ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 16 : ยินดีต้อนรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    14 ต.ค. 63

วารีคาดการณ์ไว้ว่า อย่างมากสุดโกเลมดินก็คงสามารถขุดได้พียง 8 เมตร เนื่องจากยิ่งขุดลงไปลึกเท่าไรดินก็ยิ่งแข็งขึ้นทำให้ขุดได้ยากขึ้น แต่โกเลมดินกลับสามารถขุดได้มากกว่านั้นจนวารีไม่สามารถมองเห็นก้นหลุม

วารีรีบกลับบ้านไปหยิบเชือกและตะเกียงก่อนจะกลับมา ไต่เชือกลงไปด้านล่างของหลุม หลังจากลงไปได้ 15 เมตร เธอก็มองเห็นร่างของโกเลมดินซึ่งหยุดนิ่งอยู่กับที่

ร่างของโกเลมดินใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่มวลร่างของมันกลับแข็งขึ้นมากราวกับโกเลมดินตัวนี้ทำมาจากหินแทนที่จะเป็นดิน วารีตรวจสอบแกนพลังงานก็พบว่าพลังงานเพิ่งหมดไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทำให้วารรู้ว่าแกนพลังงานนี้ใช้ได้เพียง 12 ชั่วโมง ซึ่งห่างจากที่วารีคาดการณ์ไว้มาก

ปกติแล้วการใช้วงเวทย์ควบคุมธาตุนั้น ใช้พลังเวทย์ต่ำมาก การปรุงยาใช้พลังเวทย์สูงก็เพราะความซับซ้อนและความละเอียดอ่อนในการปรุงยาทำให้ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก แต่การเคลื่อนไหวของโกเลมดินไม่มีความซับซ้อน ถึงแม้วงจรเวทย์จะกินพลังเวทย์มากกว่าวงเวทย์ทั่วไป ก็ไม่มีทางที่พลังงานจะหมดเร็วขนาดนี้

หลังจากตรวจสอบได้สักพัก วารีก็พบว่า ความสามารถเสริมของวงจรเวทย์ที่จะรวบรวมดินไว้เพิ่มประสิทธิภาพของโกเลมดินก็ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก อีกทั้งเมื่อโกเลมดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น วงจรเวทย์ที่ใช้ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของโกเลมดินก็ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้น แต่วารีไม่มีความคิดที่จะนำความสามารถเสริมนี้ออก เพราะความสามารถนี้ที่ทำให้ประสิทธิภาพของโกเลมดินเพิ่มขึ้นอย่างมาก

วารีมองไปที่โกเลมดินตรงหน้า ที่มีความแข็งแรงมากกว่าตอนแรกถึง 2 เท่า ก่อนจะตัดสินใจเข้าป่า เพราะเธอต้องการรวบรวมแกนพลังงานให้มากที่สุด เพื่อรองรับความสิ้นเปลื้องของโกเลมดิน

 

 

วารีแบกศิลาวิเศษที่ถูกหลอมรวมจนกลายเป็นแกนพลังงานทั้ง 100 ก้อน ออกจากป่าเอมมาลี เธอนำแกนพลังงานทั้งหมดไว้ในหลุมที่โกเลมดินขุดไว้ ใส่แกนพลังงานอันใหม่ให้กับโกเลมดิน

โกเลมดินเริ่มทำงานอีกครั้ง มันเริ่มขุดดินด้านหน้าแทนที่จะขุดดินด้านล่าง

ความลึก 15 เมตร อาจจะลึกเกินไป ทำให้ขุดดินได้ยาก แต่ก็สามารถหลีกเลี่ยงสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ใต้ดินได้ อีกทั้งโกเลมดินของเธอยังสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อีก การขุดดินที่ความลึก 15 เมตร ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

วารีนำแท่งเหล็กสีดำขึ้นมา แนบติดแท่งเหล็กกับร่างของโกเลมดิน

โกเลมดินที่กำลังขุดดินอยู่เปลี่ยนทิศทางการขุด ซึ่งทิศทางนั้นคือจุดที่แท่งเหล็กอีกอันปักอยู่หน้าทางเข้าเหมือง

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอก็ปีดกลับขึ้นไปข้างบน ก่อนปิดปากหลุมด้วยผ้า แล้วเข้าป่าอีกครั้งเพื่อนำศิลาวิเศษ 100 ก้อน มาดูแลสมุนไพร

 

 

3 วันผ่านไป

วารีได้ทำโกเลมดินด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนแรก อีกเพียง 1 วัน เธอก็จะสลักวงจรเวทย์ลงบนโกเลมดินอีกตัวได้อย่างสมบูรณ์

โกเลมดินที่ขุดดินตลอดทั้ง 3 วัน ก็ขุดไปได้ 25 เมตรแล้ว แต่ละ 5 เมตร วารีได้ทำเสาดินค้ำยันไว้เพื่อไม่ให้ดินด้านบนทรุดลงมา ร่างกายของโกเลมดินก็แข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการเคลื่อนไหว ตอนนี้โกเลมดินอยู่ได้ 11 ชั่วโมงต่อแกนพลังงานหนึ่งอัน

ที่สำคัญยิ่งกว่าโกเลมดินคือสมุนไพรที่ปลูกไว้เติบโตพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว วารีเก็บสมุนไพรนำมาทำเป็นยาเติมเวทย์ทันที ก่อนจะให้ไซเรนนำไปส่งครูสพร้อมกับจดหมายหนึ่งฉบับ

“ฝากด้วยนะ” วารีกล่าว ไซเรนออกจากบ้านไป

หลังจากไซเรนออกไปแล้ว วารีก็เตรียมของก่อนจะออกตาม วันนี้เธอมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ นอกเหนือจากการดูแลสมุนไพรหรือการสร้างโกเลมดิน

วารีไปที่กลางบ้าน ดึงพื้นไม้กระดานออก ใต้พื้นไม้มีช่องว่างเล็กที่วารีใช้เก็บของมีคาเอาไว้ เธอหยิบหินสีดำขึ้นมา

หินสีดำนี้วารีได้มาจากหลุมที่โกเลมดินขุดไว้ เนื่องจากโกเลมดินไม่สามารถซึมซับหินสีดำนี้ได้เหมือนดินทั่วไป มันจึงร่วงหล่นบนพื้น ตอนแรกวารีไม่ได้สังเกตเห็นเนื่องจากหินสงบนิ่งเล็กมากอีกทั้งยังมีสีดำกลืนไปกับพื้นดิน แต่โชคดีที่หินสงบนิ่งสะท้อนแสงตะเกียงทำให้เธอเห็นในที่สุด เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เธอก็ตกตะลึงทันที เนื่องจากหินสีดำนี้เป็นสิ่งที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก แม้มันจะมีขนาดเพียงครึ่งฝ่ามือ แต่ราคาของมันนั้นไม่ได้น้อยเหมือนขนาดของมันเลย

หินสีดำนี้คือหินสงบนิ่ง ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มสมาธิและทำให้จิตใจปลอดโปล่ง แม้ประโยชน์จะค่อนข้างน้อย แต่มันกลับเป็นหินที่หายากเป็นอย่างมาก ในหมู่นักสะสม หินสงบนิ่งที่ไร้ร้อยตำหนิและมีขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อยมีราคาประมาณ 100 เหรียญทอง ส่วนใหญ่หินสงบนิ่งถูกพบในเหมืองขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งโอกาสพบเห็นน้อยมากๆ นั้นทำให้หินสงบนิ่งมีราคาที่แพงมาก วารีถือว่าโชคดีมากที่พบหินชนิดนี้ใต้ดินที่โกเลมดินกำลังขุดอุโมงค์

แม้วารีจะคาดการได้ว่า ใต้ดินมีเหมืองอยู่ แต่เธอก็ไม่รู้ตำแหน่งของมัน ถ้าหากต้องกว้านขุดไปทั่วก็จะเสียเวลามาก อีกทั้งเหมืองทั่วไปก็ไม่ค่อยมีความสำคัญนักสำหรับวารี สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำอุโมงค์ไปให้ถึงเหมืองศิลาวิเศษ เพื่อนำไปสู่แผนการต่อไปให้เร็วที่สุด

วารีนำหินสงบนิ่งมาทำเป็นสร้อยคอแบบง่ายๆ ก่อนจะนำไปเก็บไว้ที่เดิม

ความจริงวารีไม่มีความคิดที่จะขายหินสงบนิ่ง แม้มันจะมีราคาถึง 100 เหรียญทอง แต่สำหรับเธอ เงินจำนวน 100 เหรียญทองไม่ได้มีค่ามากนัก อีกทั้งหินสงบนิ่งไม่ค่อยออกมาในตลาดเนื่องจากความหายากของมัน แม้จะมีเงินก็ยังยากที่จะหาซื้อมาสักชิ้น

หลังจากจัดการกับหินสงบนิ่งแล้ว วารีก็ไปทำโกเลมดินอีกสักพัก ก่อนจะกลับบ้าน

วันนี้วารีตั้งใจจะทำอาหารเอง โดยเธองัดวัตถุดิบที่เก็บไว้ใช้ในยามสังสรรค์หรือเฉลิมฉลองมาใช้ทั้งหมด

ชีส ผลไม้เชื่อม ไวน์ผลไม้หมัก...วารีค่อยๆนำวัตถุดิบราคาแพงขึ้นมาทีละอย่าง

 

 

ไซเรนสะพายกระเป๋าที่มีขวดยาจำนวนมากอยู่ภายใน ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไม่มีทางแบกขวดยาจำนวนมากขนาดนี้ได้ แต่ไซเรนมีร่างกายที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เธอแข็งแรงกว่าผู้ใหญ่ร่างกำยำเสียอีก น้ำหนักเพียงแค่นี้ไม่มีผลกับไซเรน

ไซเรนไม่ได้เดินไปยังที่พักของครูส แต่เป็นที่พักของชาวบ้านคนหนึ่งในหมู่บ้าน

ครั้งก่อนที่วารีไปบ้านครูสเพื่อแนะนำยาที่เธอคิดค้นขึ้นมานั้นเป็นความผิดพลาดอย่างแรง เนื่องจากครูสนั้นเป็นที่รู้จักของคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กสาวที่ตามติดชีวิตครูส การเข้าออกจุดที่คนสังเกตเห็นได้ง่ายบ่อยๆอย่างที่พักของครูสนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการเก็บความลับ

ไซเรนมาถึงหน้าบ้านก็เคาะประตูด้วยจังหวะอันแปลกประหลาด

“ก๊อก...ก๊อกๆ...ก๊อก” เสียงเคาะประตูที่ไม่สม่ำเสมอดังขึ้น 4 ครั้ง

ผ่านไปไม่นาน ประตูก็เปิดออก คนที่เปิดประตูเป็นชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางใจดี เขายิ้มให้ไซเรนก่อนจะเชิญไซเรนให้เข้าไปข้างใน

ไซเรนเข้าไปในบ้านของชายวัยกลางคน

ภายในบ้านมีแสงสว่างจากตะเกียงสองดวง บนผนังมีรูปภาพหลายแบบแขวนเอาไว้ ตรงกลางบ้านมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้ บนโต๊ะไม้มีตะกร้าที่ภายในเต็มไปด้วยผลไม้สดๆหลายลูก

ชายวัยกลางคนเห็นไซเรนจ้องผลไม้ในตะกร้าตาเป็นมัน เขาก็ยิ้มน้อยๆ

“เอาสักลูกไหม?” ชายวัยกลางคนถามอย่างใจดี

ไซเรนพยักหน้าก่อนจะหยิบผลไม้มาลูกหนึ่งก่อนจะทานอย่างเอร็ดอร่อย

ชายวัยกลางคนมองด้วยรอยยิ้มก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ มือซ้ายเลื่อนตะกร้าผลไม้ไปด้านข้าง ก็พบว่าใต้ตะกร้าผลไม้มีวงเวทย์สลักเอาไว้ ชายวัยกลางคนใส่พลังเวทย์ลงไปในวงเวทย์ ปรากฏบาเรียใสล้อมรอบชายวัยกลางคนและไซเรน บาเรียนี้จะช่วยตัดเสียงจากภายในออกสู่ภายนอกบาเรีย รวมถึงสร้างภาพลวงตาให้กับคนที่มองจากภายนอก

“มาส่งของใช่ไหม?” ชายวัยกลางคนถาม ท่าทางใจดีของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที

ไซเรนพยักหน้าก่อนจะยื่นกระเป๋าและจดหมายส่งให้ชายวัยกลางคน

ชายวัยกลางคนตรวจสอบยาที่อยู่ภายในกระเป๋าโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน แม้จะเห็นยาที่ร้อยกว่าขวดซึ่งคิดเป็นเงินได้ถึงประมาณ 1000 เหรียญทอง หลังจากตรวจสอบจนเสร็จก็มองจดหมายที่อยู่บนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์

“นั่งอยู่ที่นี่ ข้าจะไปส่งจดหมายให้ท่านผู้นำ” ชายวัยกลางคนกล่าว ร่างของเขาค่อยๆโปร่งแสงจนไม่สามารถมองเห็นร่างของชายวัยกลางตนได้อีก

ไซเรนนั่งรออย่างว่าง่าย พลางทานผลไม้ในมือ เมื่อผลไม้ในมือหมด เธอก็จะหยิบมาทานอีกลูก

ผ่านไปสักพัก ชายวัยกลางคนก็กลับมา เขายื่นกระเป๋าส่งคืนให้ไซเรน

“ไปได้แล้ว...” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงเข้ม เมื่อเห็นว่าไซเรนไม่ยอมกลับไปพลางทานผลไม้ของเขาอย่างเมามัน

ไซเรนรับกระเป๋ามา พลางทานผลไม้ต่อ

ชายวัยกลางคนเริ่มอารมณ์ไม่ดี

“เจ้ายังจำหน้าที่ของตัวเองได้ใช่ไหม? ถ้าหากเด็กสาวคนนั้นเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตอันไร้ค่าของเจ้าก็ถึงจุดจบ จงใช้ชีวิตอันไร้ค่าของเจ้าปกป้องชีวิตอันมีค่าด้วยชีวิตของเจ้า นั้นคงพอทำให้ชีวิตของเจ้ามีค่าขึ้นมาบ้าง” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างร้ายกาจ ถ้าหากไม่มีเรื่องของเด็กสาวคนนั้นมาเกี่ยวข้อง เขาคงทำร้ายไซเรนก่อนจะถีบส่งเธอออกจากบ้าน

ไซเรนไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของชายวัยกลางคนแม้แต่น้อย เธอทานผลไม้ลูกสุดท้ายในตะกร้าผลไม้ก่อนจะออกจากบ้าน

“แล้วมาอีกนะ” ชายวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนเป็นชายใจดีทันที พลางยิ้มส่งไซเรนออกจากบ้าน

ท้องฟ้ายามสนธยาทำให้ไซเรนเดินเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากเธอต้องรีบไปช่วยอารีทำอาหารเย็น

สีหน้าของไซเรนแม้จะเฉยชาเหมือนเดิม แต่ประกายตาของเธอกลับดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย

ไซเรนได้กลิ่นอาหารตั้งแต่ที่เธออยู่ใกล้ทางเข้าบ้านของวารี เธอรีบเข้าไปในบ้านเพื่อไปช่วยวารีทำอาหาร แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป...

“ยินดีต้อนรับกลับ!” วารีเห็นคนที่เข้ามาเป็นไซเรนก็รีบยิ้มพลางทักทายด้วยรอยยิ้ม

ไซเรนพยักหน้า สายตาเธอมองวารีอย่างแปลกใจ เนื่องจากไม่เคยเห็นวารีกลับมาบ้านเร็วเช่นนี้มานานแล้ว

ไซเรนยื่นกระเป๋าให้วารี วารีก็รับมา แต่ก็ไม่รีบตรวจของในกระเป๋าแต่อย่างใด เธอมองไซเรนพลางยิ้มนิดๆ

“รีบเข้ามาสิ มาทานข้าวกัน!” วารีกล่าวก่อนจะเดินนำไซเรนไปยังหลังบ้าน

ไซเรนตามไปอย่างสงสัย

เมื่อเปิดประตูทางเข้าหลังบ้าน แม้แต่ไซเรนที่มีสีหน้าเรียบเฉยมาตลอดก็ยังแสดงสีหน้าตกตะลึง

แสงไฟละลานตาส่องสว่างจากตะเกียงที่แขวนไว้หลายอันรอบๆสวน โต๊ะไม้ขนาดกลางที่มีอาหารหรูหราวางอยู่เต็มโต๊ะ ซึ่งมีทั้งอาหารทะเล ขนมเค้ก ไวน์ผลไม้ สตูเนื้อ และสปาเก็ตตี้ ทุกอย่างเป็นอาหารที่มีราคาแพง ถ้าทานอาหารเหล่านี้ในร้านอาหารภายในเมือง ก็มีราคารวม 20 เหรียญเงิน ซึ่งเป็นราคาที่แพงมากสำหรับอาหารหนึ่งมื้อ

ไซเรนไม่เคยเห็นภาพอะไรแบบนี้มาก่อน และเธอก็ไม่เคยคาดฝันว่าจะเห็นภาพเหล่านี้ เนื่องจากเธอรู้ตัวดีว่าตนเองไร้ค่า ไม่มีสิทธิ์ที่จะมองภาพที่สวยงามเหล่านี้

วารีเห็นสีหน้าตกตะลึงของไซเรนก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนกล่าว

“นี่เป็นงานเลี้ยงต้อนรับของไซเรนนะ แม่กับวารีช่วยกันทำ ไม่รู้ถูกใจไซเรนหรือเปล่า?” วารีถาม แต่ไซเรนที่กำลังตกตะลึงอยู่ไม่รู้สึกตัวเลย

วารีหัวเราะน้อยๆก่อนจะหยิบสร้อยคอที่ทำจากหินสงบนิ่งสวมให้กับไซเรนอย่างไม่ลังเล

แม้สร้อยคอจะมีราคาถึง 100 เหรียญทอง แต่สำหรับวารีแล้วการได้คนที่ไว้ใจได้มาอยู่ข้างตัวสำคัญกว่านั้น

ในตอนแรกที่วารีไม่จัดงานเลี้ยงต้อนรับไซเรน ก็เพราะเธอยังไม่เชื่อใจไซเรน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไซเรนช่วยแบ่งเบาภาระของวารีไปได้หลายอย่าง ถึงแม้วารีจะยังไม่เชื่อใจไซเรนเต็มร้อย แต่เพียงแค่ความช่วยเหลือของไซเรนที่ผ่านมาก็ควรค่ากับสิ่งเหล่านี้แล้ว

ไซเรนเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงสัมผัสเย็นๆที่คอ เธอสังเกตเห็นหินสีดำที่ผูกไว้ด้วยเชือกสีขาวอย่างง่ายๆบนคอของเธอ ไซเรนรู้สึกสงบมากขึ้น ความตกตะลึงค่อยๆลดลง เธอมองไปที่วารีที่อยู่ข้างหลังเธอ

วารียิ้ม พลางกล่าว “ยินดีต้อนรับ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #48 St-one (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 10:20
    หินสงบนิ่ง ราคาเท่าไหร่? 100 เหรียญเงิน รึ 100 เหรียญทอง
    #48
    0