปเขย่าไหล่มัน

“อืม

“ถ้ากูบอกว่าอย่านี่จะโกรธไหม”

มันละปากออกจากลำคอของผมมามองตา มุ่นคิ้วตัวเองพร้อมกับตอบว่า “กูฟังมาตลอดแล้วภีม”

“มึงสัญญากับกูแล้วตอนอยู่ที่เกาะว่าจะไม่บังคับกูจำได้ไหม เมื่อคืนมึงพูดเข้าใจง่ายๆ ไม่ได้คอยบังคับแล้วก็ไม่สนคำขอร้องกูแบบนี้”

มันเงยหน้ามามองผมพร้อมกับยกมือกุมหน้าตัวเอง ตัวมันสั่นเหมือนโกรธมากแต่ไม่ว่าอะไรเลยนอกจากทิ้งหัวลงแหมะบนหน้าอกผมราวกับอ่อนแรง คงได้ยินเสียงหัวใจผมเต้นระรัว ผมกลัวมันไม่ฟังคำขอหรือสิ่งที่ผมบอก

แต่มันก็ยอมหยุด เชื่อฟังผม

ผมยกมือกอดมันไว้ทั้งตัวราวกำลังปลอบใจเด็กน้อยที่กำลังตกอยู่ในฝันร้าย ใบหน้าเรียวยาวของมันซุกอยู่ในอกรับนิ้วมือเรียวๆ ของผมที่ลุบหัวมันเบาๆ ชีวิตมึงขาดอะไรไปปอถึงทำให้มึงต้องการความรักขนาดนี้

กูไม่เข้าใจมึงเลย

 

“เป็นอะไรวะ ทำไมหน้าหงิกอีกแล้ว”

ผมชะงักพลางหันหลังไปมองตามเสียง ไอ้กรีนเดินมาทรุดตัวนั่งบนโต๊ะข้างๆ ก็เพราะไอ้ปอนั่นแหละ ก็เมื่อคืนมันอะแทนที่จะโกรธ จะโมโหจะโวยวายอะไรสักอย่างกับผมที่ไม่ยอมมัน มันกลับอาการแปลกๆ และเชื่อฟังผมง่ายๆ ผิดสันดานของมันที่อยากเอาชนะผมนัก แล้วก็ผมก็ต้องมานั่งคิดมากแบบนี้ไงเล่า!

“เปล่าหรอกกรีน แล้วนายไปไหนมาอะ” ผมว่า

“ไปเข้าชมรมมา นี่อย่าบอกนะว่านายโดด?” มันชี้หน้า ผมยิ้มพยักหน้ารับ

“ก็มันน่าเบื่อนี่หว่า”

“เอ้อ เราเห็นแฟนภีมแขนหัก ไปโดนอะไรมา?” ทำไมชั่วโมงนี้มีแต่ชื่อไอ้ปอเต็มหัวผมไปหมดนะ

“รถมอเตอร์ไชต์ล้มน่ะ”

“อ๋อ” มันพยักหน้ารับก่อนจะหันมายิ้มๆ ว่า “ภีมสนิทกับเขามากไหม ตอนที่เจอกันครั้งแรกเห็นทะเลาะแล้วก็เข้ากันแทบจะไม่ได้นะ”

“อ๋อ สบายมากกรีนไม่ต้องห่วง ปอมันเอาเข้าจริงเก่งแต่ปากอะ ที่สำคัญของมันเท่านี่” ว่าแล้วผมก็ยกนิ้วก้อยให้นินทาไอ้ปอไปด้วย รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าไอ้กรีนทันที

“ภีมยอมเขาเหรอ?” มันว่าฝ่าเสียงเราะเอาซะผมอ้าปากค้างกับคำถาม จะตรงไปตรงมาไปไหนวะ

“เอ่อ คือ” จะตอบยังไงดีวะ ไอ้ผมก็ยิ้มแห้งๆ “ใครบอกว่าเรายอมมัน นี่กรีนยังไม่รู้ใช่ไหมว่าตัวมันควายๆ หน้าแมนๆ แบบนั้นที่จริงมันน่ะรับนะจะบอกให้ ลับหลังคนอื่นนี่อื้อหืมสาวแตกมาก ทีแรกเราก็ยังรับไม่ได้หรอกเพราะหน้ามัน

“ภีม!

ชะอุ่ย!

นินทาซะเพลิน ลืมไปว่ากูนั่งรอมันอยู่นี่หว่า ผมหันไปยิ้มไม่รู้เรื่องให้คนที่ตัวเองกล่าวถึงซึ่งสวมชุดช็อปอันโสโครกเปื้อนน้ำมันเครื่องเดินออกมาจากห้องช็อป แขนเป็นแบบนี้ยังจะมาเรื่องมากให้ผมพามาอีก จะไปช่วยเขาลุยงานอะไรได้วะ

แล้วแม่ง ได้ยินกูนินทาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้

มันเดินออกมาหน้านี่เหี้ยมอย่างกับโจรพร้อมเอาสันหนังสือทิ้งลงบนหัว ย้ำว่าสันหนังสือนะครับไม่ใช่ธรรมดา มันแข็งนะเว้ย! ผมหยีหน้ารับพร้อมกับยกมือลูบป้อยๆ ด้วยความเจ็บ

“สัสปอ!” ว่าแล้วเงยส่งค้อนไปให้มัน

“นินทาอะไรกูได้ยิน มึงอย่าๆ” มันว่าพลางชี้หน้า ผมกลืนน้ำลายตัวเองก้มหน้าลูบหัวโนๆ ไปพร้อมรอยยิ้มไอ้กรีนไปด้วย เออว่ะสองคนนี้มันไม่รู้จักกัน

“เพื่อนกู ชื่อกรีน” ผมชี้ไปทางไอ้กรีน ไอ้กรีนมันเงยไปมองก่อนจะยิ้มยกมือไหว้ อยากบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไรกับไอ้นี่มากหรอก เดี๋ยวสักพักตบหัวกันเล่นกระจาย เห็นไหมผมยังไม่นับถือมันเลย แต่ถ้าไม่ทำตามก็ดีนะ

“กูผัวมัน ไม่ต้องเรียกชื่อก็ได้ เรียกว่าผัวไอ้ภีมก็จบละ”

หืม มึงจะเกทับอะไรหัดเห็นใจกูบ้าง ผมเหล่ตาแสดงถึงความไม่พอใจให้มันเห็น มันรู้สึกสำนึกผิดเป็นอย่างมากที่ทำกับผมแบบนี้ จึงแสดงความรับผิดชอบด้วยการกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดในตัวเองว่า “ผัวรักผัวหลงมันเลยล่ะ”

ผมสูดลมหายใจไล่ความอายตัวเองออกก่อนที่จะไม่เหลือยางอาย ผมว่าผมควรจะกลับบ้านพร้อมกับมันดีกว่าก่อนที่จะขายขี้หน้าไปกว่านี้ คิดได้แล้วนั้น ไอ้ผมก็ลุกขึ้นยืนหันไปลาไอ้กรีนทันที

“ไปก่อนนะ ไปเอาตะกร้อมาครอบปากมันก่อน”

“ไอ้ภีม!” ไอ้ปอมันว่าแทรกพร้อมกับผมที่หลุดหัวเราะ กรีนทันพยักหน้ารับพร้อมกับโบกมือลาไปด้วย

“ไว้เจอกัน”

“เออ ไว้เจอกัน” ผมว่าพลางเดินนำ ไม่รอไอ้ปอที่สาวเท้าตามมายังรถของโรงแรมที่ยังจอดรออยู่ หน้าไอ้ปอมันหงิกบ่งบอกอารมณ์ที่เสีย เสียงโทรศัพท์ของมันดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่โทรมา ทำไมมันยิ้มเหมือนไม่เคยยิ้มมาก่อนแบบนี้

“แม่

แม่เหรอ ผมมาอยู่กับมันนานเท่าไหนแล้วนะแต่เห็นแค่พ่อของมันโทร.มา ไม่เคยเห็นมันได้คุยกับแม่เลยสักครั้ง

“กำลังจะกลับครับ ทำไมแม่ถึงโทรมาได้ล่ะ?” ปอมันยิ้มตลอดเวลาที่คุยกับแม่ มันละสายตามามองผมก่อนจะชี้ให้ขึ้นรถ ผมเปิดประตูเข้าไปนั่งเงียบฟังที่มันคุย อย่าหาว่าเสือกนะ ก็เสือกจริงๆ นั่นแหละ

“อ่า ผมเห็นแล้ว มันแพ้ใช่ไหม?”

มันว่า อะไรแพ้ๆ

“มันอ่อนซ้อมรึไง มัวแต่มั่วผู้หญิงไม่ยอมซ้อมล่ะสิ” ปอมันหลุดยิ้ม “อะ ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้แขนหักอยู่”

มันว่า ทำไมตอนอยู่กับแม่เป็นเด็กดีจัง อยู่กับกูแม่งใช้แต่อำนาจบาทใหญ่

“รถล้มเปล่าไม่ได้ล้มในสนามแข่ง ผมไม่ได้แข่งนานแล้ว” ปอมันละรอยยิ้ม “บอกไอ้เปรมด้วยนะว่ามันอ่อนมาก แข่งสนามใหญ่ทั้งทีได้แค่รองแชมป์”

“พ่อเหรอ” มันลากเสียงแล้วละรอยยิ้มลง “ก็เหมือนเดิม คงสบายดีมั้ง”

มันละหันมามองผมแล้วโน้มหน้ามาจูบแก้มแบบกะทันหัน ผมหันขวับไปผลักหน้ามันแล้วต่อว่าด้วยความหงุดหงิดที่แม่งไม่อายคนขับรถ “ไอ้ปอ ไอ้นี่!

ผมทำท่าจะตีมันปรามไปด้วย ลามปามนักไอ้นี่ แต่มันหลุดยิ้ม “อ้อ เสียงลูกแมวติดสัดน่ะ”

หืม มึงเห็นกูเป็นแบบนั้นเหรอ ผมหยิกแขนมันด้วยความหมั่นไส้ มันสะดุ้งหันหน้ามาคาดโทษทว่ากลับละไปสนใจคนอยู่ปลายสาย

“อะไรนะแม่ เดี๋ยวสิ แม่จะบินมาไหมเทอมนี้” มันรีบว่าก่อนจะยิ้มกว้าง  เอาแขนที่ว่าหักมากอดผมแน่น “จริงเหรอ ผมจะรอนะ ห้ามลืมสัญญานะรู้ไหมอย่าให้ไอ้เปรมมาคนเดียว”

เปรม พี่ หรือน้อง ผมนิ่งคิดตามมันที่วางสายแล้วกอดผมนิ่งด้วยรอยยิ้มที่มันดูจะมีความสุขเอาเสียมาก ผมซุกหน้าลงบนไหล่ของมันนิ่ง เออ มึงดีใจขนาดนี้เลยเหรอ

คิดแล้ว อยากรู้จริงว่าระหว่างมันกับพ่อเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ปอมันวางสายและยิ้มอย่างอารมณ์ดี หันมามองผมที่ยังนั่งพิงไหล่ของมันมองออกนอกรถไป มือมันข้างไม่หักขยับมาจับผม จับแก้ม จับคางเชยให้หันไปมองมันตอนนี้

“แม่โทรมาเหรอ?” อดที่จะเสือกไม่ได้

“อืม”

“มึงมีพี่น้องด้วยเหรอ?” ผมว่าอีก มันเลิกคิ้วตัวเองมองตามผมก่อนจะโน้มหน้ามาใกล้ จะหาเรื่องจูบอีกละ ผมขยับตัวหนีเองและหลบมันไปด้วยเพราะอายคนขับรถ

“พี่ชายกูเป็นสิงห์บิดน่ะ” มันว่า แล้วมึงจะเขยิบตามกูมาทำไมเนี่ย

“พี่มึงท่าจะเท่นะ”

มันละมาจ้องตา ทำหน้าเข้มแล้วกระชากเอวเข้าไปหา นี่มาอารมณ์ไหนอีกวะเนี่ย ผมดันไหล่มันออกพร้อมเบี่ยงหน้าหลบมันไปด้วย นี่อย่าบอกนะว่าโกรธที่กูแค่ชมพี่ชายมันนิดเดียวเอง

“กูเท่กว่าเยอะ” เสียงมันว่าข้างหู กลีบปากร้อนๆ งับติ่งหูเบาๆ แต่ผมนี่สะดุ้งเลย มาทำต่อหน้าคนอื่นได้ไงวะ

“อย่าปอ” ผมผลักมันออก ก้มหน้าก้มตาสงบเสงี่ยมขึ้นมาทันทีทันใด “ก็มึงไม่ได้เป็นนักแข่งเหมือนพี่มึงนี่หว่า ไม่ได้สวมชุดเท่ๆ ใส่แต่ไอ้ช็อปเหม็นๆ น้ำมันเนี่ย”

“กูก็มีหรอก ทำไมไม่บอกว่าอยากเห็นละเดี๋ยวกูไปรื้อมาใส่ให้มึงดูก็ได้ กูไม่ชอบเลยนะที่มึงชมมันแบบนั้นน่ะภีม”

“อะ กูยอมแล้วๆ” ผมว่าเสียงเบาไม่อยากเถียงต่อ อายคนขับรถ แม่งเห็นตามันละมาจ้องในกระจกหลายครั้งแล้วเนี่ย

“ยอมอะไร ยอมตามใจกูเหรอ?” มันว่า ผมกลืนน้ำลายขยับหน้าเข้าไปว่าเสียงเบาเป็นกระซิบ

“อายเขา”

“อายทำไม ไม่เห็นมีใครเลย?”

ที่ขับรถให้มึงนั่งน่ะหมารึไงวะ

ผมถอนใจยกมือกุมหน้ากับความหน้าด้านของมันที่ไม่รู้จะแก้ยังไงดี พร้อมกันกับมันที่ขยับตัวเองมาจะออดจะอ้อนอีกครั้ง จมูกมันเคลียคลอกับต้นคอผมไม่ห่างก่อนจะผละไปมองคนขับรถ เออ มึงเห็นแล้วว่าถูกมองก็ควรจะหยุดได้แล้ว

“มึงขับรถไป แล้วก็ไปบอกพ่อด้วยว่าถึงจะตามดูกูยังไงก็ไม่สน!

ผมชะงักดึงหน้ามันมาจ้องตา “มึงไปพูดแบบนั้นกับพี่เขาทำไม?”

“เงียบ!” มันชี้หน้าว่าเสียงเข้ม ดวงตาจ้องผมไม่ละแล้วหันไปพูดอีกทีว่า

“อย่ามาเสือกเรื่องของกูให้มันมากนัก ไม่งั้นมึงกับพ่อไม่อยู่สุขแน่ไอ้เศษขยะ!

“ปอ” ผมยกมือกุมปากมัน ทำไมแม่งปากหมาจังวะไอ้นี่ หุบปากไว้เลย แต่มันแม่งสะบัดมือผมออกไปว่ากับคนขับรถต่อ

“กูบอกว่ากูเอาจริง ถ้ากูรู้ว่ามึงเอาความเคลื่อนไหวไปบอกพ่อแล้วพ่อโทรมาหากูอีก กูจะตามไปจัดการแม่มึง น้องมึง

“ปอ หยุด!” อะไรของมัน จะโมโหอะไรนักหนากับแค่คนขับรถมอง

“มึงนั่นแหละหยุดภีม กูจะเคลียร์กับไอ้นี่ให้แม่งเข้าใจว่าแม่งอย่าเสือก ถ้ากูเสือกมึงบ้างแล้วมึงจะไม่ได้อยู่ดีแน่”

“พอแล้ว”

“กูต้องจัดการให้มันรู้แล้วว่ามันกับกูน่ะสถานะแม่ง

ฮึ่บ

มันชะงักพูดไม่ได้ จะพูดได้ยังยังล่ะก็ผมเอาตัวเองเข้าแลกกับความปากหมาน่ารำคาญของมันแบบนี้ มันนิ่งและตอบรับแทบจะทันทีที่ผมพุ่งเข้าไปประกบปากจูบมัน มือข้างที่ใช้ได้กอดเอวผมตอบและเบี่ยงหน้าให้ได้องศา บดขยี้ปากของผมแลกความหวาน ไล่ลิ้นวนและพัวพันกับลิ้นของผมไม่ยอมหยุด ผมหอบหายใจ ผละปากออกขณะที่ลิ้นยังพันรัวนัวเนียกันอยู่มาสูดลมหายใจ เสียงปากมันดูดเฟ้นกลีบปากล่างของผมด้วยความกระหาย เร่าร้อนและอ่อนโยนในคราเดียวกัน

ผมถอนใจหลังจากเราผละออกจากกัน หลบตาของมันที่จ้องมอง จะขยับหน้ามาจูบอีกครั้งทว่าผมเบี่ยงหนี ปากมันจรดลงแก้มและเคลื่อนมาใบหูแทน ตัวเคลื่อนเมื่อรถเบรก เข้าโค้ง ร่างผมไม่เสียหลักเลยเพราะปอมันกอดผมไว้แน่นและกอดหอมไม่ยอมละ ทั้งที่วันนี้แดดก็ร้อน เหงื่อก็ไหล ตัวมีแต่เกลือเต็มไปหมด

ปากปอมันร้อน ฝังลงบนคอ ผมไม่อาจขัดขืนมันได้อีกเพราะเมื่อวานทำท่าทางตอบสนองผมอย่างที่ไม่เคยเป็น ไม่โกรธที่ถูกผมปฏิเสธซึ่งทำให้ผมคิดมากทันที มือผมแตะบนบ่ามันเบาๆ เคลื่อนไปต้นคอ แตะเรือนผมสีดำของมันที่กำลังบรรจงฝังรอยไว้บนลำคอ นี่จะมาทำอะไรตอนนี้วะเนี่ย

แทนที่จะตอบรับ กูควรขัดขืนบ้างให้รู้ว่ากูไม่ง่ายหน่อยสิ ผมบิดตัวหนีเมื่อมันเคลื่อนมือมาล้วงกางเกง อันนี้คือไม่ได้แล้ว!

“ปอ หยุด” ผมว่า มันชะงักจูบ ขยับใบหน้าที่กำลังซุกอยู่แถวๆ ลำคอออกมาจ้องตา ผมเม้มปากตัวเองพยายามเก็บกลั้นความอาย “กูบอกว่า พอแค่นี้

มันนิ่งจ้องตา ไม่ขยับตัวทำอะไรต่อ

ผมเห็นมันถอนใจแล้วละออกไปเฉยๆ มองรถเคลื่อนเข้าโรงแรมแล้วก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด การเดินทางกลับมาที่นี่วันนี้มันช่างยาวนาน กูล่ะลุ้นว่ามันจะถึงไหมเพราะความปากหมาขอไอ้ปอ เราเดินลงจากรถพร้อมกันนั้นผมก็เพิ่งได้สังเกตว่าคนขับรถนั้นสวมชุดพนักงานโรงแรมมารับ ไม่ใช่คนขับรถ ไม่แก่เลยด้วย เขามองตามเรานิ่งและรู้ว่ากำลังถูกผมมองอยู่

เออ มันน่าสงสัยว่ะ

 

อีกไม่กี่วันก็จะครบเดือนแล้ว

ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งกับเรื่องของพี่ธามมากนัก รู้แต่ว่าไอ้ต้นมันรักพี่ธามมากแต่ก็ยังคงความเอาแต่ใจอย่างลูกคุณหนูเหมือนเดิมไม่ยอมไปง้อ อันที่จริงมันก็โดนเสียเจ็บตัวขนาดนั้นก็คงต้องมีตั้งหลักกันบ้าง หลายวันแล้วที่มันเลิกกันและไม่ยอมกลับเข้าไปเคลียร์กันให้เข้าใจ ผมสงสารทั้งสองฝ่ายและสงสารตัวเองด้วย ก็ผมขอไอ้ปอกลับบ้านและมันก็ไม่ยอมปล่อยออกมาน่ะสิ ตั้งใจจะขังไว้ให้อยู่ในสายตามัน

พ่อแม่ผมกลับมาทั้งทีก็อยากเห็นหน้าบ้าง กลัวลืม

แล้วไหงมันจะต้องเสนอหน้าตามมาถึงที่บ้าน มานั่งทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อหน้าพ่อกับแม่ผมแบบนี้ด้วยวะเนี่ย ผมล่ะหงุดหงิดจริงๆ

“ปอเรียนที่เดียวกับน้องเหรอจ้ะ?” เสียงแม่สอบถามมัน ผมนั่งแอบเงี่ยหูฟังอยู่ห่างๆ แม่งถ้าไปนั่งฟังจริงๆ เดี๋ยวไอ้ปอมันสร้างภาพ

“ครับ เป็นรุ่นพี่มัน แล้วก็เป็น

เชี่ย! ผมหันไปมองหน้ามันที่กำลังยกยิ้มเหนือกว่ามาให้

“เป็นคนดูแลมัน เวลามันไปนอนค้างกับผมน่ะครับ”

“อ้อ ปอนี่เองที่ให้น้องไปนอนที่บ้านด้วย แม่ขอบใจมากนะจ้ะช่วยได้มากเลย ความจริงอยากจะย้ายให้ไปอยู่เสียที่โน่นแต่ภีมเขาไม่ยอมเพราะยังไงก็ต้องบินกลับมาอยู่ที่นี่อยู่ดี แต่พวกเราใช้เวลากับงานที่โน่นมากกว่าแล้วก็อยากให้น้องอยู่ในสายตาด้วย”

ปอมันละยิ้มนิ่งเมื่อได้ยินแม่ว่า “ไม่เป็นไรนะครับ ผมจะดูแลมันเอง”

“มีปอแม่ก็หายห่วงจ้ะ ฝากน้องด้วยนะ เอาแต่ใจบ้างก็อย่าโกรธล่ะ”

อะไรวะ ผมตีหน้าบึ้งหันมาสนใจทีวีต่อหน้าเมื่อได้ยินเสียงไอ้ปอหัวเราะ

“แล้วเราเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะ?” เสียงพ่อถามขึ้น ปอมันชะงักเสียงหัวเราะมองหน้าเข้มๆ ของพ่อ พ่อกูมีปืนด้วยนะมึง ข่มขืนกูเมื่อไหร่กูให้พ่อมายิงมึงแน่

กูโหดนะเว่ย

“พ่อผม ทำธุรกิจเกี่ยวกับการโรงแรม ส่วนแม่ก็ เป็นเจ้าของร้านอาหารที่เมืองนอกน่ะครับ”

“อ้อ พ่อแม่แยกทางกันนี่เอง”

“คุณคะ เสียมารยาท”

“โทษทีๆ ว่าแต่เด็กโรงเรียนนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องความร่ำรวยอยู่แล้วนี่นะ พวกเราก็ต้องขยันมากขึ้นหน่อยจะได้เติบโตให้ไวกว่านี้”

อีกแล้ว พ่อคิดแต่แบบนี้

“ว่าแต่ พ่อเราน่ะ พอจะมีเงินให้กู้มาลงทุนไหมนะ

“คุณคะ พูดอะไรแบบนั้น”

“ก็มันจริงนี่คุณ ดูสิท่าทางทางบ้านเขาน่ะคงจะรวยไม่เบา แค่เห็นรถที่ขับมาส่งก็รู้แล้ว ว่างๆ พาพ่อแวะมาทานข้าวที่บ้านทำความรู้จักกันด้วยก็ได้นะปอ” พ่อว่าพลางยกยิ้ม

“ถ้าพ่อว่างเดี๋ยวผมชวนมาน่ะครับ” ปอมันตอบแล้วละรอยยิ้มลงมามองผมที่ยิ้มไม่ออกเช่นเดียวกัน ผมรู้สึกขายขี้หน้า

“เราก็เหมือนกันนะภีม ไปอยู่ที่โน่นทำตัวให้พ่อปอเขาเอ็นดูด้วยล่ะรู้ไหม?”

ผมอึกอักมองพ่อที่ว่ามา ทำไมถึงคิดแบบนี้วะ “ทำความสนิทสนมกันไว้ คราวหน้าลำบากอะไรพ่อปออาจจะช่วยได้นะ คิดไม่ผิดที่อุตส่าห์ดั้นด้นส่งไปเรียนโรงเรียนนี้จริงๆ”

“คุณค่ะ เมาแล้วก็พอเถอะค่ะ”

หน้าผมแม่งชา

ผมพาร่างตัวเองเดินขึ้นไปชั้นบน เปิดประตูห้องนอนที่ปิดไฟสนิท ความร้อนแล่นมาทาบอยู่กลางหลังเมื่อปิดประตูลง ดวงตาก้มมองมือที่เกาะกุมกันบนท้องของตัวเองแล้วก็อดที่จะเงยขึ้นไปสบตากับมันไม่ได้ ผมถอนใจ อายไอ้ปอว่ะที่เห็นสภาพครอบครัวตัวเองเป็นแบบนี้

มันกอดผมนิ่งหลังจากเดินตามขึ้นมาเงียบๆ ด้วยท่าทางปกติทุกอย่าง

“มาอยู่กับกูนะภีม ถ้ามึงต้องอยู่แบบนี้คนเดียว” เสียงของมันเบาหวิว ผมก้มหน้าลงพื้นทันที

“ไม่ได้หรอก กูอยู่กับมึงได้เท่าที่จะอยู่ได้ เมื่อถึงเวลากูก็ต้องออกมา”

มันนิ่ง กอดผมด้วยแขนที่ถูกดามนั่น

ผมควรจะซ้อมการอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีมันได้แล้วนะ ควรกลับมานอนที่บ้าน ทำตัวให้เหมือนเดิมได้แล้ว เวลามันใกล้เข้ามาทุกที

“พอได้แล้ว กลับบ้านมึงไปเลย”

ผมว่าเสียงเบาพลางแกะมือมันออกพร้อมกับความปวดหนึบที่อกเมื่อนึกถึงวันที่ต้องเลิกกัน ยอมรับเลยว่าอยู่กับมันโคตรมีความสุข แต่งงานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา พบแล้วก็ต้องจาก มันเป็นธรรมดาของโลก

ผมไม่มีสิทธ์เหี้ยอะไรในตัวมันเลย! ผมพยายามกับมันที่สุดแล้ว

ปอมันยืนนิ่งไม่ไหวติง แววตาของมันยังสับสน วุ่นวาย และเหมือนจะหงุดหงิดในตัวเอง พยายามเอื้อมมือมาจะแตะ ใจผมหายไม่ต้องการให้มันสัมผัสเพื่อสื่อความรู้สึก ผมไม่อยากรับรู้ว่ามันรู้สึกยังไง ยิ่งถ้ามันเจ็บผมก็ยิ่งเจ็บกว่า

ผมกลัวตัวเองเจ็บเวลาเลิก ผมควรจะทำใจ ปฏิเสธและเลิกให้ความหวังมันตั้งแต่ตอนนี้

 “ภีม เดี๋ยวสิ

เลิกทำร้ายใจตัวเองได้แล้ว

“บอกให้กลับไปไง!” ผมว่าพลางผลักมือมันไปด้วย แต่ใจโคตรเจ็บที่ทำอะไรตรงกันข้ามกับปาก มันดูผิดหวังและพยายามไม่เชื่อฟังผมอย่างเคย มันเอาแต่ส่ายหน้าไม่ยอมฟัง นี่ผมเป็นอะไรเนี่ย

ยิ่งคิดยิ่งงี่เง่า!

“พรุ่งนี้มึงไปนอนกับกูที่โรงแรมนะ”

“ไม่ไป กูจะอยู่กับพ่อแม่กูที่นี่” ผมว่า พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด แต่มันคงจะไม่ปกติแน่ะสำหรับคนฟัง ปอมันแสดงความสงสัยหน่อยๆ มาจากใบหน้า

“แต่กูอยากให้มึงไป เหลืออีกไม่ถึงสิบวันนะภีมที่เราจะอยู่ด้วยกัน”

ใจผมสั่นแล้วก้มหน้าลงพื้นเก็บความรู้สึก กลัวมันเห็นเหลือเกินว่าผมเจ็บปวดขนาดไหน ทำไมมึงไม่ต่อเวลาให้กูล่ะ มันบอกว่ามันกลัวเวลาที่กำลังจะมาถึง ทั้งๆ ที่มันเปลี่ยนตัวเองได้ มันเลิกที่จะมีแฟนรายเดือนได้

มึงบอกกูสิว่าอยากคบกับกูต่อ แค่นั่นเอง กูจะยอมมึงง่ายๆ เลย

“กูไม่สน เพราะพ่อแม่กูสำคัญกว่า” ผมเงยขึ้นไปว่า

“ทำไมมึงทำแบบนี้วะภีม ทำไมช่วงสุดท้ายมึงไม่ไปอยู่ข้างๆ กู”

มันไม่บังคับให้ผมนอนกับมันแล้วเหรอ มันลืมเรื่องนี้ไปแล้วรึไง บังคับให้ผมอยู่ใกล้ตัวเพื่อจะได้ยอมนอนกับมัน ลืมสิ่งที่ตัวเองตั้งใจรอมานานขนาดนั้นลงไปได้

มึงเลิกคิดจะนอนกับกูตั้งแต่ตอนไหนวะปอ มันทำให้ใจกูสั่น!

ผมสงสารมัน ใบหน้ามันเว้าวอน พยายามเอื้อมมือมาจับมือผมที่สะบัดออกไม่ยอมให้แตะต้อง

“ที่นี่มันบ้านกูนะปอ เลิกทำแบบนี้” ผมว่า

“เอ่อ กูขอโทษ”

มันชะงักมือตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้ในสิ่งที่ผมบอก มองตามผมที่ละไปทางอื่น ใจผมหวิวแปลกๆ ที่มันฟังและเข้าใจง่ายๆ มันจับผมเชยขึ้นไปมองหน้ามันตอนนี้ที่ดูเหมือนจะโกรธ เหมือนจะน้อยใจ เหมือนผิดหวัง ตัดพ้อคละเหล้ากันไปหมด ผมได้แต่ขืนแรงสู้

“อย่ามายุ่ง

“มองหน้ากูภีม มองมาที่ดวงตากู บอกกูว่ามึงต้องการอะไร กูจะทำตามที่มึงบอก”

กูอยากให้มึงเปลี่ยน! อยากให้มึงรักแค่กู อยากให้แคร์แบบนี้แค่กูคนเดียว!

ใจผมก่อนยวบลงทันที ถึงจะคิดแบบนั้นกลับไม่กล้าที่จะบอกมันสักนิด ไม่กล้า ผมกลัวเรื่องนี้เรื่องเดียวที่มันจะไม่ทำตามคำขอ ความร้อนแล่นเข้ามาที่ดวงตาแทบกลั้นไม่อยู่

ผมกลัวตัวเองร้องไห้ถ้ามองมันตอนนี้ สีหน้ามันตอนนี้ไม่เหมือนไอ้ปอคนเดิม มันมีแต่ไอ้ปอคนที่ผมรักสุดหัวใจ คนที่แคร์แต่ผม มองแต่ผม ห่วงใยแต่ผม

ตอนนี้มันโคตรดีเลย มันห่วงแต่ความรู้สึกของผม

ทำไมมันดีกับผมขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ยอมบอกว่ามันรู้สึกยังไง

ใจผมมันสั่นไหว รู้สึกดี

มือของผมยกขึ้นไปกอดคอของมันสุดแรงจนร่างมันโอนเอนตามลงมา ใบหน้ามันคงตกใจและทำอะไรไม่ถูกเพราะตัวมันชะงักนิ่ง ก่อนจะเคลื่อนมือมากอดผมตอบ ซุกคางลงบนซอกคอและจูบซับครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับรู้ว่าตอนนี้ผมปวดใจขนาดไหน เราไม่ได้พูดอะไรกันเลยเพราะตอนนี้ผมกำลังงี่เง่า ผมกำลังเอาแต่ใจตัวเองไม่สนว่ามันจะรู้สึกยังไง

พอคิดดูอีกที ผมมัวแต่กลัวตัวเองเจ็บถ้าถึงวันที่จะต้องเลิกกันจริงๆ

จนลืมไปว่าปอมันก็มีหัวใจ มันก็รู้สึกได้เหมือนกัน

ผมทำเย็นชาใส่มันโดยที่มันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร  

ผมแม่งโคตรเห็นแก่ตัวเลยว่ะ!

“พี่ปออยู่กับภีมที่นี่นะ” เสียงผมโคตรสั่น ปอเองก็นิ่งฟัง มือของมันลูบหัวผมเบาๆ ปลอบใจอยู่แบบนั้นตลอดเวลา

กูรักมึง ปอ

กูรักมึงมาก!

“พี่จะอยู่ข้างภีมเอง ไม่ว่าจะยังไง

ไม่ว่าจะยังไง

หมายความว่าอะไร ผมไม่เข้าใจ

ผมกอดมันแน่น ไม่ยอมปล่อย เอาแต่ใจตัวเอง ปอเคลื่อนใบหน้ามาจูบขมับผมซ้ำๆ แล้วผละมาจูบที่ปาก ผมอ้าปากรับและตอบสนองทันที ตอบรับความต้องการของกันและกันตอนนี้อย่างโหยหา เสียงเราหอบหายใจ ผมผละปากออกมามองตามันนิ่ง

นิ้วหัวแม่มือไล้ปากผมอ่อนโยน ดวงตาที่แฝงความเศร้าตรงหน้า ผมไม่อาจหลอกตัวเองว่ามันเองก็กำลังใจเสียเหมือนกัน ผมไม่กล้าคิดเลย

“งั้น” ผมเงยมองตาคนตรงหน้า ขยับตัวเข้าไปใกล้ มือเอื้อมไปกดล๊อคลูกบิดประตูที่อยู่ด้านหลังมันพร้อมกับมันที่แสดงถึงความฉงนเมื่อผมทำเช่นนั้น

“ไม่ว่าจะยังไง ช่วยตอบทีว่ายังไง

ผมจ้องตามันที่เบิกตาตัวเองประหลาดใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ เมื่อผมแสดงถึงความจริงจัง ไม่โวยวายไล่มันออกไปอย่างเคย ผมคิดดีแล้ว ช่วงเวลาสุดท้าย ผมไม่ควรทรยศมันที่กำลังรอผม ผมควรตอบสนองและยินยอมมันได้แล้ว แม้มันจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อผม

แต่ผมจะทำให้มันจดจำผม ให้มันไม่ลืมผม

 

จากเซ็กส์

 

 

 

 

อะฮือ

กัดผ้าเช็ดหน้าร้องไห้แปป ไม่ได้เศร้านะ คือเป็นห่วงว่าภีมเอ้ยหนูตัดสินใจแบบนั้นได้ไงอ่าไหนบอกว่าจะไม่ยอมง่ายๆ ไงคะลูก เข้าใจนะว่าใกล้จะครบเดือนแล้วเลยยอม ปอมันจะได้ไม่ลืมหนู แต่ว่าเสียดายซิงหนูมาก เจ๊อยากเป็นคนเปิดซิงหนูเองอะ อะไม่เกี่ยวละ อิอิ
 

อ่านๆ ไปเห็นความเปลี่ยนแปลงจากตอนก่อนๆ จนมาถึงตอนนี้นี้ไหมว่าปอมันเปลี่ยนนะเอ้อ มีภีมคนเดียวที่ดูไม่ออก คิดอยู่นั่นแหละว่าสามีน่ารักๆ แต่ไม่สังเกตเลย ตอนที่แล้วนี่รุมด่าปอลืมไปแล้วรึไงที่ด่าๆกันเรื่องต้นอะ เป็นสิ่งที่ปอก่อไว้ตั้งแต่อดีตอะนะคะ ตั้งแต่ตอนอยู่ที่เกาะโน่น ตอนที่ภีมยังไม่รู้ใจตัวเองเลย นางบอกนางไม่มีสิทธ์ในตัวสามมี//ปาดน้ำตาแปป
 

แต่ว่าตอนหน้ามี NC นะคะ 5555 จะถึงขั้นไหนก็อ่านกันเอา ถึงขั้นได้เสียรึเปล่าน้า

แต่งอนคนอ่านมากเลย คือที่ผ่านมาน่ะไม่มีใครบอกเลยว่าตัวหนังสือมันเล็ก เพราะคอมพังก็เลยต้องอัพผ่านโทรศัพท์ พอได้คอมกลับมาก็เลยมาเปิดดู เอ้า ตัวหนังสือเล็กกว่ามดอีก เสียใจไม่มีคนบอกอ่ะ TT 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #134 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 22:22
    เรื่องมันเศร้า #ร้องไห้หนักมาก TT
    #134
    0
  2. #59 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 18:13
    เฮ้ย เข้าใจนะว่าภีมรักปออ่ะ ภีมจะยอมปอแล้วนะเว้ย เมื่อไรปอจะบอกความรู้สึกตัวเองซะทีอ่า สู้ๆ น้ารักกันไวๆเถอะ รออ่านน้า ไรต์สู้ๆ
    #59
    0