ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 21 : เข้าเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 196 ครั้ง
    15 ก.ย. 63

วารีไม่เคยรู้สึกอยากฆ่าใครเท่านี้มาก่อน แต่เพราะสัญญาเลือดค้ำคออยู่ เธอไม่สามารถทำร้ายครูสได้

ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ วารีอยากถามคำถามนี้กับครูส แต่ถึงจะถามออกไปก็คงไม่ได้รับคำตอบอยู่ดีและถึงเธอจะรู้คำตอบก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เธอไม่มีเวลาให้มานั่งสิ้นหวัง

“ถึงจะมีเหมืองศิลาวิเศษ ขั้น2 แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะหาเงิน 100 ล้านเหรียญทองได้” วารีพยายามพูดอย่างใจเย็น

เงินมูลค่า 100 ล้านเหรียญทอง นั้นมหาศาลมาก แม้แต่เหมืองศิลาวิเศษ ขั้น2 อย่างมากก็มีมูลค่าเพียง 50 ล้านเหรียญทองเท่านั้น จำเป็นต้องนำศิลาวิเศษ ขั้น2 มาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อหาเงินให้ได้ถึง 100 ล้านเหรียญทอง อีกทั้งตอนนี้อารีเหลือเวลาแค่ 5 เดือนเท่านั้น มีโอกาสค่อนข้างน้อยที่เธอจะหาเงินได้ครบ 100 ล้านเหรียญทองในระยะเวลาอันสั้น

“ข้อเสนอของพวกเราไม่ใช่แค่เหมืองศิลาวิเศษ ขั้น2 เท่านั้น ยังมีตำรับยาโบราณที่จะช่วยยื้อชีวิตแม่ของเธอได้ สิทธิ์ในการเข้าประมูลยาแห่งชีวิต การสนับสนุนให้เธอมีอำนาจในอาณาจักรลูน่า...ด้วยของพวกนี้บวกกับความสามารถของเธอ การได้รับยาแห่งชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

ตำรับยาโบราณ? ช่วยยื้อชีวิต?

ตำรับยาโบราณนั้นวารีก็เคยศึกษามาบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยเจอตำรับยาโบราณที่ช่วยยื้อชีวิตของผู้ป่วยที่ติดพิษร้อนระอุ แม้จะพยายามคิดค้นตัวยาหลายชนิด แต่ก็ยังไม่พบตัวยาที่ทำเช่นนั้นได้

แต่ตอนนี้ กลับมีคนบอกว่ามีตำรับยาที่ทำเช่นนั้นได้อยู่ แล้วจะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไง

“ยาอะไร มีสรรพคุณยังไง ผลข้างเคียงล่ะ…” วารีถามรัวๆอย่างตื่นเต้นราวกับลืมความโกรธเมื่อครู่นี้ไปหมดสิ้น

ครูสปรับอารมณ์ตามวารีไม่ทัน รอยยิ้มของเขาแข็งค้าง

“จ...ใจเย็นๆ” ครูสห้ามปรามคำถามของวารีที่รัวมาเป็นชุด

พอรู้ตัวว่าเสียกริยาไปเล็กน้อย วารีก็กระแอมไอเล็กน้อยแก้เขิน

หลังจากเห็นว่าวารีหยุดถาม ครูสก็ถอนหายใจแล้วเริ่มอธิบาย

“เราไม่สามารถบอกส่วนประสมและวิธีการปรุงได้ แต่ยามีสรรพคุณที่มหัศจรรย์ซึ่งจะช่วยยื้อเวลาให้กับผู้ป่วยที่ติดพิษร้อนระอุได้ 1 ปี โดยไม่มีผลข้างเคียง”

หลังจากได้ยิน วารีก็ไม่สามารถกักเก็บความตื่นเต้นของตัวเองได้อีก ใบหน้าเปื้อนยิ้มของวารี่ทำให้ครูสไปไม่ไดเป็น

‘เกิดอะไรขึ้น? ฉันพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ?...,มันไม่ควร...ที่จะเป็นแบบนี้’ ครูสหวังที่จะได้เห็นสีหน้าสิ้นหวังท้อแท้ของวารี แต่เขาไม่เคยคาดฝันที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเธอในช่วงเวลานี้

“ถ้าวารีเข้ากลุ่มของครูส ก็จะได้ตำรับยาโบราณนั้นเหรอ?”

“ใช่”

“แล้ววัตถุดิบ วารีต้องเป็นคนหาเองใช่ไหม?”

“ใช่ แต่วัตถุดิบก็ไม่ได้หายากอะไร ฉันให้สัญญาในเรื่องนี้ได้เลย”

“แล้ววิธีการปรุงยาล่ะ ยากไหม?”

“ถ้าสำหรับคนทั่วไปก็อาจจะยาก แต่เธอคงไม่มีปัญหาอะไร”

“วารีจะมั่นใจได้ยังไงว่าครูสพูดความจริง?” วารีถามอย่างสงสัย

เรื่องทั้งหมดที่ครูสเล่ามานั้นเป็นเพียงการพูดปากเปล่าที่ไร้หลักฐาน ไม่ว่าจะเรื่องราคายาหรือเรื่องตำรับยาโบราณก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง

“จะทำสัญญาเลือดอีกรอบก็ย่อมได้”

สัญญาเลือดนั้นจะช่วยยืนยันคำพูดของครูสได้ว่าเป็นความจริง

วารีนิ่งคิดสักพักก่อนพูดต่อ

“ขอกลับไปคิดได้หรือเปล่า?”

“ไม่ได้ เธอต้องให้คำตอบตอนนี้”

วารีไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของครูสแต่อย่างใด ตอนนี้คนที่ถือไพ่เหนือกว่าก็คือครูส ถ้าวารียังต้องการยามารักษาและยังไม่มีวิธีหาเงิน นี่จึงเป็นตัวเลือกที่วารีไม่สามารถปฏิเสธได้ เธอพยายามถามคำถามต่างๆจากครูส ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหน้าที่ของวารีภายในกลุ่มหากเธอยอมรับข้อเสนอหรือเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของกลุ่ม แต่ครูสกลับไม่ยอมตอบเลย

ครูสมั่นใจว่าถึงจะไม่ตอบคำถามเหล่านั้น แต่วารีก็มีเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้นคือเข้าร่วมกับพวกเขา ถ้าหากยังต้องการช่วยเหลืออารีซึ่งเป็นแม่ของเธอ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ครูสที่นั่งรอคำตอบวารีอย่างอดทนก็ได้รับคำตอบ

“ขอปฏิเสธค่ะ”

สีหน้าของครูสมืดมนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำตอบของวารี

“...ขอฟังเหตุผลหน่อยได้ไหม?”

“ข้อแรก เงินจำนวน 100 ล้านเหรียญทองอาจเป็นเงินจำนวนมหาศาล แต่ภายในงานประมูลกลับเป็นเพียงเงินขั้นต่ำสำหรับยาแห่งชีวิต ดังนั้นแล้วจึงต้องใช้เงินที่มากกว่านั้นเพื่อประมูลยาแห่งชีวิต”

“ด้วยข้อเสนอที่ให้ไป ฉันเชื่อว่าเธอสามารถทำเงินได้เกือบ 300 ล้านเหรียญทอง ฉันรับประกันว่ายาแห่งชีวิตต่อขวดมีราคาไม่เกิน 300 ล้านเหรียญทอง”

วารีส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรที่รับประกันได้ว่าวารีจะสามารถหาเงินได้ถึง 300 ล้านเหรียญทอง”

“เธอไม่คิดว่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเหรอ? อย่าลืมว่าเธอไม่มีทางเลือกมากนัก”

คำพูดที่ราวกับเอามีดมาจ่อคอไม่ได้ทำให้วารีโกรธ เธอยังคงกล่าวต่อไปอย่างใจเย็น

“ข้อสอง ตำรับยาโบราณค่อนข้างมีปัญหาค่ะ”

ครูสขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน

“ตำรับยาโบราณไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ฉันรับประกันได้ว่าถ้าปรุงอย่างถูกต้อง มันจะมีสรรพคุณตามที่...”

“ปัญหาไม่ใช่เรื่องนั้น จริงๆแล้วปัญหาไม่ใช่สรรพคุณของตัวยา แต่เป็นวัตถุดิบค่ะ”

“ฉันก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าวัตถุดิบหาได้ไม่ยาก”

“ถ้าหาง่ายแล้วทำไมไม่รวมวัตถุดิบไว้ในข้อเสนอล่ะ?”

“...”

“บางทีอาจเป็นวัตถุดิบหาง่ายที่มีราคาแพงมากหรืออาจต้องใช้วัตถุดิบในปริมาณมหาศาลหรืออาจจะทั้งสองอย่าง ไม่ว่ายังไง วารีก็คิดว่าการรวบรวมวัตถุดิบไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน”

“เธอกำลังเข้าใจผิด เราสามารถทำสัญญาเลือดในเรื่องนี้ได้ว่าวัตถุดิบนั้นไม่ได้มีราคาแพงหรือต้องใช้ในปริมาณมาก”

วารีส่ายหน้าอีกครั้ง

“การไม่รู้เงื่อนไขที่แท้จริงในการได้รับวัตถุดิบ ถึงจะทำสัญญาไปก็ไร้ประโยชน์ และถ้าวัตถุดิบหาง่ายอย่างที่ครูสพูดจริง ครูสก็คงจัดหาวัตถุดิบชุดนั้นมาให้แล้วโดยที่วารีไม่จำเป็นต้องไปหาเอง”

“ฉันยอมรับว่าการจะได้รับวัตถุดิบต้องทำเงื่อนไขบางอย่างที่มีเพียงผู้ปรุงยาเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่สำหรับเธอแล้ว เงื่อนไขพวกนั้นไม่ได้ยากเลย”

“บอกได้ไหมคะ ว่ามีเงื่อนไขอะไร?”

“ไม่ได้”

วารีคาดไว้อยู่แล้วจึงไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของครูส

“ข้อสาม เป็นข้อที่สำคัญที่สุด...วารีไม่สามารถฝากชีวิตไว้กับคนอื่นได้” วารีกล่าวประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตูทางออก

ครูสมองแผ่นหลังของวารีที่กำลังเดินจากไปก่อนกล่าว

“แล้วเธอจะเสียใจ”

วารียิ้มน้อยๆ การจะหันมากล่าวกับครูสว่า

“วารีรู้สึกแบบนั้นมาตลอดอยู่แล้วค่ะ” วารีกล่าวก่อนจะออกจากห้องอย่างไม่ลังเล

 

 

ณ บ้านของวารี

ลานหลังบ้าน

เด็กสาวคนหนึ่งที่มีแผลเป็นเต็มตัวกำลังนิ่งคิดด้วยความเคร่งเครียด เด็กสาวคนนั้นก็คือวารีนั้นเอง

แม้วารีจะเดินออกมาอย่างมั่นใจตอกหน้าครูสไปหนึ่งที แต่ตอนนี้เธอก็ยังไม่มีแผนในการหาเงิน

เงิน 300 ล้านเหรียญทอง เป็นจำนวนที่มหาศาล อย่างมากสุดวารีก็หาเงินได้เพียง 10 ล้านเหรียญทอง เธอจำเป็นต้องได้รับโชคลาภบางอย่างเพื่อหาเงินจำนวน 300 เหรียญทอง แต่หลังจากคุยกับครูสทำให้วารีเห็นความหวังอันริบหรี่ นั้นก็คือตำรับยาโบราณที่สามารถยื้อชีวิตอารีได้

วารียังไม่ได้ตำรับยานั้นไว้ในมือ แต่เธอก็มีเบาะแสที่จะนำไปสู่ยาชนิดนั้นจากปากของครูส นั้นก็คือตำรับยานั้นเป็นตำรับยาโบราณ

หากตั้งใจศึกษาตำราโบราณจำนวนมาก วารีเชื่อว่าแม้เธอจะไม่พบตำรับยาโบราณชนิดนั้น เธอก็ยังสามารถสร้างสูตรยาชนิดนั้นขึ้นมาใหม่ได้จากความรู้ของตำราโบราณ

การมีเวลาเพิ่มขึ้นหนึ่งปี จะทำให้วารีสามารถวางแผนหาเงินได้อย่างแน่นอน นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้วารีดีใจเมื่อได้ยินเกี่ยวกับตำรายาโบราณ

แผนการนี้ค่อนข้างเสี่ยงและห้ามมีข้อผิดพลาด นั้นทำให้วารีเครียดเล็กน้อย

ก่อนที่จะไปคิดถึงเรื่องนั้น วารีจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลที่ครูสบอกมาก่อน ว่าเป็นความจริงหรือไม่

ยังไม่แน่นอนด้วยซ้ำว่าครูสมีตำรับยาโบราณชนิดนั้นจริงๆ แม้โอกาสจะมีน้อยแต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ครูสกุเรื่องตำรับยามาบัฟเธอ เนื่องจากถ้าวารีตกลงในสัญญาเลือด ครูสก็จะตายทันที

วารีตัดสินใจเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆเพิ่มเติม เธอหวาดกลัวว่าครูสจะหว่านเมล็ดแห่งความตายไว้รอบตัวเธอ เหมือนอย่างเรื่องราคาของยาแห่งชีวิต

ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่เมืองคูเนส วารีจัดเตรียมโกเลมดินที่ขุดหาเหมืองแร่บางส่วนมาช่วยดูแลสวนสมุนไพร โดยจะคอยวางศิลาวิเศษลงบนวงจรเวทย์และเก็บเกี่ยวสมุนไพรที่โตแล้ว ส่วนดินวิเศษโดยปกติแล้วไม่สามารถเก็บไว้ได้ เธอก็สร้างถังเก็บดินวิเศษชนิดพิเศษที่สลักวงจรเวทย์จำนวนมากทำให้สามารถกักเก็บดินวิเศษไว้ได้ โกเลมดินจะนำดินวิเศษในถังไปใส่ให้กับสมุนไพรในสวน

วารีให้ไซเรนดูแลอารีในช่วงที่เธอไม่อยู่ แม้วารีจะมีปัญหากับพวกครูสอยู่ แต่ด้วยสัญญาเลือด ทำให้พอวางใจได้ว่าพวกครูสจะไม่ทำอันตรายอะไรอารี

วารีสวมรองเท้าหนังที่สลัก วงจรเวทย์ บิน และสวมเสื้อหนังที่สลักวงจรเวทย์ ลอยตัว แล้วออกจากหมู่บ้านไปยังทิศทางของเมืองคูเนสซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด

 

 

ภายในห้องอันมืดสลัวที่มีเพียงตะเกียงซึ่งตั้งอยู่กลางห้องให้แสงสว่าง

“จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมท่านถึงต้องทำถึงขนาดนี้เพียงเพื่อรับเด็กสาวคนหนึ่งเข้ากลุ่ม?” ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เมื่อนึกถึงร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่เดินออกจาห้องไป

“ถ้าไม่ทำถึงขนาดนี้ ก็คงยากที่เธอจะเข้ากลุ่มของเรา แต่ไม่คิดเลยว่า ถึงขนาดนี้แล้ว ยัยนั้นก็ยังปฏิเสธอีก” ครูสถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ

“ข้าคิดว่าถ้าท่านบอกข้อมูลให้เธอฟังอีกสักนิดหรือให้เวลาเธอคิดสักหน่อย เธออาจจะยอมก็ได้นะครับ” ชายชุดดำพยายามเสนอแนะ

ครูสส่ายหน้า

“ถ้าให้เวลาเธอเพิ่ม ไม่นานก็จะรู้เรื่องของพวกเรา มีหวังถูกปฏิเสธแน่”

“ท่านให้ความสำคัญกับเด็กสาวคนนั้นมากขนาดนี้ ยอมเสนอแม้กระทั้งเหมืองศิลาวิเศษ ขั้น2 ที่มีเพียงแห่งเดียวของพวกเรา ข้าไม่ได้สงสัยในการตัดสินใจของท่าน แต่ข้าก็ไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้มีค่ามากขนาดนั้น?”

ครูสได้ยินก็หัวเราะราวกับเป็นเรื่องที่น่าขำที่สุด

“ถ้าแค่เหมืองศิลาวิเศษ ขั้น2 มีค่ามากกว่า วารี ธารา ทุกคนบนโลกก็คงไร้ค่าหมดนั้นแหละ อย่าว่าแต่เหมืองศิลาวิเศษ ขั้น2 เพียงที่เดียวเลย ถ้าฉันมีเหมืองศิลาวิเศษขั้น3 ฉันก็จะเสนอมันทั้งหากสามารถรับสมัครเธอได้”

ชายชุดดำได้ยินก็ตกตะลึงทันที เหมืองศิลาวิเศษ ขั้น3 มีมูลค่ามหาศาลจนไม่อาจประเมินได้

“ท่านจะทำอย่างไรต่อครับ?”

“ดูเหมือนการรับสมัครยัยนั้นจะเป็นไปไม่ได้แล้ว หาของดีๆไปขอโทษเธอหน่อยแล้วกัน” ครูสกล่าวพลางคิดถึงของที่จะให้

ระหว่างนี้ ชายชุดดำก็นึกถึงเด็กสาวที่มีแผลเป็นเต็มตัวที่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยแม่ของตัวเอง แม้แต่ตัวเขาก็รู้สึกสงสารอยู่บ้าง

“ท่านคิดว่าแม่ของเด็กสาวคนนั้นจะมีชีวิตรอดได้ไหมครับ?”

เปลวเทียนของตะเกียงขยับวูบไหว เสียงของเม็ดฝนกระทบกับหลังคา ทำให้บรรยากาศภายในห้องมืดครึ้มขึ้นหลายส่วน

“ไม่ว่าอย่างไร อารี ธารา ก็ต้องตาย มันเป็นโชคชะตาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 196 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #44 violetsky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 20:14
    ตอนเข้ามาอ่านก็ลุ้นน้องจนโดนบีบบังคับจนต้องเข้ากลุ่ม ดีใจที่น้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักเพราะสิ่งที่ครูซเสนอมาไม่มีความแน่นอน
    #44
    0
  2. วันที่ 15 กันยายน 2563 / 18:17
    ดีมากน้อง!!! พึ่งตัวเองดีที่สุด! เราต้องแข็งแกร่ง!
    #43
    0