ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 22 : เมืองคูเนส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

วารีเดินออกจากหมู่บ้านมาไกลพอสมควร ก็เริ่มเปิดใช้งานวงเวทย์ที่สลักอยู่บนรองเท้าและเสื้อ ร่างกายของเธอลอยขึ้นก่อนจะบินไปบนท้องฟ้ายังทิศทางของเมืองคูเนส

ความเร็วในการบินนั้นเร็วกว่าการนั่งรถม้าถึง 4 เท่า แต่ก็ใช้พลังเวทย์จำนวนมากเช่นกัน ทุกๆ 5 นาที วารีก็ต้องวิ่งเพื่อรอพลังเวทย์ฟื้นขึ้นมา ด้วยวิชายุทธ์เสริมเพิ่มพลังทำให้เธอสามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่เหนื่อย

การมาคนเดียวแทนที่จะขี่ม้าหรือนั่งรถม้าก็ทำให้เดินทางได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น เธอสามารถลัดเลาะป่า บินข้ามภูเขาและแม่น้ำ ได้อย่างไร้อุปสรรค โดยปกติแล้วการเดินทางจากหมู่บ้านเอมมาลีมาที่เมืองคูเนสนั้นต้องใช้เวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งต้องวนอ้อมภูเขาหลายลูกแม่น้ำหลายสายไปบนเส้นทางที่ปลอดภัย แต่วารีสามารถเดินทางข้ามผ่านแม่น้ำและภูเขาได้ง่ายๆ ทำให้ระยะทางลดลงมาก เวลาที่ใช้ในการเดินทางก็ลดลงตาม

การเดินทางบนเส้นทางที่มนุษย์ไม่สัญจร วารีจึงพบสัตว์ป่าและสัตว์อสูรจำนวนมาก ถึงจะมีเคล็ดลับจิตเตือนภัย แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสัตว์ป่าและสัตว์อสูรได้หมด

สำหรับวารี การพบกับสัตว์ป่าไม่ใช่ปัญหา แต่จะมีปัญหาเมื่อพบกับสัตว์อสูร เธอไม่ลังเลที่จะใช้แกนพลังงานที่ควบแน่นจากศิลาวิเศษเพื่อกระตุ้นวงจรเวทย์ทำให้ความเร็วในการบินเพิ่มเป็น 2 เท่า เพื่อหนีรอดจากสัตว์อสูรไปได้

ในการเดินทางครั้งนี้ สิ่งที่วารีระวังมากที่สุดคือสัตว์อสูรที่บินได้ ทุกครั้งที่เธอรับรู้ได้ถึงสัตว์อสูรบินได้ เธอจะลงพื้นรอให้สัตว์อสูรบินผ่านไปถึงจะบินขึ้นอีกครั้ง แม้จะมีแกนพลังงานไว้เร่งความเร็ว แต่เธอก็ไม่ได้พกแกนพลังงานมาเยอะ และถึงใช้แกนพลังงานก็ยังไม่แน่ว่าจะหนีสัตว์อสูรบินได้พ้น

“ซ่า...” สายฝนตกลงมา วารีตัดสินใจหยุดพัก ผูกตัวเองไว้บนต้นไม้ก่อนคลุมตัวด้วยผ้าคลุมก่อนจะหลับไป

 

 

เช้าวันถัดมา

วารีตื่นขึ้นบนต้นไม้ บิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเก็บผ้าคลุมแล้วเอาเชือกที่ผูกตัวเองไว้ออก แต่ในตอนนั้นเธอก็สังเกตเห็นบางอย่างอยู่บริเวณโคนต้นไม้ที่เธอใช้นอน

ร่างของชายหนุ่มที่โชกไปด้วยเลือด กำลังนอนด้วยลมหายใจรวยรินและใบหน้าซีดเผือด วารีตกใจรีบลงมาตรวจสอบสภาพของเด็กหนุ่ม

เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผล โดยเฉพาะแผลที่ท้องซึ่งค่อนข้างสาหัส แค่มีชีวิตรอดอยู่ได้ก็เป็นปาฏิหาริย์มากแล้ว วารีไม่ลังเลที่จะหยิบยารักษาซึ่งเตรียมไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเทไปทั่วบาดแผลของชายหนุ่ม

รอยแผลเล็กๆเริ่มสมานตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่แผลที่ท้องกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย วารีพยายามกลอกยาเข้าปากชายหนุ่มแต่สภาพของชายหนุ่มนั้นไม่สามารถดื่มยาได้ เธอจึงใช้ยารักษาทั้งหมดเทไปบนแผลที่ท้องของชายหนุ่ม ทำให้รอยแผลเล็กลง แต่ก็ยังมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากอยู่ดี

ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ชายหนุ่มจะต้องตายด้วยการเสียเลือดมากอย่างแน่นอน

วารีฉีกผ้าคลุมมาทำเป็นผ้าพันแผล ก่อนจะแบกร่างชายหนุ่มไว้บนหลัง แล้วบินขึ้นฟ้า

เนื่องจากน้ำหนักของชายหนุ่มทำให้ความเร็วในการบินช้าลง เธอใช้แกนพลังงานที่ติดตัวมาเพื่อเร่งความเร็ว

หลังจากพลังงานหมดวารีก็นำแกนพลังงานอันถัดไปมาใช้ต่อ ระหว่างทางเธอพบกับสัตว์อสูรบินได้ ไม่ว่าจะรีบยังไงเธอก็ต้องหลีกเลี่ยง เพราะเธอไม่มีความมั่นใจที่จะหนีจากสัตว์อสูรบินได้ในสภาพแบบนี้แม้แต่น้อย การแบกชายหนุ่มทำให้ความเร็วในการบินตกลง 

ผ่านไป 5 ชั่วโมงในที่สุดก็มาถึงเมืองคูเนส

วารีคิดว่าด้วยระยะเวลานานขนาดนี้ คนธรรมดาคงตายไปแล้ว แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงเสียงหายใจของชายหนุ่ม แม้จะเบาบางแต่ก็ยังมีชีวิตอยู่

บริเวณทางเข้าเมือง วารีเห็นคนต่อแถวเพื่อจ่ายค่าเข้ากับค่าภาษีนำเข้าสินค้า เธอค้นหาทหารรักษาการณ์หน้าประตูเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วพุ่งเข้าไปหาพลางตะโกน “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”

ทหารนายหนึ่งที่กำลังยืนด้วยท่าทางสะลึมสะลือเนื่องจากเมื่อคืนดื่มเหล้ามากไป สะดุ้งตื่นจากเสียงตะโกนของวารี

“มีเรื่องอะไร?” เขาถามอย่างน้ำเสียงหงุดหงิดเนื่องจากถูกปลุกให้ตื่น สายตางัวเงียของเขาตื่นเต็มตาด้วยความพรั่นพรึงกับรอยแผลเป็นจำนวนมากของวารี

วารีชินแล้วกับท่าทีที่คนอื่นมองมาที่ตนเอง จึงไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไร เธอรีบเปิดผ้าคลุมหลังซึ่งมีร่างของชายหนุ่มที่หายใจโรยรินและมีเลือดอาบร่าง

“ได้โปรดช่วยคนๆนี้ด้วย!”

 

 

ณ สถานพยาบาลภายในเมือง

อาคารสีขาวที่ภายในมีผู้ป่วยซึ่งบาดเจ็บและได้รับการรักษาจากหมอซึ่งกำลังใช้เวทมนต์ในการรักษา

แน่นอนว่าการรักษานั้นไม่ใช่เวทมนตร์มหัศจรรย์แต่เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของการผสมผสานคุณสมบัติเวทมนตร์ของเวทมนตร์หลายๆแบบ เช่น เวทมนตร์ธาตุดินจะช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูของร่างกายและทำให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น เวทมนตร์ธาตุน้ำช่วยรักษาปริมาณเลือดและพิษ เวทมนตร์ธาตุลมช่วยรักษาบาดแผลภายในและการไหลเวียนของพลังงานในร่างกาย เป็นต้น ซึ่งต้องนำมาใช้ให้เหมาะสมและต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้ป่วยให้หายดี

วารีมองหมอหญิงที่อังมือที่เรืองแสงสีน้ำตาลไว้บนปากแผลหน้าท้องของชายหนุ่ม

แผลค่อยๆสมานตัวอย่างรวดเร็ว สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มมีเลือดฝาดเล็กน้อย

หมอหญิงถอนหายใจพลางดึงมือกลับก่อนจะหันมายิ้มให้กับวารี

“ช่างเป็นพลังชีวิตที่ล้นเหลือจริงๆ อาการสาหัสขนาดนี้ถ้าเป็นคนทั่วไปคงใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะรักษาหาย แต่เด็กคนนี้คงใช้แค่ 3 วัน ก็หายดีเป็นปลิดทิ้งแล้ว สุดยอดจริงๆ” หมอหญิงกล่าว

วารีถอนหายใจอย่างโล่งอก ล้วงกระเป๋าแล้วหยิบเงินมา 3 เหรียญทองแล้วยื่นให้หมอหญิง

“นี้ค่ารักษาค่ะ” วารีไม่มีเวลาเฝ้าอาการของชายหนุ่ม ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถรอให้ชายหนุ่มหายดีแล้วค่อยจ่ายเงินได้ เธอจึงต้องจ่ายเงินไปก่อน

“ไม่เป็นไร ฉันรู้จักกับเจ้าหมอนี้น่ะ” หมอหญิงส่ายหน้า ปฏิเสธเงินของวารี

“รู้จักกันเหรอคะ?” วารีถามอย่างประหลาดใจ

“ใช่…ว่าแต่เธอเกี่ยวข้องอะไรกับเด็กคนนี้เหรอ” หมอหญิงถามขณะดันแว่นขึ้น

วารีเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่พบชายหนุ่มในป่าจนถึงพามานที่นี่

หมอสาวถอนหายใจ

“นึกว่าจะเริ่มดูคนเป็นแล้ว ที่ไหนได้…เฮ้อ” หมอหญิงถอนหายใจยาว

วารีเองก็สงสัยกับคำพูดของหมอหญิง แต่ก็ไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องของคนอื่น เธอจึงเตรียมกลับไปทำธุระของตัวเอง

“ด…เดี๋ยว เธอไม่อยากรู้เลยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้” หมอหญิงรีบห้ามวารีที่กำลังเดินออกไป

“ถ้าอยากเล่า หนูก็จะฟังค่ะ” วารีกล่าว

“ช่วยไม่ได้นะ…จะเล่าให้ฟังสักหน่อยก็ได้ แต่อย่าเอาไปบอกใครล่ะ” หมอหญิงทำท่าทางอยากเล่าใจจะขาดแต่ก็พยายามพูดให้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ ‘จำเป็น’ ต้องเล่า

วารีมึนงงเล็กน้อยที่ท่าทางกับคำพูดของหมอหญิงเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม แต่เธอก็นั่งลงแล้วคอยฟัง

“เขาคนนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารักมาก เป็นรักข้างเดียวที่แทบไม่มีความหวัง เพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นคุณหนูของตระกูลที่สูงศักดิ์ตระกูลหนึ่ง ส่วนตัวเขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง เขารู้ดีว่าพวกเขาไม่เหมาะสมกันแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ ทุกๆวันเขาทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บเงินไปสู่ขอคุณหนูคนนั้น” หมอหญิงกล่าวพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“ผลสุดท้ายความพยายามทั้งหมดก็สูญเปล่า คุณหนูคนนั้นได้หมั้นหมายกับคุณชายคนหนึ่ง เขาคงเสียใจมาก เลยคลั่งไปตะลุยในป่าคนเดียว” ยิ่งพูดหมอหญิงก็ยิ่งเหนื่อยใจ

วารีนิ่งคิดก่อนจะพูดออกมาว่า…

“หมั้น…คืออะไรเหรอคะ?”

ความรู้เกี่ยวกับความรักเท่ากับ 0!

การคุยเรื่องความรักกับวารี ก็เหมือนคุยกับเอเลี่ยนที่ไม่เข้าใจภาษามนุษย์!

 

 

หลังออกมาจากสถานพยาบาล วารีก็เดินไปตามท้องถนนในตัวเมือง

ตอนนี้เป็นช่วงกลางวัน ภายในตัวเมืองจึงมีผู้คนจำนวนมากเดินหาอะไรทาน

แผงลอยมากมายที่ขายอาหารชนิดต่างๆ ร้านอาหารที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน วารีตัดสินใจที่จะเข้าไปทานอาหารสักร้านหลังจากทำธุระเสร็จ

เดินมาได้ไม่นาน วารีก็มาถึงเป้าหมายหลักที่เดินทางมาที่เมืองคูเนส

อาคารเล็กๆที่ดูเก่าแก่ หน้าอาคารมีป้ายเขียนว่า ‘สมาคมนักผจญภัย’

ผู้คนที่เข้าออกอาคารนักผจญภัยส่วนใหญ่พกพาอาวุธและสวมชุดเกราะ

วารีเข้าไปในอาคารนักผจญภัยท่ามกลางสายตาที่ผู้คนมองมาราวกับได้เห็นของแปลก

สมาคมนักผจญภัยเป็นสมาคมที่เก่าแก่ที่สุดและมีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยวัตถุประสงค์หลักของสมาคมคือการเป็นศูนย์กลางในการรับภารกิจจากผู้คนทั่วไป แล้วแจกจ่ายภารกิจเหล่านั้นให้กับคนในสมาคมไปทำ ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนตามที่ผู้ให้ภารกิจได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งภารกิจส่วนใหญ่เป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ คนในสมาคมจึงมีแต่นักรบร่างกำยำหรือไม่ก็เป็นผู้ใช้เวทย์มือฉมัง ดังนั้นทุกคนจึงค่อนข้างมีอายุ น้อยนักที่จะมีเด็กเข้า อีกทั้งเด็กคนนั้นยังมีรอยแผลเป็นเต็มตัวด้วย

วารีเดินไปที่ชั้นสอง

ที่ชั้นสองมีคนน้อยกว่าชั้นแรกมาก วารีตรงไปที่เคาน์เตอร์

“หนูอยากได้ข้อมูลของยาแห่งชีวิตค่ะ” วารีกล่าวกับพนักงานหญิงด้านหลังเคาน์เตอร์

สมาคมนักผจญภัยมีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก ทำให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างมหาศาลทั่วทุกมุมโลกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบไหนก็หาได้ที่สมาคมนักผจญภัย ชั้นสองคือชั้นที่ไว้สำหรับซื้อข้อมูลของสมาคมนักผจญภัย

พนักงานหญิงมองวารีอย่างแปลกใจ

“มีค่าบริการด้านข้อมูลนะ” พนักงานกล่าวย้ำ ค่าข้อมูลนั้นค่อนข้างแพง เธอกลัวว่าเด็กสาวอย่างวารีจะไม่สามารถจ่ายได้

“ค่ะ” วารีพยักหน้าเข้าใจ

ถ้าหากการหาข้อมูลจากสมาคมนักผจญภัยมันฟรี เธอคงไม่ไปถามข้อมูลจากคนในสมาคมนักปรุงยา ซึ่งข้อมูลจากสมาคมนักผจญภัยมีความน่าเชื่อถือที่สูงและไม่สามารถปลอมแปลงได้ ไม่มีทางที่ครูสจะเล่นตุกติกกับข้อมูลเหล่านี้ได้

แม้พนักงานจะยังสงสัย แต่เธอก็ยังคงค้นหาให้

หน้าจอโปร่งใส่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มีตัวหนังสือจำนวนมากที่เขียนถึงยาแห่งชีวิต แต่ไม่ได้เจาะลึกถึงรายละเอียด มีเพียงแค่หัวเรื่องพร้อมด้วยราคาที่ต้องจ่ายเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

‘สูตรยาแห่งชีวิต อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม 911256300 เหรียญทอง’

‘ความลับที่คาดไม่ถึงของยาแห่งชีวิต อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม 61400 เหรียญทอง’

‘ราคาประมูลยาแห่งชีวิตย้อนหลัง 10 ปี อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม 2110 เหรียญทอง’

‘วิธีการเข้าร่วมประมูลยาแห่งชีวิต อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม 512 เหรียญทอง’

...

วารีอ่านหัวข้อเหล่านั้น พร้อมกับราคาที่แม้แต่คนที่มีฐานะก็ยังต้องคิดแล้วคิดก่อนตัดสินใจซื้อ แต่ข้อมูลของสมาคมนักผจญภัยนั้นถูกต้อง แม่นยำ และครบถ้วน ดังนั้นราคานี้จึงไม่แพงเลยสำหรับข้อมูลของยาล้ำค่า วันนี้เธอพกเงินมา 10000 เหรียญทอง ในรูปแบบตั๋วเงินมาเพื่อซื้อข้อมูลแบบเต็มที่

“เอา อันนี้ อันนี้ อันนี้ อันนี้ค่ะ” วารีชี้หัวข้อที่เธอสนใจ 4 หัวข้ออย่างรวดเร็ว

“ทั้งหมดราคา 3789 เหรียญทองค่ะ” พนักงานกล่าวอย่างหวาดระแวง นี่เป็นเงินจำนวนมหาศาลสำหรับคนธรรมดา แม้แต่คนที่มีฐานะก็ยังยากที่จะใช้จ่ายเงินจำนวนนี้ไปกับการหาข้อมูล สำหรับเด็กสาวทั่วไป การมีเงิน 1 เหรียญทอง ก็ถือว่าร่ำรวยมากแล้ว

สำหรับวารี เงินเพียงแค่นี้ไม่มีคุณค่ามากนักเมื่อเทียบกับเงิน 300 ล้านเหรียญทอง ที่เธอต้องตามหา

“นี่ค่ะ” วารียื่นตั๋วเงินมูลค่า 1000 เหรียญทอง จำนวน 4 ใบ ให้กับพนักงานหญิง

พนักงานหญิงมองตั๋วเงินในมืออย่างสงสัย เมื่อลองใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ตรวจสอบผลก็ปรากฏว่าเป็นตั๋วเงินของจริง เธอลังเลสักพักแต่ก็ตัดสินใจทำเรื่องให้วารี

“นำมือมาแตะที่ลูกแก้วค่ะ” พนักงานหญิงกล่าวหลังจากที่นำลูกแก้วใสเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร ขึ้นมา

วารีสัมผัสลูกแก้วนั้น แสงสว่างสาดส่องออกมาจากลูกแก้ว ข้อมูลมากมายไหลเข้ามาในหัวของวารี ซึ่งเป็นข้อมูลเพิ่มเติมจากหัวข้อของยาแห่งชีวิตที่เธอได้เลือกไว้

ผ่านไป 1 นาที กระบวนการส่งความรู้ก็เสร็จสิ้น

ตอนนี้วารีเข้าใจแล้วว่าทุกเรื่องที่ครูสพูดเกี่ยวกับยาแห่งชีวิตเป็นความจริงทั้งหมด

ทุกๆปีจะมีงานประมูลยาแห่งชีวิตจำนวน 10 ขวด ราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณขวดละ 220 ล้านเหรียญทอง ราคาสูงสุดที่เคยประมูลคือ 286 ล้านเหรียญทอง ดังนั้นวารีจำเป็นต้องหาเงิน 300 ล้านเหรียญทองเพื่อการันตีการได้รับยาแห่งชีวิตจำนวน 1 ขวด

“เงินทอน 211 เหรียญทองค่ะ” พนักงานยื่นถุงเงินที่มีเหรียญทองจำนวน 211 เหรียญให้กับวารี แต่วารีก็ไม่ได้รับเงินพวกนั้น

“ใช้เงินนี้สำหรับค่าข้อมูลต่อไปด้วยค่ะ ช่วยค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับตำรับยาโบราณได้ไหมคะ?” วารีกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น