ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 4 : ร่วมมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 324 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

มาวิน ธารา พ่อของวารี

วารีรู้เหตุผลที่มาวินตาย และ รู้ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่

ผู้มีพรสวรรค์อายุสั้นกว่าคนธรรมดา โดยเฉพาะพ่อของเธอที่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น มหาปราชญ์

บนโลกนี้มีมหาปราชญ์เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น และจะมีเพียง 3 คนเสมอ เพราะพวกเขาจะไม่ยอมให้มีคนที่ 4 เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

สาเหตุการตายของมาวินคือพรสวรรค์ที่มากเกินไปของเขาไปกระตุ้น 3 มหาปราชญ์

วารีทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือยอมรับมัน

ยอมรับว่าพ่อของเธอต้องตาย ยอมรับว่าเธอไร้ประโยชน์ และยอมรับว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง

แต่มาวินอยู่ที่นี่เพื่อไม่ให้วารียอมรับมัน....เธอคิดเช่นนั้น

 

 

วารีตื่นขึ้นมากลางดึก ด้านข้าง อารีมองเธอด้วยสีหน้าเศร้าๆ

“แม่นอนก่อนนะ” อารีพูดก่อนจะล้มตัวลงนอน

วารีเตรียมยาเพิ่มหยินในกรณีฉุกเฉิน ผ้า ถังน้ำ หนังสือและปากกาขนนก แล้วนั่งลงข้างตัวอารี

วารีเปิดหนังสืออ่าน ปกติแล้วช่วงเวลานี้เธอจะอ่านชีวประวัติของบุคคลในประวัติศาสตร์ แต่วันนี้เธออ่านหนังสือที่เพิ่งซื้อมาเมื่อเช้านี้...หนังสือมนตราเวทมนตร์ดินวิเศษ ขั้น1

หน้าแรกของหนังสือมีวงเวทย์ที่ถูกเขียนด้วยหมึกวิเศษ วารีถ่ายทอดพลังเวทย์ วงเวทย์เรืองแสงออกมา หนังสือลอยจากมือมาตรงหน้าเธอ หนังสือค่อยๆเปิดหน้าด้วยตัวมันเอง ตัวหนังสือในหน้านั้นๆลอยเข้ามาในหัวเธอ ทีละหน้าๆ จนครบทุกหน้า หนังสือปิดลงก่อนจะตกลงบนพื้น

เนื้อหาทั้งหมดในหนังสืออยู่ในหัวของวารี เธอลองเปิดหนังสือดูก็พบว่ามีแต่หน้ากระดาษเปล่า เธอวางหนังสือเปล่านั้นไว้ตัก ถือปากกาขนนกในมือเปิดหน้าแรก

วารีซึมซับเนื้อหาทั้งหมดก่อนจะวิเคราะห์ตั้งแต่เริ่มแล้วเขียนสิ่งที่เธอเข้าใจลงบนหนังสือ

การจดจำกับความเข้าใจ เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

หนังสือมนตราช่วยให้วารีจดจำได้ แต่ไม่ได้ช่วยให้เธอเข้าใจ เธอต้องพยายามทำความเข้าใจและฝึกฝนด้วยตัวเอง

การฝึกฝนเวทมนตร์ขั้น1 คนทั่วไปอาจใช้เวลา 1 เดือน ผู้มีพรสวรรค์อาจใช้เวลา 1 สัปดาห์ และ ผู้มีพรสวรรค์ขั้นสุดยอดอาจใช้เวลา 1 วัน แต่สำหรับวารี ทันทีที่จดจำเนื้อหาได้ทั้งหมด เธอก็เข้าใจเวทมนตร์บทนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ความเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์ถูกแบ่งเป็น 5 ขั้น ได้แก่ ริเริ่ม เพิ่มพูน เชี่ยวชาญ สมบูรณ์ และเหนือล้ำ

ในขณะที่คนทั่วไปใช้เวลา 1 เดือน เพื่อเข้าขั้นริเริ่ม วารีใช้เวลาเสี้ยววินาทีเพื่อเข้าขั้นสมบูรณ์ และกำลังเริ่มปรับปรุงเวทมนตร์เพื่อเข้าสู่ขั้นเหนือล้ำ

พรสรรค์ที่น่าเหลือเชื่อ เกินกว่าที่ใครจะจิตนาการได้...วารีเชื่อว่าพรสวรรค์นี้มาจากมาวินที่อยู่ในตัวเธอ

วารีไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใคร แม้แต่อารีก็ไม่รู้ เธอเชื่อว่าหากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปก็คงประสบชะตากรรมเดียวกับบิดาของตัวเอง

วารีวิเคราะห์ เขียน วิเคราะห์ เขียน ทำซ้ำวนไปหลายร้อยรอบ หน้ากระดาษเปล่าในหนังสือก็หมดลง เธอหยิบกระดาษเปล่าที่ซื้อเมื่อเช้ามาเขียนต่อ ระหว่างนี้เธอก็ไม่ลืมเช็ดหน้าอารีด้วยผ้าชุบน้ำ

กระดาษเปล่าอัดแน่นไปด้วยตัวอักษรทั้งสองด้าน ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่แผ่นแล้ว ในที่สุดวารีก็หยุดเขียน

วารีถอนหายใจก่อนจะหลับตาลง เพื่อหาข้อสรุปทั้งหมด

แสงแดดเล็ดลอดผ่านทางหน้าต่าง ยามเช้าของวันนี้มาเยือน วารีเข้าสู่ขั้นเหนือล้ำของเวทมนตร์ขั้น1 ดินวิเศษ

 

 

หลังจากทานอาหารเช้า วารีก็เตรียมเมล็ดพืชและศิลาวิเศษใส่กระเป๋ามาที่แปลงที่ซื้อไว้

เขตเพาะปลูกของหมู่บ้านอยู่ทางทิศตะวันออก

วารีเห็นพืชผลมากมายที่ชาวบ้านปลูกและชาวบ้านที่มาดูแลพืชผลเหล่านี้ เธอทักทายบางคนที่รู้จัก ไม่นานก็เดินมาถึงแปลงของเธอ

พื้นที่โล่งกว้างที่ไม่มีอะไรเลย...วารีไม่สามารถปลูกสมุนไพรทั้งๆแบบนี้ได้ ถ้าทำแบบนั้นสักวันความลับเรื่องศิลาวิเศษต้องแตกแน่นอน อย่างน้อยก็ต้องมีไม้กั้นการมองเห็นจากสายตาคนภายนอก แต่หากทำแบบนั้นก็ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นจากคนอื่น

แผนการของวารีคือการปลูกพืชชนิดอื่นๆพร้อมกับสมุนไพร ระหว่างนั้นจะสร้างไม้กันรอบๆแปลงของเธอ พืชชนิดอื่นจะบดบังสมุนไพร อีกทั้งหากคนๆหนึ่งเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในแล้ว ถึงจะเอากล่องมาปิดพวกเขาก็จะไม่สงสัยสิ่งที่อยู่ภายในกล่อง

วารีหว่านเมล็ดพืชธรรมดา ใช้เวทมนตร์ขั้น1 บอลน้ำ มารดน้ำ พืชที่ถูกรดน้ำเริ่มงอกออกมาเป็นต้นอ่อน วารีใช้บอลน้ำเรื่อยๆจนพืชเริ่มเป็นต้นกล้าจึงหยุด จากนั้นเธอเริ่มโรยเมล็ดสมุนไพร ใช้บอลน้ำรดเช่นเดียวกับพืชทั่วไป เมล็ดสมุนไพรดูดซับบอลน้ำ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอรดน้ำจนเมล็ดสมุนไพรดูดซับไม่ได้อีก

วารีล่วงมือเข้าไปในกระเป๋า กำศิลาวิเศษไว้ในมือ  แต่ไม่หยิบออกมา ใช้เวทมนตร์ขั้น1 ดินวิเศษ ศิลาวิเศษในมือกลายเป็นดินวิเศษ เธอนำมันออกมาจากกระเป๋า กลบเมล็ดสมุนไพร ทำให้เมล็ดเริ่มแตกหน่อ

ความสามารถของเวทมนตร์ขั้น1 ดินวิเศษ คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืช เมื่อเข้าถึงขั้นสมบูรณ์ สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ 1 ปี แต่วารีเข้าถึงขั้นเหนือล้ำซึ่งเหนือกว่าเวทมนตร์ต้นฉบับ นอกจากจะเร่งการเติบโตของพืชแล้ว ยังช่วยบำรุงสมุนไพรให้มีคุณภาพยอดเยี่ยม

สมุนไพรขั้น1 ต้องใช้ระยะเวลา 10 ปี ในการเจริญเติบโต ซึ่งสมุนไพรขั้น1 ก็แบ่งเป็น 4 ระดับตามคุณภาพ คือ ย่ำแย่ ปกติ ดี และยอดเยี่ยม โดยสมุนไพรขั้น1 ตามท้องตลาดมีคุณภาพปกติ คุณภาพดีหาได้ยากมาก คุณภาพยอดเยี่ยมนั้นไม่เคยปรากฏในท้องตลาด

วารีต้องการสมุนไพรขั้น1 คุณภาพยอดเยี่ยมเพื่อนำมาปรุงยาขั้น2

ดินวิเศษให้พืชได้แค่ 1 วันต่อครั้งเท่านั้น วารีเริ่มรดน้ำสมุนไพรเมล็ดที่2 จนมันดูดซับไม่ได้อีกก็ให้ดินวิเศษ จากนั้นต้นที่3 ที่4 ที่5...จนถึงต้นที่20

วารีมองพระอาทิตย์ที่อยู่กลางศีรษะก็รู้ตัวว่าตอนนี้เที่ยงแล้ว จิตใจของวารีอ่อนล้าจากการใช้เวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง

เวทมนตร์นอกจากจะใช้พลังเวทย์แล้ว ยังต้องใช้สมาธิด้วย การใช้สมาธิจำนวนมากจะทำให้จิตใจอ่อนล้าจากการจดจ่อมากเกินไป จิตใจที่อ่อนล้าไม่ได้ฟื้นฟูได้เร็วเหมือนอย่างพลังเวทย์ อย่างน้อยก็ต้องผ่านหนึ่งวันเพื่อฟื้นฟูให้กลับมาเป็นแบบเดิม นั้นเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้เวทย์ไม่สามารถฝึกฝนเวทมนตร์ได้ตลอดเวลา

วารีกลับบ้านทานอาหารกลางวันกับอารี ก่อนจะเดินไปที่โรงไม้ในหมู่บ้าน เพื่อซื้อแผ่นไม้มาทำไม้กั้นแปลงของเธอ

วันนี้วารีไม่เข้าป่าเนื่องจากสภาพที่ไม่พร้อม อีกทั้งเธอยังมีศิลาวิเศษสำรองถึง 416 ก้อน เพียงพอให้ใช้ได้ 20 วัน

มาถึงโรงไม้ วารีซื้อไม้จำนวนมากเป็นจำนวนเงิน 1 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน

“โอ้ ซื้อซะเยอะเลยนะอีหนู จะเอาไปทำอะไรล่ะ เผื่อลุงช่วยได้” ลุงช่างไม้ถาม

“วารีจะเอาไปทำไม้กั้นแปลงผักค่ะ”

“งั้นเหรอ? ให้ลุงช่วยไหม?”

“ไม่เป็นไรค่ะ วารีอยากทำเองมากกว่า” วารีปฏิเสธอย่างสุภาพ เธอไม่มีทางให้ใครมายุ่งในแปลงของเธอ เนื่องจากความลับเรื่องสมุนไพรและศิลาวิเศษ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อใจลุงช่างไม้ แต่เธอติดนิสัยทำอะไรต้องรอบคอบเสมอ ถ้าเธอไม่มีนิสัยเช่นนี้ก็คงตายไปนานแล้ว

“พยายามเข้าล่ะ อีหนู” ลุงช่างไม้ไม่ซักไซ้ ลูบหัววารีแล้วไปทำงานของตัวเอง

วารีขนไม้มาที่แปลง ระหว่างทางเธอพบจอนที่กำลังเดินกินเนื้อย่างเสียบไม้

“อาอุนอาอัด” จอนพูดขณะมีเนื้อย่างเต็มปาก

“เคี้ยวให้หมดก่อนก็ได้นะวารีไม่รีบ...” เธออยากจะบอกจอนว่าตอนนี้มันบ่ายแล้ว แต่ก็กลัวจอนจะรีบพูดโดยไม่เคี้ยวให้หมดก่อนจึงเงียบไว้ จอนเคี้ยวจนหมดก่อนพูด

“ทำอะไรอยู่เหรอ”

“วารีกำลังขนไม้ไปสร้างที่กั้นแปลงที่เพิ่งซื้อมาน่ะ”

“สุดยอด!...ให้ผมช่วยนะ”

“ไม่เป็นไร วารีอยากทำเอง”

“ผมช่วยเลือกไม้ให้ได้นะ ผมพอจะมีความรู้เรื่องไม้บ้าง จะเลือกแบบดีที่สุด...”

“ว...วารีรีบน่ะ ขอตัวก่อนนะ” วารีรีบเดินหนีออกมาทันที ให้จอนเลือกไม้ให้ ปีหน้าก็ยังไม่เสร็จ

“ไหนบอกไม่รีบ...” จอนทำสีงุนงงแต่ก็เลิกสนใจแล้วแวะร้านอาหารข้างทางใกล้ๆ

แม้ต้องขนหลายรอบแต่สุดท้ายก็ขนมาได้หมด เธอเปิดกล่องอุปกรณ์ที่ยืมมาจากลุงช่างไม้แล้วเริ่มที่กั้นแปลงของตัวเอง

 

 

5 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ไม้กั้นแปลงทั้งหมดเสร็จแล้ว สมุนไพรที่ปลูกก็เติบโตสมบูรณ์แข็งแรง วันนี้เป็นวันที่วารีนัดรับหนังสือพื้นฐานการปรุงยาขั้น2 กับครูส

หลังจากรดน้ำเวทมนตร์ ใส่ปุ๋ยดินวิเศษและทานอาหารกลางวันแล้ว วารีเดินมายังห้องสมุด

ตอนนี้เป็นช่วงบ่าย ทำให้มีคนอยู่ในห้องสมุดจำนวนไม่น้อย ครูสผู้มีสีหน้าเย็นชามองวารีก่อนจะแบมือ

“1 เหรียญทองแดง”

“วารีไม่ได้มาอ่านหนังสือ แค่มาเอาของที่สั่งไว้” วารีไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่มาที่นี่จะต้องพูดแบบนี้ตลอด เธอรีบเข้าเรื่องทันที

“อ้อ...เอาไปสิ” ครูสโยนหนังสือเล่มหนึ่งให้วารี เธอรับหนังสือแล้วดูปกและเนื้อหาข้างใน หลังจากมั่นใจก็ยิ้มให้ครูส

“ขอบคุณนะ วารีขอตัวก่อน” เธอพูดเสร็จก็เตรียมเดินออกจากห้องสมุด

“เดี๋ยวก่อน” ครูสเรียกวารีที่กำลังจะออกจากห้องสมุด

วารีมองครูสอย่างสับสน ไม่มั่นใจว่าครูสเรียกเธอหรือเปล่า

“ตามมา” ครูสพูดพลางจับเด็กสาวที่แอบมองเขาอยู่ให้มานั่งตรงจุดที่เขาเคยนั่ง ก่อนจะเดินนำวารีออกจากห้องสมุด แม้เธอจะไม่มั่นใจนักแต่ก็เดินตามครูสไป

 

 

ภายในห้องอันมืดครึ้มที่มีเพียงแสงไฟจากตะเกียง

ครูสนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่กลางห้อง ด้านหน้ามีโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง วารีนั่งอยู่ตรงข้ามครูส

“เซ็นซะ” ครูสพูด

บนโต๊ะไม้มีเอกสารแผ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือสัญญาที่มีเนื้อหาว่าจะไม่แพร่พรายข้อมูลที่คุยกันที่นี่ออกไป วารีอ่านสัญญาอย่างละเอียดแล้วมองครูสอย่างระแวง

“เรื่องที่จะคุยคือเรื่องอะไรเหรอ?” วารีถาม

“เรื่องธุรกิจ...” ครูสตอบ วารีจะถามต่อแต่สายตาเย็นชานั้นจ้องมองเธอเป็นเชิงบังคับว่า ‘อย่าถาม เซ็น’

วารีเซ็นสัญญาอย่างจำยอม

หลังจากเซ็นสัญญา ครูสดึงหนังสือสัญญามาไว้ที่ตัวเอง ตรวจสอบจนแน่ใจแล้วพับเก็บไว้ในลิ้นชัก

“เธอคงเตรียมผลิตยาขั้น2 จำนวนมากแล้ว แต่เธอคงไม่มีช่องทางการขาย พวกเราช่วยเธอเรื่องนี้ได้” เขาพูด

วารีคาดไว้แล้วว่าครูสต้องรู้เรื่องนี้เนื่องจากเธอของให้ครูสซื้อหนังสือพื้นฐานการปรุงยาขั้น2 มาให้ แต่เธอไม่เข้าใจว่าครูสมั่นใจได้อย่างไรว่าเธอจะผลิตยาขั้น2 เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีอีกเรื่องที่เธอสงสัย

“...พวกเรา...” วารีทวนคำอย่างมึนงง

ที่นี่มีเพียงวารีกับครูส แต่ครูสกลับเรียกตัวเองว่า ‘พวกเรา’

“ใช่...พวกเรา” ครูสพูด

คนชุดดำ 4 คน ปรากฏรอบตัวครูส ทำให้วารีรู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงพวกเธอสองคน

วารีมีสีหน้าเคร่งเครียด เธอทำท่าจะลุกขึ้น คนชุดดำปรากฏด้านหลัง กดไหล่เธอไม่ให้ลุกขึ้น

คนชุดดำคนที่ 5

“ตอนนี้เธออาจสงสัย แต่พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย พวกเราจะบอกข้อเสนอ เธอสามารถตอบตกลงหรือปฏิเสธก็เรื่องของเธอ พวกเราจะไม่บังคับ...” ครูสพูด

วารีได้แต่พยายามไม่ตื่นตระหนก พลางพยักหน้าให้ครูส

“เธอคงรู้ความเสี่ยงของการขายยาขั้น2 จำนวนมากดี พวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น พวกเราจะรับความเสี่ยงพวกนั้นทั้งหมด แลกเปลี่ยนกับส่วนแบ่ง 20% ของราคาขาย”

วารีรู้ดีถึงความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงช่องทางการขายเท่านั้น ความเสี่ยงเรื่องขโมย เรื่องคู่แข่งรายใหญ่ เรื่องแหล่งที่มาของยา ฯลฯ มีความเสี่ยงและต้นทุนมากมายที่ต้องจัดการ แต่กลับมีคนรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยส่วนแบ่งเพียงแค่ 20% ของราคาขาย สำหรับวารีแล้ว มันคุ้มค่ามาก แต่เธอก็มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคนพวกนี้มากเกินไป เพียงแค่มีข้อเสนอที่ดีนั้นไม่พอ

“พวกคุณเป็นใคร กลุ่มของคุณมีวัตถุประสงค์อะไร และทำไมถึงรู้ว่าวารีสามารถผลิตยาจำนวนมากได้”

“พวกเราเป็นใครไม่สำคัญ พวกเราบอกวัตถุประสงค์ไม่ได้ แต่พวกเราเชื่อถือได้” ครูสพูดพลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ วารีมองกระดาษบนโต๊ะด้วยจิตใจที่เย็นเหยียบ

สัญญาเลือด

สัญญาพิเศษที่ใช้เลือดของทั้งฝ่ายในการทำสัญญา ผู้ผิดคำสัญญาจะต้องตายอย่างไม่มีทางเลี่ยง

“พวกเราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เธอก็ทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด”

วารีอ่านสัญญาอย่างละเอียด ก่อนจะพบช่องโหว่ของสัญญา

“ถ้าพวกคุณยอมตายกันสักคน ก็สามารถฝ่าฝืนสัญญาได้สบายแล้วนี่คะ” วารีพูด

อาจฟังดูโหดร้ายแต่เธอก็ไม่ได้ตัดตัวเลือกที่คนลงสัญญายอมตายเพื่อฝ่าฝืนสัญญา

“ใครบอกเธอว่าเราจะทำสัญญาเป็นรายบุคคล” ครูสพูดด้วยรอยยิ้มเย็น ก่อนจะโชว์สัญลักษณ์นกที่สลักไว้บริเวณหลังมือ คนชุดดำที่อยู่ข้างตัวครูสโชว์สัญลักษณ์นกของตัวเอง

บางคนสลักที่ไหล่ บางคนสลักที่ขา บางคนสลักที่ลำตัว...ทุกๆคนมีสัญลักษณ์นกของตัวเอง รวมถึงคนที่อยู่ข้างหลังวารีด้วย

“วิหคคือสัญลักษณ์ของกลุ่ม...ผู้นำกลุ่มตาย คนที่มีสัญลักษณ์วิหคจะตายด้วย และฉันคือหัวหน้ากลุ่ม เธอได้อ่านสัญญาแล้ว คงรู้ว่านี้ไม่ใช่คำโกหก” ครูสพูด

วารีพยักหน้า เนื่องจากในสัญญามีระบุไว้ว่าในระหว่างพูดคุยกันช่วงก่อนทำสัญญาหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดโกหกถือเป็นการฝ่าฝืนสัญญาทันที เมื่อทำสัญญาเลือดก็จะต้องตาย

วารีคิดว่าการทำสัญญานี้เป็นเรื่องที่คุ้มค่ามาก แม้อีกฝ่ายจะผิดสัญญาเผยแพร่เรื่องราวของเธอ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเธอมากนัก อย่างมากเหมืองศิลาวิเศษก็แค่ถูกยึด

“พวกคุณยังไม่ได้ตอบอีกหนึ่งคำถาม...ทำไมถึงรู้ว่าวารีสามารถผลิตยาจำนวนมากได้” วารีเข้าใจว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องเหมืองแล้ว แต่ก็ต้องการถามเพื่อความมั่นใจ

“บนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่พวกเราไม่รู้...แม้แต่เรื่องเหมืองเล็กๆในป่า” ครูสตอบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 324 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #35 [chen] (@chentaka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 08:07
    -หนุ่มเย็นชาหน้าตายซึนเดเระ
    สโตรกเกอร์นี่คือพระเอกรึเปล่านะ ปูทางมาซะขนาดนี้
    #35
    0
  2. #21 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 12:35

    แสดงว่าแอบติดตามดูน้องวารี ตลอดเวลาละสิเนี่ย

    #21
    0
  3. #15 kteelee (@kteelee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 23:46

    ขอบคุณค่ะ
    #15
    0
  4. #5 kwanjai2 (@kwanjai2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 16:38
    สนุกค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #5
    0
  5. #4 อัมพร? (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 08:10

    ขอบคุณค่ะ จะรอตอนต่อไป

    #4
    0
  6. #3 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 21:04

    ขอบคุณค่ะ

    #3
    0