ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 25 : ทาส1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

ทาสเป็นสินค้าประเภทสิ่งมีชีวิต

ความแตกต่างระหว่างสัตว์เลี้ยงกับทาสคือขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่

สัตว์เลี้ยงเป็นเพียงสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าของเลี้ยงไว้ดูเล่นคลายความเหงา แต่ทาสเป็นสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าของสามารถใช้งานได้โดยตรง แม้จะมีเจ้าของบางกลุ่มที่เลี้ยงดูทาสราวกับสัตว์เลี้ยง แต่เจ้าของส่วนใหญ่ก็ซื้อทาสมาเพื่อใช้แรงงานหรือไม่ก็ใช้เพื่อสนองตัณหา

วารีไม่ได้รังเกียจทาสหรือธุรกิจค้าทาส ในหนังสือชีวประวัติก็พูดถึงทาสเอาไว้มากมาย วีรชนหลายท่านก็เคยซื้อทาสมาใช้งาน แต่วีรชนปฏิบัติต่อทาสเป็นอย่างดี แตกต่างจากคนทั่วไปที่ใช้ทาสอย่างไร้มนุษยธรรม สิ่งที่เธอเกลียดคือคนเหล่านั้น

ระหว่างที่เดินอยู่ในเมือง คนไร้บ้านข้างถนนหลายคนมองวารีอย่างน่ากลัว

พวกเขาคือทาสที่ร้านค้าทาสผลักไสออกมา

ทาสเหล่านี้สภาพร่างกายทรุดโทรมจนไม่สามารถขายออกได้อีก เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่และค่าอาหาร ร้านค้าทาสจึงปล่อยตัวทาสเหล่านี้ออกมา แต่ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอและไม่มีเงินติดตัวแม้แต่น้อย พวกเขาทำได้เพียงนอนรอความตายอยู่ข้างถนน

เหล่าคนข้างถนนหลาย 10 คน คลานเข้ามาใกล้วารี ก่อนจะหมอบกราบ

“นายท่าน ได้โปรดช่วยข้าด้วย”

“ช่วยข้าด้วย”

“...แค่ 1 เหรียญทองแดง...”

พวกเขากล่าวอ้อนวอนวารีด้วยความนอบน้อมถึงแม้วารีจะเป็นเพียงแค่เด็กก็ตาม

วารีมองสภาพของคนเหล่านั้น

ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาจนเป็นหนอง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา ไออย่างรุนแรงเนื่องจากโรคร้าย สภาพซูบผอมจากการอดอาหารมานาน สภาพของพวกเขาไม่ต่างจากตายไปแล้วครึ่งตัว

สำหรับพวกเขา วารีเป็นดั่งความหวังอันริบหรี่ ถ้าไม่มีวารี พวกเขาก็ไม่มีความหวังอีกแล้ว คนที่มาที่เมืองนี้ส่วนใหญ่จะนั่งรถม้ามา น้อยคนที่จะเทเลพอร์ตมาที่เมืองนี้โดยตรง เนื่องจากค่าเทเลพอร์ตที่แพงและการเดินเท้าในเมืองค่อนข้างอันตราย

ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ก็เหมือนกับไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว คนเหล่านี้ยอมที่จะดิ้นรนจนตาย ดีกว่าอยู่เฉยๆจนตาย แม้การปล้นและฆ่าในเมืองนี้จะมีบทลงโทษร้ายแรงถึงตายก็ตาม

คนเหล่านี้คาดไว้ว่าวารีจะต้องปฏิเสธ พวกเขาก็จะใช้กำลังขโมยเงินจากวารีเพื่อใช้ซื้ออาหารและยา ก่อนจะออกจากเมืองนี้

แต่ผิดจากสิ่งที่พวกเขาคาดไว้

วารียิ้มพลางกล่าว

“หนูจะช่วยพวกคุณทุกคนในเมืองเลยค่ะ”

เหล่าคนที่อ้อนวอนอยู่ตกตะลึง พวกเขามองวารีอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“ค...คุณพูดว่าไงนะ?” ชายคนหนึ่งถามย้ำราวกับได้ยินไม่ชัด

การช่วย 1 คนหรือ 2 คน ยังพอเป็นไปได้ แต่ถ้าให้ช่วยทุกคนในเมืองที่มีทาสถูกทอดทิ้งนับพันคนนั้นน่าเหลือเชื่อเกินไป

วารีคิดว่ายังอธิบายไม่ชัดเจนจึงกล่าวต่อ

“หนูจะช่วยออกค่ายากับค่าอาหารให้กับทุกๆคนเองค่ะ”

พวกเขามองหน้ากันอย่างมึนงง

“ท่านพูดจริงเหรอ?”

“พูดจริงค่ะ”

“...”

พวกเขานิ่งเงียบอยู่นานด้วยความตกตะลึง จากนั้นสีหน้าพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นยินดี

“ขอบคุณท่านมาก!”

“ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านเลย!”

เหล่าทาสที่ถูกทอดทิ้งหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง แต่บางคนก็ทำสีหน้าสงสัยก่อนถาม

“ท่านต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยนหรือไม่?”

เหล่าคนที่กำลังซาบซึ้งอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็เหมือนได้สติ พวกเขามองวารีอย่างสงสัยเช่นกัน

บนโลกนี้ไม่มีของฟรี! การช่วยพวกเขาทั้งหมดต้องใช้เงินจำนวนมาก ผู้ช่วยเหลือจะต้องมีวัตถุประสงค์แอบแฝงอย่างแน่นอน

วารีได้ยินคำถามกับเห็นสีหน้าเคลือบแคลงของพวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าพวกเขายังคงสงสัยในตัวเธอ ซึ่งวารีก็มีเหตุผลที่ช่วยพวกเขาจริงๆ แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการใช้เรื่องนี่บีบบังคับคนอื่น

“หนูมีข้อเสนอบางอย่างที่อยากให้พวกคุณพิจารณาดู ไม่ว่าพวกคุณจะตอบรับข้อเสนอหรือไม่ พวกคุณก็ยังได้รับอาหารกับยาอยู่ดี” วารีอธิบาย

พวกเขารู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง ด้วยสถานการณ์ที่ความตายรออยู่ตรงหน้า ไม่ว่าเรื่องอะไรพวกเขาก็ทำได้ทั้งนั้น แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับยังให้ทางเลือกดีๆเช่นนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ พวกเขาพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว

วารีเริ่มอธิบายถึงข้อเสนอของเธอ

“อยากให้มาเป็นสมาชิก ‘สมาคม’ ของหนูค่ะ...”

สมาคม คือ แหล่งรวมบุคคลด้วยจุดประสงค์บางประการ

บนโลกนี้มีสมาคมจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน สมาคมเวทมนตร์ก็มีหลายเจ้าแล้ว ยังมีสมาคมวิชาชีพต่างๆ สมาคมศาสนา สมาคมการค้า

การสร้างสมาคมไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะทำให้มีชื่อเสียงท่ามกลางการแข่งขันของสมาคมจำนวนมากมายมหาศาลเป็นเรื่องที่ยากอย่างไม่น่าเชื่อ

ผลตอบแทนที่ได้รับจากสมาคมก็คุ้มค่ากับความยากลำบากนั้น ว่ากันว่าสมาคมนักผจญภัยที่มีชื่อเสียงและสาขามากที่สุดในโลก มีรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญทอง

ตอนนี้วารียังไม่ได้สร้าง ‘สมาคม’ แต่สมาคมก็เป็นวิธีในการหาเงินและอำนาจที่ดีที่สุด

การสร้างสมาคมเป็นหนึ่งในแผนการทำเงินของวารี ซึ่งนี่เป็นเพียงการเตรียมการเท่านั้น เธอจะสามารถเริ่มแผนนี้ได้ก็ต่อเมื่อหาสูตรยาโบราณที่ช่วยยื้อชีวิตอารีได้แล้ว

ผ่านไป 15 นาที วารีก็อธิบายรายละเอียดจนครบ ทุกคนมีสีหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง เพียงแค่นี้วารีก็พอใจแล้ว

“ช่วยกระจายข่าวเรื่องนี้กับคนอื่นๆในเมืองด้วยนะคะ” วารีกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

 

ร้านค้าภายในเมืองแบล็คเล็คส่วนใหญ่เป็นร้านค้าทาส แต่ก็มีร้านยาอยู่บ้าง วารีตรงไปยังร้านขายยาที่อยู่ใกล้ๆ

แม้การปรุงยาเองจะมีราคาที่ถูกกว่า แต่วารีไม่มีทั้งสมุนไพร อุปกรณ์ปรุงยาและเวลา การซื้อยาจึงเป็นหนทางเดียว

อาคารสองชั้นที่ภายนอกประดับด้วยเพชรพลอยหรูหรา ป้ายร้านที่ทำจากทองคำเขียนว่า ร้านยาเทพารักษ์ หน้าร้านมียาม 2 คนคอยยืนเฝ้าประตู

ยามเหล่านี้มีระดับพลังอยู่ที่ นักเวทย์ ขั้น7 ซึ่งแข็งแกร่งกว่ายามของร้านค้าสมบัติที่เมืองคูเนส

“รออยู่ตรงนี้นะคะ” วารีกล่าวกับคนทั้งสองที่ตามเธอมา

ชายวัยกลางคน ผู้มีนัยน์ตาสีดำสนิท ไร้ซึ่งเส้นผม รูปร่างสูงใหญ่ มีชื่อว่าไรท์

หญิงวัยกลางคน ผู้มีใบหน้าซูบผอม ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ มีชื่อว่าริน

พวกเขาเป็นตัวแทนของเหล่าทาสที่ถูกทิ้ง ติดตามวารีมาด้วย เพื่อช่วยแจกจ่ายยาและอาหารที่วารีซื้อ

ทั้งสองส่ายหน้า ต้องการที่จะตามไปด้วย

พวกเขามาเพื่อช่วยวารีส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็มาเพื่อให้มั่นใจว่าวารีจะไม่หนีหายไป

วารีมีสีหน้าลำบากใจ แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเข้าไปได้ ไม่ต้องกล่าวถึงทั้งสองคนที่มีสภาพย่ำแย่ยิ่งกว่าเธอ วารีมั่นใจว่าจะต้องถูกยามหน้าทางเข้าห้ามไม่ให้เข้าไปอย่างแน่นอน

ไม่ว่าวารีจะพูดยังไง ทั้งสองก็ยังอยากไปด้วย เธอจึงต้องปล่อยเลยตามเลยอย่างช่วยไม่ได้

“หยุด!” ยามใช้ด้ามหอกกันพวกวารีไว้

หลังจากเดินมาถึงหน้าทางเข้า ก็ถูกยามห้ามไว้ตามคาด

“พวกเจ้าเข้าไปไม่ได้” ยามกล่าว

“หนูอยากซื้อยาค่ะ ช่วยจัดยาตามนี้ให้ด้วยนะคะ” วารีส่งใบสั่งยาให้กับยาม

วารีเองก็ไม่อยากรบกวนร้านหรือลูกค้าในร้าน ขอแค่ซื้อยาได้ ไม่ต้องเข้าร้านก็ได้

ยามรับใบสั่งยามาดู

“เจ้ามีเงินเหรอ?” ยามถาม

วารีพยักหน้าก่อนจะนำถุงเงินออกมาจากกระเป๋ามิติ ยามมองวารีอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นวารีมีกระเป๋ามิติ เธอเปิดถุงเงินที่มีเหรียญทองหลายร้อยเหรียญให้ยามดู

‘เป็นคุณหนู?...แล้วรอยแผลเป็นพวกนี้?...’ ยามคิดอย่างสงสัยพลางมองวารีสลับกับใบสั่งซื้อในมือก่อนจะตัดสินใจ

“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่...ฝากดูแลด้วย” ยามกล่าวกับวารีก่อนจะหันมากล่าวกับยามที่อยู่ข้างๆก่อนจะเข้าไปในร้าน

วารีถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะยืนรออย่างใจเย็น แต่ในระหว่างนั้นก็มีรถม้าคันหนึ่งมาจอดหน้าร้านยาเทพารักษ์

คนหนึ่งเดินลงมาจากรถม้า

“หน้าร้านมีหนูสกปรกอยู่ด้วย...” เสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจดังมาจากคนๆนั้นทันทีที่เห็นพวกวารี

วารีมองคนๆนั้น...เด็กชายซึ่งมีอายุพอๆกับวารี

นัยน์ตาเป็นประกายสดใสราวกับไพลินอันล้ำค่า ผิวขาวเนียนสะอาดตารับกับใบหน้างามอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง หากได้มองเด็กชายคนนี้แม้เพียงพริบตาจะต้องตกหลุมรัก

เด็กชายมองพวกวารีด้วยความรังเกียจ

วารีรู้สึกได้ถึงอันตรายจากเด็กชายคนนี้ ความรู้สึกอันตรายรุนแรงพอๆกับผู้จัดการร้านค้าสมบัติ อนาสตาเซีย หรือก็คือ...

เด็กชายคนนี้เป็นระดับจอมเวทย์!

ด้วยอายุเพียงแค่นี้แต่กลับไปถึงระดับจอมเวทย์ เด็กชายคนนี้ถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะแถวหน้าของอาณาจักรลูน่าได้เลย

วารีจับด้ามดาบข้างเอว เฝ้าระวังเด็กชายคนนี้มากยิ่งขึ้น แต่ท่าทีของวารีที่เพ่งความสนใจมาที่เด็กชายทำให้เด็กชายเข้าใจผิดคิดว่าวารีหลงเสน่ห์ในตัวเขา

“คนอัปลักษณ์อย่างเจ้าควรรู้จักประมาณตนบ้าง” เด็กชายกล่าว

วารีเข้าใจว่าเด็กชายกล่าวถึงพวกเธอไม่เหมาะสมกับร้านหรูหราเช่นนี้ แม้ร้านยาแห่งนี้จะไม่มีกฎเหล่านั้น แต่เธอก็รู้มารยาทขั้นพื้นฐาน นั้นเป็นเหตุผลที่เธอไม่เข้าไปในร้าน เธอจึงพยักหน้าให้กับเด็กชายเป็นเชิงเข้าใจ

เด็กชายถอนหายใจอย่างโล่งอก

 “เข้าใจก็ดี แค่ได้เห็นคนอัปลักษณ์เช่นเจ้าก็โชคร้ายมากแล้ว ขืนเจ้าหลงรักข้าอีก คงเป็นวันที่โชคร้ายที่สุดในชีวิตของข้า วันนี้เจ้ายังโชคดี ข้าจะไม่เอาความ...ไปซะ อย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก” เด็กชายกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินผ่านวารีเข้าไปในร้าน

พวกวารีมองหน้ากันอย่างมึนงง

“คนเมื่อกี้ใครเหรอคะ?” วารีถามยาม

ยามมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงกล่าวออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา

“ท่านชาย7 แห่งตระกูลอิกนิส ชื่อของคุณชาย7 คือ เซปเทม เขาเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่ใน 100 ปี จะมีสักคน มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะเข้าถึงระดับปราชญ์เวทย์ ไม่ว่าจะด้านพรสวรรค์และด้านหน้าตาก็ไร้คู่เปรียบ ทำให้ได้รับความสำคัญสูงสุดจากตระกูลในฐานะว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป”

ตระกูลอิกนิสเป็นตระกูลอันเก่าแก่ที่แม้แต่วารีก็ยังรู้จัก เพราะชื่อของตระกูลนี้ปรากฏอยู่ในชีวประวัติของวีรชนหลายท่าน ว่ากันว่าผู้ก่อตั้งตระกูลอิกนิสเป็นวีรชนท่านหนึ่งที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ อำนาจของตะกูลอิกนิสนั้นเหนือกว่าประมุขของอาณาจักรลูน่าเสียอีก ดังนั้นการได้เป็นผู้นำตระกูลอิกนิสจึงหมายถึงการได้รับอำนาจที่เหนือกว่าประมุขไว้ในครอบครอง

ถ้ามีอำนาจนี้อยู่ การจะเข้าร่วมงานประมูลยาแห่งชีวิตก็เป็นเรื่องง่าย...วารีจดจำชื่อเซปเทมไว้ในใจ

“ข้าว่าพวกเจ้าไปยืนรอตรงโน้นดีกว่า” ยามชักชวนให้พวกวารีไปยืนรอตรงจุดที่เซปเทมไม่เห็น เขารีบพูดเพราะกลัวว่าเซปเทมจะออกมาก่อน

ถ้าเซปเทมเห็นพวกวารีอีกครั้ง เรื่องคงไม่จบง่ายๆแน่

วารีถามความเห็นของไรท์กับรินซึ่งไม่ได้คัดค้านอะไร พวกเธอจึงไปยืนรอตรงจุดที่ยามบอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #58 ~mii~lovely~gril~ (@groupzaza) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 11:25
    รีบมาต่อน้ารออยู่
    #58
    0
  2. #47 The MonsTer (@demonlusz) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 01:10
    ชอบการวางตัวของน้อง
    #47
    0