คัดลอกลิงก์เเล้ว

ด้วยรักในนามของผม #kookv [จบแล้ว]​

โดย Blue.WhaLe

ผมเจอเขาในฤดูหนาว ผมรักเขาในฤดูใบไม้ผลิ ผมโอบกอดเขาทั้งในวันวานและรุ่งทิวา

ยอดวิวรวม

64

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


64

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ก.ค. 63 / 17:25 น.
นิยาย ѡ㹹ͧ #kookv []​

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
.
.
.
ผมเจอเขาในฤดูหนาว ผมรักเขาในฤดูใบไม้ผลิ ผมโอบกอดเขาทั้งในวันวานและรุ่งทิวา
.
.
.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ก.ค. 63 / 17:25


กรุณาเปิดเพลง The Name Of Life - Spirited Away (Piano) เพื่ออรรถรสที่ดีในการรับชม

https://youtu.be/U9RxGijXy4g

.

./*

.

ครั้งนึงผมเคยฝันว่าอยากเป็นบาริสต้า แล้ววันนี้ผมก็ได้เป็นจริงๆ ผมเปิดร้านเป็นของตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เป็นแบบนี้ในทุกๆวัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่เบื่อในความเคยชินนั้น ก็เห็นทีจะเป็นคนๆนึง คนที่ผมเฝ้ามองมาตลอด ไม่ว่าจะในฤดูใบไม้ผลิ หรือหิมะตก คนๆนั้นมักจะเดินผ่านหน้าร้านผมเสมอ

 

“ลาเต้ร้อนหนึ่งทีค่า”

 

“ครับ รับอะไรเพิ่มมั้ยครับ”

 

“รับคุณได้มั้ยคะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มให้ผม

 

“ได้ครับ แต่แพงหน่อยนะ” ผมหยอกล้อเธอกลับ ดูสิหน้าแดงหมดแล้วนะนั่น

 

ผมหัวเราะคิกคักก่อนจะเดินออกมา เดือนนี้อยู่ในช่วงต้นฤดูหนาว มีหิมะตกอยู่นอกร้านประปรายแต่ก็ค่อนข้างยากต่อการเดินกลับบ้านเวลาหัวค่ำ นี่ก็เริ่มจะเย็นแล้ว ผมหยิบผืนผ้าขนาดเล็กมาเช็ดโต๊ะให้ดูสะอาดมากขึ้น ลูกค้าเริ่มทยอยออกจากร้านกันทีละคน จนเหลือไม่ค่อยมากนัก ผมอำลาผู้ใช้บริการทุกคนเป็นอย่างดีแล้วลงท้ายด้วยคำว่าโอกาสหน้ามาใหม่เหมือนทุกครั้ง

 

อุณภูมิข้างนอกเริ่มลดลงเรื่อยๆ ผมเดินไปเปิดฮีทเตอร์เครื่องใหญ่ที่อยู่ใกล้มือ หลังจากนี้คงต้องทำความสะอาดร้านอีกนิดหน่อยก่อนจะกลับบ้าน ผมที่เช็ดกระจกร้านอยู่ก็มองทอดออกไป กองหิมะเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆยากต่อการเดินเท้า ให้ตายสิ ผมน่าจะรีบจัดการให้เร็วขึ้นมากกว่านี้อีกหน่อย วันนี้ก็ลืมเอาบูทคู่โปรดมาซะด้วย พลันรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่มองมา บุคคลปริศนานั้นอยู่นอกร้าน ผมมองกลับไปก่อนที่เจ้าตัวจะหลบสายตาหนี อีกคนย่ำเท้าลงบนกองหิมะหนาแล้ววิ่งไปอย่างทุลักทุเล

 

“อะไรของเขากัน”

 

เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ผมเห็นเขาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา คนๆนั้นไม่แม้แต่จะเข้ามาทักกันด้วยซ้ำ ผมไม่ใช่คนเย็นชาหรือเข้าถึงยากหรอกนะ แต่ดูแล้วคงจะขี้อาย เมื่อกี้ก็ไม่ได้ใส่บูทด้วย ถ้าเกิดว่าผมเผื่อบูทติดร้านไว้สักคู่ก็คงเอาไปให้ยืมแล้วล่ะนะ

.

.

.

ช่วงเช้าในแต่ละวันผ่านไป ล่วงเลยจนมาถึงกลางฤดูหนาว หิมะในวันนี้ก็ตกหนักพอสมควร ขนาดฮีทเตอร์ในร้านยังเอาไม่อยู่กับความหนาวที่ส่งผ่านเข้ามา สงสัยคงต้องซื้อฮีทเตอร์อีกสักตัวแล้ว

 

“มาดามโรส สวัสดีครับ วันนี้จะรับเป็นอะไรดี”

 

“ชากุหลาบเหมือนเดิมจ่ะ แต่ขอเป็นเค้กสตรอวเบอร์รี่แทนนะ”

 

“ได้เลยครับ”

 

ผมยิ้มให้อย่างคุ้นเคย มาดามโรสเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ เจ้าตัวทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยู่อีกซอยนึงพอดี ว่างๆมาดามโรสก็จะชวนเพื่อนๆมาแวะชมที่ร้านผมจนได้ลูกค้าเพิ่มอีกหลายราย

 

“วันนี้เปลี่ยนน้ำหอมร้านเป็นกลิ่นดอกเดซี่หรอจ้ะ”

 

“ใช่ครับ ช่างใส่ใจรายละเอียดจังนะครับเนี่ย”

 

ผมเอ่ยปากชม ไม่นานก็ยกชากุหลาบแก้วโปรดของมาดามไปเสิร์ฟให้ถึงที่พร้อมด้วยเค้กสตรอวเบอร์รี่สูตรพิเศษที่ผมคิดขึ้นเอง เจ้าตัวรับไปก่อนที่ผมจะไปเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าท่านอื่นต่อ วันนี้ท้องฟ้ามืดเร็วผิดปกติจนน่าใจหาย หลังจากลูกค้าออกจากร้านหมดแล้วผมก็ปิดร้านแล้วรีบตรงกลับบ้านในทันที ไม่ทันได้ใส่กลอนล็อกประตูก็ได้ยินเสียงคนทำของหล่นลงในหิมะกองหนา ผมหันไปมองโดยสัญชาติญาณ เอกสารหลายปึกกระจายลงบนหิมะอุณหภูมิเกือบๆจะติดลบ ให้เดาว่ากระดาษนั่นก็คงจะชื้นไปหมดแล้วล่ะนะ

 

“เอ่อ คุณครับ! ให้ผมช่วยมั้ย”

 

อีกคนมองมาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนพลางส่ายหน้าให้ ผมมองคนหน้าตาคุ้นเคยเก็บกระดาษในมืออย่างอนาถา ใจจริงก็อยากจะเข้าไปช่วยแต่ก็กลัวอีกคนหาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง เอาเถอะ ตอนนี้อีกคนก็จ้ำอ้าวเดินไปนู่นแล้ว น่าแปลกใจจริงๆที่เจอกันทุกวันแต่กลับไม่เข้ามาทักทายกันเลย ก็คงอายแหละน่า

.

.

.

วันนี้เป็นวันแรกในฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตปกติแบบเดิมในทุกๆวัน แต่ก็เริ่มผิดแปลกไปเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ผมได้เห็นคนๆนึงเดินผ่านไปมาหน้าร้านอยู่นานหลายเดือนก็เริ่มสนใจคนๆนั้นมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทุกวันนี้ผมมักเฝ้ามองบุคคลนิรนามเดินผ่านหน้าโชว์รูมร้านเสมอๆ ได้แต่นั่งนับเวลาให้ถึงช่วงเย็นใกล้ๆพลบค่ำ หวังว่าเจ้าตัวจะมาโดยเร็ว อยากจะเข้าไปทำความรู้จักแต่ก็ไม่กล้า น่าแปลกที่อีกคนเองเดินผ่านร้านเขาทุกครั้งแต่ก็ไม่เคยแวะเวียนเข้ามาเลยสักครั้ง ทั้งที่ก็มองเข้ามาด้านในบ่อยๆ บางทีก็เริ่มสงสัยแล้วสิ ว่างข้างในนั้นเขาคิดอะไรอยู่กันแน่

.

.

.

ช่วงนี้ผมรู้สึกแปลกไป หรืออาจเป็นเพราะอากาศที่เริ่มอบอุ่นขึ้น แต่ก็ไม่สิ ผมไม่เห็นคนๆนั้นทั้งที่เฝ้ารอมาตลอดเช้าเย็น สามสี่วันที่ผ่านมาเจ้าตัวไม่แม้แต่จะเดินผ่านมาหรือด้อมๆมองๆอยู่หน้าร้านเลย ผมรู้สึกใจไม่ดีจริงๆ เขาอาจจะย้ายไปที่ไหนสักแห่ง น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้เข้าไปทำความรู้จัก เอาแต่มองอยู่อย่างนั้นจนลืมที่จะคว้าโอกาสเพื่อให้ได้เข้าหา ผมน่ะอยากจะให้คุณรู้ว่าผมรอคุณจริงๆ หากฟ้าจะประทานโอกาสให้ผมอีกสักครั้งผมจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปอีก ผมสัญญา

.

.

.

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ผมที่ล้างแก้วอยู่ก็ไม่ทันได้เอะใจอะไร สงสัยจะเป็นมาดามโรสหรือไม่ก็คุณเกรวี่ที่ชอบมาบ่อยๆอีกนั่นแหละ ผมคว้าผ้าขาวมาเช็ดรอบๆแก้วที่เปียกอีกครั้งก่อนจะจัดวางให้เป็นที่เป็นทาง มือรีบหยิบแท่งปากกาและกระดาษโน๊ตเพื่อไปรับออเดอร์สำหรับลูกค้าที่พึ่งเข้ามาเมื่อกี้นี้ ปรายตามองเชิงไหล่ที่หันหลังให้ ท่าทีที่คุ้นเคยทำให้ผมนึกถึงใครบางคนที่ไม่ใช่มาดามโรสหรือคุณเกรวี่ แม้กระทั่งลูกค้าท่านอื่นๆที่ผมจำได้

 

“เอ่อ คุณ…รับอะไรดีครับ” อีกคนหันมาตามเสียงเรียก

 

“โกโก้ร้อนครับ”

 

ผมยืนอึ้งไปสักพัก

 

“เอ่อ เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

 

“อ้อๆ เปล่าครับ แล้ว…โกโก้ร้อนรับพิเศษใส่ใจด้วยมั้ยครับ" ผมยิ้มให้

.

.

.

หลังจากวันนั้น นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนหลายสัปดาห์แล้วผมกับเขาทำความรู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ มีบ้างที่นัดออกไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในตัวเมืองนี้ ทว่าหลายๆครั้งครั้งในตอนที่อยู่กับผม อีกคนกลับทำสีหน้าเศร้าสร้อยเหมือนกำลังจะจากไปในที่ไกลๆ และไกลเกินกว่าที่ผมจะเอื้อมถึง

 

“วันวานครับ…เป็นอะไรไป ทำไมทำสีหน้าอย่างนั้นล่ะ หื้อ” ผมใช้มือลูบหัวอีกคนอย่างปลอบโยน

 

“อ่า วันวานไม่รู้จะบอกทิวายังไงดี”

 

“เรื่องอะไรล่ะ”

 

วันวานมองมาทางผม แขนเล็กสองข้างเอื้อมมาโอบกอดผมไว้ด้วยความอบอุ่นทั้งหมดที่มี ใบหน้าหวานของอีกคนซุกลงแนบแผ่นอกของผม ผมกอดอีกคนตอบ เราสองคนนอนนิ่งอยู่สักพัก

 

“ทิวา…” เจ้าตัวเรียกเสียงสั่น

 

“ครับ ว่าไง”

 

“ทิวาจำวันวานได้มั้ย” คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน

 

“วันวานหมายถึงอะไรหรอครับ…เราเคยรู้จักกันหรอ”

 

“ถ้าวันวานบอกว่าใช่ล่ะ” ทำไมเรื่องนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

“วันวานบอกทิวาได้มั้ยครับว่าตอนไหน”

 

“มัธยม”

 

“หื้อ มัธยม”

 

“ใช่ ตลอดหกปีที่วันวานรู้จักกับคนที่ชื่อว่าทิวา”

 

“ทำไมทิวาไม่เห็นจำได้เลย หื้อ” ผมเอียงคอไปหอมแก้มอีกคนอย่างหมันเขี้ยว

 

“อ๋า ไม่แปลกหรอกที่ทิวาจะจำไม่ได้ วันวานไม่ได้มีเพื่อนเยอะขนาดนั้น”

 

ผมเปรยตามองอีกคน ร่างเล็กในอ้อมแขนของผม ทำไมน่ารักขนาดนี้ผมถึงจำไม่ได้กันนะ

 

“วันวานอยากจะบอกอะไรทิวากันแน่ครับ”

 

“ทิวา…”

 

“หื้อ” ผมตอบรับในลำคอ

 

“ที่ผ่านมานับตั้งแต่รู้จักกับทิวา วันวานมองทิวามาตลอดเลยนะ”

 

“…”

 

“มองทิวาคนเดียว แต่ทิวาคงไม่รู้"

 

“วันวาน…”

 

“ทิวาจำจดหมายอันเล็กๆได้มั้ย ที่ลงท้ายด้วยชื่อ วันวาน” ผมพยายามนึก แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

 

“ฮื่อ วันวาน ทิวาจำอะไรไม่ได้เลยครับ ขอโทษน้า”

 

“ไม่เป็นไรหรอก แต่จดหมายฉบับนั้นวันวานตั้งใจเขียนมาก”

 

ในแววตาของวันวานเหมือนกับมีประกายไฟขึ้นมา แต่อยู่ๆก็มอดดับลงไป ผมตกใจนิดหน่อยที่ตัวเองรู้จักกับวันวานมาก่อน เอาเข้าจริงก็แทบจะจำไม่ได้ว่ามีคนรู้จักชื่อวันวาน แต่ทว่าฟ้าก็ต้องชะตาให้เรามาเจอกันอีกครั้ง ผมรู้สึกดีใจนะ ไม่ว่าอดีตคนที่ชื่อว่าวันวานจะหายไปจากเศษเสี้ยวความทรงจำของผม ไม่ว่าจะยังไง ตอนนี้เราก็ได้เวียนมาพบเจอกันอีกครั้งนึง แค่นี้ก็รู้สึกขอบคุณมากๆแล้ว

 

“ทิวา”

 

“หื้ม ว่าไงครับ”

 

“ถ้าวันวานหายไปล่ะ…”

 

“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะครับคนดี หื้อ” ผมหอมแก้มนุ่มนั่นอีกครั้ง

 

“ทิวา วันวานอยากรู้จริงๆ"

 

“ทิวาก็ต้องเสียใจอยู่แล้วครับ คนรักทั้งคนนะ” ผมโอบอีกคนแน่นขึ้นก่อนจะจูบเบาๆลงบนหน้าผากด้วยความอ่อนโยน

 

“วันวานอย่าหายไปไหนเลยนะครับ อยู่กับทิวาแบบนี้นั่นแหละ ตราบนานเท่านานเลยนะ!”

 

“อื้อออ วันวานไม่หายไปไหนหรอก วันวานจะไม่จากทิวาไปไหนอีกแล้ว ด้วยรักที่ให้ทิวาเลย”

 

ค่ำคืนสุดท้ายในฤดูใบไม้ผลิ ความรักและความอบอุ่นของคนสองคนโอบอวลไปโดยรอบ แม้จะเป็นค่ำคืนที่เงียบสงัดเหมือนในวันปกติทั่วไป แต่ทุกครั้งที่เรามีคนๆนึงอยู่ข้างกาย มันก็กลับกลายเป็นวันพิเศษในทุกๆวันนั่นแหละ ทิวาว่าอย่างนั้นมั้ย

.

.

.

ผมปรือตาขึ้นมาในยามเช้าเหมือนทุกๆวัน เหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้านข้างเป็นเวลาเก้านาฬิกา อีกชั่วโมงนึงก็ได้เวลาเปิดร้านแล้ว ผมพยายามควานหาอีกคนที่เมื่อคืนหลับอยู่ในอ้อมแขน แต่ทว่ากลับไม่พบใคร มีเพียงหมอนสีสะอาดที่เจ้าตัวหนุนก่อนนอนกับผ้าห่มที่หล่นไปอยู่ปลายเตียงเท่านั้น ไม่ทันได้เอะใจ ก็คิดว่าวันวานคงลุกไปทำกับข้าวเหมือนทุกวัน ผมจัดการอาบน้ำอาบท่าแล้วเดินไปยังห้องครัว สายตาพลันมองหาใครอีกคน ใครอีกคนที่บอกผมว่าจะไม่จากไปไหน

 

“วันวาน!”

 

ผมเริ่มตะโกนเรียกหา ปกติเจ้าตัวไม่ได้ออกไปทำงานเวลานี้ แต่ก็น่าแปลกที่ผมเห็นจานอาหารเมนูโปรดวางอยู่บนโต๊ะคู่กับจดหมายคุ้นตา

 

“จดหมาย?”

 

จดหมายสีฟ้าอ่อนสภาพยับเยินวางอยู่บนโต๊ะใต้แก้วน้ำ ผมรีบเดินเข้าไปอย่างไม่สนใจอาหารที่อยู่ด้านข้างแม้แต่น้อย มือรีบคว้าขึ้นมาสำรวจโดยสัญชาติญาณ จ่าหน้าซองถึงผม…

 

ไม่รอช้าก็รีบเปิดอ่านข้อความข้างใน สภาพของซองก็ว่าเละแล้ว แต่ตัวจดหมายนั้นก็เยินยิ่งกว่า ผมคลี่ออกอย่างเบามือพลางภาวนาในใจขอให้ไม่ขาดเสียก่อน สายตาทอดมองอักขระยาวร่ายเรียงกันบนเส้นบรรทัดอย่างสวยงาม

 

'ถึง. ทิวา

ว่าไง…อ่า เราไม่รู้จะบอกอะไรทิวาดี นี่ก็จะจบม.6 แล้วเนอะ หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันมั้ย เอ้อ เราชื่อวันวานนะ ทิวาคงจำเราไม่ได้หรอก เราคือคนที่เคยทำกาแฟหกใส่ทิวากลางโรงอาหารไง เรื่องนั้นเราขอโทษจริงๆนะ เราไม่ได้ตั้งใจ แล้วยิ่งเป็นกาแฟร้อนด้วย เรื่องนั้นทำเรารู้สึกผิดไปหลายวันเลย พอได้เห็นว่าทิวาไม่ได้เป็นอะไรมากเราก็โล่งใจแล้ว เราหาโอกาสหลายครั้งมากเลยนะที่จะเข้าไปขอโทษทิวาแบบจริงๆจังๆ แต่เราไม่กล้าสักที มาถึงวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วเนอะ เราเลยเขียนจดหมายมาบอกทิวา แต่มีอีกเรื่องนึงที่เราอยากบอกด้วย จริงๆเรื่องมันก็นานแล้วแหละ ตั้งแต่ม.1 จนถึงตอนนี้ เราชอบทิวานะ

ด้วยรัก วันวาน'

 

ข้างในซองจดหมายก็แนบมาด้วยดอกเดซี่สีขาวที่ตอนนี้ได้เฉาไปหมดแล้ว กลีบดอกไม้แห้งกร้านแตกละเอียดเป็นฝุ่งผงเล็กๆ ผมเริ่มนึกได้ถึงอะไรบางอย่าง คนๆนึงที่ผมแทบจะไม่สังเกต เพื่อนต่างห้องที่ผมไม่เคยรู้ถึงการมีตัวตน ‘วันวาน รุจิวัจนา’

 

ผมไม่รู้จะโทษใคร เป็นผมที่มารู้ช้าไปหรือพระเจ้าส่งผู้คนมาในชีวิตผมเยอะเกิน ภาพของคนรู้จักมากมายฉายวนซ้ำไปในห้วงความคิดของผม ซึ่งนั่นก็แทบจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับวันวานเลย ผมเริ่มเดินวนไปทั่วบ้าน เสียงเรียกของผมก้องตะโกนในนามของใครอีกคน แต่ทว่านั่นก็ดังไม่พอที่จะทำให้อีกคนกลับมา ผมวิ่งขึ้นมาบนห้องนอนอีกทีก่อนจะควานหาโทรศัพท์อย่างใจร้อน นิ้วมือกดโทรหาคนรักโดยสัญชาติญาณ เสียงรอสายดังถี่มาเป็นจังหวะแต่เพียงแค่วินาทีเดียวก็นานเกินพอสำหรับผม เสียงนั้นดังเรื่อยแต่กลับไม่มีใครตอบรับกลับมาก่อนที่สัญญาณจะถูกตัดไป ตอนนี้ผมรีบวิ่งไปเปิดดูตู้เสื้อผ้า ว่างเปล่า…ข้างในนั้นว่างเปล่า เหลือเพียงเสื้อผ้าอาภรณ์ของผมก็เท่านั้น ผมแทบจะไม่อยากยอมรับความจริง ‘วันวานไปไหน?’

 

ผมเดินไปดูรูปคู่ของเราที่สั่งทำใส่กรอบตั้งโต๊ะไว้ แต่ไม่ นั่นไม่ใช่รูปคู่ เหลือเพียงผมคนเดียวที่อยู่ในรูป ทุกๆสถานที่ที่เราเคยไปด้วยกัน ในนั้นมีเพียงผมคนเดียว ผมเริ่มสับสนและไม่เข้าใจ ผมวิ่งหาอีกคนรอบบ้านเหมือนคนบ้า 

เขาไปอยู่ไหน วันวานหายไปไหน

ผมได้แต่ถามตัวเองในใจก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องนอนด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง วันนี้ผมคงต้องหยุดร้านไปสักหนึ่งวัน ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้ว เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆส่วนผมก็ได้แต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน อีกคนนั้นหายไปไหน เกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ ที่ผ่านมาระหว่างเรานั้นคือเรื่องจริงใช่มั้ยหรือผมแค่กำลังฝันร้าย มาปลุกผมทีสิ ผมแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ใครสักคน มาปลุกผมที…

เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปก่อนจะเข้าช่วงหลังเที่ยงวัน ผมเริ่มตั้งสติได้ ใช่สิ ตอนนี้ผมต้องตามหาอีกคน ไม่ใช่เอาแต่นั่งกระวนกระวายอยู่แบบนี้ ผมต้องลุกไปทำอะไรสักอย่างให้อีกคนกลับมา แต่อะไรกันล่ะ

 

“บริษัท ใช่! บริษัทๆ”

 

ผมเริ่มเสิร์ชหาเบอร์ที่ทำงานของอีกคนในเน็ต ก่อนจะโทรไปอย่างใจเย็น ตอนนี้อยากจะร้องไห้แทบบ้าแต่ก็ต้องฝืนไว้ ถ้าผมทำแบบนี้วันวานจะกลับมาใช่มั้ยล่ะ ถ้ายังพยายามอยู่แบบนี้จะกลับมาใช่มั้ย บอกผมทีสิ ว่าคุณจะกลับมา

 

“รับสิ รับ”

 

ติ๊ด!

 

[สวัสดีค่ะ บริษัทXX ยินดีให้บริการค่ะ]

 

“สวัสดีครับ เอ่อ พ…พนักงานที่ชื่อ รุจิวัจนา ยังทำงานอยู่ที่นั่นรึเปล่าครับ”

 

[อ่า รอสักครู่นะคะ] 

 

หญิงสาวที่อยู่ปลายสายเงียบหายไปสักพัก ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นทุกจังหวะที่รอให้อีกคนตอบกลับมา ผมลุ้นอย่างมีความหวัง ขอล่ะนะ ขอครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้ายก็ได้

 

[เอ่อ คุณรุจิวัจนา หัวหน้าฝ่ายบริหารใช่มั้ยคะ]

 

“อ..อ่า ใช่ครับ ใช่”

 

[คุณรุจิวัจนาเสียไปนานแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรรึเปล่า]

 

“…”

 

[ฮัลโหล คุณคะ]

 

“…อ่า ทราบรึเปล่าครับว่า ฝ..ฝังที่ไหน”

 

[เอ่อ ที่สุสานXXค่ะ ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ แต่มีอะไรที่ทางเราพอช่วยได้บ้างอีกรึเปล่าคะ]

 

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ…ผมขอโทษที่รบกวนนะครับ”

 

[ยินดีค่ะ]

 

ติ๊ด!

 

ผมควรทำยังไงดี ทำใจน่ะหรอ ก็คงจะใช่ สุดท้ายแล้วเรื่องของเรามันก็แค่ฝันไป สุดท้ายแล้ว…คนๆนั้นก็กลายเป็นแค่วันวานของผม เรื่องในวันวานยังคงหวานจับใจแต่ทำไมมาในวันนี้มันถึงแปรเปลี่ยนไปอย่างนี้ล่ะครับ ที่ผ่านมาคุณแค่หลอกผมงั้นหรอ

 

“วันวาน!?!!”

 

ผมตะโกนเรียกชื่อใครอีกคน ใครคนนั้นที่จากไปในที่ไหนสักแห่งที่ผมเอื้อมไม่ถึง คนที่บอกกับผมว่าจะอยู่กับผม คนที่บอกว่าจะไม่จากไปไหน แต่คำบอกเล่าเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงแค่วันวาน วันวานที่ไม่หวนกลับมาอีก…ก็เท่านั้น

.

.

.

1 ปี ผ่านไป

ช่วงพลบค่ำของวันในฤดูหนาว หิมะเริ่มตกลงมาปกคลุมผืนดิน ร่างสูงยืนอยู่หน้าป้ายสุสานของคนที่เขาก็รู้อยู่แก่ใจ ในมือถือดอกเดซี่สีขาวสะอาดพร้อมด้วยซองจดหมายสีฟ้าอ่อนคุ้นตา

 

“วันวานครับ ทิวามาหาแล้วนะ คิดถึงทิวามั้ย” เขายิ้มให้ใครอีกคนที่นอนหลับใหลอยู่ใต้ผืนภพนั่น

 

“ทิวาขอโทษนะครับที่หายไปหลายเดือน ทิวาทำใจไม่ได้เลย ทำไมวันวานทำกับทิวาแบบนี้ล่ะ หื้อ”

 

มือหนาวางดอกเดซี่หน้าป้ายหลุมศพอย่างปลอบโยน ในตอนนี้เขารู้สึกว่างเปล่า อาจเป็นเพราะความโดดเดี่ยวอย่างกะทันหันที่ถาโถมเข้ามา จนตอนนี้เข้าก็ยังคงรู้สึกถึงมัน

 

“วันวานครับ จำจดหมายที่วันวานตั้งใจเขียนให้ทิวาได้มั้ย วันนี้ทิวาก็มีจดหมายให้วันวานเหมือนกันนะ”

 

ทิวาวางจดหมายอีกฉบับลง จ่าหน้าซองถึงใครอีกคนที่ตอนนี้คงไม่สามารถเปิดอ่านเนื้อความข้างในได้แล้ว แต่เขาก็ยังคงหวังว่าบทความข้างในนั้นจะยังส่งถึงผู้เป็นเจ้าของของมันจริงๆ ร่างหนาคุกเข่าลงบนพื้น แม้จะมีหิมะก่ายกองมากมายแต่เขาก็ไม่แม้แต่จะรู้สึกถึงความหนาวเหน็บเพราะในใจตอนนี้ก็เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นของอีกคนที่เคยมีให้ไปทั้งหมดแล้ว

 

แขนยาวล้อมโอบกอดป้ายหลุมศพนั้นไว้ เสมือนเป็นตัวแทนของอีกคนที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่มีวันเลือนหาย

 

“วันวานครับ”

 

‘ทิวามีอะไรหรอ’

 

“อยากให้ทิวาอ่านเนื้อความในจดหมายนั่นให้ฟังมั้ย”

 

‘อยากสิ ทิวาเป็นคนเขียนถึงวันวานเลยนะ’

 

เจ้าตัวเริ่มหยิบซองจดหมายนั่นขึ้นมาอีกครั้ง ปรายตาไล่มองทุกบรรทัดที่ตนเขียนก่อนจะสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายเข้าปอด

 

"ถึง.วันวาน

ในเรื่องที่คุณทำกาแฟหกใส่ผม ผมเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรหรอกครับ ผมเองก็ต้องขอโทษด้วยที่เดินชนคุณในวันนั้น จนมาในวันนี้ก็ต้องขอบคุณบุคคลที่ชื่อวันวานมากๆ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผม ไม่ว่าจะวันวาน หรือรุ่งทิวาในตอนเช้า ไม่ว่าจะในอดีต หรือจากนี้ และตลอดไป ผมรักคุณนะครับ วันวาน

ด้วยรักในนามของผม ทิวา"

.

.

.

ผมเจอเขาในฤดูหนาว ผมรักเขาในฤดูใบไม้ผลิ ผมโอบกอดเขาทั้งในวันวานและรุ่งทิวา

.

.

.

//

ฮื่อ555 เราแต่งดีรึเปล่าเนี่ย

เรื่องนี้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของผู้แต่งนะคะ เหตุเกิดเพราะน้อยใจในโชคชะตา 

แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราก็อยากจะถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของคนๆนึง

หากใครถามว่าหลังจากนี้บาริสต้าของเราจะเป็นยังไงก็สุดแล้วแต่จะจินตนาการกันต่อเลยค่ะ

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ อาจจะผิดหวังในช่วงท้ายนิดหน่อย555

ก็ไรท์รีบไปเข้าห้องน้ำอ่ะ 

ด้วยรัก. Blue.WhaLe

ผลงานอื่นๆ ของ Blue.WhaLe

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น