ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 19 : เติบโตอย่างรวดเร็ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    5 ก.ย. 63

วารีนำผลึกมนตราออกมา

ผลึกมนตรานี้มีสีใสกว่าผลึกมนตราอันเก่ามาก

แน่นอนว่าผลึกมนตราทั่วไปไม่เพียงพอรองรับพลังงานของวงจรเวทย์รวบรวมมานา ดังนั้นจึงต้องใช้ ผลึกมนตรา ขั้น2

ผลึกมนตรา ขั้น2 1ชิ้นมีราคาเท่ากับ 1 เหรียญทอง ซึ่งต้องใช้ทั้งหมด 100 ชิ้น ต่อวงจรเวทย์ 1 ชิ้น รวมเป็นเงิน 100 เหรียญทอง

วารีมีรายได้จำนวนมากจากสมุนไพรที่ปลูกไว้ แม้ช่วงนี้จะใช้เงินไปมาก แต่เธอก็ยังมีเงินเก็บเกือบ 10000 เหรียญทอง ดังนั้นเธอจึงมีเงินพียงพอสำหรับจารีตอักขระวงจรเวทย์รวบรวมมานาทั้ง 80 แผ่น

ผลึกมนตรา ขั้น2 100ก้อน ถูกวางบนวงจรเวทย์แปลงมนตรา

จารีตอักขระกักเก็บพลังเวทย์ทั้ง 20 แผ่น ถูกวางไว้รอบตัววารี

วงจรเวทย์ควบคุมดิน ลม น้ำและไฟ ทั้ง 4 แบบ

ศิลาวิเศษหลายหมื่นก้อนถูกวางไว้ด้านข้าง

ขั้นแรกวารีถ่ายพลังเวทย์ลงบนวงจรเวทย์แปลงมนตรา ศิลาวิเศษหลายพันก้อนกลายเป็นพลังงานให้กับวงจรเวทย์แปลงมนตรา ผลึกมนตราที่ด้านบนของวงจรเวทย์เริ่มหลอมละลายกลายเป็นของเหลวสีขาวใส เธอไม่ได้เทของเหลวลงไปในรอยสลักในทันทีแต่คงมันไว้ให้เป็นทรงกลมกลางอากาศ จากนั้นเธอก็กระตุ้นวงจรเวทย์ควบคุมดิน ศิลาวิเศษหลายพันก้อนกลายเป็นพลังงาน มานาธาตุดินปรากฏขึ้นมาบนวงจรเวทย์ก่อนจะควบแน่นกลายเป็นผลึกสีน้ำตาลขนาดเท่าปลายเข็มก็ปรากฏขึ้น เธอใช้พลังเวทย์เรียกมานาธาตุดินให้มารวมกันมากขึ้น ผลึกสีน้ำตายมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เมื่อพลังเวทย์ใกล้หมดเธอก็กระตุ้นวงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์ ทำให้พลังเวทย์ของเธอฟื้นคืนมาอีกครั้ง ก่อนจะใช้พลังเวทย์เหล่านั้นควบคุมมานาธาตุดินให้มากขึ้น

หลังจากพลังเวทย์ในวงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์ 4 แผ่น หมดลง ผลึกสีน้ำตาลก็มีขนาดเท่ากับเม็ดถั่ว กระจายแรงกดดันที่หนักอึ้งราวกับมีภูเขากดทับ วารีใช้พลังเวทย์ที่เหลือในร่างกาย ผลักผลึกสีน้ำตาลเข้าไปในบอลของเหลวมนตรา สีของเหลวเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวใสกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม เธอรู้สึกว่าของเหลวนี้มีความเข้ากันกับมานาธาตุดินมากขึ้น

จากนั้นวารีก็เริ่มกระตุ้นวงจรเวทย์ควบคุมลม ศิลาวิเศษหลายพันก้อนหายไปกลายเป็นพลังงานให้กับวงจรเวทย์ มานาธาตุลมจำนวนมากปรากฏขึ้นบนวงจรเวทย์แล้วควบแน่นกลายเป็นผลึกสีเขียวขนาดเท่าปลายเข็ม เธอใช้พลังเวทย์จากวงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์ 4 แผ่น เพื่อรวมมานาธาตุลมให้มารวมกันมากขึ้น ขนาดของผลึกเขียวก็ใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่าเม็ดถั่ว เมื่อน้ำผลึกสีเขียวหลอมรวมกับบอลของเหลวสีน้ำตาลเข้ม มันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลผสมเขียว

วารีทำแบบนี้เช่นเดียวกันกับวงจรเวทย์ควบคุมไฟและน้ำ ผลึกสีแดงและฟ้าถูกรวมเข้าไปในบอลของเหลว จนบอลของเหลวกลายเป็นสีดำสนิท เธอรีบนำของเหลวนั้นเทลงบนรอยสลักของวงจรเวทย์รวบรวมมานาอย่างรวดเร็ว เมื่อพลังเวทย์ใกล้หมด เธอก็ใช้พลังเวทย์จากวงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์ ขณะที่พลังเวทย์ในวงจรกักเก็บพลังเวทย์อันสุดท้ายใกล้หมดลง เธอก็เทของเหลวลงไปในรอยสลักทั้งหมดได้สำเร็จ

“ฟู่” วารีถอนหายใจแรงพลางเช็ดเหงื่อบริเวณหน้าผาก แล้วมองดูผลงานตรงหน้าเธอ

จารีตอักขระ วงจรเวทย์รวบรวมมานา ขั้น1 เสร็จสิ้น!

วารีตรวจสอบเพื่อดูข้อผิดพลาด แต่ก็ไม่พบทำให้เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอเริ่มต้นใช้งานวงจรเวทย์รวบรวมพลังเวทย์ด้วยความตื่นเต้น

“ซู่ม...” มานาโดยรอบถูกดูดเข้ามาในวงจรเวทย์ เมื่อวงจรเวทย์รับมานามาจนเต็มแล้ว ความหนาแน่นของมานาในพื้นที่โดยรอบก็เริ่มหนาแน่นขึ้น

วารีมองไปรอบๆอย่างตกตะลึง ความหนาแน่นของมานานั้นเหนือกว่าตอนทดสอบก่อนหน้านี้เกือบ 4 เท่า มานามีความหนาแน่นจนกลายเป็นหมอกจางๆ

วารียิ้มอย่างยินดี ก่อนจะนำวงจรเวทย์ไปติดตั้งในสวน สมุนไพรภายในพื้นที่ดูแข็งแรงขึ้น รวมถึงความเร็วในการเจริญเติบโตก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความเร็วการเติบโตนี้บวกกับเวทมนตร์ดินวิเศษ ทำให้สมุนไพรพร้อมเก็บเกี่ยวได้ใน 5 วัน

ผลลัพธ์นี้เกินกว่าที่วารีคาดการไว้มาก ถ้าอาณาเขตวงจรเวทย์นี้สำเร็จ จะต้องให้ผลลัพธ์ที่เหนือจินตนาการอย่างแน่นอน เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อที่จะให้ถึงวันนั้น ก่อนจะเริ่มวาดวงจรเวทย์ต่อ แต่ครั้งนี้เธอเริ่มวาดวงจรเวทย์ควบคุมธาตุ

ในตอนแรกวารีไม่ได้ตั้งใจจะใช้วิธีนี้เนื่องจากต้องใช้เวลาและต้นทุนในการวาดและสลักวงจรเวทย์ 2000 แผ่นค่อนข้างมาก เธอคิดว่ามันไม่คุ้มค่ากับการทำเช่นนั้นเพียงเพื่อวงจรเวทย์ 80 แผ่น แต่หลังจากที่ได้รับรู้ถึงผลลัพธ์ที่แท้จริงของวงจรเวทย์รวบรวมมานา เธอก็ตัดสินใจทำอาณาเขตวงจรเวทย์ให้เร็วที่สุด ถ้าเธอใช้วิธีการปกติคงต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีเพื่อวาดวงจรเวทย์รวบรวมมานา 80 แผ่น

เวลาในการวาดและสลักวงจรเวทย์ 2000 แผ่น คือ 1 เดือน เหตุผลที่ใช้เวลาน้อยเช่นนี้ก็ต้องขอบคุณประสบการณ์จากการวาดวงจรเวทย์รวบรวมมานา ไม่เช่นนั้นเธออาจต้องใช้เวลาถึง 2 เดือนครึ่ง

การวาดเส้นวงจรเวทย์ควบคุมธาตุนั้นไม่ยากนัก ลำพังเพียงพลังเวทย์ของเธอก็สามารถวาดวงจรเวทย์ทั้งหมดได้โดยที่ไม่ต้องพัก ปัญหาอย่างเดียวคือต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เมื่อคำนวณเงินที่ต้องใช้สำหรับวงจรเวทย์ควบคุมธาตุ 2000 แผ่น เพียงแค่ค่าน้ำหมึกมนตราก็ทำให้วารีถังแตกได้แล้ว แม้วงจรเวทย์ควบคุมธาตุ จะใช้น้ำหมึกมนตราน้อยกว่าวงจรเวทย์โกเลมดิน แต่ด้วยจำนวนถึง 2000 แผ่น ก็มีค่าใช้จ่ายถึง 1000 เหรียญทองแล้ว ยังไม่รวมถึงค่าผลึกมนตรากับจารีตอักขระอีก โดยรวมแล้ว วารีต้องเสียเงินทั้งหมด 6500 เหรียญทอง แม้วารีมีเงินติดตัวอยู่ประมาณ 10000 เหรียญทอง การจ่าย 6500 เหรียญทองจึงเป็นราคาที่ค่อนข้างเสี่ยง เพราะเธอยังต้องแบ่งเงินเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับวงจรเวทย์รวบรวมมานา แต่เนื่องจากความมหัศจรรย์ของอาณาเขตวงจรเวทย์ นอกจากนี้เธอยังมีสวนสมุนไพรที่จะช่วยทำเงินให้เธอได้อีกในอนาคต

 

 

1 เดือนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ฤดูกาลเปลี่ยนผันจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน

“ซ่า...” เม็ดฝนโปรยปรายลงมา

วารีกำลังเขียนวงจรเวทย์ลงบนจารีตอักขระมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกเป็นห่วงไซเรนที่กำลังแกะสลักอยู่ที่สวนหลังบ้าน แต่ไม่นานนักไซเรนที่ถือจารีตอักขระก็เข้ามาในบ้านก่อนจะนั่งข้างวารี

วารียิ้มให้ไซเรน ก่อนจะหันไปเช็ดเหงื่อให้อารีที่นอนอยู่ก่อนจะเริ่มวาดวงจรเวทย์อีกครั้ง

รุ่งเช้ามาถึง ฝนหยุดตก อารีตื่นขึ้น หลังจากทานอาหารเช้า วารีก็ไปที่สวนพร้อมกับไซเรน

วารีสลักวงจรเวทย์ที่วาดเสร็จ ก่อนจะเทผลึกมนตราลงไปในรอยสลัก ไม่นานก็เสร็จ ในตอนนั้นไซเรนก็ยื่นจารีตอักขระที่สลักเสร็จแล้วให้วารี วารีกล่าวขอบคุณพลางรับมาเทผลึกมนตราลงไปในรอยสลัก

ในที่สุด จารีตอักขระ 2000 แผ่นก็เสร็จสมบูรณ์

วารียิ้มอย่างยินดีก่อนจะเริ่มวาดวงจรเวทย์รวบรวมมานา

ด้วยความช่วยเหลือของวงจรเวทย์ควบคุมธาตุทำให้วารีวาดวงจรเวทย์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยผลของจ่ารีตอักขระทำให้วงจรเวทย์มีประสิทธิภาพขึ้นและใช้ศิลาวิเศษน้อยลง

ด้วยความเร็วนี้ วารีสามารถวาดวงจรเวทย์ได้วันละแผ่นโดยแลกกับการใช้ศิลาวิเศษจำนวนมหาศาลถึง 170000 ก้อนต่อวงจรเวทย์ 1 แผ่น แม้ในอนาคตวงจรเวทย์รวบรวมมานาที่ทำเสร็จแล้วจะช่วยลดปริมาณศิลาวิเศษที่ต้องใช้ลง แต่คนทั่วไปคงไม่ใช้วิธีนี้อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงหมดตัวตั้งแต่วาดวงจรเวทย์อันแรก

โชคดีที่วารีมีเหมืองศิลาวิเศษที่มีจำนวนศิลาวิเศษหลายล้านก้อน แต่สุดท้ายแล้ว เหมืองศิลาวิเศษก็ไม่ได้มีศิลาวิเศษอย่างไม่จำกัด สักวัน ศิลาวิเศษก็จะหมดลง วารีไม่สามารใช้ศิลาวิเศษอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้

หลังจากวาดเสร็จ เธอก็เริ่มสลักวงจรเวทย์ต่อทันที ผ่านไป 3 ชั่วโมง วารีก็สลักไปได้ 200 รอย ซึ่งช้ากว่าการวาดวงจรเวทย์มาก แต่วารีก็เริ่มคุ้นเคยและชำนาญมากขึ้น ความเร็วในการสลักก็เพิ่มขึ้น

แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า วารีและไซเรนกลับบ้าน

 

 

2 เดือนผ่านไป

วารีติดตั้งจารีตอักขระที่สลักวงจรเวทย์รวบรวมมานา แผ่นที่ 80 ลงไปในสวน จากนั้นก็ติดตั้งจารีตอักขระที่สลักวงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์ 20 แผ่น เมื่อเสร็จสิ้นวารีก็ใช้พลังเวทย์กระตุ้นวงจรเวทย์

วงจรเวทย์รวบรวมมานาดูดซับมานาจากรอบด้าน เมื่อดูดซับจนเต็มก็กระจายมานาไปยังวงจรเวทย์ที่อยู่ติดกัน วงจรเวทย์รวบรวมมานาทั้ง80 แผ่น ก็ทำงานทั้งหมด บรรยากาศโดยรอบสวนเปลี่ยนไปทันที หมอกมานาหนาล่องลอยทั่วทั้งสวน มานาจากวงจรเวทย์รวบรวมมานาก็กระจายไปยังวงจรเวทย์บอลน้ำ สายน้ำพวยพุ่งออกมาจากวงจรเวทย์บอลน้ำ

วารีมองดูสวนด้วยสีหน้าโล่งใจระคนตื่นเต้น

อาณาเขตวงจรเวทย์ที่สมบูรณ์นั้นให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าจินตนาการของวารีมาก นอกจากจะทำให้พื้นที่มีมานาหนาแน่นแล้ว ยังส่งมานาส่วนที่เหลือไปที่วงจรเวทย์บอลน้ำ ช่วยให้พื้นที่มีมานาที่หนาแน่นมากกว่าเดิม ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ไม่แปลกเลยที่สมุนไพรที่ชื่นชอบสถานที่ที่มีมานาสูงจะเติบโตได้ดี ถ้าเธอใช้ศิลาวิเศษก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วารีวางศิลาวิเศษ 100 ก้อน ลงบนวงจรเวทย์รวบรวมมานาแต่ละอัน รวมเป็น 8000 ก้อน ซึ่งจะทำให้อาณาเขตวงจรเวทย์ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุดได้ 3 วัน เธอกระตุ้นวงจรเวทย์ ศิลาวิเศษทั้งหมดหายไปกลายเป็นพลังงานให้กับวงจรเวทย์รวบรวมมานา พื้นที่โดยรอบมีมานาที่หนาแน่นขึ้น น้ำพุมีปริมาณน้ำมากขึ้น เธอเห็นสมุนไพรเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

แม้สมุนไพรจะรับน้ำเวทมนตร์ได้อย่างจำกัด แต่นอกจากสมุนไพรจะรับน้ำเวทมนตร์ผ่านทางรากแล้ว ยังดูดซึมมานาผ่านทางใบ ซึ่งพื้นที่ที่มีมานาหนาแน่นจะช่วยให้สมุนไพรดูดซึมมานาทางใบได้ดีขึ้น นั้นคือเหตุผลที่ป่าเอมมาลีชั้นในซึ่งมีมานาหนาแน่นจะมีสมุนไพรขึ้นเป็นจำนวนมาก

“ซ่า...” ส่ายฝนเริ่มตกลงมา วารีมองท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆฝน ก่อนจะมองสวนที่ปกคลุมไปด้วยหมอกมานา รอบสวนมีเพียงแผ่นไม้ที่ใช้เป็นรั้วกั้น ถ้าสุดท้ายแล้วความลับเรื่องสวนสมุนไพรนี้แตกออกก็ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด

เมื่อเห็นว่ายังเหลือเวลาอยู่บ้าง วารีจึงสลักวงจรเวทย์บาเรียลวงขึ้นมา ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของวารีในตอนนี้ ไม่เกิน 5 นาที เธอก็วาดและสลักวงจรเวทย์บาเรียลวงเสร็จ ก็เปิดการใช้งานทันที

รอบสวนถูกปกคลุมด้วยบาเรียใส ซึ่งเป็นบาเรียเดียวกับที่อยู่ในบ้านชายวัยกลางคนที่ไซเรนไปส่งของ แต่บาเรียนี้นอกจากจากกันเสียงจากภายในและสร้างภาพลวงกันคนที่มองจากภายนอก ยังสามารถกันสายฝนจากภายนอกได้อีกด้วย วารีสร้างวงจรเวทย์บาเรียลวงอีก 3 แผ่น เพื่อให้บาเรียปกคลุมทั่วทั้งสวน โชคดีที่บาเรียนี้ใช้มานาจากวงจรเวทย์รวบรวมมานาได้ ทำให้เธอประหยัดศิลาวิเศษไปได้บ้าง

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอก็มองดูวงจรเวทย์ทั้งหมดโดยภาพรวมอีกครั้ง แม้บาเรียจะกันน้ำฝนได้เป็นอย่างดี แต่ถ้ามองจากภายนอกก็จะสังเกตเห็นกำแพงล่องหนที่กันน้ำฝนเอาไว้ได้อย่างชัดเจน เธอรีบไปยกเลิกการใช้งานความสามารถกันน้ำฝนของวงจรเวทย์ทันที หลังจากตรวจสอบอย่างถีถ้วนแล้วก็ยังไม่พบปัญหาอะไร เธอจึงกลับบ้าน

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

วารีมองสมุนไพรภายในสวนอย่างตกตะลึง

มีบางต้นที่วารีเพิ่งหว่านเมล็ดเมื่อวานนี้ แต่สมุนไพรเหล่านั้นกลับพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว...ด้วยเวลาเพียงแค่วันเดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #55 ไจแอนท์คุง (@auar) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 13:12

    ได้เวลาถอนทุนคืนแล้ว

    #55
    0
  2. #38 ancova554 (@ancova554) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 13:15

    อยากให้มาลงทุกวันนะคะ
    #38
    0
  3. #37 [chen] (@chentaka) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 07:37
    อืม.....โกงเกิ๊น!!
    #37
    0
  4. วันที่ 7 กันยายน 2563 / 23:52
    สนุกมาก! วารีฉลาดมาก
    #32
    0