ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 8 : สัตว์อสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    29 ก.ค. 63

 พลังปราณนั้นไม่ใช่พลังที่อยู่ในร่างกายตั้งแต่แรกเหมือนพลังจิตหรือพลังเวทย์ แต่เป็นพลังที่ล่องลอยอยู่ในอากาศคล้ายมานา

รวบรวม กลั่นกรองและกักเก็บ คือพื้นฐานการฝึกพลังปราณ แต่จะทำกระบวนการเหล่านี้ได้จำเป็นต้องรับรู้พลังปราณที่อยู่รอบตัวให้ได้ก่อน

หลังจากอ่านบทแรกของหนังสือพื้นฐานบ่อลมปราณจบ วารีหลับตาลง เพ่งสมาธิออกไปรอบตัวเพื่อรับรู้พลังปราณ ในขั้นตอนนี้คล้ายกับการใช้เวทมนตร์ของผู้ใช้เวทย์ที่ต้องรับรู้มานาที่อยู่รอบตัว ทำให้เธอจับทางได้อย่างรวดเร็วแล้วรับรู้พลังปราณที่อยู่รอบตัวในที่สุด

พลังปราณแตกต่างจากมานา พลังปราณไม่สามารถควบคุมได้หากอยู่ภายนอกร่างกาย การรวบรวมพลังปราณจึงทำได้เพียงรอให้พลังปราณไหลผ่านรูขุมขนในร่างกาย เปรียบเหมือนโอ่งที่รอเก็บน้ำฝนที่ตกลงมา พลังปราณดิบที่ไหลผ่านเข้ามาในร่างกายนั้นมีสิ่งเจือปนมากเกินไปจนไม่สามารถนำมาใช้ได้ ขั้นต่อมาคือการกลั้นกรองพลังปราณดิบให้บริสุทธิ์

นำพลังปราณดิบมาโคจรรอบร่างกายตามจุดชีพจรที่กำหนดตามลำดับครบรอบเป็น 1 โคจร ทุกครั้งที่โคจร พลังปราณดิบก็เริ่มบริสุทธิ์ขึ้นทีละน้อย จนถึงรอบที่ 99 พลังปราณจึงบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ วารีเก็บพลังปราณบริสุทธิ์ไว้บริเวณจุดตันเถียนหรือท้องน้อย กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไปกับการกลั่นพลังปราณดิบให้บริสุทธิ์

ในตอนนี้วารีเข้าสู่ระดับแรกของการฝึกปราณ

บ่อลมปราณขั้น1

วารีควบคุมพลังปราณในร่างไปกระตุ้น ‘ค่ายกล’ ที่อยู่บนหน้าแรกของหนังสือพื้นฐานบ่อลมปราณ

ค่ายกลนั้นคล้ายกับวงเวทย์และอักษรรูน เพียงแต่ใช้พลังปราณในการกระตุ้นเพื่อใช้งาน

หนังสือลอยอยู่หน้าวารี ตัวอักษรในหนังสือหลุดออกมาก่อนจะลอยเข้ามาในหัวของเธอ ไม่นานหนังสือหล่นลงพื้น เนื้อหาทั้งหมดในหนังสือถูกจดจำทั้งหมด

จากนั้นก็เป็นหนังสือวิชายุทธ์เพิ่มพลัง หนังสือมนตราเวทมนตร์บอลลม บอลดินและบอลไฟ

หลังจากจดจำเนื้อหาของหนังสือทั้งหมด วารีก็เริ่มเรียนรู้และวิเคราะห์เนื้อหาเหล่านั้น

 

 

1 วันผ่านไป

วารีได้วิเคราะห์หนังสือทั้งหมดแล้ว ความเข้าใจในการฝึกฝนพลังปราณและพลังจิตเข้าสู่ขั้นเหนือล้ำ ด้วยเหตุนั้นความเร็วในการฝึกฝนพลังปราณและพลังจิตของเธอจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น บ่อลมปราณขั้น2 และ จิตเริ่มต้นขั้น2 รวมถึงความเชี่ยวชาญในการใช้เคล็ดลับจิตเตือนภัยและวิชายุทธ์เพิ่มพลังก็เข้าสู่ขั้นเหนือล้ำ อีกทั้งยังคิดค้นรูปแบบการใช้เวทมนตร์ใหม่ๆ จากการดัดแปลงเวทมนตร์บอลธาตุทั้ง3 คือ บอลไฟ บอลลมและบอลดิน ที่เพิ่งได้รับมาเข้ากับบอลน้ำที่มีอยู่แล้ว

ตอนนี้วารีมั่นใจว่าถึงจะพบสัตว์อสูรขั้น1 ก็สามารถหนีได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

วารีได้รับสมุนไพรจำนวนมากจากครูส เนื่องจากครูสพยายามรวบรวมสมุนไพรให้ได้มากขึ้นหลังจากเห็นยาที่วารีปรุง ทำให้วารีสามารถปรุงยาเร่งความเร็วขั้น1 4 ขวด ยาเพิ่มกล้ามเนื้อขั้น1 3 ขวด และยามองเห็นในที่มืดขั้น1 5 ขวด

วารีนำยาเร่งความเร็วติดตัวไปด้วย พร้อมเตรียมตัวเข้าป่า

 

 

ป่าเอมมาลี

ด้วยเคล็ดลับจิตเตือนภัยและวิชายุทธ์เพิ่มพลัง ทำให้วารีสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้นพร้อมกับหลีกเลี่ยงสัตว์ป่าได้ง่ายขึ้น มาถึงป่าชั้นในอย่างรวดเร็ว

วิชายุทธ์เพิ่มพลัง ช่วยเสริมกำลังและความเร็วของผู้ใช้ลมปราณ โดยการโคจรลมปราณตามจุดชีพจรที่กำหนด ยิ่งมีปริมาณพลังปราณมากเท่าไร ประสิทธิภาพของวิชายุทธ์เพิ่มพลังก็จะยิ่งมากขึ้น

เคล็ดลับจิตเตือนภัย ช่วยเพิ่มการรับรู้สิ่งมีชีวิตรอบตัวในรัศมี 200 เมตร โดยการขยายจิตให้กระจายออกไป ยิ่งมีปริมาณพลังจิตมากเท่าไร รัศมีของเคล็ดลับจิตเตือนภัยก็จะยิ่งกว้างขึ้น

การใช้พลังจิตและพลังปราณพร้อมกันไม่ใช่เรื่องง่าย มันมีความยากกว่าการใช้เวทมนต์ขนานถึง 5 เท่า แต่วารีกลับสามารถใช้พลังทั้งสองพร้อมกันได้อย่างไร้ที่ติ

สำหรับป่าชั้นใน วารียังคงระมัดระวัง ไม่นานเธอก็มาถึงเหมืองศิลาวิเศษโดยใช้เวลาน้อยกว่าปกติครึ่งหนึ่ง

ด้วยวิชายุทธ์เพิ่มพลังทำให้วารีสามารถแบกศิลาวิเศษได้มากขึ้น จาก 20 ก้อน เป็น 50 ก้อน โดยไม่กระทบต่อการเคลื่อนไหวของเธอ

วารีนำศิลาวิเศษ 50 ก้อน ใส่กระเป๋า ก่อนจะออกจากเหมืองศิลาวิเศษ

วารีออกจากป่าชั้นในได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าเธอจะแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ เธอมีโอกาสพบกับสัตว์อสูรและมีโอกาสที่จะหนีไม่รอด ถ้าเธอเข้าออกป่าเอมมาลีชั้นในหลายๆรอบ สักวันโอกาสเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นเธอจึงต้องแข็งแกร่งขึ้นและค้นหาวิธีเก็บศิลาวิเศษได้อย่างปลอดภัย 100%

วารีคิดวิธีเอาไว้แล้ว แต่ขาดเงินทุน ทำให้ครั้งนี้เธอวางแผนปลูกสมุนไพรพิสุทธิ์มนตรา 100 ต้น เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับวิธีที่เธอคิดเอาไว้ ดังนั้น เธอจึงต้องเข้าออกป่าชั้นในอย่างน้อย 2 รอบ เพื่อให้มีศิลาวิเศษเพียงพอในแต่ละวัน

ปกติแล้ววารีใช้เวลาเข้าออกป่าอย่างน้อยรอบละ 5 ชั่วโมง โดยประมาณ แต่ครั้งนี้เธอใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง รวมเวลาเช้าบ่าย ทำให้เธอเข้าไปเก็บศิลาวิเศษได้อีก 3 รอบ

หลังจากนำศิลาวิเศษ 50 ก้อนไปเก็บ ก็พักสักครู่ก่อนจะเข้าป่าอีกครั้ง

การเข้าป่ารอบที่2 ของวันวารีก็ยังคงออกมาอย่างปลอดภัย

หลังจากนำศิลาวิเศษ 50 ก้อนไปเก็บกับรับประทานอาหารกลางวันแล้ว วารีก็เข้าป่ารอบที่3 ของวัน

ครั้งนี้ด้วยความประมาทที่เกิดจากสองครั้งแรกสามารถเข้าออกป่าอย่างปลอดภัย ทำให้สัตว์อสูรตัวหนึ่งพบวารี

สัตว์อสูรตัวนี้เรียกว่า อวาเนส มันมีรูปร่างเล็ก ผิวหนังของมันเป็นสีดำสนิท ยืนด้วยขาสองข้าง มือทั้งสองข้างมีกรงเล็บที่แหลมคม อวาเนสมีความสามารถในการซ่อนตัวที่เป็นเลิศ ในสัตว์อสูรขั้น1 ทั้งหมด อวาเนสเป็นมือสังหารที่น่ากลัวเป็นอันดับต้นๆ

จิตเตือนภัยของวารีตรวจจับอวาเนสไม่พบทำให้เธอไม่ทันระวังและถูกเจอตัว แต่โชคดีที่วารีพบมันก่อนที่มันจะทำการลอบโจมตี

วารีเตรียมตัวหลบหนีพลางจ้องมองอวาเนสที่อยู่บนต้นไม้อย่างระมัดระวัง อวาเนสเองก็ไม่รีบร้อนพุ่งเข้ามา แต่คอยเฝ้ามองการกระทำของวารี

สัตว์อสูรนั้นแตกต่างจากสัตว์ทั่วไป มันดุร้ายกว่ามาก โดยเฉพาะเมื่อพบกับมนุษย์มันจะทำการโจมตีทันที แต่อวาเนสกลับรอคอยอย่างใจเย็น มันจะโจมตีก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าสามารถสังหารเป้าหมายได้

วารีคอยๆถอยพลางตรวจจับสัตว์อสูรตัวอื่นๆเพื่อค้นหาเส้นทางที่ปลอดภัย หลังจากมั่นใจแล้ว เธอก็เริ่มวิ่ง

“แซกๆๆ” อวาเนสเห็นเช่นนั้นก็พุ่งตามวารีไปตามต้นไม้ที่อยู่รอบๆ ความเร็วของมันเหนือกว่าวารีระดับหนึ่ง ไม่เกิน 1 นาที อวาเนสก็จะตามเธอทัน

วารีหยิบยาเร่งความเร็วที่เตรียมไว้มาดื่ม ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ความเร็วของอวาเนสก็ยังคงมากกว่าอยู่ดี

ด้วยความคุ้นเคยกับสภาพภูมิประเทศ วารีวิ่งผ่านต้นไม้และพื้นดินขรุขระได้อย่างคล่องแคล่ว ถ้าเป็นคนอื่นวิ่งด้วยความเร็วระดับเดียวกับวารีก็คงสะดุดล้มไปแล้ว แต่สุดท้ายอวาเนสก็ตามวารีจนทัน มันพุ่งเข้าด้านหลังของวารี กรงเล็บง้างออกฟาดฟันหลังวารี

เวทมนตร์ขั้น1 บอลลม รูปแบบที่ 1 ระเบิดลม

บอลลมปรากฏด้านหลังของวารี

“ตูม!” บอลลมระเบิดออก ผลักอวาเนสให้ถอยออก ขณะเดียวกันก็ผลักร่างวารีให้พุ่งไปข้างหน้า ระยะห่างของทั้งสองเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

วารียังคงวิ่งไม่หยุด อวาเนสตั้งตัวได้ก็เริ่มพุ่งตามอีกครั้ง

เมื่ออวาเนสตามทันอีกครั้ง มันก็ไม่รีบพุ่งโจมตีในทันที เนื่องจากบอลลมครั้งก่อน

สัตว์อสูรนั้นมีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ ทุกครั้งที่มันผิดพลาด มันก็จะเรียนรู้เพื่อไม่ให้ผิดพลาดอีก ดังนั้นการสู้กับสัตว์อสูร ลูกไม้เดิมๆไม่มีทางใช้ได้ผล

อวาเนสพุ่งตัว แต่มันไม่ได้พุ่งเข้าหาวารี แต่พุ่งลงพื้นก่อนพุ่งตัวเข้าหาวารี

เวทมนตร์ขั้น1 บอลลม รูปแบบที่ 1 ระเบิดลม

บอลลมปรากฏตรงหน้าอวาเนส แต่ก่อนที่จะได้ระเบิด อวาเนสหมอบตัวติดพื้น

“ตูม!” บอลลมระเบิดออก แต่อวาเนสกลับไม่ถูกซัดปลิวไปด้านหลัง มันไม่รอให้แรงลมหมดลง พุ่งโจมตีวารีจากด้านหลังทันที

วารีในตอนนี้ไม่ได้มีความสามารถมากพอที่จะสร้างบอลลมระเบิดได้หลายๆลูกพร้อมกัน ในขณะที่ใช้พลังปราณกับพลังจิตอยู่

วารีชักดาบคาตานะที่คาดอยู่ข้างเอวออกมา หันหน้าเข้าหาอวาเนสพลางใช้ดาบป้องกันกรงเล็บของมัน

“เคล้ง!” เสียงดาบกับกรงเล็บกระทบกัน แต่วารีไม่สามารถต้านทานแรงของอวาเนสได้ ร่างกายกระเด็นไปด้านหลังอย่างห้ามไม่ได้

อวาเนสนั้นโดดเด่นด้านการลอบโจมตี ทำให้ความเร็วของมันค่อนข้างสูง แต่ในด้านพลังกำลังกลับอยู่ในระดับธรรมดาของสัตว์อสูร แต่ระดับธรรมดานี้ วารีกลับรับไม่ไหว แม้จะมีวิชายุทธ์เพิ่มพลัง

วารีใช้แรงผลักนั้นเว้นระยะห่างกับอวาเนสก่อนจะวิ่งต่อ อวาเนสจะวิ่งตาม แต่บอลลมก็ปรากฏตรงหน้ามัน

เวทมนตร์ขั้น1 บอลลม รูปแบบที่ 1 ระเบิดลม

“ตูม!”

อวาเนสใช้กรงเล็บเกาะพื้นเพื่อไม่ให้กระเด็น ก่อนจะพุ่งตัวออกมาจากกลุ่มควันของระเบิดลม มันเห็นวารีอยู่ห่างออกไปก็รีบวิ่งตาม แต่พื้นที่อยู่ด้านหน้ามันกลับยุบตัว เท้าของอวาเนสจมลงบนดินที่อยู่บนพื้น

เวทมนตร์ขั้น1 บอลดิน รูปแบบที่ 2 บึงโคลนดิน

ด้วยพละกำลังของอวาเนส การออกจากโคลนดินลึก 1 เมตร ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องใช้เวลา

เวทมนตร์ขั้น1 บอลดิน รูปแบบที่ 1 ควันดิน

ควันปรากฏขึ้นปกคลุมตัววารี

อวาเนสออกจากบึงโคลนดิน ก่อนจะพุ่งตัวไปยังกลุ่มควันนั้น อวาเนสค้นหาอยู่นานก็ยังไม่พบร่างของวารี มันจึงยอมแพ้ก่อนจะเดินจากไป

วารีแอบอยู่แถวพุ่มไม้ใกล้ๆถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอรู้ระยะการรับรู้ของอวาเนสดี จึงได้หาที่ซ่อนเหมาะๆเพื่อรอให้อวาเนสจากไป ถ้าเธอวิ่งหนีต่อไป ก็ไม่แน่ว่าจะหนีอวาเนสพ้น อีกทั้งยังมีโอกาสไปกระตุ้นสัตว์อสูรตัวอื่นๆ

วารีออกจากป่าชั้นในได้อย่างปลอดภัย ผ่านป่าชั้นกลางและชั้นนอก ก่อนจะกลับบ้านด้วยความอ่อนล้า

หลังจากเก็บศิลาวิเศษแล้วพักสักครู่ วารีก็เข้าป่าอีกครั้งเป็นรอบที่4 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ครั้งนี้เธอระมัดระวังยิ่งขึ้น ไม่พึ่งพาเพียงเคล็ดลับจิตเตือนภัย แต่มองร่องรอยของสัตว์อสูรด้วย ทำให้รอบนี้เธอใช้เวลามากกว่าเดิม คือ 3 ชั่วโมง แต่ก็ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ตอนนี้วารีมีศิลาวิเศษ 200 ก้อนแล้ว เพียงพอให้ใช้ได้ 2 วัน วารีมองดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้า เธอตรงดิ่งกลับบ้านทันที

ก่อนเข้าบ้าน วารีได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ต้มกับเนื้อและผัก เธอเดาว่าเมนูวันนี้คือแกงเนื้อ

วารีสัมภาระ ก่อนจะตรงไปที่ครัว

อารีกำลังปรุงอาหาร ขณะที่ไซเรนเป็นผู้ช่วย

ตั้งแต่ที่ไซเรนมาอยู่ด้วยกันกับวารี อารีก็เริ่มทำอาหารทุกวัน

การทำอาหารนานๆทียังพอว่า แต่ทำทุกวันนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องหนักสำหรับอารี แต่ตอนนี้เธอมีไซเรนเป็นผู้ช่วย ทำให้แบ่งเบาภาระของอารีไปได้มาก

ไซเรนเอง แม้จะไม่พูด แต่เธอสามารถรับรู้เรื่องที่คนอื่นพูดและรับทำเรื่องต่างๆโดยไม่บ่น อีกทั้งช่วงนี้ไซเรนยังเกาะติดอารีตลอดเวลา ทำให้เธอเป็นผู้ช่วยที่ดีของอารี

“วารีไปอาบน้ำก่อนนะคะ” วารีพูด

ไซเรนที่กำลังช่วยหั่นผักมองวารีแล้วพยักหน้า อารีที่กำลังคนแกงในหม้อยิ้มให้วารีพลางกล่าว “รีบอาบน้ำนะ อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว”

วารีอาบน้ำทานอาหารก่อนจะเข้านอน

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น วารีรับห่อสมุนไพร 8 ห่อ ที่เป็นส่วนประสมยาเร่งความเร็ว ยาเพิ่มกล้ามเนื้อ และยามองเห็นในที่มืด จากไซเรน วารีอ่านใบสั่งซื้อที่แนบมากับห่อสมุนไพร ก่อนจะจ่ายเงินให้ไซเรน 27 เหรียญเงิน 35 เหรียญทองแดง ไซเรนออกจากบ้านเพื่อนำเงินไปให้กลุ่มของครูส

วารีคำนวณว่าสมุนไพรเหล่านี้สามารถปรุงยาเร่งความเร็วได้ 4 ขวด ยาเพิ่มกล้ามเนื้อ 5 ขวด และยามองเห็นในที่มืด 3 ขวด

วารีแบกศิลาวิเศษ 100 ก้อนใส่กระเป๋า แล้วเดินไปที่สวน

ที่สวนของวารีในตอนนี้มีแต่พืชทั่วไป เธอมองพื้นที่โล่งกว้างและเมล็ดสมุนไพรพิสุทธ์มนตราทั้ง 100 เมล็ด ในมือ

เธอเริ่มปลูกสมุนไพรทีละเมล็ด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #30 sasamama (@sasamama) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 17:47
    สนุกมากค่ะ อ่านยาวๆมาแบบลุ้นไปด้วยทุดตอน แต่งได้ดีมาก นี่คือการอ่านนิยายจริงๆ
    #30
    0
  2. #9 JTSaRo (@JTSaRo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 10:17

    รอตอนต่อไปยุนะค้าบบบ
    #9
    0