The secret garden and coffee store [KOOKV]#สวนกาแฟกุกวี

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

Prologue

 

 

เขากำลังมองหาหนังสือเล่มหนึ่ง ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิล พันธะสัญญาเดิมที่กล่าวถึงเรือโนอาห์ในช่วงที่น้ำท่วมโลก โดยส่วนตัวแล้ว เรนเดลชื่นชอบอ่านหนังสือที่นำเสนอถึงเนื้อหาในคัมภีร์ไบเบิล

เรนเดลเป็นนักรีวิวร้านอาหารหรือคาเฟ่ลงในบล็อกส่วนตัว ก่อนที่เมื่อไม่นานมานี้เขาจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับการรีวิวร้านขนมหวานและถูกตีพิมพ์ออกมาหลายครั้ง ทำให้เรนเดลพอที่จะมีชื่อเสียงและผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้น

แต่ความจริง...อีกสิ่งหนึ่งนั้นที่เขายังไม่เคยได้เปิดเผยออกไป คือเขาหลงรักในรสชาติและกลิ่นของกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เรนเดลมักจะขลุกตัวอยู่ในร้านกาแฟเป็นส่วนใหญ่ เพราะเขาต้องการให้กลิ่นละมุนของเมล็ดกาแฟที่ถูกคั่วใหม่ๆอยู่ภายในร้านให้ติดตามเสื้อผ้าของเขา

มันอาจจะบ้ามากที่เรนเดลชอบทำอะไรอย่างนั้น แต่กลิ่นของมันช่วยให้สมองของเขาผ่อนคลาย รู้สึกโล่งและปลอดโปร่ง เรนเดลมักจะสูดดมกลิ่นเหล่านั้นเป็นประจำ

แน่นอนว่าตอนนี้เรนเดลย่อมเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป การที่เขาจะเดินทางไปไหนมาไหนเลยต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น วันนี้เขาเองก็กำลังจะไปตามหาร้านกาแฟร้านใหม่ๆ เพื่อจะนำมาเขียนรีวิวเป็นบทความลงในเว็บบล็อก แต่ก็คงต้องหลังจากที่เรนเดลซื้อหนังสือเสร็จ

มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เรนเดลจะตามหาหนังสือเล่มนี้ได้ เพราะเรื่องราวของเรือโนอาห์ก็ยังคงเป็นที่น่าสนใจของใครหลายๆคนรวมถึงเรนเดลเองก็ด้วย แต่แล้วเรนเดลก็พบมันเข้า มันเป็นเป็นหนังสือนิทานสำหรับเด็ก แต่เนื้อเรื่องข้างในก็ไม่ได้แตกต่างจากในคัมภีร์นัก เรนเดลหยิบหนังสือนิทานเล่มนั้นมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะนำไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์

พอซื้อหนังสือเสร็จเรนเดลก็กลับไปยังที่จอดรถ เขาเปิดกูเกิ้ลแมพดูเส้นทางที่จะไปร้านกาแฟที่มีคนแนะนำมา และเรนเดลก็ตั้งความหวังกับร้านนี้เอาไว้สูงมาก เนื่องจากคนที่แนะนำเขามาคือเพื่อนสนิทของเรนเดลเอง อลาโน่คุยโวกับเขาเอาไว้มาก นั่นเลยทำให้เขานั่งจินตนาการถึงรสสัมผัสและกรุ่นกลิ่นของเมล็ดกาแฟ

ในที่สุดรถยนต์ของเรนเดลก็หยุดนิ่ง เขาก้มมองในโทรศัพท์มือถืออีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะปลดสายเบลท์และเปิดประตูลงไป อากาศในวันนี้นั้นไม่ได้ร้อนเท่าไหร่นัก แต่แสงแดดกลับสว่างจ้าทำให้เรนเดลต้องยกมือขึ้นมาบังแดดอยู่บริเวณหน้าผาก 

“อย่าทำให้ฉันผิดหวังเชียวอลาโน่”

มืออีกข้างที่ว่างของเรนเดลกดปุ่มล็อครถเอาไว้ ก่อนที่ขาเรียวยาวจะค่อยๆก้าวเดินไปยังร้านกาแฟตรงหน้า ร้านนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ทางเข้าของร้านจะเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ มันถูกจัดให้เป็นสวนสไตล์อังกฤษ กระถางต้นไม้ที่เป็นรูปทรงแบบโรมันสีขาวสวย มีรูปปั้นเด็กน้อยคิวปิดที่ยิงศรธนูรูปหัวใจ แม้กระทั่งเสาโรมันแบบโครินเธียนที่มีลวดลายสวยงามและดูหรูหราอยู่บนหัวเสา

ในสมัยก่อนนั้น เสาจะมีลักษณะที่แตกกัน ซึ่งชาวกรีกเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้น มีเพียงสามลำดับ คือ แบบดอริกเป็นเสาโรมันที่เรียบง่าย แต่มั่นคงและแข็งแรงเป็นแบบที่แพร่หลายมากที่สุดและเก่าแก่ที่สุด แบบไอโอนิคเป็นแบบที่ให้ความรู้สึกอ่อนช้อยนุ่มนวล มีลักษณะเรียบกว่าแบบดอริก และตอนบนของเสาแกะสลักเป็นรูปก้นหอย แบบโครินเธียนให้ความรู้สึกหรูหรา ฟุ่มเฟือย นิยมนำมาเป็นแบบอย่างในสมัยโรมัน ลักษณะหัวเสามีการตกแต่งโดยแกะเป็นรูปดอกไม้ ใบไม้ทำให้มีความงดงามยิ่งขึ้น

แต่ความงดงามของเสาโรมันแบบโครินเธียนก็ไม่ได้ทำให้เรนเดลสนใจมันได้นานเท่าที่ควร เพราะด้านข้างของตัวร้านกาแฟ เหมือนมีซุ้มพุ่มดอกไม้เลื้อยเป็นระย้าและไอหมอกที่ปกคลุมเอาไว้ราวกับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น

สายลมที่ไม่ทราบสาเหตุ..ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร พัดโชยออกมาจากซุ้มดอกไม้เลื้อยยาวเล็กๆตรงนั้น คล้ายกับเรนเดลกำลังเห็นไอม่านหมอกค่อยๆเปิดทางออก เรนเดลไม่รอช้าที่จะเดินไปในทางนั้นแทนที่จะเดินเข้าไปในร้าน คับคล้ายคับคลาว่าเขาได้ยินเสียงบางอย่างแว่วเข้ามาในหู 

มันเป็นเสียง..ที่ไพเราะมากเหลือเกิน

เสียงที่เรนเดลได้ยินมันคล้ายกับเสียงพิณ ราวกับว่ามีคนกำลังดีดสายพิณอยู่ไม่ไกลจากตัวเขา เรนเดลหลับตาพริ้มรอยยิ้มผุดขึ้นมาประดับบนใบหน้าที่แสนน่ารัก เขากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับมันมากเสียจนเผลอแหวกไม้เลื้อยนั้นลอดเข้ามาด้านในเสียแล้ว

เรนเดลค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น เพราะเสียงที่เขาได้ยินมันยิ่งส่งเสียงดังขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปรอบๆ ต้นหลิวลู่ลมพลิ้วไหวไปมาตลอดสองข้างทาง มันเลื้อยยาวจนปกคลุมเป็นร่มกันแดดได้อย่างสบาย ขาเรียวยาวก้าวเดินไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยความสนใจ 

เขาสังเกตได้ว่า เมื่อเดินเข้ามาด้านในลึกขึ้น อากาศและกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติยิ่งดูสดใสเป็นอย่างมาก จากต้นหลิวลู่ลมที่ประดับอยู่ข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้นานาพรรณ อีกทั้งพืชพันธุ์และต้นไม้แปลกตาหลากหลายชนิดก็อยู่ภายในสวนแห่งนี้ คอยเป็นร่มกันแดดให้เขาได้เป็นอย่างดี 

“มันมีที่แบบนี้จริงๆเหรอเนี่ย”

ราวกับเรนเดลกำลังหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย เขาเริ่มมองสอดส่องไปทั่วทุกพื้นที่ แต่เขาก็ไม่สามารถเดินได้จนสุดทางเพราะความกว้างใหญ่ของที่แห่งนี้ มันไม่ได้ต่างอะไรกับเรนเดลกำลังอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง ที่ซึ่งมีแต่ความงดงามและทำให้คนมองรู้สึกสดชื่นไปกับมัน

เสียงของพิณยังคงไม่หยุดบรรเลง มันดังคลอไปตลอดเวลาที่เรนเดลเดินสำรวจอยู่ในที่นี่ สถานที่...ที่เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน แม้แต่ในภาพวาดผลงานของศิลปินดังหรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต มันเป็นความงดงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับ ซ่อนเงื่อนและไร้เรื่องราว 

หากเรนเดลนำไปเขียนบทความรีวิวไว้ในเว็บบล็อก เขารับรองได้เลยว่าที่นี่จะต้องดังเปรี้ยงปร้าง และมีผู้คนแห่ตามเขามาในที่แห่งนี้...สถานที่แสนวิเศษ...ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย หรือแท้จริงแล้วนี่คือสรวงสวรรค์แห่งสวนอีเดนที่มีอดัมกับอีฟในคัมภีร์ไบเบิลกันนะ...

สายตาของเรนเดลเริ่มจดจ่ออยู่กับที่ ด้านหน้าในอีกไม่ไกลเรนเดลเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดสีขาวสะอาด เพียงแค่ด้านข้างเท่านั้นเอง เขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากชายหนุ่มคนนั้นได้ ราวกับมีเวทมนตร์บางอย่างที่ดึงดูดเขาเอาไว้ เรียวขายาวของเรนเดลเริ่มขยับอีกครั้ง ทว่านัยน์ตาสวยยังคงจ้องมองชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงชะลูดและขนาดตัวที่หนากว่าเรนเดลเล็กน้อย

เรนเดลหวังจะเดินเข้าไปมองรูปหน้าของชายหนุ่มคนนั้นให้ชัดเจนกว่าเดิม ทว่าก็ต้องหงุดหงิดใจเพราะชายหนุ่มปริศนาเริ่มเดินห่างออกไป เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเมื่อสักครู่ จนกระทั่งมันกลายเป็นว่าเรนเดลกำลังวิ่งไล่ตามเขาคนนั้น

แต่แล้วในที่สุด...เรนเดลก็ไม่พบร่างของชายปริศนาคนนั้นอีก ทั้งๆที่เขาก็เดินเร็วมากพอสมควร แต่ไม่ทันไรเขาคนนั้นก็หายวับออกไปจากสายตาของเรนเดล มันเหมือนกับว่า..ผู้ชายคนนั้นหายตัวได้

จู่ๆขนแขนของเรนเดลก็ลุกเกลียว รู้สึกราวกับว่ากำลังยืนอยู่ในที่ที่มันวังเวงจนรู้สึกหนาวเหน็บและร่างกายสั่นสะท้าน เขายกแขนขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้พลางลูบแขนตัวเองไปมา

“อะไรเนี่ย!”เรนเดลร้องลั่นแล้วหมุนตัวกลับวิ่งออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

เขาวิ่งมาจนกระทั่งเห็นดอกไม้เลื้อยเป็นระย้าปกคลุมเป็นซุ้ม เรนเดลก้มตัวลงแล้วลอดออกมาพลางหลับตาปี๋ หากมันเป็นเพียงแค่ฝันไป เรนเดลก็จะรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง...เรนเดลจะต้องกลับมาพิสูจน์อีกครั้ง ว่าชายปริศนาคนนั้นที่เขาเห็น เป็นคนจริงๆไม่ใช่สิ่งลี้ลับหรือภูตผีปีศาจ

แต่ทว่าเมื่อเรนเดลลืมตาขึ้น และค่อยๆหันกลับไปดู ว่าซุ้มนั้นมันยังคงอยู่อีกหรือไม่ 

เรนเดลคงต้องกลับมาพิสูจน์ที่นี่อีกครั้งแล้วแหละนะ...

เพราะว่าซุ้มนั่นและเสียงบรรเลงของพิณยังคงดังราวกับกำลังร้องเรียกให้เรนเดลเข้าไปในนั้นอีกครั้ง

เจ้าของรูปร่างสูงโปร่งผอมบาง พรูลมหายใจออกมาก่อนที่จะสั่นศีรษะแรงๆ แล้วยกมือขึ้นมาจับกุมหน้าอกของตนเองเอาไว้ เรนเดลตัดสินใจเดินตรงเข้าไปในร้านกาแฟโดยที่ไม่สนใจเสียงพิณที่แสนไพเราะนั่นอีก เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเขา คือการมาชิมกาแฟของที่นี่ต่างหาก

พอเข้ามาด้านในของร้านกาแฟ เรนเดลก็แทบไม่เชื่อในสายของตัวเองจนต้องขยี้ตาตัวเองแล้วมองไปรอบๆอีกครั้ง ภายในของร้านแห่งนี้ตกแต่งทุกอย่างด้วยธีมสุดคลาสสิก เรือโนอาห์แบบจำลอง โต๊ะนั่งที่ทำมาจากไม้สน ภาพวาดของ เลโอนาร์โด ดา วินชี่ ในเรื่องราวของ The last supper อาหารค่ำมือสุดท้ายของพระเยซูก่อนที่จะถูกแขวนไว้บนไม้กางเขน รูปพระนางพรหมจารีและพระกุมารกับนักบุญอันนา อีกทั้งข้าวของเครื่องใช้ถ้วยชามเครื่องโลหะแบบเก่าถูกประดับตกแต่งไว้ในร้าน

มันคือความประทับใจของเรนเดลจนรู้สึกปราบปลื้มและดีใจ ส่วนตัวแล้วเรนเดลชอบผลงานของดา วินชี่ และชอบอ่านเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล ทั้งพันธะสัญญาเดิมและพันธะสัญญาใหม่ โดยเฉพาะเรือโนอาห์ที่ถูกกล่าวถึงในพระธรรมปฐมกาล บทที่ 6 และหอคอยบาเบล ด้วยคำอธิบายว่า ทำไมประชากรโลกถึงพูดหลากหลายภาษา ซึ่งเชื่อว่า เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีจุดมุ่งหมายให้สูงไปถึงสวรรค์ เกิดจากความสามัคคีของมนุษย์ ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลก 

การที่ยังมีคนศึกษาเรื่องราวเหล่านี้อยู่ ทำให้เรนเดลรู้สึกเหมือนกับเจอเพื่อนที่พูดคุยกันได้ถูกคอ มันช่างเป็นโชคดีของเขาที่ได้มาพบร้านกาแฟแห่งนี้

และคงต้องขอบคุณอลาโน่ที่แนะนำเรนเดลให้มาที่นี่

“The secret garden ยินดีต้อนรับครับ”บาริสต้าหนุ่มอารมณ์ดีเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการเชยชมธีมของร้านอย่างเพลิดเพลินของเรนเดล

“เอ่อ..”เรนเดลพูดไม่ออกเมื่อบาริสต้าหนุ่มจ้องมองมาพร้อมกับรอยยิ้ม

“เลือกไม่ถูกว่าจะนั่งตรงไหนสินะครับ เชิญตรงเคาน์เตอร์บาร์สิ จะได้ดูวิธีการชงของผมระหว่างตัดสินใจเลือกเครื่องดื่ม”

เรนเดลพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะเคาน์เตอร์บาร์ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบาริสต้าที่กำลังชงเครื่องดื่มให้ลูกค้าท่านอื่นอีกคนหนึ่ง และที่นี่ก็มีบาริสต้าเพียงสามคนเท่านั้น

“หื้ม คั่วเมล็ดกาแฟเองด้วยเหรอครับ”

สายตาของเขาจับจ้องไปที่บาริสต้าอีกคนที่มีผิวขาวสว่าง และมีดวงตาเรียวรี ชายผิวขาวหันมายิ้มให้เรนเดลก่อนจะพยักหน้า พร้อมกับนำเมล็ดกาแฟที่คั่วเสร็จใหม่มาวางไว้ตรงหน้าของเขา

“ลองชิมดูสิครับ อ้อ! ผมวัลดัส”

“งั้นขอผมลองชิมดูหน่อยนะครับ”

นิ้วเรียวหยิบเมล็ดกาแฟขึ้นมาหนึ่งเมล็ดแล้วนำเข้าไปในปาก เรนเดลค่อยๆเคี้ยวแล้วรับกลิ่นและรสสัมผัสที่หอมกรุ่นไปอย่างมีความสุข

“เป็นไงบ้างครับ”

“มันหอมมากเลยนะครับ”

“สนใจรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”บาริสต้าคนที่เอ่ยทักทายเรนเดลอย่างเป็นมิตรว่าขึ้น

“เอาเป็นอเมริกาโน่ร้อนแก้วนึงแล้วกันครับ”

“รับขนมทานเพิ่มด้วยไหมครับ”บาริสต้าอีกคนที่พึ่งจะชงกาแฟเสร็จเงยหน้าขึ้นมาถามเรนเดล รูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าที่หล่อเหลาทำเอาเรนเดลต้องทึ่งในความสมบูรณ์แบบนี้

“อืม...มัฟฟินช็อคโกแล็ตครับ”

“เข้าใจเลือกนะครับ”

เรนเดลหัวเราะเบาๆก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆร้าน ลูกค้าท่านอื่นๆภายในร้านมีไม่มากนัก และมีบ้างที่นั่งอยู่สวนที่จัดเอาไว้ด้านนอก ทั้งๆที่บรรยากาศโดยรอบของร้านดีมากเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก หรือบางทีอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่ลูกค้านิยมมากันก็ได้

จานมัฟฟินของเรนเดลถูกวางไว้ตรงหน้าโดยบาริสต้าหนุ่มที่มักจะยิ้มแย้มอย่างคนอารมณ์ดี เขาค่อยๆหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเรนเดล พลางเอ่ยแนะนำตัวออกมา

“ผมชื่อโอเว่นนะครับ เป็นเจ้าของร้านของที่นี่ มีปัญหาอะไรสามารถบอกกับผมได้เลยนะครับ”

“ครับคุณโอเว่น”

“ส่วนผมแกริคครับ เป็นคนทำขนมทุกอย่างในร้าน รวมถึงชงกาแฟด้วย”

ร่างผอมบางยื่นมือไปจับทักทายกับบาริสต้าหนุ่มหล่อ เรนเดลยอมรับในใบหน้าของคุณแกริคมากจริงๆ และบริการร้านของที่นี่ก็ดีมากๆ ให้ความรู้สึกถึงความเป็นกันเอง เหมือนเขามานั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนมากกว่า

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมเรนเดล”

“เรนเดล? อ้อ!คุณเป็นนักรีวิวคาเฟ่ในเว็บบล็อกใช่ไหมครับ”โอเว่นเอ่ยถามในขณะที่เขากำลังบดเมล็ดกาแฟอยู่

“ใช่ครับ”

“อย่างนี้ผมคงต้องตั้งใจทำอเมริกาโน่ให้คุณเป็นพิเศษแล้วสิครับ”วัลดัสเอ่ยพลางยกยิ้มขึ้นมุมปาก  เขาเริ่มจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ฮ่ะๆ ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ ผมตั้งใจจะเขียนรีวิวร้านคุณอยู่แล้ว สวนที่อยู่ข้างร้านสวยมากๆเลยนะครับ ถ้าผมจะขอถ่ายรูปและแนะนำสวนของคุณโอเว่นจะได้มั้ยครับ”

สิ้นเสียงของเรนเดลบาริสต้าทั้งสามคนก็มีสีหน้าตื่นตระหนก ทุกคนหยุดการกระทำของตัวเองอย่างกะทันหัน หันหน้ามองกันไปมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะคุณโอเว่นที่เป็นเจ้าของร้านเขาทำหน้าเลิ่กลั่กจนเรนเดลเริ่มใจไม่ดี

“เอ่อ..เป็นอะไรกันไปเหรอครับ เงียบเลย ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะครับ”

ค..คือว่า สวน ที่อยู่ข้างร้านเหรอครับ”เจ้าของร้านที่มักจะมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสค่อยๆหุบยิ้มลงพลางเอ่ยถามเสียงสั่น

ครับ

คุณเรนเดล ร้านของเรามีแค่สวนที่จัดอยู่หน้าร้านและโต๊ะนั่งด้านนอกเท่านั้นนะครับ”บาริสต้าหนุ่มหล่อของร้านว่า

“แต่ตอนผมจะเดินมาที่ร้าน ผมเห็นซุ้มดอกไม้นะครับ แถมผมเข้าไปด้านในด้วย ที่มีต้นหลิวลู่ลมสองฝั่งทางเดินยาวๆเลยครับ”

ดูเหมือนว่าการอธิบายของเรนเดลจะไม่สำเร็จ มันจะไม่มีได้ยังไงทั้งๆที่เขาพึ่งวิ่งออกมาจากที่นั้นก่อนจะเข้ามาในร้าน และเรนเดลมั่นใจว่าเขาไม่ได้ฝันไป

“ต้นหลิวลู่ลมที่ร้านเรามีครับ แต่สวนด้านข้างเราไม่มี มันเป็นกำแพงกั้นสูงมิดหัวเลยนะครับ”เจ้าของร้านเอ่ยยืนยันอีกครั้ง

“แล้ว...สิ่งที่ผมเห็นมันคืออะไร”

เรนเดลเริ่มหน้าเสีย ขนาดเจ้าของร้านแท้ๆอย่างคุณโอเว่น ย่อมต้องรู้จักที่ดินของตัวเองเป็นอย่างดี แล้วแบบนี้สิ่งที่เขาเห็นมันคืออะไรกันแน่ ถ้าหากว่าเป็นเพราะเรนเดลเห็นภาพหลอน ก็คงเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เขาไม่เคยมีอาการแบบนี้เลยสักครั้ง และเรนเดลมั่นใจว่าเขาเห็นมันจริงๆ

วัลดัสเสิร์ฟอเมริกาโน่ของเรนเดลลงบนโต๊ะ เขาไม่คิดว่าจะมีคนเห็นอะไรแปลกๆเช่นนี้ มันไม่เคยมีใครมองเห็นสิ่งประหลาดๆอย่างที่คุณเรนเดลเห็น และพวกเขาเองก็ไม่เคยเห็นสวนที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงด้วยเช่นกัน

คุณเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับหรือเปล่าครับ

จู่ๆโอเว่นก็พูดขึ้น เขากำลังใช้ความคิดดูสิ่งที่เป็นไปได้ 

“..........”

เรนเดลไม่ได้ตอบ และนั่นมันก็ทำให้ความมั่นใจของเรนเดลว่าเขาเห็นสวนนั่นจริงๆเริ่มคล้อยตาม เพราะไม่เพียงแค่สวนเท่านั้นแต่เขายังเห็นผู้ชายปริศนาอีกคนที่อยู่ในสวนลึกลับนั้นด้วย พอได้ลองไตร่ตรองดูถีถ้วนแล้ว เรนเดลก็รู้สึกหวั่นใจแปลกๆ และยิ่งเสียงของพิณยังคงไม่สงบลงอยู่อย่างนี้อีก ถ้าหากเขาเอ่ยถามคุณโอเว่นออกไป รับรองได้เลยว่าทุกคนต้องหาว่าเขาเป็นบ้าไปแน่ๆ

แต่...ถ้าเขาไม่ลองถามดู ตัวของเขาเองนี่แหละที่จะไม่สบายใจ หรือว่าเรนเดลควรเปรยออกไปสักหน่อย มันคงจะดี...ใช่มั้ยนะ?

“...คุณได้ยินเสียงพิณเหมือนผมหรือเปล่า”

แกริคและวัลดัสสะดุ้งฮวบแทบจะปล่อยแก้วช็อตในมือล่วงลงพื้น พวกเขาทำงานมาที่นี่ตั้งนานแล้ว และธีมตกแต่งร้านก็ออกแนวสมัยโบราณ แกริคและวัลดัสก็แอบกลัวบ้างเหมือนกัน

“แหม...คุณเรนเดล จะตบมุกกับเขาก็ไม่บอก”แกริคแสร้งหัวเราะแล้วตบบ่าเจ้าของร้านเบาๆคล้ายหยอกล้อเสียมากกว่า

“ไม่ใช่นะครับ ผมได้ยินจริงๆ มันดังอยู่ตลอดเวลาเลย”

เมื่อเห็นท่าทางของเรนเดลจริงจัง โอเว่นก็ถึงกับคิดหนัก เขายกแขนขึ้นกอดอกพลางใช้ความคิด 

เรนเดลเองก็รู้ตัวแล้วว่ายิ่งตนเองยิ่งเอ่ยถาม เขายิ่งได้คำตอบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นั่นคือไม่มีใครรับรู้ถึงสิ่งที่เขาเห็นและได้ยินเลย สาบานเลยว่าเขาจะไม่พูดเรื่องอะไรแบบนี้อีกแล้ว เรนเดลยกอเมริกาโน่ที่ถูกทิ้งไว้นานขึ้นมาดื่ม รสชาติของมันกลมกล่อมกำลังพอดี กลิ่นหอมๆของกาแฟที่วนอยู่ภายในร้านทำให้เขาเลิกขึ้นเรื่องพวกนั้นไป แต่ทว่าก็ยังไม่วางใจจากเรื่องนี้เสียทีเดียว

“จะว่าไปแล้ว...เจ้าของที่ดินคนก่อน ก็เคยบอกอะไรผมบ้างอยู่เหมือนกันนะครับ”

ร่างผอมบางละสายตาออกมาจากถ้วยกาแฟ แล้วเงยหน้ามองเจ้าของร้านที่ขมวดคิ้วเป็นปมแน่น เรนเดลไม่ได้คาดคิดว่ามันจะมีเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับร้านกาแฟแห่งนี้เลยสักนิด 

เจ้าของใบหน้าหล่อที่มองบางมุมก็ดูน่ารักน่าชัง ด้วยเพราะเป็นคนที่ใสซื่อบริสุทธิ์โค้งตัวลงอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไปจากร้านกาแฟ พอเรนเดลเดินผ่านจุดนั้นเขาก็ยังคงเห็นเป็นซุ้มดอกไม้ที่มีหมอกปกคลุมอยู่บริเวณเดิม ที่ที่คุณแกริคบอกว่ามันเป็นกำแพงสูง เห็นท่าว่ามันเริ่มจะไม่ดีเสียแล้วสิ....

ในขณะที่เรนเดลกำลังเดินออกไปจากร้านนั้น ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนกอดอกพลางยกรอยยิ้มขึ้นสูง เขาค่อยๆแหวกดอกไม้เลื้อยออกแล้วลอดตัวเข้าไปด้านใน 

จากซุ้มดอกไม้ที่ปรากฏอยู่นั้นก็ค่อยๆเลือนหายไปกลายเป็นกำแพงสูงท่วมหัว

ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ตรงที่ที่เรนเดลเคยยืนอยู่เมื่อคราวที่อีกฝ่ายเดินเข้ามา ก่อนจะเอ่ยคำพูดบางอย่าง 

ซึ่งมันทำให้ท้องฟ้าเริ่มแปรปรวนและเกิดกระแสไฟฟ้าผ่าลงมาดังเปรี้ยง!

“ในที่สุด...การรอคอยที่แสนยาวนาน ก็จบลงเสียที...”

 

#สวนกาแฟกุกวี

ฝากคอมเมนต์+สกรีมแท็กให้ด้วยนะคะ  สำหรับพิณที่พูดถึงคือพิณฝรั่งหรือเรียกว่าฮาร์ปนั่นเอง ลองเดากันดูได้มั้ยว่าใครคือผู้ชายที่พูดประโยคสุดท้าย

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักเรานะคะ เราชื่อเบบี้ค่ะ แต่งฟิคกุกวีเป็นหลัก ทั้งเรื่องสั้นเรื่องยาว ตอนนี้กำลังหลงใหลในแฟนตาซีอยู่ เราเป็นแค่นักเขียนฝึกหัด ฝากติดผลงานและเรื่องนี้ด้วยนะคะ จะอัพควบคู่ไปกับ The Tower ใครยังไม่เคยอ่านลองกดเข้าไปดูกันได้ อาจมาอัพช้าหน่อยเพราะติดปั่นสเปเชี่ยวฟิคอีกเรื่อง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #7 KAEKAE_95 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:09
    แอบกลัว!!!
    #7
    0
  2. #5 aommryd5agvj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 01:05
    กลัวววววววว
    #5
    0
  3. #2 VtoVjjkkk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 14:40
    นุ้ติดตาม
    #2
    0