The secret garden and coffee store [KOOKV]#สวนกาแฟกุกวี

ตอนที่ 5 : Chapter IV 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ต.ค. 63

Chapter IV

‘เวลาที่เริ่มเหลือน้อยลง’

 

 

กาลเวลาที่แปรเปลี่ยนไปทว่าหัวใจนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ทุกอย่างที่เคยเป็นของวิโอนิเซียอย่างไร ตอนนี้มันก็ยังคงมีเจ้าของเป็นคนคนเดิมอย่างที่เคยเป็นมาอย่างนั้น หากแม้นเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานมากเพียงใด ทว่าลูเซียสก็ยังคงเฝ้ารอเจ้าของหัวใจคนเดิมกลับมา แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้คนรักของเขากลับคืนมา และมองเห็นหัวใจที่แท้จริงของเรนเดลแล้วนั้น แต่...เรนเดลก็คือเรนเดล ชายหนุ่มที่หน้าตาถอดแบบออกมาจากหญิงสาวผู้เป็นที่รัก 

ลูเซียสรู้ว่าวิโอนิเซียนั้นได้เกิดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าเขายังคงอยู่และวนเวียนอยู่ในสถานที่เดิมแห่งนี้ไม่ได้ออกไปไหน แม้ว่าตอนนี้เขาจะตามหากุญแจที่ปลดล็อคคำสาปที่ถูกต้องมนตร์เอาไว้จนเจอแล้วก็ตาม แต่คำสาปมันยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปเหมือนอย่างที่เขาคนนั้นบอกเอาไว้ ลูเซียสยังคงถูกกักขังอยู่ภายในบริเวณโดยรอบของคฤหาสน์ มีเพียงพลังของเขาเท่านั้นที่กลับมาใช้ได้ดังเดิม 

ดวงตาคมเข้มจ้องมองเจ้าของใบหน้าสวยหวานที่กำลังนอนหลับพริ้มซุกใบหน้าอยู่บริเวณหน้าอกของตนเอง แน่นอนว่าลูเซียสมีความสุขมากจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ยังคงคิดเพียงแต่เรื่องของคำสาป 

ไม่มีใครอยากติดอยู่ในคำสาปนั้นไปจนชั่วชีวิต ลูเซียสดีใจและมีความสุขมากที่เขารอจนวิโอนิเซียกลับมา ทว่ามันเหมือนกับความดีใจทั้งหมดสูญหายไปหมดสิ้นเพียงเพราะคำสาปที่ยังคงอยู่และเขายังไม่เห็นทางที่จะหลุดพ้น มันนานมากเสียจนลูเซียสนั้นเริ่มลืมเลือนไปถึงเงื่อนไขของคำสาป เขาจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อเจอเรนเดลแล้วเขาต้องทำอย่างไรต่อไป 

ทว่าหากคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง ขอเพียงแค่เขาได้ใช้ชีวิตร่วมกับเรนเดลในที่แห่งนี้ไปเรื่อยๆมันก็คงจะดีมากพอแล้ว หากแต่เรนเดลนั้นไม่ได้ถูกต้องคำสาปให้มีชีวิตยืนยาวเหมือนอย่างเขา นั่นคงเป็นเรื่องน่าเศร้าอีกหนหากลูเซียสต้องคอยมองคนที่รักจากไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

ก้านนิ้วเรียวยาวไล้ไปตามกรอบหน้าหวานอย่างอ่อนโยน เขามองสำรวจตั้งแต่เส้นผมสีคาราเมลไปจนถึงริมฝีปากอิ่มสีสวยที่ดูนุ่มนิ่มคล้ายกับขนมหวานที่ไรรีย์ลูกสาวของเขาชอบกินเป็นประจำ การกระทำของเขามันเบาบางมากเสียจนคนที่หลับใหลอยู่นั้นไม่รู้สึกตัวตื่นเลยสักนิด รอยยิ้มถูกหยัดยกขึ้นมุมปากก่อนที่แขนยาวๆจะวางทาบทับลงบนเอวบาง เลื่อนลงต่ำอีกนิดพลางตบเบาๆ

ไม่นานเจ้าของร่างผอมบางก็รู้สึกตัวเริ่มขยับเขยื้อนร่างกายเพราะแรงกอดรัดของลูเซียสที่แน่นจนเกินไป ชายหนุ่มค่อยๆคลายกอดออกก่อนที่จะสบมองดวงตาปรือปรอยของอีกฝ่ายที่ช้อนมองมา 

“ขอโทษที่ทำให้ตื่น”

เรนเดลยิ้มบางๆพลางส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะขยับตัวเข้าหาอกอุ่นๆอีกครั้งอย่างออดอ้อน ภาพนี้ทำให้หัวใจของลูเซียสสูบฉีดเลือดอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ราวกับว่าเขากำลังตกหลุมรักเจ้าของหัวใจคนเดิมเหมือนอย่างครั้งแรกที่พบกัน ลูเซียสมีความสุขมากจริงๆยามที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันสองต่อสองแบบนี้

“เช้าแล้วทำไมไม่ปลุกฉันล่ะ”

“เห็นนอนหลับสบายแบบนั้นแล้วใครจะกล้าปลุกเจ้ากัน”

ลูเซียสนอนตะแคงข้างเฝ้ามองดูคนข้างกายพร้อมทั้งรอยยิ้ม มันยากมากเหลือเกินที่จะหุบยิ้มลงเพราะเขามีความสุขมากจนเอ่อล้น และอยากให้เป็นแบบนี้ไปทุกๆวัน แบบที่มีเพียงแค่เราเท่านั้น

“แล้วไรรีย์ล่ะ เขาไปไหนแล้ว”

ลูเซียสนิ่งเงียบไปในทันที เมื่อคืนนี้เรนเดลเอ่ยถามถึงลูกสาวของเราแล้ว ทว่าเขาไม่สามารถให้คำตอบออกไปได้เพราะว่าไรรีย์นั้น จากไปพร้อมๆกันกับวิโอนิเซียตั้งแต่หลายร้อยปีมาแล้ว มันเป็นความผิดของลูเซียสเองทั้งหมด เพราะเขานั้นเป็นคนใจดำและเห็นแก่ตัวมากจนต้องได้ชดใช้ชีวิตหลายชีวิตแบบนี้

“เธอ..”

“คุณจะไม่ตอบฉันอีกแล้วใช่ไหม”

“เปล่า ข้าเพียงแต่คิดว่าเจ้ายังไม่ควรรู้ตอนนี้”

“ทำไมล่ะ”

“เชื่อเถอะว่าไม่รู้ตอนนี้จะดีกว่า”

สิ้นคำพูดของลูเซียสยิ่งสร้างความคลาแคลงใจให้กับเรนเดลมากกว่าเดิมหลายเท่า มันแปลกมาก... เพราะไม่ว่าเรนเดลจะถามถึงไรรีย์ เด็กผู้หญิงที่เคยเป็นลูกสาวของเขาตั้งแต่ชาติก่อนเมื่อไหร่ ลูเซียสก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงแบบนี้เสมอ 

แขนยาวดันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงนอนหลังใหญ่ ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกไปดึงร่างของเรนเดลให้ลุกตามขึ้นมาด้วย การที่เรนเดลอยู่ที่นี่นานเกินไปอาจส่งผลไม่ดีบางอย่าง ซึ่งเขาไม่รู้เช่นเดียวกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และอีกอย่างเรนเดลก็ยังมีเพื่อนและครอบครัวที่คอยห่วงใย ลูเซียสไม่สามารถเห็นแก่ตัวไปมากกว่านี้ได้เหมือนอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว เขาควรที่จะเอาใจใส่เรื่องนี้ เพื่อที่จะได้ไม่เดินทางซ้ำร้อยเดิมอีกหน

“จะพาไปไหนอีก”

เสียงทุ้มหวานดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่เริ่มแสดงท่าที่งุนงง คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมแน่น ทว่าเรนเดลกลับไม่ได้ขืนตัวออกห่าง เขาปล่อยให้ลูเซียสพาเดินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่สะบัดมือหนาออก แล้วกวาดสายตามองไปรอบๆในตลอดการเดินทาง

“กลับบ้าน เจ้าต้องกลับบ้านได้แล้ว”

“แล้วฉันจะกลับได้ยังไง ทางเดิมเหรอ แต่ว่าฉันไม่ได้เอารถมานะ”

“ได้สิ เพียงแค่หลับตาลงเท่านั้น”

ลูเซียสจูงแขนอีกฝ่ายออกมานอกคฤหาสน์ ก่อนจะหยุดก้าวเท้าไปข้างหน้าและเช่นเดียวกันกับเรนเดลที่ค่อยๆหยุดเดินอย่างไม่เข้าใจ ทว่าพอร่างหนาหันกลับมาพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่เลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา แล้วประทับมือใหญ่ปิดสนิทจนดวงตาทั้งสองข้างมืดมน เรนเดลจึงเริ่มเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยบอกก่อนหน้านี้ 

เพียงแค่หลับตาเท่านั้น...

“ถ้าฉันไม่อยากกลับละ”

จู่ๆเรนเดลก็พูดขึ้นมาก่อนที่ลูเซียสกำลังจะใช้พลังพาร่างผอมบางกลับไปยังสถานที่ที่จากมา ทว่าเขาก็ต้องหยุดชะงัก แล้วจ้องมองใบหน้าน่ารักของอีกฝ่ายซึ่งกำลังใช้ดวงตากลมโตสวยหวานมองมาที่ลูเซียสอยู่เช่นเดียวกัน

“เหตุใดเจ้าถึงไม่อยากกลับ ข้าไม่รู้ว่าหากเจ้าอยู่ที่นี่นานกว่านี้มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า”

“เพราะที่นี่มันดูสดใสตลอดเวลาที่ฉันอยู่ยังไงล่ะ”

“เรนเดล ทุกสิ่งที่เห็นไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ”

“...แล้ว ฉันจะมาหาคุณได้อีกใช่ไหม”

ชายหนุ่มค่อยๆหยัดยิ้มขึ้นบางเบาพลางผงกหัว แน่นอนว่าเรนเดลสามารถมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ ตราบใดที่ที่แห่งนี้ยังไม่หายสาบสูญไป และลูเซียสก็ไม่รู้ว่ามันจะหายไปในตอนไหน เขาเพียงแค่ได้เห็นสัญญาณบ่งบอกอะไรบางอย่างก็เท่านั้น ทว่าลูเซียสไม่สามารถบอกเรนเดลได้เลยว่าตนกำลังพบเห็นสิ่งใดอยู่ และที่เขารีบพาเรนเดลกลับไปยังบ้านนั้น ก็เพราะสิ่งนี้มันกำลังก่อกวนเขาอยู่ไม่ไกล

“หลับตาเถิด แล้วข้าจะไปพาเจ้ามาใหม่”

เปลือกตาสีสวยของเรนเดลค่อยๆปิดลงอย่างว่าง่าย ฝ่ามือหนาของลูเซียสเอื้อมไปกอบกุมฝ่ามือเล็กพลางสอดประสานเอาไว้แนบแน่น ก่อนที่เขาจะใช้พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อพาร่างผอมบางกลับไปยังบ้านของเจ้าตัว แสงสีทองค่อยๆเรืองรองจนสว่างจ้า เส้นผมสีคาราเมลหยิกหยักศกพลิ้วไหวเล็กน้อย และในเวลาต่อมาหัวใจของเรนเดลก็เริ่มเต้นถี่รัวเร็วขึ้น

“แล้วพบกันใหม่”

ลูเซียสกล่าวออกมาเป็นประโยคสุดท้ายพลางบีบมือเล็กนุ่มนิ่มเพื่อเป็นการให้สัญญา พร้อมกับพาร่างของตนเองกลับมาอยู่ในสถานที่แห่งเดิม ที่เขาอาศัยอยู่กับมันมาเนิ่นนานจนไม่มีความรู้สึกอะไรกับบรรยากาศเดิมๆเหล่านี้ สักพักกระแสลมก็เริ่มผัดผ่านผิวเนื้อของเขาราวกับว่ากำลังเกิดพายุโหมกระหน่ำ แต่แล้วสิ่งที่ก่อกวนเขามาโดยตลอดจนต้องพาเรนเดลกลับไปก็ปรากฏตัวขึ้น 

ปีกสีดำขนาดใหญ่กระพือลอยตัวอยู่เหนือหัวของชายหนุ่มจนเกิดสายลมที่พัดขึ้นอย่างรุนแรง ดวงตาคมเหยี่ยวจ้องมองไปยังร่างของชายหนุ่มชุดขาวที่แหงนหน้าขึ้นมามองตนอยู่ด้านล่าง

ลูเซียสเพียงใช้นัยน์ตาคมเข้มมองขึ้นไปนิ่งๆ ก่อนที่เจ้าของปีกสีดำจะค่อยๆร่อนลงมาแล้วหยุดปลายเท้าลงบนพื้นดินเช่นเดียวกันกับเขา

“เวลาของเจ้าเหลือน้อยลงทุกที”

น้ำเสียงทุ้มที่โทนเสียงออกไปทางต่ำและความเย็นยะเยือกโดยรอบตัวของอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อตัวของลูเซียสเลยแม้แต่น้อย เขาเคยชินกับเขาคนนั้นมานานจนไม่ได้คิดเกรงกลัวหรือหวาดหวั่นต่อสิ่งใดที่อีกฝ่ายทำให้เกิดขึ้น เพราะพลังของลูเซียสเองก็มีมากไม่ต่างกัน

ดวงตาคมเริ่มหม่นหมองและเศร้าสร้อยลงคล้ายกับอมทุกข์ เรื่องที่เขาคนนั้นกลับมาเตือนในครานี้ เป็นสิ่งที่ลูเซียสนั้นรู้ดีอยู่แล้ว เพราะมันเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของเขา หลังจากได้พบกับหัวใจของตนเองที่หวนกลับคืนมา 

“เหตุใดข้ายังคงไม่ถูกปลดปล่อยออกไปจากที่นี่”

“นั่นก็เพราะเจ้ายังตามหาบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญสำหรับตัวเจ้าอีกหนึ่งอย่างไม่เจอ”

สิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเขาอีกหนึ่งอย่าง อย่างนั้นเหรอ

ลูเซียสกำลังรวบรวมความทรงจำทั้งหมดตั้งแต่ชาติแรกและชาติปัจจุบันที่เขาเกิดขึ้นมาอย่างถีถ้วน ราวกับว่าเขากำลังวิ่งกลับเขาไปในภาพความทรงจำในอดีตอีกครั้ง แต่มันก็ช่างยากเย็นมากเหลือเกิน เพราะลูเซียสใช้ชีวิตมานานหลายร้อยปี มันก็ต้องมีบ้างที่ลืมเลือนเรื่องราวในกาลก่อน

คิ้วเข้มขมวดเป็นปมแน่น สมองของเขาเริ่มทำงานหนักจนในตอนนี้มันว่างเปล่า ราวกับความทรงจำทั้งหมดของเขามันถูกลบเลือนออกไปจนหมดสิ้น ทั้งๆที่เขานั้นถูกต้องคำสาปให้จดจำความเจ็บปวดที่ผ่านมาในอดีตกาล ไม่ว่าจะเป็นบาปที่ร้ายแรงที่สุดที่เขาเคยกระทำ จนไปถึงผลกรรมที่เขาต้องคอยเฝ้ามองเหล่าคนที่รักยิ่งตายจากไป

“ข้ายังมีเวลาเหลืออีกนานเท่าไหร่”

เจ้าของปีกขนนกสีดำสนิทนั้นค่อยเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มพลางหยัดยิ้มขึ้นมุมปาก ก่อนที่เขาจะแหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าแล้วตอบคำถามของลูเซียสด้วยความเห็นอกเห็นใจและสงสารอีกฝ่าย เพราะลูเซียสเองก็ไม่ได้ต่างไปจากเพื่อนคนหนึ่งของเขาเลย

“จนกว่าจะถึงวันพระจันทร์เต็มดวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

“เฮ้อ”

ชายหนุ่มพรูลมหายใจออกมาก่อนที่จะแหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าเช่นเดียวกับเจ้าของปีกขนนกสีดำ ลูเซียสจะต้องตามหาสิ่งนั้นเจอได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งนั้นเลย รวมถึงเขาเองก็อยากที่จะใช้ชีวิตกับเจ้าของหัวใจของเขาให้นานกว่านี้ ลูเซียสกำลังจะจนหนทางเข้าแล้วจริงๆ

“สหายข้า เจ้าอย่าลืมว่าความเจ็บปวดที่ผ่านมามันทรมานเพียงใด เจ้าควรหาสิ่งนั้นให้เจอ แล้วปลดปล่อยตนเองเสีย”

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อดี เพราะความเจ็บปวดเหล่านั้นมันยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจของเขา และสร้างบาดแผลเหวอะหวะเอาไว้จนไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ ราวกับว่าคำสาปมันคอยย้ำเตือนการกระทำที่เลวร้ายของเขาเอาไว้เสมอ เพื่อไม่ให้ลืมมันไปได้โดยง่ายเหมือนตอนที่เขาตัดสินใจลงมือกระทำเรื่องเหล่านั้นไป

เพราะบาปของเขามันมากเกินที่จะได้รับการให้อภัย ลูเซียสจึงต้องชดใช้กรรมของตนเองอยู่อย่างนี้

กรรมที่เขาเป็นคนก่อ

เขาก็ต้องชดใช้มันด้วยตนเอง

“หากข้าหามันไม่เจอล่ะ”

“เจ้าก็จะถูกจองจำอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต เฝ้ามองคนรักของเจ้าแก่ตัวลงและตายไปอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ ทางที่ดีรีบหามันให้เจอก่อนที่เวลาชีวิตของเจ้าจะหมดลงเถิด”

ปีกสีดำสนิทคู่นั้นเริ่มกางขึ้นก่อนที่จะกระพือมันจนสร้างกระแสลมขนาดรุนแรงขึ้น นัยน์ตาคมไล่มองตามเขาคนนั้นไปจนกระทั่งลับสายตา ก่อนที่ลูเซียสจะกวาดดวงตามองไปโดยรอบสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่มาเนิ่นนาน แววตาของชายหนุ่มนั้นฉายชัดออกมาถึงความหดหู่ใจ และห่วงหาอาลัยจากเจ้าของหัวใจที่หวนกลับคืนมาอย่างเรนเดล

นั่นคงเป็นเพราะเวรกรรมของเขาเอง ต่อให้วิโอนิเซีย หรือเรนเดลเกิดมาอีกกี่พบชาติ มันก็เป็นเขาเองที่ไม่เคยทำให้คนที่เขารักมีความสุขไปพร้อมๆกัน ลูเซียสก็เป็นได้แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีความเห็นแก่ตัวมากเกินไปก็เท่านั้นเอง

 

 

 

#สวนกาแฟกุกวี

50%:ห่างหายไปนานแอบเขินๆบ้างเพราะไม่ได้มาอัปลงนานแล้ว เนื่องจากหมดไปกับเรื่องนี้ไปสักพัก ไม่รู้ว่าจะยังมีคนรออ่านอยู่ไหม แต่เนื้อเรื่องตอนนี้เราก็ได้มาเห็นมุมของลูเซียสแล้วนะคะ สำหรับคนที่ยังรออ่านอยู่ก็ขอบคุณมากๆเลยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #13 Mr.Viewsual (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 18:53
    รอเสมอค่าคุณไรท์ อยากรู้เลยว่าลูเซียสทำอะไรลงไปถึงได้ถูกจองจำอยู่อย่างนี้ 🤔🤔
    #13
    0