ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 9 : ฝึกฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

วารีฝังเมล็ดลงใต้ดิน ก่อนจะใช้บอลน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร รดน้ำต้นไม้ ด้วยบอลน้ำที่ใหญ่ขึ้น จากพลังเวทย์ที่มากขึ้นของวารี ทำให้จำนวนครั้งในการรดน้ำลดจาก 3 ครั้ง เป็น 2 ครั้ง ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและสมาธิในการใช้เวทมนตร์เพื่อรดน้ำไปได้มาก

หลังจากรดน้ำรอบสอง วารีถือศิลาวิเศษในมือ ใช้เวทมนตร์ขั้น1 ดินวิเศษ เปลี่ยนศิลาวิเศษในมือให้เป็นดิน วางดินกลบบนเมล็ด เมล็ดดูดซับดินวิเศษก่อนจะแตกหน่อเป็นต้นอ่อน

วารีปลูกเมล็ดที่2 ที่3 ที่4 จนถึงเมล็ดที่ 60 วารีก็เริ่มล้าทางจิตใจ เธอฝืนต่อไปจนถึงต้นที่80 ก็ถึงขีดจำกัดของวารี หากเธอใช้เวทมนตร์มากกว่านี้จะมีผลเสียต่อจิตใจอย่างถาวร

วารีต้องยกระดับพลังจิตถึงจิตเริ่มต้นขั้น7 เพื่อดูแลสมุนไพรทั้ง 100 ต้น ได้โดยที่จิตใจไม่เหนื่อยล้า

แม้จะปลูกสมุนไพรได้ไม่ถึงตามเป้า แต่วารีก็ทำอะไรไม่ได้ เธอกลับไปทานอาหารกลางวันที่บ้าน ก่อนจะเริ่มฝึกพลังจิต

การฝึกพลังจิต คือการขัดเกลาจิต

วารีค่อยๆดึงสิ่งปนเปื้อนในจิตออก สิ่งปนเปื้อนออกมาในรูปแบบออร่าสีดำรอบตัวเธอ

ผ่านไป 2 ชั่วโมง วารีก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดในจิตของเธอ

การฝึกพลังจิตนั้นเหมือนกับการฝึกพลังเวทย์ที่ไม่สามารถฝึกได้อย่างต่อเนื่อง

ยิ่งขัดเกลาเท่าไร ก็ยิ่งเจ็บปวดเท่านั้น เหมือนกับการทำความสะอาดร่างกายที่ยิ่งขัดก็ยิ่งสะอาด แต่ถ้าขัดมากๆเข้าก็จะเริ่มเจ็บ เป็นแผล สุดท้ายเนื้อหนังก็จะหลุดออก

วารีฝืนฝึกต่ออีกสักพักก่อนจะหยุด

วันนี้วารีสามารถฝึกพลังจิตได้นานกว่าเดิมจาก 1 ชั่วโมง เป็น 2 ชั่วโมง ซึ่งเธอคาดว่าเป็นเพราะเริ่มคุ้นเคยกับการฝึกพลังจิต 

ต่อจากการฝึกพลังจิต วารีก็เริ่มฝึกพลังปราณต่อทันที

นำพลังปราณดิบมาโคจรให้บริสุทธิ์ก่อนจะนำไปเก็บไว้ที่จุดตันเถียน

การฝึกพลังปราณนั้นสามารถทำได้เรื่อยๆ โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย การฝึกปราณจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘การบำเพ็ญเพียร’ ที่การฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อคือวิธีการฝึกพลังปราณที่ดีที่สุด

วารีฝึกพลังปราณเรื่อยๆจนถึงช่วงอาหารเย็น

แม้ว่าพลังปราณจะยังอยู่ระดับบ่อลมปราณขั้น2 แต่พลังจิตของวารีอยู่ระดับจิตเริ่มต้นขั้น3 แล้ว

หลังจากทานอาหารเย็นกับอารีและไซเรน วารีหัวถึงหมอนก็หลับไปทันที

 

 

วันรุ่งขึ้น

วารีทำกิจวัตรประจำคือการดูแลสมุนไพรทั้ง 80 ต้น ด้วยพลังจิตที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอสามารถปลูกสมุนไพรได้อีก 20 ต้น เป็น 100 ต้น แม้จะปลูกสมุนไพรได้ถึงตามเป้า แต่ก็ยังห่างไกลจากที่เธอคาดหวังไว้

หลังจากดูแลสมุนไพรและทานอาหารกลางวัน วารีก็เริ่มฝึกพลังจิตต่อทันที

2 ชั่วโมงผ่านไป วารีก็รู้สึกเจ็บที่จิต เธอฝืนอีกสักพักก่อนจะหยุด แล้วเริ่มฝึกพลังปราณต่อ

วารีฝึกจนถึงมื้อเย็น การฝึกในวันนี้ทำให้เธอมีระดับจิตเริ่มต้น ขั้น4 และ บ่อลมปราณ ขั้น3 ถ้ามีใครมาเห็นการพัฒนาที่รวดเร็วของวารีจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน เธอคงถูกขอร้องแกมบังคับให้เป็นศิษย์ของบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือได้รับทุนเรียนจากโรงเรียนชั้นนำและถูกจัดอันดับไว้ในประกาศโดนูมซึ่งเป็นประกาศสำหรับผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์ แม้แต่เหล่าผู้อยู่บนจุดสูงสุดของโลกก็ยังต้องให้ความสนใจ แต่สำหรับวารีแล้วเท่านี้ยังไม่เพียงพอ เธอต้องรีบฝึกพลังจิตให้มีระดับจิตเริ่มต้น ขั้น7 โดยเร็วที่สุด

ศิลาวิเศษของวารีหมดแล้ว พรุ่งนี้เธอจำเป็นต้องเข้าป่าไปเก็บศิลาวิเศษเพิ่ม ถ้าหากเธอเข้าป่าก็จำเป็นต้องใช้วิชายุทธ์เพิ่มพลังและเคล็ดลับจิตเตือนภัย ซึ่งต้องใช้สมาธิเช่นเดียวกับเวทมนตร์ ถ้าวารีเข้าป่าสองรอบโดยไม่เจอสถานการณ์ไม่คาดฝัน เธอจะสามารถดูแลสมุนไพรได้มากสุดแค่ 80 ต้น

ผ่านไปอีกหนึ่งวัน

 ช่วงเช้าวารีเข้าป่าสองรอบ โชคดีที่ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ด้วยพลังปราณที่เพิ่มขึ้นทำให้วารีแบกศิลาวิเศษได้เพิ่มขึ้น 15 ก้อน เป็น 75 ก้อน ทำให้วารีมีศิลาวิเศษ 150 ก้อน

หลังจากทานอาหารกลางวัน เธอก็ไปดูแลสมุนไพร ซึ่งเธอดูแลสมุนไพรได้แค่ 80 ต้น ตามที่คาดไว้ เธอก็ได้แต่ปล่อย 20 ต้นที่เหลือไปก่อนเริ่มฝึกพลังจิต

วารีฝึกพลังจิตได้ 2 ชั่วโมงก็ยังไม่รู้สึกเจ็บปวด เธอแปลกใจแต่ก็ยังฝึกต่อไป จนถึง 3 ชั่วโมง เธอเริ่มรู้สึกเจ็บ ฝืนฝึกต่ออีกสักพักก่อนจะหยุดฝึกพลังจิต

วารียังไม่เริ่มฝึกพลังปราณโดยทันที แต่เริ่มค้นหาหาคำตอบว่าทำไมเธอถึงฝึกพลังจิตได้นานขึ้น จากตอนแรกที่คาดไว้ว่าเป็นเพราะเริ่มคุ้นเคยกับการฝึกพลังจิต แต่เหตุผลนั้นก็ตกไปเพราะเมื่อวานเธอยังคงฝึกได้ 2 ชั่วโมงเท่ากับเมื่อวานซืน การฝึกพลังจิตได้นานขึ้นจะต้องมีเหตุผลอื่น

วารีเริ่มค้นหาว่าตัวเองมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อวาน และเธอก็นึกออกในทันที

‘พลังปราณ’

เมื่อวานระดับพลังปราณของวารีเพิ่มจาก บ่อลมปราณ ขั้น2 เป็น บ่อลมปราณ ขั้น3

พลังปราณเพิ่มขึ้นก็จะฝึกพลังจิตได้มากขึ้น นี่เป็นเรื่องที่วารีไม่เคยรู้มาก่อน แต่ผู้ใช้พลังจิตส่วนใหญ่ก็รู้เรื่องนี่ดี เพราะผู้ใช้พลังจิตจะฝึกฝนพลังปราณนั้นเป็นเรื่องปกติ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้การฝึกพลังจิตในแต่ละวันมีประสิทธิภาพ

วารีเริ่มฝึกพลังจิตด้วยความคาดหวังยิ่งกว่าเดิม แต่เพราะเวลาฝึกที่น้อยลงจากการที่เธอต้องเข้าป่า ทำให้พลังปราณเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เธออยากให้วันหนึ่งจะมีเวลาสัก 48 ชั่วโมง

พลังจิตของวารีเพิ่มเป็น จิตเริ่มต้น ขั้น5 แต่พลังปราณยังคงเท่าเดิม

ทุกครั้งที่พลังจิตของวารีเพิ่มขึ้น ความยากในการเพิ่มพลังจิตก็จะยิ่งมากขึ้น คล้ายกับการล้างโคลนออกจากตัวนั้นทำได้ง่าย แต่การจะทำให้สะอาดหมดจดนั้นเป็นเรื่องยาก พลังปราณที่ช่วยให้ฝึกพลังจิตได้นานขึ้นจะมีส่วนช่วยอย่างมาก

ทานอาหารเย็น เข้านอน

เช้าวันรุ่งขึ้น วารีเข้าป่าอีกครั้ง ระหว่างที่เธอกำลังออกจากหมู่บ้าน กลุ่มนักล่ากลุ่มหนึ่งก็กำลังจะออกจากหมู่บ้านเช่นกัน

ในกลุ่มนักล่า 5 คนนั้นมี 2 คนที่เธอค่อนข้างคุ้นเคย นั้นคือพอลและมาเรีย

พอลที่พาดหอกไว้บนไหล่เห็นวารีก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม

“ไง ไม่เจอกันตั้งนาน” พอลพูดยิ้มๆ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” วารีพูด

“จะเข้าป่าเหรอ?” พอลถาม

“ใช่ค่ะ พวกพี่ก็กำลังจะไปล่าสัตว์ใช่ไหมค่ะ วารีขอไปด้วยได้ไหมคะ?”

ถ้าวารีไปกับกลุ่มล่าสัตว์จะช่วยย่นเวลาไม่น้อย เพราะไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงสัตว์ป่า ทำให้พุ่งตรงเข้าสู่ป่าชั้นในได้อย่างรวดเร็ว

“ได้แน่นอนจ๊ะ” ก่อนที่พอลจะตอบ มาเรียพูดแทรกขึ้นมาทันทีพลางจับมือวารี

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่มาเรีย”

“อรุณสวัสดิ์จ๊ะ วารี”

“เฮ้ มาเรีย วารีกำลังคุยกับข้าอยู่ แล้วเธอจะไม่ถามความเห็นของคนอื่นๆหน่อยเหรอ?” พอลทำสีหน้าไม่พอใจ

“แล้วใครคัดค้าน?” มาเรียจ้องมองเพื่อนร่วมทีมอีก 3 คน อย่างดุร้าย

ทั้ง 3 คน ตกใจกลัว ก่อนจะรีบพยักหน้า

ความจริงพวกเขารู้ฝีมือของวารีอยู่แล้วว่าฝีมือของเธอดีกว่าพวกเขาเสียอีก จึงไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ และยิ่งมีสายตาดุร้ายจ้องมองมาก็ ยิ่งไม่ควรปฏิเสธ

มาเรียยิ้มดีใจก่อนจะจูงมือวารีพาเดินไปด้วยกัน พอลสายหน้าพลางยิ้มอย่างเหนื่อยใจก่อนจะเดินตาม อีก 3 คน มองหน้ากันก่อนจะเดินตาม

วารีมองมาเรียที่กำลังพูดกับเธอด้วยรอยยิ้ม มองพอลที่กำลังทำหน้าเหนื่อยใจ มองนักล่าอีก 3 คนที่กำลังพูดคุยกันเอง ทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อน วันที่เธอมาหมู่บ้านแห่งนี้ครั้งแรกและได้เรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #51 ไจแอนท์คุง (@auar) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 11:33

    เป็นเด็กที่พยายามและจิตใจเข้มแข็งจริงๆ

    #51
    0
  2. #24 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 14:10

    น้องวารี เป็นเด็กดีมากค่ะ ขยัน อดทน กตัญญู รักแม่มาก แต่ทำไมกลัวเสี้ยววิญญาณของพ่อตัวเองล่ะ

    #24
    0