ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 17 : อาณาเขตวงจรเวทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 202 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

1 อาทิตย์ผ่านไป

วารีแปลงผลึกมนตราเป็นของเหลวก่อนจะเทลงบนรอยวงจรเวทย์ที่สลักเอาไว้บนร่างของโกเลมดิน ไม่นานก็เสร็จสิ้น วารีถอนหายใจอย่างโล่งออกก่อนจะใส่แกนพลังงานลงไปในตัวโกเลมดินจากนั้นก็ใช้พลังเวทย์กระตุ้นวงจรเวทย์บนตัวโกเลมดิน

โกเลมค่อยๆยืนขึ้น ก่อนจะไปร่วมขุดดินกับโกเลมดินอีก 3 ตัว วารีนำแท่งเหล็กติดไว้ที่ตัวของโกเลม ก่อนจะปีนออกจากหลุม

ตอนนี้วารีสร้างโกเลมดินมาทั้งหมด 4 ตัว ซึ่งแต่ละตัวก็ทำงานของมันได้อย่างดีเยี่ยม อุโมงค์ใต้ดินมีความยาวเกือบ 200 เมตรแล้ว ถ้าหากมีโกเลมดินตัวที่ 4 มาช่วยอีก รวมถึงความสามารถในการพัฒนาของโกเลมดิน ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งค่อนข้างนานสำหรับวารี เธอคิดที่จะสร้างโกเลมดินเพิ่มอีกหนึ่งตัว แต่ตอนนี้ก็ดึกแล้ว เธอจึงตัดสินใจกลับบ้าน

พอกลับมาถึงบ้านก็พบอารีกับไซเรนกำลังอ่านหนังสืออยู่ดั่งเช่นทุกวัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่แปลกไป

ไซเรนอ่านหนังสือพลางใช้นิ้ววาดไปบนอากาศ

วารีมองอย่างแปลกใจ หลังจากเฝ้ามองได้สักพักเธอก็เข้าใจ

ไซเรนกำลังวาดวงเวทย์

เมื่อดูจากท่วงท่าของไซเรน วารีก็วิเคราะห์ได้ทันทีว่า ไซเรนค่อนข้างชำนาญกับการวาดวงเวทย์แล้ว

วารีหยิบกระดาษ พู่กันและน้ำหมึกมนตรามาให้ไซเรนพลางกล่าว “ถ้าจะเขียนวงเวทย์ ใช้ของพวกนี้ได้เลยนะ”

ไซเรนส่ายหน้าพลางอ่านหนังสือต่ออย่างไม่สนใจ

วารีสับสนเล็กน้อย ก่อนจะหยิบสิ่วเหล็กกับค้อนมา

“จะลองสลักดูไหม?” วารีถามอย่างคาดหวัง

สิ่งที่วารีขาดมากที่สุดในตอนนี้คือแรงงานคน ถ้าไซเรนสลักวงเวทย์ได้จะช่วยแบ่งเบาภาระของวารีได้อย่างมากในแผนการต่อไปของเธอ รวมถึงระยะเวลาที่สั้นลงในการเขียนและสลักวงเวทย์ของโกเลมดิน ยังทำให้วารีมีเวลามากขึ้นในการทำเรื่องอื่นๆ

ไซเรนจ้องมองสิ่วเหล็กกับค้อนอย่างพินิจ ก่อนจะมองหาสิ่งของรอบตัวที่จะนำมาสลัก

วารีใช้เวทมนตร์บอลดินรูปแบบดั่งเดิมซึ่งเป็นดินทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร ด้วยความชำนาญในการวาดและสลักวงเวทย์ที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้เธอวาดวงเวทย์ทั่วไปลงบนบอลดินได้อย่างรวดเร็ว วารีทดลองใส่พลังเวทย์ลงไป วงเวทย์เรืองแสงสีขาวสว่างเจิดจ้า เมื่อมั่นใจว่าวงเวทย์ทำงานได้ตามปกติก็ยื่นส่งบอลดินให้ไซเรน

ไซเรนรับบอลดินมาพลางมองดูรอยวาดวงเวทย์บนบอลดิน ก่อนจะวางลงบนพื้นแล้วเริ่มสลักวงเวทย์ตามรอยวาด

การสลักวงเวทย์นั้นไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์หรือเทคนิคใดๆ ซึ่งแตกต่างจากขั้นตอนการวาดวงเวทย์ที่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์และเทคนิคต่างๆ การสลักวงเวทย์นั้นกลับมีความยากที่สูงมาก นักสลักอักขระจำเป็นต้องมีทั้งสมาธิ ความประณีตและความชำนาญ เพื่อสลักวงเวทย์ให้สำเร็จ

คนทั่วไปอาจต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นปีๆเพื่อสลักวงเวทย์รูปแบบหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งแน่นอนว่าวารีไม่ใช่คนทั่วไป เธอสามารถสลักวงเวทย์ได้ทันทีเพียงแค่มีความรู้ความเข้าใจที่มากพอ

วารีไม่ได้คาดหวังว่าไซเรนจะสามารถ สลักวงเวทย์ เรืองแสง ซึ่งเป็นวงเวทย์พื้นฐานที่สุดได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่คนที่มีพรสวรรค์ก็ยังต้องใช้เวลาฝึกฝน 2-3 วัน

หลังจากวารีให้บอลดินไปแล้ว เธอก็ยืนดูสักพักก็เห็นว่าไซเรนสลักได้อย่างแม่นยำแม้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน วารีก็วางใจเนื่องจากสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสลักวงเวทย์คือความถูกต้อง แม้จะช้า แต่สุดท้ายก็จะสามารถสลักวงเวทย์ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์ ถ้าหากสลักอย่างรีบเร่งก็เพียงก่อให้เกิดความผิดพลาดมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียเวลายิ่งกว่าการสลักวงเวทย์อย่างช้าๆแต่ไม่มีข้อผิดพลาดมาก

วารีอาบน้ำ ทานอาหาร แล้วเตรียมตัวเข้านอน ก่อนนอนเธอชี้แนะเกี่ยวกับการสลักวงเวทย์ให้กับไซเรนเล็กน้อย ไซเรนรับฟังอย่างเงียบๆพลางปรับแก้จุดที่วารีกล่าว ทำให้ไซเรนสลักวงเวทย์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

วารีหลับก่อนตื่นขึ้นมากลางดึก เธอเห็นอารีที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ แต่ไม่เห็นร่างของไซเรนที่ควรจะนั่งอยู่แถวๆนี้

“ไซเรนล่ะคะ?” วารีถาม

“ไซเรนไปสลักที่หลังบ้านน่ะจ๊ะ เพราะไม่อยากรบกวนการนอนของลูก” อารีกล่าว

วารีพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางจัดเตรียมสิ่งของ เช่น ถังน้ำ ผ้า ยาเพิ่มหยิน กระดาษ และน้ำหมึกมนตรา ตอนที่เธอไปเอาถังน้ำหลังบ้าน วารีก็ได้ยินเสียงค้อนและสิ่วเหล็กดังอย่างเป็นจังหวะ เมื่อเปิดประตูหลังบ้านก็พบกับไซเรนที่กำลังสลักวงเวทย์บนบอลดินอย่างตั้งใจ

บอลดินมีรอยสลักมากกว่าก่อนหน้านี้ วารีแปลกใจเล็กน้อยที่ไซเรนสามารถสลักได้รวดเร็วเช่นนี้แม้จะเพิ่งสลักเป็นครั้งแรก เธอคาดว่าถ้าสลักด้วยความเร็วเช่นนี้ต่อไป ไม่เกิน 1 วัน ไซเรนจะสามารถสลักวงเวทย์ เรืองแสง ได้เสร็จสมบูรณ์

ไซเรนไม่รับรู้เลยว่าวารีเดินเข้ามาใกล้ เนื่องจากเธอทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการสลัก วารีเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยไม่ได้เข้าไปกวน เพียงแค่ตักน้ำใส่ถังก่อนจะเดินเข้าบ้าน

วารีคอยเฝ้าอารี พลางวาดวงเวทย์ลงบนกระดาษ

วงเวทย์หลายร้อยรูปแบบถูกวาดขึ้นบนกระดาษที่กองพะเนินอยู่ข้างๆวารี วันนี้เธอวาดวงเวทย์มากกว่าเมื่อวานเล็กน้อย

 

 

เวลา 2 อาทิตย์ ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

นับตั้งแต่ที่วารีได้รับหนังสือมนตรา เวทมนตร์ ดินวิเศษ ขั้น1 เวลาก็ผ่านมา 2 เดือนแล้ว

วารีได้ผลิตยาเติมเวทย์เพิ่มอีก 200 ชุด รวมถึงยาเพิ่มกล้ามเนื้อ ยาเร่งความเร็ว และยามองเห็นในที่มืด อีกหลายร้อยขวด หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ต้นทุนในการปรุงยา ส่วนผสมในการปรุงยาเพิ่มหยิน และอุปกรณ์สำหรับแผนต่อไป เป็นต้น ตอนนี้วารีมีเงินสดในมืออยู่ประมาณ 1000 เหรียญทอง

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา วารีสร้างโกเลมดินเพิ่มมาอีก 4 ตัว รวมกับ 4 ตัวเก่า ตอนนี้วารีมีโกเลมดินทั้งหมด 8 ตัว ด้วยการทำงานอย่างขยันขันแข็งของโกเลมดิน ทำให้อุโมงค์ใต้ดินเสร็จสมบูรณ์ วารีให้โกเลมดิน 4 ตัวไปขุดเหมืองศิลาวิเศษ อีก 4 ตัวให้ขุดอุโมงค์จากด้านนอกป่าเอมมาลีซึ่งเป็นปากทางเข้าอุโมงค์จนไปถึงสวนสมุนไพรของวารีและขนศิลาวิเศษมาที่ปากทางเข้าอุโมงค์

ภายในสวน

วารีกำลังสลักวงจรเวทย์ลงบนแผ่นหินสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาว 50 เซนติเมตร

แผ่นหินสีขาวนี้ถูกเรียกว่า ‘จารีตอักขระ’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไว้ใช้ในการสลักวงเวทย์ลงไป ด้วยผลของจารีตอักขระจะทำให้วงเวทย์ที่สลักอยู่บนมันมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยจารีตอักขระ ขั้น1 นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพวงเวทย์ 10% ราคาของจารีตอักขระ 1 แผ่น เท่ากับ 2 เหรียญทอง วารีต้องการทั้งหมด 500 แผ่น เพื่อใช้ในแผนการของเธอ รวมเป็นเงิน 1000 เหรียญทอง

หลังจากที่วารีมีศิลาวิเศษจำนวนมากแล้ว แต่สุดท้ายแล้ววารีก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรขีดสุดของเธอคือการดูแลสมุนไพร 150 ต้น เธอไม่มีทางปลูกสมุนไพรได้มากกว่านั้นหากไม่มีคนหรือเครื่องมือช่วย แน่นอนว่าวารีไม่สามารถเรียกคนมาช่วยได้ แต่เธอสามารถสร้างเครื่องมือเพื่อช่วยให้เธอดูแลสมุนไพรได้มากขึ้น นั้นก็คือวงเวทย์

ศาสตร์ของการสลักอักขระนั้นไร้ที่สิ้นสุด มันสามารถดัดแปลงให้เข้ากับผู้ใช้ได้ เคยมีตำนานที่ว่า เวทมนตร์ถือกำเนิดขึ้นมาจาก วงเวทย์โบราณชนิดหนึ่งที่ถูกสลักไว้ด้วยหินสวรรค์ที่ตกลงมาจากฟ้า แต่กลับถูกขโมยโดยวีรชนท่านหนึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบวงเวทย์โบราณอีกเลย ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้ก็เพราะเวทมนตร์ทุกบทสามารถดัดแปลงให้กลายเป็นวงเวทย์ได้ นั้นก็รวมถึงเวทมนต์บอลน้ำกับดินวิเศษ

การดัดแปลงเวทมนตร์บอลน้ำให้กลายเป็นวงเวทย์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก อีกทั้งยังมีคนจำนวนมากที่เคยคิดค้นและทำวงเวทย์บอลน้ำได้สำเร็จ นั้นทำให้เธอมีวงเวทย์อ้างอิงเพื่อดัดแปลงมันให้กลายเป็นวงจรเวทย์ แต่เวทมนตร์ดินวิเศษนั้นเป็นเวทมนตร์ที่เธอดัดแปลงเพิ่มขึ้นมาจน ‘เหนือล้ำ’ กว่าเวทมนตร์ต้นฉับ ดังนั้นจึงยังไม่มีใครคิดค้นวงเวทย์เพื่อให้เธอนำไปใช้อ้างอิง ดังนั้นเธอจึงต้องคิดค้นวงเวทย์นี้ขึ้นมาเองก่อนจะปรับเปลี่ยนมันให้กลายเป็นวงจรเวทย์

ตลอดเวลาที่ผ่านมา วารีได้พยายามคิดค้นวงเวทย์ แต่การคิดค้นวงเวทย์นั้นยากกว่าการสลักวงเวทย์มาก คล้ายกับการการคิดค้นสูตรปรุงยาใหม่ ที่จนถึงตอนนี้วารีก็ยังคิดค้นสูตรยาที่มีประสิทธิภาพได้เพียงแค่ 3 สูตรเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงการคิดค้นวงเวทย์ที่มีระดับความยากที่สูงกว่า

โชคดีที่การใช้ดินวิเศษไม่ได้ใช้เวทมนตร์จำนวนมาก แต่บอลน้ำกลับแตกต่างออกไป ถ้าหากวารีมีวงจรเวทย์บอลน้ำ จะช่วยแบ่งเบาภาระวารีได้อย่างมาก เธออาจปลูกสมุนไพร 400 ต้น ได้ในเวลาเดียวกัน

วารีต้องการจารีตอักขระที่สลักวงจรเวทย์ทั้งหมด 400 แผ่น เธอใช้เวลาวาดและสลักต่อแผ่นประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ทุกครั้งที่วารีวาดและสลัก ความเร็วในการวาดและสลักก็เพิ่มขึ้นทุกครั้ง รวมถึงความช่วยเหลือจากไซเรนที่เริ่มสลักวงเวทย์ได้อย่างชำนาญ โดยวารีจะวาดวงจรเวทย์ให้ไซเรนสลัก แม้ความเร็วในการสลักของไซเรนจะไม่สูงนัก ประมาณ 1 แผ่น ต่อ 3 ชั่วโมง แต่ไซเรนก็มีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ระยะเวลารวมในการสลักวงจรเวทย์ลงบนจารีตอักขระทั้ง 400 แผ่น ลดลงอย่างมาก วารีคาดว่าจะสามารถสลักวงจรเวทย์ทั้งหมดได้ภายใน 2 อาทิตย์

เมื่อสลักวงเวทย์จนถึงช่วงก่อนกลางวัน ไซเรนก็กลับไปทำอาหารที่บ้าน วารีนำจารีตอักขระที่ถูกสลักจนเสร็จมาใส่ของเหลวของผลึกมนตราแล้วนำไปติดตั้งภายในสวนสมุนไพร หลังจากนั้นก็กลับบ้านเพื่อทานอาหารกลางวัน

หลังจากทานอาหารเสร็จก็กลับมาทำงานต่อ ไซเรนกำลังสลักวงจรเวทย์อย่างตั้งใจ ส่วนวารีไปดูแลสมุนไพร

เธอนำศิลาวิเศษจำนวน 300 ก้อน ลงบนจารีตอักขระที่สลักวงจรเวทย์เอาไว้ จากนั้นก็ใส่พลังเวทย์ลงไปเพื่อกระตุ้นวงจรเวทย์

ศิลาวิเศษทั้ง 300 ก้อนเรืองแสงก่อนจะหายไป พลังงานไหลเวียนภายในวงจรเวทย์บนจารีตอักขระอันหนึ่ง ก่อนที่พลังงานจะกระจายไปยังจารีตอักขระที่อยู่ติดกัน ผ่านไปสักพักจารีตอักขระอันแรกที่ได้รับพลังงานก็เริ่มปล่อยน้ำพุออกมากระจายไปยังสมุนไพรที่อยู่รอบๆ จากนั้นจารีตอักขระอันต่อๆไปก็เริ่มปล่อยน้ำพุออกมา จนในที่สุดจารีตอักขระทั้ง 20 แผ่นที่อยู่บริเวณนั้นก็ปล่อยน้ำพุออกมา เลี้ยงดูสมุนไพรทั้ง 20 ต้นที่อยู่โดยรอบ จนสมุนไพรเหล่านั้นได้รับมานาอย่างเต็มเปี่ยม

โดยปกติแล้ววงเวทย์ที่เชื่อมต่อกับอีกวงเวทย์หนึ่งถูกเรียกว่า อาณาเขตวงเวทย์ ซึ่งสิ่งที่วารีกำลังจะทำไม่ใช่อาณาเขตวงเวทย์แต่เป็นอาณาเขตวงจรเวทย์ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า แม้อาณาเขตวงจรเวทย์จะยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ยังให้ผลลัพธ์คล้ายๆกับอาณาเขตวงเวทย์ที่สมบูรณ์ ทำให้วารีไม่ต้องกระตุ้นวงจรเวทย์ทีละอันก็ทำให้วงจรเวทย์ที่อยู่ติดกันทั้งหมดทำงานพร้อมกัน

ต้นทุนในการเลี้ยงดูสมุนไพร 1 ต้นต่อวัน คือ ศิลาวิเศษ 15 ก้อน เมื่อรวมกับดินวิเศษก็เป็น 16 ก้อน แม้จะเป็นราคาที่ค่อนข้างแพง แต่ก็คุ้มค่าเมื่อนึกถึงมูลค่าของสมุนไพร อีกทั้งหากอาณาเขตวงจรเวทย์เสร็จสมบูรณ์ก็จะทำให้ต้นทุนของศิลาวิเศษต่อสมุนไพร 1 ต้น ลดลง ซึ่งต้นทุนศิลาวิเศษ 15 ก้อนก็ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับพลังเวทย์ที่เสียไปจากการใช้บอลน้ำแบบเต็มขั้นถึง 2 รอบ เพื่อเลี้ยงดูสมุนไพร 1 ต้น

เนื่องจากความสามารถเสริมในวงจรเวทย์บอลน้ำที่จะช่วยดึงมานาที่อยู่รอบๆมาใช้ จารีตอักขระที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวงจรเวทย์ขึ้น 10% และวงจรเวทย์บอลน้ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวงเวทย์บอลน้ำทั่วไปถึง 10 เท่า ไม่เช่นนั้นอาจต้องใช้ศิลาวิเศษถึง 600 ก้อน เพื่อดูแลสมุนไพร 1 ต้น

วารีรดน้ำสมุนไพรอีก 100 ต้นที่เหลือด้วยพลังเวทย์ของตัวเอง เนื่องจากวงจรเวทย์บอลน้ำใช้ได้เพียง 1 ครั้งต่อวันเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายกับวงจรเวทย์บอลน้ำที่สลักไว้ได้ เธอใส่ปุ๋ยดินวิเศษให้กับสมุนไพรทุกต้นก่อนจะกลับไปวาดและสลักวงจรเวทย์ต่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 202 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #54 ไจแอนท์คุง (@auar) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 12:48

    อัจฉริยะจริงๆ

    #54
    0
  2. #28 Numwan_2525 (@Numwan_2525) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 12:43

    สนุกมากค่ะ

    #28
    0
  3. #27 wisa_bua (@wisa_bua) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 03:33

    รออ่านต่อนะคะ

    #27
    0