ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 18 : วงจรเวทย์รวบรวมมานา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 197 ครั้ง
    2 ก.ย. 63

2 อาทิตย์ผ่านไป

เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่ที่วารีได้รับหนังสือมนตรา ดินวิเศษ ขั้น1 เหลือเวลาอีกเพียง 9 เดือนเท่านั้นก็จะถึงขีดจำกัดของอารีที่จะทนรับพิษร้อนระอุไม่ไหว

ยิ่งเวลาผ่านไป วารีก็ยิ่งร้อนรน แม้เธอจะพยายามทำตัวร่าเริงอยู่เสมอ แต่เธอก็ใช้เวลาทั้งหมดอย่างคุ้มค่าที่สุด จนในที่สุด...

“เสร็จแล้ว...” วารีพึมพำขณะที่เช็ดเหงื่อบริเวณหน้าผาก มองดูจารีตอักขระ 400 แผ่นที่ติดอยู่ทั่วสวนสมุนไพร ก่อนจะหันมาทางไซเรนก่อนจะจับมือไซเรนแล้วเขย่าแรงๆด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“ทำเสร็จแล้ว! พวกเราทำเสร็จแล้ว!” วารีพูดด้วยรอยยิ้ม

ไซเรนที่โดนเขย่ามืออยู่ยังคงมีสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เพียงแต่แววตามีความเสียดายอยู่เล็กๆ วารีเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มๆ

“ไม่ต้องห่วงนะ ยังมีวงจรเวทย์ให้สลักอีกเยอะเลยล่ะ!” วารีหัวเราะแห้งๆเมื่อนึกถึงวันข้างหน้า

แม้แต่ตอนนี้อาณาเขตวงจรเวทย์ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์

ไซเรนได้ยินเช่นนั้นแววตาเสียดายก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้น การสลักวงจรเวทย์เป็นประสบการณ์ที่ดี เธอรู้สึกว่ายังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอไม่รู้สึกไร้ค่าอีกต่อไปขณะที่กำลังสลักวงจรเวทย์

วารีเข้าใจเพียงแค่ว่าไซเรนชอบสลักวงจรเวทย์ แต่ไม่รู้ว่าภายในใจลึกๆของไซเรนนั้นชื่นชอบที่ตัวเองกลายเป็นคนที่มีค่าขึ้นมา ถ้าหากวารีรู้เรื่องนี้เข้าเธอจะต้องประหลาดใจและโกรธมากอย่างแน่นอน เพราะเธอไม่เคยคิดว่าไซเรนเป็นคนไร้ค่าเลยแม้แต่ครั้งเดียว

วารีวางศิลาวิเศษ 6000 ก้อน ลงบนจารีตอักขระ แล้วใช้พลังเวทย์เพื่อกระตุ้นวงจรเวทย์

ศิลาวิเศษเรืองแสงแล้วแปลเปลี่ยนเป็นพลังงานให้วงจรเวทย์ วงจรเวทย์แต่ละอันถูกเติมเต็มด้วยด้วยพลังงานจากศิลาวิเศษ จากนั้นไม่นานน้ำพุ 400 จุด ที่เต็มไปด้วยมานาก็กระจายไปยังสมุนไพรที่ปลูกโดยรอบ สร้างเป็นภาพอันงดงามยิ่งกว่าตอนที่มีน้ำพุ 20 จุด เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วมาก ไม่นานสมุนไพรทั้ง 400 ต้นก็ถูกเติมเต็มด้วยมานา เธอมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจก่อนจะเริ่มใส่ปุ๋ยดินวิเศษให้สมุนไพรแต่ละต้น

ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างอาณาเขตวงจรเวทย์ที่สมบูรณ์โดยใช้วงจรเวทย์รวบรวมมานาล้อมรอบพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด

แม้จะเป็นวงเวทย์ ขั้น1 แต่วงเวทย์รวบรวมมานา ขั้น1 ก็ถือได้ว่ามีความยากเทียบเท่ากับวงเวทย์ ขั้น2 หลังจากการศึกษาที่ยาวนานของวารีทำให้วารีมีความสามารถเทียบเท่ากับนักสลักอักขระ 2 ดาว การสลักวงเวทย์ ขั้น2 ไม่ใช่เรื่องยากลำบากสำหรับเธอ แต่ไม่ใช่กับวงจรเวทย์ ขั้น2 ด้วยวงเวทย์รวบรวมมานาบวกกับการดัดแปลงให้กลายเป็นวงจรเวทย์ ทำให้วงจรเวทย์รวบรวมมานามีความยากเทียบเท่ากับวงเวทย์ ขั้น3 ซึ่งมีเพียงนักสลักอักขระ 3 ดาว เท่านั้นที่สามารถสลักมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเป็นนักสลักอักขระ 2 ดาว จะมีโอกาสสลักวงเวทย์ ขั้น3 สำเร็จเพียง 10% เท่านั้น

วารีพยายามศึกษาการสลักวงเวทย์มาโดยตลอด แต่การก้าวข้าม นักสลักอักขระ 2 ดาว ไปเป็น นักสลักอักขระ 3 ดาว นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องมีประสบการณ์กับความรู้จำนวนมหาศาลแล้ว ยังต้องมีพลังเวทย์ที่เพียงพอรวมถึงต้องมีความสามารถในการควบคุมธาตุบางส่วน นักเวทย์ฝึกหัดทั่วไปไม่มีทางสลักวงเวทย์ ขั้น3 ได้ แต่วารีไม่ใช่นักเวทย์ฝึกหัดทั่วไป เธอมีทั้งเหมืองศิลาวิเศษ วิทยาการวงจรเวทย์ ความรู้อันมหาศาลและความเชี่ยวชาญในการสลักวงเวทย์ เธอมั่นใจว่าจะสามารถสลักวงจรเวทย์รวบรวมมานา ขั้น1 ได้อย่างไม่มีปัญหา

วารีนำกระดาษที่วาดวงจรเวทย์ควบคุมธาตุออกมาวางไว้บนพื้น รวมถึงศิลาวิเศษหลายร้อยก้อนข้างวงจรเวทย์ เธอถือพู่กันไว้ในมือแล้วเริ่มวาดวงจรเวทย์ลงบนจารีตอักขระ

ผ่านไป 10 นาที วารีก็ยังวาดวงจรเวทย์เส้นแรกไม่เสร็จ เหงื่อเริ่มแตกพลั่กจากหน้าผากของเธอ พลังเวทย์ในร่างกายของเธอใกล้หมดลง วารีกระตุ้นวงจรเวทย์ควบคุมธาตุที่อยู่ข้างๆ วงจรเวทย์กลืนกินศิลาวิเศษนับร้อยก้อนแล้วเริ่มทำงาน

แสงจากวงจรเวทย์ส่องสว่างมาทางจารีตอักขระที่วารีกำลังวาดเส้นอยู่ ทันใดนั้นความเร็วในการวาดอักขระของวารีก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เธอตวัดพู่กันอย่างรวดเร็วราวกับไร้ความคิด ซึ่งในตอนนี้วารีก็ไม่ได้ใช้ความคิดหรือใช้พลังเวทย์ของตัวเองแต่อย่างใด เธอปล่อยให้วงจรเวทย์ควบคุมธาตุเป็นตัวควบคุมทั้งเรื่องเทคนิคต่างๆ ขนาดของเส้นพู่กัน และทิศทางที่จะลากเส้นไป ไม่นานการวาดวงจรเวทย์เส้นแรกก็เสร็จสิ้น วงจรเวทย์ควบคุมธาตุก็หยุดทำงาน

วารีนำกระดาษที่วาดวงจรเวทย์ควบคุมธาตุแผ่นที่2 ขึ้นมา พักสักครู่ก่อนจะเริ่มวาดเส้นที่สอง เมื่อทำไปได้ประมาณหนึ่งพลังเวทย์ก็ใกล้หมดลง เธอกระตุ้นวงจรเวทย์ควบคุมธาตุแผ่นที่2 ความเร็วในการวาดวงจรเวทย์ก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่นานการวาดวงจรเวทย์เส้นที่สองก็เสร็จสิ้น เธอหยิบกระดาษที่วาดวงจรเวทย์ควบคุมธาตุแผ่นที่3 ขึ้นมา พักสักครู่ก่อนจะเริ่มวาดวงจรเวทย์อีกครั้ง....

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ กระดาษที่วาดวงจรเวทย์ควบคุมธาตุก็กองพะเนินสูงขึ้นเรื่อยๆ เส้นวงจรเวทย์ที่วาดบนจารีตอักขระก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วในการวาดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

3 เส้น 4 เส้น 5 เส้น...200 เส้น

ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีส้มของยามสนธยา วารีกลับบ้านโดยยังวาดวงจรเวทย์ได้เพียง 200 เส้น จากเส้นทั้งหมด 2000 เส้น

ถ้าวารีใช้วงจรเวทย์ควบคุมธาตุตั้งแต่แรก ความเร็วก็จะมากกว่านี้ จนบางทีเธออาจจะทำวงจรเวทย์รวบรวมมานาเสร็จแล้วก็เป็นได้ แต่ถ้าเธอทำแบบนั้นก็จะไม่ได้ฝึกฝนการวาดวงจรเวทย์ ความสามารถของเธอก็จะพัฒนาอย่างเชื่องช้า

การใช้วงจรเวทย์ควบคุมธาตุนั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาในระยะสั้น เพื่อให้วารีคุ้นเคยกับการวาดวงจรเวทย์

วงจรเวทย์ที่วาดบนกระดาษนั้นมีความคงทนต่ำ ใช้ไป 2-3 ครั้ง วงจรเวทย์ก็จะเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้อีก ซึ่งเวลาและต้นทุนน้ำหมึกมนตาที่ใช้ในการวาดวงจรเวทย์ควบคุมธาตุนั้นมหาศาล หากวารีมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในการวาดวงจรเวทย์รวบรวมมานา จะช่วยให้เธอวาดวงจรเวทย์รวบรวมมานาได้โดยใช้พลังเวทย์น้อยลง ถึงแม้ว่าเธอจะยังมีพลังเวทย์ไม่เพียงพอ ก็สามารถใช้วงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์ทดแทนได้ซึ่งเธอจะสลักมันไว้บนจารีตอักขระที่จะทำให้ใช้งานได้หลายครั้ง

รวมถึงความชำนาญในการวาดวงจรเวทย์ ยังช่วยให้ผู้สลักอักขระมีความคุ้นเคยกับวงจรเวทย์ ซึ่งลดระยะเวลาในขั้นตอนการสลักลงไปได้มาก

 

 

ผ่านไป 10 วัน ในที่สุดวารีก็วาดวงจรเวทย์รวบรวมมานาสำเร็จ

วารีใส่พลังเวทย์ลงไปเพื่อกระตุ้นวงจรเวทย์

วงจรเวทย์ส่องแสง มานาโดยรอบเริ่มหนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งความหนาแน่นของมานายังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความหนาแน่นของมานาเทียบเท่ากับภายในป่าชั้นใน บรรยากาศรอบๆก็เปลี่ยนไปทันที ราวกับพื้นที่ในบริเวณนี้ถูกแยกออกจากโลกภายนอก ถึงจุดนี้ความหนาแน่นของมานาก็เริ่มคงที่

วารีรู้สึกประหลาดใจเมื่อรับรู้ได้ถึงมานาที่หนาแน่นรอบตัว เนื่องจากผลที่ได้มันเหนือกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก ด้วยความหนาแน่นของมานาระดับนี้ จะทำให้สมุนไพรเติบโตได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงความต้องการน้ำเวทมนตร์ก็ลดลงอย่างมาก

หลังจากมองบรรยากาศรอบๆอย่างตกตะลึง วารีก็สังเกตเห็นวงจรเวทย์เริ่มสั่นไหว เธอรีบปิดการใช้งานวงจรเวทย์ทันที ก่อนจะตรวจสอบว่าเสียหายหรือไม่ พอตรวจสอบว่ายังไม่เสียหายเธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

วารีลังเลเล็กน้อยก่อนจะส่งให้ไซเรนสลักวงจรเวทย์ ไซเรนพยักหน้าอย่างตื่นเต้นก่อนจะรับจารีตอักขระมาสลัก

เหตุผลที่วารีลังเลก็เพราะเธอไม่ค่อยเชื่อมั่นในฝีมือของไซเรนเท่าไรนัก เนื่องจากวงจรเวทย์รวบรวมมานามีความซับซ้อนสูง ทำให้การสลักมีความยากเพิ่มตามไปด้วย การสลักพลาดก็หมายถึงเวลา 10 วันและวงจรเวทย์ควบคุมธาตุจำนวนมากจะสูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่สุดท้ายวารีก็ตัดสินใจให้ไซเรนสลัก โดยไม่ลืมเตือนให้สลักอย่างระมัดระวัง

การสลักวงจรเวทย์ต้องใช้เวลานานกว่าการวาดวงจรเวทย์มาก ซึ่งวารีใช้เวลา 10 วัน เพื่อวาดวงจรเวทย์ การสลักก็จะไม่ต่ำกว่า 12 วัน และวารียังเหลือจารีตอักขระที่ต้องทำอีก 79 แผ่น ไม่ว่าอย่างไรการช่วยเหลือของไซเรนก็มีความสำคัญมากในระยะยาว อีกทั้งความเชี่ยวชาญในการวาดวงจรเวทย์ของวารีก็เพิ่มขึ้นมาก ทำให้วาดวงจรเวทย์ได้ง่ายขึ้น การสูญเสียวงจรเวทย์ที่วาดไปค่อนข้างน่าเสียดาย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออนาคตมากนัก

วารีเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเริ่มวาดวงจรเวทย์บนจารีตอักขระอีกแผ่น เธอหยิบวงจรเวทย์ควบคุมธาตุออกมา

หลังจากใช้งานวงจรเวทย์ควบคุมธาตุครั้งที่สอง วงจรเวทย์บางอันก็เริ่มเสียหาย บางอันโชคดีที่ยังไม่เสียหาย แต่ก็คงอีกไม่นานที่มันจะเสียหาย

ความเชี่ยวชาญในการวาดวงจรเวทย์ของวารีเพิ่มขึ้น ทำให้การวาดวงจรเวทย์รอบสองรวดเร็วกว่ารอบแรกมาก ภายในหนึ่งวันวารีสารารถวาดวงจรเวทย์ได้ 400 เส้น 

ใช้เวลาเพียง 5 วัน วารีก็วาดวงจรเวทย์จนเสร็จ

หลังจากได้เห็นความเร็วในการวาดวงจรเวทย์ วารีก็มั่นใจว่าหลังจากที่วาดวงจรเวทย์อีก 2 ครั้ง เธอก็จะสามารถวาดวงจรเวทย์รวบรวมมานาได้โดยไม่ต้องใช้วงจรเวทย์

วารีนำกระดาษวงจรเวทย์ควบคุมธาตุที่วาดไว้เพิ่มขึ้นมาวางไว้ข้างกาย ก่อนจะเริ่มวาดวงจรเวทย์รวบรวมมานาอีกครั้ง

7 วันผ่านไป

วารีก็วาดวงจรเวทย์ควบคุมมานาแผ่นที่4 จนเสร็จ

ในการวาดวงจรเวทย์รอบที่5 วารีไม่ได้ใช้วงจรเวทย์ควบคุมธาตุอีก เธอนำจารีตอักขระที่สลักวงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์ออกมา ก่อนจะเริ่มวาดอีกครั้ง

การวาดวงจรเวทย์ด้วยตัวเองช้ากว่าการใช้วงจรเวทย์ควบคุมธาตุช่วย ใช้เวลา 5 วันกว่าจะวาดวงจรเวทย์แผ่นที่5 เสร็จ

ด้วยความช่วยเหลือของวงจรเวทย์กักเก็บพลังเวทย์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกักเก็บพลังเวทย์จากภายนอกได้ประมาณ 10 เท่าของระดับนักเวทย์ฝึกหัด ขั้น9 ทำให้วารีมีพลังเวทย์เพียงพอสำหรับการวาดวงจรเวทย์

แผ่นที่6 ใช้เวลา 4 วัน

แผ่นที่7 ใช้เวลา 3 วัน

วารีรู้สึกล้าทางใจอย่างรุนแรงเมื่อใช้พลังเวทย์หมดไป 600 ครั้ง ต่อวัน

ช่วงนี้วารีแทบไม่ได้ฝึกพลังจิตเลย ทำให้เธอยังคงอยู่ในระดับ จิตเริ่มต้น ขั้น7

วารีตัดสินใจลดการใช้พลังเวทย์เหลือเพียง 400 ครั้งต่อวัน ทำให้เธอเหลือเวลามากขึ้นในการฝึกฝนพลังจิต

หลังจากผ่านมา 19 วัน ตั้งแต่ที่ไซเรนเริ่มสลักวงจรเวทย์ไซเรนก็ยังสลักวงจรเวทย์ ในที่สุดวงจรเวทย์ก็ถูกสลักอย่างสมบูรณ์

วารียิ้มอย่างดีใจ ก่อนจะส่งจารีตอักขระที่วาดวงจรเวทย์ไว้แล้วให้กับไซเรน ไซเรนรับมาก่อนจะกลับไปสลักต่อ

วารีมองไซเรนที่กำลังสลักอย่างตั้งใจก่อนจะมองจารีตอักขระที่สลักวงจรเวทย์แล้วในมือ เธอตรวจสอบสภาพที่ไม่พร้อมของตนเอง แล้วตัดสินใจฝึกฝนพลังจิต เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม วารีกับไซเรนก็กลับบ้าน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 197 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น