ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 15 : วงจรเวทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

ทำไมครูสถึงไม่สนใจในเหมืองศิลาวิเศษที่อยู่ในป่าชั้นใน

มันไม่มีค่าพอในสายตาครูสเหรอ? แน่นอนว่า ไม่!

แม้แต่มหาอำนาจก็ยังให้ความสนใจในเหมืองศิลาวิเศษ ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน พวกเขาก็จะพุ่งเข้าไปครอบครองมันอย่างแน่นอน

ครูสมีความสนใจในเหมืองศิลาวิเศษ แต่เขาคิดว่ามันไม่คุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากเหมืองนั้นอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร ทำให้เขาต้องส่งคนระดับนักเวทย์มาช่วยทำเหมือง อีกทั้งกลุ่มของเขายังไม่เหมือนกับมหาอำนาจทั่วไปที่อยู่ในที่แจ้ง พวกเขาเป็นกลุ่มที่อยู่ในเงามืด ดังนั้นจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวโดยส่งคนระดับจอมเวทย์มาล้างผลาญสัตว์อสูรในป่าให้หมดไปเหมือนที่มหาอำนาจอื่นๆทำ

วารีรู้มูลค่าของเหมืองศิลาวิเศษดี หากเธอทำอุโมงค์ได้สำเร็จ เธอก็จะสามารถนำศิลาวิเศษในเหมืองออกมาเท่าไรก็ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงภัยกับสัตว์อสูร เมื่อเธอมีศิลาวิเศษให้ใช้ได้อย่างไม่จำกัด เธอก็จะสามารถมุ่งไปสู่แผนการถัดไปได้

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากดูแลสมุนไพรและเข้าป่า เธอก็เริ่มวาดวงจรเวทย์ลงบนตัวโกเลมดินอีกครั้ง ตกเย็นก็กลับบ้าน

ระหว่างที่ดูแลอารีตอนกลางดึก วารีก็ยังไม่ลืมฝึกฝนการวาดวงจรเวทย์และวงเวทย์ลงบนกระดาษ

ทุกครั้งที่วารีวาดวงจรเวทย์ เธอก็ชำนาญในการวาดวงจรเวทย์มากขึ้น ความเร็วในการวาดก็เพิ่มขึ้น หลังจากวันที่ 3 เธอก็วาดแบบวงจรเวทย์ลงบนตัวโกเลมดินเสร็จ หลังจากนั้นเธอก็เจาะรูตรงกลางหน้าอกของโกเลมดิน เธอหยิบศิลาวิเศษ 200 ชิ้นในกระเป๋าออกมา เธอกองมันไว้ตรงหน้าก่อนจะยื่นมือออกมา

เวทมนตร์หลอมศิลา ขั้น1

กองศิลาวิเศษตรงหน้าเริ่มหลอมละลายก่อนจะยุบแล้วกลายเป็นศิลาวิเศษ 1 แท่ง ที่เรียวบางกว่าศิลาวิเศษทั่วไป อีกทั้งพื้นผิวสีแดงของมันมีความเงางามกว่าเดิมมาก

แม้นักเวทย์ฝึกหัดจะไม่สามารถควบคุมธาตุได้ แต่พวกเขาก็สามารถควบคุมมานา ทำให้สามารถดัดแปลงศิลาวิเศษที่ภายในเต็มไปด้วยมานาได้

เวทมนตร์หลอมศิลาเป็นขั้วตรงกันข้ามกับเวทมนตร์ดินวิเศษ นั้นคือการหลอมรวมศิลาวิเศษหลายก้อนให้กลายเป็นก้อนเดียว

วารีใส่ศิลาวิเศษที่ทำการหลอมรวมแล้วลงไปในอกของโกเลมดินที่เธอเจาะรูไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งขนาดพอดีกับแท่งศิลาวิเศษ หลังจากนั้นเธอก็อังมือบนตัวโกเลมดินก่อนจะใส่พลังเวทย์ลงไปตามลำดับของรหัสเวทย์

ความสามารถของวงจรเวทย์อีกอย่างหนึ่งคือการใส่รหัสเวทย์เข้าไปได้ หากไม่เข้ารหัสก็ไม่สามารถใช้งานวงจรเวทย์นี้ได้ ซึ่งรหัสเวทย์นี้มีเพียงวารีที่เป็นผู้สร้างเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นโกเลมดินนี้จึงมีเพียงวารีเท่านั้นที่ใช้งานได้

หลังจากใส่รหัสเวทย์แล้ว ร่างของโกเลมดินสั่นเล็กน้อยก่อนจะหยุดลง หลังจากนั้นไม่นานมันก็ขยับมือเพื่อดันลำตัว ขยับขาเพื่อลุกขึ้นยืน ร่างของโกเลมดินที่ยืนขึ้นมามีความสูงระดับหน้าอกของวารีคือราว 1 เมตร มันเริ่มใช้มือขุดดินที่อยู่ใต้เท้า

วารียิ้มอย่างยินดี เธอไม่จำเป็นต้องควบคุม โกเลมดินก็ขุดดินเองโดยอัตโนมัติ อีกทั้งวงจรเวทย์ยังใช้พลังงานจากศิลาวิเศษที่วารีใส่เข้าไป จากการคำนวณของวารีศิลาวิเศษ 200 ก้อน ทำให้โกเลมดินทำงานได้ติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งเป็นจำนวนที่มหาศาลมากเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานที่โกเลมตัวหนึ่งทำได้ ถ้าหากมีใครเลียนแบบวารีเพื่อสร้างอุโมงค์ พวกเขาคงล้มละลายหลังจากที่โกเลมดินขุดไปได้ไม่กี่เมตร แต่วารีมีเหมืองศิลาวิเศษ ดังนั้นเรื่องจำนวนศิลาวิเศษจึงเป็นสิ่งที่เธอกังวลน้อยที่สุด สิ่งที่เธอกังวลคือระยะเวลาในการสลักวงจรเวทย์

การวาดวงจรเวทย์ด้วยน้ำหมึกมนตรานั้น แม้จะทำให้วงจรเวทย์สามารถทำงานได้ แต่ความคงทนของน้ำหมึกนั้นต่ำมาก โกเลมดินคงใช้งานได้เพียงวันเดียว วงจรเวทย์ที่วาดไว้ก็จะเริ่มเสียหาย ส่งผลให้วารีจำเป็นต้องวาดใหม่ตั้งแต่ต้น

วารีจำเป็นต้องสลักมันให้วงจรเวทย์มีความคงทนถาวร เธอเริ่มหยิบสิ่วเหล็กกับค้อนขึ้นมา ก่อนจะเริ่มสลักไปตามรอยร่างของวงจรเวทย์

การสลักนั้นเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดของการสร้างวงเวทย์ เนื่องจากหากผิดพลาดแม้แต่รอยเดียว วารีก็จำเป็นต้องทำใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งวารีไม่สามารถรับได้กับเวลาที่เสียไป รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการสลักวงจรเวทย์ก็ไม่ใช่ถูกๆ เช่นน้ำหมึกมนตรามีราคา 25 เหรียญทองต่อขวด เธอใช้น้ำหมึกมนตราถึงหนึ่งในสามต่อขวดต่อโกเลมหนึ่งตัว ดังนั้นเธอจึงสลักด้วยความระมัดระวังมากที่สุด

ในขั้นตอนนี้ไม่ได้มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งด้วยเหตุจึงทำให้การสลักมีความยากมากยิ่งขึ้น เพราะในขั้นตอนนี้ต้องหวังพึ่งเพียงความละเอียดรอบคอบและความชำนาญของผู้สลักอักขระเท่านั้น ช่วงแรกวารีใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อสลักรอยร่างรอยหนึ่ง แต่เมื่อสลักไปเรื่อยๆ เธอก็มีความชำนาญมากขึ้น ความเร็วในการสลักก็เพิ่มขึ้นตาม จนถึงช่วงเย็น วารีก็สามารถสลักวงเวทย์ 1 รอย ได้ใน 20 นาที

4 ผ่านไป วารีก็สลักโกเลมดินจนเสร็จ โดยไม่มีข้อผิดพลาด แต่ว่าแม้จะสลักเสร็จแล้ว แต่โกเลมดินนั้นก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เธอยังต้องลงตัวนำพลังเวทย์อีกครั้ง ซึ่งไม่ได้ใช้น้ำหมึกมนตราแต่เป็นผลึกใส

ผลึกใสนี้ถูกเรียกว่าผลึกมนตรา ซึ่งมีความสามารถคล้ายกับน้ำหมึกมนตรา แต่มีความคงทนมากกว่า

ขั้นตอนสุดท้ายนั้นคือการแปลงผลึกมนตราให้เป็นของเหลวแล้วเทลงตามรอยที่ได้สลักเอาไว้ ซึ่งขั้นตอนนี้มีความยากพอๆกับการควบคุมไฟของการปรุงยา โดยการแปลงผลึกมนตรานั้นต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดรอยขาดระหว่างวงจรเวทย์ อีกทั้งยังต้องทำอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพราะผลึกมนตราที่ลงไปก่อนจะแข็งตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้การเชื่อมประสานทำได้ยากขึ้น ดังนั้นจึงต้องแปลงผลึกมนตราให้เป็นของเหลวแล้วเทใส่ตามรอยสลักอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และคงที่

แม้วงจรเวทย์จะซับซ้อนกว่าวงเวทย์มาก แต่สำหรับวารีที่มีความสามารถในการปรุงยา ขั้น2 ขั้นตอนนี้จึงเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุดสำหรับเธอ

วารีนำกระดาษที่มีวงเวทย์วาดเอาไว้ออกมา วางผลึกมนตรา 5 ก้อน ลงบนกระดาษ ก่อนจะถ่ายพลังเวทย์ลงบนวงเวทย์ในกระดาษ

ผลึกมนตราหลอมละลายก่อนจะพุ่งเข้าไปในรอยสลักวงจรเวทย์โกเลมดินอย่างรวดเร็ว ไม่นานผลึกมนตราที่วางไว้บนกระดาษก็หมดลง ผลึกมตราทั้งหมดถูกแปลงเป็นของเหลวตามรอยสลักวงจรเวทย์โกเลมดินแล้ว วารีถอนหายใจอย่างโล่งอก พลังเวทย์ในตัววารีหมดลงจากขั้นตอนนี้ ซึ่งหมายความว่าในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องมีพลังเวทย์ระดับ นักเวทย์ฝึกหัด ขั้น9

วารีนั่งพักสักครู่ก่อนจะยืนขึ้น ยื่นมือสัมผัสที่หน้าอกของโกเลมดินซึ่งมีศิลาวิเศษฝั่งไว้ ถ่ายพลังเวทย์ลงไปตามลำดับรหัสเวทย์

“กึกๆๆๆ” โกเลมดินสั้นก่อนหยุดลง มันขยับแขนเพื่อใช้ยันลำตัว ขยับขาเพื่อลุกขึ้นยืน เมื่อมันยืนได้มั่นคงก็เริ่มขุดดินตามคำสั่งที่ได้ตั้งไว้ในวงจรเวทย์

วารียิ้มอย่างภาคภูมิใจพลางยืนดูโกเลมดินที่สร้างขึ้นมากับมือด้วยความยากลำบากกำลังขุดดินอย่างขะมักเขม้น หลังจากยืนดูสักพักก็ไม่เห็นข้อผิดพลาด เธอก็รอให้โกเลมดินขุดดินได้ระดับหนึ่งก่อนใช้ผ้าคลุมปากหลุม

ก่อนที่จะออกมา วารีเห็นโกเลมดินมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ซึ่งก็เกิดขึ้นจากวงจรเวทย์โกเลมดิน ขั้น1 ที่จะทำให้ดินที่โกเลมดินขุดหลอมรวมเข้ากับร่างของโกเลมดิน ทำให้มันมีขนาดและความแข็งแรงมากขึ้น

วารีกลับถึงบ้านก่อนจะทานอาหารแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข

เช้าวันรุ่งขึ้น วารีรีบไปดูโกเลมดินที่ขุดดินมาทั้งคืน

เปิดผ้าคลุมหลุมออก วารีมองไปข้างล่างแล้วอ้าปากค้าง

วารีมองไม่เห็นก้นหลุม...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #53 ไจแอนท์คุง (@auar) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 12:33

    ตกลงโกเลมขุดบ่อหรือขุดอุโมงค์ 55

    #53
    0