ตำรับลับนักปรุงยา

ตอนที่ 14 : โกเลมดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

ณ ป่าเอมมาลี (ชั้นใน)

วารียืนอยู่หน้าเหมืองศิลาวิเศษ เธอหยิบแท่งเหล็กออกมาใส่พลังเวทย์ก่อนจะปักมันไว้หน้าทางเข้าเหมือง จากนั้นก็เข้าเหมืองเพื่อเก็บศิลาวิเศษ 100 ก้อน ทานอาหารก่อนจะออกจากเหมือง

ด้วยพลังจิตและพลังปราณที่เพิ่มขึ้น ทำให้เคล็ดลับจิตเตือนภัยและวิชายุทธ์เพิ่มพลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น วารีจึงเข้าออกป่าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

วารีออกจากป่าเอมมาลีอย่างปลอดภัย เธอกลับบ้านทันที

เมื่อกลับมาถึงบ้านวารีรีบหยิบแท่งเหล็กชิ้นหนึ่งก่อนจะใส่พลังเวทย์ลงไป ผ่านไปสักพักเธอก็สามารถรับรู้ได้ถึงตำแหน่งของแท่งเหล็กอีกแท่งซึ่งถูกปักไว้หน้าทางเข้าเหมืองศิลาวิเศษ

วารีรู้สึกอัศจรรย์ใจอยู่บ้าง เธออยากรู้กระบวนการทำงานของแท่งเหล็กนี้ แต่สุดท้ายก็หยุดลงเนื่องจากเธอยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่

วารีพกสิ่วเหล็ก ค้อน หมึกมนตรา ผ้าคลุมผืนใหญ่และกระดาษ 1 ปึก ไปที่ป่าเอมมาลีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอกลับไม่ได้เข้าป่า แต่กลับวนอยู่รอบนอกป่า เธอเดินมาถึงด้านข้างป่า ห่างจากทางเข้าป่าพอสมควร เธอวางข้าวของบนพื้น ก่อนจะยื่นมืออกกลางอากาศ 

เวทมนตร์โกเลมดิน ขั้น2

เริ่มปรากฏกองดินขนาดใหญ่ตรงหน้าวารี มันค่อยๆมีรูปทรงคล้ายกับมนุษย์ จนในสุดโกเลมที่ทำจากดินซึ่งมีส่วนสูงราว 1 เมตร ก็เสร็จสิ้น แต่ก่อนที่มันจะได้ขยับตัว ร่างของโกเลมค่อยๆล้มลง

“ตูม!” ร่างของโกเลมล้มลงกระแทกพื้นดิน

ฝุ่นฟุ้งกระจาย วารีปิดจมูกพลางมองร่างของโกเลมที่เพิ่งสร้างขึ้น

นักเวทย์ฝึกหัดนั้นไม่มีทางใช้เวทมนตร์ ขั้น2 ได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณพลังเวทย์ที่ไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะความพิเศษของการเป็นระดับนักเวทย์

นักเวทย์ คือ ผู้ที่สร้างแก่นธาตุของตัวเองขึ้นมา ซึ่งแก่นธาตุนั้นนอกจากจะช่วยให้การใช้เวทมนตร์มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วยังช่วยเพิ่มความเข้ากันได้กับธาตุนั้นๆจนสามารถควบคุมธาตุๆนั้นได้เล็กน้อย เช่น ผู้มีแก่นธาตุดิน จะมีความสามารถในการควบคุมดินทำให้ควบคุมโกเลมดินได้ ซึ่งวารีไม่มีเนื่องจากเธอยังเป็นนักเวทย์ฝึกหัด ทำให้เมื่อสร้างโกเลมดินเสร็จมันจึงล้มลงทันที

เวทมนตร์ขั้น2 นั้น มีราคามากกว่าเวทมนตร์ขั้น1 เป็นร้อยเท่า เวทมนตร์โกเลมดิน ขั้น2 มีราคาอยู่ที่ 215 เหรียญทอง ถ้าหากมีคนรู้ว่านักเวทย์ฝึกหัด ซื้อเวทมนตร์ ขั้น2 พวกเขาจะต้องหาว่านักเวทย์ฝึกหัดคนนั้นบ้าอย่างแน่นอน เนื่องจากนักเวทย์ฝึกหัดไม่สามารถใช้ส่วนที่สำคัญที่สุดของเวทมนตร์ ขั้น2 คือการควบคุมธาตุได้ ซึ่งทำให้มันไม่ต่างจากการใช้เวทมนตร์ ขั้น1 แต่กลับยอมจ่ายเป็นร้อยเท่าเพื่อซื้อเวทมนตร์ที่มีผลลัพธ์ไม่ต่างจากเวทมนตร์ขั้น1

เหตุผลที่วารีซื้อเวทมนตร์โกเลมดิน ขั้น2 ไม่ใช่เพราะเธอบ้าหรือโง่ แต่เพื่อสร้างร่างโกเลมขึ้นมาเท่านั้น ส่วนด้านการควบคุมนั้นเธอจะใช้วงเวทย์แทน

แม้จะเป็นวงเวทย์ขั้น1 ก็ยังมีวงเวทย์หลายแบบที่มีความสามารถในการควบคุมธาตุ แม้แต่หม้อปรุงยาของวารีก็ยังมีวงเวทย์ควบคุมไฟและควบคุมมวลน้ำ ดังนั้นมันจึงไม่ยากเลยที่จะควบคุมโกเลมดินด้วยวงเวทย์ควบคุมดิน ซึ่งในตอนแรกวารีมีความคิดที่จะทำเช่นนั้นเหมือนกัน แต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับนักสลักอักขระจำนวนมากทำให้เธอรู้ว่า วงเวทย์นั้นมีจุดบกพร่องอยู่หลายอย่าง

แม้วารีจะสามารถควบคุมโกเลมดินนั้นได้ด้วยวงเวทย์ แต่เธอก็จำเป็นต้องควบคุมมันตลอดเวลา อย่างมากสุด วารีก็สามารถควบคุมได้เพียง 3 ตัวเท่านั้น นอกจากนี้การควบคุมโกเลมดินจำเป็นต้องใช้วงเวทย์จำนวนมาก ซึ่งเพิ่มความสลับซับซ้อนในการใช้งานมากขึ้นไปอีก ถ้าหากไม่ใช่วารีคงควบคุมโกเลมดินไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว อีกทั้ง

วารีไม่มีเวลาควบคุมโกเลมดินตลอดเวลา อีกทั้งโกเลมดินเพียง 3 ตัว ก็ยังน้อยเกินไป เธอไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าพวกมันจะทำงานสำเร็จ เพราะสิ่งที่เธอต้องการให้โกเลมดินทำคือการขุดอุโมงค์

อุโมงค์ที่ทอดยาวจากชายป่าเอมมารีจนไปถึงทางเข้าเหมืองศิลาวิเศษในป่าชั้นใน ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร

ด้วยความรู้จากหนังสือร่วมร้อยเล่ม วารีนำทั้งหมดมาประมวลจนนำไปสู่วิธีการใช้วงเวทย์แบบใหม่ ซึ่งเธอเรียกมันว่า ‘วงจรเวทย์’

วงจรเวทย์นั้นสลับซับซ้อนกว่าวงเวทย์มาก แต่กลับสามารถกลบจุดบกพร่องของวงเวทย์แบบทั่วไปทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถดัดแปลงและแก้ไขได้ง่ายกว่า

วงจรเวทย์ที่วารีคิดค้นขึ้นคือวงจรเวทย์โกเลมดิน ขั้น1

วารีเริ่มใช้หมึกมนตราวาดลงบนตัวโกเลมดินที่อยู่บนพื้น ค่อยๆวาดทีละเส้นๆอย่างบรรจง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้วงจรเวทย์ทำงานอย่างผิดเพี้ยนจนส่งผลเสียร้ายแรงต่อชิ้นงานและผู้ใช้

รูปทรง ความหนา ลำดับ ปริมาณ ฯลฯ การลงหมึกมนตราแต่ละครั้งมีเรื่องที่ต้องคิดมากมาย มีสิ่งที่ต้องควบคุมมากมาย มีความซับซ้อนมากมาย และมีเทคนิคมากมาย ซึ่งเทคนิคเหล่าถูกใช้ผ่านพู่กันสัตว์อสูร เช่น การใช้พลังเวทย์บีบให้น้ำหมึกบางถึงขีดสุด การควบแน่นน้ำหมึกเพื่อเพิ่มปริมาณ การแผ่กระจายให้น้ำหมึกทุกจุดมีปริมาณเท่ากัน เป็นต้น ดังนั้นการลงน้ำหมึกหนึ่งครั้ง วารีใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 นาที เพื่อวาดหนึ่งเส้น ทุกครั้งที่เธอวาดเส้นก็จะจดบันทึกลงในกระดาษ

6 ชั่วโมงผ่านไป วารีวาดเส้นได้ 72 เส้น แต่วงจรเวทย์โกเลมดิน ขั้น1 มีมากกว่า 200 เส้น ซึ่งมีจำนวนเส้นที่มากกว่าที่มากกว่าวงเวทย์ ขั้น1 ทั่วไปถึง 10 เท่า

ถ้าหากวารีวาดด้วยความเร็วเช่นนี้เธอต้องใช้เวลา 3 วันเพื่อวาดแบบร่างให้เสร็จ ซึ่งยังคงมีขั้นตอนการทดสอบ เมื่อทดสอบสำเร็จยังต้องสลักโดยใช้สิ่วเหล็กและผลึกใส เพื่อทำให้วงจรเวทย์มีความคงทนถาวร เธอคำนวณว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อสลักวงจรเวทย์โกเลมดิน ขั้น1 ลงบนโกเลมดิน 1 ตัว แต่เวลา 1 อาทิตย์ที่ว่านั้นต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเลย หากเป็นนักสลักอักขระทั่วไปแม้จะใช้เวลาเป็นปีก็ไม่มีทางสำเร็จ ความซับซ้อนของวงจรเวทย์เหนือกว่าวงเวทย์หลายเท่า

วารีเห็นพระอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า เธอก็ตัดสินใจจะมาวาดต่อในวันพรุ่งนี้ แต่เธอไม่สามารถปล่อยโกเลมดินทิ้งไว้อย่างนี้ได้จึงใช้ผ้าคลุมที่เตรียมไว้คลุมร่างโกเลมดินก่อนกลับบ้าน

เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านก็พบว่าไซเรนและอารีที่กำลังอ่านหนังสือ ซึ่งโดยปกติแล้วอารีจะอ่านหนังสือในยามว่างตลอด แต่ไซเรนเพิ่งเริ่มอ่านหนังสือเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากปกติไซเรนจะนั่งทื่อเป็นขอนไม้อยู่ในบ้าน วารีกลัวว่าไซเรนจะเบื่อเลยอนุญาตให้อ่านหนังสือที่วารีมีอยู่ รวมถึงบันทึกที่วารีเคยวิเคราะห์ความรู้ต่างๆเอาไว้

วารีได้กลิ่นหอมหวานของผักจากในครัว ทำให้เธอเดาได้ว่ามื้อเย็นจะต้องเป็นต้มผักอย่างแน่นอน อารีได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นวารีก็ยิ้มก่อนกล่าว “ไปอาบน้ำนะ กับข้าวเสร็จแล้ว”

ไซเรนละจากหนังสือ ก่อนจะพยักหน้าให้วารีแล้วหันไปอ่านหนังสือต่อทันที

วารีเห็นท่าทีของไซเรนที่สนใจหนังสือมากก็หัวเราะเบาๆก่อนจะตอบกลับอารีแล้วไปอาบน้ำ

วารีเห็นไซเรนตั้งใจอ่านหนังสือก็ทำให้เธอนึกถึงอดีตของตัวเอง และทำให้เธอหัวเราะอีกครั้ง เมื่อเธอนึกถึงคำพูดของเฒ่าอคิราห์ในสมัยก่อน

‘อะไรคือสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต?’ เฒ่าอคิราห์ถาม

‘อาหาร?’ วารีตอบ

‘ผิด’

‘ที่พัก?’

‘ผิด’

‘เงิน?’

‘เกือบถูก! แต่ก็ผิด!’

‘รีบบอกมาสักทีเถอะค่ะ’ วารีพูดอย่างเซ็งๆ อะไรคือเกือบถูกแต่ผิด?

‘ความรู้ไงล่ะ’ เฒ่าอคิราห์กล่าว

‘โอ้...’ วารีแกล้งทำท่าตกใจ

‘ความรู้จะทำให้เจ้ารู้วิธีหาอาหาร ความรู้จะทำให้เจ้ารู้วิธีสร้างบ้าน และความรู้จะทำให้เจ้ารู้วิธีหาเงิน ข้าเคยพูดไว้ว่าจะสอนวิธีการมีชีวิตอยู่ให้เจ้า ดังนั้นสิ่งที่ข้าจะให้ก็คือความรู้ เจ้าสามารถเข้าห้องสมุดไปอ่านหนังสือพวกนั้นได้ทั้งหมด’ เฒ่าอคิราห์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

‘หรือก็คือวารีไม่ต้องเสียเงินเข้าห้องสมุดใช่ไหมคะ?’

‘เปล่า เจ้าสามารถติดไว้ก่อนได้’

‘เอ่อ...’ วารีไปต่อไม่ถูก

‘ไว้เจ้ามีเงินแล้วค่อยเอามาคืน ข้าไปก่อนล่ะ’ เฒ่าอคิราห์พูดก่อนจะรีบเดินจากไป เธอไม่มีโอกาสได้คัดค้านแม้แต่น้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #52 ไจแอนท์คุง (@auar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 12:28

    ที่จริงผู้เฒ่าอคิราห์ก็เป็นคนดีนะนี่ นึกว่าจะเป็นคนไม่ดีเสียอีก

    #52
    0
  2. #29 AliceBrown (@AliceBrown) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 03:15
    ถึงตาเฒ่าจะใจดี แต่ก็ยังเจ้าเล่ห์อยู่ดี 5555
    #29
    0
  3. #26 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:25

    อิอิ ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ 555

    #26
    0