ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 7 : เรียนรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    28 ก.ค. 63

วารีมองไอรีนอย่างหวาดๆ เธอรู้ว่าไอรีนกำลังโกรธแต่ก็ไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไร อีกทั้งเธอยังไม่สามารถตอบคำถามของไอรีนได้ เนื่องจากหนังสือสัญญาเลือดที่วารีทำไว้กับพวกครูส

“เออ...คือ...ม...ไม่ได้คุยอะไรกันค่ะ ว...วารีแค่ฝากซื้อหนังสือแล้วครูสก็ไล่ให้ออกมาเลยค่ะ” วารีโกหก แน่นอนว่าไม่เนียน

“นี่แกล้อเลียนฉัน?!” ไอรีนพูดอย่างโกรธกริ้ว

เป็นไอรีนเองที่พยายามเกาะติดครูสที่ห้องสมุด และเธอก็ถูกไล่และเมินทุกครั้ง

คำพูดวของวารี บังเอิญแทงใจไอรีนพอดี

“เอ๊ะ? เปล่านะคะ? ล้อเลียนเรื่องอะไร?” วารีผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวรีบปฏิเสธอย่างงุนงง

นั้นยิ่งทำให้ไอรีนโกรธมากขึ้นไปอีก เธอมองว่าวารีทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ราวกับไม่เห็นหัวเธอ เธอคงคาดไม่ถึงว่าวารีจะไม่รู้เรื่องที่ไอรีนชอบครูส

ไอรีนตั้งตัวเป็นศัตรูกับวารีมานานปีขนาดนี้ แม้แต่คนซื่อบื้อก็น่าจะพอเอะใจได้บ้าง แต่ไม่ใช่กับวารีที่ในหัวมีแต่เงินกับแผนการ ความรักระหว่างชายหญิง วารีไม่เคยมีความรู้สึกนั้นมาก่อน นั้นทำให้วารีไม่เข้าใจความรู้สึกที่ไอรีนมีต่อครูส

ไอรีนเดือดถึงขีดสุด ชาวบ้านที่อยู่รอบข้างถอยห่างอย่างรู้งาน แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่รู้งานแล้วเดินเข้ามา

“มีอะไรกันเหรอ?” จอนทำสีหน้างุนงงขณะเดินมาถามวารี

ไอรีนหันมองจอน สายตาดุร้ายของเธอไม่ได้ทำให้จอนสะทกสะท้านอีกทั้งเขายังหันมองไอรีนกลับด้วย

“หืม...นี่คือไอรีนผู้มีพรสวรรค์สูงส่งไม่ใช่หรือ? มีอะไรให้คนธรรมดาอย่างพวกเรารับใช้ครับ” จอนทำทีตกใจราวกับเพิ่งสังเกตเห็นไอรีนก่อนค่อมหัวคำนับไอรีนด้วยท่าทางแปลกๆ วารีเผลอหัวเราะกับท่าประหลาดของจอนแต่เมื่อไอรีนมอง วารีก็รีบหยุดหัวเราะทันที ไอรีนหันมองจอนอีกครั้ง

“สามัญชนอย่างนายมาทำอะไรที่นี่? กลับไปอยู่หลุมของแกไป!” ไอรีนกล่าว

“แล้วเจ้าหญิงอย่างเธอมาทำอะไรที่นี่? กลับไปอยู่ในปราสาทของเธอไป! อะ...ลืมไป นั้นเป็นปราสาทในจิตนาการนี่นา” จอนสวนกลับ

ทั้งสองแยกเขี้ยวใส่กันพลางด่าทอกันไม่หยุด

ทั้งสองรู้จักกันมานาน แต่ก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ชาวบ้านในหมู่บ้านแรกๆก็ห้ามทั้งสองคน หลังๆก็เริ่มชินชาปล่อยให้ทั้งสองกัดกันไปจนเลิกรากันไปเอง เหตุผลที่ทั้งสอง

ไม่มีใครรู้เหตุผลที่ทั้งสองคนไม่ถูกกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือพวกเขาจะไม่ลงมือทำร้ายกัน ไม่มีทางเห็นการบาดเจ็บจากการทะเลาะของทั้งสองคน นั้นทำให้วารีเชื่อว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่ทุกคนคิด

ไอรีนและจอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากด่าทอกันมานาน ไอรีนเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันเลยพยายามปรับท่าทางจัดทรงผม

“นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย อย่ามายุ่ง!”

“ไหนลองบอกเหตุผลที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องของผมมาสักข้อ”

“นายไม่เกี่ยวอะไรกับยัยนั้น”

“ผมเป็นเพื่อนของวารี”

คำพูดสั้นๆของจอน ทำให้วารีรู้สึกอบอุ่น แต่กลับทำให้ไอรีนโมโหยิ่งกว่าเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุ

“หลบไป! ถ้าไม่หลบก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” ไอรีนกล่าวพลางยื่นมือออกมา เปลวไฟปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของไอรีนกลายเป็นบอลไฟเส้นผ่านศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร นั้นคือเวทมนตร์ขั้น1 บอลไฟ

ความน่ากลัวของเวทมนตร์ธาตุไฟ คือพลังทำลายที่รุนแรง แม้จะเป็นเวทมนตร์ขั้น1 บอลไฟ ซึ่งเป็นเวทมนตร์ธาตุไฟระดับต่ำที่สุด ก็มีผลร้ายแรงต่อมนุษย์ธรรมดา

ถ้าจอนโดนบอลไฟเส้นผ่านศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร ซัดใส่เข้าจะต้องบาดเจ็บสาหัสแน่

จอนยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ถอย เขาอาจจะคิดว่าไอรีนไม่กล้าทำหรือบอลไฟทำอันตรายเขาไม่ได้

ไอรีนไม่ได้มีความคิดที่จะใช้บอลไฟกับจอน เธอแค่ต้องการจะขู่เขา แต่เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล ไอรีนกำลังจะดับบอลไฟในมือ จอนก็ยิ้มออกมา

ไอรีนโกรธมาก เธอเข้าใจว่าที่จอนยิ้มเพราะคิดว่าเธอไม่กล้าปาบอลไฟใส่เขา ดังนั้นเธอจึงทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความคิดของจอน โดยการปาบอลไฟใส่จอน

ชาวบ้านที่มุงดูตกใจ จอนเองก็ตกใจ แต่คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นไอรีนผู้ปาบอลไฟใส่จอน แม้ไอรีนพยายามหยุดบอลไฟที่หลุดมือออกไปก็ไม่สามารถหยุดมันได้

ก่อนที่บอลไฟกระทบร่างของจอน บอลน้ำเส้นผ่านศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร ก็พุ่งชนบอลไฟ

ธาตุน้ำไม่ได้มีพลังโจมตีที่รุนแรง แต่เป็นธาตุที่ชนะทางธาตุไฟ อีกทั้งยังมีขนาดที่ใหญ่กว่า บอลไฟจึงไม่สามารถต้านทานลอบน้ำได้ได้แล้วดับไปท่ามกลางมวลน้ำ

ผู้ใช้บอลน้ำก็คือวารี ในขณะที่คนอื่นกำลังตกใจ วารีได้สร้างบอลน้ำด้วยความเร็วสูงก่อนจะปาออกไปสกัดบอลไฟได้ทันท่วงที

ความเร็วในการใช้บอลน้ำของวารีแทบจะเรียกได้ว่าพริบตาเดียว แต่ไม่มีชาวบ้านคนไหนแปลกใจเนื่องจากทุกคนรู้ว่าวารีมีความสามารถในการใช้บอลน้ำที่สูง สิ่งที่ชาวบ้านแปลกใจคือขนาดของบอลน้ำ

บอลน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร แสดงให้เห็นถึงพลังเวทย์ระดับนักเวทย์ฝึกหัดขั้น9

วารีเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้น9 แล้ว นั้นเป็นสิ่งที่ชาวบ้านคาดไม่ถึง

ก่อนหน้านี้วารียังเป็นนักเวทย์ขั้น6 แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็ข้ามขั้นมาถึงนักเวทย์ฝึกหัดขั้น9 ความเร็วในการพัฒนาของวารีทำให้ชาวบ้านตกตะลึง แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าใจ

วารีเป็นนักปรุงยา และนักปรุงยาสามารถปรุงยาเติมเวทย์ได้ ยาเติมเวทย์เป็นยาที่เพิ่มพลังเวทย์ได้อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านคาดว่าที่วารีกลายเป็นนักปรุงยาขั้น9 เป็นเพราะดื่มยาเติมเวทย์เข้าไป แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสมุนไพรในการปรุงยาเติมเวทย์นั้นหายากแค่ไหน ไม่เช่นนั้นชาวบ้านคงคาดคั้นวารีแล้วว่าหาสมุนไพรมาจากไหน

วารียื่นอยู่ที่เดิมในท่าปาบอลเวทย์ แววตาหวาดๆของวารีเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย ดวงตาของวารีจ้องมองไอรีน ไอรีนจ้องมองวารีตอบ

บรรยากาศรอบๆเริ่มอึดอัด ไอรีนสะบัดผมพลางเหลือบมองจอนแวบหนึ่งก่อนจะเดินจากไป ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์มาชวนทะเลาะอีกแล้ว

“ด...เดี๋ยวสิคะท่านไอรีน...จำไว้เลยนะ” เด็กสาวที่เป็นลิ่วล้อของไอรีนรีบตามไอรีนไปอย่างร้อนรน ก่อนจะพูดประโยคหลังทิ้งท้ายกับวารี

กลุ่มของไอรีนจากไป บรรยากาศที่อึดอัดเริ่มผ่อนคลาย ชาวบ้านที่มุงดูอยู่พูดคุยกัน พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ การทะเลาะของเด็กก็ต้องให้เด็กเป็นคนจัดการ พวกเขาคิดเช่นนั้นแต่ความจริงแล้วพวกเขาไม่อยากให้ไอรีนผู้มีพรสวรรค์ที่สุดในหมู่บ้านรู้สึกขุ่นเคือง

ไอรีนมีอนาคตที่ไร้ที่สิ้นสุด ถ้าทำให้เธอผิดใจขึ้นมา ในอนาคตคงเป็นพวกเขาที่มีชีวิตอย่างยากลำบาก

“จอนเป็นอะไรหรือเปล่า?” เมื่อเห็นว่าไอรีนไปแล้วก็หันมาถามจอนอย่างเป็นห่วง

“ผมไม่เป็นไร ขอบคุณมากนะ” จอนกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

วารีถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนมองไอรีนที่จากไปอย่างไม่พอใจนัก

“โกรธอะไรมานะ” วารีพึมพำอย่างไม่เข้าใจ จอนได้ยินเขาก็มองวารีอย่างตกตะลึง

“ก็โกรธเธอไง!” จอนพูดพลางทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“คือ...วารีไปทำอะไรให้ไอรีนโกรธเหรอ?”

“ฮะฮะฮะ...นี่เธอไม่รู้จริงเหรอ ทั้งหมู่บ้านเขารู้กันหมดเลยนะ” จอนหัวเราะแห้งๆ

วารีเอียงคอพลางทำสีหน้างุนงง

จอนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไม่ได้อธิบายวารีแล้วเดินจากไป

 

 

วันรุ่งขึ้น

เมื่อวานวารีไม่ได้เข้าป่า เนื่องจากภายหลังเธอคิดได้ว่าการเข้าป่าในตอนนี้มีประสิทธิภาพที่ต่ำ หากเรียนรู้พลังปราณและพลังจิตก่อน จะช่วยให้เธอขนศิลาวิเศษได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

เมื่อพระอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้า วารีก็รีบไปหาครูสทันทีเพื่อรับหนังสือ

ครูสโยนหนังสือใส่วารีอย่างไม่ใสใจ วารีรับมาก่อนจะรีบตรงดิ่งกลับบ้านเพื่ออ่านหนังสือ

เล่มแรก หนังสือพื้นฐานจิตเริ่มต้น

วารีเปิดหนังสือ หน้าแรกถูกเขียนไว้ด้วยอักษรรูน

อักษรรูนมีความสามารถคล้ายกับวงเวทย์เพียงแต่ใช้พลังจิตในการกระตุ้น แต่วารียังไม่สามารถใช้พลังจิตได้ ดังนั้นอักษรรูนจึงไร้ประโยชน์สำหรับเธอในตอนนี้

วารีเริ่มอ่านบนแรกในหนังสือ

การฝึกจิต สิ่งแรกที่ต้องทำคือการค้นหาจิตของตนเองให้พบ

วารีไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งเล่ม เธอเพียงแค่ต้องอ่านบทหนึ่งเพื่อหาวิธีการรับรู้จิตของตัวเอง เมื่อรับรู้จิตได้แล้วเธอก็จะสามารถบังคับพลังจิตให้กระตุ้นอักษรรูนได้

หลังจากอ่านจบ วารีก็หลับตาลง

สำหรับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงนั้นไม่มีทางหาจิตของตนเจอ แต่วารีเป็นผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น ยังพอรับรู้พลังจิตได้อย่างเลือนราง

สมาธิของวารีจับจ้องภายในร่างกายตัวเองเท่านั้น ผ่านไปชั่วครู่เธอก็เข้าสู่ภวังค์

วารีรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง เธอลืมตาพลางมองไปรอบๆ

ห้องสีขาวที่ดูคุ้นตานี้ทำให้วารีเริ่มหวาดกลัว เธอรีบมองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบชายหนุ่มผมขาว เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนเดินไปรอบๆเพื่อค้นหาจิตของตนเอง

เวลาผ่านไปนาน แต่วารีก็ยังไม่พบจิตของตนเอง

พื้นที่สีขาวดูเหมือนจะเล็กแต่ความจริงแล้วกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต วารีเชื่อว่าต่อให้เธอเดินเช่นนี้ไปทั้งชีวิตก็ไม่มีทางสำรวจได้หมด

วารีได้อ่านวิธีการค้นหาจิตมาแล้ว เมื่อเธอเข้าใกล้จิตของตนในระยะ 1000 เมตร ก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที ถ้าหากเป็นคนธรรมดาระยะตรวจจับจะมีเพียง 100 เมตรเท่านั้น ที่วารีมีระยะตรวจจับได้ไกลก็เพราะความเข้าใจในการค้นหาจิตเข้าขั้นสมบูรณ์ แม้ไม่ถึงขั้นเหนือล้ำ แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับค้นหาจิต

ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง ในที่สุดวารีก็ตรวจจับจิตได้ เธอรีบเดินไปยังจุดที่รับรู้ในทันที ไม่นานเธอก็เห็นผลึกสีดำสุดสายตา เมื่อมองจากไกลๆจะเห็นว่าคริสตัลมีขนาดเล็ก แต่พอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ขนาดของคริสตัลก็ยิ่งใหญ่ขึ้นๆ จนมีขนาดใหญ่เท่าภูเขา

คริสตัลสีดำขนาดยักษ์แผ่ออร่าสีดำออกมารอบๆ ถ้าหากวารีไม่ได้เรียนรู้พลังเวทย์มาก่อน ออร่าสีดำก็จะมีมากกว่านี้ ซึ่งจะช่วยให้เธอหาคริสตัลเจอได้ง่ายขึ้นมาก

คริสตัลสีดำนี้คือจิตของวารี การฝึกจิตคือการขัดเกลาจิตให้สะอาด คริสตัลสีดำคือจิตที่เต็มไปด้วยสิ่งปนเปื้อนจำนวนมาก ซึ่งเป็นจิตเริ่มต้นของเธอ

วารีวางมือบนคริสตัล ก่อนจะหลับตาลงเพื่อรับรู้และทำความเข้าใจจิตของตนเอง

คริสตัลสีดำเริ่มสั่นไหวก่อนจะสงบแล้วก็สั่นไหว...ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ในตอนแรกจังหวะยังไม่สม่ำเสมอพอผ่านไปสักพักก็เริ่มสม่ำเสมอ สุดท้ายก็คงที่

วารีลืมตาขึ้น มองคริสตัลสีดำที่อยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เธอเข้าสู่ขั้นแรกของระดับจิตเริ่มต้นแล้ว นั้นคือจิตเริ่มต้นขั้น1

การฝึกพลังจิตนั้นในแต่ละระดับก็แบ่งย่อยเป็น 9 ขั้น เช่นเดียวกับฝึกพลังเวทย์

วารีกำลังออกจากสถานที่แห่งนี้ เธอก็บังเอิญเห็นชายหนุ่มผมขาวคนหนึ่ง เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ก่อนที่ร่างของเธอจะหายไป

 

 

วารีลืมตาโพล่งพลางหอบหายใจด้วยสีหน้าซีดเซียว เธอมั่นใจว่าเมื่อสักครู่ไม่ใช่ความฝันหรือการหลอนไปเอง ภาพของชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนที่เธอเห็นทุกวันในความฝัน

มาวิน ธารา

ห้องสีขาวนั้นถูกเรียกว่าห้วงแห่งจิต เป็นพื้นทีว่างเปล่าภายในร่างกายของเธอเพื่อใช้บรรจุจิตของตัวเอง ทั้งๆที่ควรเป็นเช่นนั้นเธอกลับเห็นภาพที่ไม่ควรเห็นภายในห้วงแห่งจิต

วารีกลับเข้าไปในห้วงแห่งจิตอีกครั้ง แต่กลับไม่เห็นชายหนุ่มผมขาวอีกแล้ว

ไม่ว่าจะค้นหาแค่ไหนก็ไม่พบ วารีทำได้เพียงยอมรับว่าตาฝาดไปเองและตัดสินใจไม่ไปคิดถึงเรื่องนั้นแล้วเริ่มฝึกต่อ

วารีถ่ายพลังจิตลงบนอักษรรูน หนังสือลอยอยู่ตรงหน้าเธอ หน้ากระดาษเปิดเองพร้อมกับตัวอักษรในหนังสือหลุดออกจากหนังสือลอยเข้าสู่สมองของเธอ

ไม่นานหนังสือที่ลอยอยู่หล่นลงพื้น วารีก็จดจำเนื้อหาในหนังสือได้ทั้งหมด

วารีหยิบหนังสือเคล็ดลับจิตเตือนภัยขั้น1 ใส่พลังจิตลงในอักษรรูน หนังสือลอยขึ้น ตัวอักษรในหนังสือลอยเข้าสู่สมองของวารี ทำให้เธอจดจำเนื้อหาในหนังสือได้หมด

โดยไม่พัก วารีหยิบหนังสือพื้นฐานบ่อลมปราณขึ้นมา แล้วอ่านบทแรก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #50 ไจแอนท์คุง (@auar) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 10:55

    เก่งมากจริงๆ ทั้งวารีทั้งไรต์ เขียนได้ชวนติดตามมาก สนุกจริงๆ

    #50
    0