คัดลอกลิงก์เเล้ว

It's a secret

โดย AACH__

ใครๆก็มีความลับกันทั้งนั้นแหละหน่า ก็แค่เอามาแชร์กัน จะได้สนิทกันเร็วๆไง

ยอดวิวรวม

25

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


25

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ธ.ค. 61 / 12:07 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

It’s a

Secret

. อย่าลืมหล่ะ เรื่องนี้เป็นความลับ .

 

 

 



ความลับที่เลวร้ายที่สุดของตัวเองงั้นหรอ . . . .

 


 . . . .น่าสนุกจัง

 


เห้ย เอาจริงหรอวะ . . . .


 

. . . . แล้วทำไมต้องเล่าหล่ะ

 


ไร้สาระ . . . .

 

 


. . . เอาหน่ะ ก็แค่ขำๆป้ะวะ . . .






--------------------------------------

 


 

 

Warning !!

นี่ไม่ใช่นิยายรัก

นี่คือเรื่องแรกที่เขียนฉีกจากสไตล์เดิมออกไป อาจจะเวิร์ค? หรืออาจจะไม่เวิร์ค ?

ใครเข้ามาอ่านหรือหลงเข้ามาก็เถอะ เรื่องนีี้ค่อนข้างอยากได้ Feedback จากจากคนอ่านนะ

อ่านแล้วจะ ติ – ชม – ด่า ได้หมดเต็มที่เลย

 

 





 

 

! ! Reminder ! !

 

Keep this a 

SECRET


t
b

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 14 ธ.ค. 61 / 12:07

บันทึกเป็น Favorite


It’s a Secret

Story by : __AACH



     เห้อ น่าเบื่อชะมัด ไม่น่าใจดีให้พวกนั้นออกไปก่อนแล้วดูทางให้เลย สุดท้ายความซวยก็ตกอยู่ที่ชั้น ก็พากันโดดทั้งกลุ่มแต่อาจารย์มาเจอยัยจอยคนนี้เข้าคนเดียว หันไปอีกทีเพื่อนๆที่น่ารักก็พากันวิ่งหายไปหมดแล้ว ยัยจอยผู้น่าสงสารโดนสั่งทำโทษให้มาทำความสะอาดโรงยิมยักษ์หลังโรงเรียนนี่เสียได้ “ไอ้พวกเพื่อนบ้า เหอะ จำไว้เลยนะ พรุ่งนี้ชั้นเอาพวกแกตายแน่” จอยก่นด่าเพื่อนตัวเองไปพลางระหว่างเดินไปยังโรงยิม เอ๊ะ พึ่งรู้ว่าแถวนี้มีคนมาแอบสิงด้วย หึ ไว้คราวหน้าโดดมานั่งเล่นดีกว่า ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งฟังเพลงกุ๊กกิ๊กกันอยู่บนอัฐจรรย์ทางด้านขวาของโรงยิม หญิงสาวคนหนึ่งนั่งกดโทรศัพท์ดูท่าทางเหมือนกำลังแชทกับใครบางคนอยู่ ชายหนุ่มสองคนท่าทางแสบเอาการวิ่งไล่กันอยู่บนเวทีใหญ่ด้านหน้าสุดของโรงยิม และหญิงสาวที่นั่งชันเข่าหลังพิงฝาผนังหลังโรงยิมที่ดูท่าทางอมทุกข์ 

    

      “ทุกคน มาหาอะไรสนุกๆทำกันเถอะ” เสียงตะโกนของจอยทำให้ทุกๆคนหลังมามองเธอ จอยส่งยิ้มแป้นแล้นไปให้ทุกคน ชายหญิงคู่รักเดินเข้ามาหาเธอเป็นคู่แรก “สวัสดีเราจอยนะ แล้ว . . .เธอชื่ออะไรหรอ ทำไมรู้สึกเหมือนไม่เคยเห็นหน้าเลย” จอยโบกมือทักทายหวังจะสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ “เราชื่อมายเดียร์ นี่แฟนเราชื่อปืน” มายเดียร์เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารัก แต่ปืนกลับดูเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมโทรมหน้าตาท่าทางดูนิ่งและเงียบขรึม “เห้ยเธอๆเล่นด้วยดิๆๆ” เมื่อมองใกล้ๆจอยถึงได้รู้ว่าชายสองคนที่วิ่งไล่กันอยู่เมื่อกี้เป็นฝาแฝดกัน “อื้มเอาสิ ว่าแต่พวกนายชื่ออะไรหล่ะ” จอยหันไปถามด้วยน้ำเสียงสดใส “เราชื่อเจ ส่วนไอ้นี่ชื่อโจ” เจดูท่าทางเป็นมิตรกว่าโจที่ดูจะมีบุคลิกเหมือนกระต่ายที่ดูกระวนกระวายตลอดเวลา เพราะเท่าที่สังเกตุโจคอยมองรอบๆตัวอยู่เสมอ “งั้นเราเล่นด้วยสิ” หญิงสาวติดโทรศัพท์ผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเดินถือโทรศัพท์เข้ามาร่วมวง “เฟย์” เธอพูดขึ้นเบาๆก่อนจะก้มมองโทรศัพท์ที่รักเหมือนเดิม “เธอๆ เล่นด้วยกันมั้ย” จอยตะโกนไปทางหญิงสาวที่ดูอมทุกข์หลังห้องคนนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินเข้ามาร่วมวง “แล้วเธอชื่ออะไรหรอ” มายเดียร์หญิงสาวที่ดูน่าจะเฟรนลี่ที่สุดในนี้เอ่ยถาม “นิว” เธอตอบกลับเสียงแผ่ว นิวดูเป็นคนที่คิดอะไรตลอดเวลา แววตาเธอดูเหม่อลอย แต่ก็ช่างเถอะ อาจจะเป็นคาแรคเตอร์ของเธอหล่ะมั้ง “แล้วเราจะเล่นอะไรกันอ่ะๆ” เจถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เกมนี้ชื่อว่าเกมความลับ” จอยพูดด้วยน้ำเสียงชวนตื่นเต้น เธอมองไปยังเพื่อนใหม่ของเธอที่ดูมีสีหน้าแปลกใจก่อนจะอธิบายต่อ “ใครๆก็มีความลับกันทั้งนั้นใช่มั้ยหล่ะ เขาบอกว่าถ้าเราเล่าแชร์ความลับกันมันจะทำให้เราสนิทกันเร็วขึ้น เพราะงั้น เราจะหมุนปากกาด้ามนี้ ถ้าปลายปากกาไปหยุดอยู่ที่ใครคนๆนั้นจะต้องเล่านะ ความลับที่เล่ามันจะต้องเป็นความลับที่ดำมือที่สุดในชีวิตของทุกๆคน แต่มีข้อแม้นะ ก่อนหน้านี้เราไม่เคยรู้จักกันยังไงหลังจากนี้เราก็จะกลับไปไม่รู้จักกันเหมือนเดิม และความลับทั้งหมดนี้จะเป็นความลับของเราเท่านั้น ห้ามเอาไปพูดต่อที่ไหนเด็ดขาด” ทุกคนตั้งใจฟังตลอดการอธิบายของจอย แม้แต่มนุษย์โทรศัพท์อย่างเฟย์ยังให้ความสนใจ หึ มีเรื่องไปเม้ากับเพื่อนต่อแล้วเรา จอยแอบคิดในใจ “เริ่มเลยมั้ยๆ” มายเดียร์ถามอย่างตื่นเต้น จอยวางปากกาลงกับพื้นก่อนจะหมุนมัน 

     

     สำหรับผู้โชคดีคนแรกดูเหมือนจะได้อย่างใจจอยเสียด้วย ยัยนิวเจ้าคนอมทุกข์ที่ถอนหายใจใส่ทุกอย่างรอบตัว ปลายปากกาที่ชี้เธออยู่น่าจะเป็นสิ่งล่าสุดที่โดนเธอถอนหายใจใส่ เธอนั่งนิ่งไปซักพักก่อนจะค่อยๆอ้าปากเล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วอันเป็นเอกลักษณ์ “ชั้นเคยโกงข้อสอบ” เหอะ โกงข้อสอบ ใครบ้างไม่เคยทำ จอยแอบเบ้ปากในใจ “ตอนนั้นชั้นจะสอบเข้ามหาลัยที่นึง โควตามันเหลือที่เดียวแต่มันดันมีคนสอบสองคน” นิวเล่าทีละประโยคสั้นๆทำให้เพื่อนๆตั้งใจฟังเป็นพิเศษ “ชั้นดันไม่ใช่คนฉลาดซะด้วยสิ ชั้นรู้ตัวดีว่าชั้นทำไม่ได้แน่ๆ แต่จะทำยังไงได้หล่ะ ยังไงชั้นก็หลุดโควตานี้ไม่ได้เด็ดขาด หมอนั่นก็ดูจะฉลาดเอาการ ชั้นไม่มีอะไรจะสู้หมอนั่นได้หรอก นอกจากเฉลยข้อสอบที่รั่วมา” นิวหยุดพูดไปอีกครั้ง “แล้วมีคนจับได้ป้ะ” เฟย์ถามขึ้นอย่างระทึก “เหอะ มีสิ” นิวพูดเหมือนเป็นเรื่องน่าขัน ในการสอบที่ใหญ่ขนาดนั้นการถูกจับได้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่เอาการ “โดนจับได้ยังไง แล้วเธอทำยังไงต่อหล่ะ” จอยถามขึ้นบ้าง “พวกเหลือบไรข้างนอกมันเห็นโพยหลุดออกมาจากกระเป๋า แล้วเรื่องจัดการต่อมันจะไปยากอะไร กระเป๋าก็บังเอิญเป็นยี่ห้อเดียวกัน ทรงเดียวกัน สีเดียวกัน แค่นี้ทุกอย่างก็เป็นใจให้ชั้นโยนความผิดทั้งหมดให้หมอนั่นแล้ว ชั้นก็แค่ไปบอกคนอื่นๆว่าชั้นเห็นหมอนั่นแอบเปิดโพยในห้อง แค่นี้ชั้นก็ได้สิทธิเข้ามหาลัยดังนั้นแล้ว ส่วนหมอนั่นก็โดนแบนจากทุกมหาลัยในประเทศ” นิวพูดพร้อมกับแสยะยิ้มเย็นดูน่ากลัวแปลกๆพิกล “เอ่อ . . คนถัดไปเลยแล้วกันนะ” จอยพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มจะอึมครึม 


     ปลายปากกาก็ไปตกที่มายเดียร์ หวังว่ายัยจิ๋วนี่จะทำบรรยากาศให้ดีขึ้นได้นะ “เราหรอ อืม . . . เราเคยขับรถชน” เหอะ รถชน บ้าเถอะ นี่เรียกว่าความลับได้หรอวะ จอยก่นด่าในใจอีกครั้ง “ตอนนั้นเราจำได้ว่ามันดึกมาก แต่อยู่ดีๆปืนก็โทรมาหาเราแล้วก็พูดอะไรไม่รู้แปลกๆเต็มไปหมด เราเลยคิดว่าจะขับรถไปหาที่บ้าน ไปเซอร์ไพรซ์เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น แต่ระหว่างทางเราดันไปชนกับมอเตอร์ไซค์ขันนึงเข้า” มายเดียร์หยุดพูดไป แววตาเธอดูเปลี่ยนไปจากสายน้อยขี้เล่นกลายเป็นแววตาที่ดูสับสน คิ้วสองข้างขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นจนชนกันในที่สุด “แล้วไงต่อมีใครเป็นอะไรมั้ย” จอยที่เริ่มตื่นเต้นกับเรื่องราวถามต่อ “ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ถูก เราเห็นผู้ชายสองคนนอนล้มอยู่บนพื้น เลือดกระจายเต็มไปหมดเลย” มายเดียร์หยุดพูดไปอีกครั้งพร้อมกับแววตาที่ดูสับสนมากกว่าเดิน จอยสังเกตเห็นว่านัยตาเธอเริ่มสั่นๆเหมือนคนจะร้องไห้เต็มที “แล้วเธอทำยังไงต่อ” สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นแม้แต่นิวยังเงยหน้าขึ้นมาสนใจ “เรา . . . เรากลัวมาก . . .เรากลัวว่าเราจะทำให้เขาตาย . . เราทำอะไรไม่ถูกเราเลยรีบขับรถหนีไป” มายเดียร์หญิงสาวผู้น่ารักกำมือตัวเองแน่นแต่แววตานั้นกลับดูเฉยชา เหมือนกันความเย็นชาของเธอที่ไม่แม้แต่จะลงไปดูผู้ประสบอุบัติเหตุ “เราว่าไปคนถัดไปเลยเถอะ” จอยพูดขึ้นเมื่อบรรยากาศเริ่มหนักขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ปลายปากกาไปหยุดที่เฟย์ 


     แม่สาวโทรศัพท์ทำท่าทางคิดเล็กน้อย “ความลับของชั้นงั้นหรอ . . .จริงๆ มันก็ไม่ค่อยลับแล้วแหละ..." เฟย์พูดขึ้นอย่างเหม่อลอย "เราโดนแบล็คเมล์ มีคนๆนึงปล่อยรูปที่ชั้นคิดว่าชั้นลบไปหมดแล้วลงในโซเชี่ยล" สายตาเลื่อนลอยของเธอมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย "รูป...มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ" เจถามขึ้นหลังจากนั่งเงียบอยู่นาน "วันนั้นเราไปปาร์ตี้กับเพื่อน ทุกคนเมามาก เราเล่นเกมกันนิดหน่อย แล้วเราก็โดนท้าให้จูบเพื่อนผู้ชายคนนึง มันเป็นคนดังของรุ่นใครๆก็รู้จัก เป็นประธานนักเรียน แถมยังเป็นเซเลบคนดังที่คนติดตามเป็นพันเป็นหมื่น นั่นคือส่วนที่ถูกเปิดไปแล้วด้วยรูปๆนั้น" นิวเงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อยอย่างสงสัย "แล้วส่วนที่เป็นความลับหล่ะ" จอยถามตาวาว "เราไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่เรารู้ตัวอีกทีคือ . . . เราตื่นขี้นมาให้ห้องๆนึง กับเพื่อนคนนั้น  . . . คง . . . ไม่ต้องเล่านะว่ามันหมายความว่าอะไร" เฟย์ก้มหน้าต่ำ "เราตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้ ไม่บอกใคร พอเรากลับถึงบ้าน เราก็พยายามลบภาพทุกอย่างในวันนั้นออกจากทุกๆที่ แต่สุดท้ายมันก็หลุดออกมา พร้อมกับข่าวว่าเราไปจับเซเลบ เราถูกไล่ออกจากบ้าน" เฟย์เล่าต่อพร้อมกันน้ำเสียงเศร้าหมองของเธอ "คนต่อไปเลยมั้ย" โจพูดขึ้น ก่อนจอยจะหันมาหมุนปากกา 


     เมื่อปากกาชี้ไปที่คนรักมายเดียร์ก็กอดแขนอ้อนทันที “ปืน~ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะมีความลับอะไรกับเค้าบ้าง" มายเดียร์พูดอย่างตื่นเต้น "กูเคยฆ่าคน" ปืนพูดด้วยเสียงนิ่งเงียบ มายเดียร์ตกใจและนิ่งไปเช่นเดียวกับคนอื่นๆในวง "เธอ...หมายความว่ายังไง" เฟย์ที่ได้สติคนแรกถามขึ้น "ยัยปีศาจคนนั้นทำลายชีวิตกู ทำลายทุกๆอย่างของกู มีความสุขหลงระเริงอยู่ในที่ๆมันควรจะเป็นของกู โดยที่มันไม่รู้ถึงสิ่งแย่ๆที่มันทำลงไปเลย กูเสียพ่อแม่ที่กูรักไปก็เพราะมัน มันเอาทุกอย่างของกูไป!" ปืนพูดอย่างโกรธแค้น กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่แขนขึ้นมาอย่างชัดเจน "ในเมื่อกูไม่เหลืออะไรในชีวิตแล้ว แค่ฆ่ามันอีกซักอย่างจะเป็นอะไรไป ก็แค่ฆ่ามันแล้วก็ผ่านมันไปเหมือนที่มันทำลายชีวิตกูแล้วลืมไปง่ายๆ" มายเดียร์ลูบแขนคนรัก "คนต่อไป...มั้ย" นิวถามขึ้นเสียงแผ่ว ใบหน้าเรียบนิ่งตอนนี้แสดงสีหน้าสับสนเล็กน้อยหากแต่มันน้อยมากจนไม่มีใครสังเกตเห็น 


     จอยพยักหน้าตามหมุนปากกาต่อเจตาเธอแล้ว" มายเดียร์พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น "เรากับโจขอเล่าเรื่องเดียวกัน" เจพูดอย่างสนุกสนาน "คืนนั้นเรากับโจอยากจะหาอะไรสนุกๆทำกัน เลยกะจะเข้าไปขโมยของในบ้านหลังนึง!!" "เห้ย แค่เข้าไปเฉยๆเว้ย ไม่ได้ขโมย" เจยังพูดไม่ทันได้จบดี โจก็แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตระหนก "เออๆ เข้าไปเฉยๆก็ได้วะ แต่พวกเธอรู้มั้ย เราอ่ะนะ เจอเงาอะไรก็ไม่รู้ลงมาจากชั้นสองของบ้านเว้ย" เจเปลี่ยนน้ำเสียงให้เข้ากับบรรยากาศ "เรากับไอ้โจก็เลยหลบอยู่ตรงมุมตู้ เห็นผู้หญิง.." "ผี ผีแน่ๆ ไม่ใช่คน" เสียงของโจที่แทรกเข้ามาทำเอามายเดียร์ตกใจกอดแขนปืนไว้ "ผู้หญิงทำไมๆๆ" จอยตาวาวถามอย่างตื่นเต้น นิวยังคงนิ่งเงียบแต่มองไปรอบๆวง "ไม่รู้หว่ะ เห็นลงมาเราก็วิ่งขึ้นมอไซค์หนีออกมาจากบ้านเลย แฮร่" เจหักเรื่องราวและเล่าติดตลก 

     

     เดี๋ยวนะ เหมือนทุกคนตั้งใจเล่าเรื่องไม่ให้จบยังไงชอบกล จอยคิดกับตัวเองในใจ "นิว แล้วหลังจากนั้นเธอก็เข้าเรียนมหาลัยปกติหรอ" จอยตัดสินใจหันไปถามนิว แล้วความลับของเธอหล่ะ ยังไม่เห็นพูดเรื่องตัวเองบ้างเลยนี่" นิวแสยะยิ้มถาม 

     

     "ความลับของเรา....คือ...เราไม่ได้โดนสั่งให้มาที่นี่เพราะเราโดดเรียน" จอยพูดหวาดๆ "แล้ว...เธอมาที่นี่ทำไม" มายเดียร์เอียงคอถาม "อาจารย์จับได้ว่าเรา...เป็นคนปล่อยรูป....เธอ.." จอยพูดก่อนค่อยๆมองไปทางเฟย์ที่มองเธออยู่แล้ว "นี่..เธอ..." เฟย์พึมพัมอย่างไร้สติ "เราไม่ได้ตั้งใจ เรา....เราขอโทษ เราไม่รู้ว่าผลมันจะร้ายแรงขนาดนี้ เรา.....เราแค่ชอบเขา...เราสนิทกับเขามากกว่าเธอด้วยซ้ำแต่...มันควรจะเป็นเราสิที่เขาคอยคิดถึง . . แต่ . . .หลังจากวันนั้นเขาคอยมองหาแต่เธอ . . เขาถามถึงแต่เธอ . . . เขาเอาแต่คิดเรื่องเธอ" จอยพูดอย่างตัดพ้อ “เราตัดสินใจปล่อยรูปนั้น เพราะเราคิดว่ามันอาจจะทำให้เขามองเธอในแง่ร้ายได้บ้าง แต่พอข่าวมันออกมาเขาก็เอาแต่พูดว่าเขาจะต้องช่วยเธอ เขาต้องแก้ข่าวเรื่องนี้ เขาจะไม่ทำให้เธอเสียหาย เธอรู้มั้ย เราเจ็บแค่ไหนที่ต้องฟังคำพูดแบบนี้ของเขา” จอยพูดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆราวกับระบายความอัดอั้นในใจ “บทรักน้ำเน่า” นิวพูดขึ้นมาก่อนจะสายหน้าราวกับความอัดอั้นของหญิงสาวตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ “เป็นเธอจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง” มายเดียร์หันไปพูดอย่างเคืองๆ สำหรับเธอเรื่องของความรู้สึกมันละเอียดอ่อนเสมอ “ชั้นแคร์ใครไม่ได้อยู่แล้วนี่” นิวพูดก่อนจะยักไหล่กวนๆ เดี๋ยวนะ แคร์ใครไม่ได้งั้นหรอ 

     

     “เราเล่าแล้ว เธอจะตอบบ้างได้หรือยังหล่ะ หลังจากนั้นมันเป็นยังไง” จอยปัดเข้าประเด็นเก่า สีหน้าอมทุกข์ของนิวดูหมองลงไปอีกเล็กน้อย เถอะถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากเล่า "หลังจากที่ทุกอย่างผ่านไป ชั้นก็ใช้ชีวิตในมหาลัยอย่างมีความสุข . . . . " นิวหยุดพูดไปครู่หนึ่ง "ราวสองอาทิตย์ . . . ." ทุกคนตั้งใจฟังมากและหันมามองนิวกันเป็นตาเดียว "วันนั้นชั้นขี้เกียจไปเรียน กำลังนั่งจิบเบียร์ดูซีรี่ย์อยู่เพลินๆ ชั้นได้ยินเสียงประตูดังมากกำลังจะหันไปดูแต่ก็ไม่ทันแล้ว" นิวเล่าไปพลางขยับมือแตะหลังคอตัวเอง "ทำไมวะ" โจถาม "ชั้นโดนยิง . . ." นิวหยุดพูดแล้วหันไปมองหน้าปืน "มึงคือคนๆนั้นใช่มั้ย" สายตาเลื่อนลอยของนิวมองไปที่ปืน "หึ นึกว่าจะจำกันไม่ได้ซะแล้ว" ปืนแสยะยิ้มอย่างเลือดเย็น "นี่ปืนอย่าบอกนะที่วันนั้นที่โทรมาหาเค้าแล้วพูดอะไรแปลกๆนั่น . . ." มายเดียร์ปล่อยมือที่เกาะปืนอยู่แล้วพึมพัมขึ้นเบาๆ "ใช่ ตอนนั้นเราอยู่ที่บ้านมัน หลังจากที่ยิงมัน"  ปืนมองหน้าแฟนสาวตัวเองอีกครั้ง "เธอกำลังจะไปหาแฟนเธอ เพราะแฟนเธอโทรมาพูดอะไรแปลกๆกับเธอ . . . แต่เกิดอุบัติเหตุ แล้วสรุปเธอได้ไปหาปืนมั้ย" จอยเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ "ไม่หรอก หลังจากที่กูวางสาย กูก็ยิงตัวเองตาม" ปืนพูดอย่าลื่นลอย "เราไม่ได้ไปหาปืนหรอก หลังจากที่เราขับรถชนมอเตอร์ไซค์คันนั้น เรากลัวมากเลยขับรถหนีไปแต่ . . . . ตรงนั้นมันเป็นโค้งหักศอก รถเราหลุดโค้งนั้นแล้วก็หลุดถนนไป" มายเดียร์พูดต่อด้วยสายตาเลื่อนลอยก่อนจะจับมือปืนไว้ "โค้งหักศอกงั้นหรอ . . . ." เฟย์พูดพึมพัมขึ้น "โค้งหักศอก . . . . เลยจากบ้านสีขาวหลังคาสูง . . สามชั้น . . . . หลังใหญ่ๆ . . . . มีรัวไม้สีขาวๆ . . . ต้นไม้ล้อมรอบ" โจพูดขึ้นอย่างตระหนก เฟย์มองหน้าคู่แฝดอย่างฉงนใจ "งั้น . . . คนที่ขับรถชนพวกเราก็คือเธอสินะ" เจพูดขึ้นอย่างไร้สติ "เจ โจ พวกเธอวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้นใช่มั้ย" เฟย์ถาม เจพยักหน้าทันที "นั่น . . . . บ้านเรา . . . ." โจตาเหลือกทันทีที่ได้ยิน ส่วนเจโผเข้ากอดโจอย่างตระหนก "แล้วเจหรือโจ . . . . ที่เป็นคนพลักเราตกลงมาจากระเบียง" เฟย์มองหน้าสองแฝดสลับกัน โจกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้น 


     "เดี๋ยวนะ . . . เธอบอกว่าโดนปืนยิง . . . งั้นเธอ . . . . " นิวพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาของเธอ จอยเอามือทาบอกอย่างตกใจ "เธอฆ่าตัวตายหลังจากนั้น . . ." จอยหันไปมองปืน และได้คำตอบเดียวกับนิว “เธอขับรถหลุดลงถนน . . .” จอยเริ่มตัวสั่นหันไปมองมายเดียร์ รอยยิ้มหวานใสเปลี่ยนไปเป็นการแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็น “พวกเธอโดนรถชน . . . .” ทั้งสองแฝดพยักหน้าพร้อมกัน “เธอ . . . เธอตกลงมาจากระเบียง” จอยถามเสียงแผ่วอย่างไร้สติก่อนจะกรีดร้องออกมาสุดเสียงแล้ววิ่งไปยังทางออก แต่ข้อมือบางกลับโดนคว้าไว้เอาก่อน “ชั้นกลัวแล้ว ชั้นขอโทษ ชั้นจะไม่ยุ่งกับพวกเธอแล้ว” จอยพูดรัวออกมาอย่างไร้สติ “เธออย่าลืมหล่ะ . . . เรื่องระหว่างเราหน่ะ เป็นความลับ” ปืนพูดพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่แสนน่ากลัว 


     


     จอยกรีดร้องและวิ่งหนีออกมาจากโรงยิมแต่ในหัวเธอยังได้ยินเสียงหัวเราะอันน่ากลัวของทุกคนดังวนเวียนอยู่อย่างนั้น โครม! จอยพยายามตั้งสติ ความเจ็บปวดทำให้เธอแทบลืมตาไม่ไหวแต่จอยก็ยังพยายามฝืนลืมตาขึ้น เธอมามองไปยังโรงยิมที่เธอพึ่งวิ่งออกมา แต่พอมองไปมันกลับกลายเป็นสนามหญ้าโล่งๆ ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดอยู่เลย เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นใกล้ตัวเธอเรียกให้เธอเงยหน้าขึ้นไปมองหวังจะขอความช่วยเหลือ “อา...อาจารย์...” เสียงนั้นเป็นเสียงฝีเท้าของอาจารย์ที่สั่งให้เธอมาที่นี่ เดินก้าวลงมาจากรถคันที่ชนเธอ อาจารย์นั่งยองลงข้างเธอ มองหน้าเธอก่อนจะมอบรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่เธอพึ่งเจอมาก่อนหน้านี้ “ว้า ความลับแตกซะแล้วสินะ” อาจารย์พูดขึ้นก่อนจะเอามือปิดตาเธอ และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เธอรับรู้ก่อนสติทั้งหมดของเธอจะหายไป ตลอดกาล . . . . 

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

“อย่าลืมนะทุกคน เรื่องนี้เป็นความลับ”






------------------------------------

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เขียนสไตล์นี้

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเวิร์คมั้ย

หวังว่ามันจะเวิร์คนะ

__AACH

:)

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ AACH__ จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น