ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 5 : สนับสนุน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    21 ก.ค. 63

ครูสและวารีจับมือกันหลังจากทำสัญญาเลือด

“เธอคงขาดแรงงานคนใช่ไหม เด็กคนนี้คือการสนับสนุนแรกของพวกเรา”

คนชุดดำที่อยู่ด้านหลังวารีถอดผ้าคลุมหน้าออก

ดวงหน้างดงามแฝงด้วยความเย็นชา ดวงตาสีอำพันจ้องมองวารีอย่างไร้อารมณ์ เส้นผมสีดำยาว อายุไล่เลี่ยกับวารีคือ 12 ปี

“ติดต่อพวกเราผ่านเด็กคนนี้ได้ ถ้าต้องการอะไรพวกเรามีบริการให้...ในราคาพิเศษ”

ความเจ้าเล่ห์ของครูสไม่ต่างจากปู่ของเขาแม้แต่น้อย

“วารีอยากให้ช่วยหาสมุนไพรบ้างชนิด” เธอพูด

“ถ้าไม่เกินขั้น3 พวกเราสามารถหาให้ได้ทุกชนิด แต่เธอต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายของสมุนไพรและค่าบริการอีกนิดหน่อย”

วารีพยักหน้า พูดชื่อสมุนไพรทั้งหมดที่ต้องการ รวมถึงปริมาณและระยะเวลาจัดส่ง

“สมุนไพร 36 ต้น รวมค่าบริการเป็นเงิน 4 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน พวกเราจะออกให้ก่อน เราจะหักจากยาเติมพลังเวทย์ขั้น2 20 ขวดของเธอ จัดส่งสินค้าในอีก 5 วัน” ครูสคำนวณก่อนจะพูดออกมา ตอนนี้เธอเชื่อแล้วว่าครูสรู้ทุกอย่าง

สมุนไพรทั้ง 36 ต้น เป็นส่วนประสมของยาเติมพลังเวทย์ 20 ขวด แต่ส่วนประสมที่สำคัญที่สุดคือสมุนไพร 20 ต้นที่วารีปลูก

สมุนไพรขั้น1 พิสุทธิ์มนตรา เป็นสมุนไพรหายากในตลาดเนื่องจากเป็นส่วนประสมของยาหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นส่วนประสมที่สำคัญของยาเติมเวทย์ซึ่งเป็นยาที่ได้รับความนิยมสูงสุด ไม่มีใครปล่อยสมุนไพรเช่นนี้ออกมา และถึงจะมีก็ถูกกว้านซื้อทันที

เหตุผลที่วารีสามารถปรุงยาเติมเวทย์ 2 ขวดนั้นได้ เพราะเธอพบพิสุทธิ์มนตรา 2 ต้นโดยบังเอิญในป่าชั้นใน

ครูสรู้ว่าวารีกำลังปลูกพิสุทธิ์มนตรา 20 ต้น และยังรู้ด้วยว่าพิสุทธิ์มนตราทั้ง 20 ต้น มีคุณภาพยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการปรุงยาเติมเวทย์ขั้น2

“ได้ค่ะ” วารีตอบตกลง ความลับที่รั่วไหลออกไปแล้ว วารีทำอะไรไม่ได้ แต่สัญญาเลือดทำให้เธอเบาใจ

“ไว้พบกันใหม่” ครูสโบกมือลา ภาพลักษณ์เย็นชาของเขาหายไปแล้ว เนื่องจากครูสต้องทำตัวเย็นชาเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ ปกปิดความลับของตนเองอย่างดีที่สุด

วารีออกจากห้อง เด็กสาวเดินตามหลังเธอ

 

 

“ท่านคิดดีแล้วเหรอครับ จากนิสัยของเธอไม่น่าจะรับแรงกดดันไหว ถ้าเธอรู้เรื่องของพวกเรา…” ชายชุดดำคนหนึ่งถามครูสหลังจากที่วารีออกไปแล้ว

“ยัยนั้นไม่ได้มีนิสัยอย่างที่นายเห็น เพื่อเป้าหมายของตัวเองก็ไม่สนใจว่าจะต้องใช้วิธีไหน วารี  ธารา ทำได้ทุกอย่าง...ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีหรือเรื่องที่โหดร้าย” ครูสเล่าเรื่องราวที่ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ไม่เหมือนตัวตนของวารีเลย

“ดูเหมือนท่านจะรู้เกี่ยวเธอค่อนข้างมาก ขออภัยที่ละลาบละล้วง ท่านเคยรู้จักกับเธอมาก่อนไหมครับ?”

ครูสมองตะเกียงที่เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวภายในห้อง ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก

“เมื่อนานมาแล้วน่ะ แต่ตอนนี้พวกเราเป็นเพียงคู่ค้าเท่านั้น”

 

 

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อวารี ธารา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ระหว่างทางกลับบ้าน วารีทักทายเด็กสาวที่เดินตามหลัง

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ

“คุณชื่ออะไรเหรอคะ?”

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ

“เอ่อ...” วารีไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี ทั้งสองจึงเดินมาถึงบ้านของวารีโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย

“จ...เจอกันที่นี่ตอนเช้านะ วารีมีเรื่องอยากให้ช่วย ถ้าต้องการอะไรบอกได้เลย”

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ

“ร...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” วารีปิดประตู

เด็กสาวจ้องมองวารีอย่างไร้อารมณ์ จนกระทั่งเธอหายลับเข้าไปในบ้าน เด็กสาวยังไม่ไปไหน

5 นาทีผ่านไป...10 นาทีผ่านไป...20 นาทีผ่านไป...เด็กสาวยังคงยืนอยู่หน้าบ้านวารี

“แอ๊ด...” ประตูเปิดออก วารีชะโงกหน้าออกมา เห็นเด็กสาวยังอยู่ก็เรียกเด็กสาวอย่างกล้าๆกลัวๆว่า “...เข้ามาก่อนไหม?”

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ

วารีลังเลแต่สุดท้ายก็จับมือลากเด็กสาวเข้ามาในบ้าน เธอไม่อาจปล่อยให้เด็กสาวยืนอยู่หน้าบ้านตลอดเวลาเช่นนี้ ตอนแรกเธอสงสัยว่าทำให้ครูสถึงให้คนมาคนหนึ่งแบบฟรีๆ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าแรงงานคนนี้เธอต้องเป็นคนดูแลแลกกับค่าแรง

ในบ้าน

อารีนั่งอยู่กลางบ้าน มองมาทางเด็กสาวด้วยความแปลกใจ ก่อนจะยิ้มน้อยๆพลางทักทาย “สวัสดีจ๊ะ”

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ

“...เธอเป็นคนพูดน้อยน่ะค่ะ” วารีรีบพูด

“เด็กคนนี้เป็นเพื่อนของลูกเหรอจ๊ะ?”

“เอ๊ะ!?อะ...ใช่ค่ะ เรารู้จักกันตอนที่วารีไปทำสวน สวนของเธออยู่ข้างๆวารี วันนี้...ไม่สิ ช่วงนี้เธอจะมาอยู่บ้านเราสักพักค่ะ” วารีพูดโกหกอย่างลนลาน เธอโกหกไม่เก่งนัก อารีหัวเราะให้กับท่าทางลนลานของเธอ

“ทำตัวตามสบายนะ” อารีพูดกับเด็กสาว ปล่อยผ่านเรื่องที่วารีพูดโกหก เธอไว้ใจลูกสาวมากยิ่งกว่าตัวเอง เธอเชื่อว่าวารีมีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ

“ป้าชื่ออารี ยินดีที่ได้รู้จักนะ ว่าแต่หนูชื่ออะไรจ๊ะ?” อารีถาม

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ

วารียังไม่รู้ตัวว่าคำโกหกของตัวเองถูกดูออกหมดแล้ว กำลังร้อนรนอย่างมาก เด็กสาวคนนี้ไม่มีทางบอกชื่อของตัวเอง สุดท้ายอารีก็จะถามเธอว่าเด็กสาวชื่ออะไร ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงวารีจะต้องรู้ชื่อของเด็กสาว แต่เธอไม่รู้เลย คุยกันสักนิดก็ยังไม่เคย

“อ...อา เธอชื่อ ไซเรน ค่ะ” วารีถือวิสาสะตั้งชื่อให้เด็กสาว

“อืม...เป็นชื่อที่ดี ลูกมีความสามารถในการตั้งชื่อนะ”

วารียิ้มอย่างเขินอายก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอารีพูดว่า ‘ตั้งชื่อ?’

“ทานอะไรมาหรือยังจ๊ะ ไซเรนมาทานด้วยกันไหม?” อารีถามเด็กสาว

“...” เด็กสาวนิ่งเงียบ “โครก-” แต่ท้องกลับร้อง 

“เธอน่าจะยังนะคะ...มาทานด้วยกันเถอะค่ะ” วารีเลิกคิดเรื่องไร้สาระ ก่อนจะจับเด็กสาวนั่งลง แล้วไปตักอาหารกลางวันที่เหลือมาให้ รวมถึงส่วนของวารีกับอารี แม้ทั้งสองคนเพิ่งจะทานไปไม่นานก็ตาม พวกเธอไม่อยากให้ไซเรนต้องนั่งทานคนเดียว

อาหารกลางวันคือข้าวหน้าเนื้อ เนื้อชุ่มช่ำสุกกำลังดีกับข้าวสวยร้อนๆราดด้วยซอสเค็มพร้อมสลัดผัก

ไซเรนมองชามข้าวในมือนิ่งพลางมองวารีและอารีที่กำลังทานข้าวหน้าเนื้อ

“โครก-“ เสียงท้องร้องจากไซเรน

“ทานเลย ต้องทานตอนร้อนๆนะ” วารีพูดด้วยรอยยิ้ม

ไซเรนตักข้าวหน้าเนื้อเข้าปากคำหนึ่ง ดวงตาเธอเบิกกว้าง ก่อนจะตักคำที่สองคำที่สามเข้าปากอย่างรวดเร็ว ไม่นานข้าวหน้าเนื้อในชามของไซเรนก็หมดลง

“เอาอีกไหม?” วารียิ้มดีใจพลางถาม

“...” ไซเรนนิ่งเงียบแต่พยักหน้า

 

 

หลังจากทานอาหารเสร็จ ไซเรนนั่งข้างวารี ในขณะที่วารีกำลังอ่านหนังสือพื้นฐานการปรุงยาขั้น2

หนังสือพื้นฐานการปรุงยาขั้น2 เป็นหนังสือทั่วไป ไม่ใช่หนังสือมนตรา ทำให้วารีต้องอ่านและจดจำเนื้อหาเอง สำหรับเธอที่สามารถจดจำทุกอย่างด้วยการมองเพียงครั้งเดียว จึงใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่ออ่านและจดจำเนื้อหาทั้งหมด หลังจากจดจำแล้วเธอก็มีความเข้าใจในการปรุงยาขั้น2 อย่างลึกซึ้งทันที ตอนนี้เธอมีความสามารถเทียบเท่ากับนักปรุงยาระดับ 2 ดาว

นักปรุงยาระดับ 2 ดาว คือนักปรุงยาที่สามารถปรุงยาระดับ 2 ดาว ด้วยอัตราความสำเร็จ 100%

แต่สำหรับวารี แค่นี้ยังไม่เพียงพอเพราะอัตราความสำเร็จ 100% จะเกิดขึ้นได้เมื่อใช้สมุนไพรขั้น2 แต่วารีมีแค่สมุนไพรขั้น1 คุณภาพยอดเยี่ยมเท่านั้น เธอจำเป็นต้องปรับปรุงพื้นฐานการปรุงยาขั้น2 ให้ดีขึ้น

วารีเริ่มต้นวิเคราะห์ไปทีละส่วนๆ พลางเขียนลงบนกระดาษ

ผ่านไป 3 ชั่วโมง วารีวางกระดาษและปากกา ก่อนจะเตรียมตัวเข้านอน

วารีล้มตัวลงนอน ไซเรนนั่งข้างที่นอนของวารี

ตอนนี้เป็นช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกดินซึ่งคนปกติจะไม่นอนเวลานี้ แต่เธอจำเป็นต้องนอนเพื่อตื่นขึ้นมาดูแลอารี เธอไม่ไว้ใจใครให้มาดูแลอารีนอกจากตัวเอง

“ราตรีสวัสดิ์” วารีพูดกับไซเรนและอารีก่อนนอน

 

 

“ฟี้ฟี้...” เสียงหายใจเป็นจังหวะของวารี ทำให้รู้ว่าตอนนี้เธอหลับแล้ว

อารีมองวารีที่หลับไปแล้วด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะมองกองกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือที่วารีเขียนสิ่งที่ตัวเองวิเคราะห์ลงไป รอยยิ้มเอ็นดูก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ

อารีหยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่ง เขียนบางอย่างลงไป ก่อนจะยื่นให้ไซเรน

ไซเรนมองอารีก่อนจะมองไปที่กระดาษแผ่นนั้น

‘อิสรภาพที่พวกคุณตามหา ไม่ได้อยู่ที่นี่’

ไซเรนมีสีหน้าตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นชา เธอรับกระดาษและปากกามาเขียน

‘ไม่ใช่’

อารีอ่านก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเขียนตอบ

‘รอยสักวิหคที่ต้นคอ’

ไซเรนรีบจับที่ต้นคอ ผ้าพันแผลที่พันรอบต้นคอไม่ได้หลุดออก ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองโดนหลอก

‘ใช่จริงๆด้วย’ อารีเขียนต่อด้วยรอยยิ้ม

ไซเรนล้วงมือเข้าไปในเสื้อตัวเองพลางจับด้ามมีด

‘ได้โปรด ปกป้องเด็กคนนี้ด้วย’

ข้อความนั้นทำให้ไซเรนปล่อยมีดในมือ มองอารีอย่างตกตะลึง

ไม่มีข้อความต่อจากนั้น จนกระทั้งวารีตื่นขึ้น

อารีเริ่มนอน วารีเฝ้าดูแล ไซเรนนั่งข้างวารี

‘ไม่นอนเหรอ?’ วารีเขียนข้อความ

ไซเรนอ่านก่อนจะส่ายหน้า

วารีมองไซเรนอย่างงุนงง แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอไซเรน เธอเริ่มวิเคราะห์พลางเขียนต่อจากที่ค้างไว้เมื่อตอนบ่ายลงบนกระดาษ ระหว่างนั้นเธอไม่ลืมเช็ดหน้าอารีที่เหงื่อออกจากความร้อนระอุในร่างกาย

ไซเรนมองทั้งหมดนี้ด้วยดวงตาไร้อารมณ์

 

 

ตอนเช้ามาถึง วารีวางกระดาษปากกา เพื่อเตรียมอาหารเช้า

หลังจากทานเสร็จ วารีหยิบกล่องที่เต็มไปด้วยยาหลายขวดไปหลังบ้าน ไซเรนเดินตาม

วารีวางกล่องลงบนพื้น เธอมองไซเรนเล็กน้อยก่อนหยิบยาขวดหนึ่งในกล่องออกมายื่นให้ไซเรน

“วารีมียาหลายชนิดที่คิดค้นขึ้นมาเอง ผลิตจากสมุนไพรราคาถูกแต่ไม่เคยทดลองมาก่อน งานของไซเรนคือทดลองยาที่วารีคิดค้นขึ้น ไม่ต้องห่วงนะ ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงหรอก” วารีพยายามพูดโน้มน้าว

ไซเรนยังมีสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ร่างกายเธอสั่นอย่างรุนแรง

‘ถ้าไม่มีผลร้ายแรงทำไมถึงไม่ทดลองเองล่ะ?’ ไซเลนคิดแต่ไม่ได้พูด จำใจกระดกยาหลอดนั้น

1 ชั่วโมงผ่านไป

ไซเรนมีสีหน้าซีดเซียวแต่วารีมีสีหน้าผ่องใสกว่าปกติ เธอมองผลการทดลองที่จดไว้ในกระดาษอย่างพอใจ

จากยาทั้ง 21 ชนิดที่ทดลอง มี 3 ชนิดที่ได้ผลลัพธ์ตรงความต้องการ 18 ชนิดมีผลลัพธ์ไม่แน่นอน ไม่มีชนิดไหนส่งผลเสียต่อร่างกาย

3 ชนิดที่ผ่านการทดลองคือ ยาเร่งความเร็ว ยาเพิ่มกล้ามเนื้อ และยามองเห็นในที่มืด

วารีดีใจมากเนื่องจากยาเหล่านี้ปรุงขึ้นจากสมุนไพรราคาถูกที่ไม่ค่อยมีใครต้องการ แต่มีผลลัพธ์เทียบเท่ากับยาที่ใช้สมุนไพรราคาแพง ถ้านำสูตรยาไปขาย เธอเชื่อว่าจะต้องได้รับเงินอย่างมหาศาล แต่เธอไม่มีทางทำเรื่องสิ้นคิดเช่นนั้น ถ้าเธอสามารถปรุงยาทั้ง 3 ชนิดได้ในปริมาณที่มั่นคงก็จะทำเงินปริมาณมหาศาลได้ในระยะยาว

วารีขอให้ไซเรนติดต่อกับครูสเพื่อฝากหาสมุนไพรที่ใช้ปรุงยาทั้ง 3 ชนิด อีกทั้งยังย้ำว่าพยายามซื้ออย่างช้าๆเพื่อไม่ให้ราคาของสมุนไพรพุ่งสูง

ไซเรนไปหาครูส วารีไปดูแลสมุนไพร

วันๆหนึ่ง วารีใช้พลังเวทย์หมดมากกว่า 60 รอบ จากการดูแลสมุนไพร ทำให้พลังเวทย์สูงสุดของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลาเพียง 6 วัน ก็ทำให้วารีที่เพิ่งเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้น6 ใกล้เป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้น7 แต่ก็ทำให้เธอเข้าป่าไม่ได้ ศิลาวิเศษก็ค่อยๆลดลงทุกวัน

มีทางแก้ปัญหานี้อยู่สามทางคือจ้างคนและใช้เงิน

จ้างคนเป็นไปไม่ได้เพราะศิลาวิเศษเป็นความลับและเธอไม่อยากจ้างคนของครูสด้วย

การใช้เงินในที่นี้คือการซื้อหนังสือมาฝึกจิตเพื่อพัฒนาจิตใจไม่ให้อ่อนล้าได้ง่ายๆ

พลังจิต คือ 1 ใน 3 พลังหลักของโลก เป็นพลังที่เกิดขึ้นในร่างของตัวเอง แตกต่างจากพลังเวทย์ที่ต้องพึ่งพามานาจากภายนอก นอกจากจะช่วยให้จิตใจเข้มแข็งแล้ว ยังเพิ่มความสามารถในการจำหรือการทำความเข้าใจในวิชาต่างๆ เพิ่มการรับรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 มีโอกาสที่จะเกิดสัมผัสที่ 6 หรือมากกว่านั้น เพิ่มความเฉียบคมและปฏิกิริยาตอบสนอง ฯลฯ ด้วยทั้งหมดนี้จะเห็นได้ถึงประโยชน์ของพลังจิตที่ทรงพลังเทียบเท่าพลังเวทย์

แต่วารีก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลเพราะเธอไม่เคยเห็นใครฝึกพลังจิตพร้อมกับพลังเวทย์มาก่อน แม้แต่ในชีวประวัติของวีรชนก็ไม่เคยมี แต่ตามทฤษฎีแล้วก็มีความเป็นไปได้สูง

ในตอนนี้วารียังไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีใครฝึกฝนพลังจิตพร้อมกับพลังเวทย์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ไม่มีใครฝึก แต่เป็นเพราะฝึกไม่ได้มากกว่า

พลังเวทย์และพลังจิตเป็นขั้วตรงข้ามกันอย่างชัดเจน

พลังเวทย์หวังพึ่งพลังภายนอก พยายามทำความเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

พลังจิตหวังพึ่งพลังภายใน ตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อเข้าถึงและรับรู้จิตของตน

แม้ในขั้นแรกอาจจะเรียนรู้และฝึกฝนไปพร้อมกันได้ แต่เมื่อขั้นสูงขึ้น ผู้ใช้เวทย์ระดับสูงจะไม่สามารถรับรู้จิตของตนได้ ผู้ใช้จิตระดับสูงจะไม่สามารถรับรู้พลังงานมานาที่อยู่ภายนอกได้

ถึงจะบอกว่าในขั้นแรกจะเป็นไปได้ที่จะฝึกพร้อมกัน แต่ความยากในการฝึกก็จะเพิ่มเป็นทวีคูณ ชาวบ้านทั่วไปที่ฝึกฝนพลังเวทย์แล้ว ไม่มีทางฝึกพลังจิตได้ สำหรับผู้มีสวรรค์อาจเป็นไปได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาที่ยาวนานไม่คุ้มค่ากับการฝึก สำหรับผู้มีสุดยอดพรสวรรค์ที่เพิ่มพลังเวทย์ได้อย่างรวดเร็วก็ไม่อยากเจียดเวลามาฝึกพลังจิต เพราะพลังจิตจะหมดประโยชน์ทันทีที่ระดับขั้นสูงขึ้น

วารีที่ไม่รู้เรื่องนี้เริ่มวางแผนการฝึกพลังจิตของตัวเอง

พลังจิตถูกแบ่งเป็น 6 ระดับเหมือนกับนักเวทย์คือ จิตเริ่มต้น จิตใสกระจ่าง จิตสะท้อนจันทร์ จิตประกายคม จิตไร้ลักษณ์และจิตแห่งปราชญ์

วารีต้องการหนังสือพื้นฐานจิตเริ่มต้น ซึ่งมีราคาในตลาดถึง 20 เหรียญทอง ซึ่งแพงมากเมื่อเทียบกับหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์ในขั้นเดียวกัน นอกจากฝึกพลังจิตแล้ว วารียังอยากฝึกพลังปราณเพื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ขนศิลาวิเศษได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสเอาตัวรอดเมื่อพบกับสัตว์อสูร

พลังปราณเองก็แบ่งเป็น 6 ขั้นคือ บ่อลมปราณ สระลมปราณ แม่น้ำลมปราณ ทะเลสาบลมปราณ มหาสมุทรลมปราณ และจักรวาลลมปราณ

หนังสือพื้นฐานบ่อลมปราณ มีราคาที่ 35 เหรียญทอง ซึ่งแพงกว่าหนังสือพื้นฐานจิตเริ่มต้น เนื่องจากเป็นที่นิยมมากกว่า แม้จะเหมือนกับพลังจิตที่ไม่สามารถฝึกฝนพร้อมกับพลังเวทย์ได้เมื่ออยู่ในขั้นที่สูงขึ้น แต่ก็ยังฝึกฝนง่ายกว่าพลังจิตมาก คนทั่วไปที่ฝึกพลังเวทย์แล้วยังสามารถฝึกฝนพลังปราณได้ นักผจญภัยชื่นชอบฝึกฝนพลังปราณ เนื่องจากร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้พวกเขาอยู่รอดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการไปยังขั้นจอมเวทย์สำหรับคนทั่วไปแทบเป็นไปไม่ได้ พวกเขาจึงไม่กังวลว่าเมื่อขั้นสูงขึ้น พลังปราณจะไร้ประโยชน์

แต่ทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นด้วยเงิน และเงินก็เริ่มต้นด้วยยา และยาก็เริ่มต้นด้วยสมุนไพร

วารีมองสมุนไพรพิสุทธิ์มนตราทั้ง 20 ต้นที่อยู่ในแปลง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #36 [chen] (@chentaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 08:13
    อืม.....ที่ว่าน้องไม่โกงคงพูดผิดแต่ก็นะืถ้าไม่โกงก็คงสู้กับบอสที่ตะโผล่มาในอนาคตไม่ได้
    #36
    0
  2. #22 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 13:14

    แสดงว่าแม่ของน้องวารีเนี่ยจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ส่วนพ่อก็เก่งมาก ทำไมถึงได้ตายง่ายจัง เหมือนกับว่าน้องวารี ไม่รู้ว่าแม่อารีมีความสามารถอะไรบ้างเลยล่ะ

    #22
    0