(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 10 : 1 MONTH--9(เอาคืน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,049
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 ธ.ค. 57

 

ตอนที่ 9

 

-N’ Peam Part-

 

เชี่ยปอ ไอ้นิสัยเสีย

 

ผมควบคุมอารมณ์พาร่างของตัวเองเดินออกจากห้องด้วยหลายหลากความรู้สึก แต่ที่แน่ๆ ผมผิดหวังในตัวของมัน ผมคิดว่ามันจะฟังในสิ่งที่ผมจะบอกบ้าง แต่ไม่เลย มันย้ำกับผมว่าผมก็เป็นแค่คนนอกที่เข้าไปเสือกเรื่องของมันมากเกินไป ผมมีหน้าที่แค่ต้องนอนกับมัน

 

มันโคตรดูถูกผมเลย ให้ตายสิ ทำไงผมจะเปลี่ยนความคิดงี่เง่านี่ของมันได้วะ

 

ความหวังดีของผมถูกมันทำเสียพังยับเยินง่ายๆ แค่ไม่กี่วินาทีพร้อมกับคำพูดเสียดสีแรงๆ ผมโคตรรู้สึกไม่ดี พยายามเก็บอารมณ์ไม่โวยวายทั้งที่ก็โกรธ แต่ใช่ที่ผมก้าวก่ายมันเกินไปแต่มันควรจะพูดดีๆ เลิกใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งแบบนี้สักที

 

ผมพาร่างตัวเองตรงไปยังลิฟท์ด้วยใจที่สับสน เจ็บแต่พูดไม่ออก ทว่าเมื่อลิฟท์เปิดออกมาเผยคนที่อยู่ข้างใน ใจผมที่กำลังขุ่นมัวนั้นเพิ่มทวีขึ้นมาอีกเมื่ออีกฝ่ายเดินออกมาพร้อมแววตาสงสัยที่เห็นผมกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด

 

ผมทำพลาดแล้ว ผมจะมองหน้าเขายังไง

 

“คุณพ่อครับ…” ผมว่าเสียงเบา มันสั่นเครือจนเขาจับได้

 

“มีอะไรรึเปล่า ทะเลาะกันเหรอ?” เขาเข้ามาว่า มือวางบนตัวผมปลอบ ผมเงยขึ้นมองตาเขานิ่ง หน้าเขาเหมือนไอ้ปอมาก เหมือนแทบอยากจะต่อย

 

“ผมขอโทษนะครับ ไอ้ปอมัน…

 

“ไม่เป็นไรๆ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องไม่ยอมแน่ ฉันทำใจไว้แล้ว”

 

ถึงจะปลอบใจผมแบบนั้นก็เถอะ แต่ผมก็ไม่หายโกรธมันหรอก “ผมพยายามที่สุดแล้ว”

 

“โอเค ไม่เป็นไรๆ”

 

ต้องเป็นสิ ผมก็บอกว่าโกรธมัน มันดูถูกผม!

 

ผมก้าวเท้าเข้าไปในลิฟท์พร้อมกับเขา แสดงให้รู้อารมณ์ตอนนี้ด้วยใบหน้าที่ซึม ซังกะตาย ไร้วิญญาณ ยืนนิ่งปล่อยให้คุณพ่อเป็นคนกดลิฟท์ เขาพาผมลงไปชั้นล้อบบี้ นั่งกันอยู่ตรงนั้น ผมเห็นดวงตาเขาเหม่อลอยมองออกไปที่ไหนสักแห่ง ไม่อาจเดาใจเขาได้ เพราะผมเองก็วุ่นวายสับสนตัวเองเหมือนกัน ก็คนที่ผมรักนั้นใช้คำที่รุนแรงทำร้ายจิตใจผมจนเกินไป ไม่รู้สึกเจ็บยังไงไหว!

 

“มันไม่ควรทำตัวแบบนี้เลย มันน่ะนิสัยเสีย” ผมว่าขึ้นฝ่าความเงียบ คอยดูเถอะผมจะไม่ยกโทษให้มัน ต่อให้มันรู้ตัวว่าตัวเองผิดยังไงผมก็จะไม่ยอมจนกว่ามันจะยอมคืนดีกับพ่อของมัน

 

แล้วมันรู้จักที่จะรู้สึกผิดไหม นั่นแหละปัญหา

 

“มันยากที่เขาจะยอมทำแบบนั้นนะ” พ่อของมันว่า ผมหันไปมองเขา สงสารว่ะที่ถูกปอมันทำแบบนั้นใส่

 

“ผมไม่เข้าใจไอ้ปอเลยจริงๆ”

 

“พยายามเข้าใจหน่อยละกัน ปอเขาเองก็มีเหตุผลของเขานั่นแหละนะ”

 

“เหตุผลอะไรก็ไม่เท่ากับสิ่งที่คุณพ่อให้มันหรอกครับ พ่อเองก็ควรจะต่อว่ามันซะบ้าง สั่งสอนมันบ้าง…

 

ผมนิ่งมองคนตรงหน้าที่จ้องตาผม แม่งลามปามไปสอนผู้ใหญ่ เดี๋ยวหาว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนอีก แต่ไอ้ปอน่ะไม่มีใครสอนมันชัวร์ โตมานิสัยเสียแบบนี้ คงมีแต่คนเอาใจมาแน่ๆ

 

“ขอโทษครับพ่อ ผมอยากให้พ่อดุมันให้มันอยู่ในกรอบบ้างน่ะครับ” ผมหัวเราะแห้งๆ พลางเกาหัว แม่งรู้สึกแสบสีข้างนิดๆ ที่หน้าด้านแถมาแบบนี้ อายว่ะ!

 

“ภีม”

 

ผมชะงักพลางละรอยยิ้มตัวเองลง หันไปมองตามเสียงเห็นร่างของมันเดินกระเผลกๆ มาด้วยใบหน้าบึ้งตึง หน้านิ่วคิ้วขมวด กูล่ะเบื่อคนเอาแต่ใจแบบมึงจริง พอนึกถึงแม่งก็มาทันที

 

ปอมันชะงักเมื่อเห็นพ่อตัวเองนั่งอยู่ด้วย พร้อมกันนั้นพ่อของมันก็เริ่มกล่าวขึ้นฝ่าความเงียบ “คุยกันดีๆ แล้วกันนะ ฉันจะกลับไปทำงานต่อ”

 

“ไม่ได้นะครับ คุณพ่อยังไม่ได้ทานข้าวเย็น” ผมเอื้อมมือไปดึงเขาไว้ หันไปมองไอ้ปอที่ค่อยๆ เดินกระเผลกๆ เข้ามาด้วยสีหน้าที่ยังเข้าข้างว่าตัวเองถูกเต็มที

 

แต่มึงผิดนะปอ กูไม่สน

 

“อีกอย่าง คุณพ่อไม่จะเป็นต้องหนีมัน”

 

เขามองหน้าผมนิ่งแสดงถึงความประหลาดใจ ก่อนจะยกยิ้มในสิ่งที่ผมพูดออกมา มันน่าขำหรือไงคุณพ่อ คอยดูเถอะผมจะทำในสิ่งที่คุณนึกไม่ถึง

 

แต่กูยังนึกไม่ออกนี่แหละว่าจะทำอะไร เออ ช่างแม่ง แค่ไม่พูดกับมันก็หมดเรื่อง ให้มันรู้ว่ากูโกรธ

 

และเมื่อปอมันเดินมาถึง ผมขยับตัวนั่งไกลๆ กอดอกแสดงท่าทางบอกมันไปเลยว่าตอนนี้กำลังโกรธมันพร้อมกับพ่อของมันที่ยังนั่งยิ้มกับท่าทางของผมไม่เลิก ยิ้มเข้าไป

 

คอยดูเถอะผมจะกำราบลูกคุณให้ดู!

 

“ใครให้มึงลงมาเพ่นพ่านแถวนี้?” มันว่าพลางหยุดขึ้นข้างๆ ผมเงยหน้ามองมันพลางมุ่นคิ้ว

 

“ทำไมกูจะลงมาไม่ได้ นี่ เห็นไหมกูคุยธุระกันอยู่” ผมว่าพลางพยักเพยิดหน้าไปทางพ่อของมัน

 

“อ๋อ มึงคิดว่ารู้จักกับเจ้าของโรงแรมแล้วเส้นจะใหญ่มากนักสิ”

 

“เจ้าของโรงแรม”

 

ผมเบิกตาหันไปมองคุณพ่อของมันที่นั่งยิ้มรออยู่ นะ นี่หมายความว่าผมกำลังคุยกับผู้บริหารโรงแรมตัวจริงเสียงจริงเลยอย่างนั้นเหรอ พ่อของมันเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ มิน่าล่ะทำงานอะไรดึกๆ ดื่นๆ ได้ไม่ยอมพัก

 

เขาหลุดหัวเราะตาผมที่โตเท่าไข่ห่าน “ฉันนึกว่าเธอจะรู้ตั้งนานแล้ว”

 

“ผมไม่รู้”

 

ผมส่ายหน้าว่า โอ้ บ้านไอ้ปอมันรวยขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย มิน่าละนอนในโรงแรมได้อย่างกับบ้านของตัวเอง มีของในห้องครบครันทุกอย่าง แต่ในระหว่างที่ผมฝันเฟื่องถึงความร่ำรวยมันนั้น ไอ้ปอมันก็ว่าเสียงเข้มขัดมโนของผมที่ลอยบนหัวอย่างไม่ใยดี

 

“กลับไปห้องเดี๋ยวนี้”

 

สั่งกูจัง ทำอย่างกับเมียมาตามผัวที่หนีเที่ยวคาเฟ่ แต่นี่กูโกรธมึงอยู่มึงรู้ตัวบ้างไหม ยังจะกล้ามาตีหน้าขึงขังใส่แบบนี้อีก

 

“ทำไมกูต้องเชื่อฟังมึง” ผมหันไปว่ากับมันแล้วขยับไปตีสนิทกับพ่อของมันด้วยการนั่งข้างๆ

 

“ว่าแต่คุณพ่อครับ เราจะทานข้าวกันเลยไหม ตรงนี้แหละ” ผมพยักหน้าชวน เขาหลุดยิ้มมองลูกชายตัวเอง แหม คุณก็อยากยั่วมันเหมือนกันนั่นแหละ

 

“อ้ะ ได้สิ ได้ๆ”

 

เขาว่าพลางกวักมือเรียกพนักงานพร้อมกับสั่งอาหาร เราเลิกสนใจไอ้ตัวดีที่มันยืนค้ำเอวส่งสายตาพิฆาตมาให้ แต่ผมไม่ยอมหันไปสนใจมันเลยไง มันก็เลยยืนทำตัวฮึดฮัดฟึดฟัดให้หันไปมอง สุดท้ายมันก็เดินมาทรุดตัวนั่งด้วยใบหน้าไม่ค่อยจะพอใจเท่าไร

 

“ว่าแต่โรงแรมนี้ที่ต่างจังหวัดก็มีไม่ใช่เหรอครับ” ผมว่า เซ้าซี้พ่อมันทั้งยิ้มตื่นเต้นไปด้วย

 

“ใช่ ที่นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาขาน่ะ”

 

ผมเบิกตาหันไปมองไอ้ปอที่นั่งหน้าบูดอยู่คนเดียวบอกว่ากูกำลังตื่นเต้นกับความรวยของพ่อมึงมาก มันหน้านิ่ว ปล่อยให้พนักงานจัดโต๊ะแบบเล็กๆ ให้เรา สุดท้ายแม่งก็กวนตีน มันบอกให้พนักงานจัดของมันเพิ่มอีกที่พร้อมกับรอยยิ้มของพ่อมันที่ส่งมา ไหนบอกไม่อยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับพ่อ มึงจะตามมาหาพะแสงอะไรหา!

 

กูโมโหนะมึง ตอนกูจัดโต๊ะให้กินที่ห้องแม่งพังทิ้งอย่างไม่คิด ทีงี้เสือกมานั่งเสนอหน้าข้างๆ ถ้ากูตบกบาลมึงได้กูตบละ ถ้าแม่งไม่กลัวมึงเอาคืนน่ะ!

 

ผมรู้สึกหมั่นไส้เลยหันไปแขวะทันทีเพราะรู้สึกคันปากยิบๆ อยากกัดมันเสียเต็มประดา

 

“ความจริงมึงไม่ต้องมานั่งกินตรงนี้ก็ได้ถ้าไม่สบายใจจะนั่ง กลับไปห้องไปกินคนเดียวโน่น”

 

มันหันมามองผมพร้อมกับขมวดคิ้วตัวเอง “ทำไม ก็เมียกูอยู่นี่”

 

ผมอ้าปากค้าง เมียเมออะไรของมัน แม่ง! หันไปมองหน้าพ่อที่ยิ้มกับคำของมันแล้วความอายก็แล่นขึ้นมาทันที พ่อก็ยิ้มอย่างเดียว เดาใจอะไรไม่ออกเลยสิน่า

 

“แต่ภีมเขาบอกว่าไม่ได้เป็นเมียลูกนะ พ่อถามแล้ว” คุณพ่อว่ากับมัน พร้อมกันนั้นมันก็หันมาเหลือกตาใส่ผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

“มึงบอกไปแบบนั้นเหรอ?”

 

ผมอึกอัก ซวยแล้วไง “อะ กะ…ก็มันความจริงนี่หว่า แล้วนี่ก็พ่อมึง รู้ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร”

 

“เดี๋ยวมึงก็ได้เป็นอยู่แล้ว ปากมึงนี่ชักจะลามปามไปทุกทีนะภีม” มันชี้หน้าผมครับ

 

นี่ คือกูกำลังผิดเหรอ

 

ผมอึกอักแล้วละสายตาหลบมันไปด้วย ทำไมเกมพลิกมาเป็นกูที่ผิดได้วะ ผมกลืนน้ำลายเกาหัวตัวเองหาเรื่องโยนความผิดให้มันรู้สึกบ้าง

 

แม่ง ไหงเป็นงี้วะ เชี่ยปอมึงนี้เนียนได้ตลอดเลย

 

“มึงไปให้พ้นเลย กูไม่อยากคุยกับมึง”

 

ผมว่าเสียงเบาพลางก้มหน้ามองจานอาหาร มันชะงัก บรรยากาศเงียบกริบลงทันทีเมื่อผมว่าออกแบบนั้น กระทั่งเสียงของพ่อมันเอ่ยฝ่าความเงียบขึ้นมา

 

“กินข้าวเถอะเดี๋ยวจะเย็นหมด เธอน่ะกินมากๆ นะภีม ตัวผอมแห้งแบบนี้”

 

ผมพยักหน้ารับกับเขา รับอาหารที่เขาตักมาให้มากินเงียบๆ ไม่พูดอะไรกับปอมันอีกให้มากความจากการปรามทางอ้อมของพ่อมัน แต่ยิ่งกินยิ่งวางตัวลำบาก ผมขัดใจที่ตอนนี้รู้สึกว่ามันเอาแต่หันมามอง เอาแต่หาเรื่องจะคุยด้วย แต่กูไม่คุย กูงอน!

 

ผมตักอาหารกินเงียบๆ และละสายตาไปมองมันบ้าง มือของมันตักของกินเข้าปากดูเก้งก้าง แขนเดี้ยงแต่เสือกสั่งสเต๊กมากินแล้วจะได้กินง่ายๆ ไหม สมองมึงนี่คิดได้นะ

 

มันถอนใจกับของกินตรงหน้าเพราะไม่มีทางกินได้ ผมไม่หันไปช่วยพร้อมกับมันที่หันมาส่งสายตาให้ช่วย มาวางก้ามกับกู ไม่มีกูมึงก็อดตายละวะ

 

“มานี่ พ่อจะหั่นให้” ผมเงยมองพ่อของมันที่ดึงจานไปหาตัว แววตาของมันมองพ่อนิ่งไม่โต้เถียงอะไร เขาบรรจงหั่นเป็นชิ้นพอดีคำให้และยื่นกลับไปที่เดิม เห็นไหม เขาทำเหมือนมันยังเป็นเด็ก ดูแลเอาใจขนาดนี้

 

มึงเข้าใจคำว่าพ่อไหม คนที่ทำมึงเกิดมาน่ะปอ มึงเข้าใจรึยัง!

 

ผมอยากตะโกนใส่หูมัน ยิ่งมองหน้ามันยิ่งหงุดหงิด ความโกรธก็เล่นเข้ามาในอกเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อกี้ โกรธผม โมโหผม ต่อว่าผม แล้วเสือกเดินตามมานั่งร่วมวงกินข้าวสบายใจเฉิบ ไม่ให้โมโหได้ไงวะ

 

แล้วดูพ่อมันสิใจดีขนาดไหน มันลืมไปแล้วรึไง

 

มันลืมแล้วเหรอว่าใครที่สอนมันพูด ใครกันที่สอนมันอ่านหนังสือ สอนจับช้อนจับส้อม สอนปั่นจักรยาน ผมโคตรสงสารพ่อมันเลยที่ถูกมันทำตัวแบบนี้ใส่ นึกแล้วใจก็สั่นขึ้นมาเฉยๆ

 

ทำไมกูต้องแคร์มึงมากขนาดนั้นวะปอ ทำไมกูอยากให้มึงเจอแต่สิ่งดีๆ วะ

 

แต่มึงมันไม่เห็นค่า ไม่เห็นความหวังดีกูเลย ให้ตายเหอะ!

 

มือผมสั่นพร้อมกับขอบตาที่ร้อนผ่าว พยายามกระพริบตาไล่น้ำออก รีบตักของเข้าปากแล้วยกน้ำดื่มเงียบๆ ผมอิ่มแล้ว ผมกินไม่ลงหรอกถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ผมทนเห็นไอ้ปอทำนิสัยเสียๆ แบบนี้ไม่ได้

 

“หืม ทำไมกินน้อยจัง ต้องกินเยอะๆ นะ” นิสัยปอมันได้มาจากพ่อเต็มๆ เลย ผมยกมือไหว้

 

“ขอบคุณนะครับแต่ผมอิ่มแล้ว”

 

ว่าแล้วมองจานข้าวของตัวเองพลางถอนใจ สายตาของปอมันละมาออกคำสั่งอย่างเคย แต่ไม่จำเป็นนี่ที่ผมจะต้องเชื่อฟังมันไปเสียหมด ในเมื่อมันเห็นผมเป็นแค่คู่ขาของมัน หน้าที่ผมแค่อ้าขาให้มันตักตวงเอาความสุขอย่างเดียว ค่าของผมมีแค่นั้นจริงๆ

 

ผมไม่ควรไปก้าวก่ายเรื่องของมันอย่างที่มันบอกนั่นแหละ

 

ที่สำคัญ กูอยากกวนตีนมึง นี่อะประเด็นหลัก

 

 “งั้น…ผมขอตัว

 

“เดี๋ยว กูไม่อยากอยู่ตรงนี้กับพ่อแค่สองคน” มันขัดขึ้น

 

“งั้นมึงก็ไม่ต้องกิน กูไม่ได้ขอให้มึงมาสักนิดแล้วก็ไล่ไปแล้วด้วย แต่มึงก็หน้าด้านมานั่งเองนี่”

 

มันเอื้อมมือมากุมมือผมไม่ให้ลุกขึ้นยืน ผมส่ายหน้าให้มันพลางดึงมือตัวเองออกพร้อมกับมันที่ลุกขึ้นยืนตามผม ดวงตาที่จ้องมันไม่พอใจละไปมองคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะที่แสดงถึงความนิ่งเฉยออกมาราวกับไม่รู้สึกอะไร ใจของผมแป้วเมื่อคนที่ต้องทนกับเราคือพ่อของมันเพราะรู้ดีว่ายังไงเขาต้องรู้สึกไม่ดีแน่

 

ผมสงสารเขา แล้วเขาจะทานอะไรลงถ้าเห็นคนทะเลาะกันตรงหน้า ผมพยายามผ่อนปรนอารมณ์ตัวเองอย่างที่สุดกับไอ้ปอแล้วอดทนทรุดตัวนั่งต่อให้เขาทานให้เสร็จ เดี๋ยวค่อยจัดการมันใหม่

 

“คุณพ่อทานต่อนะครับ ผมขอโทษทีเสียมารยาท”

 

“อ้อ ไม่เป็นไร ฉันชินแล้ว” เขาว่าพลางหัวเราะเสมือหยอยๆ หยิบไวน์ขึ้นมาจิบสบายใจเฉิบพลางยิ้มเมื่อได้สบตากับผม เขาคิดอะไรอยู่กันวะทำตัวไม่ถูก ผมนั่งนิ่งปล่อยให้ทั้งคู่ทานอาหารไปเรื่อย และดูท่าทีไม่มีใครรีบเลยสักคน

 

“เธอเรียนที่เดียวกับปองั้นเหรอภีม?” เขาว่าฝ่าความเงียบ

 

“อะ ครับ แต่เป็นรุ่นน้อง”

 

“ทำไมไม่เรียกพี่ปอเขาว่าพี่ล่ะ”

 

“ก็มันปากหมาไง” ไอ้ปอมันแทรกขึ้นมา ไอ้ผมก็อ้าปากจะเถียงแล้วอึกอักตอบแก้ตัวให้ตัวเองดูดีขึ้นมานิดหน่อย แม่งฟ้องพ่อเหรอ

 

กูต้องตั้งใจแถ เอ๊ย! แก้ตัว เอ่อหมายถึงอธิบายให้พ่อมันฟังซะแล้ว

 

“ก็ปอมันทำตัวไม่น่าเคารพเองน่ะ ปกติรุ่นพี่คนอื่นผมก็เรียกพี่นั่นแหละครับแต่ยกเว้นมัน มันนี่พิเศษกว่าใครเลยนะ” ผมว่าพลางยกนิ้วกลางให้มันไปด้วย พ่อมันหลุดหัวเราะกับกิริยาท่าทางของผม

 

เออว่ะ ลืมไปว่าอยู่ต่อหน้าพ่อมัน ลืมให้เกียรติลูกชายเขานิดหนึ่ง

 

“ไม่ค่อยมีคนทำกับเขาแบบนี้เท่าไรเลยนะ” เขาว่า เสียงไอ้ปอร้องปราม

 

“เงียบไปเลยน่ะพ่อ”

 

“ก็จริง ปกติเจอแต่คนเอาอกเอาใจ เจอคนเอาแต่ใจกว่านี่เล่นเอาลำบากเหมือนกัน แต่ก็เอาเขาได้อยู่หมัดละนะ”

 

ผมเงยหน้ามองตอนเขาพูดพร้อมกับยิ้มใจดี นี่คงจะชมผมอยู่แน่เลย

 

“ก็แค่เดือนเดียวแหละครับ” ผมตอบเสียงเบาพร้อมกับมันที่หันมามองหน้าของผม รอยยิ้มผมยกขึ้นให้พ่อของมันทีนทีไม่สนสายตาเหี้ยมๆ ของไอ้ปอที่ส่งมาให้ กูเลิกกลัวมึงแล้วปอ

 

“คนแบบมันใครจะไปบงการอะไรได้ มันต่างหากที่บังคับตัวเองให้เป็นแบบนี้ ผมไม่ได้เก่งอะไรเลย น่าสมเพชจะตายไป”

 

“ภีม!” มันหันมาว่าเสียงดัง ผมก้มหน้าลงพื้น

 

“แต่ฉันชอบคนแบบเธอนะภีม ฉันหวังเธอจะได้อยู่ข้างเขาแบบนี้ไปนานๆ…

 

“ไม่ครับ ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก…

 

“ทำไมล่ะ?”

 

“เพราะมันกับผมน่ะก็แค่…

 

“เงียบ!” มันหน้ามาว่าพร้อมทั้งกระชากแขนผมเดินออกมาอย่างลืมเจ็บขา ใจผมหายพร้อมกับเท้าที่เดินตามมันขึ้นไป ร่างผมสาวเท้าไปเรื่อยๆ เมื่อหยุดในลิฟท์ ความเงียบบังเกิดขึ้นทันที

 

มันโกรธอะไรผมอีกวะ ผมผิดตรงไหน!

 

ก็ผมพูดความจริงนี่ เพราะผมก็คบกับมันแบบคนก่อนๆ ที่ผ่านมา เป็นของเล่นของมันให้ระบายความต้องการ มันเข้าใจอะไรผิดไปจากข้อตกลงของผมกับมันรึเปล่า รึมันไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองสำส่อน

 

ผมเกลียดนิสัยนี้ของมัน

 

แต่แม่งก็โคตรรักนิสัยดีๆ ของมันเลย

 

เมื่อลิฟท์เปิด ผมรีบก้าวเท้าเดินนำมันมาก่อนเพราะไม่อยากจะเถียงอะไรกับมันอีก ผมอยากจะงี่เง่าอยากจะเอาแต่ใจกับคนที่ตัวเองรักบ้าง ผมหลอกตัวเองว่าบางทีมันอาจจะรู้สึกผิด อาจจะมาขอโทษผม อาจจะมาทำดีกับผมสักครั้งเพราะคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด

 

แต่ไม่เลย มันไม่เคยรู้สึกผิด ผมคิดแบบนั้นเสมอ ผมพาตัวเองเข้าห้อง มองสิ่งของที่มันโวยวายแล้วทำลายทิ้ง โต๊ะ แจกัน กองหนังสือเละกระจัดกระจาย ทำไมมันเป็นคนแบบนี้วะ

 

“ภีม!” มันเดินตามมาเปิดประตู ผมทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ไม่อยากฟังมัน “กูไม่ชอบเลยที่มึงพูดแบบนั้น มึงคิดอะไรอยู่หา?”

 

“แล้วมึงคิดอะไรอยู่ถึงถามกูออกมา กูพูดความจริงทุกอย่างนี่”

 

“กูรู้ว่ามึงโกรธกูเรื่องเมื่อกี้ แต่มันสมควรไหมที่มึงจะพูดกับพ่อกูแบบนั้น”

 

ผมเงยหน้ามองมัน ก่อนจะพยักหน้ารับ “เออ กูขอโทษ มึงพอใจรึยัง?”

 

คำว่าขอโทษพูดง่ายๆ แบบนี้ คิดจะพูดบ้างไหม

 

มันมุ่นคิ้วตัวเองพูดไม่ออกเมื่อผมสงบศึกขึ้นมาเฉยๆ ด้วยการขอโทษมัน ใบหน้าของมันมองผมไม่ละก่อนจะเดินมาทรุดตัวนั่งข้างๆ เราเงียบไปทั้งคู่พร้อมกับมันที่เป็นฝ่ายอดทนไม่ไหวก่อน

 

มันแน่นอนอยู่แล้วที่ต้องเป็นมันที่ต้องเป็นแบบนั้น

 

“กูไม่ได้ตั้งใจ…

 

มันว่าเสียงเบา มองหน้าผมที่ก้มลงมองพื้น ผมไม่กล่าวตอบอะไรมันเลย ไม่เถียงให้มันสนุกปาก มันยิ่งแสดงถึงอารมณ์ที่ร้อนตัวเองออกมา “เออ กูเองก็ผิด แต่มึงไม่มีสิทธิ์ที่จะ…

 

มันลากเสียง “…มึงไม่มีสิทธิ์ที่จะจัดการเรื่องพ่อกู กูไม่ต้องการ”

 

ผมเงียบฟังในสิ่งที่มันกล่าว ก้มหน้ารับฟังอย่างไม่คัดค้าน มันคงคิดว่าผมกำลังจะกวนตีนมันละมั้งถึงได้พยายามเก็บอารมณ์ตัวเองแบบนั้น ผมกลืนน้ำลายลงคอยากเย็นทนรับฟังต่อไป ทั้งที่ใจอดทนไม่ไหว

 

“กูไม่ได้ตั้งใจจะว่ามึงนะภีม กูแค่โมโห กูบังคับตัวเองไม่ได้” มันว่าแล้วเงียบไปสักพัก “กูรู้ว่ากูทำกับมึงแรงเกินไป แต่มึงก็เกินไปสำหรับกูเหมือนกันนะภีม”

 

ผมดึงมือที่ถูกดึงไปกุมออกจากมือมันทันที เงยมองมันแล้วส่ายหน้าปฏิเสธที่จะยอมรับในสิ่งที่มันพูดออกมา ผมไม่ได้ผิดสักหน่อยนี่

 

“อย่ามาแตะกูอีก” ผมว่า ไม่คุยเรื่องพ่อของมันต่ออย่างที่มันต้องการ

 

“ภีม…” มันลากเสียง มือก็มายุ่งย่ามแต่กับตัวผม อะไรของมันนักหนา

 

“บอกว่าอย่ามาแตะ ไปให้พ้นเลย!” ผมขึ้นเสียงพลางผลักมือมันออกจากร่าง คราวนี้แสดงให้เห็นจะๆ ไปเลยว่ากูกำลังโกรธ กำลังโมโหในสิ่งที่มันได้ทำลงไป

 

มือผลักมันออกจากตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับมันที่พยายามสัมผัสตัว ผมไม่ชอบเลยที่มันพยายามสื่อสารด้วยร่างกายแบบนี้ ดวงตาสำนึกผิดแบบนี้ ใบหน้าเว้าวอนแบบนี้ ใจผมที่แข็งมันดื้ออยากจะยกโทษให้เสียเต็มที

 

“มึงมันเหี้ย ปอ มึงโคตรเหี้ย…” ผมว่าอย่างสุดพลางผลักมือมันออกจากตัว เสียงแม่งจะสั่นทำไม

 

“ภีม พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่…” ผมทุบมันสุดแรง

 

“ไม่ได้ตั้งใจแล้วมึงทำทำไม ในหัวมึงนี่คิดแต่จะเอาความสะใจใช่ไหม”

 

“เปล่า” มันส่ายหน้า สีหน้าและน้ำเสียงแสดงถึงความสำนึกตอนกล่าว ผมไม่กล้ามอง กลัวใจตัวเอง ทั้งๆ ที่จะไม่ยอมยกโทษให้ง่าย แต่ใจสั่นตัวสั่น ถูกมันยอมง่ายๆ แบบนี้ เป็นคุณไม่หวั่นไหวเหรอ

 

“พี่ขอโทษ”

 

“อย่ามาขอโทษ กูไม่รับ” ผมว่าพลางพลักตัวมันออก มันจะมารู้สึกอะไรตอนนี้ ตอนทำทำไมถึงไม่ยอมคิด แล้วดูสิ ข้าวของที่มันทำไว้ มันจะทำยังไง

 

 “อย่าดื้อสิ” มันว่า

 

“มึงนั่นแหละ กูเกลียดมึงว่ะ กูโคตรเกลียดเลย ขนาดพ่อมึงยังไม่รักแล้วมึงจะไปรักใครดูแลใครได้วะ ออกไปจากตัวกูเลย มึงมันไอ้คนอกตัญญู”

 

“กูขอโทษ”

 

“ไปขอโทษพ่อมึงโน่น ฮึก!

 

ผมผลักมันสุดแรงออกจากตัวก่อนจะยกมือกุมหน้า เก็บอารม์ตัวเองไม่อยู่ ใจมันกระเจิงกับคำว่าขอโทษของมันไปแล้ว น้ำอุ่นๆ ไหลลงเปื้อนมือผมที่ไม่อาจเงยไปให้มันเห็นได้ เมื่อผมรู้ว่ามันกล้าที่จะมาขอโทษ กล้ายอมรับผิดง่ายๆ

 

ใจผมที่แข็งๆ ก็อ่วนยวบลง

 

ผมสะอื้นสุดแรงพร้อมกับยกมือกุมหน้าตัวเองไม่ให้มันเห็นความอ่อนแอ มือของมันดึงผมไปกอดให้ซุกหน้ากับอกของมัน ให้น้ำตาซึมลงบนเสื้อของมันไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้ว่ามันทำแบบนี้กับใครมาบ้าง แต่มันทำให้ผมรู้สึกดีและเข้าข้างตัวเองเกินไป

 

หลงตัวเองว่ามันแคร์ผม ยอมอ่อนข้อให้ผม

 

“ภีม อย่าร้อง…” มันลูบหัวผมว่า น้ำเสียงเบา จูบผมไปทุกที่ แต่ยิ่งได้ยินเสียงมัน ผมยิ่งเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้นไปอีก

 

ทำไมมันทำแบบนี้กับผม ผมไม่เข้าใจเลย

 

“พี่จะไม่ทำให้ภีมโกรธอีก พี่ขอโทษ”

 

เสียงมันอ่อนนุ่มผสานความสำนึกผิด ไอ้พี่ปอ ผมอยากให้มันหยุดพูด แต่ละคำของมันบาดลึกลงหัวใจผมจนไม่สามารถบังคับตัวตนของตัวเองให้เข้มแข็งได้อีกต่อไป

 

ผมอยากอ่อนแอให้มันปลอบแบบนี้ไปนานๆ

 

อยากโกรธให้มันง้อแบบนี้ไปนานๆ

 

แต่ไม่รู้มันจะนานไปได้แค่ไหน

 

 

เฮ้อ…

 

ผมเดินลงจากอาคารเรียนมาพร้อมกับถอนใจ ตาบวมเป่งเพราะร้องไห้เมื่อคืน อย่างกับเขื่อนแตกเพราะเสียงของไอ้ปอมันอยู่ใกล้หู แต่ละคำของมันทำให้ผมหยุดร้องได้ยาก เมื่อคืนน่ะเหรอ มันเอาแต่ง้อผม กอดผมไว้อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย มันเหมือนพวกขาดความรัก ไอ้เด็กมีปัญหาทางบ้านเอ๊ย!

 

ร่างของผมเดินสวนกับคนที่ลงมาหาของทานช่วงพักเบรก เห็นรอยยิ้มจากเพื่อนคนหนึ่งที่ส่งมาให้ ผมจำมันได้เพราะเคยเดินชนกับมัน ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะเชื่อกรีน

 

“กินข้าวเหรอ?” มันทัก ผมพยักหน้ารับ

 

“อื้อ แล้วนายล่ะ”

 

“กินเสร็จแล้ว กำลังจะขึ้นไปรอเรียนน่ะ”

 

“โห อีกตั้งครึ่งชั่วโมงนะ” ผมว่า

 

“ภีม ไปกินข้าวพร้อมกับกูมะ อีสองตัวนั้นมันหนีไปก่อนแล้วอะ” ผมหันไปมองตุ๊ดร่วมห้องที่วิ่งมาหา มันยิ้มให้ไอ้กรีนก่อนจะสะกิดยิกๆ ให้ไปด้วย ไอ้ผมก็ทนมันเร้าหลือไม่ไหว

 

“เออ งั้นไปก่อนนะกรีน ไว้เจอกัน”

 

“อืมๆ เจอกัน”

 

ผมยิ้มให้มันพลางเดินไปพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง โรงเรียนช่างอะไรตุ๊ดเยอะชิบ แต่มันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรแถมช่วงนี้ผมเห็นมันเป็นอะไรที่น่ารักดี สร้างสีสันให้ชีวิตผมมาก พวกมันมักจะเข้ามาหลอกถามความคืบหน้าผมกับไอ้ปอบ่อยๆ แล้วก็ไปกระจายข่าวต่อ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าปกปิดเท่าไรนี่ ยกเว้นเรื่องผมยังไม่เสียซิงให้มันนะ

 

ผมไม่ได้แต่มีเพื่อนสาวๆ เท่านั้นหรอก ความจริงไม่ใช่เพื่อนเลย มีแค่คนรู้จัก คนรุ่นพี่ก็ยังรู้จัก คบกันไปแบบเผินๆ ใช่…ก็ผมเป็นเมียไอ้ปอนี่ ใครๆ ก็รู้จักผม

 

ซึ่งผมไม่ชอบชีวิตแบบนี้เท่าไร

 

ผมเดินเข้าห้องน้ำพร้อมกับสาวๆ อีกสามคนที่เดินวี้ดว้ายกระตู้ฮู้มาตามฉบับของมัน สนุกสนานเฮฮา รักสวยรักงามแต่พอมัน มีบางทีมันลามปามจะมาแต่งหน้าให้ผมด้วย ผมนี่แทบจะสวนหมัดใส่มันไปแล้ว

 

“เฮ้ยๆๆๆ พวกมึงเงียบแป๊ป”

 

เราชะงัก เมื่อยัยซันนี่ ที่ชื่อจริงๆ ของมันคือไอ้สันติยกมือป้องปากบอกให้หรี่เสียงลง ดวงตาผมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อพวกมันหลุดยิ้มกับสิ่งที่เราได้ยิน คงมีแต่ผมนี่แหละที่อายอยู่คนเดียว

 

เสียงอู้อ้าในห้องน้ำ

 

“โหย อย่างถึงพรกถึงขิงเลยว่ะมึง” มันว่าพลางหัวเราะคิกคักกันเมื่อพวกเราได้ยินเสียงคนหอบหายใจแบบที่กระเส่าสุดๆ ในห้องน้ำ มีเสียงขลุกขลักขึ้นเป็นระยะ มันไม่ได้ยินเสียงคนมารึไงถึงยังไม่หยุดช่วยตัวเองเนี่ย

 

ผมส่ายหน้าพลางเดินเข้าห้องน้ำ ที่นี่เป็นห้องกว้างใหญ่มากเพราะไม่ต้องแบ่งเป็นฝั่งของชายหญิง เป็นห้องรวมที่มีหลายสิบห้อง ประตูหันหากันและมีหลายแถวเพราะงั้นเลือกเข้าไปตามสบาย

 

ขณะที่ผมเสร็จธุระ ผมคิดว่าพวกนี้มันน่าจะได้ยินหรือเห็นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติในโรงเรียน พวกมันหัวเราะกันคิกคักสนุกปาก แต่ผมไม่ชินด้วยเลยสักนิดเดียว พาร่างตัวเองออกมาล้างมือ นึกว่าไอ้โรคจิตนั่นออกไปแล้ว ระหว่างที่รอเพื่อนเข้าห้องน้ำให้ครบ เสียงประตูห้องหนึ่งเปิดขึ้นหร้อมพวกที่พวกเราหันไปชะงักมอง

 

เชี่ย!

 

คนที่เปิดออกมามันชะงักเท้าตกใจเมื่อเห็นผม มือก็จัดระเบียบเครื่องแต่งกายตัวเองไปด้วย เหงื่อมันผุดออกเต็มหน้าก่อนจะเดินมาเปิดน้ำล้างหน้าแดงๆ นั่นบนอ่างล้างหน้า ลำคอมันมีแต่รอยจูบ

 

ไอ้ต้น

 

มันเอากับคนอื่นนอกจากพี่ธามอีกแล้ว

 

ผมหันไปมองมันที่ยืนล้างหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมกับมองตามตัวสูงๆ ของรุ่นพี่คนหนึ่งเดินออกไป เสื้อเขาหลุดลุ่ยพร้อมทั้งยกมือมาติดกระดุมตัวเอง ผมกับสาวๆ มองหน้ากันเมื่อมันทั้งสองเดินออกไปแล้ว ไปด้วยใบหน้าที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ

 

นึกว่าคนช่วยตัวเอง ที่ไหนได้ มันมากินตับกันในห้องน้ำโรงเรียนเนี่ยนะ!

 

“ไอ้ต้นนี่มันแรงนะมึงว่าปะอีซันนี่ กูได้ยินข่าวจากเพื่อนห้องเดียวกับมันว่ามันนอนกับคนอื่นไม่ซ้ำหน้า มีคนเห็นมันเอากับพี่วีเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับพี่ธามผัวมันด้วยนะมึง”

 

ผมหน้าชาเมื่อนึกถึงไอ้ปอ ไอ้เวรปอ!

 

“มันไม่น่าทำตัวอย่างงี้เลยนะ ทั้งที่บ้านก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นถึงขั้นจะมาขายตัว มันน่ะลูกคุณหนูแถมเรียนก็เก่งแต่เสียอย่างเดียวมันร่านอะ กูล่ะสงสารผัวมันจัง ไม่รู้กิตติศัพท์เมียตัวเองเล้ยว่าได้คนแทบจะหมดโรงเรียนแล้ว”

 

ผมหันไปมองหน้าสาวๆ ที่มันออกความเห็นพลางนึกถึงไอ้ต้น มันทำแบบนี้ทำไมวะ เอาเข้าจริงนี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะเว้ย

 

คิดแล้วปวดหัว ปอมันรู้รึเปล่าว่าไอ้ต้นมันเอาไม่เลือกอย่างนี้ หรือมันรู้อยู่เต็มอกถึงได้กล้านอนกับมัน คิดแล้วก็โมโห ป่านนี้มันไม่ติดเอดส์ไอ้ต้นแล้วรึไง

 

มึงเจอกูแน่ปอ ไอ้เชี่ย ไอ้เลว ไอ้หื่นเอาไม่เลือก ไอ้เอดส์ ไอ้โรคจิต!

 

 

คิดได้แล้วนั้น เมื่อเลิกเรียนผมก็บึ่งไปขึ้นแท็กซี่ตรงดิ่งไปยังโรงแรม วันนี้มันไม่ได้มาโรงเรียนเพราะยังเดินขากะเผลกอยู่ผสมกับความขี้เกียจในตัวของมันด้วย ผมว่าผมต้องจัดการมันเพราะคิดแล้วมันก็โมโห

 

ประตูเปิดออกพร้อมกับผมที่เดินกระแทกเท้าเข้าไปด้านในเห็นมันนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาสบายใจสุดๆ  เดี๋ยวมึงได้เจอกูแน่ ผมเหวี่ยงกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วทิ้งตัวไปทุบมันสุดแรงด้วยความหมั่นไส้ มันทำแบบนั้นทำไม กับเพื่อนตัวเองแทนที่จะเตือนไอ้ต้นให้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่กลับทำตามความอยากของไอ้ต้นลงไปเสียได้!

 

“อะไรภีม มึงเป็นไร?” มันหันมาว่าด้วยความตกใจที่ผมมุ่งไปทำร้ายมัน ผมทุบมันสุดแรงจนตัวเองเหนื่อยไปเอง “นี่กูผิดอะไรอีกวะเนี่ย”

 

มันร้องว่าพลางหลบไปทั้งตัวเมื่อเห็นผมยกมือที่หวังจะทุบไปอีกรอบ จับมือผมด้วยความงงสุดๆ

 

“มึงนอนกับมันกี่ครั้งแล้วปอ!?”

 

“อะไร นอนกับใคร?” มันร้องพลางจับมือผมที่สู้แรง ทางนี้ก็พยายามดิ้นให้หลุดจะตีมันอีกรอบด้วยความหมั่นไส้

 

“พรุ่งนี้มึงไปตรวจเลือดเลย ถ้าผลเลือดมึงเป็นบวกกูจะไม่นอนกับมึง ไอ้ชั่ว ไอ้เลว!

 

“เฮ้ยนี่กูทำอะไรผิดวะ มันร้ายแรงขนาดนั้นเลย?”

 

“มึงรีบตื่นตั้งแต่เช้าเลยนะปอ พรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลกับกู ไอ้…

 

ไม่รู้จะสรรค์คำไหนมาด่ามันเว้ย!

 

ผมทรุดตัวหอบด้วยความเหนื่อยพลางก้มมองพื้นด้วยความโมโห นึกถึงหน้าตอนไอ้ต้นมองผมที่ชายหาดแล้วอารมณ์แทบจะปะทุมาอีกรอบ

 

“ภีม นี่มึงเป็นอะไรกูงงนะ” มันว่าบ่นพลางลูบรอยที่ผมตีมัน “มึงช่วยขยายความให้กูเข้าใจหน่อยสิวะ อยู่ๆ เดินเข้ามาซัดเอาซัดเอาไม่ให้กูรู้เลยว่ากูทำผิดเชี่ยไรมา นี่กูเลวขนาดนั้นเลยเหรอ?”

 

“มึงเอากับมันกี้ครั้งแล้ว!” ผมหันไปว่า ทำท่าจะง้างมือไปตีมันอีกรอบ มันยกมือบังตัวเองร้อง

 

“เอากับใครเล่า?”

 

“ก็ไอ้ต้นไง เมียเพื่อนมึงอะ พี่ธามอะ เพื่อนสนิทมึงนั่นไง!” ลองร้องกรอกหูให้มันเข้าใจใหม่ดูซิว่าจะเข้าใจไหมไอ้คำว่าเมียของเพื่อนน่ะ เมียเพื่อนมึงน่ะ!

 

“ครั้งเดียวๆ”

 

“กูไม่เชื่อ!

 

“จริงๆ”

 

มันว่าพลางดึงมือผมไว้ นี่มึงคิดจะสู้กูเหรอ ช่วงนี้ผมเป็นต่อมันบ่อยเพราะมันใช้กำลังกับผมไม่ได้ มีแต่ผมนี่แหละที่ใช้กำลังกับมันเพราะเครียดกับการต้องปรนนิบัติมัน ความเจ้าอารมณ์มัน แถมถูกมันแทะโลมอีกต่างหาก ได้ทีเมื่อไหร่ซัดเอาๆ อย่างที่มันพูด มันก็สะใจดี แถมมันหน้าหงอด้วยตอนที่ถูกผมทำ

 

จะว่าไปมันนี่เหมือนพวกกลัวเมียเลย ผมขึ้นเสียงใส่หน้านี่เหลือแค่สองนิ้วเอง

 

ไม่ใช่ๆ ผมแค่ยกตัวอย่าง ยังไม่ทันเป็นเมียมันสักหน่อย

 

“ก็วันนั้นไง ที่มึงเดินเข้ามาน่ะ วันนั้นวันเดียวกูก็ไม่ได้ยุ่งกับมันอีกเลย” มันว่า ผมส่ายหน้า

 

“มึงต้องแอบกินตับมันก่อนหน้านั้นไม่งั้นมันไม่ยอมมึงง่ายๆ หรอก” ว่ามันพลางยกนิ้วชี้คาดโทษไปด้วย

 

“เป็นกู ใครก็ยอมทั้งนั้นแหละยกเว้นมึง”

 

“พรุ่งนี้มึงไปตรวจเอดส์เลย อย่ามาแตะกู!” ผมว่าพลางผลักมือมันออกไปด้วย มันถอนใจพร้อมกับแก้ตัวให้ตัวเองไปพลาง

 

“กูก็ป้องกันอยู่ แถมยังไม่ทันได้ถึงครึ่งทางเลยมึงก็มาขัดจังหวะ”

 

“อ๊อ นี่กูไปขัดจังหวะพวกมึงเหรอ” ผมหันไปว่า

 

“ภีม มึงหัดมีเหตุผลหน่อยดิวะ กูนอนกับมันไม่ถึงครึ่งครั้งด้วยซ้ำ ไม่นับเป็นครั้งเลยด้วยแหละเพราะกูยังไม่เสร็จเพิ่งจะใส่เข้าไป เสียวไม่ถึงห้านาทีเลย”

 

ผมอยากตบปากมันมากเลยตอนนี้ มึงสาธยายออกมาได้อย่างหน้าด้านๆ นะ

 

“กูป้องกันอยู่แล้วทุกครั้ง มึงนี่อย่าหึงจนหน้ามืดสิวะ” มันว่าเสียงเบาพลางยักไหล่เสียงอ่อน ผมขออึ้งมันแป๊ป

 

นี่กูหึงมึงอยู่เหรอ

 

“กะ กูไม่ได้หึง” ผมว่าพลางผ่อนอารมณ์ตัวเองทันที

 

“เห็นไหม มึงหึงกูชัวร์เลย พอกูพูดแล้วทำร้อนตัว” มันชี้หน้าจับผิด ผมอึกอักพลางหลบสายตาที่จับผิดของมัน ที่ผมโมโหมัน ทุบตีมันเพราะหึงงั้นเหรอวะ

 

มะ ไม่จริง! ไม่จริงหรอก นี่ท่าจะบ้าจริงๆ

 

“อย่าโกรธนะภีม แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวจริงๆ ไม่คิดจะนอนกับมันอีกแล้ว” มันว่าเสียงเบา

 

นี่ผมรู้ไม่ทันอารมณ์ของตัวเองได้ถึงขนาดนั้นเลยงั้นเหรอวะเนี่ย

 

ได้แต่นิ่งจ้องตามันเงียบๆ เพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงเมื่อมันจ้องหน้าแบบนี้ มือของมันดึงตัวผมเข้าหาพร้อมกับยกยิ้มด้วยความเหนือกว่า โน้มหน้ามาใกล้พร้อมกับเบี่ยงให้ได้องศา ใจที่เต้นดีๆ ก็ดังตึกตักจะทะลุออกจากอก ไม่ชินกับการถูกมันจูบสักทีสิน่า

 

ปอมันขยับเข้ามาใกล้ ใบหน้าอยู่แค่คืบและสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ

 

“ฝันไปเลย! มึงไปตรวจเลือดก่อนกูถึงจะให้แตะต้องตัว” ผมว่าพลางผลักหน้ามันออก ทำให้มันอยากแล้วก็เดินจากไปให้สะใจ เสียงมันร้องครวญตามหลังเมื่อผมผละเดินเข้ามายังห้องนอนเพื่อหาชุดไปอาบน้ำ

 

รอยยิ้มผุดมาประดับบนใบหน้าของผมหลังจากไม่ได้อยู่ในสายตามันทันที ไอ้บ้าเอ้ย! ทำไมต้องทำเหมือนผมมีสิทธิพิเศษคนเดียวแบบนี้ด้วย มันหลอกให้ผมรักไปถึงไหน ทั้งๆ ที่วีรกรรมก็เยอะแยะมากมายที่จะต้องเจอ แต่เชื่อเถอะ

 

แม่งทำหน้าหงอๆ โคตรน่ารักเลยตอนผมตีมันเมื่อกี้

 

มันเป็นคนที่ดีคนหนึงเลยทีเดียว ถ้าไม่ได้เจอแบบผม คุณคงจะไม่เข้าใจความรู้สึกหรอก ตอนมันทำหน้างงๆ อ้อนๆ ให้ผมเข้าใจมันน่ะ

 

 

 

มาแล้วจ้า เอาพี่ปอน้องภีมมาส่งแล้ว อิ่มหนำกันมั้ยเอ่ย

วันนี้ใจดีอัพให้อ่านยาวๆ เลย จะคุยได้เม้าธ์กันมันส์ปาก เอิ่มฉากพี่ปอง้อน้องมุ้งมิ้งปะ น้องพยายามเอาแต่ใจให้มันง้ออะ ไรต์ว่าปอมันเริ่มจะโตขึ้นเวลาถูกคนเอาแต่ใจกว่าใส่ ก็เลยใช้มุกนี้กับมันอ่ะ 5555 พอเจอภีมเอาแต่ใจกว่ามันก็ต้องยอมเลิกเอาแต่ใจตัวเอง ไปเอาใจเมียแทน อิอิ

ส่วนน้องต้นนี่ ไม่มีคำบรรยายค่ะ แต่ว่า นางดราม่านะคะ บอกก่อนเลย เค้าชอบต้นอ่ะ นิสัยเหมือนสไปร์ฮอร์โมน อิอิ นางดูตรงๆ ดี เดี๋ยวพอเข้าเรื่องบทนางจะมากกว่านี้นะคะอย่าเพิ่งด่ามาก อุบอิบไว้ก่อน อิอิ

เง้ออออ ทำไมคนตอบน้อยจัง มีคนอ่านอยู่ไม่กี่คนใช่มั้ยเนี่ย T T ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังใจทีค่ะ คุณก็รู้ว่าการเม้นเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับคนเขียน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #193 mabuhay21 (@mabuhay21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 05:16
    สนุกมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #193
    0
  2. #186 Aaaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 23:17
    ชอบๆๆๆๆ ค่ะ ยังปากแข็งอยู่ น้องภีม
    #186
    0
  3. #130 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 18:00
    555 รุสึกตลกตัวเอง กะตอนที่กำลังอ่านเพลินๆ แร้วยุดีดีไรต์กะมา talk คือแบบ มันเหมือนโดนกระชากออกมาจากโลกในจอ มาสู่โลกความจริง5555(มีอารมโมโหไรต์ด้วยนะ บอกเรย) แต่กะรักไรต์นะ
    #130
    0
  4. #51 Lilly June (@lin-salintip) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 19:31
    พี่ปอรักภีมซะที ภีมแสดงอาการขนาดนี้แล้วนะ รออ่านนะคะ ไรต์สู้ๆ
    #51
    0