แดนสรวง (yaoi)

ตอนที่ 10 : Level 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์ด้วยความสับสนงุนงง บนเตียงที่คลุมทับด้วยผ้าปูสีดำ หมอนสีดำ และผ้าห่มสีกรมท่า

ไม่ใช่ห้องนอนของผม

ผมกะพริบตาปริบ แสงแดดส่องลอดผ้าม่านสีเข้มที่ปิดไม่สนิทเข้ามาเป็นลำ หลังจากนั้นสักสองวินาทีผมก็เริ่มรู้สึกอึดอัด และอีกสามวินาทีถัดมาก็เห็นใบหน้าของธารอยู่ใกล้ไม่กี่เซนต์

บึ้ม...

อะไรบางอย่างในหัวของผมลัดวงจร ธารอยู่ใกล้มาก ใกล้แค่นี้เอง แล้วเขาก็กำลังกอดผมอยู่-

เดี๋ยวสิ นี่ ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่

ผมหน้าร้อน ค่อยๆ แงะแขนเขาออกจากเอว และยิ่งหน้าร้อนเข้าไปอีกเมื่อหันไปเห็นหมอนข้างด้านหลัง

ผมเอง ผมข้ามเขตไปหาเขา

แต่เมื่อผมขยับตัวจะไปหยิบมันมากั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คอเสื้อผมก็ถูกเกี่ยวจนหงายหลังลงไปนอนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือใครบางคนตื่นแล้ว และตอนนี้เขาก็กำลังนั่งยิ้มร้ายและจ้องผมด้วยแววตาวาวระยับที่...ไม่เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนสักนิด

“จะทำลายหลักฐานรึไง หืม”

ผมอ้ำอึ้งเพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับการโกหกเท่าไหร่ ตั้งใจจะยันตัวลุกขึ้นหนีแต่ธารกดไหล่ผมจมเตียง

“เพิ่งจะกี่โมงเอง” เขาว่าแล้วลงมานอนทับอีกชั้น

ผมไม่รู้สึกหนักอะไรนัก แอบคิดว่าธารน่าจะร่างกายอ่อนแอกว่าผมด้วยเพราะเขาไม่ค่อยออกกำลังกาย ไม่เหมือนผมที่ไปเที่ยวตะลอนๆ มาตลอด

แต่ในระหว่างที่นอนนิ่งอยู่ ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังปีนหน้าผาสูงๆ อยู่

ใครจะไปคิด...ล่ะ

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา สำหรับผมแล้ว นิยามของผู้ชายที่ชื่อธารก็คือคนที่จับต้องไม่ได้ ไม่อาจเอื้อม ไม่เคยริอาจคิดจะคว้า...

“หัวใจแกเต้นเร็วเป็นบ้า” ธารพูดขึ้นมา เสียงเขาอู้อี้เพราะหน้าฝังอยู่กับไหล่ผม “ยังไม่ชินอีกรึไง”

ผมส่ายหัว ตอบเบาๆ ว่า “ฉันไม่เคยคิดว่าเราจะมีวันนี้”

แน่ล่ะ ผมเคยจินตนาการว่าถ้าผมกับธารเป็นแฟนกัน ผมจะมีความสุขขนาดไหน เคยเก็บไปฝันด้วยซ้ำ มันเป็นฝันดีที่ผมไม่รู้สึกอยากตื่นขึ้นมา แค่ได้มโนไปอย่างนั้นเองก็มีความสุขแล้ว แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นจริงเลย

ธารขยับตัว เขายันแขนทั้งสองข้างขึ้น ขังผมไว้ตรงกลางแล้วก้มลงมาจนหน้าผากเราแตะกัน “ขอโทษ”

“ที่ทำตัวแย่กับแกเมื่อก่อน...” จมูกเราชนกัน ธารกดริมฝีปากมาประกบกับปากผมเบาๆ มันนิ่มนวลในตอนแรก แล้วก็เริ่มหนักหน่วงขึ้น รุนแรงขึ้น... มันยาวนานกว่าครั้งก่อนๆ พอเขาถอนจูบออกไป ผมก็ได้แต่หายใจหอบ

ธารเอียงคอ เขาใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหางตาที่เปียกชื้นของผมด้วยสายตาครุ่นคิด ผมส่งสายตาเป็นเชิงถามให้เขา

“ฉันกำลังสงสัย...ว่าแกเพิ่งมาน่ารักเอาตอนนี้ หรือแกน่ารักแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วแต่ฉันไม่เคยสังเกต...”

ผมหน้าแดง อยากถามกลับเหมือนกันว่าเขาร้ายกาจแบบนี้มาตั้งแต่แรก หรือผมเพิ่งมารู้กันแน่ แต่ปากคอสั่นจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ

ธารยีหัวผมเล่นก่อนจะผละออกไป บางครั้งผมก็สงสัยว่าทำไมคนถึงชอบลูบหัวผมกันนัก

“แกนอนรอสติกลับมาก่อนแล้วกัน ฉันจะไปอาบน้ำ”

 

 

ผมมองตัวเองในกระจก รู้สึกผิดหูผิดตาทุกครั้งที่เห็นตัวเองในเสื้อผ้าของธาร จะยังไงก็ไม่ชินสักที

“คอเสื้อ” ธารเดินมาจัดคอเสื้อที่ตั้งอยู่ให้ผม ปัดๆ นิดหน่อยก่อนจะจับผมหมุนซ้ายหมุนขวาตามใจชอบ แล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ “ป่ะ ไปกัน”

ผมคว้าโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน และกุญแจบ้านมาถือไว้ “เราแวะฟอร์จูนก่อนดีมั้ย”

“หือ” เขาเลิกคิ้ว “เมื่อวานก็เพิ่งซื้อของเข้าตู้เย็นไปนี่?”

“ไปเยี่ยมพ่อแม่นาย นายจะไปมือเปล่าเหรอ”

“...........” ธารมองหน้าผมเหมือนจะถามว่า จริงดิ? “ฉันไม่เคยซื้ออะไรกลับไปฝากเลย”

“ได้ไงล่ะนั่น” ผมไปเที่ยวตะลอนๆ ที่ไหนก็มีของฝากกลับมาให้พ่อแม่ตลอด หรือว่ามีแต่ผมที่ทำแบบนี้ ครอบครัวปกติไม่ทำกันเหรอ???

ผมคงหน้าตาเลิ่กลั่กจนธารหลุดขำ เขาส่ายหัวยิ้มๆ “เออ ไปก็ไปวะ”

 

 

 

บ้านของธารเป็นบ้านเดี่ยว ตั้งอยู่ในซอยลึกๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองกรุง ตอนแรกผมก็พยายามจำทาง แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่ไหวเพราะหลายเลี้ยวหลายแยกเหลือเกิน มิน่าทำไมธารถึงขี่มอเตอร์ไซค์เป็นตั้งแต่ยังเด็กแบบนั้น มันเข้าออกไม่สะดวก แต่มีข้อดีคือสงบ ไม่ค่อยมีเสียงรบกวนเท่าไหร่

ธารจิ้มกริ่งหน้าประตูรั้ว รอสักพักหญิงวัยกลางคนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีก็เดินออกมา ผมยกมือไหว้เธออัตโนมัติ

“สรวงเหรอลูก” เธอว่าพลางยิ้มให้ผม โยนกุญแจบ้านให้ลูกชายตัวจริงล็อคประตูรั้ว ก่อนจะจูงแขนผมเดินเข้าไปในบ้าน ผมถอดรองเท้าไว้หน้าประตูอย่างเกร็งๆ ระหว่างที่เธอชะโงกหน้าไปเรียกสามีที่กำลังตากผ้าอยู่หลังบ้าน

“แม่หวัดดี พ่อหวัดดี” ธารเดินผ่านผมไป เอาของไปวางบนโต๊ะรับแขก แล้วตีหน้ามึนฉวยเอาของฝากในมือผมไปยื่นให้ชายวัยกลางคนที่โผล่กลับมาพอดี “สรวงมันซื้อมาให้  ของฝาก”

“เรียกน้องดีๆ สิ” โดนแม่ตีแขนไปหนึ่งเพี๊ยะ ผมยังยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ที่เดิม ยกมือไหว้พ่อของธารด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ

“สรวงเหรอ? เออ...โตขึ้นเยอะเลยนะเรา” เขาหรี่ตา ทำเอาผมรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ บอกไม่ถูก “ไปอยู่เมืองนอกมาเป็นไงบ้างล่ะ”

“ก็ดีครับ...”

แล้วก็เงียบกันไป ธารกับพ่อผละไปหลังบ้าน ส่วนใหญ่แม่ของธารจะเป็นฝ่ายชวนผมคุยมากกว่า เธอถามผมถึงเรื่องพ่อแม่ เรื่องเพื่อน เรื่องที่อเมริกา และเรื่องงาน ผมก็บอกว่าตอนนี้แปลภาษาให้เกมอยู่ แล้วก็ลากไปเรื่องนิยายจีน พอเป็นเรื่องนี้ก็เลยคุยกันยาว อ๋องห้านิสัยไม่ดีอย่างนู้น อ๋องแปดช่างแสนดีแบบนี้ แม่นางเอกเก่งกาจสามารถอย่างนั้น...

“ชอบอ่านหนังสือเหรอลูก”

ผมพยักหน้า “ผมว่าหนังสือทำให้เราเหมือนได้มีชีวิตหลายๆ แบบ ได้เป็นทนายบ้างล่ะ เป็นโจรบ้างล่ะ บางครั้งก็มีพลังพิเศษด้วย ผมว่ามันสนุกดีนะครับ”

ตอนเด็กๆ ผมชอบอ่านการ์ตูนต่อสู้เหมือนเด็กปกติ แต่ตั้งแต่ตอนนั้นผมก็เริ่มคิดแล้วว่า มันคงจะดีนะ ถามผมสามารถสร้างโลกที่เราสามารถโลดโผนตามจินตนาการ ได้มีพลังพิเศษ ได้ผจญภัย ผมอยากสร้างโลกที่คนจะสนุกไปกับมัน...

ผมรู้สึกว่าตัวเองชักจะพล่ามจนน้ำท่วมทุ่งไปแล้วเลยเงียบลง “...แล้วทำไมคุณน้าชอบอ่านหนังสือล่ะครับ”

“เรียกแม่สิ”

“ครับ?” ผมหน้าตื่น

“แม่”

ผมกะพริบตาปริบ รู้สึกไม่ค่อยถูกต้องอยู่บ้าง ผมทำลูกชายเขาเป็นเกย์ เขาไม่ว่าอะไรผมเลยเหรอ

“ถ้าเป็นสรวงแม่ก็โอเค แต่ถ้าเป็นคนอื่น...” เธอยักไหล่ ยิ้มหวานแบบที่ทำให้ผมนึกถึงคะนิ้งกับธารรวมร่างกัน “ถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะไม่”

ผมยกมือไหว้เธออีกครั้ง พูดขอบคุณเสียงอู้อี้เพราะโล่งใจเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก

“ธารมันไม่ค่อยมีใครคบเท่าไหร่...นิสัยไม่ดี” เธอลูบหัวผม “แม่ฝากเราดูแลมันด้วยนะสรวง”

ผมพยักหน้า “ครับ...แม่”

เธอ...แม่หัวเราะเบาๆ ตบบ่าผม “จะเที่ยงแล้ว แม่ไปทำกับข้าวก่อนนะ ไม่รู้สองคนนั้นคุยกันเสร็จรึยัง”

“เอ่อ...ผมทำอาหารเป็น ให้ผมช่วย...” ผมลุกขึ้นยืนแต่แม่ส่ายหัว

“เรานั่งอยู่นี่แหละ เดี๋ยวพ่อเขามาคุยด้วย” ได้ยินดังนั้นผมก็หุบปากฉับ ทรุดตัวลงนั่งอย่างว่าง่ายทันที ลึกๆ แล้วผมคิดว่าผู้ชายน่าจะใจแข็งกว่าผู้หญิง แถมเอ่อ พ่อของธารเป็นผู้ชาย ธารเป็นผู้ชาย ผมก็เป็นผู้ชาย แต่มีสถานะเกย์เพิ่มมาด้วย ผมกลัวว่าเขาจะไม่ชอบหน้าผมที่ทำให้ลูกชายเขาเป็นแบบนี้

“โอ้ย ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกลูก” แม่เห็นผมเหงื่อซึมหน้าผากก็หัวเราะพลางส่ายหัว “ใครรังแกเราเดี๋ยวบอกแม่ แม่จัดการเอง”

“แม่ ผมหิวแล้ว”

“รู้แล้ว กำลังจะไปแล้วนี่ไง” ธารโผล่หน้ามาเหมือนจะเช็คว่า ทางนี้คุยกันเสร็จรึยัง แม่กลอกตาทักทายเพดาน แล้วจึงก้าวเท้าฉับๆ ไปยังห้องครัวหลังบ้าน ทิ้งผมไว้กับธารและพ่อของเขา

ดวงตาที่เหมือนของธารมองสำรวจผมขึ้นลง ก่อนจะเหลือบไปมองลูกชายด้านข้าง ซึ่งธารก็ทำหน้าตายียวนตอบโต้ ชายวัยกลางคนแค่นหัวเราะดังหึ “ร้าย”

“แน่นอน” ธารหัวเราะในลำคอ ผมคิดว่าผมรู้แล้วแหละว่าเขาเหมือนใครระหว่างพ่อกับแม่ ผมมองพวกเขาสลับไปมา ธารแทบจะถอดแบบจากพ่อของเขามาจนหมด ทั้งหน้าตาและนิสัย

“เอาล่ะ” พ่อของธารทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ตำแหน่งเดียวกันกับแม่ เหยียดขาไขว่ห้างเหมือนที่ธารชอบทำ “เริ่มกันตรงไหนก่อนดี?”

ผมชำเลืองมองธาร เขายักไหล่ “พ่อก็ถามไปงั้นแหละ เขารู้อยู่แล้วว่าจะพูดอะไร”

“คืองี้นะ ตอนที่ไปเห็นพวกแกอยู่ด้วยกันที่โลตัส ฉันก็แอบโกรธหน่อยนึงแหละ” เขานิ่งไปสักพัก “เอาจริงก็ไม่หน่อย ทำไมไม่บอกกันก่อนวะ จะให้รู้จากคนอื่นรึไง”

ผมตัวลีบ “ขอโทษครับ”

“อย่าทำตัวลีบ นั่งดีๆ ซิ” พ่อของธารตีเข่าผม ตีแรงจนผมสะดุ้ง “กล้าเป็นก็กล้ารับ ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องก้มหน้า”

ผมเงยหน้า จ้องลึกเข้าไปในมหาสมุทรแบบเดียวกับที่ผมรักแต่เก่าแก่กว่า เขาพินิจใบหน้าของผมอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้ธาร “ไม่เลว...ตาแหลมเหมือนพ่อมันไม่มีผิด”

“พ่อดูอะไรวะ รู้หน้าไม่รู้ใจป่ะ”

“รู้ รู้ว่าใครจริงใจไม่จริงใจ ใครเหลาะแหละใครรักดี แกคิดว่าฉันสแกนคนเข้าทำงานมากี่คนแล้ว”

“งั้นตอนนี้ ไฟเขียว?”

“ยัง”

“อะไรวะ”

“แกออกไปก่อน”

“ไหนว่าอยู่ด้วยได้”

“เออ ตามใจ” พ่อของธารยักไหล่ ไม่สนใจลูกชายตัวเองอีก “สรวง ไอ้ธารมันนิสัยไม่ดี เราไม่ต้องทนมันนะ ทะเลาะก็ทะเลาะเลย ทะเลาะกันอย่างสงบ อย่าใช้กำลัง ถ้าโกรธกันมากก็เขียนเอาก็ได้ อย่าเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีก”

“อะไรวะพ่อ ผมกับพ่อก็นิสัยเดียวกันนั่นแหละ”

“มันไม่พอใจก็ไม่พูดใช่ไหม งี่เง่าเนอะ เออ เราต้องพูดนะ ไม่พูดก็ไม่รู้เรื่องกันพอดี” เขายังคงมองหน้าผมแล้วพูดต่อไป ทำหูทวนลมกับลูกชายตัวเอง “ดึงๆ ธารมันขึ้นมาหน่อย อย่าให้มันดึงเราลงนะลูก”

ผมพยักหน้า พูดอะไรไม่ออก พ่อของผมจะรับได้เหมือนพ่อของธารมั้ยนะ

“...เดี๋ยวนะพ่อ เมื่อก่อนนี่ตอนไหนวะ”

“แกอย่าโง่ วันนั้นเสียงดังมาถึงข้างล่างเลย ทุบคีย์บอร์ดด้วยใช่ไหม”

“พ่อ ตอนนั้นมันเหมือนตอนนี้ที่ไหน”

พ่อของธารเลิกคิ้ว มองผมกับลูกชายเขาสลับไปมา “ไม่ใช่ว่าพวกแกชอบกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเหรอวะ”

ผมหน้าร้อน “ไม่ครับ คือ ตอนนั้นผมชอบธารฝ่ายเดียว-”

“ไม่ๆ ไอ้ธารมันก็ชอบเราเหมือนกัน น่าจะชอบก่อนด้วยมั้ง”

“อะไรวะ ผมไม่ได้-”

“ฉันรู้แล้วกัน” เขายิ้มมุมปากพลางผลักหัวลูกชาย “มีแต่แกนั่นแหละไม่รู้ตัวเอง”

 

 

มื้อเที่ยงวันนี้เป็นราดหน้าหมูคะน้า แม่ของธาร...ของเรา ทำอาหารอร่อยมาก หมูนุ่มมาก รู้สึกเหมือนมันละลายในปากไปเลย เทียบกันแล้วผมยังต้องฝึกอีกเยอะจริงๆ หนทางยังอีกยาวไกลนัก

“ว่าแต่นี่อยู่ด้วยกันเหรอ” แม่ถามขึ้นหลังจากที่เรากินเสร็จ “เห็นใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน”

ผมสำลักน้ำเย็น ธารตบๆ หลังให้ผมพลางตอบว่า “เปล่าหรอก ยังไม่ได้ไปขอพ่อแม่ฝั่งนู้นเลย ผมบอกให้ค้างเพราะจะได้พามาบ้านสะดวกเฉยๆ”

พ่อและแม่เลิกคิ้ว สีหน้าเหมือนจะบอกว่า ข้ออ้างห่วยๆ นั่น คิดได้แค่นั้นงั้นเหรอ น่าสมเพชจริงๆ

ธารกลอกตาทักทายพัดลมติดเพดาน “ก็เมื่อก่อนบ่นว่าอยากเลี้ยง ก็หิ้วมาให้เลี้ยงแล้วนี่ไง”

“เออๆ ไปขอฝั่งนู้นมาให้เรียบร้อยก่อนดีมั้ย” พ่อเก็บจานไปล้าง จะว่าไปตอนที่ผมทำอาหารที่คอนโด ธารก็เป็นคนล้างจานเหมือนกัน เขาได้พ่อมาเต็มๆ เลยสินะ

 

 

หลังจากที่กินข้าวเสร็จธารก็ลากผมขึ้นไปบนห้องนอนเขา มันเป็นโทนสีสว่างแบบที่แม่ชอบ ลูกชายก็ขี้เกียจจะขัดใจเลยปล่อยเลยตามเลย แล้วค่อยออกไปสร้างอาณาจักรตัวเองที่คอนโดแทน บนโต๊ะอ่านหนังสือมีคอมพิวเตอร์จอใหญ่อยู่เครื่องหนึ่ง กับคีย์บอร์ดที่ไม่เข้าคู่กัน "ดูหนังป่ะ" เขาพูด ไม่ใช่ประโยคคำถามด้วยเพราะเขาไม่ฟังคำตอบ ธารเปิดคอมพิวเตอร์ "พ่อฉันสมัคร Netflix ไว้"

ผมนั่งบนเตียงเขา ปล่อยให้ธารเลือกหนังที่เขาอยากดูไป ส่วนตัวเองก็ลากผ้าห่มเขามากอดเพราะเริ่มจะหนาวแอร์หน่อยๆ

"เอาเรื่องนี้แหละ" ธารพยักหน้าหงึกก่อนจะปีนขึ้นมาบนเตียงกับผม ผมมองภาพบนจอแล้วหน้าซีด

"ไม่เอาหนังผีได้มั้ย..."

"กลางวันแสกๆ จะกลัวอะไร"

ผมมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มเป็นการประท้วงเงียบๆ ว่าถ้าเขาจะดูเรื่องนี้ผมไม่เอาด้วย แต่ธารกลับยิ่งแกล้งเพิ่มเสียง ตอนเป็นแค่เสียงคนสนทนากันตามปกติผมยังโอเค แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาสยองขวัญผมก็ต้องยกมือขึ้นปิดหู ขดเป็นก้อนกลม ตัวสั่น และเมื่อได้ยินเสียงดังปั้งเหมือนประตูเหล็กถูกกระแทกปิดอย่างแรงผมก็สะดุ้งจนคนด้านข้างรู้สึกได้

"สรวง?"

ผ้าห่มโดนดึงออก ธารกดหยุดหนังแล้ว เขาชะงักไปชั่วขณะก่อนจะลูบหลังผมเบาๆ "กลัวขนาดนั้นเลย?"

ผมพยักหน้าหงึกๆ ผมไม่ถูกโรคกับหนังผีตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนที่พ่อเปิดดู ผมก็กลัวจนภาพตัด รู้ตัวอีกทีคือมุดไปอยู่ด้านหลังโซฟา ชันเข่าขึ้นแล้วก็ยกมือปิดหู ผมไม่กล้าขึ้นไปด้านบนคนเดียวก็เลยนั่งตัวสั่นอยู่ตรงนั้นจนหนังจบ ลึกๆ แล้วผมคิดว่าพ่อรู้ แต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นสภาพของผมมากกว่า

"ไม่ดูก็ไม่ดูวะ" ธารยักไหล่ ปิดหนัง ท่าทางไม่สนโลกแบบนั้น ผมสงสัยจริงๆ ว่าเขาทำได้ยังไง อย่างตอนที่คุยกับคะนิ้งที่คอนโดก็เหมือนกัน เหมือนว่าเขาจะไม่แคร์สายตาใครเลย แบบว่า อ้อเหรอ เออใช่ แล้วไงล่ะ?

"คิดอะไรอยู่"

"...นายดูไม่เดือดร้อนเลยว่าคนอื่นจะมองยังไง พ่อแม่นายก็เหมือนกัน"

"ยังห่วงเรื่องนั้นอยู่อีกเรอะ" เขาทิ้งตัวลงนอนด้านข้างผม เอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผมออก "คนอื่นก็คือคนอื่น ไม่เห็นสำคัญ"

"คนอื่นที่ว่าอาจเป็นเพื่อน...เป็นพ่อแม่นายก็ได้นะ"

ธารขยับมาทับผม เอาศอกทั้งสองข้างยันไว้เหมือนเมื่อเช้า "จำคำพูดของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองหลวงในชิงหนิงได้ป่ะ"

ผมพยักหน้า "ไม่ให้ความร่วมมือก็คือศัตรู..." ที่ผมจำได้แม่นเลยก็เพราะว่าธารชอบประโยคนั้นมาก ตอนนั้นเขาหัวเราะ ทุบกำปั้นลงฝ่ามือ แล้วก็บอกว่า นี่แหละ สัจธรรมของชีวิต

ไม่คิดว่าเขาจะยึดมันมาใช้จริงๆ

ช่างเป็นคนที่เอาแต่ใจอย่างร้ายเหลือ

"แกนินทาฉันในใจใช่มั้ย" ธารหรี่ตา เขาได้ทักษะอ่านใจมาจากพ่อด้วยรึไงนะ ผมส่ายหัวสุดชีวิต

"ช่างเถอะ" เขาโน้มตัวลงมาจูบผม เหมือนจะทำต่อจากเมื่อเช้า ผมรู้สึกเหมือนตัวจะสลายเป็นฟองในทะเลทุกที ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาสำรวจโพรงปากผม ริมฝีปากล่างถูกขบกัดเบาๆ ก่อนที่ธารจะผละออกและพูดด้วยเสียงแหบแห้ง "สรวง แกนี่ไม่ระวังตัวเลยนะ"

ผมมองเขางงๆ สมองผมคิดอะไรไม่ออกอีกเพราะมันกลายเป็นฟองไปแล้ว ธารทิ้งตัวลงนอนทับผม หน้าซุกอยู่ที่ซอกคอ "ฉันว่าฉันทนไม่ไหวแล้วว่ะ"

ผมหน้าแดง ทุบบ่าเขาเบาๆ "อย่าแม้แต่จะคิด" ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ในบ้านนี้ที่พ่อแม่เขาอยู่ชั้นล่าง "เกรงใจพ่อแม่ตัวเองหน่อย"

"แกอยู่บนเตียงฉันมาสองครั้งแล้วนะ โถ่เว้ย"

"ไม่เอาดิ ที่นี่ไม่ได้" ไม่ได้เด็ดขาดเลยด้วย ห้องธารก็จริงแต่-

"งั้นที่คอนโดได้ใช่ไหม" เขาถามเสียงต่ำ มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข "อย่าบอกว่าไม่ได้ ไม่งั้นฉันจะทำมันตรงนี้แหละ"

ผมเม้มปากแน่น หน้าร้อนจนจะไหม้ ก่อนจะยอมผงกหัวขึ้นลง ไม่งั้นธารคงได้ตบะแตกขึ้นมาจริงๆ

"ดี" เขากดจมูกลงกับแก้มผม กล่าวเสียงต่ำอย่างคาดโทษ "ครั้งหน้าเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย"

ผมยันบ่าเขาออกไปแล้วมุดลงใต้ผ้าห่ม คิดในใจว่าไม่มีหรอกครั้งหน้าน่ะ เพราะผมจะไม่ยอมค้างคอนโดเขาแล้ว อันตรายชะมัด ฮือ ฮือ ฮือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #13 SK.Ryo (@Anjin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 21:01
    พ่อสุดยอดดดด//อีนังธารแกมันร้ายที่สุด(แต่ก็แอบสนับสนุน​555)
    #13
    1
    • #13-1 dusk_ (@dusk_) (จากตอนที่ 10)
      8 พฤษภาคม 2562 / 16:09

      ธารร้ายจนน่าตีจริงๆ ค่ะ
      #13-1
  2. วันที่ 10 เมษายน 2562 / 19:09

    โง้ยยยธารรรนายมันร้ายกาจจจจจ55555
    #12
    1
    • #12-1 dusk_ (@dusk_) (จากตอนที่ 10)
      8 พฤษภาคม 2562 / 16:07
      ร้ายขึ้นทุกตอนเลยค่ะ5555555
      #12-1